คณะแพทยศาสตร์ ม.สยาม ร่วมรับรางวัล ‘Safety Innovation Awards 2026’

3 กันยายน 2569 เวลา 06:00 น.

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่หน่วยงานที่ได้รับรางวัล Safety Innovation Awards 2026 รางวัลสถานประกอบกิจการต้นแบบด้านการยศาสตร์ และหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนการจัดงาน ณ แกรนด์ฮอลล์ ทรู ดิจิทัล พาร์ค กรุงเทพมหานคร

ในโอกาสนี้ สาขาวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะแพทยศาสตร์ ได้เข้าร่วมงานดังกล่าว โดยมีคณาจารย์ และ นักศึกษาหลักสูตรอาชีวอนามัยและความปลอดภัย เข้าร่วมรับรางวัล นวัตกรรมรางวัลรองชนะเลิศ ระดับประเทศ จากนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

รางวัลดังกล่าวนับเป็นความภาคภูมิใจและเป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพของนักศึกษาหลักสูตรอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ในการนำองค์ความรู้ด้านอาชีวอนามัย ความปลอดภัย และนวัตกรรม มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน

ทั้งนี้ ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของคณาจารย์ และนักศึกษาในการพัฒนาศักยภาพด้านวิชาการและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของหลักสูตรในการผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ ความสามารถ และพร้อมเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับมาตรฐานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของประเทศไทย

Safety Innovation Awards 2026คณะแพทยศาสตร์ ม.สยาม

พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุก องคมนตรี มอบ 109 รางวัล ‘THAILAND MORAL AWARDS 2025’เชิดชู ‘ต้นแบบความดีของประเทศ’

3 กันยายน 2569 เวลา 06:00 น.

ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จัดพิธีมอบรางวัล THAILAND MORAL AWARDS 2025 ภายใต้แนวคิด “ความดีที่ส่งต่อ พลังที่เปลี่ยนสังคม” เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปี ศูนย์คุณธรรม โดยได้รับเกียรติจาก พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นผู้มอบรางวัลและกล่าวโอวาทแก่ผู้ได้รับรางวัล พร้อมด้วย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกรรมการศูนย์คุณธรรม รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ตลอดจนคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคีเครือข่าย เข้าร่วมงาน ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

สำหรับรางวัล THAILAND MORAL AWARDS 2025 มีผู้ได้รับการยกย่องรวมทั้งสิ้น 109 รางวัล แบ่งเป็น รางวัลประเภทสื่อ จำนวน 57 รางวัล จาก 8 สาขา ได้แก่ ละคร ภาพยนตร์ โฆษณา บทเพลง รายการวิทยุ รายการโทรทัศน์ หนังสือ และสื่อดิจิทัล รางวัลประเภทบุคคล จำนวน 25 รางวัล และ รางวัลประเภทชุมชนและองค์กร จำนวน 27 รางวัล ซึ่งผู้ได้รับรางวัลล้วนสะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบการทำความดีที่หลากหลาย ตั้งแต่การใช้พลังของสื่อสร้างค่านิยมเชิงบวก การทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ไปจนถึงการรวมพลังของชุมชนและองค์กรในการแก้ไขปัญหา สร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วธ. กล่าวว่า ผู้ได้รับรางวัล THAILAND MORAL AWARDS 2025 ทุกท่าน มิได้เป็นเพียง “ผู้ได้รับรางวัล” แต่คือ “ผู้ส่งต่อแรงบันดาลใจ” ที่ทำให้เราเห็นว่า ไม่ว่าเราจะอยู่ในบทบาทใด ทุกคนสามารถเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ดีได้ รางวัลที่ได้รับในวันนี้จึงเป็นทั้งกำลังใจในการเดินหน้าทำสิ่งดีๆต่อไป ขณะเดียวกัน เรื่องราวและผลงานของทุกท่านจะได้รับการส่งต่อเพื่อจุดประกายให้เกิดคนทำความดีเพิ่มขึ้น เกิดเครือข่ายของการทำความดีที่เข้มแข็งขึ้น และทำให้คุณธรรมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวันของคนในสังคม เพราะความสำเร็จของ THAILAND MORAL AWARDS มิได้อยู่เพียงที่จำนวนของรางวัลที่มอบในวันนี้ แต่อยู่ที่เรื่องราวของผู้ได้รับรางวัลจะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการลงมือทำที่ดีต่อไปได้อีกมากเพียงใด

ด้าน คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกรรมการศูนย์คุณธรรม กล่าวว่า ความสำเร็จที่ได้รับในวันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่เกิดจากความมุ่งมั่น ความเสียสละ และความเชื่อมั่นในการทำสิ่งที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในโอกาสครบรอบ 15 ปีของศูนย์คุณธรรม ผลงานของผู้ได้รับรางวัลและภาคีเครือข่าย ทั้งภาคธุรกิจเอกชน ภาคประชาสังคม ครอบครัวและชุมชน ภาครัฐ ภาคศาสนา ภาคการศึกษา และภาคสื่อมวลชน สะท้อนให้เห็นถึงพลังของความร่วมมือ ความไว้วางใจ และความมุ่งมั่นของเครือข่ายที่ร่วมกันลงมือทำอย่างต่อเนื่อง จนสามารถสร้างต้นแบบ ขยายผล และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมในสังคม

“คุณค่าของความดี ไม่ได้อยู่ที่การได้รับการยกย่อง แต่อยู่ที่ความดีนั้นสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นลุกขึ้นมาทำความดีต่อได้ นี่คือความหมายสำคัญของรางวัล THAILAND MORAL AWARDS ผู้ได้รับรางวัลทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นบุคคล ชุมชน องค์กร หรือผู้สร้างสรรค์สื่อ ล้วนเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า ทุกคนสามารถใช้ความรู้ ความสามารถ และบทบาทของตนเองสร้างคุณประโยชน์ให้แก่สังคมได้ และหวังว่ารางวัลในวันนี้จะไม่ใช่เพียงความภาคภูมิใจ แต่จะเป็นพลังให้ทุกท่านก้าวเดินต่อไป พร้อมส่งต่อเรื่องราวดี ๆ แรงบันดาลใจ และคุณค่าของการทำความดีไปสู่ผู้คนอีกมากมาย” คุณหญิงปัทมา กล่าว

ขณะที่ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี กล่าวให้โอวาทแก่ผู้ได้รับรางวัลว่า ผลงานและการดำเนินงานของผู้ได้รับรางวัลทุกท่านเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า คุณธรรมมิใช่เพียงถ้อยคำหรือแนวคิด แต่สามารถเกิดขึ้นได้จริงในทุกวิชาชีพ ทุกพื้นที่ และทุกบทบาทของชีวิต จึงขอฝากให้ทุกท่านถือว่ารางวัลที่ได้รับในวันนี้ มิใช่จุดสิ้นสุดของความสำเร็จ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสานต่อความดี และส่งต่อแรงบันดาลใจให้ขยายออกไปในสังคมอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น

รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม กล่าวว่า สิ่งที่มีคุณค่าไม่แพ้รางวัล คือการนำ “ต้นแบบ” เหล่านี้ออกมาสู่สาธารณะ เพราะหลายครั้งการทำความดีเกิดขึ้นอย่างเงียบๆในพื้นที่ต่างๆของประเทศ ดังนั้นการมีเวทีเข้ามาเชิดชูจึงเป็นการทำให้คุณค่าของคนทำความดีได้รับการมองเห็น พร้อมเปลี่ยนจาก “ความดีของคนหนึ่งคน” ให้กลายเป็น “พลังบวกของสังคม”

“นี่คือความหมายของคำว่า “ความดีที่ส่งต่อ พลังที่เปลี่ยนสังคม” เพราะเราไม่ได้ต้องการให้เรื่องราวจบลงเมื่อผู้ได้รับรางวัลเดินลงจากเวที แต่ต้องการให้ต้นแบบเหล่านี้กลับไปสร้างแรงกระเพื่อมต่อในพื้นที่ของตนเอง และทำให้คนที่ได้รับรู้เรื่องราวเกิดความรู้สึกว่า สามารถลงมือทำบางสิ่งเพื่อคนอื่นและสังคมได้เช่นกัน หากความดีหนึ่งเรื่องสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดความดีเรื่องที่สอง ที่สาม และขยายต่อไปเรื่อยๆ นั่นคือคุณค่าที่แท้จริงของรางวัลนี้” ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม กล่าวและว่า THAILAND MORAL AWARDS จึงมีความหมายมากกว่าการเป็นพิธีมอบรางวัลประจำปี แต่กำลังทำหน้าที่เป็น “เวทีเชิดชูต้นแบบของประเทศ” ที่นำคนทำความดีจากหลากหลายพื้นที่มาสอดประสานเชื่อมโยงกัน และทำให้สังคมได้เห็นภาพร่วมกันว่า “คนดี” และ “ความดี” ไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียว การทำหน้าที่ของตนเองด้วยความรับผิดชอบ การเสียสละเพื่อส่วนรวม การสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้อื่น การใช้ความรู้และความสามารถแก้ไขปัญหาสังคม ตลอดจนการใช้สื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงพลังเชิงบวก ล้วนเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อการขับเคลื่อนพัฒนาประเทศต่ออย่างยั่งยืน

“การมอบรางวัลวันนี้จึงไม่ใช่ปลายทาง แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการขยายผล เราต้องการให้ผู้ได้รับรางวัลทั้ง 109 รางวัล กลายเป็นต้นแบบที่สังคมเข้าถึงได้ เรียนรู้ได้ และนำสิ่งที่เหมาะสมไปปรับใช้ได้ เพราะ รางวัลคุณธรรมระดับประเทศจะมีความหมายอย่างแท้จริง ก็ต่อเมื่อคุณค่าของผู้ได้รับรางวัลสามารถเดินทางต่อไปถึงผู้คนในสังคม และนี่คือสิ่งที่ศูนย์คุณธรรมต้องการเดินหน้าต่อจากเวที THAILAND MORAL AWARDS” รศ.นพ.สุริยเดว กล่าวทิ้งท้าย

THAILAND MORAL AWARDS 2025พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุก

มวล. ผนึก 3 มรภ. MOU จัดตั้ง ‘อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ตอนบน’ ยกระดับนวัตกรรม-เศรษฐกิจภูมิภาคครบวงจร

3 กันยายน 2569 เวลา 06:00 น.

มวล.ร่วมกับเครือข่าย 3 มรภ. ลงนามเอ็มโอยู จัดตั้ง “อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคใต้ตอนบน” ตั้งเป้าเป็นฟันเฟืองหลักบูรณาการงานวิจัยและนวัตกรรม ยกระดับขีดความสามารถผู้ประกอบการ รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างยั่งยืน เผยรัฐหนุนงบกว่า 313 ล้านบาท

ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการขับเคลื่อนการจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคใต้ตอนบน” ร่วมกับผู้บริหารจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี และ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ตั้งเป้าเป็นฟันเฟืองหลักบูรณาการงานวิจัยและนวัตกรรม ยกระดับขีดความสามารถผู้ประกอบการ รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยมีผู้บริหารของทั้ง 4 มหาวิทยาลัยร่วมกันเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมเขาหลวง อาคารสหกิจศึกษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดี มวล. กล่าวว่า การจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคใต้ตอนบน เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม เนื่องจากภาคใต้ตอนบนมีศักยภาพสูงทั้งในด้านทรัพยากรธรรมชาติ เกษตร อาหาร สุขภาพ และการท่องเที่ยว การมีอุทยานวิทยาศาสตร์จะช่วยเชื่อมโยงองค์ความรู้และงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเข้ากับภาคธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ

“มวล.พร้อมสนับสนุนทั้งด้านบุคลากร นักวิจัย ห้องปฏิบัติการ และเครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อทำงานร่วมกับเครือข่ายทั้ง 3 มหาวิทยาลัยราชภัฏ ในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่น สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม” ศ.ดร.สมบัติ กล่าว

ด้าน รศ.ดร.ศิวฤทธิ์ พงศกรรังศิลป์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มวล. ระบุว่า ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการสร้างกลไกกลางในการสำรวจความต้องการของผู้ประกอบการและจัดทำฐานข้อมูลศักยภาพพื้นที่ เพื่อผลักดันโครงการที่สร้างผลกระทบเชิงบวกทางเศรษฐกิจและสังคมให้เกิดขึ้นจริง

ขณะที่ ผศ.ดร.อนุรักษ์ ถุงทอง ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มวล. กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือนี้คือการรวมพลังเพื่อนำโครงสร้างพื้นฐานของมหาวิทยาลัยมาให้บริการภาคเอกชนและชุมชนอย่างเต็มรูปแบบ

ซึ่งนอกจากความร่วมมือทางวิชาการแล้ว มวล. โดยอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ยังได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาล จำนวน 313,101,700 บาท เพื่อดำเนินการก่อสร้าง “อาคารส่งเสริมผู้ประกอบการและนวัตกรรม” ซึ่งจะเป็นพื้นที่หลัก (Hub) ในการบ่มเพาะธุรกิจนวัตกรรม ให้บริการทดสอบมาตรฐาน และสนับสนุนผู้ประกอบการในทุกมิติ ขณะนี้อาคารดังกล่าวมีการก่อสร้างคืบหน้าแล้วกว่า 33 % กำหนดแล้วเสร็จในปี 2570

