ขับเคลื่อน‘ความเท่าเทียมทางเพศ’ผ่านงานศิลปะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/742053

ขับเคลื่อน‘ความเท่าเทียมทางเพศ’ผ่านงานศิลปะ

ขับเคลื่อน‘ความเท่าเทียมทางเพศ’ผ่านงานศิลปะ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 18.00 น.

ขับเคลื่อน ‘ความเท่าเทียมทางเพศ’ผ่านงานศิลปะ ชวนตระหนักรู้ด้วยสุนทรียะไปกับ 2 ผลงานของ น.ศ.ธรรมศาสตร์

‘ความหลากหลายทางเพศ’ สะท้อนความงดงามของมนุษยชาติ ซึ่งทุกวันนี้ประเทศไทยและหลายประเทศทั่วโลกต่าง ‘เปิดรับ’ และตระหนักถึงศักดิ์ศรี-ความเสมอภาค และสิทธิต่างๆ ของคนทุกเพศทุกวัย

อย่างไรก็ดีต้องยอมรับความจริงที่ว่า กว่าจะเดินมาจนถึงวันนี้ได้ เราต่างผ่านประสบการณ์เจ็บปวดจนกระทั่งสังคมเกิดการเรียนรู้ และเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ฉากการต่อสู้นั้นๆ ก็เปลี่ยนตาม

ในอดีต เราคุ้นชินกับการเดินขบวนประท้วง ตัวอย่างเช่นในปี ค.ศ.1848-1920 เกิดขบวนประท้วงใหญ่ในสหรัฐอเมริกาเพื่อเรียกร้องสิทธิการเลือกตั้งให้กับสตรี หรือการจัดขบวน Pride ของ LGBTQIA+ ทั่วทุกมุมโลก ก็ถือเป็นการแสดงพลังผ่านการเดินขบวนทั้งสิ้น

ทว่าในปัจจุบัน เครื่องมือการต่อสู้เพื่อแสดงออกถึงความคิด-จุดยืนต่อประเด็นนั้นๆ มีมากขึ้น และผันแปรไปตามไอเดีย-ทักษะ หนึ่งในนั้นคือการใช้ ‘งานศิลปะ’ ผ่านการออกแบบ โดยเฉพาะ ‘แฟชั่น-เครื่องแต่งกาย’ ที่มีทั้งการแฝงฝังนัยความหมายในลวดลาย ทั้งที่จำเป็นต้องอาศัยการตีความ และการสะท้อนออกมาอย่างตรงไปตรงมา

อย่างเช่นผลงานของ นเรวิน สีชะนะ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 จากสาขาวิชาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ที่ได้สร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบชุดเสื้อผ้าที่ใช้ชื่อสื่อความชัดเจนว่า “ผ้าอนามัยฟรี จากภาษีประชาชน” ซึ่งถูกจัดแสดงอยู่ในงานนิทรรศการและแฟชั่นโชว์ “ศิลปนิพนธ์ Pastra24” ในวาระครบรอบ 90 ปีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ทั้งหมดทั้งมวลตั้งต้นจากแนวคิดที่อยากจะสร้างชิ้นงานศิลปะ โดยการตั้งคำถามให้กับคนในสังคมไทยได้ฉุกคิด “นเรวิน” จึงหยิบยกประเด็นที่สามารถเห็นได้ชัดเจน นั่นก็คือความไม่เท่าเทียมระหว่างเพศชายเเละหญิง ซึ่งเป็นพื้นฐานของสังคมไทยที่ยังใช้ระบบชายเป็นใหญ่ ผลให้สังคมพยายามกดขี่ผู้หญิง รวมถึง LGBTQIAN+

“สิ่งที่เห็นง่ายที่สุด คือการมองว่าการเป็นประจำเดือนนั้นเป็นของต่ำ การบูลลี่คนเป็นประจำเดือน การสนับสนุนถุงยางอนามัยฟรีเเต่ไม่มีการสนับสนุนผ้าอนามัยฟรี ซึ่งโดยธรรมชาติผู้หญิงจะเป็นประจำเดือนทุกๆเดือน อีกทั้งยังจะคิดภาษีผ้าอนามัยอีก เราจึงหยิบเรื่องราวเหล่านี้ถ่ายทอดออกมาผ่านผลงาน” นเรวิน ระบุ

