ตำรวจตุรกีบุกอาคารที่ทำการฝ่ายค้าน หลังผู้นำพรรคถูกสั่งปลด

ตำรวจตุรกีบุกอาคารที่ทำการฝ่ายค้าน หลังผู้นำพรรคถูกสั่งปลด

25 พ.ค. 2569 05:29 น.

ตำรวจตุรกีบุกอาคารที่ทำการฝ่ายค้าน หลังผู้นำพรรคถูกสั่งปลด

ตำรวจตุรกีบุกอาคารที่ทำการพรรคฝ่ายค้านหลักของประเทศ หลังจากผู้นำพรรคไม่ยอมทำตามคำสั่งศาลที่ประกาศให้การรับตำแหน่งของเขากับคณะบริหารชุดปัจจุบันเป็นโมฆะ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ค. 2569 ตำรวจปราบจลาจลของตุรกีใช้กำลังบุกเข้าไปภายในอาคารที่ทำการสำนักงานใหญ่ของพรรค “ประชาชนสาธารณรัฐ” (CHP) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักของประเทศ เพียงไม่กี่วันหลังจากศาลมีคำสั่งปลดคณะผู้บริหารพรรคออกจากตำแหน่ง

ปฏิบัติการดังกล่าวทำให้เกิดการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับกลุ่มฝ่ายค้าน โดยมีกลุ่มควันจากแก๊สน้ำตาพวยพุ่งอยู่ภายนอกอาคาร ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงอังการา ขณะที่ภาพวิดีโอจากที่เกิดเหตุเผยให้เห็นผู้ที่อยู่ภายในอาคารกำลังตะโกนและขว้างปาข้าวของไปยังประตูทางเข้า และใช้สายยางฉีดน้ำใส่เจ้าหน้าที่

เออซูร์ เออเซล ผู้นำพรรค CHP ประกาศกร้าวไว้ว่าจะขัดขืนคำตัดสินของศาลอุทธรณ์ที่ออกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (21 พ.ค.) ซึ่งประกาศให้ผลการเลือกตั้งผู้นำพรรคของเขาเป็นโมฆะ จากข้อครหาเรื่องการซื้อสิทธิ์ขายเสียง แต่ความเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าเป็นการกระชับอำนาจให้แน่นหนายิ่งขึ้นของประธานาธิบดี เรเจป ไตยิป เอร์โดอัน

ศาลมีคำตัดสินว่านายเออเซลจะต้องถูกแทนที่โดยนาย เคมาล คิลิชดาโรลู นักการเมืองอาวุโสวัย 77 ปีของพรรค ซึ่งเคยพ่ายแพ้การเลือกตั้งประธานาธิบดีให้แก่ประธานาธิบดีเอร์โดอันมาแล้วในปี 2566

เออซูร์ เออเซล ผู้นำพรรค CHP ผู้ถูกให้ออกจากตำแหน่ง
เออซูร์ เออเซล ผู้นำพรรค CHP ผู้ถูกให้ออกจากตำแหน่ง

“เรากำลังถูกโจมตี” นายเออเซลกล่าวในข้อความวิดีโอที่แชร์บนแพลตฟอร์ม X ในขณะที่กองกำลังความมั่นคงพยายามบุกเข้าไปในอาคาร ซึ่งมีรายงานการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนของเขากับกลุ่มผู้สนับสนุนของนายคิลิชดาโรลูด้วย

ในเวลาต่อมา นายเออเซลได้เดินออกมาจากตัวอาคารและกล่าวกับฝูงชนที่รวมตัวกันอยู่ด้านนอกว่า “พวกพยายามจะถอนรากถอนโคนและขับไล่พวกเราออกไป—แล้วจะให้พวกเราไปอยู่ที่ไหน?”

นายเออเซลประกาศว่า นับจากนี้เป็นต้นไป พรรคจะ “ออกไปอยู่บนท้องถนนหรือตามลานจัตุรัสต่างๆ และจะเดินหน้ามุ่งสู่การครองอำนาจ” หลังจากนั้น เขาได้เริ่มออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังรัฐสภาตุรกี โดยนำขบวนผู้สนับสนุนหลายร้อยคนเดินประท้วงไปตามท้องถนนในกรุงอังการา

ทั้งนี้ คำตัดสินของศาลในครั้งนี้เป็นการพลิกคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเมื่อปี 2568 ที่เคยยกฟ้องข้อกล่าวหาเรื่องการซื้อสิทธิ์ขายเสียงในการเลือกตั้งภายในพรรค CHP ซึ่งส่งผลให้นายเออเซลได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำพรรคในตอนนั้น

นอกจากนี้ คำตัดสินดังกล่าวยังหมายความว่าคณะกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดจะถูกเปลี่ยนตัว และเป็นที่เข้าใจกันว่าการตัดสินใจต่าง ๆ ของคณะกรรมการชุดเดิมจะไม่ได้รับการยอมรับอีกต่อไป

ด้านองค์กรสิทธิมนุษยชน “ฮิวแมนไรท์วอทช์” ออกมาเตือนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า รัฐบาลของเอร์โดอันกำลังบ่อนทำลายประชาธิปไตยของตุรกีด้วยการใช้ “กลยุทธ์ที่มิชอบด้วยกฎหมาย” ต่อพรรค CHP

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เนทันยาฮูเผย ทรัมป์เห็นพ้องข้อตกลงต้องขจัดภัยคุกคามนิวเคลียร์อิหร่าน

เนทันยาฮูเผย ทรัมป์เห็นพ้องข้อตกลงต้องขจัดภัยคุกคามนิวเคลียร์อิหร่าน

25 พ.ค. 2569 04:20 น.

