เกษตรฯคุมเข้มคุณภาพ ทุเรียน-ผลไม้ภาคตะวันออกส่งนอก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729421

วันอังคาร ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการตามแผนบริหารจัดการไม้ผลภาคตะวันออก ปี 2566 ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ และเน้นย้ำให้หน่วยงานในพื้นที่วางแผนการบริหารจัดการผลไม้แบบเบ็ดเสร็จ เพื่อความเหมาะสมของแต่ละจังหวัด

ด้านนายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า สถานการณ์ไม้ผลภาคตะวันออกในภาพรวม ปี 2566 ผลผลิตไม้ผลทุกชนิดมีปริมาณลดลง ยกเว้นทุเรียนที่มีผลผลิตเพิ่มสูงขึ้นทั้ง 3 จังหวัด คือ จ.จันทบุรี ตราด และระยอง เนื่องจากมีเนื้อที่ให้ผลผลิตทุเรียนในภาพรวมเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาคิดเป็นร้อยละ 4.85 จากปัจจัยราคาทุเรียนที่ดีต่อเนื่องสำหรับทุเรียน คาดการณ์ว่าจะมีผลผลิตปี 2566คาดว่าจะมีผลผลิต 756,465 ตัน เพิ่มขึ้น 24,135 ตันหรือร้อยละ 3.30 เมื่อเปรียบเทียบกับในปี 2565

ทั้งนี้ หากเกษตรกรมีความประสงค์จะเก็บเกี่ยวก่อนวันประกาศฯ ต้องนำตัวอย่างผลทุเรียนมาให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร หรือผู้ที่รับมอบหมายในพื้นที่ เช่น กลุ่มแปลงใหญ่ หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นฯ ทำการตรวจวัดเปอร์เซ็นต์เนื้อในน้ำหนักแห้งเพื่อออกใบรับรองความแก่สำหรับแนบไปกับรถขนส่งทุเรียนที่ไปจำหน่าย ณ ที่ล้ง/โรงคัดบรรจุ นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดตั้งชุดเฉพาะกิจช่วยกันสกัดกั้นทุเรียนอ่อน เพื่อป้องกันความเสียหายจากการส่งทุเรียนไม่มีคุณภาพออกสู่ตลาดด้วย ซึ่งหากเกษตรกรไม่มีหนังสือรับรองผลการตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียนและมีการตรวจพบทุเรียนด้อยคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน) ทั้งในรถบรรทุก ในแผงรับซื้อและในล้ง ทาง จ.จันทบุรี ตราด และระยอง จะใช้มาตรการทั้งทางการปกครองและทางกฎหมาย เพื่อดำเนินการลงโทษกับผู้กระทำผิดต่อไป

สำหรับมังคุด คาดการณ์จะมีผลผลิตในปี 2566 รวม 184,632 ตัน ลดลง 3,921 ตัน หรือร้อยละ -2.08 เมื่อเปรียบเทียบกับในปี 2565 และจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากสุดในเดือนเมษายน 2566 เงาะ คาดการณ์จะมีผลผลิตในปี 2566 รวม 102,292 ตัน ลดลง 2,227 ตัน หรือร้อยละ -2.41 เมื่อเปรียบเทียบกับในปี 2565 และจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากสุดในเดือนพฤษภาคม 2566 ส่วนลองกอง คาดการณ์จะมีผลผลิตในปี 2566 รวม 202,204 ตัน ลดลง 14,216 ตัน หรือร้อยละ -6.57 เมื่อเปรียบเทียบกับในปี 2565 และจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากสุดในเดือนกรกฎาคม 2566

นายเข้มแข็งกล่าวอีกว่า สถานการณ์ไม้ผลภาคตะวันออกภาพรวมในปีนี้ ไม่เป็นที่น่ากังวล มีเพียงทุเรียนที่คาดว่าจะมีผลผลิตมากขึ้น ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตร ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) ได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จ.ระยอง ประสานงานอำนวยความสะดวกและร่วมปฏิบัติภารกิจในการดูแลภาพรวมการบริหารจัดการไม้ผลภาคตะวันออก อย่างใกล้ชิด ร่วมกับ จ.จันทบุรี ตราด และระยอง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายได้ตามแผนที่วางไว้

วช. หนุน ม.นเรศวร ขยายพันธุ์ทุเรียนหลงลับแล-หลินลับแลด้วยเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729265

วช. หนุน ม.นเรศวร ขยายพันธุ์ทุเรียนหลงลับแล-หลินลับแลด้วยเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

วช. หนุน ม.นเรศวร ขยายพันธุ์ทุเรียนหลงลับแล-หลินลับแลด้วยเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

วันจันทร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 10.01 น.

