กสศ. มอบทุนสนับสนุนสถานศึกษา ผลิตกำลังคนด้านสายอาชีพชั้นสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778628

กสศ. มอบทุนสนับสนุนสถานศึกษา ผลิตกำลังคนด้านสายอาชีพชั้นสูง

กสศ. มอบทุนสนับสนุนสถานศึกษา ผลิตกำลังคนด้านสายอาชีพชั้นสูง

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพิ่มการสนับสนุนสถานศึกษาเพื่อผลิตกำลังคนทำงานใน 3 สาขา คือ สาขาเป้าหมายหลักของการพัฒนา ตามนโยบายผลักดันเศรษฐกิจและพัฒนาไปสู่เป้าหมายนโยบายประเทศ 4.0 ของรัฐบาล สาขาที่ขาดแคลนด้านสายอาชีพในท้องถิ่นจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด และอุตสาหกรรมซอฟต์ พาวเวอร์ 11 สาขา ที่ตอบโจทย์ของแต่ละพื้นที่ และด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและเทคโนโลยีดิจิทัล (STEM) เพื่อร่วมผลิตกำลังคนสายอาชีพ 2,500 คนในปี 2567 สถาบันการศึกษาสายอาชีพที่มีคุณสมบัติเสนอโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สามารถยื่นข้อเสนอโครงการผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ www.eef.or.th ตั้งแต่วันนี้- 9 มกราคม 2567

ผศ.ดร.ปานเพชร ชินินทร อนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการศึกษาระดับสูงกว่าภาคบังคับ กสศ. กล่าวว่า หลักสูตรและสาขาที่เปิดรับยื่นขอทุนในปีนี้ ประกอบด้วย สาขาที่หนึ่ง คือเป็นเป้าหมายหลักของการพัฒนาประเทศ ตามนโยบายผลักดันเศรษฐกิจและพัฒนาไปสู่เป้าหมายนโยบายประเทศ 4.0 ของรัฐบาล โดยมุ่งเน้นหลักสูตรสมัยใหม่ ได้แก่ อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ (First-Curve) อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดี อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อุตสาหกรรมเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ และอุตสาหกรรมอนาคต (New S-Curve) อาทิ หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรมและเพื่อคุณภาพชีวิต อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์

สาขาที่สองคือ สาขาที่ขาดแคลนด้านสายอาชีพในท้องถิ่นจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด ซึ่งสถานศึกษาตั้งอยู่ในจังหวัดหรืออาจรวมถึงพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง โดยในปีนี้ได้เพิ่มเติมด้านอุตสาหกรรมซอฟต์ พาวเวอร์ 11 สาขาที่ตอบโจทย์ของแต่ละพื้นที่ด้วย เช่นสาขาวิชาคอมพิวเตอร์เกมและแอนิเมชั่นสาขาวิชาเทคโนโลยีแฟชั่น และเครื่องแต่งกาย สาขาวิชาธุรกิจความงาม สาขาวิชาเชฟอาหารไทย สาขาวิชาการธุรกิจการกีฬา สาขาวิชาเทคโนโลยีเซรามิก สาขาวิชาศิลปหัตถกรรมรูปพรรณเครื่องถมและเครื่องประดับ สาขาวิชาการถ่ายภาพและมัลติมีเดีย สาขาวิชาเครื่องประดับอัญมณี และสาขาที่สามด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและเทคโนโลยีดิจิทัล (STEM) ซึ่งเปิดหลักสูตรประกาศนียบัตร 1 ปี ได้แก่หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล สถานศึกษาที่ขอรับทุนต้องได้รับการรับรองจากสภาการพยาบาลอย่างน้อย 3 ปี และหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยทันตแพทย์ ซึ่งสถานศึกษาที่ขอรับทุนต้องได้รับการรับรองจากทันตแพทยสภา

น.ส.ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ. กล่าวว่าการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นรากฐานสำคัญของความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยตลอด 5 ปีที่ผ่านมา โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงกสศ. ได้สร้างโอกาสให้เยาวชนจากครัวเรือนยากลำบาก ได้เรียนต่อสูงกว่าการศึกษาภาคบังคับในสาขาความต้องการของตลาดแรงงานในประเทศและท้องถิ่นแล้ว ถึง 11,768 คน โดยกลุ่มนักศึกษาที่เรียนจบแล้วและเข้าทำงานในสถานประกอบการต่างๆ สามารถสร้างรายได้สูงกว่าพ่อแม่ถึง 4 เท่า มีรายได้หลักเฉลี่ยเดือนละ 12,000 บาท เยาวชนกลุ่มนี้เป็นคนแรกของครอบครัวที่หลุดพ้นจากความยากจนข้ามรุ่น