เนทันยาฮูเผย ทรัมป์เห็นพ้องข้อตกลงต้องขจัดภัยคุกคามนิวเคลียร์อิหร่าน

เบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอลเผยว่า โดนัลด์ ทรัมป์ เห็นพ้องกับเขาว่า ข้อตกลงใดๆ กับอิหร่าน จำเป็นต้องมีการกำจัดภัยคุกคามนิวเคลียร์ให้หมดไป รวมถึงการรื้อถอนโรงงานเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ค. 2569 นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอลออกมากล่าวว่า ตัวเขาและประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ มีความเห็นพ้องต้องกันว่า ข้อตกลงขั้นสุดท้ายใด ๆ กับอิหร่าน จะต้องขจัดภัยคุกคามทางนิวเคลียร์จากรัฐบาลเตหะรานให้หมดสิ้นไป

เนทันยาฮูโพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชัน Telegram โดยระบุว่าการกำจัดภัยคุกคามดังกล่าว จำเป็นต้องมีการรื้อถอนโรงงานเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ของอิหร่าน และต้องมีการขนย้ายวัสดุนิวเคลียร์ที่ผ่านการเสริมสมรรถนะแล้วออกไปจากอาณาเขตของอิหร่าน

แหล่งข่าวจากอิสราเอลเปิดเผยว่า ในระหว่างการต่อสายโทรศัพท์พูดคุยเกี่ยวกับข้อตกลงที่กำลังจะเกิดขึ้นระหว่างรัฐบาลวอชิงตันและอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เนทันยาฮูยังได้แจ้งต่อทรัมป์ด้วยว่า อิสราเอลจะยังคงมีอิสระในการปฏิบัติการต่อต้านภัยคุกคามต่าง ๆ ในเลบานอนต่อไป

แหล่งข่าวรายเดิมระบุว่า สหรัฐฯ คอยรายงานข้อมูลความคืบหน้าเกี่ยวกับการเจรจากับอิหร่านให้ทางอิสราเอลรับทราบอย่างต่อเนื่อง

“ประธานาธิบดีทรัมป์แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า เขาจะยืนหยัดอย่างมั่นคงในการเจรจาตามข้อเรียกร้องเดิมของเขา นั่นคือการรื้อถอนโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและการขนย้ายยูเรเนียมเสริมสมรรถนะทั้งหมดออกจากดินแดนของอิหร่าน” แหล่งข่าวกล่าว “และเขาจะไม่ลงนามในข้อตกลงขั้นสุดท้ายอย่างแน่นอนหากเงื่อนไขเหล่านี้ไม่ได้รับการตอบสนอง”

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์กล่าวว่ารัฐบาลวอชิงตันและอิหร่าน “เจรจาเสร็จสิ้นเป็นส่วนใหญ่” แล้ว เรื่องการทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งจะนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง แต่ฝ่ายอิหร่านยืนยันว่า เส้นทางเดินเรือสายสำคัญแห่งนี้จะยังคงอยู่ในการควบคุมของพวกเขาต่อไป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

จีนปล่อยจรวดส่งนักบินอวกาศปฏิบัติภารกิจในวงโคจรโลกนาน 1 ปี

จีนปล่อยจรวดส่งนักบินอวกาศปฏิบัติภารกิจในวงโคจรโลกนาน 1 ปี

25 พ.ค. 2569 02:47 น.

จีนปล่อยจรวดส่งนักบินอวกาศปฏิบัติภารกิจในวงโคจรโลกนาน 1 ปี

จีนปล่อยยานอวกาศพร้อมกับนักบินอวกาศ 3 คน ขึ้นสู่วงโคจรโลกแล้ว โดยนักบินจะปฏิบัติภารกิจนาน 1 ปี เพื่อปูทางไปสู่การส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ในปี 2573

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ค. 2569 จีนดำเนินการปล่อยยานอวกาศในภารกิจ “เสินโจว-23” (Shenzhou-23) ซึ่งจะส่งผลให้นักบินอวกาศของจีนได้ใช้เวลาปฏิบัติภารกิจในวงโคจรยาวนาน 1 ปีเต็มเป็นครั้งแรก นับเป็นก้าวสำคัญในการปูทางไปสู่การส่งมนุษย์ไปยังดวงจันทร์ภายในปี 2573 ตามแผนของรัฐบาลปักกิ่ง

จรวดลองมาร์ช 2-เอฟ (Long March 2-F) ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าท่ามกลางกลุ่มเปลวเพลิงและควันไฟตรงตามเวลาที่กำหนด ณ เวลา 23:08 น. ตามเวลาท้องถิ่นจากศูนย์ปล่อยดาวเทียม “จิ่วฉวน” (Jiuquan) บริเวณทะเลทรายโกบี ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน

องค์การอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุมแห่งประเทศจีน (CMSA) เปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียว่า ยานอวกาศได้แยกตัวออกจากจรวดหลังจากถูกปล่อยออกไปประมาณ 10 นาที และเข้าสู่วงโคจรเป็นที่เรียบร้อย

“นักบินอวกาศทุกคนอยู่ในสภาพร่างกายที่ดี และการปล่อยยานประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์” องค์การอวกาศฯ ระบุเสริม

สำหรับภารกิจในครั้งนี้ หลี่ เจียอิง (Li Jiaying) ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบอุปกรณ์บรรทุก และอดีตสารวัตรตำรวจฮ่องกง จะสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักบินอวกาศคนแรกจากฮ่องกงที่ได้เข้าร่วมภารกิจอวกาศของจีน

ส่วนสมาชิกลูกเรือคนอื่น ๆ ประกอบด้วย จู หยางจู (Zhu Yangzhu) ผู้บัญชาการภารกิจ และ จาง หยวนจื้อ (Zhang Yuanzhi) นักบิน ซึ่งทั้งสองมาจากหน่วยนักบินอวกาศของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน

หนึ่งในนักบินอวกาศทั้งสามคนมีกำหนดจะพำนักอยู่บนสถานีอวกาศเทียนกง (Tiangong) เป็นเวลาหนึ่งปี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภารกิจอวกาศที่ยาวนานที่สุดเท่าที่เคยมีมา แต่ยังคงสั้นกว่าสถิติ 14 เดือนครึ่งที่นักบินอวกาศชาวรัสเซียเคยทำไว้ในปี 2538 โดย CMSA จะตัดสินใจในภายหลังว่าจะนักบินอวกาศคนใดจะได้อยู่ต่อ โดยขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของภารกิจ

ทั้งนี้ จีนส่งนักบินอวกาศไปยังสถานีอวกาศของตัวเองมาแล้วเกือบสิบครั้ง แต่การปล่อยยานครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันสู่ดวงจันทร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นกับสหรัฐฯ ซึ่งทางสหรัฐฯ ออกมาอ้างว่า จีนมีแผนการยึดครองพื้นที่และขุดเจาะทรัพยากรบนดวงจันทร์ แต่ทางปักกิ่งได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างรุนแรง

องค์การนาซา (NASA) กำลังพยายามบรรลุเป้าหมายในการส่งมนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์ให้ได้ภายในปี 2571 ซึ่งเร็วกว่าจีนสองปี โดยสหรัฐฯ มีเป้าหมายที่จะสร้างการคงอยู่บนดวงจันทร์ในระยะยาว เพื่อใช้เป็นรากฐานสำคัญไปสู่การส่งมนุษย์ไปสำรวจดาวอังคารในอนาคต

จีนเหลือเวลาอีกไม่ถึง 4 ปีในการบรรลุเส้นตายปี 2573 ส่งผลให้จีนต้องเผชิญกับภารกิจที่ยากลำบากในการพัฒนาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ใหม่ทั้งหมดที่เฉพาะเจาะจงสำหรับภารกิจดวงจันทร์ พร้อมทั้งต้องพิสูจน์ว่าระบบเหล่านั้นพร้อมใช้งานจริง สิ่งนี้จะช่วยรับประกันได้ว่านักบินอวกาศของจีน ซึ่งคุ้นเคยกับความปลอดภัยในระดับหนึ่งบนสถานีอวกาศเทียนกงในวงโคจรต่ำของโลก จะสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่พื้นผิวดวงจันทร์ที่มีความเสี่ยงสูงกว่าได้อย่างปลอดภัย

ภารกิจเสินโจว (Shenzhou) ของจีนได้ส่งนักบินอวกาศกลุ่มละ 3 คนไปพำนักบนสถานีอวกาศเป็นเวลา 6 เดือนมาตั้งแต่ปี 2564 นอกจากนี้ องค์การอวกาศของจีนกำลังฝึกอบรมนักบินอวกาศชาวปากีสถาน 2 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นอาจจะได้เข้าร่วมภารกิจระยะสั้นบนสถานีอวกาศเทียนกงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในปีนี้ด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

หนุ่มดำน้ำยิงปลา ถูกฉลามขย้ำดับที่เกรตแบริเออร์รีฟ

หนุ่มดำน้ำยิงปลา ถูกฉลามขย้ำดับที่เกรตแบริเออร์รีฟ

25 พ.ค. 2569 01:14 น.

หนุ่มดำน้ำยิงปลา ถูกฉลามขย้ำดับที่เกรตแบริเออร์รีฟ

ชายวัย 39 ปี ถูกฉลามจู่โจมจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะดำน้ำยิงปลาใกล้กับเกรตแบริเออร์รีฟ ของออสเตรเลีย เจ้าหน้าที่พยายามพาเขาส่งโรงพยาบาลแต่ไม่ทันกาล

เมื่อ 24 พ.ค. 2569 ตำรวจออสเตรเลียเปิดเผยว่า ชายวัย 39 ปีรายหนึ่งเสียชีวิตหลังจากถูกฉลามโจมตีที่บริเวณแนวปะการัง “เกรตแบริเออร์รีฟ” เมื่อช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น นับเป็นเหตุฉลามโจมตีจนมีผู้เสียชีวิตเป็นรายที่ 2 ของออสเตรเลียในเดือนนี้

จุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากเมืองแคร์นส์ (Cairns) ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมไปทางใต้ประมาณ 160 กิโลเมตร โดยชายคนดังกล่าวซึ่งตำรวจไม่ได้ระบุชื่อ อาศัยอยู่ที่เมืองนี้

โฆษกสำนักงานตำรวจรัฐควีนส์แลนด์เปิดเผยว่า ผู้บาดเจ็บถูกเร่งนำตัวส่งขึ้นฝั่งหลังจากถูกฉลามกัดใกล้กับเคนเนดี โชล (Kennedy Shoal) ซึ่งเป็นแนวปะการังน้ำตื้นที่อยู่ห่างจากชายฝั่งของรัฐควีนส์แลนด์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของออสเตรเลีย ออกไปประมาณ 45 กิโลเมตร

ในเวลาต่อมา ทางการระบุว่าเหยื่อเสียชีวิตจากบาดแผลฉกรรจ์ที่บริเวณศีรษะ หลังจากที่เขาถูกโจมตีในขณะที่กำลังดำน้ำยิงปลา (Spearfishing)

“เขาได้รับการช่วยเหลือขึ้นมาจากน้ำโดยบุคคลอีกคนหนึ่งซึ่งอยู่ในน้ำกับเขาด้วยในตอนที่เกิดเหตุโจมตี” อีเลน เบิร์นส์ สารวัตรตำรวจรัฐควีนส์แลนด์ กล่าวในการแถลงข่าว “นั่นเป็นสิ่งเสี่ยงอันตรายและน่าสยดสยองมากที่ต้องเห็นมันเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา”