วช. หนุน ม.นเรศวร ขยายพันธุ์ทุเรียนด้วยเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เพื่อการอนุรักษ์พันธุกรรมทุเรียนหลงลับแล หลินลับแล และพื้นเมืองคุณภาพดีในเขตภาคเหนือตอนล่าง

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้กลุ่มสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ นำสื่อมวลชนเยี่ยมชมโครงการวิจัยของ “รศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท” และคณะ แห่งคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ได้ดำเนินงานวิจัยซึ่งได้รับการสนับสนุนโดย วช. ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ในการศึกษาการขยายพันธุ์ทุเรียนในสภาพปลอดเชื้อด้วยเทคนิคการเพาะ เลี้ยงเนื้อเยื่อ เพื่อให้ได้ทุเรียนที่มีลักษณะตรงตามสายพันธุ์ 100% สามารถให้ผลผลิตที่มีคุณภาพตามต้นแม่พันธุ์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขยายพันธุ์ทุเรียนในอนาคต และได้คุณภาพด้านรสชาติที่ตรงตามความต้องการผู้บริโภค

รศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท แห่งคณะเกษตรศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยนเรศวร หัวหน้าโครงการฯ กล่าวว่า คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับการสนับสนุนทุนจาก วช. ในการศึกษาวิจัยการขยายพันธุ์ทุเรียนในสภาพปลอดเชื้อด้วยเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) เพื่อการอนุรักษ์พันธุกรรมทุเรียนหลงลับแล หลินลับแล และพื้นเมืองคุณภาพดีในเขตภาคเหนือตอนล่าง เริ่มจากการคัดเลือกสายพันธุ์ทุเรียนที่มีอัตลักษณ์ในแต่ละพื้นที่ พันธุ์ทุเรียนที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจในอนาคต รวมถึงพันธุ์การค้าที่มีชื่อเสียง โดยทุเรียนที่ทำการทดลองมี 3 สายพันธุ์ ได้แก่ หลงลับแล หลินลับแล และพันธุ์พื้นเมือง และคุณลักษณะทางการเกษตรที่ดีและเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำมาขยายพันธุ์ด้วยเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช ทำให้สามารถเพิ่มปริมาณได้อย่างทวีคูณ ซึ่งจะส่งผลให้ทุเรียนมีคุณภาพดีสม่ำเสมอ เกษตรผู้ปลูกและผู้ประกอบการได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นอีกด้วย 

สำหรับประโยชน์ที่เกษตรกรหรือผู้ประกอบการจะได้รับในการขยายพันธุ์ทุเรียนด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ได้แก่ 1. ได้ทุเรียนที่มีลักษณะตรงตามสายพันธุ์ 100% ที่ให้ผลผลิตที่มีคุณภาพตามต้นแม่พันธุ์ เช่น ลักษณะของเนื้อ รสชาติ คงอัตลักษณ์ทุเรียนชนิดนั้น ๆ เป็นต้น 2. สามารถตอบสนองความต้องการของเกษตรกรที่มีความต้องการเพาะปลูกทุเรียนที่มีปริมาณมากในท้องตลาดได้ 3. ส่งเสริมภาคธุรกิจทุเรียนของที่มีอัตลักษณ์ในแต่ละพื้นที่ ให้มีการเติบโตมากขึ้นกว่าเดิม และ 4. สามารถสร้างผลิตผลของทุเรียนได้ตรงตามสายพันธุ์และได้คุณภาพด้านรสชาติที่ตรงตามความต้องการผู้บริโภค

ในโอกาสนี้ คณะนักวิจัยได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่สวนประภาพรรณ ตำบลบ้านแยง อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก เพื่อเยี่ยมผลผลิตที่ได้จากโครงการฯ โดยมี คุณเนาวรัตน์ มะลิวรรณ เกษตรกรเจ้าของสวนฯ ให้การต้อนรับและให้ความรู้เกี่ยวกับทุเรียนแก่คณะสื่อมวลชนอีกด้วย