ในส่วนของการออกแบบผลงานนั้น ‘นเรวิน’ อธิบายสั้นๆ ว่า ผลงานนี้เริ่มต้นจากการใช้ผ้าอนามัยมาลดทอนโครงสร้างเก่าแล้วทำออกมาในรูปเเบบใหม่ (deconstruction) ให้เป็นเสื้อผ้ามีลักษณะคล้ายผ้าอนามัย โดยดึงทุกอิริยาบทของการใช้ผ้าอนามัยมาให้ดูเข้าถึงได้ในรูปเเบบของแฟชั่น ดีไซน์ เเละนำศิลปะการเสียดสีสังคมมาใช้ในงาน เพื่อล้อกับปัญหาการเมืองในปัจจุบัน 

ที่สำคัญคือผลงานชิ้นนี้ไม่จำกัดว่าสำหรับเพศใด หรือก็คือสามารถใส่ได้ทุกเพศ (Unisex) โดยเขาเหตุผลว่า “จริงๆ เเล้วผลงานที่ทำออกมานั้นสามารถใส่ได้ทุกเพศ รวมถึง LGBTQIAN+ เราอยากให้ผ้าอนามัยเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถพูดได้อย่างเต็มที่ และอยากให้สะท้อนถึงความคิดว่า หากผ้าอนามัยหรือการเป็นประจำเดือนไม่สามารถอยู่ใกล้ผู้ชายได้นั้น ถ้าผู้ชายต้องอยู่กับสิ่งนี้อย่างเปิดเผยจะมีมุมมองอย่างไรบ้าง” 

ทว่า กว่าผลงานชิ้นนี้จะประกอบรูปขึ้นร่างจนสำเร็จในเวลากว่าขวบปีนั้น ต้องผ่านอุปสรรคหลายด่าน อาทิ เรื่องความขัดแย้งทางความคิดระหว่างครอบครัว และคนรอบข้าง การศึกษาข้อมูลต่างๆ 

“เรื่องของความคิดที่ต่างกันที่มองว่าเราไม่ได้เป็นบุคคลที่ใช้ผ้าอนามัยแต่ทำไมถึงทำ แต่เรามองว่ามันไม่ใช่เเค่ชายหรือหญิง แต่มันคือความเท่าเทียมในสังคม ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เเค่เรื่องของประจำเดือน เเต่รวมไปถึงการถูกกดขี่จากสังคมชายเป็นใหญ่ด้วย” นเรวิน กล่าว

นอกจากชุดเสื้อผ้าของ ‘นเรวิน’ แล้ว ภายในงานนิทรรศและแฟชั่นโชว์ดังกล่าว ยังมีอีกหนึ่งชิ้นงานที่สื่อสารในประเด็นเดียวกันนี้ แต่ใช้วิธีการถ่ายทอดความหมายระหว่างบรรทัด โดยใช้ชื่อว่า “The Magic of Butterflies ความมหัศจรรย์ของผีเสื้อ” ซึ่งผลิตออกมาในรูปแบบผ้าทอสำหรับใช้นุ่งหรือห่มเรือนกาย

อันเป็นผลงานของ อรณัชชา จิณปัน นักศึกษาชั้นปีที่ 4 จากสาขาวิชาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มธ. โดยได้รับแรงบรรดาลใจมาจากลวดลายและสีสันของผีเสื้อ รวมถึงในเชิงสัญลักษณ์ยังเป็นตัวแทนสูงสุดของ ‘เสรีภาพ’ ที่ครอบคลุมทุกมิติด้วย 

เทคนิคในการทำนั้นได้มีการตัดหรือเจียนบางส่วนของส่วนต่างๆ (crop) ของปีกผีเสื้อที่มีองค์ประกอบสัดส่วน (composition) ที่ลงตัว จากนั้นนำมาวางลายบนผืนผ้าแล้วลดทอนรายละเอียดของลาย รวมถึงปรับสีให้เข้ากับงานผ้าทอและเพื่อให้สามารถทอได้จริง