ขณะนี้ ตำรวจกำลังให้การดูแลและสภาพจิตใจแก่ชายอีก 3 คนที่อยู่ในเหตุการณ์ และเป็นผู้โทรศัพท์แจ้งหน่วยยามฝั่งเพื่อขอความช่วยเหลือจากเรือส่วนตัว จากนั้นจึงเดินทางนานกว่าหนึ่งชั่วโมงเพื่อพาเพื่อนที่ได้รับบาดเจ็บกลับเข้าฝั่ง

หน่วยบริการฉุกเฉินของรัฐควีนส์แลนด์ระบุว่า ชายที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสมาถึงท่าเทียบเรือที่ฮัลล์ ริเวอร์ เฮดส์ ในเวลา 13.00 น. ซึ่งมีเจ้าหน้าที่กู้ชีพรอสแตนด์บายอยู่ก่อนแล้ว แต่สุดท้ายผู้บาดเจ็บก็เสียชีวิตที่จุดจอดเรือดังกล่าว

“นี่เป็นเหตุการณ์ที่น่าสลดใจสำหรับทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง” เบิร์นส์กล่าว พร้อมกับเตือนประชาชนให้ “ยังคงสนุกสนานกับแนวชายฝั่งที่สวยงามของเราต่อไป แต่ต้องคอยระมัดระวังสิ่งรอบตัวอยู่เสมอ”

ด้านนาย เจอราร์ด ไพก์ จากบริษัท ฮุกต์ อัป ฟิชชิง (Hooked Up Fishing) หนึ่งในผู้เห็นเหตุการณ์กล่าวว่า ในตอนเกิดเหตุเรือของเขาอยู่ห่างจากเคนเนดี โชล ราว 6 ไมล์ และเขาได้เห็นฉลามหัวบาตร (Bull shark) จำนวนมากที่มีพฤติกรรม “ดุร้ายและคาดเดาไม่ได้” ในบริเวณนั้น

“พวกเรากำลังตกปลาอินทรีจุด และมีปลาตัวหนึ่งถูกฝูงฉลามประมาณ 6 ตัวรุมกิน ห่างจากกราบเรือไปแค่ 4 เมตรเท่านั้น” เขาบอกกับสำนักข่าว AFP “พวกเราไม่คิดจะเอาแม้แต่ปลายนิ้วเท้าจุ่มลงน้ำเลย”

ไพก์บอกอีกว่า จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงวิทยุสื่อสารบนเรือของเขาแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากหน่วยบริการฉุกเฉินเกี่ยวกับอุบัติการณ์ที่เกิดขึ้น

อนึ่ง เหตุการณ์ล่าสุดนับเป็นครั้งที่ 3 ที่ฉลามทำร้ายคนจนเสียชีวิตในออสเตรเลียในปีนี้ และเกิดขึ้นเพียง 1 สัปดาห์ นับจากเหตุการณ์ที่ชายคนหนึ่งถูกฉลามทำร้ายจนเสียชีวิตขณะกำลังดำน้ำยิงปลาในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ระเบิดโจมตีรถไฟขนทหารปากีสถาน ดับแล้ว 24 ศพ เจ็บนับสิบราย

ระเบิดโจมตีรถไฟขนทหารปากีสถาน ดับแล้ว 24 ศพ เจ็บนับสิบราย

24 พ.ค. 2569 23:49 น.

ระเบิดโจมตีรถไฟขนทหารปากีสถาน ดับแล้ว 24 ศพ เจ็บนับสิบราย

เกิดเหตุระเบิดคาร์บอมบ์โจมตีขบวนรถไฟในปากีสถานซึ่งกำลังขนส่งเจ้าหน้าที่ของกองทัพ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 24 ศพ บาดเจ็บอีกหลายสิบราย โดยกลุ่มติดอาวุธท้องถิ่นอ้างว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

เมื่อ 24 พ.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ระดับสูงรายหนึ่งของปากีสถานเปิดเผยว่า เหตุระเบิดคาร์บอมบ์ที่มุ่งเป้าโจมตีรถไฟบรรทุกกำลังพลทหาร ที่เมืองเกตตา (Quetta) เมืองเอกของจังหวัดบาลูจิสถาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 24 ศพ โดยมีเจ้าหน้าที่กองทัพรวมอยู่ด้วย และบาดเจ็บอีกมากกว่า 50 ราย

ภาพจากที่เกิดเหตุเผยให้เห็นตู้รถไฟที่พังยับเยินพลิกคว่ำตะแคงอยู่ ขณะที่ผู้คนพยายามปีนป่ายซากปรักหักพังเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต นอกจากนี้ยังเห็นผู้คนช่วยกันหามผู้ประสบภัยที่ชุ่มไปด้วยเลือดขึ้นเปลพยาบาลออกจากตู้รถไฟที่ตกราง โดยมีกองกำลังความมั่นคงติดอาวุธยืนอารักขาความปลอดภัยอยู่โดยรอบ

เจ้าหน้าที่แจ้งกับ AFP ว่า รถไฟขบวนนี้กำลังพาบุคลากรของกองทัพและสมาชิกในครอบครัวของพวกเขา เดินทางจากเมืองเกตตา มุ่งหน้าไปยังเมืองเปศวาร์ (Peshawar) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน

“รถไฟกำลังเคลื่อนผ่านสัญญาณไฟที่ย่าน ชามัน ปัตตัก (Chaman Pattak) ในเมืองเกตตา ก่อนที่รถยนต์คาร์บอมบ์จะพุ่งเข้าชนตู้รถไฟตู้หนึ่ง ส่งผลให้เกิดระเบิดรุนแรง” เจ้าหน้าที่กล่าว โดยแรงระเบิดทำให้กระจกหน้าต่างแตกกระจายและยานพาหนะที่อยู่ใกล้เคียงได้รับความเสียหายยับเยิน

