7 ข้อสังเกตแยกเนื้อหมูกับเนื้อวัว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/628141

วันที่ 12 ก.ค. 2563 เวลา 08:05 น.7 ข้อสังเกตแยกเนื้อหมูกับเนื้อวัวดูอย่างไร…ชิ้นไหนเนื้อวัว ชิ้นไหนเนื้อหมู? ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล แนะข้อสังเกต 7 ประการเพื่อแยกแยะเนื้อหมูกับเนื้อวัว

รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยแพร่ความรู้เรื่องกรณีข่าวการปลอมเนื้อหมูเป็นเนื้อวัว แนะนำการแยกแยะเนื้อทั้งสองประเภทด้วยข้อสังเกต 7 ประการผ่านโซเชียลมีเดีย Dr.Winai Dahlan ความว่า

เนื้อหมูกับเนื้อวัวแยกแยะด้วยข้อสังเกต 7 ประการ #เนื้อหมูขายเป็นเนื้อวัว ที่เป็นข่าวใหญ่ในวันนี้เป็นเรื่องผิดกฎหมายด้าน #การละเมิดสิทธิ์ผู้บริโภค อย่างแน่นอน แต่ยังหวังพึ่งการดำเนินการตามกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. หรือกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข หรือหน่วยราชการอื่นได้ยาก คงต้องพึ่งพาผู้บริโภคด้วยกันเองไปก่อน

ปัญหานี้รุนแรงขึ้นในยุคนี้ยุคที่ผู้ค้ากับผู้ซื้อถูกแยกออกจากกันด้วยกลไกทางเทคโนโลยีมีการสั่งสินค้าผ่านออนไลน์มีผู้จัดส่งสินค้าการขายผ่านเขียงหรือตลาดที่ผู้ค้าเป็นมุสลิมมีประสบการณ์อยู่กับเนื้อวัวมานานมักเกิดขึ้นได้ยากเนื่องจากเนื้อวัวกับเนื้อหมูแตกต่างกันพอสมควร

ผู้ค้ามุสลิมที่หลงค้าเนื้อหมูส่วนใหญ่เป็นเพราะเพิ่งเข้ามาในธุรกิจผู้บริโภคมุสลิมกลายเป็นเหยื่อกันมากเพราะประสบการณ์ของผู้ค้าที่ว่านี้

จะดูอย่างไรว่าไหนคือเนื้อวัวไหนเป็นเนื้อหมู มีหลายเว็บไซด์แนะนำกันไว้ ในที่นี้จะขอแนะนำ 7 ประการดังนี้

ประการที่ 1 สังเกตความแตกต่างของสี เนื้อวัวมักสีเข้ม ขณะที่เนื้อหมูสีจางกว่า โดยสีออกไปทางสีน้ำตาลซีด ผู้ค้าที่เจตนาหลอกลวงมักพลางข้อสังเกตนี้โดยใช้เนื้อหมูแก่ หรือเนื้อหมูที่เลี้ยงด้วยสารเร่งเนื้อแดง หรือโดยย้อมด้วยเลือดวัว ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตรวจพบเนื้อหมูย้อมด้วยเลือดวัว 20 จาก 23 ตัวอย่าง การย้อมด้วยเลือดวัวจึงเป็นวิธีปฏิบัติที่นิยมแปลงเนื้อหมูเป็นเนื้อวัวมากที่สุด ลองนำเนื้อประเภทนี้ไปล้างน้ำหลายครั้ง สีของเนื้อหมูจริงจะปรากฏ อีกวิธีหนึ่งคือการต้ม เนื้อหมูต้มแล้วสีซีดลงเห็นได้ชัด การดูสีนี้น่าแปลกที่ผู้บริโภคมุสลิมซื้อเนื้อหมูต้มทั้งที่เห็นว่าสีซีด แต่เป็นเพราะไว้วางใจผู้ค้าจึงซื้อกันมา

ประการที่ 2 สังเกตจากใยของเนื้อ (Fiber) โดยเนื้อวัวจะเห็นใยเนื้อเป็นริ้วตามแนวยาวขณะที่เนื้อหมูจะมีริ้วน้อยเนื้อเรียบคล้ายเนื้อไก่สังเกตให้ดีจะเห็น

ประการที่ 3 ดูจากไขมัน โดยไขมันหมูจะชุ่มและแยกยากจากเนื้อ ขณะที่ไขมันวัวจะแข็งกระด้างกว่า แยกออกง่ายจากเนื้อ

ประการที่ 4 เนื้อสัมผัส (Texture) เนื้อหมูดึงให้เป็นแผ่นง่าย เนื้อวัวดึงได้ยากกว่าเนื่องจากเหนียวกว่า เรื่องนี้เกิดกรณีครูที่มิใช่มุสลิมกินอาหารร่วมกับนักเรียนมุสลิมในโรงเรียนมุสลิมแล้วสังเกตุว่าเนื้อนุ่มลิ้นผิดปกติ จึงแจ้งให้ผู้ทำอาหารที่เป็นมุสลิมทราบ กระทั่งส่งเนื้อมาตรวจจึงพบว่าเป็นเนื้อหมู ผู้ที่เคยบริโภคเนื้อทั้งสองชนิดมาแล้วจึงพอสังเกตรสและเนื้อสัมผัสได้

ประการที่ 5 คือกลิ่น เนื้อวัวมีกลิ่นคาวของเนื้อขณะที่เนื้อหมูมีกลิ่นสาปของแอมโมเนียและสารเคมีบางตัวเป็นกลิ่นสาปที่ผู้บริโภคมุสลิมไม่ชินเรื่องกลิ่นนี้อาจเป็นผลให้เกิดการพลางเนื้อหมูด้วยเลือดวัวเพื่อปรับสีและแต่งกลิ่น

ประการที่ 6 คือเรื่องราคา แต่ยังยากเนื่องจากผู้ค้าที่ตั้งใจหลอกลวงมักปรับราคาถูกของเนื้อหมูให้แพงขึ้นใกล้เคียงกับเนื้อวัว

ประการที่ 7 คือเลือกซื้อ เนื้อที่ผู้ค้ามีใบรับรองจากกรมปศุสัตว์และสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และหรือสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย 