แม้วัสดุที่ ‘อรณัชชา’ เลือกใช้ส่วนใหญ่เป็นผ้าฝ้าย และผ้าไหมที่ไม่ได้ใช้แล้วจากโรงงานผลิตเสื้อผ้า แต่เธอบอกว่าอนาคตถ้าเป็นไปได้ก็อยากปรับเปลี่ยนวัสดุและการย้อมให้มาจากธรรมชาติที่จะทำให้เกิดผลเสียต่อธรรมชาติให้น้อยที่สุด รวมถึงอยากสนับสนุนเกษตรกรที่ปลูกฝ้ายหรือวัสดุธรรมชาติต่างๆ 

“ชิ้นงานทั้งสองชิ้นนี้ อาจเป็นสิ่งที่ช่วยบอกได้อย่างดีว่าทำไมปีล่าสุดธรรมศาสตร์เราได้อันดับที่ 7 ในการขับเคลื่อนเพื่อไปสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน SDGs ข้อที่ 5 ความเสมอภาคทางเพศ หรือ Gender Equality เพราะไม่ใช่แค่มหาลัยที่พยายามผลักดันหรือขับเคลื่อนผ่านนโยบายต่างๆ แต่นักศึกษาได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงออกตรงนี้ด้วย” ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มธ. กล่าว

ผศ.ดร.อนุชา กล่าวต่อไปว่า มากไปกว่านั้นไม่เพียงแต่ผลงานเหล่ามีแนวคิดที่สะท้อนปัญหาเชิงสังคมอย่างเดียวเท่านั้น ตัววัสดุที่ใช้ต่างก็เป็นวัสดุเหลือใช้ และใช้เวลาในการย่อยสลายได้เมื่อเวลาผ่านไปอีกด้วย ซึ่งเป็นส่วนเล็กๆ ในการรณรงค์เรื่องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า และทั้งหมดนี้ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมต่างเชื่อมโยงไปสู่ความเป็นธรรมศาสตร์ที่สอนให้รักประชาชนทั้งสิ้น

เศร้า!ผู้แสวงบุญ‘ฮัจย์’เสียชีวิตรายที่ 12 ขณะร่วมพิธีที่ซาอุฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/742042

เศร้า!ผู้แสวงบุญ‘ฮัจย์’เสียชีวิตรายที่ 12 ขณะร่วมพิธีที่ซาอุฯ

เศร้า!ผู้แสวงบุญ‘ฮัจย์’เสียชีวิตรายที่ 12 ขณะร่วมพิธีที่ซาอุฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 17.19 น.

เศร้า!ผู้แสวงบุญ‘ฮัจย์’เสียชีวิตรายที่ 12 ขณะร่วมพิธีที่ซาอุฯ

6 กรกฎาคม 2566 กองส่งเสริมองค์กรศาสนาอิสลาม และกิจการฮัจย์ สำนักงานกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย รายงานว่า เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 04.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นซาอุดีอาระเบีย) ได้มีผู้แสวงบุญประกอบพิธีฮัจย์เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย ที่โรงพยาบาลมักกะห์เมดดิคอล ณ เมืองนครมักกะห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยเป็นผู้สูงอายุวัย 81 ปี มีภูมิลำเนาในพื้นที่ จ.ปัตตานี เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ

ฮุจญาจดังกล่าวสังกัด หจก.ปาตานีฮัจย์ แอนด์ทัวร์ มักตับที่ 89 นับได้ว่าเป็นฮุจยาจหรือผู้แสวงบุญฮัจย์รายที่ 12 ที่เสียชีวิต ในระหว่างประกอบพิธีฮัจย์ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้แสวงบุญที่เสียชีวิตมา ณ ที่นี้ด้วย

สำนักงานกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทยอยู่ระหว่างประสานงานในส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fpermalink.php%3Fstory_fbid%3Dpfbid0RG8kQVRQrQwaxAbypQEaWn8o8hDprFxjGPqspVLFVkTrfqqCRUWkhVVg6FJpGFwMl%26id%3D100064359354966&show_text=true&width=500

ศศินทร์, JETRO และ ธ.กรุงเทพ จัดสัมมนาความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741765

ศศินทร์, JETRO และ ธ.กรุงเทพ  จัดสัมมนาความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น

