บราซิลจับตาผู้ป่วย 2 ราย อาจติดเชื้ออีโบลา

บราซิลจับตาผู้ป่วย 2 ราย อาจติดเชื้ออีโบลา

1 มิ.ย. 2569 03:23 น.

บราซิลจับตาผู้ป่วย 2 ราย อาจติดเชื้ออีโบลา

ทางการบราซิลกำลังสังเกตอาการของผู้ป่วย 2 รายที่ต้องสงสัยว่าติดเชื้อไวรัสอีโบลา โดยทั้ง 2 คนเดินทางมาจากดีอาร์คองโกและยูกันดา ซึ่งกำลังเผชิญกับการระบาดระลอกล่าสุด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันที่ 31 พ.ค. 2569 ว่า หน่วยงานด้านสาธารณสุขของบราซิลกำลังเฝ้าติดตามอาการของผู้ป่วย 2 รายที่อาจติดเชื้อไวรัสอีโบลา โดยพวกเขาถูกพบในเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ 2 แห่งได้แก่ เซาเปาโล กับ ริโอ เด จาเนโร

รัฐบาลรัฐเซาเปาโลเปิดเผยว่า ผู้ป่วยรายแรกเป็นชายอายุ 37 ปี เดินทางมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) ซึ่งกำลังเผชิญการระบาดอย่างหนัก โดยคนไข้รายนี้แสดงอาการป่วยต่างๆ เช่น มีไข้

ส่วนรัฐริโอ เด จาเนโร เริ่มใช้มาตรการความปลอดภัยทางสาธารณสุขแล้ว หลังจากชายชาวเบลเยียมคนหนึ่งซึ่งเดินทางมาจากประเทศยูกันดา ซึ่งเป็นอีกประเทศที่พบการระบาด แสดง “อาการที่เกิดจากเชื้อไวรัส เช่น ไอ หนาวสั่น และท้องเสีย”

โดยคาดว่าจะทราบผลตรวจจากห้องทดลองของผู้ป่วยทั้ง 2 รายภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งหากผลการตรวจเป็นบวกผู้ป่วยเหล่านี้จะเป็นผู้ติดเชื้อกลุ่มแรกภายนอกทวีปแอฟริกา นับตั้งแต่การแพร่ระบาดเริ่มต้นขึ้นในดีอาร์คองโกเมื่อช่วงปลายเดือนเมษายน

ขณะนี้ในดีอาร์คองโกมีผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้ออีโบลาแล้วมากกว่า 1,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 246 ศพ ส่วนที่ยูกันดามีรายงานผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันแล้ว 9 รายและเสียชีวิต 1 ศพ

การแพร่ระบาดในปัจจุบันเกิดจากสายพันธุ์ที่พบได้ยากที่ชื่อว่า บันดิบูเกียว (Bundibugyo) ซึ่งยังไม่มีวัคซีนที่ผ่านการรับรองผล และมีอัตราการคร่าชีวิตผู้ติดเชื้ออยู่ที่ประมาณ 1 ใน 3

ทั้งนี้ แม้ว่าผู้ป่วยทั้ง 2 รายในบราซิลจะยังคงอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังโรคอีโบลา แต่พวกเขาก็ได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยด้วยโรคอื่นอยู่ก่อนแล้ว โดยชายจากดีอาร์คองโกในเซาเปาโลมีผลตรวจเยื่อหุ้มสมองอักเสบเป็นบวกและอยู่ในอาการขั้นวิกฤต ส่วนผู้ป่วยชาวเบลเยียมในริโอ เด จาเนโร มีผลตรวจมาลาเรียเป็นบวก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์ลั่น “ยกเลิกซะ” หลังศิลปินแห่ถอนตัวงานฉลอง 250 ปีสหรัฐฯ

ทรัมป์ลั่น “ยกเลิกซะ” หลังศิลปินแห่ถอนตัวงานฉลอง 250 ปีสหรัฐฯ

1 มิ.ย. 2569 01:59 น.

ทรัมป์ลั่น “ยกเลิกซะ” หลังศิลปินแห่ถอนตัวงานฉลอง 250 ปีสหรัฐฯ

โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความชงให้ยกเลิกคอนเสิร์ตฉลองครบรอบ 250 ปีสหรัฐฯ ไปเสีย หลังจากศิลปินแห่ถอนตัวเนื่องจากมีความเชื่อมโยงกับเรื่องการเมือง

เมื่อ 31 พ.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า ควรยกเลิกการแสดงดนตรีเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีของประเทศ หรืองาน “เกรต อเมริกัน สเตต แฟร์” (Great American State Fair) ไปเสีย หลังจากศิลปินหลายรายพร้อมใจกันถอนตัว โดยอ้างเหตุผลว่างานนี้มีความเชื่อมโยงกับเรื่องการเมือง

“ยกเลิกไปเลย” ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social พร้อมทั้งวิจารณ์ศิลปินที่มีรายชื่อร่วมแสดงว่า “ค่าตัวแพงเกินจริง” และ “น่าเบื่อ”

นับจนถึงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (31 พ.ค.) เหลือศิลปินเพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่ยังคงมีกำหนดการแสดง จากเดิมที่เคยมีการประกาศรายชื่อศิลปินไฮไลต์ไว้ทั้งหมด 9 ราย โดยศิลปินอย่าง มาร์ตินา แมกไบรด์, เดอะ คอมโมดอร์ส, ยัง เอ็มซี และ เบรต ไมเคิลส์ ได้ถอนตัวไปแล้ว