MOUมวล.อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ตอนบน

กองทุน ป.ป.ช. ดันเยาวชนไทยเติบโตบนเวทีโลก! 2 เด็กเก่งคว้ารางวัลสันติภาพสวีเดน จากผลงานสื่อต้านทุจริต

2 กันยายน 2569 เวลา 17:30 น.

sweden-017

กองทุน ป.ป.ช.พิสูจน์ความสำเร็จบนเวทีโลก ส่งยุวฑูตต้านทุจริตต้นแบบ คว้ารางวัลระดับโลก World Peace Youth Ambassador Awards 2026 ที่สวีเดน

2 เด็กไทยเจ้าของตำแหน่งยุวทูตต้านทุจริตต้นแบบ คว้ารางวัล World Peace Youth Ambassador Awards 2026 ที่สวีเดน จากผลงานการผลิตสื่อรณรงค์ต่อต้านการทุจริต ในโครงการอบรมยุวทูตต้านทุจริตต้นแบบ สนับสนุนโดย กองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (กองทุน ป.ป.ช.) ได้แก่ ด.ช.นราวิชญ์ บุญฤทธิ์ โรงเรียนอัสสัมชัญ และ ด.ช.ภูดิท ตันเจริญ โรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขึ้นรับรางวัลระดับโลก ณ หอประชุมคอนเสิร์ตสตอกโฮล์ม สถานที่จัดพิธีมอบรางวัลโนเบล กรุงสตอกโฮล์ม ราชอาณาจักรสวีเดน 

นายจุลภควัฒน์ ศรีสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มหารวย เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด ผู้จัดการโครงการยุวทูตต้านทุจริตต้นแบบ กล่าวว่า “รู้สึกดีใจและภูมิใจเป็นอย่างมาก ที่เด็กไทยได้ขึ้นรับรางวัลระดับโลกในเวทีอันศักดิ์สิทธิเวทีเดียวกับรางวัลโนเบล ณ ประเทศสวีเดน โดยรางวัลนี้มอบให้แก่เยาวชนที่มีบทบาทโดดเด่นในการส่งเสริมความซื่อสัตย์สุจริต และร่วมขับเคลื่อนสังคมตามแนวคิดการป้องกันความขัดแย้งเชิงรุก โดยคณะกรรมการพิจารณาเห็นว่า  การทุจริตคือจุดเริ่มต้นของความอยุติธรรม การต่อต้านคอร์รัปชันสร้างรากฐานความเท่าเทียมในสังคม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน  ปลูกฝังวัฒนธรรมแห่งสันติภาพ โครงการอบรมยุวฑูตต้านทุจริตต้นแบบทำหน้าที่เป็นสื่อกลางส่งต่อค่านิยมความซื่อสัตย์และคุณธรรมในสถานศึกษาและชุมชน สอดคล้องกับแนวทางของ UNESCO ในการพัฒนาเยาวชนให้มีทักษะคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาโดยไม่ใช้ความรุนแรง  สร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่กล้าลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่ถูกต้อง มีความซื่อสัตย์ และเป็นแบบอย่างในการต่อต้านการทุจริตตั้งแต่ระดับเด็กเยาวชน  การได้รับมอบรางวัล ณ Stockholm Concert Hall ซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีมอบรางวัลโนเบล สะท้อนให้เห็นว่านานาชาติให้การยอมรับบทบาทของเยาวชนไทยในฐานะตัวแทนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ยกระดับภาพลักษณ์ประเทศนำโดย กองทุน ป.ป.ช. ให้ความสำคัญกับการปลูกฝังคุณธรรมและการต่อต้านคอร์รัปชันในเด็กและเยาวชน  ภายในงานมอบรางวัลเกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายสันติภาพ เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้นำจากทั่วโลก เพื่อสร้างเครือข่ายในการขับเคลื่อนสังคมที่ปราศจากการทุจริตและความขัดแย้งในอนาคต ร่วมสร้างพลเมืองที่ซื่อสัตย์สุจริตให้กับประเทศของเราและโลกของเราต่อไปครับ”

ด.ช.นราวิชญ์ บุญฤทธิ์ ยุวทูตต้านทุจริตต้นแบบ โรงเรียนอัสสัมชัญ ผู้คว้ารางวัล World Peace Youth Ambassador Awards 2026  กล่าวว่า ผมรู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยขึ้นรับรางวัลบนเวทีระดับสากล ณ หอประชุมคอนเสิร์ตสตอกโฮล์ม ซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีมอบรางวัลโนเบล  จากผลงานการเข้าร่วมโครงการอบรมยุวฑูตต้านทุจริตต้นแบบ ผมได้พบปะกับผู้นำจากนานาประเทศ ช่วยเปิดโลกทัศน์ ปลูกฝังความมั่นใจ และสร้างพลังใจในการกล้าลุกขึ้นมาทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อสังคม  ขอบคุณโครงการของ กองทุน ป.ป.ช.ที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ร่วมโครงการดีดี สร้างยุวฑูตต้านทุจริต สร้างกิจกรรมที่มีคุณค่าและประโยชน์ต่อตัวผม ต่อผู้เข้าอบรม ร่วมถึงประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ และวันนี้ก็ได้รับการยอมรับในเวทีระดับสากล ผมดีใจและภูมิใจมากครับ”

ด.ช.ภูดิท ตันเจริญ ยุวฑูตต้านทุจริตต้นแบบ โรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ผู้คว้ารางวัล World Peace Youth Ambassador Awards 2026 กล่าวว่า “ผมดีใจและตื่นเต้นมากๆ ครับ รู้สึกถึงตัวแทนการเปลี่ยนแปลงเรื่องค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้เราเป็นเด็กตัวเล็กๆ เสียงเล็กๆ แต่เมื่อได้เป็นยุวฑูตต้านทุจริตต้นแบบ ทำให้ได้เรียนรู้เรื่องโทษและผลเสียของการทุจริต เราในฐานะยุวฑูตต้านทุจริตก็จะไม่ทำสิ่งที่ไม่ได้ไม่โกงอย่างแน่นอนครับ และพร้อมจะเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงที่จะสร้างสื่อต้านทุจริตรณรงค์ให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ได้ตระหนักรู้ถึงโทษของการทุจริตและสร้างแนวร่วมในการต่อต้านทุจริตกันด้วยนะครับ”