เรื่องเนื้อหมูปลอมเป็นเนื้อวัว ผู้บริโภคจำเป็นต้องตื่นตัวเพื่อปกป้องสิทธิ์ของตนเอง ฝ่ายราชการต้องลงไปจัดการ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่กำลังทำลายเศรษฐกิจด้านความไว้วางใจ (#Trust economy) คิดจะฟื้นตัวด้านเศรษฐกิจหลังยุคโควิด-19 เรื่องเศรษฐกิจด้านความไว้วางใจคือเรื่องใหญ่ที่สุด

ขยะแลกคูปอง แคมเปญดีๆ เพื่อโลกจากเซ็นทรัลพัฒนา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/628139

วันที่ 12 ก.ค. 2563 เวลา 06:20 น.ขยะแลกคูปอง แคมเปญดีๆ เพื่อโลกจากเซ็นทรัลพัฒนา“Rethink-ทิ้งดี Challenge-คิดดีก่อนทิ้ง” สายรักษ์โลกฟิน “เปลี่ยนกล่องขยะเดลิเวอรี่ แลกฟรีคูปองส่วนลดร้านอาหาร” แคมเปญดีๆ ที่ฟีดแบคแรงจากเซ็นทรัลพัฒนา

เรียกได้ว่าฟีดแบคแรงมาก แถมโนจใจสายรักษ์โลกฟินไปเต็มๆ สำหรับแคมเปญ “Rethink – ทิ้งดี Challenge – คิดดีก่อนทิ้ง” จากเซ็นทรัลพัฒนา ที่ครั้งนี้ชวนบรรดาลูกค้ามาเปลี่ยนกล่องขยะเดลิเวอรี่ เป็นฟรีคูปองส่วนลดร้านอาหาร!!!  โดยบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN นำร่องริเริ่มแคมเปญ “Rethink – ทิ้งดี Challenge – คิดดีก่อนทิ้ง” เปิดให้ลูกค้าสายรักษ์โลก มาแลกกล่องอาหารจากเดลิเวอรี่ที่ทำความสะอาดแล้ว โดยกล่องเดลิเวอรี่ทุกๆ 10 ชิ้น จะสามารถนำมาแลกคูปองส่วนลดร้านอาหารในเครือ CRG อาทิ

  • เปปเปอร์ ลันช์
  • ชาบูตง ราเมน
  • โยชิโนยะ
  • โอโตยะ
  • เทนยะ
  • คัตสึยะ
  • ไทยเทอเรส
  • มิสเตอร์ โดนัท
  • อานตี้ แอนส์

โดยจำกัดแลกได้ 1 คน / 20 สิทธิ์ ตลอดแคมเปญ สามารถแลกได้ตั้งแต่วันที่ 10 -14 ก.ค. 63 ในศูนย์การค้าเซ็นทรัล 16 สาขา ทั่วประเทศ ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9, ลาดพร้าว, เวสต์เกต, แจ้งวัฒนะ, รัตนาธิเบศร์, รามอินทรา, พระราม 3, พระราม 2, ปิ่นเกล้า, บางนา,ศาลายา,มหาชัย, ชลบุรี, ระยอง และ เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์

มาร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อร่วมปกป้องโลกของเราได้ง่ายๆ ที่เซ็นทรัลใกล้บ้าน ร่วมกันทำสิ่งดีๆ เพื่อโลกของเรา

เชียงคาน นทท.คึกคัก รับวันหยุดยาว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เชียงคาน นทท.คึกคัก รับวันหยุดยาว

เชียงคาน นทท.คึกคัก รับวันหยุดยาว26 กรกฎาคม 2563 – 15:51 น.

อ.เชียงคาน  จ.เลย  นทท.ใช้ช่วงวันหยุดยาวท่องเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแก่งคุดคู้ ภูทอก และชุมชนบ้านไม้เก่าถนนชายโขงจำนวนมาก

วันที่ 26 ก.ค.2563 ที่ อ.เชียงคาน จ.เลย มีบรรยากาศคึกคักมาตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค. 2563 เนื่องจากเป็นนวันหยุดยาว  4  วัน นักท่องเที่ยวแห่เข้าชมเมืองเชียงคาน ทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทางวัฒนะธรรม วัดที่สำคัญต่างๆ ตักบาตรข้าวเหนียว ภูทอก แก่งคุดคู้ หาดนางคอย ชุมชนบ้านไม้เก่าถนนชายโขงกลางเมืองเชียงคานและบริการรถไฟโบราณของ สภ.เชียงคาน ไว้บริการรอบตัวเมืองเชียงคาน ยังสามารถเชื่อมโยงต่อไปที่ภูลำดวน พญานาค ของ อ.ปากชมได้โดยสะดวกอีกด้วย ที่มีการบริการจัดรถสองแถวนำเที่ยว สามล้อเครื่อง สถานที่ที่กางเต้นท์ พักแรม รีสอร์ท โฮมสเตย์ไว้พร้อมเพรียง  

นายภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ นายอำเภอเชียงคาน พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงคาน สาธารณสุข อ.เชียงคาน เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ตชด. ที่ 246  เจ้าหน้าที่ทหาร ทหารพราน กรมที่ 22 สถานีเรือ นรข.เชียงคาน สมาชิก อส.ร้อย อส.อ.เชียงคานที่ 5 กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชุด ชรบ. และเจ้าหน้าที่เทศบาล ต.เชียงคาน ร่วมออก ตรวจจุดคัดกรองและ ให้คำแนะนำแก่ ประกอบการ นักท่องเที่ยว บริเวณถนนคนเดิน(ชายโขง) ชุมชนบ้านไม้เก่า ทั้งนี้ อ.เชียงคาน ได้ผ่อนคลายจากโรคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เปิดการท่องเที่ยวเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2563 มีบรรยากาศของการท่องเที่ยวค่อย ๆดีขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และเทศกาลสำคัญที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและช่างต่างชาติมาเที่ยวจำนวนมากหรือประมาณร้อยละ 70 ของจำนวนนักท่องเที่ยวจังหวัดเลย  