ศศินทร์, JETRO และ ธ.กรุงเทพ จัดสัมมนาความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศ.ดร.เอียน เฟนวิค ผู้อำนวยการ Sasin School of Management (สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) และ นายจูอิจิโระ คูโรดะ (Mr.Junichiro Kuroda) President of JETRO Bangkok ร่วมกล่าวเปิดงานสัมมนา “ความร่วมมือระหว่างธุรกิจครอบครัวไทยและบริษัทญี่ปุ่น Prospects of Japanese-Thai Family Business : Collaboration between Thai Family Businesses and Japanese Companies” โดยมี Sasin Japan Center (SJC) ร่วมกับ JETRO Bangkok และธนาคารกรุงเทพร่วมจัดงานในครั้งนี้

ในงานมีไฮไลท์สำคัญคือ การปาฐกถาพิเศษจาก นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารเครือซิเมนต์ไทยและอดีตผู้อำนวยการศศินทร์ นอกจากนั้นยังมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมาร่วมแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับโอกาสในอนาคตของธุรกิจครอบครัวและความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่นและไทยอีกหลายคน

SPU ประกวดสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ รร.สุรศักดิ์มนตรี คว้ารางวัลชนะเลิศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741769

SPU ประกวดสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ รร.สุรศักดิ์มนตรี คว้ารางวัลชนะเลิศ

SPU ประกวดสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ รร.สุรศักดิ์มนตรี คว้ารางวัลชนะเลิศ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม จัดประกวดแข่งขันสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในหัวข้อ Being bilingual : A Must for the Globalization Era! เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปี วันประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และวันสถาปนามหาวิทยาลัยศรีปทุม ครบรอบ 53 ปี แห่งการก่อตั้ง อีกทั้งเพื่อเป็นเวทีพัฒนาภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียน โดยมี ผศ.ดร.จรรยา พุคยาภรณ์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม และที่ปรึกษามูลนิธิสตรีอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นประธานเปิดงาน

ในการนี้ภายหลังเสร็จสิ้นการแข่งขัน อาจารย์จิณดา เตชะวณิช นายกสโมสรโรตารี่ลุมพินี เป็นผู้มอบโล่รางวัล ประกาศนียบัตรและเงินรางวัลทุนการศึกษาแก่ทีมที่ชนะเลิศการแข่งขัน ซึ่งรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นายสวอน เรย์มอนด์นิวตัน โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ นางสาวนันทนัชเตียวกุล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ และรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ นางสาวอรวรา สาริพัฒน์ โรงเรียนสุราษฎร์ธานี ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม กทม. (บางเขน)

ปัจจุบันคณะศิลปศาสตร์ SPUได้เปิดการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ 3 สาขาวิชา ได้แก่ สาขาวิชาภาษาอังกฤษสื่อสารธุรกิจ สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่นเพื่อการสื่อสารธุรกิจ และสาขาวิชาภาษาจีนสื่อสารธุรกิจ

กสศ.หนุน‘ครูรักษ์ถิ่น ปี 3’ พัฒนา รร.ในพื้นที่ห่างไกล จุดภาคเหนือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741762

กสศ.หนุน‘ครูรักษ์ถิ่น ปี 3’  พัฒนา รร.ในพื้นที่ห่างไกล จุดภาคเหนือ

กสศ.หนุน‘ครูรักษ์ถิ่น ปี 3’ พัฒนา รร.ในพื้นที่ห่างไกล จุดภาคเหนือ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายชาญชิต ทัพหมี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต 2เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาผู้นำทางวิชาการ(Q-Leadership) สำหรับผู้บริหารโรงเรียนในโครงการครูรักษ์ถิ่น ที่สอดคล้องกับความก้าวหน้าในวิชาชีพตามเกณฑ์ ว.PA โครงการหนุนเสริมกลไกการดำเนินงานพัฒนาโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล 4 ภูมิภาค ขับเคลื่อนโรงเรียนในโครงการครูรักษ์ถิ่นวิชาการ ณ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผู้เข้าประชุมได้แก่ ผู้บริหารแกนนำโรงเรียนใน Cluster และทีมหนุนเสริมภาคเหนือ รวม 163 คน

