วช. ส่งเสริม ม.เกษตร โชว์โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากกล้วยไม้สกุลหวาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/730063

วช. ส่งเสริม ม.เกษตร โชว์โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากกล้วยไม้สกุลหวาย

วช. ส่งเสริม ม.เกษตร โชว์โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากกล้วยไม้สกุลหวาย

วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 11.48 น.

วช. ส่งเสริม ม.เกษตร โชว์โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากกล้วยไม้สกุลหวาย ทางเลือกใหม่ช่วยคนไทยหายจากโรค   

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โชว์ผลงานวิจัยของคนไทย โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากกล้วยไม้สกุลหวาย มิติใหม่แห่งวงการแพทย์เพื่อใช้รักษาโรคหลายชนิด ช่วยรักษาอาการปวดท้อง ลดไข้ รักษาอาการบวม ของ ดร.อุดมลักษณ์ สุขอัตตะ แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นับเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับกล้วยไม้ พร้อมต่อยอดสู่การผลิตสารมูลค่าสูงจากกล้วยไม้สกุลหวาย เพื่อขึ้นทะเบียนอาหารใหม่ใช้เป็นส่วนผสมในอาหารเชิงหน้าที่ต่อไป

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวง อว. เป็นองค์กรสำคัญของรัฐในการขับเคลื่อนสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและสังคม เสริมสร้างคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม วช. มีความยินดีเป็นอย่างมากที่ได้เข้ามาสนับสนุนโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากกล้วยไม้สกุลหวาย ของ ดร.อุดมลักษณ์ สุขอัตตะ แห่งสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพราะเป็นโครงการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ด้วยการนำประโยชน์ที่ได้จากกล้วยไม้มาพัฒนากลายเป็นสมุนไพร เพื่อใช้ในวงการทางการแพทย์ที่มีคุณสมบัติช่วยรักษาโรคได้หลายชนิด นับว่าเป็นโครงการที่เข้ามาช่วยส่งเสริมภาคบริการประชาชนให้สามารถมียาและสมุนไพรดี ๆ ในการดูแลตนเอง

ดร.อุดมลักษณ์ สุขอัตตะ แห่งสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หัวหน้าทีมวิจัย กล่าวว่า โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากกล้วยไม้สกุลหวาย เป็นโครงการวิจัยที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือกับคณาจารย์หลาย ๆ ท่าน ได้แก่ ดร.ประภัสสร รักถาวร, ดร.ธนภูมิ มณีบุญ จากสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, รศ.ดร.กรวินท์วิชญ์ บุญพิสุทธินันท์ จากวิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และ ดร.จิตราพรรณ เทียมปโยธร จากภาควิชาพืชสวนคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปัจจุบันพบว่า กล้วยไม้สกุลหวาย (Dendrobium) เป็นกล้วยไม้สกุลใหญ่ที่สุด มีการแพร่กระจายพันธุ์ออกไปในบริเวณกว้างทั้งในทวีปเอเชียและหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก การใช้กล้วยไม้ชนิดนี้เป็นสมุนไพรทางการแพทย์มีมานานกว่า 3,000 ปี ในประเทศจีนและญี่ปุ่น ที่นิยมบริโภคเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและเพื่อสุขภาพที่ดี มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ลดไข้ และแก้ปวด รักษาอาการบวม รักษาภาวะน้ำตาลในเลือดสูง รักษาโรคเบาหวาน บรรเทาอาการปวดข้อจากโรครูมาตอยด์ ตลอดจนอาการปวดประจำเดือน  เป็นต้น 

จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่า กล้วยไม้สกุลหวาย มีสารที่เป็นประโยชน์และมีศักยภาพสูงทั้งในเชิงสุขภาพและเชิงพาณิชย์  ดังนั้น การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากส่วนต่าง ๆ ของกล้วยไม้จึงเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับกล้วยไม้ นอกเหนือจากการปลูกเพื่อขายต้นและตัดดอก ประกอบกับเป็นการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพของกล้วยไม้ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ และมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงสุดอีกด้วย ดังนั้น ที่ผ่านมาจึงได้มีการพัฒนาออกมาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากกล้วยไม้สกุลหวาย โดยศึกษาสภาวะการสกัดที่เหมาะสมในการสกัดสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากกล้วยไม้สกุลหวาย 3 สายพันธุ์ ได้แก่ เอื้องคำ เอื้องดอกมะเขือ และเอื้องดอกมะลิ  ลักษณะผงสารสกัดกล้วยไม้สกุลหวายหลังจากผ่านกระบวนการสกัดและการทำแห้งแบบเยือกแข็ง พบว่ามีองค์ประกอบของสาร dendro phenol สาร dendrobine และกลุ่มสารฟีนอลิก มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ α-Glucosidase และ α-Amylase มีฤทธิ์ในการยับยั้งอนุมูลอิสระ DPPH, ABTS, Nitric oxide และ Superoxide ได้ดี 
     
นอกจากนี้ ยังมีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งตับ  (Hep G-2 Cells), เซลล์มะเร็งปากมดลูก (Hela Cells), เซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก (Du-145 Cells), เซลล์มะเร็งเต้านม (MCF-7 Cells) และพบว่าไม่มีความเป็นพิษต่อเซลล์ (Liver cell)  อย่างไรก็ดี เมื่อนำสารสกัดจากกล้วยไม้สกุลหวายที่ได้ไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดแคปซูล และชาเพื่อสุขภาพด้านการลดน้ำตาลในเลือดจากกล้วยไม้สกุลหวาย พบว่าผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการพัฒนามีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ α-Glucosidase และต้านอนุมูลอิสระ DPPH, Nitric oxide และ Superoxide ได้ดี นับว่าเป็นผลกระทบเชิงบวกที่ได้จากงานวิจัย ที่สามารถนำโครงการดังกล่าวไปต่อยอดสู่การผลิตสารมูลค่าสูงจากกล้วยไม้สกุลหวายต่อไป

เกษตรกรเฮขายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้ราคาสูงได้กำไร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729866

เกษตรกรเฮขายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้ราคาสูงได้กำไร

เกษตรกรเฮขายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้ราคาสูงได้กำไร

วันพุธ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 15.13 น.

คณะกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ลงพื้นที่ให้กำลังใจและเก็บเกี่ยวผลผลิตของเกษตรกร โครงการต้นแบบปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยรับซื้อสูงกว่าราคากลางถึง กก.ละ 11 บาท  สร้างงาน สร้างรายได้ดีกว่าปลูกข้าวนาปรังและพืชชนิดอื่น

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 10 พฤษภาคม 2566 ที่บริเวณแปลงปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รายนางธนาพร ภูยาดาว รองนายก อบต.ดอนสมบูรณ์ บ้านดอนยานาง ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ นายสุวิทย์ คำดี ที่ปรึกษาประธานกรรมการสถาบันปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ พร้อมด้วยนายณัฐพงศ์ ศิริชนะ เลขาธิการสถาบันปิดทองหลังพระฯ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ให้กำลังใจและเก็บเกี่ยวผลผลิตของเกษตรกร โครงการต้นแบบปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยมีนายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.กาฬสินธุ์ นายสันติภาพ โทนหงสา เกษตร จ.กาฬสินธุ์ นายเอกรัตน์ มิสา นายอำเภอยางตลาด พร้อมด้วยส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ เกษตรกร ร่วมงานเป็นจำนวนมาก

นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ เลขาธิการสถาบันปิดทองหลังพระฯ กล่าวว่าจากภาวะอาหารเริ่มขาดแคลนทางสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ จึงได้ร่วมกับบริษัท เจริญโภคภัณฑ์ โปรดิ๊วส จำกัด และสำนักงานเกษตรรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริมเกษตรกรปลูกข้าวโพดสำหรับเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นพืชทางเลือกใหม่ อายุสั้น โดยเฉพาะใช้น้ำน้อย ผลผลิตสูง มีประกันราคาและแหล่งรับซื้อจัดเจน สำหรับพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ได้ดำเนินโครงการต้นแบบปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ 8 อำเภอ จำนวน 128 ราย พื้นที่ 693 ไร่  โดยฤดูกาลผลิตปีนี้เริ่มเก็บเกี่ยว ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค.66 เป็นต้นมา