การได้รับรางวัล World Peace Youth Ambassador Awards 2026 ที่กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ไม่เพียงสร้างความภาคภูมิใจอย่างสูงสุดแก่ตัวแทนเยาวชนไทย แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญที่สามารถนำไปต่อยอดและสร้างประโยชน์มหาศาลให้กับประเทศไทยในหลายมิติ  ยกระดับภาพลักษณ์ประเทศบนเวทีโลก ประเทศไทยได้รับคำชื่นชมในฐานะประเทศที่ให้ความสำคัญกับการปลูกฝังคุณธรรมและปราบปรามการทุจริตเชิงรุกตั้งแต่ระดับเด็กและเยาวชน  วางรากฐาน “สังคมไร้ทุจริต” ในระยะยาว การพัฒนาเยาวชนให้มีจิตสำนึกต่อต้านคอร์รัปชันตั้งแต่เยาว์วัย จะช่วยสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลดปัญหาคอร์รัปชัน และเพิ่มดรรชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ของประเทศในอนาคต  พิสูจน์ความสำเร็จของโครงการอบรมยุวฑูตต้านทุจริตต้นแบบ เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าโครงการสนับสนุนจาก กองทุน ป.ป.ช. สามารถผลักดันศักยภาพเด็กไทยให้โดดเด่นและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลได้อย่างแท้จริง  การได้รับรางวัลครั้งนี้เป็นการการันตรีถึงความสำเร็จและเป็น “จุดเริ่มต้น” ของการสร้างวัฒนธรรมความซื่อสัตย์สุจริตที่จะส่งผลดีต่อโครงสร้างสังคมไทยอย่างยั่งยืนต่อไป 

กองทุนปปชข่าวการศึกษา

คณะบริหารธุรกิจฯ มจพ.ระยอง ทีม ‘Esther Bloody’ คว้าถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ เวที Logistics Hackathon 2026

2 กันยายน 2569 เวลา 15:06 น.

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ขอแสดงความยินดีกับนักศึกษาและอาจารย์ที่ปรึกษา คณะบริหารธุรกิจ มจพ. วิทยาเขตระยอง สร้างชื่อเสียงระดับประเทศในการแข่งขันประกวดนวัตกรรมด้านโลจิสติกส์ (Logistics Innovation Hackathon 2026) ภายใต้โจทย์และแนวคิด “Smart Wellness and Healthcare Logistics” นวัตกรรมเพื่อการบริหารจัดการและยกระดับห่วงโซ่อุปทานโลหิตอัจฉริยะ Bloom (Blood Logistics Optimization & Operations Management) ณ ห้องประชุม Amber 1–2 ชั้น 2 อาคารภิรัช คอนเวนชั่น ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569

การแข่งขันในครั้งนี้ ทีม Esther Bloody ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น คว้ารางวัลชนะเลิศ รับถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมทุนการศึกษาจำนวน 20,000 บาท สมาชิกในทีม ได้แก่ นายภานุภัส โคตรชมภู, นายวรายุทธ์ คำเขียว, นางสาวภลินี จิรพัสตระกูล, นางสาวมนัญชยา ธารีจิตร และนางสาวสุภิญญา จันทร์แช่ม

นอกจากนี้ นักศึกษาทีม LifeHack คว้ารางวัลชมเชย สมาชิกในทีม ได้แก่ นายปวริศร์ ฉิมพาลี, นางสาวพัฒนรีย์พร ไร่เรือง, นางสาวพิมสุพัฒน์ ตวิเชียร, นางสาวญาณภา หาจุมปู และ นางสาวชมขนก เป็งวัง  โดยมี อาจารย์ศาศวัต กันภัย, ผศ.ดร.พรรษวดี พงษ์ศิริ, ผศ.ดร.เกศสุดา เพชรดี และ ผศ.ดร.ณฐา เศวตนรากุล ร่วมเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาให้คำแนะนำทั้ง 2 ทีม

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ขอชื่นชมในความมุ่งมั่น ทุ่มเท และสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมด้านโลจิสติกส์การแพทย์ของนักศึกษา ตลอดจนการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากอาจารย์ที่ปรึกษาทุกท่าน ที่สะท้อนถึงคุณภาพการศึกษาและการประยุกต์ใช้องค์ความรู้จริงเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

Logistics Hackathon 2026คณะบริหารธุรกิจฯ มจพ.ระยองทีม Esther Bloody

‘Blood Next Gen’ ชวนเยาวชนค้นหาจุดแข็ง เปลี่ยนพลังของตัวเองเป็นพลังช่วยชีวิต

2 กันยายน 2569 เวลา 06:00 น.

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดโครงการ “Blood Next Gen พลังคนรุ่นใหม่…ส่งต่อชีวิตด้วยการให้” โดยมี “แนะnow” ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการฯ เดินสาย 30 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ชวนเยาวชนอายุ 17 ปี รู้จักจุดแข็งของตนเอง ผ่านแนวคิด “4 บ้านพรสวรรค์” ก่อนต่อยอดสู่การมีส่วนร่วมในภารกิจบริจาคโลหิตตามความถนัดของแต่ละคน

โลหิต เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ป่วย เปรียบเสมือนยารักษาโรค ที่ปัจจุบันยังไม่มีนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใดๆ สามารถผลิตขึ้นมาทดแทนได้ ต้องได้รับบริจาคจากเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเท่านั้น ตามมาตรฐานงานบริการโลหิต ต้องมีโลหิตสำรองคงคลังอย่างน้อย 3,000 ยูนิตต่อวัน ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ จึงต้องมีการจัดโครงการและกิจกรรมต่างๆเพื่อกระตุ้นให้เกิดการบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

ผู้บริจาคโลหิตสามารถบริจาคโลหิตได้ ทุกๆ 3 เดือน หรือปีละ 4 ครั้ง ซึ่งจะทำให้มีปริมาณโลหิตสม่ำเสมอและเพียงพอ แก่ความต้องการใช้ของผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศ และแม้ว่าความต้องการโลหิตยังคงมีอย่างต่อเนื่อง แต่สัดส่วนผู้บริจาคโลหิตในกลุ่มเยาวชนกลับลดลงตลอด 3 ปีที่ผ่านมา จากร้อยละ 10.24 ในปี 2566 เหลือเพียงร้อยละ 8.70 ในปี 2568 สะท้อนความจำเป็นในการสร้างผู้บริจาครุ่นใหม่ตั้งแต่ต้นทาง

โดยกลุ่มเยาวชนถือเป็นกำลังสำคัญของคลังเลือดในระยะยาว เพราะเป็นวัยที่สามารถบริจาคโลหิตได้ต่อเนื่องยาวนานที่สุด ตั้งแต่อายุ 17 ปีไปจนถึง 70 ปี การปลูกฝังความเข้าใจที่ถูกต้องเรื่องการบริจาคโลหิตตั้งแต่ต้นทาง จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้เยาวชนเติบโตขึ้นเป็นผู้บริจาคโลหิตประจำอย่างยั่งยืน และกลายเป็นเครือข่ายคนรุ่นใหม่ที่ช่วยส่งต่อการให้ในสังคมได้อย่างไม่ขาดสาย