เรืออากาศโทสมพร ปานดำรองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า 78% ของนักศึกษาทุนมีผลการเรียนที่มีระดับดีมากเกรดเฉลี่ย 3.00 ถึง 4.00 นักศึกษาทุนรุ่นแรกที่เรียนจบในระดับปวส. มีรายได้เฉลี่ย ถึง 10,800 บาทและมีรายได้เฉลี่ยสูงสุดถึง 32,000 บาทและเกิดความร่วมมือร่วมทุนกับภาคเอกชนผ่านการยกระดับคุณภาพเรื่องหลักสูตรที่ทันสมัยในสถานศึกษาได้แก่ อุตสาหกรรมการเกษตร อาหารและโภชนาการแมคคาทรอนิกส์ การซ่อมบำรุงระบบรางเครื่องกลงานเชื่อมยานยนต์ไฟฟ้ายานยนต์สมัยใหม่มีการพัฒนามาตรฐานการฝึกงานมีการพัฒนามาตรฐานการจัดการศึกษาทวิภาคีการพัฒนาเครื่องมือในการเรียนการสอน การพัฒนาครูอาชีวศึกษาในสถานประกอบการ

“การทำงานร่วมกันระหว่างกสศ.และอาชีวะ มีความสอดคล้องและเป็นไปตามนโยบายทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องการยกระดับคุณภาพการศึกษาเต็มกำลังความสามารถอย่างมีกัลยาณมิตรต่อกันภายใต้แนวการทำงานจับมือไว้แล้วไปด้วยกันและเรียนดีมีความสุข โดยมีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรกำลังคนของประเทศหรือทุนมนุษย์” เรืออากาศโทสมพร กล่าว

ม.ศรีปทุม มอบรางวัลเกียรติยศ ศิษย์เก่าดีเด่น ปีการศึกษา 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778631

ม.ศรีปทุม มอบรางวัลเกียรติยศ ศิษย์เก่าดีเด่น ปีการศึกษา 2566

ม.ศรีปทุม มอบรางวัลเกียรติยศ ศิษย์เก่าดีเด่น ปีการศึกษา 2566

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีปทุม เป็นประธานพิธีมอบรางวัลเกียรติยศและประกาศเกียรติคุณ ศิษย์เก่าดีเด่น มหาวิทยาลัยศรีปทุม ประจำปีการศึกษา 2566 จำนวน 9 ท่าน ในงานพิธีประสาทปริญญาแก่บัณฑิต รุ่นที่ 52 ประจำปีการศึกษา 2565 เพื่อเป็นแบบอย่างของคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ความขยันหมั่นเพียรและอดทนจะประสบความสำเร็จในอาชีพ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิทั้งในด้านการทำงานและสังคม ซึ่งถือเป็นแบบอย่างที่ดีของการทำคุณประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติบ้านเมืองมาโดยตลอด ทั้งยังเป็นบุคคลที่น่ายกย่องและเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษาและเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่สมควรยึดถือเป็นแบบอย่าง ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม บางเขน กรุงเทพฯ

รายนามศิษย์เก่าดีเด่น ประจำปีการศึกษา 2566 ศิษย์เก่าดีเด่น ระดับบัณฑิตศึกษา จำนวน 4 ท่าน ได้แก่ พลเอกวรวุฒิ วุฒิศิริ รองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทยศิษย์เก่าดีเด่นด้านภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจ วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาด้านการจัดการ ดร.วิสิทธิ์ ใจเถิง รองศึกษาธิการ ภาค 1 สำนักงานศึกษาธิการ ภาค 1 จังหวัดลพบุรี ศิษย์เก่าดีเด่นด้านภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจ วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาด้านการจัดการ นายณรงค์ สวรรค์โพธิ์พันธุ์ ผู้ช่วยผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ศิษย์เก่าดีเด่นด้านภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ และนายอภิวัฒน์ หวังมีชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท บนกองเงินกองทอง โซลูชั่น จำกัด ศิษย์เก่าดีเด่นด้านธุรกิจ คณะบัญชี

ศิษย์เก่าดีเด่น ระดับปริญญาตรี จำนวน 5 ท่าน ได้แก่ นายจักรี กิจบัญชา รองผู้ว่าการประจำผู้ว่าการ และรักษาการแทนรองผู้ว่าการภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ศิษย์เก่าดีเด่นด้านภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจ คณะวิศวกรรมศาสตร์ นางสุภา ศุขภะวัน ผู้ชำนาญการพิเศษ สำนักงานบริหารโครงการเชิงกลยุทธ์ บริษัท บริการภาคพื้น ท่านอากาศยานไทย จำกัด ศิษย์เก่าดีเด่นด้านภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจ คณะศิลปศาสตร์ นายมารุต ปรียากรนักวิชาการคลังชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการกลุ่มงานวิเคราะห์เงินนอกงบประมาณด้านสังคม กองกำกับและพัฒนาระบบเงินนอกงบประมาณ กรมบัญชีกลาง กระทรงการคลังศิษย์เก่าดีเด่นด้านภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจ คณะบัญชี นายยุทธนา นาคเมือง กรรมการผู้จัดการบริษัท POINT ARCHITECT LADN จำกัดศิษย์เก่าดีเด่นด้านพัฒนาวิชาชีพ คณะการออกแบบและสถาปัตยกรรมศาสตร์ และนางชวลัน อรรถสุวรรณ CEO LEELEYS GROUP ศิษย์เก่าดีเด่นด้านพัฒนาวิชาชีพ คณะบริหารธุรกิจ

ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวว่า มหาวิทยาลัยศรีปทุมเติบโตมาอย่างยาวนาน ปีนี้นับเป็นปีที่ 53 ที่มหาวิทยาลัยมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง และยังคงพัฒนาต่อไป ภายใต้แนวคิด “ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงที่เปี่ยมด้วยพลังและความคิดสร้างสรรค์” เพื่อให้ทุกคนสามารถออกไปประกอบอาชีพได้ทันที ซึ่งศิษย์เก่าดีเด่นที่ได้รับรางวัลในวันนี้ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าท่านเป็นบัณฑิตของมหาวิทยาลัยศรีปทุม ที่นำความรู้และประสบการณ์จริงไปประกอบอาชีพได้อย่างโดดเด่น ประสบความสำเร็จและมีความรับผิดชอบต่อสังคม ในนามของมหาวิทยาลัยขอขอบคุณศิษย์เก่าทุกท่านที่ธำรงตนเป็นคนดีและมีคุณภาพขอขอบคุณที่ร่วมกันสร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยศรีปทุม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ศิษย์เก่าทุกท่านจะยังคงสร้างชื่อเสียงยิ่งๆ ขึ้นไป และได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในการดำเนินการด้านต่างๆ ตามความเหมาะสม

ปชช.ประทับใจ! ‘ศูนย์อาชีวะอาสา’ Fix it Center เทศกาลปีใหม่ 2567 แห่เข้ารับบริการทั่วไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778632

ปชช.ประทับใจ! 'ศูนย์อาชีวะอาสา' Fix it Center เทศกาลปีใหม่ 2567 แห่เข้ารับบริการทั่วไทย

ปชช.ประทับใจ! ‘ศูนย์อาชีวะอาสา’ Fix it Center เทศกาลปีใหม่ 2567 แห่เข้ารับบริการทั่วไทย

วันพุธ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2567, 21.10 น.

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2567 นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้จัดศูนย์อาชีวะอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชน Fix it Center ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.66 ถึง 2 ม.ค.67 ที่ผ่านมา โดยออกให้บริการประชาชนในการตรวจสภาพรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ก่อนการเดินทาง ฟรี !!! ทั่วประเทศ  จำนวน 101 ศูนย์บริการ พร้อมนำนักเรียน นักศึกษา และครูแผนกวิชาช่างยนต์ ของสถานศึกษาให้การบริการตามเส้นทางถนนสายหลักและสายรองทั่วประเทศ มีเต็นท์สีม่วง ป้ายบอกทางเป็นระยะก่อนถึงศูนย์บริการพร้อมให้บริการ เช่น ตรวจระบบเบรก สภาพยาง อุปกรณ์ปัดน้ำฝน ระดับน้ำมันเครื่องและความสกปรกของน้ำมันเครื่อง ท่อยาง หม้อน้ำและรอยรั่ว การทำงานของไฟส่องสว่าง และไฟสัญญาณต่าง ๆรวมทั้งบริการเครื่องดื่ม ผ้าเย็น ที่นั่งพักผ่อน และแนะนำข้อมูลเส้นทางแก่ประชาชนผู้เดินทาง เพื่อสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนแก่ประชาชน ซึ่งในปีนี้ สอศ.ให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ไฟฟ้า จุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในบางศูนย์บริการกว่า 50 ศูนย์ จากทั้งหมด 101 ศูนย์บริการ

นายยศพล กล่าวต่อว่า ศูนย์อาชีวะอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชน Fix it Center ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 นี้ มีประชาชนมารับบริการบริการรวม 18,464 คน แบ่งเป็นการตรวจสภาพรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จำนวน 14,061 คัน เนื่องจากมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา และท่องเที่ยวด้วยพาหนะรถยนต์ และรถจักรยานยนต์จำนวนมาก โดยพาหนะรถยนต์มาใช้บริการตรวจระดับน้ำมันเครื่องและความสกปรกของน้ำมันเครื่องมากที่สุด รองลงมาเป็นการตรวจสภาพยางรถยนต์ และตรวจระดับน้ำในหม้อน้ำ ส่วนรถจักรยานยนต์มาใช้บริการตรวจน้ำมันเครื่อง และความสกปรกของน้ำมันเครื่องมากที่สุด รองลงมาเป็นตรวจสภาพยางรถมอเตอร์ไซด์ และตรวจสภาพการทำงานของไฟส่องสว่างและสัญญาณไฟตามลำดับ

ซึ่งกิจกรรมอาชีวะอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชน Fix it Center ยังได้รับคำชื่นชมจากประชาชนในการให้บริการของนักเรียน นักศึกษา อาทิ เป็นโครงการที่ดีมากอยากให้จัดในทุกเทศกาล,ขอขอบคุณและประทับใจนักเรียน นักศึกษาและครู อาชีวศึกษาที่ออกมาช่วยตรวจเช็คและดูแลรถยนต์ให้ก่อนการเดินทาง รวมถึงการบริการพักคน พักรถ เครื่องดื่มชา กาแฟ ที่มีอย่างครบครัน, กิจกรรมนี้ให้ความช่วยเหลือประชาชนเป็นอย่างดี ขอบคุณที่นักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษาได้ออกมาช่วยสังคมในช่วงเวลาที่ประชาชนต้องการความช่วยเหลือในเทศกาลต่างๆ ทุกๆ ปี , เป็นกิจกรรมที่ดีมาก ครูและนักเรียน นักศึกษา สามารถให้ข้อมูลและคำปรึกษาดีมากเหมือนช่างที่ศูนย์ และบางส่วนอยากให้เพิ่มจุดที่ชัดเจนในตัวเมืองเพื่อการให้บริการอย่างทั่วถึง

“นับได้ว่าเป็นขวัญและกำลังใจให้กับนักเรียน นักศึกษา และครู ที่ร่วมกิจกรรมศูนย์อาชีวะอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชน Fix it Center นอกจากจะช่วยเหลือประชาชนแล้ว ยังเป็นการสร้างจิตสำนึกของนักศึกษาอาชีวศึกษาในการมีจิตอาสา นำความรู้ ความสามารถสาขาวิชาชีพที่เรียนให้เกิดประโยชน์ เป็นผู้ให้ เป็นผู้มีความสละ นับเป็นกิจกรรมให้เด็กช่างมาปลดปล่อยในเรื่องราวดีๆ ในการช่วยเหลือสังคม และยังเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยป้องกันและลดอุบัติเหตุอีกด้วย” เลขาธิการ กอศ.กล่าว

– 006

กยศ.ตอบชัดเจน! ผู้กู้ 2,443 ราย ที่ขาดคุณสมบัติไม่สามารถให้กู้ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778636

กยศ.ตอบชัดเจน! ผู้กู้ 2,443 ราย ที่ขาดคุณสมบัติไม่สามารถให้กู้ได้

กยศ.ตอบชัดเจน! ผู้กู้ 2,443 ราย ที่ขาดคุณสมบัติไม่สามารถให้กู้ได้

วันพุธ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2567, 17.27 น.

กยศ.ตอบชัดเจน ผู้กู้ 2,443 ราย ที่ขาดคุณสมบัติไม่สามารถให้กู้ได้ ส่วนรายที่อนุมัติและทำสัญญาแล้วจะได้รับเงินภายใน 7 วัน

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ยืนยันชัดเจนอีกครั้งว่า ผู้กู้ที่มีคุณสมบัติไม่สอดคล้องตามเกณฑ์จะไม่สามารถกู้ได้ ส่วนผู้กู้รายใดที่ได้รับอนุมัติแล้ว เมื่อผู้กู้ลงนามและทำสัญญาเสร็จเรียบร้อย จะได้รับเงินกู้ภายใน 7 วัน โดยสัปดาห์หน้า กยศ.จะลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบว่าสถานศึกษามีการจัดการเรียนการสอนจริงหรือไม่ เนื่องจากมีผลต่อการอนุมัติเงินกู้

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2567 นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กล่าวว่า จากกรณีข่าวนักศึกษาจากสถานศึกษาแห่งหนึ่ง สอบถามเรื่องการอนุมัติเงินกู้ของผู้กู้ยืมจำนวน 2,178 ราย นั้น ขอยืนยันว่า มีผู้กู้ยืมจำนวน 2,443 ราย เป็นผู้มีงานทำแล้ว ทำให้ขาดคุณสมบัติและไม่สามารถให้กู้ได้ สำหรับรายอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนกองทุนฯได้อนุมัติเรียบร้อยทุกรายแล้ว ทั้งนี้ ผู้กู้ยืมที่ได้รับการอนุมัติ เมื่อลงนามและทำสัญญาเรียบร้อยจะได้รับเงินภายใน 7 วัน โดยสัปดาห์หน้า ทาง กยศ.จะลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบว่าทางสถานศึกษามีการจัดการเรียนการสอนถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ เนื่องจากมีผลต่อการอนุมัติเงินกู้

“ทั้งนี้ กองทุนฯ เป็นหน่วยงานที่ให้โอกาสทางการศึกษาแก่นักเรียนและนักศึกษาที่ขาดแคลน ขอให้มั่นใจได้ว่าหากนักศึกษารายใดอยากเรียนต้องได้เรียน และขอยืนยันอีกครั้งว่าขณะนี้ไม่มีผู้กู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนค้างรออยู่ในระบบแล้ว” ผู้จัดการกองทุนฯ กล่าว

‘ผอ.ฟ้า’รวมพิธีสวดมนต์ข้ามปีเสริมดวงชะตาต้อนรับปี2567 ปชช.แห่ร่วมงานแน่นวัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778609

‘ผอ.ฟ้า’รวมพิธีสวดมนต์ข้ามปีเสริมดวงชะตาต้อนรับปี2567 ปชช.แห่ร่วมงานแน่นวัด

‘ผอ.ฟ้า’รวมพิธีสวดมนต์ข้ามปีเสริมดวงชะตาต้อนรับปี2567 ปชช.แห่ร่วมงานแน่นวัด

วันพุธ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2567, 16.03 น.

