40ปีไทย-ญี่ปุ่นฝึกผู้นำเยาวชนเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/711418

40ปีไทย-ญี่ปุ่นฝึกผู้นำเยาวชนเกษตร

40ปีไทย-ญี่ปุ่นฝึกผู้นำเยาวชนเกษตร

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างสภาแลกเปลี่ยนการเกษตรแห่งประเทศญี่ปุ่น กับกระทรวงเกษตรฯ ว่าด้วยโครงการฝึกงานผู้นำเยาวชนเกษตรไทยในญี่ปุ่น โดยมีนายเรียวจิ ซากาโมโตะ (Mr. RYOJI SAKAMOTO, Executive Director of JAEC) ผู้แทนสภาแลกเปลี่ยนการเกษตรแห่งประเทศญี่ปุ่น ร่วมลงนาม พร้อมด้วยนายเรียวซุเกะ โอกาวะ (Mr. RYOSUKE OGAWA, Ministry of Agriculture, Forestry and Fisheries หรือ MAFF) ปลัดกระทรวงเกษตร ป่าไม้และประมงญี่ปุ่น น.ส.นฤมล สงวนวงศ์ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรฯ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นสักขีพยาน ที่ โรงแรมรามาการ์เด้น กทม.ว่าความร่วมมือด้านการฝึกงานผู้นำเยาวชนเกษตรไทยในประเทศญี่ปุ่น ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2526 จึงถือว่าเป็นความร่วมมือระหว่างไทย-ญี่ปุ่น อย่างยาวนานกว่า 40 ปี และมีผู้ผ่านการฝึกงานมาแล้วกว่า 662 คน

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้ดำเนินโครงการฝึกงานผู้นำเยาวชนเกษตรไทยในประเทศญี่ปุ่น เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนเกษตรของไทยได้ไปเรียนรู้ในลักษณะการฝึกงานในฟาร์ม (On the Job Training)กับครอบครัวเกษตรกรญี่ปุ่นเป็นระยะเวลา 11 เดือน ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความรู้และประสบการณ์ด้านการทำการเกษตรในมิติต่างๆ อาทิ การจัดการฟาร์ม การบริหารจัดการธุรกิจเกษตร การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี การทำการตลาด และการปรับใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตรอย่างเหมาะสม ตลอดจนการส่งเสริมความเข้าใจอันดี และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างเกษตรกรญี่ปุ่นกับเยาวชนเกษตรไทย เพื่อนำมาประยุกต์และพัฒนาการดำเนินอาชีพเกษตรกรของตนในอนาคต รวมทั้งการเป็น Young Smart Farmer ในการถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวทางการปฏิบัติใหม่ๆ ที่ถูกต้องให้แก่เกษตรกรรายอื่นๆ อย่างกว้างขวางในลักษณะภาคีเครือข่าย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศไทยโดยรวม

‘เฉลิมชัย’ยกระดับศพก. รับข้อเสนอแปลงใหญ่ทำทันที

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/711419

‘เฉลิมชัย’ยกระดับศพก.  รับข้อเสนอแปลงใหญ่ทำทันที

‘เฉลิมชัย’ยกระดับศพก. รับข้อเสนอแปลงใหญ่ทำทันที

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ อนุญาตให้คณะกรรมการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ระดับประเทศ และคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่ ระดับประเทศ เข้าพบ เพื่อรับมอบนโยบายภาคการเกษตร ซึ่งในส่วนของคณะกรรมการเครือข่าย ศพก. มีแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานในปี 2566 ได้แก่ 1.การพัฒนาศักยภาพของ ศพก.และศูนย์เครือข่าย 2. การพัฒนาเกษตรกร 3.สนับสนุนการให้บริการของ ศพก.และเครือข่าย โดยจะมีการจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) และการประกวด ศพก. ดีเด่น 4.การบริหารจัดการเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงาน โดยให้มีการประชุมคณะทำงานและคณะกรรมการเครือข่าย ศพก.ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ศพก.และประชุมคณะกรรมการเครื่อข่าย ศพก.และแปลงใหญ่ทุกระดับ อีกทั้งพัฒนาประธาน ศพก. เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ผู้ประกอบการด้านเกษตร และส่งเสริมการพัฒนาแปลงต้นแบบ ศพก. ด้านเศรษฐกิจพอเพียง และ 5. ติดตามและรายงานผล นอกจากนี้ยังมีแนวทางในการจัดตั้งกองทุน ศพก.และให้ ศพก.เป็นสถานอบรมอาชีพแก่เกษตรกรด้วย

สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนแปลงใหญ่ของคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่ระดับประเทศ ปี 2566-2569 ได้แก่ 1.การพัฒนาแปลงใหญ่ให้มีความมั่นคงยั่งยืน 2.ต้องมีตลาดกลางหรือตลาดซื้อขายล่วงหน้าสำหรับจำหน่ายสินค้าแปลงใหญ่ 3.แปลงใหญ่ต้องผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐานปลอดภัยและตรงตามความต้องการของตลาด 4.พัฒนาแปลงใหญ่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร 5.ต้องมีการวางแผนการผลิตและมีข้อมูลการผลิตในแต่ละปี 6.มีการทำงานแบบบูรณาการกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐภาค ภาคเอกชน และเกษตรกร 7.มีการเชื่อมโยง ศพก.และแปลงใหญ่กับ Young Smart Farmer (YSF) เพื่อให้เกิดทายาทภาคการเกษตร และ 8.ต่อยอดยกระดับแปลงใหญ่

“ขอขอบคุณคณะกรรมการทั้ง 2 กลุ่ม ที่เสียสละเวลามาร่วมพูดคุย และมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อน ศพก. และแปลงใหญ่ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ โดยข้อเสนอทุกข้อจะขอรับไว้ เพราะเป็นแนวทางที่ตั้งใจให้เกิดขึ้นอยู่แล้ว อย่างไรก็ดี การดำเนินงานในยุคนี้จะต้องปรับเปลี่ยนการทำงาน เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร มุ่งเน้นการพัฒนาคนและสร้างพื้นฐานให้เกษตรกรมีความเข้มแข็ง โดยจะต้องมีการบริหารจัดการที่ดี ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงการผลิตสินค้าให้ตรงความต้องการของตลาดจะนำไปสู่การลดต้นทุน การเพิ่มผลผลิต และการควบคุมคุณภาพให้ได้มาตรฐานระดับสากลซึ่งหากจะทำให้ประเทศเข้มแข็งได้ ต้องทำให้คนส่วนใหญ่ในประเทศเข้มแข็งก่อน ซึ่งก็คือเกษตรกร จึงขอให้ความมั่นใจว่าเกษตรกรจะต้องมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเดิมอย่างแน่นอน” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

รองฯกรมข้าวรุดเยี่ยม ศูนย์ฯบ้านน้ำสาดเหนือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/711417

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองอธิบดีกรมการข้าว พร้อมคณะ ลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องเกษตรกรกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว โดยมีนายสิทธิชัย ม่วงงาม ผอ.ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครสวรรค์ พร้อมด้วยพี่น้องเกษตรกรให้การต้อนรับ ที่ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านน้ำสาดเหนือ ต.ธารทหาร อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ สำหรับศูนย์ข้าวชุมชนบ้านน้ำสาดเหนือ มีสมาชิกกลุ่ม 35 ราย มีพื้นที่ทำนากว่า 4,000 ไร่โดยเป็นกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพ ให้แก่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครสวรรค์ มีการพัฒนาโดยการนำเครื่องจักรกลการเกษตรมาใช้ในกระบวนการผลิตเมล็ดพันธุ์ เพื่อเพิ่มศักยภาพทางด้านประสิทธิภาพของกลุ่มในการลดต้นทุนการผลิตเมล็ดพันธุ์ แก้ปัญหาแรงงานขาดแคลนและมีราคาแพง ทำให้แผนการปลูกข้าวเป็นไปตามเป้าหมายมาตลอด

ในการนี้ รองอธิบดีกรมการข้าว ได้เยี่ยมชมเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว รวมถึงพื้นที่การทำนา ตลอดจนรับฟังผลการดำเนินงาน ปัญหา/อุปสรรค พร้อมให้คำแนะนำ ข้อเสนอแนะ แก่พี่น้องเกษตรในการบริหารจัดการดำเนินงานของศูนย์ข้าวชุมชนฯ ให้สำเร็จตามเป้าหมายได้อย่างลุล่วงต่อไป

‘ประภัตร’ร่วมมือ ภาคเอกชนจากจีน ส่งออกผลไม้ไทย ฝ่าพ้นช่วงวิกฤต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/711414

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธร รมช.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมเป็นสักขีพยานลงนามความร่วมมือในการส่งออกผลไม้ ระหว่างบริษัท ควีนโฟรเซ่นฟรุต จำกัด กับ Tsinghua Uniresource Company จากประเทศจีน ที่กระทรวงเกษตรฯโดยนายประภัตร กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจของประเทศไทย และประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะการนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรของไทยไปยังประเทศจีน ทางกระทรวงเกษตรฯ จึงเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง

“ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผลไม้ของประเทศไทยพอถึงฤดูกาลอาจจะทำให้ราคาตกต่ำลงและสร้างความเดือดร้อนกังวลใจให้แก่พี่น้องเกษตรกร ก็มีความยินดีที่จะทำให้เกษตรกรได้เกิดความมั่นใจว่าจะมีตลาดในการส่งออกผลไม้ เพราะจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ
โควิด-19 ทำให้เกิดวิกฤตและมีความยากลำบากในการส่งออกสินค้าทางการเกษตร ซึ่งทางรัฐบาลไทยได้ช่วยเหลือสร้างความมั่นใจให้ทั้งพี่น้องเกษตรกรและประเทศจีน อย่างเต็มที่ ว่าสามารถส่งได้ในทันที และจะให้ราคาที่ดีเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรให้ได้มากที่สุด อนาคตหวังว่าจะสามารถส่งผลไม้ หรือสินค้าประเภทอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นหมาก ชมพู่ มะพร้าว น้ำหอม และอาหารทะเล ไปยังประเทศจีน โดยในปี 2566 ประเทศจีน จะรับซื้อทุเรียนประมาณ 2,000-3,000 ตู้คอนเทนเนอร์ (1 ตู้คอนเทนเนอร์เฉลี่ยประมาณ 18 ตัน) และต้องขอบคุณบริษัท ไทย อะกรีคัลเจอร์ จำกัด ที่ทำให้เกิดสัญญาซื้อขายนี้ขึ้น” นายประภัตร กล่าว

‘เฉลิมชัย’ดันแปลงใหญ่ผัก จังหวัดพังงามุ่งสู่ครัวอันดามัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/711159

วันพุธ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ผัก จ.พังงา ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) หมู่ 9 ต.โคกกลอยอ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรได้ให้สำนักงานเกษตร จ.พังงา ในฐานะหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่จัดตั้งกลุ่มแปลงใหญ่ผักขึ้น ขับเคลื่อนการทำงานร่วมกับเกษตรกรรุ่นใหม่ ดำเนินการจัดตั้งกลุ่มแปลงใหญ่ผัก เริ่มต้นในพื้นที่ 4 อำเภอต้นแบบ ได้แก่ อ.เมือง อ.ทับปุด อ.ตะกั่วป่า และ อ.ท้ายเหมือง ก่อนขยายผลสู่ อ.ตะกั่วทุ่ง

ปัจจุบันแปลงใหญ่ผัก จ.พังงา มีเกษตรกรเข้าร่วมแล้ว 5 กลุ่ม มีสมาชิกรวม 169 ราย พื้นที่รวม 131 ไร่ 3 งาน ชนิดพืชหลักที่ปลูก เช่น ผักสลัด ผักกูด ผักบุ้ง ถั่วฝักยาว มะเขือ มะนาว บวบ กวางตุ้ง เป็นต้น ผ่านความเห็นชอบให้ตั้งเป็นกลุ่มแปลงใหญ่ผัก ประจำปีงบประมาณ 2566 จากคณะกรรมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับจังหวัด (SCP) ประกอบด้วย กลุ่มแปลงใหญ่ผัก อ.เมือง มีสมาชิก 33 ราย 37 ไร่ กลุ่มแปลงใหญ่ผัก อ.ทับปุด มีสมาชิก 35 ราย 40 ไร่ กลุ่มแปลงใหญ่ผัก อ.ตะกั่วป่า มีสมาชิก 30 ราย 32 ไร่ กลุ่มแปลงใหญ่ผัก อ.ท้ายเหมือง มีสมาชิก 43 ราย 14 ไร่ และ กลุ่มแปลงใหญ่ผัก อ.ตะกั่วทุ่ง มีสมาชิก 30 ราย 10 ไร่

ทั้งนี้ จ.พังงา มีกลุ่มเกษตรกรเข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ทั้งสิ้น 61 แปลง แบ่งเป็นด้านพืช 54 แปลงปศุสัตว์ 6 แปลง และด้านประมง 1 แปลงโดยทุกแปลงยังคงดำเนินการตามวัตถุประสงค์ และเป้าหมายของโครงการ คือเกษตรกรมีการรวมกลุ่มและบริหารจัดการร่วมกัน ทำให้เกิดการรวมกันผลิตและรวมกันจำหน่ายโดยมีตลาดรองรับที่แน่นอน และเกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิต มีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น รวมทั้งผลผลิตมีคุณภาพได้มาตรฐาน โดยมุ่งสู่การเป็นครัวอันดามัน

สำหรับศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร อ.ตะกั่วทุ่ง เป็นหนึ่งในศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรหลักทั้ง 8 แห่งของ จ.พังงา ตั้งขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรของชุมชน สำหรับแก้ปัญหาด้านการเกษตร ตอบสนองความต้องการด้านการเกษตรของชุมชน ถือเป็นศูนย์ที่มีจุดเด่นในเรื่องการจัดการฟาร์มด้วยระบบอัจฉริยะ สามารถให้เกษตรกรมาเรียนรู้และฝึกปฏิบัติได้โดยสินค้าทางการเกษตรของ ศพก.ตะกั่วทุ่ง ได้รับเครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร หรือเครื่องหมายรับรอง “Q” จากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กระทรวงเกษตรฯ ที่แสดงถึงความมีคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า

เกษตรฯร่วมหารือ สำรวจ-แก้ปัญหา โรคใบด่างในมันฯ จัดการ5ประเด็น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/711154

วันพุธ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมหารือแนวทางการสำรวจโรคใบด่างมันสำปะหลังโดยมีประเด็นสำคัญ คือ 1.สถานการณ์การระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังในพื้นที่ 15 จังหวัด รวม 80,528 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 0.952 ของพื้นที่เพาะปลูก โดยขอให้มีการทบทวนข้อมูลพื้นที่ระบาดในจังหวัดที่มีการระบาดสูงสุด ได้แก่ จ.นครราชสีมา และกาญจนบุรี 2.แนวทางการสำรวจโรคใบด่างมันสำปะหลัง จากการหารือ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวบรวมข้อมูลพื้นที่ระบาด ผ่านระบบรายงาน report-ppsf.doae.go.th รวบรวม วิเคราะห์ สรุป และรายงานสถานการณ์ให้ผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ทราบ

3.ข้อเสนอแนะการจัดการแปลงปลูกมันสำปะหลัง แบ่งเป็น 3 ระดับ 3.1 กรณีพื้นที่ไม่พบการระบาด (พื้นที่สีเขียว) : ตรวจแปลงสม่ำเสมอ ไม่นำต้นพันธุ์จากพื้นที่อื่นมาปลูก กำจัดแมลงหวี่ขาวยาสูบเพื่อเป็นแหล่งผลิตต้นพันธุ์สะอาด 3.2 กรณีพบการระบาดน้อย (พื้นที่สีเหลือง) :ตรวจแปลงสม่ำเสมอ เพื่อพบต้นเป็นโรคให้ถอนทำลาย เพื่อควบคุมการระบาดให้อยู่ในระดับต่ำ ห้ามนำต้นพันธุ์ไปปลูกที่อื่น แต่สามารถคัดเลือกต้นที่ไม่เป็นโรคมาปลูกในพื้นที่เดิมได้ หากหาต้นพันธุ์สะอาดจากแหล่งอื่นไม่ได้ และ 3.3 กรณีพบการระบาดของโรคมาก (พื้นที่สีแดง) :ให้ตัดวงจรการแพร่ระบาดของโรคโดยกำจัดต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรคในแปลงให้สิ้นซาก และพักแปลงปลูก 2-3 เดือน ที่สำคัญห้ามเคลื่อนย้ายท่อนพันธุ์ออกนอกพื้นที่

เกษตรฯ-อว.ทำAgri-Mapด้านเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/711156

วันพุธ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ โครงการแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (AgriculturalMap for Adaptive Management : Agri-Map) ระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) โดยมี ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวง อว.นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และผู้เกี่ยวข้องร่วมลงนามและเป็นสักขีพยาน ว่ามีนโยบายขับเคลื่อนงานภายใต้ 5 ยุทธศาสตร์ 15 แนวทางนโยบายหลัก ปรับตามสถานการณ์และปรับเปลี่ยนเป็นการทำงานเชิงรุกในการพัฒนาภาคการเกษตรอย่างเป็นระบบ ซึ่ง Agri-Map ถือเป็นเครื่องมือที่สามารถนำมาใช้ในการขับเคลื่อนงานดังกล่าว ให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ สอดคล้องตามสภาพพื้นที่และสถานการณ์ในปัจจุบัน

ด้าน นายปราโมทย์กล่าวว่า นโยบายจัดทำแผนที่สำหรับบริหารจัดการภาคการเกษตรฯ มีการบูรณาการข้อมูลพื้นฐานด้านการเกษตรและการพาณิชย์ สำหรับวิเคราะห์การจัดการสินค้าเกษตร ตามความต้องการของผู้ผลิตและผู้บริโภค และความเหมาะสมของการใช้ที่ดินที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC)ทำให้ Agri-Map ถูกพัฒนาเป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้บริหารจัดการภาคการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทันสมัย สะดวกและติดตามความเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาสามารถใช้ได้บนแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์ Agri-Map Online และบนแพลตฟอร์มมือถือ Agri-Map Mobile เพื่อขับเคลื่อนนโยบายด้านการเกษตร และวางแผนการบริหารจัดการภาคเกษตรภายใต้โครงการสำคัญต่างๆ มุ่งหวังให้เกษตรกรและผู้สนใจสามารถใช้งานได้สะดวก รวดเร็ว

รองปลัดฯร่วมถกคกก. ประเมินการปฏิบัติราชการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/711157

วันพุธ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติราชการ ครั้งที่ 1/2566 โดยมี น.ส.นฤมล สงวนวงศ์ นายธิติ โลหะปิยะพรรณ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรฯ และ ผอ.สำนัก/กอง ในสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม สำหรับการประชุมดังกล่าวนั้น ในที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาปรับปรุงวิธีการประเมินผลการปฏิบัติราชการรายบุคคล ในระบบสารสนเทศทรัพยากรบุคคลระดับกรม (DPIS6)ร่างประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญ ในสำนักงานรัฐมนตรี และสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ ประจำปี 2566 กรอบระยะเวลาการดำเนินงานการประเมินผลการปฏิบัติราชการระดับบุคคลประจำปี 2566 แนวทางการกำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายการประเมินผลการปฏิบัติราชการรายบุคคล สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการ (ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค) หัวหน้าหน่วยงาน (ฝ่ายเกษตร) ที่ปฏิบัติงานประจำประเทศต่างๆ และหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี และแนวทางการกำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายการประเมินผลการปฏิบัติราชการรายบุคคล สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร (รองปลัดกระทรวงผู้ตรวจราชการกระทรวง และผู้ช่วยปลัดกระทรวง)

ทั้งนี้ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้เน้นย้ำให้ ผอ.สำนัก/กอง ทุกท่าน ให้ความสำคัญในการดำเนินการในระบบ DPIS6 ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ทำให้ทำงานได้สะดวกขึ้น ตรงตามวัตถุประสงค์ ทั้งการลาการประเมิน การทำแบบมอบหมายการปฏิบัติงาน และให้ความสำคัญกับการประกาศรายชื่อผู้มีผลการปฏิบัติราชการอยู่ในระดับสูงกว่าระดับดีขึ้นไป

รองปลัดฯลงพื้นที่ ส่งเสริมการเลี้ยงปู ตั้งกลุ่มรวมผลผลิต ขายเมล็ดกาแฟสด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/710855

วันอังคาร ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ จ.ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา ลงพื้นที่ติดตามการส่งเสริมการเพาะเลี้ยงปูทะเล ที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงปูดำบ้านโต๊ะโสม อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานีส่งเสริมเกษตรกรให้เป็นทั้งผู้ขายและผู้ส่งจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ เช่น ธุรกิจปูไข่ดองน้ำปลา โดยตลาดปูทั้งในและนอกประเทศยังสดใส ราคาขึ้นลงตามฤดูกาล เช่น หน้าเดือนถือศีลกินเจ ราคาปูจะต่ำสุดช่วงตรุษจีน ราคาปูจะสูงสุด เป็นต้น

ทั้งนี้ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้ให้ข้อเสนอแนะในเรื่องผลกระทบด้านภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ควรส่งเสริมให้เกษตรกรปรับการเลี้ยง โดยเน้นการเลี้ยงแบบ “ปูคอนโด” นอกจากนี้ ยังได้พิจารณาแนวทางการตั้งกองทุนปูทะเลเพื่อเป็นแหล่งทุนในการช่วยเหลือ สนับสนุนความต้องการของเกษตรกรและพิจารณาแนวทางของ ศอ.บต.ในการส่งเสริมให้ จ.ปัตตานี เป็นแหล่งปูทะเลโลก

จากนั้นได้ลงพื้นที่ติดตามเกษตรกรตัวอย่าง นางสำลี บุญมา พื้นที่หมู่ 3 ต.บางโกระ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ภายใต้หลักคิด “ในพื้นที่หนึ่งสามารถบริหารจัดการปลูกพืชได้หลายชนิดได้รับผลผลิตต่อเนื่อง สามารถเก็บผลผลิตจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี” ดำเนินการตั้งกลุ่มรวบรวมผลผลิตเมล็ดกาแฟสด ปลูกกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้าพันธุ์อาราบิก้าแซมในสวน นอกจากนี้ได้หารือการปลูกพืชอาหารสัตว์และขับเคลื่อนโครงการโคบาลชายแดนใต้ที่ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ปัตตานี ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

‘จุรินทร์-เฉลิมชัย’ลงพื้นที่ พบปะ/ติดตามงานสหกรณ์ฯตะกั่วป่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/710862

วันอังคาร ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ พร้อมด้วย ดร.เฉลิมชัยศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานสหกรณ์การเกษตรตะกั่วป่า จำกัด ซึ่งเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจร้านค้ารูปแบบซูเปอร์มาเก็ตสหกรณ์ จำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค เชื่อมโยงเครือข่ายสินค้ากับสหกรณ์ทั้งในและนอกจังหวัด และนำสินค้า/ผลิตภัณฑ์ของสมาชิกมาจำหน่าย ส่งเสริมความรู้ พัฒนาคุณภาพผลผลิตทางการเกษตรให้กับสมาชิก สู่มาตรฐาน GAP ส่งเสริมให้สมาชิกทำการเกษตรแบบผสมผสานเพื่อป้องกันความเสี่ยงในการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ได้แก่ การเลี้ยงสัตว์ การปลูกไม้ผล การปลูกพืชผักสวนครัว และส่งเสริมการใช้ปุ๋ยสั่งตัด ให้บริการตรวจสภาพดินแก่สมาชิก

สำหรับอาคารรวบรวมผลิตยางพาราที่สหกรณ์แห่งนี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ปี 2565 วงเงิน 5,395,448 บาท เพื่อรวบรวมผลผลิตยางพาราของเกษตรกรใน อ.ตะกั่วป่า และอำเภอใกล้เคียง และเพื่อจัดตั้งเป็นตลาดเครือข่าย ตลาดกลางยางพารา จ.พังงา รวบรวมผลผลิตจากกลุ่มแปลงใหญ่ต่างๆ ซึ่ง กยท.ให้เงินอุดหนุนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการประชุมใหญ่ ค่าไฟฟ้า ค่าศึกษาดูงาน และค่าศึกษาอบรมแก่สมาชิกสหกรณ์ นอกจากนี้ สำนักงานสหกรณ์ จ.พังงา ยังสนับสนุนเครื่องตัดหญ้า 5 เครื่อง ฉางปูน 500 ตัน ลานตากขนาด 3,900 ตารางเมตร1 แห่ง เครื่องชั่งขนาด 40 ตัน รถไถขนาดไม่ต่ำกว่า 47 แรงม้า และชุดตรวจวิเคราะห์ดิน

ทั้งนี้ สหกรณ์การเกษตรตะกั่วป่า จำกัด มีสมาชิก 910 คน มีทุนดำเนินงานทั้งสิ้น 92.72 ล้านบาท ปริมาณธุรกิจ 43.33 ล้านบาท โดยดำเนินการรวบรวมผลผลิต (ยางก้อนถ้วย) จากสมาชิก 9.5 ตัน มูลค่า 184,631.25 บาท จัดหาสินค้ามาจำหน่ายบริการสมาชิก มูลค่า 21,760,142.30 บาท ให้สินเชื่อแก่สมาชิก 45 รายมูลค่า 7,572,939 บาท อีกทั้งส่งเสริมอาชีพสมาชิก ส่งเสริมกลุ่มอาชีพ กลุ่มแม่บ้านทำเครื่องแกง ส่งเสริมสมาชิกในการดำเนินการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกพืชผักไว้บริโภคในครัวเรือน เมื่อเหลือจากการบริโภคนำมาฝากขายที่สหกรณ์สร้างรายได้เสริม และวางแผนการดำเนินการเพิ่มปริมาณการรวบรวมผลผลิตทางเกษตร ทั้งยางพาราและผลไม้ตามฤดูกาล

นอกจากนี้ รองนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนาม MOU การซื้อ-ขายสินค้าเกษตร ระหว่างผู้ประกอบการและเกษตรกร ตามนโยบาย “พังงาครัวอันดามัน” อีกทั้งยังได้มอบเช็คเงินอุดหนุนจากการยางแห่งประเทศไทย ในการสร้างอาคารรวบรวมผลผลิต มูลค่า 5,395,448 บาท มอบปัจจัยการผลิตให้กับตัวแทนเกษตรกรแปลงใหญ่ยางพาราสหกรณ์การเกษตรตะกั่วป่า จำกัด มอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) มอบพันธุ์ปลาน้ำจืด (ปลาสุลต่าน) 50,000 ตัว ให้ผู้แทนเกษตรกร พร้อมเปิดป้ายอาคารรวบรวมผลผลิตการเกษตรของสหกรณ์ฯ และร่วมกิจกรรมนำร่องการใช้นวัตกรรมเจาะต้นยางพาราร่วมการใช้แก๊สเอทลีนเพิ่มผลผลิตยางพาราด้วย