เจ้าหน้าที่อีกรายหนึ่งให้ข้อมูลกับ AFP ว่า กำลังพลของกองทัพกลุ่มนี้กำลังเดินทางเพื่อไปเฉลิมฉลองเทศกาลอีฎิ้ลฟิตริ หรือ วันอีด (Eid) ซึ่งมีกำหนดจะเริ่มต้นขึ้นในวันอังคารนี้

ด้านกองทัพปลดแอกบาลูจิสถาน (Baloch Liberation Army) ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธแบ่งแยกดินแดน ออกแถลงการณ์อ้างว่า พวกเขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีในครั้งนี้ และระบุว่านี่เป็นเหตุระเบิดพลีชีพ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

รัสเซียใช้ขีปนาวุธเหนือเสียง ถล่มเมืองหลวงยูเครนดับแล้ว 4 ศพ

รัสเซียใช้ขีปนาวุธเหนือเสียง ถล่มเมืองหลวงยูเครนดับแล้ว 4 ศพ

24 พ.ค. 2569 22:51 น.

รัสเซียใช้ขีปนาวุธเหนือเสียง ถล่มเมืองหลวงยูเครนดับแล้ว 4 ศพ

รัสเซียใช้ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงในการโจมตีกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครนเมื่อช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ศพ และบาดเจ็บนับร้อย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัสเซียเปิดฉากโจมตีกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครนระลอกใหญ่เมื่อช่วงข้ามคืนเข้าสู่วันอาทิตย์ที่ 24 พ.ค. 2569 โดยใช้อาวุธหลายอย่างทั้งโดรนและมิสไซล์ รวมถึงขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง (ไฮเปอร์โซนิก) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ศพ และบาดเจ็บอีกกว่า 100 รายในพื้นที่ต่างๆ

ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงดังกล่าวคือ จรวด “โอเรชนิก” (Oreshnik) ซึ่งสหรัฐฯ จัดว่าเป็นขีปนาวุธพิสัยกลาง โดยมันสามารถติดตั้งได้ทั้งหัวรบธรรมดาและหัวรบนิวเคลียร์ ความเร็วและวิถีการบินของมันทำให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ยูเครนมีอยู่เกือบจะไม่สามารถสกัดกั้นได้ และนี่ถือเป็นเพียงครั้งที่ 3 เท่านั้นที่รัสเซียนำขีปนาวุธรุ่นนี้มาใช้งาน

ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี กล่าวว่าขีปนาวุธดังกล่าวตกลงใกล้กับเมืองบีลา เซอร์กวา (Bila Tserkva) ทางตอนกลางของยูเครน พร้อมเสริมว่า “พวกเขาสติฟั่นเฟือนไปแล้วจริง ๆ มันเป็นเรื่องสำคัญมากที่รัสเซียจะต้องไม่ลอยนวลโดยไม่ถูกลงโทษจากการกระทำนี้”

ด้านอันดรีย์ ซิบิฮา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของยูเครน ระบุว่าขีปนาวุธที่ถูกยิงมานั้นบรรจุหัวรบจำลอง

“มีรายงานว่ามอสโกใช้ขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยกลางโอเรชนิก ซึ่งเป็นระบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อบรรจุหัวรบนิวเคลียร์ นี่คือกลยุทธ์สร้างความหวาดกลัวทางการเมือง และเป็นนโยบายการข่มขู่ทางนิวเคลียร์ที่ไร้ความรับผิดชอบ” คายา คัลลาส หัวหน้านโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรประบุในโพสต์บนแพลตฟอร์ม X

ขณะที่ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศสออกมาประณามการโจมตีข้ามคืนของรัสเซีย โดยระบุในโพสต์บน X ว่าการใช้โอเรชนิกแสดงถึง “การยกระดับความรุนแรง” ใน “สงครามรุกรานของรัสเซีย”

ส่วนนายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ซ แห่งเยอรมนี กล่าวว่าการที่รัสเซียใช้โอเรชนิกถือเป็นการ “ยกระดับความรุนแรงที่บ้าบิ่น” และได้ย้ำถึงคำมั่นสัญญาของเยอรมนีที่จะ “ยืนหยัดเคียงข้างยูเครนอย่างมั่นคง”

กองทัพอากาศยูเครนระบุว่า โดยรวมแล้วรัสเซียส่งโดรน 600 ลำ และยิงขีปนาวุธ 90 ลูก เข้าใส่ยูเครนตลอดทั้งคืน โดยระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถยิงสกัดอาวุธเหล่านั้นตกไปได้ 604 รายการ ซึ่งนายซิบิฮาอธิบายว่านี่คือ “หนึ่งในการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุด” ที่กระทำต่อเมืองหลวงของยูเครน

“น่าเสียดายที่ขีปนาวุธทิ้งตัวไม่ได้ถูกยิงตกทั้งหมด กรุงเคียฟได้รับผลกระทบจากการโจมตีมากที่สุด และกรุงเคียฟนี่เองที่เป็นเป้าหมายหลักของการโจมตีโดยรัสเซียในครั้งนี้” เซเลนสกีกล่าว

ทั้งนี้ การโจมตีระลอกล่าสุดของรัสเซียเกิดขึ้นหลังจาก วลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวหาว่ายูเครนโจมตีหอพักนักศึกษาในแคว้นลูฮานสค์ ทางตะวันออกของยูเครนซึ่งถูกรัสเซียยึดครอง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายสิบราย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์ลั่น สหรัฐฯ จะไม่เร่งรีบในการทำข้อตกลงกับอิหร่าน

ทรัมป์ลั่น สหรัฐฯ จะไม่เร่งรีบในการทำข้อตกลงกับอิหร่าน

24 พ.ค. 2569 21:45 น.