“ประกอบด้วย อ.เมืองกาฬสินธุ์ 17 ราย พื้นที่ 70 ไร่, อ.นามน 42 ราย พื้นที่ 171 ไร่, อ.ร่องคำ 24 ราย พื้นที่ 125 ไร่, อ.ยางตลาด 19 ราย พื้นที่ 211 ไร่, อ.สหัสขันธ์ 8 ราย พื้นที่ 32 ไร่, อ.หนองกุงศรี 10 ราย พื้นที่ 38 ไร่, อ.ห้วยเม็ก 7 ราย พื้นที่ 31 ไร่ และ อ.เขาวง  1 ราย พื้นที่ 15 ไร่ ราคากลางรับซื้อที่ กก.ละ 8.50  บาท ขณะที่แหล่งรับซื้อให้ราคาสูงถึง กก.ละ 11 บาท ขึ้นอยู่กับค่าความชื้น มีเกษตรกรที่มีทักษะและความชำนาญในการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ได้ผลผลิตเฉลี่ยสูงสุด 1,080 กก./ไร่   ที่ความชื้น 21%  คือนางสมร ศิริภักดิ์ บ้านนาเรียง ต.สามัคคี อ.ร่องคำ อย่างไรก็ตาม ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ยังเป็นที่ต้องการของตลาด จึงขอเชิญชวนเกษตรกรีหันมาปลูกมากขึ้น ซึ่งสามารถปลูกได้ทั้งฤดูแล้งและฤดูฝน” นายณัฐพงศ์กล่าว

ด้านนายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า พื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ 18 อำเภอ ทั้งในเขตชลประทานและนอกเขตชลประทาน มีสภาพที่เหมาะสมกับการปลูกพืชพันธุ์หลายชนิด ทั้งนี้ ก่อนที่จะเพาะปลูกพืชชนิดใด เกษตรกรต้องเลือกพืชชนิดที่ปลูกให้เหมาะสมกับสภาพดินและแหล่งน้ำต้องเพียงพอ ในส่วนของการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่ถือเป็นพืชทางเลือกใหม่นั้น ทางจังหวัดและส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุนส่งเสริม เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ ให้กับเกษตรกรมีงานทำและรายได้อย่างยั่งยืน

ขณะที่นางธนาพร ภูยาดาว รองนายก อบต.ดอนสมบูรณ์ บ้านดอนยานาง ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เจ้าของแปลงข้าวโพดเลี้ยงสัตว์พื้นที่ 77 ไร่ กล่าวว่าเดิมทีในฤดูแล้งจะปลูกข้าวนาปรัง เนื่องจากระยะหลังต้นทุนการทำนาสูง ราขายขายข้าวเปลือกตกต่ำ พอดีได้รับคำแนะนำจากเกษตร อ.ยางตลาด กรณีมีสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ เข้ามาส่งเสริมปลุกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จึงชักชวนเพื่อนชาวนาหันมาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แปลงใหญ่ ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 2 ปลูกง่าย ดูแลง่าย ได้ผลผลิตสูงกว่าและขายได้เงินมากกว่าปลูกข้าวนาปรัง ซึ่งปีหน้าและปีต่อๆไปก็จะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อีก ทั้งนี้ ได้แจ้งกับทางสถาบันปิดทองหลังพระฯ ในส่วนของการขอรับสนับสนุนเรื่องปัจจัยการผลิต เช่น วัสดุ อุปกรณ์ การให้ปุ๋ย และรถเก็บเกี่ยว เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว

นางสมร ศิริภักดิ์ บ้านนาเรียง ต.สามัคคี อ.ร่องคำ จ.กาฬสินธุ์กล่าวว่า ตนปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กับสถาบันปิดทองหลังพระเป็นปีที่ 4  โดย 2 ปีแรกผลผลิตต่ำ เนื่องจากสภาพดินไม่ค่อยดี และขาดองค์ความรู้ ในการบริหารจัดการในแปลงข้าวโพด พอได้รับคำแนะนำจาสกเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาส่งเสริม ในด้านของการปลูกและบำรุงข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างถูกวิธี ก็ได้ผลผลิตเพิ่มสูงขึ้น กระทั่งได้รับการคัดเลือกเป็นเกษตรกรต้นแบบปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และพร้อมที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับเกษตรที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ได้หันมาปลุกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กันมาก เพราะปลูกง่าย ดูแลง่าย ใช้น้ำน้อย อายุสั้นเก็บเกี่ยวผลผลิต ที่สำคัญราคารับซื้อแน่นอน มีการประกันราคาและรับซื้อเป็นจำนวนมาก ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จึงได้ผลคุ้มค่ากว่าปลูกพืชชนิดอื่น.-008