‘ผอ.ฟ้า’รวมพิธีสวดมนต์ข้ามปีเสริมดวงชะตาต้อนรับปี2567 ปชช.แห่ร่วมงานแน่นวัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.66 พุทธศาสนิกชนจำนวนมากได้เดินทางมาร่วมกิจกรรม “สวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคล ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับศักราชใหม่ 2567” ที่บริเวณมณฑลพิธีศักดิ์สิทธิ์ หน้าองค์หลวงพ่อโต วัดอินทรวิหารพระอารามหลวง โดยมีพระโสภณธรรมวงศ์ (เจ้าคุณน้อย) เจ้าคณะแขวงสามพระยา เจ้าอาวาสวัดอินทรวิหาร กทม. เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

โดยเวลา 19.30 น.จะเป็นพิธีการปาฐกถาธรรมพิเศษ มอบหลักธรรมนำทางเป็นแสงสว่างในการดำเนินชีวิต ส่วนพิธีการสวดมนต์ข้ามปีจะเริ่มขึ้นในเวลา 22.00 น.โดยมีประชาชนทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางมาร่วมพิธีกันอย่างเนืองแน่นที่บริเวณมณฑลพิธีศักดิ์สิทธิ์ หน้าองค์หลวงพ่อโต ที่จัดทำไว้ในการทำพิธีสวดมนต์ข้ามปี โดยทางวัดได้มีการจัดเตรียมหนังสือสวดมนต์ข้ามปีให้กับประชาชนที่มาร่วมในในครั้งนี้ด้วย

น.ส.พรทิพา สุพัฒนุกูล หรือ ผอ.ฟ้า ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ฟ้าให้ทีวี ได้ถวายปัจจัยให้กับทางวัด เป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท โดยกล่าวว่า วันนี้รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ได้มาร่วมพิธีในคืนนี้ บรรยากาศธรรมะสวดมนต์ข้ามปี รับสิ่งดีๆในวันปีใหม่ พิธีสวดมนต์ข้ามปีในปีนี้จะเป็นกิจกรรมสำคัญพี่น้องที่ประชาชนได้ร่วมก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ด้วยความเป็นสิริมงคล ลดความเสี่ยงจากอบายมุขและอุบัติเหตุในเทศกาลปีใหม่ ถือเป็นการทำบุญใหญ่ให้กับชีวิตทั้งทางกาย ทางจิตและทางปัญญา ส่งท้ายปีเก่าด้วยธรรมะ ต้อนรับปีใหม่ด้วยศีล  เริ่มต้นชีวิตด้วยสิ่งที่เป็นสิริมงคลอันจะส่งผลให้ได้พบสิ่งที่เป็นมงคลตลอดทั้งปี รวมทั้งส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยที่เป็นเมืองพระพุทธศาสนาและมีประเพณีวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับศาสนาที่ควรค่าแก่การสืบทอดอย่างต่อเนื่องให้เกิดความเข้มแข็งอย่างมั่นคงและยั่งยืนสืบต่อไป

ปตท.สผ.อีดี มอบทุนการศึกษา บุตรหลานชาวประมงในพื้นที่ภาคใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778474

ปตท.สผ.อีดี มอบทุนการศึกษา  บุตรหลานชาวประมงในพื้นที่ภาคใต้

ปตท.สผ.อีดี มอบทุนการศึกษา บุตรหลานชาวประมงในพื้นที่ภาคใต้

วันพุธ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ปตท.สผ.อีดี มอบทุนการศึกษาแก่บุตรหลานชาวประมง 44 สมาคมในพื้นที่ภาคใต้ และโรงเรียน 11 แห่งรอบฐานสนับสนุนการพัฒนาปิโตรเลียมสงขลา รวมทั้งบุตรหลาน เจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมด้านการศึกษาในพื้นที่ปฏิบัติการ

นายธิติ ปรียาณุรักษ์ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายฐานสนับสนุนการพัฒนาปิโตรเลียม บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ฐานสนับสนุนฐานพัฒนาปิโตรเลียม สงขลา ได้นำงบประมาณจากบริษัท ปตท.สผ.เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด หรือ ปตท.สผ.อีดี ในฐานะผู้ดำเนินโครงการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่ทะเลอ่าวไทย มาจัดทำโครงการมอบทุนการศึกษา ปตท.สผ.อีดี เพื่อสนับสนุนส่งเสริมและเพิ่มโอกาสทางการศึกษา สร้างขวัญกำลังใจให้แก่บุตรหลานชาวประมงและเยาวชนและช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองในพื้นที่ปฏิบัติการ โดยได้มอบทุนการศึกษาแก่สมาคมประมงพาณิชย์ในพื้นที่ปฏิบัติการ สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย โรงเรียนและชุมชน ตลอดจนหน่วยงานราชการในพื้นที่รอบฐานสนับสนุนการพัฒนาปิโตรเลียมจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นฐานส่งกำลังบำรุงหลักในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่ทะเลอ่าวไทยอย่างต่อเนื่อง