อำเภอเชียงคานได้จัดเตรียมสถานที่รองรับรถของนักท่องเที่ยวเพื่อลดการจราจรติดขัดช่วงวันหยุดยาว หรือวันหยุดของสัปดาห์ และอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ผู้มาพัก โดยมี จนท. ชรบ. คอยอำนวยความสะดวก เพื่อความเป็นระเบียบและลดความแอร์อัดของถนน จึงเรียนประชาสัมพันธ์ให้ทราบโดยทั่วกันเพื่อประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้ทราบ ทั้งนี้สถานที่จอดรถ อยู่ที่ ลาดจอดรถ เส้น เชียงคาน-บ้านโพน (ข้างโรงพยาบาลเชียงคาน) ซึ่งในส่วนรถบริการได้ประสานรถสามล้อเครื่องเพื่อรับส่งนักท่องเทียวแล้ว

บุญชู  ศรีไตรภพ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เลย

นักท่องเที่ยวแห่ชมทะเลหมอกผามออีแดง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นักท่องเที่ยวแห่ชมทะเลหมอกผามออีแดง

นักท่องเที่ยวแห่ชมทะเลหมอกผามออีแดง25 กรกฎาคม 2563 – 22:28 น.

นักท่องเที่ยวแห่ชมทะเลหมอกผามออีแดง

ประชาชน นักท่องเที่ยวนับพัน แห่เดินทางขึ้นไปชมความงามบนหน้าผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร บ้านภูมิชรอล อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เช้านี้มีเมฆหมอกสายงามสมใจ ตื่นตาตื่นใจทุกคนเป็นอันมาก  

วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ที่ สำนักงานอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้เปิดให้นักท่องเที่ยว พี่น้องประชาชน ได้เดินทางขึ้นไปชมความงามบนหน้าผามออีแดง ที่สามารถมองเห็นทะเลป่า ภูผาหมอก ชมความงามของท้องฟ้า และตะวันขึ้นก่อนใครใน 3 แผ่นดิน คือ ลาว เขมร และไทย โดยในช่วงหน้าฝนนี้ หากคืนใดที่มีฝนตกลงมา ในช่วงเช้ามืด จนสายตะวันขึ้น จะมีละอองหมอกจากป่าที่อยู่ด้านล่างของหน้าผามออีแดง ลอยขึ้นมาบนพื้นที่ป่า และมาลอยเกาะกลุ่มใหญ่อยู่เหนือทะเลป่า ล้อมรอบภูเขาสะตาโสม ที่อยู่ด้านหน้าของประเทศไทย ทำให้ดูสวยงามเป็นอันมาก เหมือนได้อยู่บนทิพย์พิมาน บนสรวงสวรรค์ เหมืออยู่ต่างประเทศ ประกอบกับการสัมผัสอากาศที่เย็นพอดี ทำให้เป็นที่นิยมของผู้คนมากมายในช่วงนี้ นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ ที่มีวันหยุดติดต่อกันในช่วงนี้ จะเดินทางมารอรับตะวันขึ้นก่อนใครใน 3 แผ่นดิน ชมความงามของเมฆหมอกบนหน้าผามออีแดง ชมทะเลป่า ภูผาหมอกกันช่วงเช้า ที่สามารถพาผู้สูงอายุมาเที่ยวได้ เพราะจากที่ลานจอดรถ สามารถเดินบนทางลานปกติเพียง 30 เมตรก็ถึงหน้าผามออีแดง แล้ว

ซึ่งในเช้าของวันนี้ ที่นักท่องเที่ยวได้เดินทางมาด้วยทั้งด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ แห่มาเข้าคิวซื้อบัตรจากเจ้าหน้าที่อุมยานแห่งชาติ เพียงคนละ 20.-บาท ก็สามารถเดินทางขับรถผ่านขึ้นไปจอดรถยังลานจอดรถทุกชนิด ได้อย่างสะดวกสบาย จากนั้นก็เดินเท้าเพียง 30 เมตร ก็ถึงด้านหน้าผามออีแดง รอชมความงามของตะวันขึ้นก่อนใน 3 แผ่นดิน และวันนี้คนก็ได้รับความตื่นตาตื่นใจ กับเมฆหมอกที่สวยงาม อยู่เบื้องหน้าของทุกคน ต่างใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปความงามส่งต่อไปให้เพื่อนๆ ที่ไม่ได้มาชมได้รับชมเห็นภาพความงามของเมฆหมอกที่อยู่ด้านหน้า และเพียงแค่อึดใจเดียว แสงตะวันก็เริ่มส่องผ่านเมฆหมอกขึ้นมาจากยอดเขาสะตาโสม สวยงามมากๆ ประชาชน นักท่องเที่ยว ตื่นตากันมาก บนเมฆหมอกมีแสงจากดวงอาทิตย์กำลังเคลื่อนตัวช้าๆ ขึ้นมาเหนือเมฆ ด้านล่างเป็นเมฆหมอกสีขาวปุยสวยงามสุดจริงๆ ประชาชน นักท่องเที่ยว รอจนพระอาทิตย์ขึ้นพ้นเมฆหมอก และสาดแสงเริ่มร้อนนิดๆ ก็พากันเดินขึ้นไปถ่ายรูปยังเสาธงชาติไทย ที่นำลงมาจากปราสาทเขาพระวิหาร เป็นเสาธงแห่งประวัติศาสตร์ที่ทหารไทย ยกมาทั้งเสา โดยไม่ได้ปลดธงออกจากเสานี้ โดยการแบกลงมาทั้งเสา เพื่อมาตั้งบนพื้นแผ่นดินไทย เมื่อครั้งที่ไทยแพ้ศาลโลกตัดสินให้ปราสาทเขาพระวิหารตกเป็นของกัมพูชา และจากนั้นก็แวะไปชมความงามของภาพแกะสลักนูนต่ำ ของพระพุทธรูป 3 พระองค์ ที่มีอายุกว่าพันปี เดินเที่ยวชมบรรยากาศบนผามออีแดง ก่อนจะเดินทางกลับในช่วงสายๆ เพื่อท่องเที่ยวในวันหยุดต่อไป

ภาพ/ข่าว นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์  ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจ.ศรีสะเกษ

“ขุน” หนุ่มพิการแขนสู้ชีวิต ไม่ท้อเพื่อคนรอข้างหลัง แม้จะถูกดูแคลน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ขุน” หนุ่มพิการแขนสู้ชีวิต ไม่ท้อเพื่อคนรอข้างหลัง แม้จะถูกดูแคลน

"ขุน" หนุ่มพิการแขนสู้ชีวิต ไม่ท้อเพื่อคนรอข้างหลัง แม้จะถูกดูแคลน25 กรกฎาคม 2563 – 22:21 น.