กระทรวงเกษตรฯ จัดพิธีบวงสรวงบูรพกษัตริย์ เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนพิธีปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729843

กระทรวงเกษตรฯ จัดพิธีบวงสรวงบูรพกษัตริย์ เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนพิธีปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน

กระทรวงเกษตรฯ จัดพิธีบวงสรวงบูรพกษัตริย์ เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนพิธีปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน

วันพุธ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 13.50 น.

กระทรวงเกษตรฯ จัดพิธีบวงสรวงบูรพกษัตริย์ เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนพิธีปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานและพันธุ์พืชต่างๆ 

วันที่ 10 พฤาภาคม 2566 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดพิธีบวงสรวงบูรพกษัตริย์ องค์พระพิรุณทรงนาค และศาลพระภูมิเจ้าที่ประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งถือเป็นพิธีกรรมก่อนพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี และมีนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วมพิธีในครั้งนี้

สำหรับพิธีบวงสรวงบูรพกษัตริย์ องค์พระพิรุณทรงนาค และศาลพระภูมิเจ้าที่ของพระยาแรกนาขวัญ จัดขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ข้าราชการ พนักงาน และประชาชน และเป็นพิธีกรรมก่อนวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ โดยมีเทพีคู่หาบทอง-หาบเงิน ร่วมในพิธีดังกล่าวด้วย

‘เฉลิมชัย’มอบปลัดฯจัดพระราชพิธีสำคัญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729713

วันพุธ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการเตรียมจัดงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปี 2566 ว่าได้กำหนดวันพระราชพิธีฯ ซึ่งประกอบด้วยพระราชพิธี 2 พิธีรวมกัน คือ พระราชพิธีพืชมงคล เป็นพระราชพิธีทางสงฆ์ โดยจะประกอบพระราชพิธีในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2566 และถือเป็นวันเกษตรกรด้วย สำหรับในวันถัดมาของการประกอบพระราชพิธีคือพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (วันไถหว่าน) อันเป็นพิธีพราหมณ์จะประกอบพระราชพิธีในวันที่ 17 พฤษภาคม 2566 ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

ดร.เฉลิมชัยกล่าวต่อว่า ในปี 2566 ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนาคือ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เทพีคู่หาบทอง ได้แก่ น.ส.ดวงพรงามประดิษฐ์ นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการกรมวิชาการเกษตร และ น.ส.ชลธิชาทองอ่อน นายสัตวแพทย์ชำนาญการ กรมปศุสัตว์ เทพีคู่หาบเงิน ได้แก่ น.ส.ปนัดดา เปี่ยมมอญ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ และ น.ส.ภัทรปภา มินรินทร์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร ผู้เชิญเครื่องอิสริยยศ 4 ราย คู่เคียงในกระบวนแห่อิสริยยศพระยาแรกนา 16 ราย และพระโคแรกนา ได้แก่ พระโคพอ และพระโคเพียง พระโคสำรอง ได้แก่ พระโคเพิ่ม และพระโคพูล

อนึ่ง ในปีนี้กรมการข้าว ทำหน้าที่ในการจัดเตรียมพันธุ์ข้าวพระราชทานและพันธุ์พืช ซึ่งนำมาใช้ในงานพระราชพิธีฯ โดยขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนำพันธุ์ข้าวทรงปลูกในฤดูนาปี 2565 โครงการนาทดลองในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา มาใช้ในงานพระราชพิธีฯ ประจำปี 2566 ประกอบด้วย ข้าวนาสวน 6 พันธุ์ เมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกที่นำเข้าในพระราชพิธี มีน้ำหนักรวม 2,244 กิโลกรัม