คุณเนาวรัตน์ มะลิวรรณ เจ้าของสวนประภาพรรณ เปิดเผยว่า ในนามของสวนประภาพรรณ ต้องขอขอบคุณทาง วช. และ รศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท แห่งมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ได้นำองค์ความรู้จากงานวิจัยมาถ่ายทอดให้กับเกษตรกร ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ซึ่งงานวิจัยจาก ม.นเรศวร ได้มีส่วนช่วยให้การทำสวนทุเรียนประสบความสำเร็จ มีผลผลิตที่ดีขึ้น และสวนประภาพรรณจะเป็นต้นแบบให้กับสวนทุเรียนบริเวณใกล้เคียงได้มาศึกษาความสำเร็จจากการทำสวนทุเรียนตามแนวทางการวิจัยต่อไป 

ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ สวนประภาพรรณ ตำบลบ้านแยง อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก โทร. 099-2392299 และ 092-5239369  หรือติดตามได้ทาง Facebook Fanpage : สวนประภาพรรณ จ.พิษณุโลก

‘อธิบดีกรมการข้าว’ยัน! ข้าว กข85-กข95 เป็นข้าวดีมีคุณภาพ ให้ผลผลิตสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/728860

'อธิบดีกรมการข้าว'ยัน! ข้าว กข85-กข95 เป็นข้าวดีมีคุณภาพ ให้ผลผลิตสูง

‘อธิบดีกรมการข้าว’ยัน! ข้าว กข85-กข95 เป็นข้าวดีมีคุณภาพ ให้ผลผลิตสูง

วันศุกร์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 16.28 น.

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2566 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า จากกระแสข่าวที่มีการให้งดปลูกข้าวพันธุ์ กข95 (ดกเจ้าพระยา) และกข85 (เบา อายุสั้น) เนื่องจากเป็นข้าวคุณภาพต่ำ ไม่เป็นที่ต้องการของตลาดนั้น จากประเด็นดังกล่าวอันที่จริงแล้วข้าวพันธุ์ กข95 (ดกเจ้าพระยา) จากการวิจัยพบว่าเป็นพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพการสีดีมาก ท้องไข่น้อย นอกจากนั้นยังให้ผลผลิตเฉลี่ย 885 กก./ไร่ มีศักยภาพการให้ผลผลิตสูงสุดถึง 1,213 กก./ไร่ ซึ่งจากประเด็นดังกล่าวยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเกษตรกรที่นำข้าวพันธุ์ กข95 (ดกเจ้าพระยา) ไปปลูกขายให้โรงสีนั้นแท้จริงแล้วใช่พันธุ์แท้หรือไม่

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวต่อไปว่า สำหรับในส่วนของข้าวพันธุ์ กข85 ลักษณะประจำพันธุ์นั้นถือเป็นข้าวเมล็ดยาว ที่มีการอายุเก็บเกี่ยวอยู่ประมาณ 115-120 วัน ซึ่งไม่ตรงกับพันธุ์ที่ได้มีการแอบอ้างว่าเป็นข้าวอายุเบาและเมล็ดสั้น

“ผมขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่าข้าว กข95 (ดกเจ้าพระยา) และ กข85  ทั้ง 2 พันธุ์เป็นพันธุ์ข้าวที่ดีมีคุณภาพ ให้ผลผลิตสูง และยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด นอกจากนั้นก็อยากชี้แจงให้พี่น้องเกษตรกรได้รับทราบถึงข้อมูลและข้อเท็จจริงของลักษณะประจำพันธุ์ข้าวแต่ละพันธุ์ที่กรมการข้าวได้ให้การรับรอง ว่าแท้จริงแล้วมีลักษณะเป็นอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดการเข้าใจผิด อีกทั้งในขณะนี้ผมได้มอบหมายให้ นางสาวชวนชม ดีรัศมี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก ผู้วิจัยข้าวพันธุ์ กข85 และ กข95 พร้อมด้วยสารวัตรข้าว ออกตรวจสอบข้อเท็จจริงพร้อมชี้แจงทำความเข้าใจในเรื่องการปลูกข้าวพันธุ์ กข85 และ กข95 บนพื้นที่แนะนำ โดยเมื่อได้ข้อเท็จจริงแล้วให้รายงานมายังผมโดยด่วน” อธิบดีกรมการข้าว กล่าว