หนุ่มแขนพิการไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา ตั้งหน้าทำมาหากินหาเงินส่งเสียบุพการี แม้ถูกดูแคลนให้อับอาย อยากได้งานประจำหวังเป็นหลักประกันของชีวิต

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2563 ภาพชายหนุ่มพิการ ด้วยแขน 2 ข้างที่สั้นกุด หิ้วถุงโดนัทเร่ขายบริเวณสี่แยกไฟแดงบ้านโรงไม้ขีด ม.2 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ช่วงรถรอสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนสี เป็นภาพที่พบเห็นชินตาของผู้ที่สัญจรผ่านไปมา และช่วยอุดหนุนอยู่บ่อยครั้งด้วยความสงสารเห็นใจ จากการพูดคุยกับชายพิการดังกล่าว ทราบชื่อ นายกฤษณ เจริญพร หรือ “ขุน” อายุ 20 ปี พื้นเพเป็นคนจังหวัดสุรินทร์ เล่าถึงที่มาของตนว่า เกิดที่บ้านหนองจิก ต.หนองบัว อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ เกิดมาก็แขนพิการโดยไม่ทราบสาเหตุ ต้องอยู่อาศัยกับตายายและป้าตั้งแต่เกิด เพราะพ่อแม่หย่าร้าง ซึ่งยายกับป้าก็ได้พาไปรักษาแต่ก็ไม่หาย และช่วยเลี้ยงดูฟูมฟักจนเติบใหญ่ พร้อมส่งเสียเล่าเรียนจนสำเร็จการศึกษา ซึ่งในระหว่างเรียนด้วย ชีวิตเต็มไปด้วยความยากลำบาก จึงดร็อปเรียนมาหางานทำที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งใน กทม. แต่ด้วยตนมีปมด้อยที่แขน จึงถูกกดดันจากที่ทำงานจนต้องลาออก และหันไปทำงานโรงงานแต่ก็เข้ากันไม่ได้กับแรงงานต่างด้าวด้วยต่างภาษา จึงมุ่งหน้ากลับบ้านเกิดไปเรียนต่อจนสำเร็จการศึกษาในระดับชั้น ปวช.วิศวกรรมโยธา จากวิทยาลัยอาชีวะจุลมณีอุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ

จากนั้นจึงมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงเพื่อมาหางานทำ แต่ก็ไม่มีแห่งใดอ้าแขนรับด้วยความพิการของตน จึงตัดสินใจมาตายเอาดาบหน้าที่เมืองพัทยา จนมารู้จักกับเจ้าของกิจการ “แฟนฉันโดนัท” หยิบยื่นน้ำใจให้งานทำพร้อมที่อยู่อาศัย ซึ่งตนก็ทำเรื่อยมากว่า 7 เดือนแล้ว โดยแบ่งรายได้บางส่วนส่งให้ตากับยายที่อยู่ทางบ้านที่สุขภาพร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง

“ขุน” ยังเล่าด้วยเสียงสั่นเครือว่า ด้วยสภาพร่างกายที่มีแขนพิการ ที่ผ่านมาก็ถูกล้อเลียน โดนดูถูกดูแคลน จนได้รับความอับอายในบางครั้ง แต่ก็ไม่เคยท้อต่อชะตาชีวิต ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินเพื่อหาเงินเก็บและส่งเสียทางบ้าน แม้แขนที่พิการทั้งสองข้างจะเป็นอุปสรรคต่อการทำงานอยู่บ้าง ทั้งหอบหิ้วถุงโดนัท หรือทอนเงิน อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการวิ่งไปวิ่งมาเพื่อขายของช่วงรถติดไฟแดง แต่ก็ไม่ย่อท้อ เพราะเมื่อมองรูป ตา-ยาย ที่ตนพกติดกายไว้ตลอด ก็เป็นกำลังใจให้สู้ต่อไป หนุ่มขุนยังบอกอีกว่า ถึงแม้ทำงานได้เงินแต่ก็เป็นงานรายวัน แต่ก็อยากมีงานที่มั่นคงเพื่อเป็นหลักประกันของชีวิตในอนาคต ซึ่งก็มีความสามารถพิเศษในการถ่ายรูปอีกด้วย สำหรับหน่วยงานใดยังขาดแรงงาน สนใจหยิบยื่นโอกาสดี ๆ ให้กับ “ขุน” หนุ่มพิการ

ภาพ/ข่าว อนันต์ สุขวัฒนะ ทิวากร กฤษมณี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค พัทยา จ.ชลบุรี

เงาะเมืองเลย รสชาติดี สร้างรายได้ปีละกว่า ครึ่งล้านบาท #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เงาะเมืองเลย รสชาติดี สร้างรายได้ปีละกว่า ครึ่งล้านบาท

เงาะเมืองเลย รสชาติดี สร้างรายได้ปีละกว่า ครึ่งล้านบาท25 กรกฎาคม 2563 – 20:18 น.