ทรัมป์ลั่น สหรัฐฯ จะไม่เร่งรีบในการทำข้อตกลงกับอิหร่าน

โดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่า สหรัฐฯ จะไม่เร่งรีบในการทำข้อตกลงกับอิหร่าน เนื่องจากเวลาอยู่ข้างสหรัฐฯ และระบุด้วยว่า ความสัมพันธ์กับอิหร่านกำลังพัฒนาขึ้น

เมื่อ 24 พ.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐอเมริกาจะไม่ “เร่งรีบ” ในการทำข้อตกลงกับอิหร่าน พร้อมเสริมว่าปฏิบัติการของอเมริกาในการปิดล้อมท่าเรือต่างๆ ของอิหร่าน จะยังคงมี “ผลบังคับใช้อย่างเต็มที่” ต่อไปจนกว่าจะบรรลุข้อตกลง

“การเจรจากำลังดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบและสร้างสรรค์ และผมได้แจ้งให้ผู้แทนของผมทราบแล้วว่าไม่ต้องเร่งรีบทำข้อตกลง เนื่องจากเวลาอยู่ข้างเรา” ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social เมื่อเช้าวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น “ทั้งสองฝ่ายต้องใช้เวลาและทำมันให้ถูกต้อง จะต้องไม่มีความผิดพลาดเกิดขึ้น! ความสัมพันธ์ของเรากับอิหร่านกำลังมีความเป็นมืออาชีพและเกิดผลลัพธ์ที่ดีมากขึ้น”

ทรัมป์ย้ำอีกครั้งว่า อิหร่านต้องเข้าใจว่า “พวกเขาไม่สามารถพัฒนาหรือจัดหาอาวุธนิวเคลียร์หรือระเบิดนิวเคลียร์ได้”

ข้อความล่าสุดของนายทรัมป์เกิดขึ้นหนึ่งวันหลังจากเขากล่าวว่า ข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านนั้น “เจรจาเสร็จสิ้นเป็นส่วนใหญ่แล้ว” และช่องแคบฮอร์มุซจะถูกเปิดใหม่อีกครั้ง ซึ่งเป็นสัญญาณของแนวโน้มที่ดีในการยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือน

ทรัมป์เสริมด้วยว่า รายละเอียดขั้นสุดท้ายยังคงอยู่ในขั้นตอนการจัดเตรียม แต่จะมีการประกาศให้ทราบ “ในไม่ช้า”

ขณะที่ฝ่ายอิหร่านก็ออกมาบอกเช่นกันว่า การเจรจามีความคืบหน้า แต่ย้ำว่านั่นไม่ได้หมายความว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงในเร็วๆ นี้ พวกเขายังปฏิเสธคำพูดของนายทรัมป์เรื่องการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่า เส้นทางเดินเรือสำคัญดังกล่าวจะอยู่ในการควบคุมของอิหร่านต่อไป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อภิสิทธิ์ เปิดแพล็ตฟอร์ม ส่องรัฐ ใช้ AI จับทุจริตโครงการรัฐ

อภิสิทธิ์ เปิดแพล็ตฟอร์ม ส่องรัฐ ใช้ AI จับทุจริตโครงการรัฐ

อภิสิทธิ์ เปิดแพล็ตฟอร์ม ส่องรัฐ ใช้ AI จับทุจริตโครงการรัฐ

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.50 น.

“อภิสิทธิ์” เปิดแพล็ตฟอร์ม “ส่องรัฐ” นำร่องใช้ AI จับทุจริตโครงการ AI รัฐ พบกว่า 1,200 โครงการ งบทะลุ 4,200 ล้านมี 3 เอกชนเกี่ยวข้อง – เตรียมสอบเข้มกระทรวง ดีอี-อว.-ศธ. – ขู่หากมีข้อมูลลึกใช้ประกอบซักฟอกอนาคตได้ 

25 พ.ค.2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคฯ เปิดตัวแพล็ตฟอร์ม “ส่องรัฐ” ซึ่งเป็นแพล็ตฟอร์มในการใช้ AI ในการจับตา และตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ ตามนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ในโอกาสการครบรอบ 80 ปีของพรรคฯ และตามการรณรงค์หาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ในการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐในรูปแบบที่ใช้งานได้ง่าย เพื่อให้การบริการประชาชนของภาครัฐดีขึ้น เพิ่มมาตรฐานความโปร่งใส โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมและตรวจสอบ รวมถึงเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ 

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายอภิสิทธิ์ เผิดเผยว่า ในวันนี้ (25 พ.ค.) พรรคประชาธิปัตย์ มีความพร้อมในการใช้แพล็ตฟอร์ม “ส่องรัฐ” ซึ่งเบื้องต้น ยังใช้เป็นการภายในของพรรคประชาธิปัตย์ในการติดตามตรวจสอบ การจัดซื้อ จัดจ้างของภาครัฐ ซึ่งภายในแพล็ตฟอร์ม จะมีการรวบรวมข้อมูลกลุ่มโครงการของรัฐ เพื่อนำมาวิเคราะห์ โดยใช้ปัญหาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งกลุ่มงานแรกที่พรรคประชาธิปัตย์ ตรวจสอบ จะเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับโครงการ AI ของภาครัฐ ซึ่งมี 1,276 โครงการ รวมงบประมาณ 4,271 ล้านบาท ซึ่งหลายโครงการไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ พรรคฯ จึงกังวลว่า จะมีการทุจริต และภาครัฐไม่ได้มียุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่ชัดเจน แต่หน่วยงานรัฐกลับอ้างโครงการ AI เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล ทั้งที่ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลนั้น ๆ ได้อยู่แล้ว 