ข้าวพันธุ์ กข85 นั้นมีลักษณะทั่วไป คือ เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง ปลูกได้ทั้งนาปี และนาปรัง ความสูง 104 เซนติเมตร กอตั้ง ลำต้นแข็ง ใบสีเขียวเข้ม ใบธงตั้ง อายุเก็บเกี่ยว 115-120 วัน ผลผลิต 862 กิโลกรัมต่อไร่เมล็ดเรียวยาว ข้าวเปลือกสีฟาง เมล็ดข้าวกล้องยาว 8.0 มิลลิเมตร ปริมาณอมิโลส 27-28 เปอร์เซ็นต์ มีลักษณะเด่น คือ ให้ผลผลิตสูง ค่อนข้างต้านทานต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและโรคไหม้ ทนต่อสภาพอากาศเย็น คุณภาพการสีดีมาก ท้องไข่น้อย

ข้าวพันธุ์ กข95 (ดกเจ้าพระยา) นั้นมีลักษณะทั่วไป คือ เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 95 – 100 วัน ความสูง 110 เซนติเมตร ทรงกอตั้ง ลำต้นค่อนข้างแข็ง รวงแน่นปานกลาง คุณภาพการสีดีมาก ท้องไข่น้อยปริมาณอมิโลสสูง ร้อยละ 29.78 มีลักษณะเด่น คือ ให้ผลผลิตสูงเฉลี่ย 885 กก/ไร่ มีศักยภาพการให้ผลผลิตสูงสุดถึง 1,213 กก/ไร่ ต้านทานต่อโรคไหม้ และค่อนข้างต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล

– 006

ปลัดฯตรวจเยี่ยมอ.ส.ค. ชูผลิตภัณฑ์คุณภาพสู่ผู้บริโภค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/728656

วันศุกร์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) พร้อมด้วยนายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และคณะ ที่สำนักงาน อ.ส.ค.กรุงเทพฯ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ว่าการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ถือเป็นการตรวจเยี่ยมการดำเนินงานหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ
ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงเกษตรฯ ที่มีวิสัยทัศน์มุ่ง “พัฒนาอุตสาหกรรมโคนมเพื่อชีวิตที่ดีกว่า” และพันธกิจในการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมให้เป็นอาชีพแก่เกษตรกรไทยอย่างมั่นคง และยั่งยืน เป็นศูนย์การเรียนรู้และพัฒนาด้านอุตสาหกรรมโคนม ตลอดจนพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมโคนมให้ครบวงจร รวมทั้งธุรกิจที่ต่อเนื่อง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ อ.ส.ค.

“ได้มอบนโยบายการดำเนินงานในปี 2566 ให้แก่ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ อ.ส.ค.โดยให้ยึดแนวทางหลักยุทธศาสตร์ทั้ง 5 ยุทธศาสตร์ และ 15 นโยบาย ของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคเกษตรอย่างมั่นคงและยั่งยืน ควบคู่กับการหาช่องทางการตลาดใหม่ๆ ที่จะสามารถสร้างรายได้และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ อาทิ การโปรโมทนมกล่อง UHT ไทย-เดนมาร์ค ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักมากยิ่งขึ้น การบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของอาชีพเลี้ยงโคนมในประเทศไทย ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์โดยจัดเป็นอาหารว่างในการประชุมของหน่วยงานรัฐต่างๆ เป็นต้น ซึ่งเป็นแนวทางที่สามารถลงมือทำได้ทันที และสามารถสร้างรายได้ สร้างช่องทางการตลาดให้กับเกษตรกร รวมทั้งสามารถดำเนินการได้กับผลิตภัณฑ์เกษตรอื่นๆ นอกจากนี้ยังได้เร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับต้นทุนอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ภายใต้กลไกคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (Milk Board) ด้วย” นายประยูร กล่าว