วิทยากรบรรยาย อาทิ ดร.วีระ แข็งกสิการผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ บรรยายในหัวข้อ “แก่นแท้ของการศึกษา” ข้อมูลสถานการณ์ปัญหาการศึกษาไทย กับโลกยุค BANI world และมุมมองการพัฒนาที่ระเบิดจากตัวผู้นำของโรงเรียน” และร่วมอภิปรายแนวทางการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา ดร.ศุภโชค ปิยะสันติ์ คณะอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการสร้างโอกาสทางการศึกษาสำหรับนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลเป็นครูรุ่นใหม่เพื่อพัฒนาคุณภาพโรงเรียนของชุมชน (ครูรัก(ษ์)ถิ่น)(Steering) ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ที่ปรึกษาโครงการฯ และคณะวิทยากร ให้ความรู้

สพป.พิษณุโลก เขต 2 อบรมครูปฐมวัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741761

สพป.พิษณุโลก เขต 2 อบรมครูปฐมวัย

สพป.พิษณุโลก เขต 2 อบรมครูปฐมวัย

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 เป็นประธานเปิดการอบรม และบรรยายพิเศษการอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับครูปฐมวัย “การเสริมสร้างความรู้สู่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัย โดยมีครูผู้สอนปฐมวัยเข้ารับการอบรมจำนวน 122 คน ที่ สพป.พิษณุโลก เขต 2

มมส จัดงาน Pride Month 2023 แสดงพลังความเท่าเทียมในสังคม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741764

มมส จัดงาน Pride Month 2023 แสดงพลังความเท่าเทียมในสังคม

มมส จัดงาน Pride Month 2023 แสดงพลังความเท่าเทียมในสังคม

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สภานิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดงาน MSU Pride Month 2023 โดยมี ผศ.ดร.มลฤดี เชาวรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและพัฒนาศักยภาพองค์กร เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นางสาวจรรยาต้นงาม MUT MahaSarakham 2023 นางสาวญาศุมณ อรรคะเศรษฐังMUT NakhonPhanom 2023และนางสาวกุลณัฐ หงษ์ศรีเมืองMiss Grand Sisaket 2023 ร่วมกิจกรรม ณ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

นายภัทรพงษ์ พิมพิศาล ประธานสภานิสิต กล่าวว่า สภานิสิตได้เล็งเห็นความสำคัญด้านสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมของแต่ละบุคคลบนพื้นฐานของความหลากหลายมากขึ้นทั้งในด้านของเพศ สีผิว และเชื้อชาติจึงได้จัดงาน MSU Pride Month 2023ในวันนี้ขึ้น เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้เรื่องความเท่าเทียมผ่านเทศกาล Pride Month แก่นิสิต พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้นิสิตมีส่วนร่วมในการแสดงออกถึงความเท่าเทียมในสังคม

กิจกรรมภายในงานมีเดินขบวนนำโดยขบวนรถแห่ขบวนกลองยาวสาโทขบวนธง ขบวนแฟชั่นโชว์ ขบวนองค์กรนิสิตและออนซอนอีสานรถแห่ บรรเลงโดยวงดนตรีสต๊อกศิลป์อินคอนเสิร์ต โชว์พิเศษ Cover Danceโดย V.ISM และ TRiXXiE จากนักเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม(ฝ่ายมัธยม) การแสดงสะท้อนสังคมเรื่อง “คนเท่ากันรักเท่าเทียม”

หลังจากนั้นมีการเสวนาในหัวข้อ “Pride Month จุดเริ่มต้นของความเท่าเทียม” โดย นายธิภัท มูลอามาตย์ ผู้บริหารจิน คลินิก มหาสารคาม, อาจารย์ ดร.ติณณ์ ชัยสายัณห์ อาจารย์ที่ปรึกษาสภานิสิต และนายสราวุฒิ โนนทะราช นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะศึกษาศาสตร์ อีกทั้งร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดย MSU Ambassador 2022 และการแสดงดนตรี โดย วง Orange Band จากนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และการออกร้านจำหน่ายสินค้าของนิสิตและบุคลากร

มธ.จัดงานฉลองครบรอบ 89 ปี เชิดชูเกียรติบุคคลที่ทำคุณงามความดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741770

มธ.จัดงานฉลองครบรอบ 89 ปี  เชิดชูเกียรติบุคคลที่ทำคุณงามความดี

มธ.จัดงานฉลองครบรอบ 89 ปี เชิดชูเกียรติบุคคลที่ทำคุณงามความดี

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงาน“วันสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ครบรอบปีที่ 89” เพื่อเฉลิมฉลองและเชิดชูเกียรติบุคคลที่ทำคุณงามความดีต่อสังคมและประเทศชาติ โดย มีนักศึกษา คณาจารย์ศิษย์เก่า และผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า500 ราย เมื่อเร็วๆ