ขณะนี้เหลือเพียง วานิลลา ไอซ์ และ มิลลี วานิลลี ที่ยังคงมีกำหนดแสดงในวันที่ 26 มิถุนายน รวมถึง โฟล ไรดา ในวันที่ 2 กรกฎาคม ซึ่งทรัมป์ระบุว่า เขากำลังพิจารณาที่จะเปลี่ยนงานนี้ให้กลายเป็นการจัด “การชุมนุมหาเสียง Make America Great Again (MAGA)” แทน

“ผมกำลังสั่งการให้ตัวแทนของผมไปศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดงานชุมนุม AMERICA IS BACK Rally ในวันพุธนี้ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในเวลาและสถานที่เดียวกัน ขอเชิญเฉพาะกลุ่มผู้รักชาติผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้น” ทรัมป์ระบุ พร้อมทั้งยกย่องตัวเองว่าเป็น “สิ่งดึงดูดใจอันดับหนึ่งของโลกในทุก ๆ สถานที่” และอ้างว่าตนเอง “สามารถดึงดูดผู้เข้าชมได้มากกว่าเอลวิส เพรสลีย์ ในยุคที่รุ่งเรืองที่สุดเสียอีก”

หลังจากนั้น ทรัมป์ได้ย้ำความคิดเดิมอีกครั้ง โดยระบุว่าเขาต้องการยกเลิกงานแฟร์ที่วางแผนไว้ทั้งหมด แล้วแทนที่ด้วยการชุมนุมหาเสียงแทน “เราควรจัดงานชุมนุม MAKE AMERICA GREAT AGAIN RALLY ครั้งใหญ่สำหรับงานครบรอบ 250 ปี แทนที่จะจ้างพวกนักร้องค่าตัวแพงเกินจริงที่ไม่มีใครอยากฟัง เพลงก็น่าเบื่อ แถมยังไม่ทำอะไรนอกจากเอาแต่บ่น”

ทั้งนี้ กลุ่ม Freedom 250 ซึ่งเป็นกลุ่มผู้อยู่เบื้องหลังการจัดงาน “เกรต อเมริกัน สเตต แฟร์” ได้รับการแต่งตั้งและก่อตั้งขึ้นเมื่อปีที่แล้วโดยรัฐบาลของทรัมป์ และตัวประธานาธิบดีเองก็เป็นผู้แต่งตั้งซีอีโอของกลุ่ม อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มยืนยันว่าการจัดงานนี้ไม่ได้ฝักใฝ่ฝ่ายการเมืองใด ๆ

อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวได้ร่วมมือกับ Freedom 250 ในการจัดงานแฟร์ดังกล่าว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “ชุดกิจกรรมครั้งหนึ่งในชีวิต เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบครั้งสำคัญของอเมริกา” นอกจากนั้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา Freedom 250 เพิ่งประกาศว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะเป็นผู้นำในพิธีเปิดงานแฟร์นี้ด้วย

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (27 พ.ค.) องค์กร Freedom 250 ได้เปิดตัวรายชื่อศิลปินที่จะมาร่วมแสดงในกิจกรรมนาน 16 วัน ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นที่ “เนชันแนล มอลล์” (National Mall) หน้าอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ระหว่างวันที่ 25 มิ.ย.ถึง 10 ก.ค.

เดิมที มาร์ตินา แมกไบรด์ นักร้องเพลงคันทรี มีกำหนดขึ้นแสดงในคืนแรก ส่วน เบรต ไมเคิลส์ นักร้องนำวง Poison มีกำหนดแสดงในวันที่ 3 ก.ค. ซึ่งเป็นคืนก่อนวันประกาศอิสรภาพ แต่ทั้งคู่ได้ประกาศยกเลิกการแสดงไปแล้ว

ยัง เอ็มซี ศิลปินชื่อดังเจ้าของเพลงฮิต “Bust a Move” เมื่อปี 2532 โพสต์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของเขาว่า เหล่าศิลปินไม่ได้รับแจ้งเกี่ยวกับ “การมีส่วนเกี่ยวข้องทางการเมืองในงานนี้” เลย และเขารอคอยที่จะได้ไปเปิดการแสดงที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในอนาคตกับงานที่ “ไม่มีประเด็นทางการเมืองที่ตึงเครียดเช่นนี้”

ด้านแมกไบรด์ระบุในแถลงการณ์บนแพลตฟอร์ม X ว่า เธอ “ได้รับโอกาสให้ขึ้นแสดงในงานที่ระบุว่าเป็นงานที่ไร้การฝักฝ่ายทางการเมือง แต่ท้ายที่สุดแล้วข้อมูลนั้นกลับทำให้เกิดความเข้าใจผิด”

ในทางกลับกัน วานิลลา ไอซ์ เขียนข้อความบรรยายใต้คลิปวิดีโอในบัญชีอินสตาแกรมของเขาว่า “นี่ไม่ใช่เวทีทางการเมือง นี่คือการเฉลิมฉลองวันเกิดของอเมริกา”

ขณะที่ แฟบ มอร์แวน หนึ่งในสองนักร้องหน้าฉากของวง Milli Vanilli กล่าวว่าเขาจะยังคงขึ้นแสดงตามกำหนดการเดิม แต่อย่างไรก็ตาม บรรดานักร้องเสียงจริงที่อยู่เบื้องหลังบทเพลงของ Milli Vanilli ได้ออกแถลงการณ์ผ่าน X ว่าพวกเขาจะไม่ร่วมขึ้นแสดงในงานนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ดับแล้ว 55 ศพ ระเบิดรุนแรงที่หมู่บ้านของฝ่ายกบฏในเมียนมา

ดับแล้ว 55 ศพ ระเบิดรุนแรงที่หมู่บ้านของฝ่ายกบฏในเมียนมา

1 มิ.ย. 2569 00:17 น.