โครงการ Blood Next Gen จึงชวน แนะnow เข้ามาเติมมิติ “การรู้จักตัวเอง” ให้กับภารกิจนี้ โดยมี น.ส.รุสนันท์ ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม หรือ “ครูพี่บิม” พิธีกรและผู้ดำเนินการโครงการ แนะnow รับหน้าที่เดินทางไปสอนนักเรียนในสถาบันการศึกษาต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนอายุ 17 ปี ก่อนที่จะมีการออกหน่วยรับบริจาคโลหิต เพื่อให้เยาวชนเข้าใจประโยชน์และความสำคัญของการบริจาคโลหิต พร้อมค้นหาว่าตัวเองมีความถนัดแบบไหน ผ่านแนวคิด 4 บ้านพรสวรรค์ อันเป็นหัวใจของ “แนะnow”

น.ส.รุสนันท์ หรือ “ครูพี่บิม” กล่าวว่า โครงการนี้เป็นอีกตัวอย่างของการนำแนวคิดการรู้จักตัวเองผ่าน 4 บ้านพรสวรรค์ของ แนะnow มาประยุกต์ใช้กับประเด็นสังคม เพื่อให้เยาวชนเห็นว่า ทุกคนสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ในแบบของตัวเอง เพราะแต่ละคนมีความถนัดและความสามารถแตกต่างกัน เมื่อเรารู้จักตัวเองและเข้าใจว่าศักยภาพของเราทำอะไรได้บ้าง เราจะเห็นทันทีว่าตัวเองมีที่ทางในการช่วยเหลือสังคมได้อย่างไร การบริจาคโลหิตก็เช่นกัน ไม่ใช่ทุกคนต้องทำเหมือนกันหมด แต่ทุกคนมีบทบาทของตัวเองที่ทำให้ภารกิจนี้สำเร็จได้

แนวคิด 4 บ้านพรสวรรค์แบ่งคนออกตามความถนัด และเมื่อนำความถนัดนั้นมาเชื่อมกับภารกิจของ Blood Next Gen ก็จะช่วยให้เยาวชนเห็นภาพชัดเจนว่าตัวเองจะเป็นฟันเฟืองแบบไหนได้บ้าง อาทิ บ้านสมอง นักคิดและนักวิเคราะห์ เหมาะกับการวางแผนข้อมูลในการจัดหาโลหิต ออกแบบหน่วยรับบริจาคโลหิตในโรงเรียน , บ้านใจ ผู้สนับสนุนและดูแลผู้อื่น เหมาะกับการดูแลผู้มาบริจาค , บ้านปาก นักสื่อสารและนักโน้มน้าวใจ เหมาะกับการประชาสัมพันธ์ รณรงค์ชวนบริจาคโลหิตผ่านเพื่อนและสื่อโซเชียล และบ้านมือ นักลงมือทำ พร้อมช่วยงานอาสา จัดรูปแบบการรับบริจาคโลหิตในโรงเรียน และก้าวสู่การเป็นผู้บริจาค

ไม่เพียงค้นหาบ้านพรสวรรค์ของตัวเอง เยาวชนยังได้ลองลงมือทำจริงผ่านภารกิจเล็กๆ ที่เลือกได้ตามความถนัด ไม่ว่าจะเป็นการชวนคนรอบตัวมาบริจาคโลหิต การทำสื่อให้ความรู้ การเป็นอาสาสมัครประจำหน่วย ไปจนถึงการบริจาคโลหิตด้วยตัวเอง ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นภาระที่ต้องรับผิดชอบ แต่โครงการมุ่งหวังสร้างประสบการณ์จิตอาสาที่ช่วยให้เยาวชนได้เรียนรู้คุณค่าของการเป็น “ผู้ให้” และเข้าใจว่า โลหิตเพียงหนึ่งถุง สามารถต่อชีวิตให้ผู้ป่วยได้หลายคน

“เราอยากให้เด็กๆรู้สึกว่าการบริจาคโลหิตไม่ใช่เรื่องไกลตัว ถ้าเด็กคนหนึ่งค้นพบว่า ตัวเองมีคุณค่า และเริ่มต้นการเป็นผู้ให้ตั้งแต่อายุ 17 ปี นั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นผู้ให้ตลอดชีวิต” ครูพี่บิม กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามข่าวสารประชาสัมพันธ์โครงการ Blood Next Gen ได้ที่ https://thaibloodcentre.redcross.or.th หัวข้อข่าวสารประชาสัมพันธ์ สื่อและหลักสูตรสำหรับเยาวชน หรือเฟซบุ๊ก ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และสามารถติดตามกิจกรรมอื่นๆของแนะ now ได้ทางเฟซบุ๊ก NaenowOfficial

Blood Next Gen

แผ่นดินไหวใหญ่ติดต่อกัน โลกกำลังผิดปกติจริงหรือ? สรุปแผ่นดินไหวปี 69 นักวิชาการแนะปชช.เฝ้าระวัง

2 กันยายน 2569 เวลา 06:00 น.

นักวิจัยศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ สรุปสถิติแผ่นดินไหวปี 2569 เปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลัง 100 ปี ระบุเป็นเหตุการณ์ที่อยู่ในกรอบความผันผวนตามธรรมชาติ แต่ต้องเปลี่ยนความตื่นตระหนกของประชาชนให้เป็นการเตรียมพร้อมรับมือ

รศ.ดร.ภาสกร ปนานนท์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์พื้นพิภพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์และสื่อต่างๆอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ว่าเหตุการณ์ในประเทศฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย เวเนซุเอลา โคลอมเบีย ไปจนถึงหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก พร้อมภาพแรงสั่นสะเทือนที่รับรู้ได้เป็นบริเวณกว้าง อาคารสูงแกว่งตัว ความเสียหายของอาคารบ้านเรือน และการอพยพผู้คนอย่างรีบร้อน ได้สร้างความรู้สึกร่วมในสังคมว่าเปลือกโลกกำลังเคลื่อนตัวถี่และรุนแรงขึ้นอย่างผิดปกติ

“เมื่อข้อมูลข่าวสารเดินทางถึงมือเราแทบจะทันที คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าแผ่นดินไหวแต่ละครั้งมีขนาดเท่าใด แต่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไล่เลี่ยกันนี้กำลังส่งสัญญาณว่าโลกเข้าสู่ช่วงเวลาผิดปกติหรือไม่ และประเทศไทยควรตื่นตระหนกเพียงใด”

หากพิจารณาผ่านข้อมูลจาก USGS ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 17 สิงหาคม 2569 ทั่วโลกพบแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ตั้งแต่ 7.0 ถึง 7.9 จำนวน 11 เหตุการณ์ โดยยังไม่มีเหตุการณ์ขนาด 8.0 ขึ้นไป เมื่อนำไปเทียบกับสถิติระยะยาวตั้งแต่ปี พ.ศ.2469 โลกมีแผ่นดินไหวขนาด 7.0 ขึ้นไปเฉลี่ยปีละราว 10-20 ครั้ง และใหญ่กว่า 8 ประมาณปีละครั้ง ชี้ชัดว่าจำนวนแผ่นดินไหวใหญ่ยังคงอยู่ในกรอบความผันผวนตามธรรมชาติ เป็นกระบวนการที่เกิดซ้ำเป็นประจำ ที่สำคัญเกือบทั้งหมดเกิดตรงรอยต่อแผ่นธรณีภาคไม่ได้เกิดสะเปะสะปะทั่วทั้งโลก เพราะเปลือกโลกชั้นนอกไม่ได้เป็นแผ่นเดียว แต่แบ่งออกเป็นแผ่นธรณีภาคหลายแผ่นที่เคลื่อนที่ช้าๆ เมื่อแผ่นธรณีภาคชนกัน แยกออกจากกัน หรือเลื่อนผ่านกัน ความเค้นจะสะสมตามรอยเลื่อน เมื่อความเค้นมากกว่าแรงเสียดทาน รอยเลื่อนจึงเลื่อนตัวอย่างฉับพลันและปลดปล่อยพลังงานออกมาเป็นคลื่นแผ่นดินไหว

นักวิจัยระบุว่า สาเหตุที่ทำให้รู้สึกว่าแผ่นดินไหวเกิดถี่ขึ้นมีปัจจัยหลักจากความเร็วและประสิทธิภาพของเทคโนโลยีสื่อสาร เครือข่ายตรวจวัดที่มีจำนวนมากขึ้นทำให้ USGS สามารถระบุตำแหน่งแผ่นดินไหวได้ราว 20,000 เหตุการณ์ต่อปี หรือเฉลี่ย 55 เหตุการณ์ต่อวัน ภาพและข่าวจากพื้นที่ประสบภัยจึงส่งตรงถึงผู้คนทั่วโลกอย่างรวดเร็วมาก อย่างไรก็ตามสถิติไม่ผิดปกติไม่ได้แปลว่าไม่อันตราย เพราะผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไม่ได้กำหนดด้วยค่าขนาดแผ่นดินไหวเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความลึก ระยะห่างจากเมือง ทิศทางการเลื่อนตัวของรอยเลื่อน สภาพชั้นดิน และความเปราะบางของสิ่งปลูกสร้าง แผ่นดินไหวตื้นใกล้เมืองใหญ่อาจสร้างความเสียหายร้ายแรงจากดินถล่ม ดินเหลว ไฟไหม้ หรือสึนามิในทะเล ได้มากกว่าแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในระดับลึกและอยู่ไกลออกไป แม้ประเทศไทยแม้จะไม่ได้ตั้งอยู่บนขอบแผ่นธรณีภาคหลักโดยตรงแต่ได้รับอิทธิพลจากเขตมุดตัวสุมาตรา-อันดามัน การเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนในเมียนมา และกลุ่มรอยเลื่อนมีพลังภายในประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่แอ่งตะกอนอ่อนอย่างกรุงเทพมหานครและเมืองใหญ่ในหลายภูมิภาคของไทย ที่มีคุณสมบัติขยายคลื่นไหวสะเทือนคาบยาวจากระยะไกล ทำให้อาคารสูงสั่นไหวได้อย่างชัดเจน ดังนั้นเราจึงต้องมีเตรียมพร้อมในการรับมือกับภัยธรรมชาติโดยอาศัยความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพื่อลดความตื่นตระหนก

“ในส่วนวิชาการนั้นมีความจำเป็นต้องเข้าใจสาเหตุและแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหวที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย รวมถึงศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัจจัยต่างๆ ทั้งสภาพธรณีวิทยา การออกแบบอาคารบ้านเรือนให้แข็งแรง เพื่อลดความสูญเสียจากแผ่นดินไหวให้มากที่สุด ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนมีความปลอดภัยจากแผ่นดินไหวและสึนามิ โดยศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติได้รับการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผ่าน วช. เพราะในท้ายที่สุดเมื่อเรามีข้อมูลที่ถูกต้องจะช่วยลดความตื่นตระหนก และมีความปลอดภัยในชีวิตจากการเตรียมพร้อมรับมือก่อนที่จะเกิดภัยพิบัติ” รศ.ดร.ภาสกร กล่าวทิ้งท้าย

สรุปแผ่นดินไหวปี 69แผ่นดินไหว

กองทุน ป.ป.ช. มอบรางวัล ‘ละครต้านทุจริต-ยุวฑูตต้านทุจริต’ ปลุกจิตสำนึก ‘เด็กไทยไม่ทนคอรัปชัน’

1 กันยายน 2569 เวลา 20:22 น.

668913_0

กองทุน ป.ป.ช. จัดใหญ่ มอบรางวัลและฉายผลงาน “ละครต้านทุจริต-ยุวฑูตต้านทุจริต” ปลุกจิตสำนึก “เด็กไทยไม่ทนคอรัปชัน”

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการละครสร้างสรรค์ต่อต้านการทุจริต “เยาวชนไม่ทนคอรัปชัน ภาคตะวันออก” และโครงการอบรมยุวฑูตต้านทุจริตต้นแบบ สองโครงการใหญ่สร้างเยาวชนต้นแบบต้านทุจริต โดยกองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (กองทุน ป.ป.ช.) พิธีมอบโล่รางวัลและเกียรติบัตร สำหรับสถาบันการศึกษาทั้ง 20 สถาบันที่เข้าร่วมโครงการ โดยได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  มอบโล่และเกียรติบัตรให้กับผู้บริหารสถานศึกษา ครูอาจารย์ และนักเรียนนักศึกษา ผู้เข้าร่วมโครงการ นายตติยภัทร์ ปิติเศรษฐพันธุ์ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ นายสุรพงษ์ เอิมอุทัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  เป็นประธานในพิธีมอบมอบโล่และเกียรติบัตรโดยผู้แทนเด็กเยาวชนกว่า 300 คนเข้าร่วมงาน ณ ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ศรีนครินทร์

กองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (กองทุน ป.ป.ช.) ให้การสนับสนุน บริษัท มหารวย เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด ดำเนินการโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการละครสร้างสรรค์ “ต่อต้านการทุจริต เยาวชนไม่ทนคอรัปชันภาคตะวันออก” และโครงการอบรมยุวฑูตต้านทุจริตต้นแบบ  ได้จัดพิธีมอบรางวัลและฉายผลงานละครสั้น โดยมี นายสุรพงษ์ เอิมอุทัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ นายตติยภัทร์ ปิติเศรษฐพันธุ์ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย จุลภควัฒน์ ศรีสุวรรณ ผู้จัดการโครงการ , มารุต สาโรวาท ผู้กำกับชื่อดัง ,ศรัทธา ศรัทธาทิพย์ ครูสอนการแสดงและผู้กำกับการแสดง , ธัญพิสิษฐ์ ตั้งวงศ์ศิริ ,อิงฟ้า ชิโนทัย ศรีสุข พร้อมด้วยนักแสดง ทีมนักเรียนนักศึกษา 20 สถาบัน และคุณจรูญรัตน์ สาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท พาราไดซ์ พาร์ค จำกัดให้เกียรติร่วมในพิธี