สำหรับในปี 2566 อ.ส.ค.เตรียมเดินหน้าโครงการฟาร์มประสิทธิภาพสูง อ.ส.ค.ซึ่งมีวัตถุประสงค์จัดตั้งเป็นฟาร์มสาธิตเชิงธุรกิจในพื้นที่ของ อ.ส.ค.ให้เป็น Smart Dairy Farm ที่ใช้เทคโนโลยีช่วยในการจัดการฟาร์ม และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับเป็นแหล่งฝึกปฏิบัติและการสร้างบุคลากรมืออาชีพด้านการเลี้ยงโคนม และเป็นฟาร์มสำหรับใช้ในการศึกษาและพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการฟาร์ม ให้มีความสะดวกและเหมาะสมกับการเลี้ยงโคนมของเกษตรกรยุคใหม่ที่สอดคล้องกับหลักการดูแลสวัสดิภาพสัตว์ (Animal welfare) รวมทั้งเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการเลี้ยงโคนมของประเทศ และโครงการตามแผนเชิงยุทธศาสตร์ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการพัฒนาเกษตรกรโคนมสู่ Smart Farmers (DPO-Smart Farmers) โครงการยกระดับโรงงานให้ได้มาตรฐานสากล และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินค้าคงคลัง เป็นต้น

รองปลัดถกอนุกรรมการฯ ติดตาม 7 ประเด็นพืชสวน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/728654

วันศุกร์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพืชสวน ครั้งที่ 2/2566 ที่ห้องประชุม 134 กระทรวงเกษตรฯ และผ่านระบบ Zoom Meeting โดยที่ประชุมได้ติดตาม 7 ประเด็นที่สำคัญต่างๆ คือ 1.สถานการณ์กาแฟปี 2566,2.คุณสมบัติผู้มีสิทธินำเข้าเมล็ดกาแฟดิบ ปี 2566 ภายใต้ความตกลง AFTA 3.การขอนำเข้าเมล็ดกาแฟอะราบิกา ปี 2566 ครั้งที่ 2 ภายใต้ความตกลง AFTA

4.การขอนำเข้าเมล็ดกาแฟดิบโรบัสตาปี 2566 ครั้งที่ 2 ภายใต้ความตกลง AFTA 5.การขอนำเข้ากาแฟคั่ว ปี 2566 ครั้งที่ 3 ภายใต้ความตกลง AFTA 6.การขอนำเข้ากาแฟสำเร็จรูปปี 2566 ครั้งที่ 3 ภายใต้ความตกลง AFTA และ 7.การขอนำเข้ากาแฟสำเร็จรูปผสม ปี 2566 ครั้งที่ 3 ภายใต้ความตกลง AFTA

กรมข้าวแจก 6 พันธุ์ข้าววันพืชมงคล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/728655

วันศุกร์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ในวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคลแรกนาขวัญปีนี้ ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว นำเมล็ดพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทานทั้งหมด 6 พันธุ์2,244 กิโลกรัม เข้าสู่พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ในวันที่16-17 พฤษภาคมนี้ และนำไปบรรจุซองพลาสติก 400,000 ซอง เพื่อแจกจ่ายให้ชาวนาและผู้สนใจทั่วประเทศ เป็นมิ่งขวัญและสิริมงคล ประกอบด้วย 1.ขาวดอกมะลิ 105 539 กิโลกรัม บรรจุ 80,000 ซอง 2.ปทุมธานี 1 รวม 325 กิโลกรัม บรรจุ 60,700 ซอง 3.กข 43 รวม 386 กิโลกรัม บรรจุ 72,500 ซอง 4.กข 85 รวม 521 กิโลกรัม บรรจุ 98,600 ซอง 5.กข 87 รวม 400 กิโลกรัม บรรจุ 75,300 ซอง และ 6.กข 6 รวม 73 กิโลกรัม บรรจุ 12,900 ซอง

นายณัฏฐกิตติ์กล่าวต่อว่าผู้ที่สนใจพันธุ์ข้าวพระราชทาน สามารถสอบถามได้ที่กรมการข้าว กองเมล็ดพันธุ์ข้าว หมายเลขโทรศัพท์ 02-561-3794 และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวทั้ง 29 แห่ง ศูนย์วิจัยข้าวทั้ง 27 แห่ง และสถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ จ.สุพรรณบุรี นอกจากนี้สามารถรับเมล็ดพันธุ์พระราชทานผ่านการลงทะเบียนออนไลน์ ได้ที่ https://rice.moac.go.th/ หรือ Scan QR Code ตามที่ปรากฏ โดยรับพันธุ์ข้าวพระราชทานได้ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม-16 มิถุนายน 2566 ที่จุดให้บริการที่ได้ลงทะเบียนไว้ โดย กทม.สามารถรับเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานได้ที่อาคารที่ทำการกรมการข้าว ชั้น 1 และส่วนภูมิภาคสามารถรับเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน ได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดทั่วประเทศ