ดับแล้ว 55 ศพ ระเบิดรุนแรงที่หมู่บ้านของฝ่ายกบฏในเมียนมา

เกิดเหตุระเบิดรุนแรงที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ในการครอบครองของฝ่ายกบฏในเมียนมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 55 ศพ และบาดเจ็บอีกหลายสิบราย

สำนักข่าว บีบีซี รายงานเมื่อ 31 พ.ค. 2569 ว่า เกิดเหตุระเบิดที่หมู่บ้านกองตัต (Kaung Tat) ในเมืองน้ำคำ (Namkham) รัฐฉาน ของประเทศเมียนมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 55 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบคน โดยทีมกู้ภัยกำลังเร่งค้นหาและช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง

แหล่งข่าวในพื้นที่ระบุว่า ผู้เสียชีวิตเป็นผู้หญิง 25 ราย และผู้ชาย 30 ราย ขณะที่รายงานจากกระแสอื่นระบุตัวเลขผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บแตกต่างกันออกไปเล็กน้อย

ด้านกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอ้าง (TNLA) กลุ่มกบฏซึ่งกำลังสู้รบอย่างดุเดือดกับรัฐบาลทหารเมียนมา และควบคุมพื้นที่ดังกล่าวเอาไว้ เปิดเผยว่า วัตถุระเบิดที่ใช้ในการทำเหมืองแร่และการทำเหมืองหินเกิดการระเบิดขึ้น

รายงานระบุว่า มีเด็ก ๆ รวมอยู่ในกลุ่มผู้เสียชีวิตด้วย และมีบ้านเรือนหลายร้อยหลังได้รับความเสียหาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้คนเกือบทั้งละแวกหมู่บ้าน

ขณะที่ชาวบ้านท้องถิ่นอธิบายถึงภาพความเสียหายและความโกลาหลที่เกิดขึ้นหลังการระเบิด โดยรายหนึ่งโพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ว่า ในตอนแรกผู้คนจำนวนมากเชื่อว่าเหตุระเบิดดังกล่าวเกิดจากการโจมตีทางอากาศ

“โชคดีมากที่โทรศัพท์ช่วยชีวิตฉันไว้” โพสต์ดังกล่าวระบุ “ตอนนั้นฉันนั่งกินบะหมี่และดูโทรศัพท์อยู่ในห้องนอน ถ้าฉันนั่งกินอยู่ในห้องครัว ป่านนี้ฉันคงไม่มีชีวิตอยู่แล้ว”

ชาวบ้านรายนี้ ซึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่ขาและบ้านของเธอเองก็ถูกทำลาย เล่าถึงบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและความโศกเศร้าหลังจากสิ้นเสียงระเบิด “ผู้คนพากันร้องไห้และตะโกนเรียกหาพ่อแม่ของตัวเอง “มันรู้สึกราวกับว่าโลกกำลังจะแตกสลาย”

นอกจากนี้ เธอยังตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงมีการปล่อยให้สถานประกอบการที่มีการจัดเก็บวัตถุระเบิดมาเปิดทำการใกล้กับพื้นที่อยู่อาศัยของประชาชน โดยกล่าวว่าครอบครัวของผู้เสียชีวิตจะไม่ยอมจบเรื่องนี้ จนกว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะออกมาอธิบายเรื่องราวทั้งหมดอย่างชัดเจน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิหร่านลั่นไม่ไว้วางใจสหรัฐฯ หลังทรัมป์ยื่นข้อเสนอเข้มงวดขึ้นอีก

อิหร่านลั่นไม่ไว้วางใจสหรัฐฯ หลังทรัมป์ยื่นข้อเสนอเข้มงวดขึ้นอีก

31 พ.ค. 2569 22:46 น.

อิหร่านลั่นไม่ไว้วางใจสหรัฐฯ หลังทรัมป์ยื่นข้อเสนอเข้มงวดขึ้นอีก

หัวหน้าทีมเจรจาของอิหร่านกล่าวว่า พวกเขาไม่ไว้ใจสหรัฐฯ หลังมีรายงานข่าวว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ยื่นข้อเสนอที่เข้มงวดกว่าเดิมกลับไปให้ทางอิหร่านพิจารณา อาจส่งผลให้การบรรลุข้อตกลงล่าช้าออกไปอีก

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 พ.ค. 2569 นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ หัวหน้าผู้แทนเจรจาของอิหร่านออกมาเตือนว่า สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ไม่น่าไว้ใจ พร้อมระบุว่า รัฐบาลอิหร่านจะไม่ยอมลงนามในข้อตกลงใด ๆ กับสหรัฐฯ อย่างเด็ดขาด หากข้อตกลงนั้นไม่ได้รับประกันสิทธิของอิหร่านอย่างเต็มที่

ถ้อยแถลงของนายกาลิบาฟมีขึ้นหลังจากมีรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ส่งข้อเสนอสันติภาพที่เข้มงวดและเด็ดขาดกว่าเดิมกลับไปให้ทางอิหร่าน ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงรอยร้าวที่ทั้งสองฝ่ายยังคงต้องหาทางปรับความเข้าใจกัน