ในปี พ.ศ. 2566 นี้ ได้ส่งมอบทุนการศึกษาผ่านสมาคมประมงในพื้นที่ปฏิบัติการโครงการ จี1 (G1/61) และโครงการจี 2 (G2/61) รวม 44 สมาคมเพื่อนำไปจัดสรรมอบแก่นักเรียนในครอบครัวของสมาชิกสมาคมฯรวมทั้งสิ้น 1.6 ล้านบาท นอกจากนั้นยังได้มอบทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีแก่ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เพื่อส่งมอบแก่บุตรหลานชาวประมงที่ศึกษาต่อระดับปริญญาตรี จำนวน 400,000 บาท และทุนการศึกษาสำหรับมหาวิทยาลัยอื่นๆ จำนวน 400,000 บาท โดยหน่วยงานที่ได้รับมอบทุนและมหาวิทยาลัยต่างๆ มีอิสระในการพิจารณาบริหารจัดการจำนวนนักศึกษาที่จะได้รับทุนตามความเหมาะสม

สำหรับโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่ปฏิบัติการ ปตท.สผ.อีดี ได้มอบทุนการศึกษารวมจำนวน 812,000 บาท แก่โรงเรียน 11 แห่ง ในพื้นที่อำเภอสิงหนครได้แก่ โรงเรียนวัดเปรมศรัทธา โรงเรียนบ้านเขาแดง โรงเรียนวัดสถิตชลธารโรงเรียนวัดโลกา โรงเรียนวัดธรรมโฆษณ์ โรงเรียนวัดบ่อทรัพย์ โรงเรียนบ้านหัวเขา โรงเรียนวัดบ่อปาบ โรงเรียนวัดตาหลวงคง โรงเรียนสงขลาวิทยาคม และโรงเรียนเทศบาลเมืองสิงหนคร 1 (บ้านยางงาม) รวมทั้งชุมชน 3 แห่ง รอบฐานสนับสนุนการพัฒนาปิโตรเลียม สงขลา ได้แก่ ชุมชนบ้านทะเลนอก หมู่ 1 ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ชุมชนบ้านนอกป่า-สภ.สิงหนคร หมู่ 5 ตำบลสทิงหม้อ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา และชุมชนบ้านหน้าเมือง หมู่ 6 ตำบลสทิงหม้อ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา

นอกจากนั้น ยังได้มอบทุนการศึกษาสำหรับบุตรหลานข้าราชการทหารเรือ สังกัดทัพเรือภาคที่ 2 และฐานทัพเรือสงขลา ข้าราชการอำเภอสิงหนคร เทศบาลเมืองสิงหนคร สถานีตำรวจภูธรสิงหนคร และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลาด้วย

สอวช. คว้า 5 รางวัลในปี 2566 เดินหน้าสู่องค์กรเล็กพริกขี้หนู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778476

สอวช. คว้า 5 รางวัลในปี 2566 เดินหน้าสู่องค์กรเล็กพริกขี้หนู

สอวช. คว้า 5 รางวัลในปี 2566 เดินหน้าสู่องค์กรเล็กพริกขี้หนู

วันพุธ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สำนักงานสภานโยบาย การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) หน่วยงานด้านนโยบายด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ได้รับ 5 รางวัลส่งท้ายปี 2566 พร้อมเดินหน้าพัฒนาองค์กรสู่การเป็นองค์กรเล็กพริกขี้หนู “ต้นแบบหน่วยงานรัฐขนาดเล็กที่เท่าทันการเปลี่ยนแปลงและตอบโจทย์ประเทศ”

รางวัลที่ได้รับ ได้แก่ 1.รางวัลเลิศรัฐประเภทบริการตอบโจทย์ตรงใจ ระดับดีเด่นประจำปี 2566 จากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) จากผลงาน “แพลตฟอร์มพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงตอบการลงทุนของภาคผลิตและบริการ” หรือ แพลตฟอร์ม STEMPlus ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มให้บริการขนาดใหญ่ที่รองรับการพัฒนากำลังคนตามความต้องการ รวบรวมหลักสูตรฝึกอบรมพัฒนากำลังคนพร้อมสิทธิประโยชน์ที่สถานประกอบการจะได้รับ ตอบโจทย์ตามความต้องการของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เน้นการส่งเสริมการปรับทักษะ ยกระดับทักษะ (Reskill Upskill) และจับคู่กำลังคนไปสู่การทำงานและการประกอบอาชีพ 2.รางวัล Compliance Award สำหรับหน่วยงานคุณภาพที่ได้รับการประเมินว่ามีการดำเนินการตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลครบถ้วน 3.ลำดับที่ 4 ของหน่วยงานประเภทองค์การมหาชน จากการประเมิน ITA โดย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 4.รางวัลรัฐบาลดิจิทัล ประจำปี 2566 (Digital Government Awards 2023) โดย สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. และ 5.รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จากหลักสูตรพัฒนานักนวัตกรรมการสื่อสารภาครัฐ COMMU MAX จัดโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