นายอภิสิทธิ์ ยังระบุว่า เมื่อมีการตรวจสอบ TOR และรายละเอียดโครงการต่าง ๆ ยังพบว่า สุ่มเสี่ยงการทุจริต แลัได้โครงการที่ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน OECD กำหนด ซึ่งรัฐบาลเองก็มีนโยบายในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ให้ได้ภายใน 2 ปีนี้ พร้อมยังเปิดเผยอีกว่า ในงบประมาณกว่า 4,200 ล้านบาท มีความเกี่ยวข้อง 3 บริษัทเอกชน ที่มีส่วนกับการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งหลังจากนี้ จะมีการตรวจสอบในรายละเอียดของเอกชนที่เกี่ยวข้องว่า มีส่วนเชื่อมโยง หรือเกี่ยวข้องกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดหรือไม่ หรือเอกชนนั้น มีการบริจาคเงินให้กับพรรคการเมืองใดหรือไม่ พร้อมยกตัวอย่างโครงการยกระดับทักษะด้าน AI ของคนไทย หรือ AI Passport ที่มีความเสี่ยงการทุจริตสูง และพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะฝ่ายค้านจะใช้เครื่องมือเหล่านี้ในการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างโครงการที่เกี่ยวข้องกับ AI และโครงการอื่น ๆ ต่อไป ทั้งของกระทรวงอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งขณะนี้ กำลังไล่พิจารณาหลายโครงการ ที่มีรูปแบบการจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจง โดยเฉพาะที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และที่กระทรวงศึกษาธิการ ที่เริ่มมีปัญหา และรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง มีการชะลอโครงการ ซึ่งพรรคฯ กำลังติดตามว่า เหตุใดจึงมีการปรับรูปแบบการจัดซื้อจัดจ้างใหม่ 

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายอภิสิทธิ์ ยังเชิญชวนประชาชนที่มีเบาะแสเกี่ยวกับความปกติ หรือความไม่ชอบมาพากลในโครงการต่าง ๆ ขอให้แจ้งมายังพรรคฯ เพื่อพรรคฯ จะได้ใช้แพล็ตฟอร์มนี้ในการตรวจสอบ และเมื่อระบบมีความเสถียรแล้ว ก็จะมีการเปิดใช้ให้ประชาชนเข้าถึงต่อไป พร้อมสื่อสารไปยังรัฐบาล ที่เพิ่งมีการประชุมร่วมกับภาคเอกชน และนายกรัฐมนตรี อยากให้มีการป้องกันการทุจริตด้วยการนำ AI มาใช้ในการตรวจสอบว่า รัฐบาลไม่ต้องมีโครงการแพง ๆ เพราะพรรคฯ ได้ใช้แพล็ตฟอร์มนี้แล้ว จึงขอให้ภาครัฐ ได้เปิดเผยข้อมูลแทน เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมกันตรวจสอบ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน OECD ทำให้รัฐมีความโปร่งใสด้วย 

นายอภิสิทธิ์ ยังระบุอีกว่า ในการตรวจสอบ หากพบว่า มีข้อมูลการทุจริตที่ร้ายแรงพอ ก็จะนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ แต่เบื้องต้นยังสามารถใช้กลไกฝ่ายนิติบัญญัติในการตรวจสอบได้ เช่น กลไกกรรมาธิการ การตั้งกระทู้ถาม หรือการเสนอญัตติ 

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายอภิสิทธิ์ ยังเปิดเผยอีกว่า ในสัปดาห์นี้ พรรคประชาธิปัตย์ จะเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารที่เป็นข้อมูลข่าวสารของราชการ ซึ่งหากประสบความสำเร็จ ข้อมูลต่าง ๆ ก็จะอยู่ในรูปแบบดิจิทัล ประชาชนเข้าถึงได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งในกรณีที่ภาครัฐไม่เปิดเผยข้อมูล ประชาชนสามารถเรียกร้อง หรือคัดค้านการไม่เปิดเผยข้อมูลได้ หรือการยื่นอุทธณ์ โดยจะต้องมีข้อสรุปภายใน 60 วัน 

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

กรวีร์ ซัดกลับ เท้ง สร้างวาทกรรม กล่าวหาภูมิใจไทย เป็นเอเจนท์สีน้ำเงินกินรวบประเทศ

กรวีร์ ซัดกลับ เท้ง สร้างวาทกรรม กล่าวหาภูมิใจไทย เป็นเอเจนท์สีน้ำเงินกินรวบประเทศ

กรวีร์ ซัดกลับ เท้ง สร้างวาทกรรม กล่าวหาภูมิใจไทย เป็นเอเจนท์สีน้ำเงินกินรวบประเทศ

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.47 น.

‘กรวีร์’ ซัดกลับ ’เท้ง‘ สร้างวาทกรรม กล่าวหา ’ภูมิใจไทย‘ เป็น ’เอเจนท์‘ ระบอบ ’สีน้ำเงิน‘ กินรวบประเทศ ยันทุกสีอยู่ใต้กติกาเดียวกัน เหน็บบางพรรคเคยชนะเลือกตั้งอันดับ 1 ก็ไม่มีใครกล่าวหา มั่นใจ ทำงานร่วมกันได้ ไร้ปัญหา

25 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ระบุว่าขณะนี้ประเทศถูกกินรวบโดยระบอบสีน้ำเงินโดยพรรคภูมิใจไทยก็เป็นเอเจนต์ในระบอบดังกล่าวว่า หากบอกว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นเอเจนต์ของระบอบสีน้ำเงิน ก็เกินเลยไป ส่วนตัวมองว่าเราอยู่บนกติกาเดียวกัน รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน และที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้พรรคภูมิใจไทยก็ไม่ใช่เป็นผู้เขียน เราอยู่ในสภาพเดียวกันกับสีส้ม สีแดง และสีเขียว ดังนั้น การที่จะมาพูดว่าสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน กลายเป็นพรรคภูมิใจไทยสีน้ำเงินกินรวบ เรื่องนี้ไม่ถูกต้อง ตนอยากจะบอกว่าอย่าไปสร้างวาทกรรมทางการเมืองแบบนี้ 