การปรับเปลี่ยนรายละเอียดใด ๆ ในร่างข้อตกลงเพิ่มเติมหลังจากนี้ อาจส่งผลให้การบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลางอย่างเป็นทางการ และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งต้องล่าช้าออกไปอีก หลังจากทั้งสองฝ่ายเจรจากันมานานหลายสัปดาห์ ในขณะที่กองทัพสหรัฐฯ กับอิหร่าน มีการปะทะกันประปรายในช่วงที่ผ่านมา

ทั้งนี้ สำนักข่าว เดอะนิวยอร์กไทมส์ (The New York Times) และแอกซิออส (Axios) รายงานเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า ทรัมป์ได้ส่งกรอบข้อเสนอใหม่ที่ “เข้มงวดกว่าเดิม” กลับไปให้อิหร่านพิจารณา แม้ว่ารายละเอียดต่าง ๆ จะยังคงไม่แน่ชัดก็ตาม

ทรัมป์ระบุว่า สิ่งที่เขาให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ๆ รวมถึงการขัดขวางไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ใด ๆ และการเปิดเส้นทางเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งเป็นเส้นทางที่อิหร่านพยายามเข้ามาควบคุมนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้กรุงเตหะรานได้แสดงความเคลือบแคลงสงสัยต่อคำกล่าวอ้างของทรัมป์ และทั้งสองฝ่ายยังคงมีความเห็นที่ต่างกันอย่างมากในประเด็นสำคัญ ๆ

“เราจะไม่อนุมัติข้อตกลงใด ๆ จนกว่าเราจะแน่ใจว่าสิทธิของประชาชนชาวอิหร่านได้รับการคุ้มครองอย่างครบถ้วน” กาลิบาฟกล่าวในวิดีโอที่มีการแพร่ภาพทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาล

สื่อของอิหร่านระบุว่า ฝ่ายอิหร่านต้องการให้สหรัฐฯ ปลดล็อกทรัพย์สินมูลค่า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ ก่อนจะมีการเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ พร้อมทั้งปฏิเสธคำกล่าวอ้างของทรัมป์ก่อนหน้านี้ที่ว่า คลังสะสมยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านจะถูกทำลาย โดยระบุว่าเป็นเรื่องที่ “ไม่มีมูลความจริง”

นอกจากนี้ กรุงเตหะรานยังยืนกรานว่าต้องรวมเลบานอนเข้าไว้ในข้อตกลงใด ๆ ด้วย ในขณะที่อิสราเอลยังโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในภาคใต้ของเลบานอนอย่างต่อเนื่อง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

อิสราเอลยึดปราสาทในเลบานอน ขยายพื้นที่ปฏิบัติการภาคพื้นดิน

อิสราเอลยึดปราสาทในเลบานอน ขยายพื้นที่ปฏิบัติการภาคพื้นดิน

31 พ.ค. 2569 21:25 น.

อิสราเอลยึดปราสาทในเลบานอน ขยายพื้นที่ปฏิบัติการภาคพื้นดิน

อิสราเอลยึดปราสาทยุคสงครามครูเสดในเลบานอนแล้ว ในขณะที่พวกเขาขยายพื้นที่ปฏิบัติการภาคพื้นดินมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกินกว่าเส้นแบ่งเขตเดิมที่กำหนดไว้

เมื่อ 31 พ.ค. 2569 กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ขยายขนาดพื้นที่ที่พวกเขาแจ้งเตือนให้ประชาชนในภาคใต้ของเลบานอนอพยพเพิ่มขึ้นอีก รวมถึงทางตอนใต้ของแม่น้ำซาห์รานี (Zahrani) เนื่องจากมีการขยายปฏิบัติการภาคพื้นดินเพื่อต่อต้านกลุ่มฮิซบอลเลาะห์อย่างต่อเนื่อง

คำเตือนครั้งล่าสุดนี้ ถือเป็นครั้งที่ 2 ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาที่อิสราเอลบอกให้ประชาชนที่อยู่ใต้แม่น้ำซาห์รานีลงไป อพยพออกจากพื้นที่ โดยโฆษกของ IDF กล่าวว่า มีทหารภาคพื้นดินของ IDF จำนวนมากเข้าร่วมในปฏิบัติการนี้ ซึ่งกำลังขยายพื้นที่ไปยังบริเวณอื่น ๆ เพิ่มเติม

“ใครก็ตามที่อยู่ใกล้กับสมาชิก สิ่งปลูกสร้าง หรืออาวุธยุทโธปกรณ์ของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ พวกเขากำลังเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยง” โฆษกของ IDF ระบุ

ก่อนหน้านี้ไม่นาน กองทัพอิสราเอลเพิ่งยืนยันว่า พวกเขาสามารถยึดปราสาท “โปฟอร์ต” (Beaufort Castle) ซึ่งสร้างขึ้นในยุคสงครามครูเสดเมื่อราว 900 ปีก่อน และเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญบนสันเขาสูงเหนือแม่น้ำลิตานี (Litani) ได้สำเร็จ

นี่เป็นอีกหนึ่งข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่า กองกำลังภาคพื้นดินของอิสราเอลกำลังเคลื่อนกำลังพลลึกเข้าไปในดินแดนเลบานอนมากขึ้น เรื่อย ๆ เกินกว่าเส้นแบ่งเขตเดิมที่บริเวณแม่น้ำลิตานี

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล อธิบายถึงการยึดครองครั้งนี้ว่าคือ “ขั้นตอนที่น่าตื่นเต้นและเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในนโยบายของเรา”

“เราได้ทลายกำแพงแห่งความกลัวลงแล้ว เรากำลังเป็นฝ่ายรุก เรากำลังปฏิบัติการในทุกแนวรบ ทั้งในซีเรีย ในฉนวนกาซา และในเลบานอน” เขากล่าว

ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อิสราเอล คัตซ์ ย้อนรำลึกถึงสมรภูมิที่กองทัพอิสราเอลเคยต่อสู้เพื่อแย่งชิงป้อมปราการแห่งนี้เมื่อ 44 ปีก่อน โดยกล่าวว่า กองพลน้อยโกลานี (Golani Brigade) ซึ่งเป็นผู้ยึดป้อมในครั้งนั้น ได้กลับมาอีกครั้งและได้เชิญธงชาติอิสราเอลขึ้นสู่ยอดเสาเหนือปราสาทแห่งนี้แล้ว

ดังนั้น สำหรับอิสราเอลแล้ว นี่จึงเป็นชัยชนะที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์อย่างสูงพอ ๆ กับความสำคัญทางยุทธศาสตร์ แต่ในทางกลับกัน สำหรับชาวเลบานอน นี่คือสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งล่าสุดที่ถูกยึดครองในช่วงไม่กี่วันมานี้ ในขณะที่เมืองนาบาตีเย (Nabatieh) ซึ่งอยู่เหนือขึ้นไป ดูเหมือนจะตกเป็นเป้าหมายของ IDF มากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ

นายคัตซ์กล่าวว่า การควบคุมปราสาทและแนวสันเขาที่ปราสาทตั้งอยู่นั้น เป็นขั้นตอนสำคัญในการปกป้องชุมชนชาวอิสราเอลที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของชายแดน

ด้านฝรั่งเศสซึ่งมีความผูกพันทางประวัติศาสตร์กับเลบานอน ได้ร้องขอให้มีการเปิดประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เพื่อหารือเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอล

นายฌ็อง-โนแอล บาร์โรต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศส ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ BFMTV ของฝรั่งเศสว่า สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็น “ความผิดพลาดครั้งใหญ่ของอิสราเอล”

“ไม่มีสิ่งใดสามารถสร้างความชอบธรรมให้กับการขยายเวลาปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในเลบานอนได้ รวมถึงการยึดครองดินแดนเลบานอนที่นับวันจะยิ่งลึกเข้าไปเรื่อย ๆ” นายบาร์โรต์กล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ภารกิจปกป้องชายแดน! เขมรประท้วงไทย ส่งกำลังวางแนวลวดหนามใกล้ช่องบก

ภารกิจปกป้องชายแดน! เขมรประท้วงไทย ส่งกำลังวางแนวลวดหนามใกล้ช่องบก

ภารกิจปกป้องชายแดน! เขมรประท้วงไทย ส่งกำลังวางแนวลวดหนามใกล้ช่องบก

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.27 น.

ภารกิจปกป้องชายแดน! เขมรประท้วงไทย ส่งกำลัง 50 นาย วางแนวลวดหนามใกล้ช่องบก สร้างความมั่นคงพื้นที่ ไทยย้ำเป็นการปกป้องอธิปไตยพื้นที่ควบคุมฝ่ายเรา

1 มิถุนายน 2569 มีรายงานสถานการณ์จากกองกำลังสุรนารี (กกล.สุรนารี) ว่าในพื้นที่ชายแดน โดยฝ่ายกัมพูชาแจ้งว่า เมื่อเวลา 07.05 น.ฝ่ายไทยได้จัดกำลังประมาณ 50 นาย เข้าดำเนินการวางแนวลวดหนาม ความยาวราว 150 เมตร บริเวณทิศตะวันตกเฉียงใต้ของพื้นที่เนิน 745 ใกล้ช่องบก ก่อนที่ฝ่ายกัมพูชาจะเข้ามาแสดงท่าทีห้ามปรามในพื้นที่ดังกล่าว

ขณะที่ฝ่ายไทยชี้แจงว่า การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปเพื่อการป้องกันตนเองและเสริมความมั่นคงในพื้นที่ควบคุมของฝ่ายไทย โดยยืนยันว่า เป็นการดำเนินการตามภารกิจรักษาความปลอดภัยในเขตที่รับผิดชอบ เพื่อป้องกันความเสี่ยงและรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนของไทย

ชัชชาติ ลุยลาดกระบัง ชูแผนแก้น้ำท่วม-จราจร เมิน IO ปั่นขัดแย้ง

ชัชชาติ ลุยลาดกระบัง ชูแผนแก้น้ำท่วม-จราจร เมิน IO ปั่นขัดแย้ง

ชัชชาติ ลุยลาดกระบัง ชูแผนแก้น้ำท่วม-จราจร เมิน IO ปั่นขัดแย้ง

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.18 น.

“ชัชชาติ”เบอร์ 9 ลงพื้นที่ลาดกระบัง ชูแผนแก้ปัญหาน้ำท่วม-จราจร เมินกระแส IO ปลุกปั่นความขัดแย้ง เจอ”ธีรรัตน์”พาผู้สมัคร ส.ก.เพื่อไทย Life หาเสียง แนะต้องทำงานหนัก ฟังเสียงจริงพื้นที่ “เผื่ออนาคตอาจได้ร่วมงานกัน”

1 มิถุนายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เบอร์ 9 พร้อมทีม “กรุงเทพฯ ทำงาน” ลงพื้นที่หาเสียงเขตลาดกระบัง พร้อมติดตามความคืบหน้าโครงการทางยกระดับลาดกระบัง โดยเดินพบปะประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของในช่วงวันหยุด บริเวณห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สุวรรณภูมิ บรรยากาศคึกคัก ประชาชนต้อนรับและขอถ่ายรูปเป็นกำลังใจ

นายชัชชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า ลาดกระบังคือพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพฯ ที่มีขนาดใหญ่และมีประชากรหนาแน่น ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา กทม.ได้เร่งแก้ไขปัญหาหลักของพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการทางยกระดับลาดกระบังฝั่งขาออกที่เปิดใช้งานแล้ว และฝั่งขาเข้าที่เตรียมเปิดเพิ่มเติมในวันที่ 3 มิ.ย.นี้ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทางของชาวลาดกระบัง นอกจากนี้ ในพื้นที่เคหะร่มเกล้ายังมีการก่อสร้างโรงพยาบาลและศูนย์กีฬาขนาดใหญ่ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยเฉพาะด้านสุขภาพและสังคม

สำหรับปัญหาหลักในพื้นที่ลาดกระบังยังคงเป็นเรื่องน้ำท่วม เนื่องจากการระบายน้ำต้องพึ่งพาคลองประเวศบุรีรมย์ที่มีสภาพคดเคี้ยว ดังนั้น จึงจำเป็นต้องเร่งผลักดันการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำเชื่อมคลองประเวศบุรีรมย์ไปยังบึงหนองบอน เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ควบคู่กับการสร้างเขื่อนและขุดลอกคลองตลอดแนว และต้องพัฒนาโครงข่ายระบายน้ำในเส้นเลือดฝอยตามซอยและหมู่บ้านต่างๆ โดยอาศัยข้อบัญญัติใหม่ที่เปิดทางให้ กทม.สามารถเข้าไปดูแลระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่ที่ถูกยกให้เป็นสาธารณะได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

ส่วนความกังวลต่อสถานการณ์ฝนตกหนักในช่วงนี้นั้น นายชัชชาติ ระบุว่า ตอนนี้ตนเองมีสถานะเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ แต่ไม่ได้รู้สึกกังวล เพราะได้วางระบบบริหารจัดการน้ำและติดตั้งเซ็นเซอร์ไว้ล่วงหน้าแล้ว ซึ่งระบบสามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติ ไม่ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล ดังนั้นต่อให้ตนเองไม่อยู่ ระบบก็ยังคงทำงานได้ และต้องชื่นชมทีมสำนักการระบายน้ำ กทม.ที่สามารถรับมือกับเหตุการณ์ฝนตกหนักกว่า 90 มิลลิเมตร เมื่อวานนี้ (31 พ.ค.) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายชัชชาติ ยังได้กล่าวถึงกระแสโจมตีจาก IO บนโลกออนไลน์ ว่า ทุกฝ่ายควรเคารพความเห็นที่แตกต่าง เลิกตอบโต้กันด้วยความขัดแย้ง และหันมาแลกเปลี่ยนความเห็น เสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับหลักประชาธิปไตยมากกว่า

ทั้งนี้ ในระหว่างการลงพื้นที่ นายชัชชาติ ได้พบกับ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย น.ส.ชวัลพัชร สำเร็จวาณิชย์ ผู้สมัครฯ ส.ก.เขตลาดกระบัง กลุ่มเพื่อไทย Life ที่มาลงพื้นที่หาเสียงในช่วงเวลาเดียวกัน โดยนายชัชชาติได้พูดคุยกับ น.ส.ธีรรัตน์ ถึงการทำงานร่วมกันในอดีต พร้อมได้ให้คำแนะนำกับ น.ส.ชวัลพัชร ว่าต้องทำงานให้หนักและลงพื้นที่รับฟังเสียงประชาชนให้มาก เผื่อในอนาคตอาจจะได้ร่วมงานกัน ขณะเดียวกัน ยังได้แลกเปลี่ยนถึงประเด็นปัญหาในพื้นที่ร่วมกันด้วย ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของการสนทนา น.ส.ธีรรัตน์ ได้กล่าวขอบคุณนายชัชชาติที่ได้แนะนำเรื่องการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ พร้อมกล่าวว่า “ขอบคุณท่านผู้ว่าฯ มากค่ะ รักอิ่มก็ต้องรักน้องสาวอิ่มด้วยนะคะ” ขณะที่นายชัชชาติได้ให้กำลังใจกับทั้งคู่ เช่นเดียวกับที่ให้กำลังกับผู้สมัครหลายๆ คน ที่พบกันในระหว่างหาเสียง ทำให้บรรยากาศการหาเสียงในแต่ละพื้นที่เต็มไปด้วยมิตรภาพ

สรุปยอดผู้สมัคร กทม. 69 ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ 18 คน – ส.ก. 258 คน

สรุปยอดผู้สมัคร กทม. 69 ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ 18 คน - ส.ก. 258 คน

สรุปยอดผู้สมัคร กทม. 69 ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ 18 คน – ส.ก. 258 คน

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.45 น.

กรุงเทพมหานคร (กทม.) สรุปผลการรับสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) หลังจากเปิดให้ผู้ที่สนใจยื่นใบสมัครระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม ถึง 1 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา โดยข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. พบว่ามีผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รวมทั้งสิ้น 18 คน และมีผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ก. ครบทั้ง 50 เขต รวมจำนวน 258 คน ซึ่งบรรยากาศการรับสมัครตลอดทั้ง 5 วันเต็มไปด้วยความคึกคัก ทั้งนี้ ทาง กทม. ได้เชิญชวนให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งภายใต้แคมเปญ “ทุกเสียงของคุณ กำหนดกรุงเทพฯ” โดยมีกำหนดการเข้าคูหากาบัตรลงคะแนนพร้อมกันในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 นี้

เปิดโผ 18 รายชื่อ ผู้ท้าชิงเก้าอี้ “ผู้ว่าฯ กทม.”

สำหรับรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทั้ง 18 หมายเลข ประกอบด้วย กลุ่มผู้สมัครอิสระเป็นส่วนใหญ่และผู้สมัครในนามพรรคการเมือง ได้แก่

หมายเลข 1 ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี (อิสระ)
หมายเลข 2 นายสมัย ละเลิศ (อิสระ)
หมายเลข 3 นายพงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ (อิสระ)
หมายเลข 4 นายประทีป วัชรโชคเกษม (อิสระ)
หมายเลข 5 นายอนุชา บูรพชัยศรี จากพรรคประชาธิปัตย์

หมายเลข 6 นายพิศาล กิตติเยาวมาลย์ (อิสระ)
หมายเลข 7 นายภาสพงศ์ ไชยวิริญญะวาณิชย์ (อิสระ)
หมายเลข 8 นายวีรพจน์ ลือประสิทธิ์สกุล (อิสระ)
หมายเลข 9 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (อิสระ)
หมายเลข 10 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร จากพรรคประชาชน

หมายเลข 11 นายประยูร ครองยศ (อิสระ)
หมายเลข 12 พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช จากพรรคเศรษฐกิจ
หมายเลข 13 นายคมสัน พันธุ์ชาติกุล (อิสระ)
หมายเลข 14 นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข (อิสระ)
หมายเลข 15 นายโอฬาร ตั้งตราตระกูล (อิสระ)

หมายเลข 16 นางสาวศรีรัตน์ ช่างเพ็ชร์ (อิสระ)
หมายเลข 17 นางสาวลลนา มงคลหัสดินทร์ (อิสระ)
หมายเลข 18 นายสมชัย เจริญวรเกียรติ (อิสระ)

เจาะสนาม ส.ก. 50 เขต “คลองสามวา” แข่งเดือดสุด

ในส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร 50 เขต รวมทั่งสิ้น จำนวน 258 คน โดยมี 5 อันดับเขตที่ผู้สมัครมากที่สุด ดังนี้ คลองสามวา จำนวน 10 คน , คันนายาว จำนวน 9 คน , ภาษีเจริญ จำนวน 9 คน , ยานนาวา จำนวน 9 คน และ พญาไท จำนวน 7 คน

รัฐบาลการันตี! ร้านค้าร้านย่อยไทยช่วยไทยพลัส ไม่ต้องกังวลปมภาษีย้อนหลัง

รัฐบาลการันตี! ร้านค้าร้านย่อยไทยช่วยไทยพลัส ไม่ต้องกังวลปมภาษีย้อนหลัง

รัฐบาลการันตี! ร้านค้าร้านย่อยไทยช่วยไทยพลัส ไม่ต้องกังวลปมภาษีย้อนหลัง

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.09 น.

ร้านค้าร้านย่อย”ไทยช่วยไทยพลัส”อย่ากังวล รัฐบาลยืนยันไม่มีการส่งข้อมูลรายได้จากแอป”ถุงเงิน”ให้กรมสรรพกรคิดภาษีย้อนหลัง ย้ำดูรายได้ทั้งปี ไม่ใช่เฉพาะช่วงโครงการ

1 มิถุนายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” วันแรกกระแสตอบรับเป็นไปอย่างคึกคัก จากข้อมูล ณ เวลา 13.00 น. พบว่า มีประชาชนนำสิทธิไปใช้จ่ายจนเสร็จสมบูรณ์แล้วเป็นจำนวน 2,894,994 คน มียอดใช้จ่ายรวมสะสมอยู่ที่ 587.99 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านรูปแบบ “ร้านค้าปกติ”

นางสาวพลอยทะเล กล่าวต่อว่า สำหรับร้านค้าที่ลังเลใจและยังสับสนกังวลเรื่องการเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” จะถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังนั้น รัฐบาลขอยืนยัน และให้ความมั่นใจกับร้านค้า “ไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง เพราะร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ส่วนใหญ่เป็นร้านค้ารายเล็กถึงรายย่อย ซึ่งมักจะมีรายได้ตลอดทั้งปี ไม่ถึง 1.8 ล้านบาท จึงไม่เข้าเกณฑ์ที่น่าจะต้องกังวลเรื่องภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แต่อย่างใด”

ทั้งนี้ เกณฑ์การเสียภาษีจะดูรายได้เฉลี่ยทั้งปีเป็นหลัก ไม่ใช่แค่ช่วงที่เข้าร่วมโครงการฯ และมียอดขายพุ่งสูงขึ้นชั่วคราว ขอให้ร้านค้าอย่ากังวล อย่าหลงเชื่อข่าวเท็จที่มีการพูดกันปากต่อปาก รัฐบาลขอย้ำว่า ข้อมูลยอดขายในแอปถุงเงิน จะไม่ถูกส่งไปให้กรมสรรพากร เพื่อนำมาคิดภาษีย้อนหลังแบบเฉพาะเจาะจงอย่างแน่นอน ทั้งนี้ หากร้านค้ามีรายได้จากการขายสินค้าถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่สรรพากรกำหนด คือ ยอดขายรวมทุกช่องทาง ไม่ใช่แค่เฉพาะยอดจากโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ก็มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี

“ยอดรวมของร้านค้าที่ลงทะเบียนเสร็จสิ้นและกดสิทธิยอมรับเงื่อนไข (T&C) พร้อมให้บริการแล้ว มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 853,004 ร้านค้า ซึ่งประกอบไปด้วยร้านค้าเดิมจำนวน 781,567 ร้านค้า และร้านค้าใหม่อีก 71,437 ร้านค้า นอกจากนี้ ยังมีร้านค้าอีกจำนวนหนึ่งที่อยู่ในกระบวนการเปลี่ยนผ่าน ได้แก่ กลุ่มที่อยู่ระหว่างรอการกดรับเงื่อนไข T&C 199 , 990 ร้านค้า และร้านค้าใหม่ที่อยู่ระหว่างการรอตรวจสอบ 3,620 ร้านค้า ทั้งนี้ มีร้านค้าที่สามารถสร้างยอดขายสำเร็จในระบบไปแล้ว 418,844 ร้านค้า” นางสาวพลอยทะเล ระบุ

สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มัลลิกา ชูยึดหลักความมั่นคง นำทัพผู้ว่าฯ กทม.

สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มัลลิกา ชูยึดหลักความมั่นคง นำทัพผู้ว่าฯ กทม.

สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มัลลิกา ชูยึดหลักความมั่นคง นำทัพผู้ว่าฯ กทม.

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.54 น.

1 มิถุนายน 2569 นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร หมายเลข 14 ได้เข้าสักการะศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ ก่อนที่จะเข้าถวายสักการะพระแก้วมรกต และพระสยามเทวาธิราช ที่พระบรมมหาราชวังวันนี้ พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ว่าจะทำกิจการงานใดก็จะเริ่มต้นในการสักการะศาลหลักเมือง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองคู่ประเทศชาติ เพราะอันหมายถึงหลักแห่งความมั่นคงทุกด้าน ทั้งทางชีวิต อาชีพการงาน และขวัญกำลังใจ

นางมัลลิกา กล่าวต่อว่า ความมั่นคงในทุกด้านนั้นเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นหลักของตนมาโดยตลอด รวมทั้งความมั่นคงต่อจิตใจของพี่น้องประชาชน ที่จะทุ่มเทคะแนนให้เพื่อมีโอกาสได้ไปทำงานตอบแทนประเทศชาติบ้านเมือง โดยเริ่มต้นที่การบริหารการเมืองกรุงเทพมหานครอย่างมีคุณภาพ โดยหลักแล้วนอกจากระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งเป็นอำนาจของพระราชบัญญัติท้องถิ่นแล้ว ยังมีพระราชบัญญัติทางด้านความมั่นคง ที่ให้อำนาจผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพฯ ได้ดูแลในเรื่องทั้งความมั่นคงในชีวิตทรัพย์สิน และอาชีพของพี่น้องประชาชนอีกด้วย

“จึงอยากแสดงสัญลักษณ์ให้เห็นด้วยว่า ความมั่นคงทางความเชื่อความศรัทธาและความมั่นคงทางด้านจิตใจเป็นสิ่งที่สำคัญแล้ว ยังดูแลความมั่นคงของชีวิตทรัพย์สินและอาชีพของประชาชน ซึ่งเป็นภารกิจของผู้นำเมืองที่เป็นมหานครอันใหญ่นี้ ดังนั้น หน้าที่ตามพระราชบัญญัติความมั่นคงนั้น ผู้ว่าฯ จึงมีทั้งอำนาจและหน้าที่ที่จะดูแลให้เกิดความสงบสุขด้วย” นางมัลลิกา กล่าว

ผู้กล่าวถามถึงเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหลังจากที่ฝนตกอย่างถล่มทลายเมื่อคืนนี้ และเกิดน้ำขังหลายจุด นางมัลลิกา กล่าวว่า มี 3 รายการ ซึ่งอยู่ในยุทธศาสตร์ที่ได้แจ้งเรื่องเกี่ยวกับการเตือนภัยการมอนิเตอร์ และการใช้ AI เรดาร์ X-Band ที่สามารถเชื่อมต่อกับทุกระบบ พร้อมคำสั่งการการเปิดปิดอัตโนมัติของประตูระบายน้ำต่างๆ ซึ่งแจ้งไปแล้ว นอกจากนั้น ก็จะเป็นการบูรณาการร่วมกันกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ รองรับก่อนฤดูกาล และสำคัญอีกอย่างหนึ่งนั่นคือการจัดการที่พักน้ำ ซึ่งสามารถนำเอาเทคโนโลยีที่ผู้ว่าฯ อัศวิน เคยทำก่อนหน้านี้ คือการสร้างจุดพักน้ำใต้ดิน สามารถจัดการในพื้นที่กว้างของกรุงเทพฯ เอง และรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนสามารถขุดเจาะลงไปประมาณ 2 เมตรกว่า ในบ้านเรือนของตนเอง เพื่อเป็นจุดพักน้ำใต้ดิน เก็บกักน้ำไว้ใต้ดินเหมือนแก้มลิงได้ เรื่องนี้ก็จะนำมาเสริมและเพิ่มเติมหลังจากที่มีปรากฏการณ์น้ำขังอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากไม่มีที่ระบายหรือระบายช้า

“ถ้าในส่วนที่ดีของผู้ว่าฯ คนใดที่ผ่านมา เราก็จะเก็บและต่อยอดและนำไปใช้ แต่ขณะเดียวกันในส่วนที่เราจะจะต้องปฏิรูปและปฏิบัติเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น เพื่อไม่ต้องรอ เราก็จะทำได้ทันที ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ตอบสนองต่อความเป็นอยู่ของประชาชน” นางมัลลิกา กล่าว

– 006