จ.เลย   เกษตรกรพลิกผืนดินพืชไร่ 6  ไร่มาปลูกเงาะป้อนตลาดสร้างรายได้ปีละ 600,000บาท

จ.เลย   มีสภาพภูมิประเทศที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ทั้งภูมิอากาศที่เย็นและหนาวถึงหนาวตัดในหน้าหนาว ภูมิประเทศในสภาพป่า  ภูเขา หุบเขา  จำนวนมาก ความสมบูรณ์ของดินและน้ำที่เอื้อต่อการเกษตรพืชมืองร้อนและพืชเมืองหนาว ไม้ดอก ไม้ผล พืชไร่ พืชสวน แต่ด้วยเหตุหลายพื้นที่ที่ต้องประสบกับภัยธรรมชาติและราคาผลผลิตตำต่ำ เกษตรกรคุ้มกับการลงทุน   ประชาชนหลายพื้นที่ต้องปรับเปลี่ยนการเกษตรของตนเองมาพลิกฟื้นที่ดินมาปลูกไม้ผลป้อนตลาดสร้างรายได้ที่มั่นคง  เช่นเดียวกับ

นายมา  วินากร   อายุ 62  ปี   บ้านภูสวรรค์ หมู่ที่ 4 ต.เสี้ยว อ.เมืองเลย จ.เลย หนึ่งในเกษตรกรกล่าวว่า  เมื่อก่อนตนปลูกพืชไร่แต่ต้องประสบกับปัญหาด้านราคาที่ตำต่ำ ผลผลิตก็ไม่ดีด้วยเหตุจากธรรมชาติความแห้งแล้ง ขาดน้ำ ในปี 2534  ตนและครอบครัวจึงปรับเปลี่ยนจากพืชไร่มาปลูก” เงาะ”  จำนวน 6 ไร่  ปลูก 400  ต้น  เพราะเห็นว่าสภาพดินเมืองเลยเหหมาะสมมากและตลาดยังเปิดกว้าง   อีกอย่าง “เงาะ”   เป็นไม้ผลเมืองร้อนขนาดกลางเหมาะกับทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  โดยทั่วไปเงาะเป็นไม้ผลที่เจริญเติบโตได้ดี ในบริเวณที่มีความชื้นค่อนข้างสูง เงาะในประเทศไทย  ตนใช้เงาะพันธุ์โรงเรียนและพันธุ์สีทอง  ช่วงแรก เริ่มลงมทือขุดหลุมลึก ประมาณ 1 เมตร กว้างและยาวประมาณ 1 เมตร ใส่ปุ๋ยคอกกับเปลือกถั่วรองก้นหลุม ระยะห่างระหว่างแถว ประมาณ 4 เมตร ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอโดนต่อน้ำท่อพีวีซีขึ้นจากลำห้วยภายในหมู่บ้าน   โดยใช้ปุ๋ยและยากำจัดศัตรูเงาะระบบชีวภาพผลิตขึ้นเองจากมูลไก่ผสมการหมักจากพืช    ศัตรูมีทั้งด้วงเจาะร่องลำต้น  แมลงเจาะผลและใบ  ใช้น้ำหมักชีวภาพ หน่อกล้วย  ฮอร์โมนไข่ป้องกันแมลง ส่วนเคมีใช้เฉพาะช่วยผลยังเล็กเท่านั้น   ใช้กับดักแมลงวันทอง    ด้านสรรพคุณที่ลูกค้านิยมเงาะเมืองเลยคือรสชาติอร่อย  กรอบ ล่อน หวาน ไม่แฉะ  เก็บรักษาได้นานถึง 5 วัน หากไม่แดดและลมโดยใช้ผ้าเปียกคลุมไว้   

นายมา  นากร  กล่าวอีกว่า    ผลผลิตจะออกสู่ตลาดคือช่วยเดือน มิ.ย.-ส.ค.  จะไม่สุกพร้อมกันแต่ละพวงและแต่ละต้น  ตลาดนั้นไม่เป็นห่วงเพราะมีพ่อค้าแม่ค้ามารับถึงสวนในราคาขายส่ง 27 บาท-กก.  หากวางขายหน้าบ้านริมถนนก็ราคา 3 กก/ 100  บาท   หากเป็นมัดๆละ 1 กก.  ผลผลิตเฉลี่ย 8,000 กก./ปี    จึงทำให้มีรายได้จาการขายเงาะอยู่ที่ 5-600,000   บาท/ปี    ปัจจุบันเป็นผลไม้ของดีเมืองเลยของต.เสี้ยวไปแล้ว  เสริมงาน อาชีพที่มั่นคงสร้างรายได้สู่ความเข้มแข็ง

บุญชู  ศรีไตรภพ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เลย

“ด้วงทอดสมุนไพร”พร้อมกิน ส่งเสริมการขายทางออนไลน์ ต่อยอดจากการเลี้ยงด้วงสาคูส่งขายเพื่อเป็นรายได้เสริม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ด้วงทอดสมุนไพร”พร้อมกิน ส่งเสริมการขายทางออนไลน์ ต่อยอดจากการเลี้ยงด้วงสาคูส่งขายเพื่อเป็นรายได้เสริม

"ด้วงทอดสมุนไพร"พร้อมกิน ส่งเสริมการขายทางออนไลน์ ต่อยอดจากการเลี้ยงด้วงสาคูส่งขายเพื่อเป็นรายได้เสริม25 กรกฎาคม 2563 – 19:51 น.

“ด้วงทอดสมุนไพร”พร้อมกิน ส่งเสริมการขายทางออนไลน์ ต่อยอดจากการเลี้ยงด้วงสาคูส่งขายเพื่อเป็นรายได้เสริม เสียงตอบรับดีมาก ยังหาเวลาเป็นวิทยากรแนะนำวิธีการเพาะเลี้ยงด้วงหรือจะมาศึกษาดูงานที่ฟาร์มได้อีกด้วยเพื่อเป็นช่องทางสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับคนที่สนใจ

นายอิสระ เพชรสุทธิ์ เจ้าของกิจการอิสระฟาร์ม อายุ 26 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 103 หมู่ที่ 10 ต.โคกสะบ้า  อ.นาโยง จ.ตรัง ได้ใช้พื้นที่ว่างหลังบ้านประมาณ 1 ไร่ สร้างโรงเรือนเพาะเลี้ยงด้วงสาคูและตัวแมงหวังพ่อพันธุ์แม่พันธุ์เพื่อจำหน่าย ชื่อว่าอิสระฟาร์ม โดยปกติที่ผ่านมาไม่มีอาชีพหลัก รับ้างทั่วไป เช่น จะรับเหมาเสิร์ฟอาหารตามงานเลี้ยงต่าง ๆ เป็นพนักเกรฟฟู๊ด  จนวันหนึ่งได้เดินทางไปจังหวัดนครศรีธรรมราชเห็นวิธีการเพาะเลี้ยงด้วงสาคูจึงเกิดความสนใจและมองว่าวัตถุดิบในพื้นที่ข้างบ้าน จังหวัดตรังมีต้นสาคูมีมาก จึงได้ทดลองเพาะเลี้ยงเริ่มจากไม่กี่กะละมังก็ประสบผลสำเร็จ จึงขยายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ  ปัจจุบันในโรงเรือน มีจำนวนที่เพาะเลี้ยงมีตั้งแต่ 300-500 กะละมัง มีเพาะพันธุ์แมงหวังเพื่อเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์จำหน่าย ขายคู่ละ 8 บาท  ส่วนตัวด้วงสาคูขายราคากิโลกรัมละ 200 บาท ราคาขายส่งอยู่ที่ 160-180 บาท หนึ่งกิโลกรัมอยู่ที่ 180-210 ตัว ต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นขนาดที่ตลาดมีความต้องการมาก ยอดจำหน่ายต่อวัน ขายสดวันละ  3 กิโลกรัม  ต่อวัน

ส่วนการนำด้วงสาคูมาแปรรูปนั้น เนื่องจากตัวเองเป็นคนชอบกิน จึงนำมาทดลองทำ ลองผิดลองถูกกว่าจะลงตัวได้เมนูนี้ขึ้นมา ปรากฏว่าเสียงตอบจากนักชิมได้เป็นอย่างดี 

วิธีการทำ นำด้วงสาคูมาล้างน้ำให้สะอาด แช่น้ำ 1-2 ชั่วโมง จากนั้นนำมาลวกกับน้ำร้อน นำขึ้นไปแช่แข็ง  เมื่อนำมาปรุง วางให้ตัวด้วงคลายความเย็นจากนั้นตัดปากตัวด้วงออกเพื่อป้องกันตัวด้วงปะทุแตกตอนทอดโดยไม่ต้องปรุงแต่งรสชาติแต่อย่างใด  เตรียมพริกแห้ง และใบมะกรูดหั่นหยาบ ตั้งกระทะด้วยไฟปานกลาง ใส่น้ำมันพอประมาณ(ใช้น้ำมันปาล์มในการใช้ทอดเพื่อทำให้สีของตัวด้วงเหลืองสวย)รอให้น้ำมันร้อน น้ำใบมะกรูดและพริกแห้งลงไปทอดให้กรอบ ตักขึ้นตั้งให้สะเด็ดน้ำมัน ใบมะกรูดจะทำให้น้ำมันมีความหอม จากนั้นนำตัวด้วงลงไปทอด รอให้ตัวด้วงเหลืองสวยตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน  เคล็ดลับ ทอดเร็วเกินไปด้วงจะตัวไม่อ้วน ทอดช้าด้วงตัวจะไหม้สีไม่สวยไม่อ้วนน่ารับประทาน จากนั้นนำมาบรรจุกล่องน้ำหนักอยู่ที่ 3 กรัม ราคา 69 บาท หรือจะสั่งพิเศษกล่องละ 89 บาท มียอดออเดอร์สั่งวันละ 5-10 กล่อง

นายอิสระ กล่าวว่า ตนเองหันมาเพาะเลี้ยงด้วงสาคูได้ 2 -3 ปีแล้ว ผลตอบรับออกมาดีมาก ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาวบ้านธรรมดาและมาจากสื่อออนไลน์ ทางเฟสบุ๊ค ซึ่งสูตรวิธีการเลี้ยงด้วงตนได้มาจากเพื่อนที่นครศรีธรรมราช ตลาดด้วงสาคูค่อนข้างดีตลาดเปิดกว้าง ซึ่งยอดการผลิตต่อวันอยู่ที่ 4-5 กิโลกรัม มองว่าอนาคตการตลาดสดใสขายได้ราคาดี ขายได้ดีทุกวัน ซึ่งตอนนี้ผลผลิตเพียงพอต่อความต้องการของตลาดและลูกค้า ทั้งนี้ หากสินค้าไม่พอก็จะไปรับซื้อจากชาวบ้านในชุมชนที่เพาะเลี้ยงอีกด้วย สำหรับลูกค้าที่สั่งด้วงทอดสมุนไพร ต้องสั่งล่วงหน้า สั่งเช้าจะส่งให้เย็น สั่งตอนเย็นจะส่งให้เช้า เนื่องจากโดยปกติแล้วตนเองจะรับงานนอกด้วย อย่างช่วงเวลาว่างก็จะไปเป็นพนักงานเกรฟฟู๊ด หรือรับเหมาเสิร์ฟอาหารตามงานต่าง ๆ และไปเป็นวิทยากรให้คำแนะนำวิธีการเพาะเลี้ยงด้วงสำหรับคนที่สนใจ จึงต้องหาจังหวะเวลา แต่รับรองว่าสามารถบริการทำส่งถึงที่ทุกคนและรับรองถึงความอร่อยสดใหม่ เพราะทำเองทุกขั้นตอน  โดยอนาคตมีโครงการขยายโรงเรือนเพื่อเพาะเลี้ยงด้วงสาคูเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่ห่วงเรื่องวัตถุดิบหากต้นสาคูไม่มีสามารถใช้มันสำปะหลังแทนได้  สนใจสามารถติดต่อได้ทาง เฟสบุ๊ค อิสระฟาร์ม  โทร.080-8672590

ภาพ/ข่าว ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดตรัง

นาทีประทับใจ ลูกเรือประมง ช่วยชีวิตเต่ากระ ติดกระสอบลอยคอกลางทะเล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นาทีประทับใจ ลูกเรือประมง ช่วยชีวิตเต่ากระ ติดกระสอบลอยคอกลางทะเล

นาทีประทับใจ ลูกเรือประมง ช่วยชีวิตเต่ากระ ติดกระสอบลอยคอกลางทะเล25 กรกฎาคม 2563 – 16:23 น.

นาทีประทับใจ ลูกเรือประมง ช่วยชีวิตเต่ากระ ติดกระสอบลอยคอกลางทะเล แต่ด้วยความสงสาร และคิดว่าถ้าปล่อยไว้มันคงไม่รอด จึงตัดสินใจบอกให้ใต้ก๋งเรือเลี้ยวเรือกลับไป และช่วยกันปลดเชือกกระสอบออกแต่เศษกระสอบรัดแน่น จึงต้องเอามีดมาตัด

ชื่นชมหนุ่มลูกเรือประมงกระบี่ เจอเต่ากระหนัก 6 กก. ติดกระสอบปุ๋ยลอยกลางทะเลบริเวณทะเลแหวก ขอให้ไต้ก่งเลี้ยวหัวเรือกลับไปช่วยตัดเชือกกระสอบออก ก่อนปล่อยคืนสู่ทะเล เผยมีบาดแผลที่ขาหน้า คาดติดอยู่นานหลายชั่วโมง

วันที่ 25 ก.ค.63 คลิปวีดีโอที่ถูกแชร์ในโลกออนไลน์ ขณะลูกเรือประมง อวนล้อมจับกำลังช่วยชีวิตเต่ากระ น้ำหนักประมาณ 6 กก. ขณะติดกระสอบปุ๋ยลอยกลางทะเล บริเวณเกาะคู่ ห่างจากทิศตะวันออกของทะเลแหวก ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ ประมาณ 2 กิโลเมตร โดยลูกเรือพยายามแกะ เชือกกระสอบปุ๋ยออก ที่ติดครีบคู่หน้าออก แต่รัดแน่น จนต้องใช้มีดมาตัดออก ใช้เวลาประมาณ 5 นาที ก็สามารถช่วยได้สำเร็จ

ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าบริเวณครีบขาหน้าซ้าย มีรอยเชือกจากเศษกระสอบปุ๋ยรัดจนเป็นแผลลึกแต่ก็ยังเคลื่อนไหวได้ ก่อนปล่อยคืนสู่ทะเล เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา เป็นภาพที่ประทับใจชาวโลกออนไลน์ และแสดงความชื่นชมกันเป็นจำนวนมาก ที่พยายามช่วยชีวิตเต่าไว้ได้ จากการสอบถามนายเชาวลิต บำรุง อายุ 29 ปี ลูกเรือประมงที่ช่วยชีวิตเต่ากระดังกล่าว ทราบว่า เมื่อช่วงเช้าวานนี้ ขณะที่ตนและลูกเรือคนอื่นๆ กำลัง เดินทางไปวางอวนในทะเลกับเรือสิทธิประมง ซึ่งเป็นเรือประมงอวนล้อมจับ ระหว่างทางเมื่อถึงเกาะคู่ พบว่ามีเต่าตัวหนึ่งติดกระสอบปุ๋ยลอยตะคุ่มๆ อยู่กลางทะเล มันพยายามดิ้นเอาตัวรอดแต่กระสอบรัดแน่น

ขณะที่เรือวิ่งเลยจุดที่พบเต่าไปแล้ว แต่ด้วยความสงสาร และคิดว่าถ้าปล่อยไว้มันคงไม่รอด จึงตัดสินใจบอกให้ใต้ก๋งเรือเลี้ยวเรือกลับไป และช่วยกันปลดเชือกกระสอบออกแต่เศษกระสอบรัดแน่น จึงต้องเอามีดมาตัด และพบว่าที่ครีบหน้าซ้ายมีรอยแผลลึกจากกระสอบรัดเป็นเวลานานหลายชั่วโมง ก่อนนำคลิปวีดีโอที่บันทึกเอาไว้โพสต์ในโลกออนไลน์

ข่าว/ภาพ บัญฑิต รอดเกิด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ. กระบี่

Coronavirus ravaged Florida, as Ron DeSantis sidelined scientists and followed Trump #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Coronavirus ravaged Florida, as Ron DeSantis sidelined scientists and followed Trump

Health & BeautyJul 26. 2020President Trump/File photoPresident Trump/File photo

By The Washington Post · Cleve R. Wootson Jr., Isaac Stanley-Becker, Lori Rozsa, Josh Dawsey · NATIONAL, HEALTH, POLITICS, SCIENCE-ENVIRONMENT 

ST. PETERSBURG, Fla. – As Florida became a global epicenter of the coronavirus, Gov. Ron DeSantis held one meeting this month with his top public health official, Scott Rivkees, according to the governor’s schedule. His health department has sidelined scientists, halting briefings last month with disease specialists and telling the experts there was not sufficient personnel from the state to continue participating. 

“I never received information about what happened with my ideas or results,” said Thomas Hladish, a University of Florida research scientist whose regular calls with the health department ended June 29. “But I did hear the governor say the models were wrong about everything.” 

DeSantis, a Republican, this month traveled to Miami to hold a roundtable with South Florida mayors, whose region had emerged as a novel coronavirus hot spot. But the Republican mayor of Hialeah was shut out, weeks after saying the governor “hasn’t done much” for a city disproportionately affected by the virus. 

As the virus spread out of control in Florida, decision-making became increasingly shaped by politics and divorced from scientific evidence according to interviews with 64 current and former state and administration officials, health administrators, epidemiologists, political operatives and hospital executives. The crisis in Florida, these observers say, has revealed the shortcomings of a response built on shifting metrics, influenced by a small group of advisers and tethered at every stage to the Trump administration, which has no unified plan for addressing the national health emergency but has pushed for states to reopen.

DeSantis relies primarily on the advice of his wife, Casey, a former television reporter and host, and his chief of staff, Shane Strum, a former hospital executive, according to multiple Republican political operatives, including a former member of his administration. 

“It’s a universe of three – Shane and Casey,” said one Republican consultant close to DeSantis’s team who spoke on the condition of anonymity to offer a candid assessment.

The response – which DeSantis boasted weeks ago was among the best in the nation – has quickly sunk Florida into a deadly morass. Nearly 5,800 Floridians have now died of covid-19, the disease caused by the virus – more deaths than were suffered in combat by Americans in Afghanistan and Iraq since 2001. One out of every 52 Floridians has been infected with the virus. The state’s intensive care units are being pushed to the brink, with some over capacity. Florida’s unemployment system is overwhelmed and its tourism industry is in shambles. 

DeSantis began the year as a popular governor, well-positioned to help his close ally President Donald Trump win this crucial state in November’s election. DeSantis is now suffering from sagging approval ratings. Trump has fallen behind Democrat Joe Biden in recent polls of Florida voters. And both men, after weeks of pushing for a splashy Republican convention in Jacksonville, succumbed to the reality of the public health risks Thursday when Trump called off the event.