นายกรวีร์ กล่าวว่า ในสมัยที่พรรคบางพรรคชนะการเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ตนยังไม่เห็นมีใครบอกว่ากินรวบเป็นสีนั้นหรือสีนี้  ดังนั้น การไปสร้างวาทกรรมทางการเมืองแบบนี้ เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง และยืนยันว่าไม่ได้เป็นเรื่องการกินรวบแต่อย่างใด หากมองว่าพรรคภูมิใจไทยได้เสียงข้างมากเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พวกเราก็อยู่ภายใต้กฎกติกาผ่านการเลือกตั้งมาเหมือนกันเหมือนกับพรรคอื่นๆ 

เมื่อถามว่า เป็นการโหมโรงสร้างความขัดแย้งในอนาคตหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ก็ต้องอดทน เป็นเรื่องธรรมดา หากทำงานการเมือง เอาผลประโยชน์ของประชาชนและบ้านเมืองเป็นตัวตั้ง ลดเรื่องวาทกรรมทางการเมือง ประชาชนจะได้ประโยชน์มากกว่านี้ 

เมื่อถามว่า การทำงานร่วมกันในสภาฯ หลังจากนี้จะยากขึ้นหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา ทำงานร่วมกันได้อยู่แล้ว ที่ผ่านมาก็ทำงานร่วมกันได้ดีตั้งแต่เปิดสมัยประชุมสภาฯ ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ซึ่งตนก็ต้องขอบคุณพรรคฝ่ายค้านด้วย การประสานงานระหว่างสองฝ่ายก็ได้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี ถอยคนละนิดคนละหน่อยเพื่อให้งานภาพรวมเดินหน้าต่อไปได้ มั่นใจการทำงานร่วมกันไม่มีปัญหา.

อยากเห็นสภาฯ สง่างาม! กรวีร์ โยนแต่ละพรรคหาข้อสรุปก่อนเคาะลงมติ ส่งตัว ชนนพัฒฐ์ ให้ ดีเอสไอ

อยากเห็นสภาฯ สง่างาม! กรวีร์ โยนแต่ละพรรคหาข้อสรุปก่อนเคาะลงมติ ส่งตัว ชนนพัฒฐ์ ให้ ดีเอสไอ

อยากเห็นสภาฯ สง่างาม! กรวีร์ โยนแต่ละพรรคหาข้อสรุปก่อนเคาะลงมติ ส่งตัว ชนนพัฒฐ์ ให้ ดีเอสไอ

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.45 น.

กรวีร์ โยนแต่ละพรรคหาข้อสรุปก่อนเคาะลงมติ ส่งตัว ชนนพัฒฐ์ ให้ ดีเอสไอ สอบคดี พนันออนไลน์-อาชญากรข้ามชาติ หรือไม่ ชี้อยากเห็นสภาฯ ทำหน้าที่สง่างาม ตอบคำถามประชาชนได้ 

เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ในวันที่ 28 พ.ค.นี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะขอตัว นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ไปสอบสวนในคดีพนันออนไลน์ และอาชญากรข้ามชาติ ว่า ประเด็นนี้น่าจะมีการพูดคุยกันในที่ประชุมวิปรัฐบาล แต่ส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้จะต้องให้แต่ละพรรคการเมืองไปพูดคุยกันก่อน เพื่อหามติพรรคว่าเป็นอย่างไร จากนั้นค่อยกลับมาพูดคุยกันในวิปร่วมรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง 

นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า โดยในส่วนพรรคภูมิใจไทยจะมีการหยิบยกประเด็นดังกล่าวมาพูดคุยในที่ประชุมสส.ประจำสัปดาห์วันพรุ่งนี้ เพื่อนำมาพิจารณาและประกอบการตัดสินใจในการลงมติ ซึ่งในหลักการของสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญได้เขียนไว้เพื่อป้องกันการกลั่นแกล้ง ระหว่างที่มีสมัยประชุมสภาฯ จะได้ไม่มีหน่วยงานใดใช้อำนาจเรียก หรือกลั่นแกล้งเพื่อนสมาชิกในระหว่างที่มีการเปิดสมัยประชุมเพื่อพิจารณากฎหมายต่างๆ 

นายกรวีร์ กล่าวด้วยว่า แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องไปดูในแนวทางปฏิบัติ และเหตุผลจำเป็น รวมไปถึงสอบถาม นายชนนพัฒฐ์ เองว่าอยากให้สภาฯส่งตัวเพื่อไปสู้คดีหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่มีการพูดคุยกันทั้งระหว่างพรรคการเมืองและนายชนนพัฒฐ์ จึงคิดว่าในวันพรุ่งนี้ที่ส่วนใหญ่จะมีการประชุมพรรคการเมืองกัน น่าจะได้หารือกับเพื่อนสมาชิกก่อนในเรื่องนี้ 

เมื่อถามว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นเรื่องส่วนตัวในฐานะประธานวิปรัฐบาลมองอย่างไร นายกรวีร์ กล่าวว่า การลงมติในครั้งนี้ถือมีความสำคัญ เนื่องจากจะเป็นบรรทัดฐานให้กับสภาต่อไป ซึ่งส่วนตัวเข้าใจถึงเหตุผลของการที่มีกฎหมายกำหนดเอาไว้ เพื่อที่จะคุ้มครองเอกสิทธิ์ของสส. แต่อย่างไรก็ตามต้องดูเหตุผลและความจำเป็นด้วย เพราะถ้าเรื่องนี้เข้ามาและมีเจตจำนงทางการเมือง ที่เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง สส. ทั้งสภาคงตัดสินใจได้ไม่ยาก แต่ด้วยเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวและเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ ฉะนั้นคงต้องมีการพูดคุยกันระหว่างพรรคการเมืองด้วย ทั้งนี้ ตนในฐานะสส. อยากจะเห็นการทำหน้าที่ของสภา ให้มีความสง่างามและสามารถตอบคำถามของประชาชนได้