โดยปีนี้มีโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการละครสร้างสรรค์ “ต่อต้านการทุจริต เยาวชนไม่ทนคอรัปชันภาคตะวันออก ประกอบด้วย 10 โรงเรียนได้แก่ 1.โรงเรียนปราจีนกัลยาณี,2.โรงเรียนปราจิณราษฎรอำรุง,3.โรงเรียนชลบุรี “สุขบท”,

4.โรงเรียนอรัญประเทศ,5.โรงเรียนสระแก้ว,6.โรงเรียนดาราสมุทร ศรีราชา,7.โรงเรียนชําป่างามวิทยาคม,8.โรงเรียนชลกันยานุกูล,9.โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา,10.โรงเรียนอัสสัมระยอง โดยแต่ละโรงเรียนส่งผู้แทนนักเรียนกว่า 100 คนเข้าร่วมโครงการรวมกว่า 1,000 คน พร้อมผู้บริหาร คณาจารย์จากทั้ง 10 โรงเรียน

นอกจากนี้ยังได้ทีมวงการบันเทิงมืออาชีพ ตัวจริงเสียงจริงมาให้ความรู้ ร่วมผลิตละครสร้างสรรค์ต้านทุจริต เช่น ครูต้อ มารุต สาโรวาท ผู้กำกับการแสดงชื่อดังแห่งวงการบันเทิงของไทย ที่มีผลงานการกำกับภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ รวมถึงซีรี่ย์ชื่อดังมากมาย ,ครูรัก ศรัทธา ศรัทธาทิพย์ นักแสดง ครูสอนการแสดง ผู้กำกับละคร อดีตครูใหญ่แห่งบ้าน AF ,ครูกั๊ก วรรณศักดิ์ ศิริหล้า ครูสอนการแสดง เจ้าของรางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม และศิลปิน “ศิลปาธร” ประจำปี 2563 สาขาศิลปะการแสดง ,ครูออม จุลภควัฒน์ ศรีสุวรรณ ผู้จัดละคร พิธีกร ครูสอนสื่อสร้างสรรค์ประสบการรณ์มากกว่า 25 ปี ,ครูเบส ธัญพิสิษฐ์ ตั้งวงศ์ศิริ ผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดงและเขียนบทละคร

พร้อมทีมนักแสดงมืออาชีพคับคั่ง อาทิ มินต์ ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง, มุก วรนิษฐ์ ถาวรวงศ์, น้ำผึ้ง ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์, อ้วน รังสิต ศิรนานนท์, ไอซ์ อธิชนัน ศรีเสวก, บิ๊ก ณทรรศชัย จรัสมาส, คิมม่อน วโรดม เข็มมณฑา,

,แท้ป ศรีล สุขุม, อรชร เชิญยิ้ม, ตั้ว  คณิศร  อนุสิทธิ์, เก่ง ธชย ประทุมวรรณ, อรวรรณ พิไลวรเพชร, วิมลพันธ์ ชาลีจังหาญ , จีเกรซก้า ปวีณ์ธิดา ชาญหัตถกิจ , ท่านเพียว ชินธร แต่นโยบาย, ไตตั้น นราวิชญ์ บุญฤทธิ์, แฮปปี้ เนรมิตร ใจสิทธิ์, ปลิ้ม ปุริม รัตนเรืองวัฒนา, รภัทร เอกนิธิเศรษฐ์ และนักแสดงรับเชิญกว่า 30 คนที่มาร่วมเล่นละครต้านทุจริตกับนักเรียนทั้ง 10 โรงเรียน

โครงการอบรมยุวทูตต้านทุจริตต้นแบบ ประกอบด้วย 10 สถาบัน ได้แก่ 1.โรงเรียนสิริรัตนาธร,

2.โรงเรียนสารสาสน์สุขสวัสดิ์,3.โรงเรียนปราโมชวิทยารามอินทรา,4.โรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์,5.โรงเรียนอัสสัมชัญ,6.โรงเรียนสารสาสน์วิเทศสมุทรปราการ,7.โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ปทุมธานี,8.โรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ในพระบรมราชินูปถัมภ์,9.โรงเรียนวัดสุทธิวราราม,

10.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ผู้เข้าร่วมโครงการมากกว่า 600 คน ผลิตคลิปสั้นมากกว่า 50 คลิป สัมภาษณ์ผู้นำทางทางสังคม เช่น นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี , นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ,นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ,นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร เป็นต้น และยุวฑูตต้านทุจริตต้นแบบได้เข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ณ ทำเนียบรัฐบาล พร้อมรับฟังโอวาทด้านการต้านทุจริตและสวมสายสะพายยุวฑูตต้านทุจริตต้นแบบให้ท่านนายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมห้องทำงานและนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี

พิธีมอบโล่รางวัลและเกียรติบัตร สำหรับสถาบันการศึกษาทั้ง 20 สถาบันที่เข้าร่วมโครงการ โดยได้รับเกียรติจาก

ฯพณฯ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  มอบโล่และเกียรติบัตรให้กับผู้บริหารสถานศึกษา ครูอาจารย์ และนักเรียนนักศึกษา ผู้เข้าร่วมโครงการ นายตติยภัทร์ ปิติเศรษฐพันธุ์ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ นายสุรพงษ์ เอิมอุทัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  เป็นประธานในพิธีมอบมอบโล่และเกียรติบัตรโดยผู้แทน ภายในงานเนืองแน่นไปด้วยบูธนิทรรศการผลงานการอบรมและการผลิตสื่อสร้างสรรค์ต้านทุจริต และการเตรียมความพร้อมของน้อง ๆ เยาวชน ก่อนจะเข้าสู่ช่วงเวลาฉายผลงานละครสั้นต้านทุจริตที่พวกเขาร่วมแรงร่วมใจกันสร้างสรรค์ขึ้นมา โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารสถานศึกษา คณาจารย์ และแขกผู้เกียรติมาร่วมให้กำลังใจอย่างคับคั่ง

เมื่อถึงเวลาฉายละครสั้นจากฝีมือเยาวชน เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และเสียงปรบมือดังสนั่นสลับกับความเงียบสงบที่ทุกคนต่างจดจ่ออยู่กับเรื่องราวบนจอ ละครสั้นแต่ละเรื่องถ่ายทอดมุมมองปัญหาการทุจริตคอรัปชันในชีวิตประจำวันได้อย่างลึกซึ้ง แสบสัน และสร้างสรรค์ ตั้งแต่เรื่องใกล้ตัวในรั้วโรงเรียน การคดโกงเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงค่านิยมสังคมที่บิดเบือน ท่ามกลางความภาคภูมิใจของผู้เข้าร่วมงานทุกคน

ทั้งนี้ผลงานการผลิตละครสั้นที่นักศึกษามีส่วนร่วมทั้ง 10 เรื่องนี้ เผยแพร่สู่ผู้ชมทั่วประเทศผ่านสื่อโทรทัศน์ สถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 และทางช่อง TikTok @youthml ร่วมถึงสื่อโซเซียลทุกช่องทาง

ข่าวการศึกษา

“ประเสริฐ” ยืนยันเด็กทุกสัญชาติในไทยมีสิทธิ์เรียน หลัง สพป.ตาก เขต 2 ห้ามโรงเรียนรับเด็กจากค่ายผู้ลี้ภัย

1 กันยายน 2569 เวลา 20:18 น.