‘นราพัฒน์’เปิดงาน มหกรรมเกษตรแฟร์ พะเยา-จว.ใกล้เคียง เผยแพร่งานเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/728652

วันศุกร์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ให้เป็นประธานเปิดงาน “มหกรรมเกษตรแฟร์ ครั้งที่ 1” ที่ลานสนามฟุตบอลเอสวี บ้านแม่ต๋ำบุญโยง
ต.แม่ต๋ำ อ.เมือง จ.พะเยา ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานเกษตร จ.พะเยา มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ จ.พะเยา และจังหวัดใกล้เคียง และให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางมาจับจ่ายใช้สอยและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรจากกลุ่มเกษตรกรในเขตพื้นที่ภาคเหนือ และเพื่อส่งเสริมกิจกรรมด้านการเกษตรของเกษตรกรในพื้นที่ ตั้งแต่กระบวนการการผลิตจนถึงการตลาด ส่งผลให้เกษตรกรได้มีโอกาสพัฒนาในเรื่องสินค้าทางด้านการเกษตรและให้มีการพัฒนาคุณภาพของสินค้าให้ดียิ่งขึ้น

สำหรับกิจกรรมภายในงานมีการเผยแพร่ความรู้และวิชาการทางด้านการเกษตร กิจกรรมประกวดพืชผลยักษ์ อาทิ ขนุน มะพร้าว กล้วย ฟักทอง เป็นต้น การประกวดแพะ แกะการประกวดลาบพื้นเมือง การประกวดธิดาเกษตร ซึ่งสร้างความน่าสนใจให้กับผู้เข้าเยี่ยมชมงานอย่างมาก

ทั้งนี้ นายนราพัฒน์ ได้เข้าพบกับแกนนำอาสาเกษตรประจำหมู่บ้าน (อปม.) ร่วม 300 คน ในพื้นที่ จ.พะเยา เพื่อชี้แจงแนวทางในการทำการเกษตรให้มีคุณภาพ ลดต้นทุนการผลิต เพื่อเพิ่มรายได้ และพร้อมผลักดันโครงการให้ค่าตอบแทนแก่ผู้นำอาสาเกษตรประจำหมู่บ้าน (อปม.) ในลักษณะเดียวกับโครงการอาสาเกษตรอื่นๆ ต่อไป

กรมชลฯเดินหน้า ส่งน้ำตามแผนงาน จัดการน้ำฤดูแล้ง สั่งพร้อมรับมือฝน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/728224

วันพุธ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 47,914 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 63 ของความจุอ่างฯ รวมกัน เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 14,699 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 59 ของความจุอ่างฯรวมกัน ในขณะที่มีการใช้น้ำทั้งประเทศไปแล้วกว่า 21,517 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 78 ของแผนฯ (แผนจัดสรรน้ำทั้งประเทศ 27,685 ล้าน ลบ.ม.) เฉพาะลุ่มเจ้าพระยามีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ 7,761 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 86 ของแผนฯ (แผนจัดสรรน้ำลุ่มเจ้าพระยา 9,100 ล้าน ลบ.ม.) สำหรับการเพาะปลูกข้าวนาปรังทั้งประเทศมีการเพาะปลูกไปแล้ว 10.14 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 97 ของแผนฯ เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยามีการเพาะปลูกไปแล้ว 6.37 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 96 ของแผนฯ

ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ในช่วงฤดูฝนที่จะมาถึงอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า มีแนวโน้มที่จะเกิดฝนทิ้งช่วง ด้วยปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่จะส่งผลให้ปริมาณฝนในปีนี้มีแนวโน้มต่ำกว่าค่าเฉลี่ย จึงดำเนินการตาม 5 มาตรการหลัก เน้นย้ำให้โครงการชลประทานทั่วประเทศติดตามสภาพอากาศและสภาพฝนอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมการบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูฝนที่จะมาถึง เน้นย้ำให้ทุกโครงการฯวางแผนกักเก็บน้ำเพื่อสำรองไว้ใช้ในอนาคตให้มากที่สุด และให้บริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด

อธิบดีกรมข้าวชักชวนชาวนา ปลูกข้าวรักษ์โลก BCG โมเดล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/728225

วันพุธ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมการข้าว ลงพื้นที่ จ.ลพบุรี และสิงห์บุรีเพื่อรับฟังการดำเนินงาน และปัญหาอุปสรรคที่พี่น้องชาวนาได้พบเจอ โดยยึดหลักเข้าถึง เข้าใจ และทำงานร่วมกันแบบคนในครอบครัวเดียวกัน ที่ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านสระเตยศูนย์ข้าวชุมชนสนามแจง อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี และศูนย์ข้าว ชุมชนใน จ.สิงห์บุรี

นายณัฏฐกิตติ์ กล่าวในโอกาสที่ได้ลงพื้นที่มาพบปะเกษตรกรในครั้งนี้ ว่าได้แนะแนวทางการลดต้นทุน และเพิ่มรายได้ให้ชาวนาโดยการเชิญชวนชาวนาที่เป็นสมาชิกศูนย์ข้าวชุมชน มาร่วมกันปลูกข้าวรักษ์โลกตามแบบ BCG MODEL ซึ่งคือการปลูกข้าวปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งรวมไปถึงเป็นมิตรต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค โดยเน้นการใช้สารจุลินทรีย์ และสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินมาเพิ่มประสิทธิภาพดิน ซึ่งการลงมาพูดคุยกับพี่น้องชาวนาในครั้งนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวต่อว่า การใช้สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินในนาข้าวจะช่วยให้เกษตรกรลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้โดยที่เกษตรกรไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยเคมีตามอัตราแนะนำแต่ใส่ปุ๋ยลดลงจากอัตราแนะนำและใช้ปุ๋ยชีวภาพร่วมด้วยซึ่งผลผลิตที่ได้มีปริมาณเท่ากับหรือมากกว่าการใช้ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว

เกษตรฯบวงสรวงคันไถพระราชพิธีฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/728226

วันพุธ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีบวงสรวงคันไถในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2566 โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ เทพีคู่หาบทอง และเทพีคู่หาบเงิน เข้าร่วม ที่ปะรำพิธีอาคารเก็บรักษาคันไถ กรมส่งเสริมการเกษตร

นายประยูรกล่าวว่า ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตร เป็นผู้จัดเก็บ ดูแล รักษา ซ่อมแซม ปรับปรุง และ
จัดเตรียมคันไถ สำหรับเข้าร่วมวันซ้อมย่อยและซ้อมใหญ่ และวันงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญประจำปี2566 ซึ่งปฏิบัติมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โดยช่วงเดือนเมษายน ก่อนพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ จะมีการซ่อมแซม ปรับปรุงคันไถให้มีสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งาน และจัดพิธีบวงสรวงคันไถ เพื่อความเป็นสิริมงคลและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

ทั้งนี้ ในอดีต คันไถเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเตรียมดินก่อนปลูกข้าว ใช้แรงงานสัตว์ เช่น โค กระบือ ในการขับเคลื่อน ซึ่งถูกนำมาใช้ประกอบพิธีไถหว่านในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญทุกปี โดยพระราชพิธีฯ มีมาตั้งแต่กรุงสุโขทัยเป็นราชธานี กระทั่งกรุงรัตนโกสินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้มีพิธีสงฆ์ เรียกว่า “พระราชพิธีพืชมงคล” ทำให้พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญมีพระราชพิธีพืชมงคลรวมกับพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งเป็นพิธีพราหมณ์ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา เพื่อเป็นสิริมงคลและบำรุงขวัญแก่เกษตรกร กำหนดจัดขึ้นในเดือนหกทางจันทรคติ หรือเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นระยะเวลาเหมาะสมในการเริ่มต้นการทำนา โดยในปี 2566 สำนักพระราชวัง กำหนดให้มีพระราชพิธีพืชมงคล ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2566 ที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ในวันที่
17 พฤษภาคม 2566 ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง