ธรรมศาสตร์ คว้าอันดับ 1 ของโลก มหาวิทยาลัยยั่งยืนด้านความยุติธรรม

ธรรมศาสตร์ คว้าอันดับ 1 ของโลก มหาวิทยาลัยยั่งยืนด้านความยุติธรรม

ธรรมศาสตร์ คว้าอันดับ 1 ของโลก มหาวิทยาลัยยั่งยืนด้านความยุติธรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.33 น.

“ธรรมศาสตร์” ขึ้นแท่นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของโลก ด้าน SDG16 “สันติภาพ-ยุติธรรม-สถาบันที่เข้มแข็ง” พร้อมประกาศความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ใช้องค์ความรู้ขับเคลื่อนภารกิจสร้างความเป็นธรรมให้สังคม ตอกย้ำบทบาท “มหาวิทยาลัยเพื่อประชาชน”

The Times Higher Education (THE) สถาบันจัดอันดับมหาวิทยาลัยจากสหราชอาณาจักร ได้ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านความยั่งยืน (SDGs) ประจำปี 2026 หรือ The Times Higher Education (THE) Sustainability Impact Ratings 2026 เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 24 มิ.ย. 2569 โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ได้รับการจัดอันดับให้เป็น “ที่ 1 ของโลก” ในฐานะมหาวิทยาลัยที่ขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ 16 หรือ SDGs 16 : Peace, Justice and Strong Institutions ซึ่งเกี่ยวข้องกับการยึดหลักสันติภาพ ความยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง 

นอกจากนี้ THE Sustainability Impact Ratings 2026 ยังได้จัดอันดับโลกของมหาวิทยาลัยที่ขับเคลื่อน SDGs ในภาพรวม ซึ่งในปี 2026 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้รับคะแนนรวม 92.9 คะแนน ขยับขึ้นมาติด TOP 50 ของโลก ด้วยการคว้าอันดับ 46 จากมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมรับการจัดอันดับทั้งหมด 1,603 สถาบัน ถือเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศไทย

สำหรับการเป็นอันดับที่ 1 ของโลก ด้านการขับเคลื่อน SDGs 16 และอันดับที่ 46 ของโลกในการขับเคลื่อน SDGs ภาพรวม สะท้อนถึงรูปธรรมการทำงานผ่านความตั้งใจจริงของคณะผู้บริหาร คณาจารย์ นักศึกษา ประชาคมธรรมศาสตร์ทุกภาคส่วน ในการจัดทำและดำเนินนโยบายที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสันติภาพ ความยุติธรรม หลักนิติธรรม และการสร้างสถาบันที่เข้มแข็ง ผ่านการดำเนินพันธกิจด้านการศึกษา การวิจัย การบริการวิชาการ และการบริหารจัดการองค์กรตามหลักธรรมาภิบาล ที่นำไปสู่การขับเคลื่อนภารกิจจนเกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง และได้รับการยอมรับในระดับสากล

ความสำเร็จของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในครั้งนี้ เป็นผลมาจากการยืนหยัดในอุดมการณ์ “มหาวิทยาลัยเพื่อประชาชน” มากว่า 92 ปี ซึ่งหลังจากนี้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะนำองค์ความรู้และการดำเนินการที่ได้รับการยอมรับระดับโลก มาสนับสนุนการรับใช้สังคมและร่วมแก้ไขปัญหาของประเทศ ควบคู่กับการขับเคลื่อนประเด็นด้านกฎหมาย สิทธิมนุษยชน ความเสมอภาค การลดความเหลื่อมล้ำ และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ผ่านการเรียนการสอน งานวิจัย และการบริการวิชาการ

ทั้งนี้ การได้รับการยอมรับในฐานะมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของโลกด้าน SDG16 ไม่เพียงเป็นความภาคภูมิใจของประชาคมธรรมศาสตร์ หากยังตอกย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยของประเทศไทย ในการร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลกอีกด้วย

ม.อุบลฯ ต้อนรับน้องใหม่ จัดพิธี ‘บายศรีสู่ขวัญ’ ‘ศุภฤกษ์เทวา นฤมิต ประสิทธิพรชัย’ ‘กันเกรา ช่อที่ 39’ เสริมสิริมงคล

ม.อุบลฯ ต้อนรับน้องใหม่ จัดพิธี ‘บายศรีสู่ขวัญ’ ‘ศุภฤกษ์เทวา นฤมิต ประสิทธิพรชัย’ ‘กันเกรา ช่อที่ 39’ เสริมสิริมงคล

ม.อุบลฯ ต้อนรับน้องใหม่ จัดพิธี ‘บายศรีสู่ขวัญ’ ‘ศุภฤกษ์เทวา นฤมิต ประสิทธิพรชัย’ ‘กันเกรา ช่อที่ 39’ เสริมสิริมงคล

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยองค์การนักศึกษา จัดพิธีบายศรีสู่ขวัญนักศึกษาใหม่ ประจำปีการศึกษา 2569 ภายใต้แนวคิด “ศุภฤกษ์เทวา นฤมิต ประสิทธิพรชัย” เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นการรับขวัญนักศึกษาใหม่ “กันเกรา ช่อที่ 39” สู่บ้านหลังใหม่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยมี ว่าที่ร้อยตรีกรกฎ ประเสริฐวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวต้อนรับนักศึกษาใหม่สู่จังหวัดอุบลราชธานี และ ผศ.ดร.ปรีชา บุญจูง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ เป็นประธาน ซึ่งมี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจาก 4อปท. รอบมหาวิทยาลัย ผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และรุ่นพี่นักศึกษา ร่วมผูกแขนรับขวัญน้องใหม่ จำนวนกว่า 5,000 คน อย่างอบอุ่น ณ สนามกีฬากลาง มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

นายชนะรัตน์ มุติโคตร์ นายกองค์การนักศึกษา ม.อุบลฯ กล่าวว่า พิธีบายศรีสู่ขวัญเป็นประเพณีที่มหาวิทยาลัยจัดต่อเนื่องมาทุกปี เพื่อสืบสานเป็นประเพณีอันดีงามอีสาน และเป็นสัญลักษณ์ของการต้อนรับ เรียกขวัญ และเสริมสร้างกำลังใจให้แก่น้องใหม่ที่ก้าวเข้าสู่รั้วกันเกรา สำหรับแนวคิดในปีนี้ “ศุภฤกษ์เทวา นฤมิต ประสิทธิพรชัย” สื่อถึงฤกษ์งามยามดีแห่งการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความรักและความปรารถนาดีจากรุ่นพี่และคณาจารย์ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า น้องใหม่ทุกคนจะไม่ได้เดินเพียงลำพัง แต่มี “ครอบครัว ม.อุบลฯ” และชุมชนโดยรอบ คอยโอบอุ้ม สนับสนุน และเป็นแรงใจสำคัญในการก้าวเดินตลอดระยะเวลาการศึกษา

มรภ.กพ. จัด ‘เทศกาลทุเรียนและผลไม้คลองลาน’ ชูเสน่ห์ ‘วิถีชนเผ่า’ ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากยั่งยืน

มรภ.กพ. จัด ‘เทศกาลทุเรียนและผลไม้คลองลาน’ ชูเสน่ห์ ‘วิถีชนเผ่า’ ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากยั่งยืน

มรภ.กพ. จัด ‘เทศกาลทุเรียนและผลไม้คลองลาน’ ชูเสน่ห์ ‘วิถีชนเผ่า’ ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ร่วมกับเทศบาลตำบลคลองลานพัฒนา จงกำแพงเพชร จัดงานเทศกาลทุเรียนและผลไม้คลองลาน ภายในโครงการวิจัย “เสน่ห์คลองลาน..สู่การยกระดับตลาดวัฒนธรรมชนเผ่าเพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากและสำนึกท้องถิ่นอย่างยั่งยืน” โดยมี นายอนุชา พัสถาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานในพิธีเปิด ณ ตลาดวัฒนธรรมคลองลาน อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร

ผศ.ดร.ปรียานุช พรหมภาสิต อธิการบดี มรภ.กพ. กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้โครงการวิจัย “เสน่ห์คลองลาน..สู่การยกระดับตลาดวัฒนธรรมชนเผ่าเพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากและสำนึกท้องถิ่นอย่างยั่งยืน” ซึ่งมี รศ.ดร.ณัฐรดา วงษ์นายะ เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย และนักวิจัยร่วมของมหาวิทยาลัยฯ ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)

โครงการวิจัยดังกล่าว เป็นไปตามยุทธศาสตร์และวิสัยทัศน์ของมรภ.กพ.ในการ “เสริมสร้างพลังปัญญาของแผ่นดิน ให้ท้องถิ่นมีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน” โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา ได้จัดทำบันทึกความเข้าใจทางวิชาการ” ระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร และเทศบาลตำบลคลองลานพัฒนา ในการสนับสนุนความร่วมมือทางวิชาการในการศึกษาวิจัยและเผยแพร่องค์ความรู้การพัฒนาท้องถิ่นเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชนบนฐานทุนทางวัฒนธรรม และสำนึกท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ซึ่งได้จัดตลาดวัฒนธรรมตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา จากนั้นได้ดำเนินโครงการวิจัยต่อเนื่องในปี 2569 โดยในปีนี้มีเป้าหมายในการยกระดับผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมคลองลานให้มีอัตลักษณ์โดดเด่น การพัฒนาศักยภาพด้านการแข่งขันให้ผู้ประกอบการ ร้านค้า การยกระดับ “ตลาดวัฒนธรรม คลองลานไนท์มาร์เก็ต” ให้เป็นตลาดที่มีคุณภาพและมาตรฐาน และการฟื้นฟู-ต่อยอดการแสดงดนตรีและนาฎศิลป์ชนเผ่าคลองลาน

TED Fund ชวนเยาวชน–SME ไทย จุดไฟไอเดียสู่ธุรกิจจริง

TED Fund ชวนเยาวชน–SME ไทย จุดไฟไอเดียสู่ธุรกิจจริง

TED Fund ชวนเยาวชน–SME ไทย จุดไฟไอเดียสู่ธุรกิจจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

TED Fund เปิดเวที TED Youth Startup – IGNITE Forum 2026 เชิญชวนนักศึกษา นักวิจัย และ SME ส่งโครงการนวัตกรรมเข้าร่วมชิงทุนสนับสนุน รวมวงเงินกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งเป็นประตูสู่ระบบนิเวศสตาร์ทอัพระดับประเทศ นักศึกษา/บัณฑิตจบใหม่ นักวิจัยที่ต้องการต่อยอดงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์  SME ที่ต้องการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีต้นแบบ หรือโมเดลธุรกิจชัดเจน หากมีไอเดียที่ตอบโจทย์ตลาด และอยากขยายสู่ธุรกิจจริง เวทีนี้ออกแบบมาเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระดับสากล

โดยจัด Road Show ทั่วประเทศ กิจกรรมประเดิมภาคใต้จัดขึ้นที่ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช สะท้อนศักยภาพ ทรัพยากรท้องถิ่นสู่สินค้ามูลค่าสูง เวทีคัดเลือกภาคใต้มี 7 ทีมร่วมแข่งขัน ครอบคลุมนวัตกรรมสุขภาพ เกษตรชีวภาพ อาหารโปรตีนทางเลือก และดิจิทัลแพลตฟอร์ม ได้แก่ 1.YAAN-Urban Wellness Refrescent นวัตกรรมเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพต้านการอักเสบและบำบัดความเครียด จากสารสกัดขิงสดและพืชสมุนไพรไทย 2.DuraSkin Barrier Film นวัตกรรมสเปรย์ฟิลม์ปกป้องผิว ป้องกันแผลกดทับจากนาโนคาร์บอนดอทชีวภาพจากเปลือกทุเรียน ยกระดับการดูแลสุขภาพ และระบบสาธารณสุขไทย 3.Natural Hoof Care นวัตกรรมเวชภัณฑ์ฟีนอลชีวภาพ สกัดจากกะลาปาลม์น้ำมัน ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา สำหรับป้องกันและบำรุงกีบเท้าสัตว์ 4.PLANT BITE ลูกชิ้นโปรตีนจากพืชโปรตีนสูง จาก “เห็ดแครง” ทางเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ตอบโจทย์โภชนาการสมัยใหม่ 5.CHILL SHIELD เม็ดอมลดอาการเผ็ดร้อน นวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาอาการเผ็ด โดยใช้โปรตีนจากนม 6.BANNO’ S JOURNEY แพลตฟอร์ม CRM เชิงประสบการณ์สำหรับธุรกิจบริการและร้านค้า SME ไทย ที่ผสานGAMIFICATION และตัวละครดิจิทัลเข้ากับระบบสะสมแต้มเพื่อเปลี่ยนการเก็บแต้มธรรมดาให้เป็นประสบการณ์ที่สนุกและมีส่วนร่วม 7.PROPELLET – MRS อาหารเลี้ยงเชื้อโพรไบโอติกจากเปปโตนจิ้งหรีด ในรูปแบบอัดเม็ด รายแรกของไทยที่พัฒนาต่อยอดจากงานวิจัยแปบโตจิ้งหรีด

ทีมชนะเลิศ จากภาคใต้ ที่ได้รับคัดเลือกเข้าสู่รอบประเทศ ได้แก่ Natural Hoof Care ผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์ฟีนอลชีวภาพจากกะลาปาล์มน้ำมัน สะท้อนแนวโน้มการเพิ่มมูลค่าทรัพยากรท้องถิ่นและการต่อยอดงานวิจัยสู่ตลาดปศุสัตว์เชิงพาณิชย์ จาก สำนักการจัดการนวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย

รองชนะเลิศ ได้แก่ PROPELLET – MRS อาหารเลี้ยงเชื้อโพรไบโอติกจากเปปโตนจิ้งหรีด ซึ่งสอดรับกระแสโปรตีนทางเลือก และ BANNO’S JOURNEY แพลตฟอร์ม CRM เชิงประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ SME ภาคบริการ รางวัล Popular Vote ได้แก่ YAAN-Urban Wellness Refrescent นวัตกรรมเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพต้านการอักเสบและบำบัดความเครียด จากสารสกัดขิงสดและพืชสมุนไพรไทย

โดย TED Fund สนับสนุนในรูปแบบ Matching Grant วงเงินตั้งแต่ 150,000 – 2,000,000 บาท ครอบคลุมตั้งแต่ ระยะพิสูจน์แนวคิด การพัฒนาต้นแบบ การทดสอบตลาด ไปจนถึงการขยายธุรกิจ เป้าหมายปี 2569 คือสนับสนุน 300 โครงการ เพื่อสร้าง Startup Pipeline ป้อนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย

นอกจากเงินทุน ผู้ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการสนับสนุนจากเครือข่าย TED Fellow 77 หน่วยงานทั่วประเทศ ช่วยให้คำปรึกษา เชื่อมโยงพันธมิตร และเพิ่มโอกาสอยู่รอดในช่วง 3–5 ปีแรก ซึ่งเป็นช่วงสำคัญที่สุดของสตาร์ทอัพ

โอกาสเติบโตใน 15 อุตสาหกรรมอนาคต เปิดรับโครงการในกลุ่มอุตสาหกรรมศักยภาพ เช่น Digital & Platform BioTech & MedTech อาหารแห่งอนาคต (Future Food) เกษตรชีวภาพ Creative & Soft Powerเทคโนโลยีสีเขียว นวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มผลิตภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพย์สินทางปัญญา และสร้างงานทักษะสูง คือพลังขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยในอนาคต TED Youth Startup – IGNITE Forum 2026  จะเดินสาย Road Show ต่อที่ เชียงใหม่ ขอนแก่น กรุงเทพมหานคร เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่จากทุกภูมิภาคได้แสดงศักยภาพบนเวทีระดับประเทศ

ประเสริฐ สั่ง สพฐ.ทบทวนโครงการอีฟอร์ดโฟลิโอ เพื่อให้เกิดความรอบครอบ หลัง สส.ฝ่ายค้านชี้เป้า

ประเสริฐ สั่ง สพฐ.ทบทวนโครงการอีฟอร์ดโฟลิโอ เพื่อให้เกิดความรอบครอบ หลัง สส.ฝ่ายค้านชี้เป้า

ประเสริฐ สั่ง สพฐ.ทบทวนโครงการอีฟอร์ดโฟลิโอ เพื่อให้เกิดความรอบครอบ หลัง สส.ฝ่ายค้านชี้เป้า

วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.53 น.

“ประเสริฐ” สั่ง สพฐ.ทบทวนโครงการอีฟอร์ดโฟลิโอ เพื่อให้เกิดความรอบครอบ หลัง สส.ฝ่ายค้านชี้เป้า 

วันที่ 24 มิถุนายน 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 5/2569 ณ ห้องประชุมไทยาจารย์ ชั้น 3 อาคาร 2 สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา โดยมี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศธ. และผู้บริหารองค์กรหลักและในกำกับของศธ. เข้าร่วมประชุม 

นายประเสริฐ  กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องสำคัญๆหลายเรื่อง โดยตนได้สั่งให้มีการทบทวน ตรวจสอบ  โครงการอีฟอร์ดโฟลิโอ (E-Portfolio) ระบบจัดเก็บแฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์ รวบรวมข้อมูลส่วนตัว ผลงาน กิจกรรม และเกียรติบัตรในรูปแบบออนไลน์เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการสมัครเรียน สมัครงาน หรือประเมินผลงาน ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ซึ่งตั้งงบประมาณปี 2569 และผูกพันไปถึงปีงบประมาณ 2570 วงเงินรวมประมาณ 1,600,000,000 บาท เนื่องจากเป็นที่สนใจของสังคม และอยากให้โครงการนี้เกิดความรอบคอบ จึงได้สั่งการให้มีการทบทวนตรวจสอบ ซึ่งในวันนี้ที่ประชุมก็มีมติเห็นชอบให้ สพฐ.สรุปโครงการนี้อีกครั้งหนึ่ง และให้รายงานให้คณะกรรมการบูรณาการฯ ซึ่งจะมีหน้าที่วิเคราะห์ความคุ้มค่า ความเหมาะสมของโครงการ ว่าจะดำเนินการอย่างไรกับโครงการนี้ต่อไป 

“ที่ให้ทบทวนโครงการนี้เนื่องจากเป็นโครงการที่เป็นที่สนใจของสังคม ที่อยากให้โครงการนี้ ดำเนินการด้วยความรอบคอบ ประกอบกับสภาผู้แทนราษฎรให้ความสำคัญกับโครงการในลักษณะแบบนี้  ดังนั้น ในฐานะที่ผมก็เป็นผู้แทนราษฎรด้วย จึงอยากให้มีการทบทวนโครงการนี้ ซึ่งในที่ประชุมผู้บริหารศธ. วันนี้ก็มีมติเห็นชอบให้มีการทบทวนโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อให้เกิดความรอบคอบในการใช้งบประมาณ การใช้ภาษีของพี่น้องประชาชนให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด ส่วนที่มีข่าวว่าวันนี้ ป.ป.ช. จะมาตรวจสอบโครงการนี้  ก่อนนี้ผมไม่ทราบมาก่อน แต่วันนี้ เลขาธิการ กพฐ.พึ่งจะรายงานให้ผมทราบในที่ประชุม ซึ่งผมก็ยินดี เราให้ความสำคัญทุกโครงการที่เป็นประโยชน์ก็จะทำด้วยความรอบครอบ และก่อนหน้านี้ผมก็ไม่ได้รับการร้องเรียนถึงความไม่โปร่งใสของโครงการนี้เข้ามา แต่วันที่ผมไปประชุมสภา ได้มี ส.ส. จากพรรคฝ่ายค้าน ได้เข้ามาหารือว่าอยากให้ผมช่วยดูโครงการนี้  ซึ่งผมก็รับฟังและรับเสียงสะท้อนมาหารือในที่ประชุมผู้บริหารศธ.ในวันนี้ และผมได้กำชับให้ สพฐ.ไปเร่งติดตามตรวจสอบโครงการนี้ให้เสร็จก่อนสิ้นเดือนมิถุนายนนี้“ 

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า โครงการอีฟอร์ดโฟลิโอ สพฐ.ยังไม่มีการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง หรือทำสัญญาจ้างใดๆ ยังอยู่ในขั้นตอนร่างทีโออาร์แต่ยังไม่แล้วเสร็จ 

ศธ.-TO BE NUMBER ONE-CEYDA -Garena ผนึกกำลังเปิดตัว Esports Master Youth Champion เวทีอีสปอร์ตระดับการศึกษาใหญ่สุดของไทย

ศธ.-TO BE NUMBER ONE-CEYDA -Garena ผนึกกำลังเปิดตัว Esports Master Youth Champion เวทีอีสปอร์ตระดับการศึกษาใหญ่สุดของไทย

ศธ.-TO BE NUMBER ONE-CEYDA -Garena ผนึกกำลังเปิดตัว Esports Master Youth Champion เวทีอีสปอร์ตระดับการศึกษาใหญ่สุดของไทย

วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.50 น.

ศธ. – TO BE NUMBER ONE – CEYDA – Garena ผนึกกำลังเปิดตัว “Esports Master Youth Champion” เวทีอีสปอร์ตระดับการศึกษาใหญ่สุดของไทย ตามแนวทางโครงการพระดำริ “BUFF TO BUILD NUMBER ONE” ชิงถ้วยพระราชทานและรางวัลรวมกว่า 3 ล้านบาท

วันที่ 24 มิถุนายน 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานการแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “Esports Master Youth Champion 2569” การแข่งขันอีสปอร์ตระดับการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ตามแนวทางโครงการพระดำริ “BUFF TO BUILD NUMBER ONE” โดยมี นายฐณณ ธนกรประภา นายกสมาคมอีสปอร์ตเพื่อการศึกษาและพัฒนาส่งเสริมศักยภาพเยาวชน (CEYDA) นายแพทย์ จุมภฏ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ผู้แทนโครงการ TO BE NUMBER ONE ผู้แทน Garena Thailand และผู้บริหาร ศธ. ได้แก่ นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน, และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ

โครงการ “Esports Master Youth Champion 2569” เกิดจากความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ โครงการ TO BE NUMBER ONE สมาคมอีสปอร์ตเพื่อการศึกษาและพัฒนาส่งเสริมศักยภาพเยาวชน (CEYDA) และ การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) เพื่อขับเคลื่อนอีสปอร์ตสู่การเป็นเครื่องมือพัฒนาเยาวชนและส่งเสริมการเรียนรู้ในสถานศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โดยเปิดโอกาสให้ทีมเยาวชนตัวแทนสถานศึกษาจากทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ ร่วมประชันฝีมือใน 3 เกมยอดนิยม ได้แก่ Arena of Valor (RoV), Free Fire และ EA SPORTS FC Online เพื่อเฟ้นหาสุดยอดทีมเยาวชน ชิงถ้วยพระราชทานจากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พร้อมทุนการศึกษา และของรางวัลมูลค่ารวมกว่า 3 ล้านบาท 

โอกาสนี้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศธ. ได้เน้นย้ำถึงบทบาทของอีสปอร์ตในฐานะพื้นที่การเรียนรู้ที่ช่วยพัฒนาทักษะแห่งอนาคต ผ่านกระบวนการการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริง (Simulation-Based Learning) ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการเตรียมความพร้อมเยาวชนไทยสู่โลกดิจิทัลและเศรษฐกิจแห่งอนาคต โดยมองว่าอีสปอร์ตเป็นมากกว่าการแข่งขัน แต่เป็นเครื่องมือการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงที่ช่วยพัฒนาเยาวชนให้เป็นคนรุ่นใหม่ที่คิดเป็น ทำเป็น ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ และพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต 

“กระทรวงศึกษาธิการมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความพร้อมสำหรับโลกยุคดิจิทัล ทั้งในด้านความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 โครงการ Esports Master Youth Champion จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ และเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ค้นพบศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษาทั้งระบบ และเตรียมความพร้อมเยาวชนไทยสู่เศรษฐกิจและสังคมแห่งอนาคตต่อไป” รมว.ศธ. กล่าว

ด้านนายแพทย์ จุมภฏ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการ โครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด กล่าวว่า การดำเนินโครงการ BUFF TO BUILD NUMBER ONE และ Esports Master Youth Champion ถือเป็นแนวทางหนึ่งในการใช้กิจกรรมที่สอดคล้องกับความสนใจของเยาวชนยุคใหม่ มาสร้างพื้นที่การเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพอย่างสร้างสรรค์ อีสปอร์ตสามารถเป็นเครื่องมือในการพัฒนาทักษะชีวิตที่สำคัญ ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างสุขภาวะทางใจ วินัย และภูมิคุ้มกันทางสังคม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการเติบโตเป็นเยาวชนคุณภาพ และห่างไกลจากปัญหายาเสพติด สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการสร้างนักกีฬาอีสปอร์ต แต่คือการสร้างเยาวชนที่มีทั้ง IQ และ EQ พร้อมเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต”

ขณะที่นายฐณณ ธนกรประภา นายกสมาคมอีสปอร์ตเพื่อการศึกษาและพัฒนาส่งเสริมศักยภาพเยาวชน (CEYDA) กล่าวว่า โครงการ Esports Master Youth Champion เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะใช้อีสปอร์ตเป็นเครื่องมือพัฒนาเยาวชนไทย ผ่านการแข่งขันที่เชื่อมโยงการเรียนรู้กับการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต คณะทำงานเชื่อว่าอีสปอร์ตสามารถส่งเสริมทั้ง Hard Skill, Soft Skill และ Heart Skill ตั้งแต่การคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูล การทำงานเป็นทีม ไปจนถึงการมีน้ำใจนักกีฬา และการร่วมสร้างสังคมดิจิทัลที่ปราศจาก Hate Speech เพราะเป้าหมายของโครงการนี้ไม่ใช่เพียงการสร้างผู้ชนะ แต่คือการสร้างเยาวชนที่พร้อมเติบโตเป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพของประเทศในอนาคต

ดร.ศรุต วานิชพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส Sea (ประเทศไทย) ในนาม การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า มีความยินดีที่ได้ร่วมสนับสนุนโครงการ Esports Master Youth Champion 2569 และร่วมสร้างโอกาสให้เยาวชนไทยได้พัฒนาศักยภาพผ่านอีสปอร์ต โดยการแข่งขันใน 3 เกมหลัก ได้แก่ Arena of Valor (RoV), Free Fire และ EA SPORTS FC Online ภายใต้โครงการนี้จะเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้เยาวชนจากทั่วประเทศได้แสดงศักยภาพและต่อยอดอาชีพในเส้นทางอีสปอร์ตได้ในอนาคต ทั้งยังเป็นการต่อยอดความสนใจของเยาวชนไทยสู่การพัฒนาทักษะ เตรียมความพร้อมให้เยาวชนไทยก้าวสู่การเป็นบุคลากรคุณภาพที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและสร้างชื่อเสียงให้ประเทศต่อไป

ขณะที่ นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการ กพฐ. กล่าวปิดท้ายว่า สพฐ. เชื่อมั่นว่าการพัฒนาเยาวชนในปัจจุบันจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม เพื่อร่วมกันสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ การแข่งขันอีสปอร์ตในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันเกม แต่จะเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่ช่วยส่งเสริมการคิดอย่างเป็นระบบ การวางแผน การตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูล การบริหารจัดการตนเอง การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม ซึ่งล้วนเป็นทักษะแห่งอนาคตที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพในโลกยุคดิจิทัล 

สำหรัยการแข่งขัน “Esports Master Youth Champion 2569” เปิดรับสมัครทีมตัวแทนสถานศึกษาจาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน – 17 กรกฎาคม 2569 ก่อนเข้าสู่เส้นทางการแข่งขันตั้งแต่ระดับสถานศึกษา ระดับจังหวัด ระดับประเทศ และรอบชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย โดยผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดการรับสมัคร กำหนดการแข่งขัน และข่าวสารต่าง ๆ ของโครงการได้ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของโครงการ TO BE NUMBER ONE, CEYDA, Garena Thailand รวมถึงช่องทางของเกม RoV, Free Fire และ EA SPORTS FC Online อีกด้วย
 

สภามหาวิทยาลัย มจพ. ร่วมแสดงความยินดีกรรมการสภามหาวิทยาลัย ในโอกาสได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประจำปี 2568

สภามหาวิทยาลัย มจพ. ร่วมแสดงความยินดีกรรมการสภามหาวิทยาลัย ในโอกาสได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประจำปี 2568

สภามหาวิทยาลัย มจพ. ร่วมแสดงความยินดีกรรมการสภามหาวิทยาลัย ในโอกาสได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประจำปี 2568

วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.40 น.

24 มิถุนายน 2569 สภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยจัดงานแสดงความยินดี แด่กรรมการสภามหาวิทยาลัย ในโอกาสได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประจำปี 2568 โดยมีผู้บริหาร กรรมการสภามหาวิทยาลัย คณาจารย์ บุคลากร และแขกผู้มีเกียรติมาร่วมแสดงความยินดีอย่างพร้อมเพรียง ในการนี้ นายกสภามหาวิทยาลัย มจพ. ได้กล่าวแสดงความยินดีและกล่าวยกย่องผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ซึ่งถือเป็นเกียรติยศอันสูงส่งที่สะท้อนถึงความวิริยะอุตสาหะ ความซื่อสัตย์สุจริต ความเสียสละ และการอุทิศตนเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและสังคม ตลอดจนการมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายและขับเคลื่อนการพัฒนามหาวิทยาลัยให้เจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ณ หอประชุมเบญจรัตน์ อาคารนวมินทรราชินี มจพ.

ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในครั้งนี้ ประกอบด้วย คุณภรณี ลีนุตพงษ์ กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นสายสะพาย มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก ศาสตราจารย์ ดร.อรรถกร เก่งพล กรรมการสภามหาวิทยาลัยประเภทคณาจารย์ ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นสายสะพาย มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก และ ดร.ศิริธัช โรจนพฤกษ์ กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย นอกจากนี้ยังเคยได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นดิเรกคุณาภรณ์อีกด้วย

นายกสภามหาวิทยาลัย กล่าวว่า การได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในครั้งนี้ นับเป็นเครื่องหมายแห่งการเชิดชูเกียรติอันทรงคุณค่าของบุคคลดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของสังคมและประเทศชาติ ตลอดจนการมีส่วนร่วมในการกำหนดวิสัยทัศน์และทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือให้มีความเป็นเลิศทั้งด้านวิชาการ วิจัยและนวัตกรรม จนได้รับการยอมรับในระดับชาติและนานาชาติมาอย่างต่อเนื่อง

​มจพ. คว้ารองชนะเลิศอันดับ 1 ‘ABU Robocon Thailand Championship 2026’

​มจพ. คว้ารองชนะเลิศอันดับ 1 ‘ABU Robocon Thailand Championship 2026’

​มจพ. คว้ารองชนะเลิศอันดับ 1 ‘ABU Robocon Thailand Championship 2026’

วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ทีม iRAP_Savior นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากการแข่งขันหุ่นยนต์ชิงแชมป์ประเทศไทย ABU Robocon Thailand Championship 2026 ณ ศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต

สำหรับการแข่งขันในปีนี้ มาในกติกาความท้าทายสุดเข้มข้นภายใต้ธีม “Kung Fu Quest เส้นทางสู่ปรมาจารย์กังฟู” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะการต่อสู้ดั้งเดิมของจีน ผสานเข้ากับเทคโนโลยีหุ่นยนต์สมัยใหม่ โดยแต่ละทีมต้องพัฒนาและควบคุมหุ่นยนต์จำนวน 2 ตัว เพื่อปฏิบัติภารกิจวัดใจอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งการเก็บรวบรวมม้วนคัมภีร์กังฟู การฝ่าด่านจำลอง “ป่าเหมยฮัว”  และการดวลเดือดเชิงกลยุทธ์ในรูปแบบ Tic-Tac-Toe ซึ่งความสำเร็จของทีม มจพ. ในครั้งนี้ เกิดจากการผสมผสานความแม่นยำ ความรวดเร็ว และการวางแผนกลยุทธ์ที่เฉียบคม

การแข่งขันดังกล่าว จัดขึ้นโดยความร่วมมือของ 4 องค์กร ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.), สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (Thai PBS), บริษัท เซียร์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) และสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนและพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทยด้านหุ่นยนต์ นวัตกรรม และวิศวกรรมอย่างยั่งยืน

ความสำเร็จในครั้งนี้อยู่ภายใต้การดูแลและผลักดันของ ผศ.นพดล พัดชื่น อาจารย์ที่ปรึกษาทีม พร้อมด้วยทีมเหล่านักศึกษา จำนวน 6 คน ได้แก่ 1.นายณฐภัทร เทศวิรัศ 2.นายธำรงค์ศักดิ์ ชูแสง 3.นายอักษรินทร์ ศักยชิติพัทธ์ 4.นายกันตินันท์ คงน่วม 5.นายพอเพียง บุญวิสูตร 6.นายกิตติภัฎ สุวรรณ์

ความสำเร็จของทีม iRAP_Savior ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความมุ่งมั่น ทุ่มเท ของตัวนักศึกษาและอาจารย์ที่ปรึกษาเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งยืนยันถึงความเป็นเลิศทางวิชาการและมาตรฐานการศึกษาของ มจพ. ในการเป็นผู้นำด้านการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์และนวัตกรรมของประเทศอย่างแท้จริง

​นวัตกรรม ‘AI วิเคราะห์ข้อมูลการสื่อสารช่วงภัยพิบัติ’ คว้า 1 เหรียญทอง 3 รางวัลพิเศษ เวที WGC 2026 ที่ญี่ปุ่น

​นวัตกรรม ‘AI วิเคราะห์ข้อมูลการสื่อสารช่วงภัยพิบัติ’ คว้า 1 เหรียญทอง 3 รางวัลพิเศษ เวที WGC 2026 ที่ญี่ปุ่น

​นวัตกรรม ‘AI วิเคราะห์ข้อมูลการสื่อสารช่วงภัยพิบัติ’ คว้า 1 เหรียญทอง 3 รางวัลพิเศษ เวที WGC 2026 ที่ญี่ปุ่น

วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

คณาจารย์และนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และสถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาฯ (CSII) สร้างชื่อเสียงในเวทีนานาชาติ จากผลงานนวัตกรรม “แดชบอร์ดที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์สำหรับข้อมูลเชิงลึกด้านการสื่อสารเกี่ยวกับแผ่นดินไหวในช่วงการรับมือ” (AI-Powered Dashboard for Earthquake Communication Insights during Response Phase) คว้า 1 เหรียญทอง และ 3 รางวัลพิเศษ จากงาน World Genius Convention & Education Expo 2026 (WGC 2026) ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

โดยรางวัลที่ได้รับ มีดังต่อไปนี้ 1.เหรียญทอง (Gold Award) จากงาน World Genius Convention & Education Expo 2026 (WGC 2026) กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น , 2.รางวัล Special Award จาก International Invention & Innovation Institute (IIII) ประเทศญี่ปุ่น , 3.รางวัล OFEED Special Award ประเทศโมร็อกโก และ 4.รางวัล Canadian Special Award of Excellence จาก Innovation Initiative Co-operative Inc. “The Inventors Circle” ประเทศแคนาดา

ผลงานดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างอาจารย์และนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ที่ทำงานร่วมกับอาจารย์ CSII ซึ่งพัฒนานวัตกรรมดังกล่าวขึ้นเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการข้อมูลในช่วงการรับมือภัยพิบัติ โดยเฉพาะเหตุการณ์แผ่นดินไหว ผ่านการประยุกต์ใช้ AI เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลการสื่อสารของประชาชนและนำเสนอเป็นภาพรวมที่เข้าใจง่าย ช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถติดตามสถานการณ์และประเมินความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นวัตกรรมนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ความโดดเด่นของนวัตกรรมคือการนำข้อมูลจาก Traffy Fondue แพลตฟอร์มรับแจ้งและจัดการปัญหาเมืองที่พัฒนาโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ในการรับมือภัยพิบัติแผ่นดินไหว ระบบสามารถรวบรวม วิเคราะห์ และแสดงผลข้อมูลการสื่อสารที่เกิดขึ้นผ่านสื่อสังคมออนไลน์และช่องทางดิจิทัลต่างๆ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถมองเห็นแนวโน้ม ความกังวล ความต้องการ และการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการสื่อสารของประชาชนในแต่ละช่วงเวลาหลังเกิดเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ระบบยังมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจสำหรับหน่วยงานภาครัฐและองค์กรด้านการจัดการภัยพิบัติ ช่วยให้สามารถเข้าใจบริบททางสังคม ความรู้สึก และความต้องการเบื้องต้นของประชาชนในพื้นที่ประสบภัยได้ดียิ่งขึ้น นำไปสู่การวางแผนช่วยเหลือ การสื่อสารความเสี่ยง และการบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น 

สำหรับอาจารย์และนิสิตผู้พัฒนานวัตกรรม ได้แก่ รศ.ดร.ณัฏฐ์ ลีละวัฒน์ ผู้ช่วยคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และหัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านระบบสารสนเทศการจัดการภัยพิบัติและความเสี่ยง จุฬาฯ , อ.ดร.จิง ถาง อาจารย์ประจำสถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาฯ , นายวสุพล อรรถยุติ นิสิตภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ , นายชยุต โฆษิตวณิชย์ นิสิตภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และนายนนทวัฒน์ เสรีภาณุ นิสิตภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ

ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนศักยภาพของคณาจารย์และนิสิตจุฬาฯ ในการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในระดับสังคมและประเทศ แสดงให้เห็นบทบาทของมหาวิทยาลัยในการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการภัยพิบัติและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

ชู DLTV ลดเหลื่อมล้ำการศึกษาไทย ยกระดับครูสู่บทบาทโค้ช สร้างการเรียนรู้คุณภาพ

ชู DLTV ลดเหลื่อมล้ำการศึกษาไทย ยกระดับครูสู่บทบาทโค้ช สร้างการเรียนรู้คุณภาพ

ชู DLTV ลดเหลื่อมล้ำการศึกษาไทย ยกระดับครูสู่บทบาทโค้ช สร้างการเรียนรู้คุณภาพ

วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมด้วย รศ.ดร.ไบรอัน เค เพอร์กินส์ (Associate Professor Dr. Brian K. Perkins) ศาสตราจารย์ปฏิบัติวิชาชีพด้านการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และคณะทำงาน ลงพื้นที่ติดตามการจัดการเรียนการสอนด้วยเทคโนโลยีการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ณ สถานศึกษาในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี โดยมีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากรของโรงเรียน ร่วมให้การต้อนรับ

โอกาสนี้ นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี ได้นำ รศ.ดร.ไบรอัน เค เพอร์กินส์ และคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนวัดท่าล้อ อ.ท่าม่วง และโรงเรียนบ้านท่ามะนาว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เพื่อสำรวจตรวจดูอาคารสถานที่ภายในโรงเรียน พร้อมรับฟังปัญหาต่างๆจากสภาพจริงในพื้นที่ พบว่า การบริหารจัดการอาหารกลางวันของโรงเรียนยังมีอุปสรรคอยู่บ้าง เนื่องจากเกณฑ์การนับจำนวนนักเรียนมาถึงหลังเปิดภาคเรียน ทำให้โรงเรียนต้องคาดการณ์ยอดนักเรียนล่วงหน้าเพื่อจัดทำสัญญาและปรับข้อมูลกับท้องถิ่นภายหลัง ขณะเดียวกัน แม้จะใช้ระบบจ้างเหมาประกอบอาหารสำเร็จรูป ครูยังคงต้องรับภาระงานเอกสารด้านจัดซื้อจัดจ้างและตรวจรับพัสดุ ส่งผลกระทบต่อเวลาการจัดการเรียนการสอน จึงมีข้อเสนอให้ปรับรูปแบบการบริหารอาหารกลางวันให้คล้ายโครงการนมโรงเรียน โดยให้หน่วยงานภายนอกเป็นผู้จัดซื้อและจัดส่งเพื่อลดภาระงานเอกสาร นอกจากนี้ โรงเรียนยังประสบปัญหางบอาหารกลางวันจากท้องถิ่นล่าช้ากว่าเปิดเทอม 1 – 2 สัปดาห์ จนต้องสำรองเงินดำเนินการไปก่อน รวมถึงภาระค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งมีข้อเสนอให้ผลักดันการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายระยะยาวและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณของโรงเรียน

นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชมการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ของโรงเรียน ซึ่งเป็นโครงการภายใต้มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ถ่ายทอดสดจากโรงเรียนวังไกลกังวล ครอบคลุมระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย โดย สพฐ. ร่วมมือสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนและการอบรมพัฒนาครู เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนครูและลดความเหลื่อมล้ำในโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งได้รับการชื่นชมจาก รศ.ดร.ไบรอัน เค เพอร์กินส์ ในด้านการมีส่วนร่วมจัดการเรียนรู้ระหว่างครูโรงเรียนปลายทางกับครูโรงเรียนต้นทาง โดยครูต้องเชื่อมโยงความรู้เดิมสู่ความรู้ใหม่ พร้อมตั้งคำถามกระตุ้นการคิด กำกับดูแล และช่วยเหลือนักเรียนให้ปฏิบัติกิจกรรมได้ตามเป้าหมาย จากนั้นยังต้องติดตามพฤติกรรมการเรียนรู้ ประเมินผลรายบุคคล และให้คำแนะนำแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม เปรียบเสมือนเป็นพี่เลี้ยงมากกว่าเป็นผู้สอนเพียงอย่างเดียว เพื่อให้การเรียนรู้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

อีกทั้ง เลขาธิการ กพฐ. ยังได้มอบนโยบายและแนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาแก่ผู้บริหาร ครู และบุคลากรฯของโรงเรียน ตามนโยบายหลัก 5 ด้าน ของ ศธ. ทั้งการคืนเวลาให้ครูเพื่อคืนอนาคตให้เด็ก การรื้อสูตรความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาส การยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง การทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง และการสร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วย พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พร้อมเน้นย้ำการสร้างโอกาส ความเสมอภาค และการยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้สอดคล้องกับเป้าหมายการศึกษาของประเทศ อันจะนำไปสู่การพัฒนาคนไทยให้มีคุณภาพและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 อย่างยั่งยืน