รองปลัดฯประชุม ขับเคลื่อนส่งเสริม อาชีพทำการเกษตร พื้นที่จว.ชายแดนใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729710

วันพุธ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของกระทรวงเกษตรฯ ครั้งที่ 1/2566 ที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรฯ 123 และผ่านระบบการประชุมทางไกลออนไลน์ (Zoom Meeting) ซึ่งมีประเด็นสำคัญเพื่อทราบ ดังนี้ 1.การแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของกระทรวงเกษตรฯ

2.คำของบประมาณ ปี 2567 ภาคใต้ 3.การสนับสนุนต้นพันธุ์กาแฟให้กับเกษตรกรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4.ความก้าวหน้าการดำเนินงานติดตามผลการดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยสำนักแผนงานและโครงการพิเศษ

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาผลการดำเนินงานโครงการตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ปีงบประมาณ 2566 ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ โดยสำนักแผนงานและโครงการพิเศษ และแนวทางการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของกระทรวงเกษตรฯ (พ.ศ.2566-2570) ด้วย

กรมชลฯย้ำเดินหน้า ยึด12มาตรการรับมือฤดูฝน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729711

วันพุธ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ มีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนและเกษตรกร จึงสั่งการให้กรมชลประทาน เดินหน้าบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ บรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ ได้กำชับให้โครงการชลประทานทั่วประเทศเฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศจากทางกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งติดตามสภาพอากาศแนวโน้มปริมาณฝนจากสถานการณ์เอลนีโญ ซึ่งอาจจะส่งผลให้ฝนตกน้อยกว่าค่าปกติ เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องควบคู่ไปกับการเก็บกัก พร้อมปฏิบัติตามมาตรการบริหารจัดการน้ำฤดูฝนที่กรมชลประทานกำหนด ได้แก่ 1.จัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค และรักษาระบบนิเวศให้เพียงพอตลอดทั้งปี 2.ส่งเสริมการเพาะปลูกพืชฤดูฝนให้ใช้น้ำฝนเป็นหลัก 3.บริหารจัดการน้ำท่าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด 4.กักเก็บน้ำในเขื่อนให้มากที่สุด และ 5.วางแผนป้องกันและบรรเทาอุทกภัย เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนให้มากที่สุด

พร้อมกันนั้น ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติตาม 12 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2566 อย่างเคร่งครัด และร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือไปยังประชาชนกลุ่มผู้ใช้น้ำ และทุกภาคส่วน ให้ช่วยกันประหยัดน้ำเพื่อให้ปริมาณน้ำที่มีอยู่เพียงพอสำหรับทุกกิจกรรม

ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน 44,553 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 58 ของความจุอ่างฯรวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 20,612 ล้านลบ.ม.เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 13,470 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 54 ของความจุอ่างฯรวมกัน มีปริมาณน้ำใช้การได้ 6,774 ล้าน ลบ.ม. ภาพรวมปริมาณน้ำต้นทุนอยู่ในเกณฑ์ดี จนถึงขณะนี้มีการจัดสรรน้ำในฤดูแล้งปี 65/66 ทั้งประเทศไปแล้ว 24,786 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 90 ของแผนฯ (แผนจัดสรรน้ำทั้งประเทศ 27,685 ล้าน ลบ.ม.) เฉพาะลุ่มเจ้าพระยามีการจัดสรรน้ำไปแล้ว 8,959 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 99 ของแผนฯ (แผนจัดสรรน้ำลุ่มเจ้าพระยา 9,100 ล้าน ลบ.ม.) ด้านผลการเพาะปลูกข้าวนาปรัง ทั้งประเทศมีการเพาะปลูกไปแล้ว 10.38 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 100 ของแผนฯ เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยามีการเพาะปลูกข้าวนาปรังไปแล้วประมาณ 6.35 ล้านไร่คิดเป็นร้อยละ 96 ของแผนฯ

‘อธิบดีณัฏฐกิตติ์’การันตี ข้าว’กข85-กข95’ของดีมีคุณภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729672

'อธิบดีณัฏฐกิตติ์'การันตี ข้าว'กข85-กข95'ของดีมีคุณภาพ

‘อธิบดีณัฏฐกิตติ์’การันตี ข้าว’กข85-กข95’ของดีมีคุณภาพ

วันอังคาร ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 17.07 น.