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีมติมอบเข็มเกียรติยศให้แก่ นายประกิต อภิสารธนรักษ์ ประธานกรรมการ บริษัท ประกิต โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ขับเคลื่อนสังคมให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ บริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาล, รางวัลกีรตยาจารย์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปี 2565 ในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้แก่ ศ.ดร.นุรักษ์ กฤษดานุรักษ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์และสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ ได้แก่ ศ.นพ.ก้องเกียรติ กูณฑ์กันทรากรคณะแพทยศาสตร์, รางวัลครูดีเด่น ประจำปี 2565 มอบให้ผู้ที่มีความเสียสละอุทิศตนให้แก่การสอน มีจริยธรรมและเมตตาธรรม เป็นแบบอย่างความเป็นครูที่ดี จำนวน 4 ท่าน 4 สาขา ได้แก่ รศ.ดร.ศุภกร ภู่เจริญศิลป์ สถาบันภาษา ครูดีเด่นสาขามนุษยศาสตร์ ศ.ดร.ศากุนบุญอิต คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ครูดีเด่นสาขาสังคมศาสตร์ ศ.ดร.นคร ภู่วโรดม คณะวิศวกรรมศาสตร์ ครูดีเด่นสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รศ.นพ.อดิศัย บัวคำศรี คณะแพทยศาสตร์ ครูดีเด่นสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ

ศิษย์เก่าดีเด่นและผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับมหาวิทยาลัย จำนวน 58 คน ได้แก่ 1.นายกิตติศักดิ์ กล่อมจิตต์2.ดร.กีรติ กิจมานะวัฒน์ 3.น.ส.ฉวีวรรณ อุทัยพิบูลย์ 4.นายชัยวัฒน์ ศุภดิลกลักษณ์5.นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ 6. ผศ.ดร.ฐปน ชื่นบาล 7.นายณัฏฐชัย นำพูลสุขสันติ์8.น.ส.ณัฐกานต์ โนรี 9.นายเดชบุญมาประเสริฐ 10.ร้อยโททศพล ไชยโกมินทร์11.นางทีนามารี (โชติรวี) ผลาดิกานนท์ 12.นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี 13.นายบัญชาเชาวรินทร์ 14.ดร.เบญจรัตน์ บรรเทิงสุข15.พญ.ป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ 16.นางพรทิภาไสวสุวรรณวงศ์ 17.น.ส.พรรณนลิน มหาวงศ์ธิกุล 18.น.ส.พัชรี พุ่มพชาติ 19.นายพินิต พงษ์เพชร

20.นายภักดี จันทร์เกษ21.พลเอกยศนันท์ หร่ายเจริญ22.ดร.รุ่งโรจน์ โชคงามวงศ์23.นางวราลักษณ์ อภิกุลวณิช24.นายวีระ แสงสมบูรณ์ 25.รศ.ศรีสุดา อาชวานันทกุล 26.ดร.ศุภเกียรติ คำบุทอง27.นายศุภมิตร ชิณศรี 28.นายศุภวุฒิ จิรมนัสนาคร 29.นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ 30.ศ.ดร.สมเกียรติวันทะนะ 31.รศ.ดร.สราวุธ เทพานนท์ 32.รศ.สวาท แย้มวงษ์ศรี 33.นายสัมฤทธิ์สำเนียง 34.ดร.สุนีย์ ศรไชยธนะสุข35.ผศ.ดร.สุรศักดิ์ มณีศร 36. นพ.อนุสรณ์ศิริโชติ 37. นางอาริยา หยาง38.นายอุเทน ชนะกุล