S__266780701

“ประเสริฐ” ยืนยันเด็กทุกสัญชาติในไทยมีสิทธิ์เรียน หลัง สพป.ตาก เขต 2 ห้ามโรงเรียนรับเด็กจากค่ายผู้ลี้ภัย

1 ก.ย. 69 นายประเสริฐ จันทรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 (สพป.ตาก เขต 2) ออกประกาศให้โรงเรียนในสังกัดงดรับเด็กจากค่ายผู้ลี้ภัยเข้าเรียนในโรงเรียนไทย จนส่งผลให้เด็กบางรายต้องพ้นสภาพการเรียนระหว่างภาคเรียน โดยยืนยันว่า ประเทศไทยมีพันธกรณีตามอนุสัญญาที่กำหนดให้เด็กทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะมีสัญชาติใด ต้องได้รับสิทธิในการเข้าถึงการศึกษา

นายประเสริฐ กล่าวว่า สำหรับเด็กที่พักอาศัยอยู่ภายในค่ายอพยพนั้น ตามระเบียบและกฎหมายสามารถจัดการเรียนการสอนภายในค่ายได้ ขณะที่ที่ผ่านมา กระทรวงฯ ได้ผ่อนผันให้เด็กบางส่วนสามารถออกมาเรียนภายนอกค่ายได้ เนื่องจากมีเหตุจำเป็นบางประการ แต่เมื่อเรื่องดังกล่าวกลายเป็นประเด็นขึ้นมา กระทรวงศึกษาธิการจึงเตรียมแนวทางดำเนินการ โดยหนึ่งในแนวทางสำคัญคือการจัดระบบการศึกษาภายในค่ายให้เป็นไปอย่างถูกต้อง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในเร็ว ๆ นี้ จะเชิญหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องเข้าหารือร่วมกัน ทั้งอาจารย์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงองค์กรอิสระระหว่างประเทศที่ดำเนินงานด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเด็กทั่วโลกอย่าง Save the Children เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาและจัดระบบการศึกษาให้เหมาะสม

ทั้งนี้ จะพิจารณาด้วยว่ามีข้อกำหนดหรือระเบียบใดที่เป็นอุปสรรคและสามารถปรับแก้ได้หรือไม่ โดยอาจต้องประสานกับกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากเด็กบางส่วนไม่มีเอกสารหลักฐาน บัตรประชาชน หรือข้อมูลในทะเบียนราษฎร จึงขอให้รอผลสรุปจากการหารือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน จากนั้นจึงจะนำแนวทางดังกล่าวไปหารือกับกระทรวงมหาดไทยต่อไป

“กระทรวงศึกษาธิการมีหน้าที่จัดการเรียนการสอนอยู่แล้ว ยืนยันว่าไม่ได้ปิดกั้น พร้อมปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนดไว้กับหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงยึดหลักสิทธิมนุษยชน” นายประเสริฐ กล่าว

ข่าวการศึกษาประเสริฐ จันทรวงทอง

ฟิตจัด! “อัครนันท์” ลุยต่อหลัง ครม.สัญจรสงขลา ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนักเรียนยากจน

1 กันยายน 2569 เวลา 19:50 น.

S__266919942_0

ฟิตจัด! “อัครนันท์” ลุยต่อหลังครม.สัญจรสงขลา ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนักเรียนยากจน รับฟังปัญหาถึงครัวเรือนพร้อมคณะครู

1 ก.ย.69 ที่จังหวัดสงขลา หลังเสร็จสิ้นภารกิจการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรในพื้น นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าลงพื้นที่ร่วมกับคณะครู สกร. ตรวจเยี่ยมบ้านนักเรียนยากจนและขาดแคลนทุนทรัพย์ทันที เพื่อรับฟังปัญหาและสภาพความเป็นอยู่ของนักเรียนและครอบครัวอย่างใกล้ชิด พร้อมนำข้อมูลจากพื้นที่ไปประกอบการหาแนวทางช่วยเหลือให้ตรงกับความต้องการของนักเรียน

นายอัครนันท์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการทำงานเชิงรุก เพื่อให้กระทรวงศึกษาธิการได้รับทราบข้อเท็จจริงจากพื้นที่โดยตรง เพราะการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจะต้องเข้าใจชีวิตและบริบทของเด็กแต่ละครอบครัวอย่างแท้จริง

“หลังจากประชุม ครม.สัญจรแล้ว ภารกิจของเรายังไม่จบ เพราะสิ่งสำคัญคือการนำสิ่งที่ได้พูดคุยและรับฟังจากพื้นที่ไปสู่การปฏิบัติ โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา เราต้องไปให้ถึงบ้าน ไปเห็นปัญหาจริง และรับฟังเสียงของเด็กและครอบครัวด้วยตัวเอง” นายอัครนันท์ กล่าว

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ยังย้ำว่า เด็กทุกคนควรได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าครอบครัวจะมีฐานะหรือเผชิญข้อจำกัดมากน้อยเพียงใด โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมกันหาแนวทางช่วยเหลืออย่างเหมาะสม ทั้งด้านการเรียน ความเป็นอยู่ และปัจจัยที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาเพราะการศึกษาไม่ควรเป็นสิ่งที่เด็กคนใดต้องสูญเสียโอกาส เพียงเพราะข้อจำกัดทางฐานะของครอบครัว เราต้องช่วยกันดูแลตั้งแต่ต้น ไม่ปล่อยให้ความยากจนกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้เด็กต้องหยุดเรียนหรือหลุดออกจากระบบการศึกษา

ทั้งนี้ การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบ้านนักเรียนยากจนครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยมุ่งให้ความช่วยเหลือเข้าถึงนักเรียนและครอบครัวที่มีความจำเป็นอย่างแท้จริง พร้อมประสานความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา ครอบครัว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เด็กได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเหมาะสมและทั่วถึง

ครม.สัญจรสงขลาอัครนันท์