นอกจากนี้ ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการ สอวช. ยังได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ประจำปีการศึกษา 2565จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งมอบให้แก่บุคคลผู้ประสบผลสำเร็จยอดเยี่ยมในวิชาชีพ สาขาวิชาการจัดการความรู้และนวัตกรรมอีกด้วย ทั้งยังได้รับการยอมรับจากหน่วยงานต่างๆ ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่การเป็นองค์กรดิจิทัล โดยมีหน่วยงานให้ความสนใจเข้ามาศึกษาดูงานตลอดปี 2566 อาทิ สำนักเคเอกซ์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) (สทร.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) คณะผู้แทนจาก Jabatan Perkhidmatan Awam (JPA) จากประเทศมาเลเซีย รวมถึง สอวช. ยังได้ลงพื้นที่ไปให้ความรู้กับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวระบบสารสนเทศภายในสำนักงาน และแนวทางการนำพาองค์กรไปสู่การเป็น High Performance Organization ด้วย

สำหรับในปี 2567 ที่กำลังจะมาถึง สอวช. จะยังคงเดินหน้าดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบาย อววน. เพื่อพัฒนาประเทศอย่างสุดกำลัง ภายใต้เจตนารมณ์ “เพราะทุกก้าวของประเทศสำคัญเราจึงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลลัพธ์ด้วยพลังจากนโยบาย อววน.” ไปพร้อมกับการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็น “หน่วยงานรัฐต้นแบบ” ที่สามารถทำงานตอบโจทย์ความต้องการของประเทศได้อย่างเท่าทันการเปลี่ยนแปลงและเต็มศักยภาพ

สจล.ร่วมมือเอกชนผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพ ปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778477

สจล.ร่วมมือเอกชนผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพ ปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม

สจล.ร่วมมือเอกชนผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพ ปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม

วันพุธ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) รศ. ดร.สุดาพรสาวม่วง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคเอ็มไอที ลาดกระบัง จำกัด นางสาวภัสชา อัยยปัญญากรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอออนโฮลดิ้ง จำกัด และ รศ. ดร.เกษมสร้อยทอง ผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยเกษตรอินทรีย์ยุคใหม่ สจล. ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการลงทุนในด้านธุรกิจปุ๋ยอินทรีย์ชีวพันธุ์และศัตรูพืช ในนาม “บริษัท เค-วัน ลาดกระบัง จำกัด” (K-ONE LADKRABANG COMPANY LIMITED)

บริษัท เค-วัน ลาดกระบังจำกัด จะเป็นทั้งผู้ผลิตและจัดจำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ ที่มีเทคโนโลยีในการผสมชีวพันธุ์ สามารถทดแทนปุ๋ยเคมีได้อย่างมีประสิทธิภาพ และผสมผสานกับองค์ความรู้กระบวนการที่มาจากการวิจัยของนักวิจัยสถาบันวิจัยนวัตกรรมเกษตรอินทรีย์ยุคใหม่ สจล. ที่ได้มาตรฐานระดับสากล ซึ่งส่งผลให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม

ม.เกษตรศาสตร์มอบรางวัล บุคลากรสายวิชาการ ระดับดีเด่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778478

ม.เกษตรศาสตร์มอบรางวัล  บุคลากรสายวิชาการ ระดับดีเด่น

ม.เกษตรศาสตร์มอบรางวัล บุคลากรสายวิชาการ ระดับดีเด่น

วันพุธ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

รองศาสตราจารย์ ดร.เมธินี วงศ์วานิช รัมภกาภรณ์ อาจารย์ประจำภาควิชาอาชีวศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับคัดเลือกให้เป็นบุคลากรสายวิชาการ ระดับดีเด่น ด้านการบริการวิชาการ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประจำปี 2566 กลุ่มอายุงาน 15 ปี ขึ้นไป

รศ.ดร.เมธินี บุคลากรระดับดีเด่น ประจำปี 2566 กล่าวว่า โดยส่วนตัวแล้วจะใช้หลักธรรมะในการปฏิบัติงานตลอดระยะเวลาที่รับราชการซึ่งจะครบ 22 ปี ในปี 2567ที่จะถึงนี้ คือ หลักอิทธิบาท 4 ได้แก่ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา เริ่มจากการมีความรักในงานที่ทำ รักองค์กร สถาบัน คณะภาควิชา สาขาวิชา หากเรามีใจรักในงานที่ทำก็จะทำให้เรานั้นทำงานอย่างมีความสุข อันจะนำไปสู่หลักวิริยะ คือ ความพากเพียรมุ่งมั่น ตั้งใจ อดทนเข้มแข็งที่จะต่อสู้ฝ่าฟันต่อปัญหาหรืออุปสรรคต่างๆ ในงานได้ทำตัวเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดเวลา พร้อมที่จะเติมเต็มอยู่เสมอ สิ่งไหนที่เราไม่รู้ ก็หมั่นเรียนรู้จากผู้ที่มีประสบการณ์ ก็จะทำให้เราเกิดความรู้ใหม่ๆ เกิดสมาธิ เรียกว่า จิตตะ คือรับรู้ในสิ่งที่ตนเองกำลังกระทำด้วยความคิด จิตใจจดจ่อ ฝักใฝ่อยู่กับสิ่งนั้นอย่างตั้งใจ และหมั่นทบทวน ไตร่ตรอง ใช้สติปัญญาที่มีทบทวนอยู่เสมอ และเปิดรับความคิดเห็นจากคนรอบข้าง เพื่อนำมาพิจารณาใคร่ครวญเพื่อให้การงานนั้นประสบความสำเร็จ โดยใช้เหตุและผลไตร่ตรองใคร่ครวญเพื่อป้องกันปัญหาไม่เกิดขึ้นในหลักอิทธิบาท 4 ที่เรียกว่า วิมังสา นั่นเอง

รศ.ดร.เมธินี กล่าวสุดท้าย สังคมปัจจุบันเป็นสังคมของผู้สูงวัยมากขึ้น ปัจจุบันอาจารย์อายุ 52 แล้ว เหลือเวลารับราชการอีกเพียง 8 ปี เท่านั้น อยากให้ทุกคนทำงานร่วมกันได้ทุก Generations ไม่ว่าจะเป็นวัยใดก็ตามต่างมีความคิดประสบการณ์ที่สามารถนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อเติมเต็มให้กับทุกบทบาทหน้าที่ เราจะต้องสร้างพลังที่เข้มแข็งในการทำงานร่วมกันในทุกวัยอย่างไร้รอยต่อ เพราะทุกคนนั้นล้วนเป็นฟันเฟืองที่สำคัญที่จะขับเคลื่อนการทำงานให้ประสบความสำเร็จไปด้วยกัน ขอให้เคารพประสบการณ์ของผู้ใหญ่ ศรัทธาในความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่อย่างไร้รอยต่อ

“อาจารย์ต้องการเห็นประเทศชาติยอมรับคนในทุกรูปแบบ เปิดกว้างทางความคิด ยอมรับความแตกต่างและอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เพราะความแตกต่างจะนำมาซึ่งการเติมเต็มในสิ่งใหม่ซึ่งกันและกันอยู่ตลอดเวลา หรือเรียกว่า วินวิน ทุกฝ่ายล้วนได้ประโยชน์ทั้งสิ้น ซึ่งจะนำมาซึ่งความสามัคคีทำให้บ้านเมืองสงบสุขและเดินหน้าไปพร้อมกันทั้งประเทศ ” รศ.ดร.เมธินี กล่าวในที่สุด

เด็กวิศวะ ม.วลัยลักษณ์ ชนะเลิศ นวัตกรรมพลังงานเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/778475

เด็กวิศวะ ม.วลัยลักษณ์ ชนะเลิศ  นวัตกรรมพลังงานเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชน

เด็กวิศวะ ม.วลัยลักษณ์ ชนะเลิศ นวัตกรรมพลังงานเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชน

วันพุธ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ทีม The SparkEnergy GreenSupercap คาร์บอนประสิทธิภาพสูงสำหรับอุปกรณ์กักเก็บพลังงาน ของนักศึกษาสาขาวิศวกรรมปิโตรเคมีและพอลิเมอร์และสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ชนะเลิศ ระดับอุดมศึกษา จากเวทีการประกวด The Young Energy Designer Awards 2023 โครงการพัฒนานักออกแบบนวัตกรรมด้านพลังงานรุ่นเยาว์ 2023 จัดโดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน กรุงเทพมหานคร ได้รับถ้วยรางวัลและเงินจำนวน 200,000 บาท

ทีมนักศึกษาม.วลัยลักษณ์ ประกอบด้วยนางสาวพิชญาภา บุญสุข นางสาวศศิปรียา พันธะบุรี นายจิรัช อภิชัยยะกุล นายนิธิศ ธำรงเทพพิทักษ์ นายพงศภัค หิ้นจิ้ว สาขาวิศวกรรมปิโตรเคมีและพอลิเมอร์ และนางสาวนงนภัส ดาวสุวรรณนายนราธิป ไชยรัตน์ นายฮานีฟ ดะละสู สาขาวิศกรรมไฟฟ้า โดยมี ผศ.ดร.อุเทน ทับทรวง และผศ.ดร.กมล ถิ่นสุราษฎร์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

นวัตกรรมถ่านคาร์บอนจากขี้เลื่อยไม้ยางพาราเป็นการนำขี้เลื่อยไม้ยางพารามาเข้ากระบวนการกระตุ้นด้วยกรดและเบสแบบสองขั้นตอนต่อเนื่อง เพื่อสร้างรูพรุนในเนื้อไม้และเมื่อนำไปเผาจะได้เป็นถ่านคาร์บอนที่มีความเป็นรูพรุนและพื้นที่ผิวในการกักเก็บประจุไฟฟ้าที่สูง ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับเศษวัสดุเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมไม้แปรรูปในประเทศ และถ่านคาร์บอนที่ได้สามารถนำไปทำเป็นอิเล็กโทรดของ Supercapacitor ซึ่งเป็นอุปกรณ์กักเก็บพลังงานที่กำลังได้รับความสนใจในปัจจุบัน