ส่วนผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่มหาวิทยาลัย ได้แก่ 1.น.ส.กัลยาณีคงสมจิตร 2.ดร.ขวัญฤดี โชติชนาทวีวงศ์3.นายนคร มุธุศรี 4.รศ.ดร.นิยม รัฐอมฤต5.ผศ.ประภัสสร เลียวไพโรจน์6.พญ.พนิดา มุกดีพร้อม 7.นายไพบูลย์ นลินทรางกูร 8.นางมธุรดา วงศ์ไวโรจน์9.นายวิชิต ลือชัยประสิทธิ์ 10.พญ.ศิริวรรณฮุ่นตระกูล 11.น.ส.ศุกร์ศิริ อภิญญานุวัฒน์12.นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ 13.นายสุเทพ วงศ์รื่น 14.นายอรุณ ลีลาพัฒนภูติ15.รศ.อัญชลี พิพัฒนเสริญ 16. Mr.TSANG KEUNG CHEUNG 17.มูลนิธิสิทธิอิสรา 18.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 19.สำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา (สำนัก 11) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) 20.สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

บริติช เคานซิล เปิดรับสมัครทุน IELTS Prize 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741760

บริติช เคานซิล เปิดรับสมัครทุน  IELTS Prize 2023

บริติช เคานซิล เปิดรับสมัครทุน IELTS Prize 2023

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริติช เคานซิล เปิดรับสมัครทุนการศึกษา IELTS Prize 2023 สำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยทั้งในและต่างประเทศที่ใช้ผลคะแนนสอบ IELTS ในการสมัคร โดยทุนการศึกษาในปีนี้มีมูลค่าสูงสุดกว่า 220,000 บาท (หรือ 5,000 ปอนด์)

ในปีนี้ทุน IELTS Prize เปิดโอกาสให้ผู้สอบที่พักอาศัยอยู่ใน 15 ประเทศทั่วเอเชียรวมถึงประเทศไทยได้สมัครเข้าร่วม ซึ่งผู้สมัครจะต้องทำการสมัครเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโท ที่มีกำหนดเริ่มการเรียนการสอนในระหว่างเดือนมกราคม 2566-มีนาคม 2567และต้องได้รับผลคะแนนสอบระดับ 5.5 ขึ้นไปจากการสอบ IELTS กับบริติช เคานซิล

ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครได้ตั้งแต่วันนี้-15 กันยายน 2566 ที่เว็บไซต์ https://takeielts.britishcouncil.org/take-ielts/
study-work-abroad/ielts-prize

รุมค้านรัฐไทยส่งเด็ก 126 คนไม่มีทะเบียนใน ร.ร.อ่างทองกลับพม่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741864

รุมค้านรัฐไทยส่งเด็ก 126 คนไม่มีทะเบียนใน ร.ร.อ่างทองกลับพม่า

รุมค้านรัฐไทยส่งเด็ก 126 คนไม่มีทะเบียนใน ร.ร.อ่างทองกลับพม่า

วันพุธ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 22.27 น.

จวกรัฐไทยส่งเด็กไม่มีเอกสารทางทะเบียนจาก รร.ในอ่างทอง 126 คนกลับพม่าขัดหลักการ พรบ.คุ้มครองเด็ก หวั่นเผชิญอันตรายในสภาวะสงคราม ด้าน”ครูแดง”ชี้ต้นตกปัญหามาจากยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ทำให้ผู้บริหารต้องหาเด็กมาเรียนเพื่อให้ดำเนินการต่อไปได้ จี้ทบทวนนโยบาย

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2566 ที่ สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย เด็กนักเรียนที่ไม่มีเอกสารทางทะเบียนราษฎร์และสัญชาติไทยจากโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง จำนวน 126 คนได้เดินทางโดยรถบัส 4 คัน เพื่อถูกนำตัวไปยังสถานสงเคราะห์ต่างๆ 5 แห่งก่อนถูกส่งกลับไปยังประเทศต้นทาง โดยมีตัวแทนของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และพล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี คอยให้การดูแล

ขณะเดียวกันนางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาเชียงราย นางปรีดา คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดร.ศรีประภา เพชรมีศรี อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้ประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนอีกหลายองค์กรต่างเดินทางมาสังเกตการณ์

ทั้งนี้เด็กทั้ง 126 คนมีอายุตั้งแต่ 7-16 ปี ถูกนำพาไปเรียนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง โดยผู้อำนวยการโรงเรียนได้พยายามขอทะเบียนนักเรียนที่ไม่มีสัญชาติ (G code) แต่เมื่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอ่างทองตรวจสอบเพราะเห็นจำนวนที่มากผิดปกติ ทำให้พบว่ามีการนำเด็กจากประเทศพม่าเข้ามาเรียนจำนวนมาก และได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว และเตรียมผลักดันเด็กกลุ่มนี้กลับประเทศต้นทางทำให้ต้องออกจากการศึกษากลางคัน

พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ กล่าวว่า มีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่นำพาเด็กๆ มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการนำเด็กๆคืนให้ผู้ปกครองซึ่งยึดตามหลักฐานโดยต้องเป็นผู้ปกครองที่แท้จริง จริงๆแล้วเด็กเหล่านี้สามารถเรียนหนังสือในไทยได้ แต่ควรเรียนในพื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดน แต่ครั้งนี้กลับเอาไปเรียนที่จังหวัดอ่างทอง ดังนั้นจึงต้องดำเนินการ

นางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาเชียงราย  กล่าวว่า ต้นเหตุของปัญหาคือนโยบายของกระทรวงศึกษาที่ยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ทำให้ผู้บริหารโรงเรียนต้องนำเด็กจากที่อื่นไปเรียนเพื่อให้โรงเรียนมีจำนวนนักเรียนมากเพียงพอที่จะดำเนินการต่อไปได้ ดังนั้นควรมีการทบทวนนโยบายนี้ ขณะเดียวกันเด็กๆ จากประเทศเพื่อนบ้านต่างก็ต้องการหนีร้อนมาพึ่งเย็น เพราะประเทศเขาเกิดการสู้รบ ดังนั้นจึงควรร่วมกันหาทางออกในเรื่องนี้

นายสันติพงษ์ มูลฟอง ผู้จัดการมูลนิธิเครือข่ายสถานะบุคคล กล่าวว่า เด็กต้องได้รับการคุ้มครองทั้งตามอนุสัญญาสิทธิเด็กและพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก โดยต้องเด็กเหล่านี้ต้องไม่ถูกดำเนินคดี และไม่สมควรมีการผลักดันเด็กนอกประเทศเพราะต้องคำนึกถึงความปลอดภัย โดยเฉพาะเมื่อพบว่าเด็กเหล่านั้นเดินทางมาจากประเทศที่ตกอยู่ในสภาวะสงคราม ส่วนเรื่องการหลบหนีเข้าเมืองก็ควรดำเนินการกับผู้ใหญ่ที่นำพาเข้ามา หรือแม้กระทั่งที่ทำเพราะกลัวโรงเรียนถูกปิดก็ตาม

นายสันติพงษ์กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการร้องเรียนเรื่องนี้ไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) ดังนั้น กสม.ควรเร่งเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปชี้แจง ที่สำคัญคือควรให้การคุ้มครองเด็กชั่วคราวเพื่อไม่ให้มีการผลักดันเด็กออกไป อย่างไรก็ตามอนุกรรมการของสภาความมั่นคงแห่งชาติประเมินว่ามีเด็กตัว G อยู่ราว 8 หมื่นคน โดยพบมาใน 6 จังหวัด เช่น กทม. เชียงราย เชียงใหม่ ชลบุรี ดังนั้นจะมีวิธีการจัดการอย่างไรที่เหมาะสม

ด้าน ดร.ศรีประภา เพชรมีศรี อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การผลักดันเด็กกลุ่มนี้ออกนอกประเทศถือว่าเป็นการขัดกับหลักการที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ ที่รัฐไทยเป็นภาคี รวมถึงหลักการกฎหมายจารีตประเพณีว่าด้วยการไม่ผลักดันกลับในกรณีที่เด็กเหล่านี้จะกลับไปสู่อันตราย ไม่ว่าเด็กเหล่านั้นจะเป็นใคร จะมีสถานะบุคคลอย่างไร ก็ต้องได้รับความคุ้มครอง และได้รับการส่งเสริมให้เข้าถึงการศึกษา

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่เด็กๆ เหล่านี้เข้าไปเรียนในพื้นที่ชั้นในของประเทศไทยเป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือไม่ ดร.ศรีประภา ยืนยันว่า ไม่มีข้อห้ามใดๆในการให้เด็กเข้าไปเรียนที่ จ.อ่างทอง เพราะทั้งที่สมุทรสาคร กทม.ต่างก็มีเด็กๆที่เป็นลูกแรงงานข้ามชาติเรียนอยู่ซึ่งก็ไม่ได้ผิดกฎหมาย