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2566 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า จากกระแสข่าวที่มีการให้งดปลูกข้าวพันธุ์ กข95 (ดกเจ้าพระยา) และ กข85 (เบา อายุสั้น) เนื่องจากเป็นข้าวคุณภาพต่ำ ไม่เป็นที่ต้องการของตลาดนั้น จากประเด็นดังกล่าวอันที่จริงแล้วข้าวพันธุ์ กข95 (ดกเจ้าพระยา) จากการวิจัยพบว่าเป็นพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพการสีดีมาก ท้องไข่น้อย นอกจากนั้นยังให้ผลผลิตเฉลี่ย 885 กก./ไร่ มีศักยภาพการให้ผลผลิตสูงสุดถึง 1,213 กก./ไร่ ซึ่งจากประเด็นดังกล่าวยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเกษตรกรที่นำข้าวพันธุ์ กข95 (ดกเจ้าพระยา) ไปปลูกขายให้โรงสีนั้นแท้จริงแล้วใช่พันธุ์แท้หรือไม่ ในส่วนของข้าวพันธุ์ กข85 นั้นมีลักษณะทั่วไป คือ เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง ปลูกได้ทั้งนาปี และนาปรัง ความสูง 104 เซนติเมตร กอตั้ง ลำต้นแข็ง ใบสีเขียวเข้ม ใบธงตั้ง อายุเก็บเกี่ยว 115-120 วัน ผลผลิต 862 กิโลกรัมต่อไร่เมล็ดเรียวยาว ข้าวเปลือกสีฟาง เมล็ดข้าวกล้องยาว 8.0 มิลลิเมตร ปริมาณอมิโลส 27-28 เปอร์เซ็นต์ มีลักษณะเด่น คือ ให้ผลผลิตสูง ค่อนข้างต้านทานต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและโรคไหม้ ทนต่อสภาพอากาศเย็น คุณภาพการสีดีมาก ท้องไข่น้อย

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวต่อไปว่า กรมการข้าวได้มอบหมายให้ นางสาวชวนชม ดีรัศมี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก อีกทั้งยังถือเป็นผู้วิจัยข้าวพันธุ์ กข85 และ กข95 (ดกเจ้าพระยา)  ลงพื้นที่พบโรงสี ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อทำความเข้าใจ สร้างการรับรู้ ถึงข้อมูลลักษณะประจำพันธุ์ของข้าว กข95 (ดกเจ้าพระยา) และฝากให้ทางโรงสีช่วยประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ชาวนาที่เข้ามาใช้บริการ

“จากการพูดคุยกับทางโรงสี พบว่า โรงสีเองก็ยังไม่เคยเห็น กข95 (ดกเจ้าพระยา) ที่เป็นพันธุ์แท้ ทำให้เวลาเกษตรกรนำข้าวมาขายก็เลยคิดว่าเป็นพันธุ์ กข95 (ดกเจ้าพระยา) ส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดตามมา ซึ่งแท้จริงแล้วพันธุ์ที่เกษตรกรนำมาขาย ไม่ใช่พันธุ์แท้ จึงมีลักษณะประจำพันธุ์ที่ไม่ได้คุณภาพ ตามมาตรฐานของกรมการข้าวที่ได้รับรองไว้” อธิบดีกรมการข้าว กล่าว

– 006

กรมชลฯติดตามสถานการณ์น้ำรับฤดูฝน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729422

วันอังคาร ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวมกัน 46,979 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 62 ของความจุอ่างฯ รวมกัน เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 14,354 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 58 ของความจุอ่างฯ ขณะนี้มีการจัดสรรน้ำในฤดูแล้งปี 2565/66 ทั้งประเทศไปแล้ว 22,428 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 82 ของแผนฯ (แผนจัดสรรน้ำทั้งประเทศ 27,685 ล้าน ลบ.ม.) เฉพาะลุ่มเจ้าพระยามีการจัดสรรน้ำไปแล้ว 8,090 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 89 ของแผนฯ (แผนจัดสรรน้ำลุ่มเจ้าพระยา 9,100 ล้าน ลบ.ม.) ด้านผลการเพาะปลูกข้าวนาปรัง ทั้งประเทศมีการเพาะปลูกไปแล้ว 10.29 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 99ของแผนฯ เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยามีการเพาะปลูกไปแล้วประมาณ 6.35 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 96 ของแผนฯ

ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ จึงได้กำชับให้โครงการชลประทานในพื้นที่เสี่ยง เฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศของทางหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ได้กำชับไปยังโครงการชลประทานทั่วประเทศ ให้ประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องเกษตรกรและประชาชนรับทราบถึงสถานการณ์น้ำปัจจุบัน พร้อมทั้งขอความร่วมมืองดทำนาปรังต่อเนื่อง (นาปรังรอบที่ 2) เพื่อเป็นการประหยัดน้ำโดยแนะนำให้เกษตรกรเริ่มเพาะปลูกอีกครั้ง เมื่อกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเข้าฤดูฝน ซึ่งเหลือระยะเวลาไม่นานก็จะเข้าสู่ฤดูฝน

‘สุรเดช’ร่วมลงนามข้อตกลง วิเคราะห์ตัวอย่างเกลือทะเล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729423

วันอังคาร ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างเกลือทะเล ระหว่างกรมส่งเสริมการเกษตร กับกรมวิทยาศาสตร์บริการ ที่ห้องประชุม 7 ชั้น 5 อาคาร 1กรมส่งเสริมการเกษตร กทม.ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตร ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย ได้ดำเนินการวางแผนและขับเคลื่อนการส่งเสริมการประกอบอาชีพทำนาเกลือทะเลอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องตามแผนยุทธศาสตร์เกลือทะเลไทย (พ.ศ.2564-2568) ซึ่งการลงนามข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ เพื่อสนับสนุนเกษตรกรผู้ทำนาเกลือทะเลให้สามารถพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและผลิตภัณฑ์เกลือทะเลให้ได้การรับรองมาตรฐานระดับสากล

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรขอเชิญชวนเกษตรกรผู้ทำนาเกลือทะเลไทยมาขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อให้ได้รับสิทธิ์ในการประเมินแปลงนาเกลือทะเลที่เหมาะสมและมีความพร้อมสำหรับเก็บตัวอย่างเกลือทะเลส่งตรวจวิเคราะห์ฟรีต่อไป

รองปลัดฯประชุม ศูนย์ฯแก้ภัยพิบัติ จัดการน้ำฤดูแล้ง ขอให้งดปลูกข้าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729419

วันอังคาร ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร ครั้งที่ 2/2566 โดยมีนายธิติ โลหะปิยะพรรณ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม

ทั้งนี้ ที่ประชุมรับทราบสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูแล้ง โดยปริมาณน้ำต้นทุนฤดูแล้งปี 2565/66 รวม 43,740 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)แผนจัดสรรน้ำฤดูแล้ง 27,685 ล้าน ลบ.ม./ สำรองน้ำต้นฤดูฝน 16,055 ล้าน ลบ.ม.ปริมาณน้ำเก็บกักทั้งประเทศ 64,418 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 84 และรับทราบผลการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 2565/66 โดยพื้นที่ปลูกข้าวรอบ 2 เกินกว่าแผน รวม 44 จังหวัด พื้นที่ปลูกข้าวเกินกว่าแผนรวม 0.97 ล้านไร่ โดยได้ทำหนังสือนำเรียน รมว.เกษตรฯ และปลัดกระทรวงเกษตรฯ ทราบแล้ว รวมทั้งแจ้งกรมชลประทาน กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักตรวจราชการ และเกษตรและสหกรณ์จังหวัด ที่มีผลการปลูกข้าว (รอบ 2) เกินแผน เพื่อลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ สร้างความเข้าใจ และขอความร่วมมือเกษตรกรให้ลดและงดการปลูกข้าวต่อเนื่อง รวมถึงบริหารจัดการสถานการณ์ให้เป็นไปตามแผน สถานการณ์และแนวทางการบริหารจัดการศัตรูพืช สถานการณ์และการป้องกันโรคลัมปี สกิน ความก้าวหน้าการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย นอกจากนี้ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามแนวทางการป้องกันและแก้ปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ปี 2565/66 ต่อไป