Trump asked DeSantis in a phone call in May if he would require masks for the convention and whether the virus would be a problem, according to a person with knowledge of the conversation. DeSantis said he would not require masks and the virus would not be a major problem in August in Florida.

“You were elected to be the governor of our state and make decisions about what is best for us in Florida,” Hialeah Mayor Carlos Hernández said of DeSantis. “If he was more concerned with what the president thought of him, the outcomes are here.” 

DeSantis’s office did not respond to interview requests or to a set of detailed questions sent by The Washington Post. In response to questions, a spokesman for the health department said the governor and Rivkees, the surgeon general, “are continuing to remind all Floridians to protect the vulnerable by avoiding the Three Cs: Closed Spaces, Crowded Places and Close-Contact Settings and by wearing a mask in public.” 

The spokesman, Alberto Moscoso, did not explain why the department had ended its work with the university modeling team or why Rivkees appears only once this month on the governor’s schedules, which have been released through July 23. 

During the same period, DeSantis spoke regularly to members of the Trump administration. He appeared twice on Fox News and called in to Rush Limbaugh’s radio show.

“Ron DeSantis is doing a great job and will go down in history as a great governor of Florida,” the president told The Washington Post through a spokeswoman. 

Those who defend the governor’s approach point to his early efforts to protect nursing homes. They also dispute claims that he has been inflexible, emphasizing his decision to re-close bars and clubslast monthafter a spike in infections. The governor’s allies have also commended him for securing more remdesivir, an antiviral drug used to treat the most severe coronavirus patients, which is in short supply across the country. 

Rep. Matt Gaetz, R-Fla., said the governor’s relationships in Washington have benefited Florida. In the spring, the state emerged on top “in terms of supplies and resources,” because, in the telling of Trump, “we’re really good at asking for stuff,” Gaetz said.

Jared Moskowitz, a former Democratic state legislator who now heads the Florida Department of Emergency Management, said DeSantis has been “completely accessible” and “open-minded in our conversations.” 

He continued: “Anything that I have needed or asked for, dollars that are going to be required to respond appropriately have always been available.” 

The department’s command center was temporarily shuttered this month after a series of infections among staff working there.

Some of Florida’s woes are shared by other states, especially in the Sun Belt: Economies powered by tourism and hospitality whose leaders sought reasons to invite people back to their states; skeletal public health systems that could not adequately respond with contact tracing and other interventions; and holiday celebrations that caused residents, particularly young people, to flout guidelines.

But the crisis in Florida has been particularly acute, infectious-disease specialists say, because politics have dictated the response at crucial junctures – never more so than with the state’s reopening, which was cast by the governor as a return to normal rather than as a new and even more precarious phase of the pandemic.

Trump told aides that Florida’s early success gave other states a justification to reopen, according to three administration officials. Meanwhile, DeSantis quickly turned presidential rhetoric into gubernatorial orders, all while rejecting measures, including a statewide mask mandate and an extended stay-at-home order, that helped other states contain their outbreaks.

Officials involved in the local health and emergency response say DeSantis has selectively highlighted favorable metrics, such as a decline in the median age of people who are testing positive, rather than developing more serious mitigation strategies. 

“I think we’re on the right course,” he said as cases surpassed 400,000 and he continued to push for schools to open for in-person classes in a few weeks.

Some on the front lines are drawing different conclusions. 

“The numbers are up, my man,” said Frank Rollason, the emergency management director in hard-hit Miami-Dade County. “They speak for themselves.” 

– – –

The governor’s small inner circle stands in contrast to the number of people tapped for his reopening task force in April. The group included more than 100 participants but only five doctors, who were placed on a working group alongside representatives from the elder-care industry and farming leaders. 

The working group met twice for 2.5 hours, said one member, dentist Rudy Liddell, and did not develop written recommendations or provide continued input once the report of the executive committee was released at the end of the month. 

The guidelines that emerged from the executive committee closely mirrored the reopening recommendations issued by the White House. There were few specific benchmarks following the first phase of a statewide reopening on May 18 – after about six weeks of sweeping restrictions – with movement into new phases premised instead on “adequate health care capacity” and the absence of a resurgence of the virus. In early June, DeSantis announced that much of the state could move into the second phase, lifting restrictions on bars and movie theaters, on the same day the state recorded 1,317 new cases, the largest surge in six weeks.

“It was outcome-determinative – they knew what they wanted to do,” said Sen. Gary Farmer, the incoming Senate minority leader. “It was a joke. . . . It was, ‘Here’s the plan. Here’s the chance to rubber stamp it.’ ” 

As the state shifted into reopening, the Republican National Committee announced plans for its convention. The National Basketball Association opted to finish its season in Orlando. Disney World reopened July 11.

Compliance in April with the sweeping stay-at-home order brought the state’s numbers down to a point that reopening looked feasible, said Cindy Prins, an epidemiologist at the University of Florida. The problem, she said, was the speed with which the state moved through the subsequent phases of its economic restart. 

“There was hardly enough time for the new infections even to show up,” she said.

The governor’s quest to put the pandemic behind him undermined the very message – that the virus was still a deadly threat – that could have made his reopening a success, said Glenn Morris, director of the University of Florida’s Emerging Pathogens Institute.

“One of the areas where we failed in Florida was in convincing people that as things began to open up, that we still had a serious situation, that the virus was still present in the community and that there remained a critical need to maintain the basic practices recommended by the [Centers for Disease Control and Prevention],” he said.

Critical mitigation strategies remain inadequate, according to lawmakers and experts, owing to years of disinvestment in the state’s public health infrastructure. One estimate, by a researcher at Florida International University, found that the state had slashed public health spending 35 percent between 2009 and 2015.

The health department’s 2017 budget request warned of “insufficient individuals at the local level who have the skills to perform epidemiological analyses” and manage outbreaks.

Contact tracing, which has been central to controlling outbreaks in other settings, has been highly limited in Florida. State Rep. Rene Plasencia, a Republican representing parts of Orange County and Brevard County, said not a single family member or friend sickened by the virus has been contacted by the health department. 

With the virus tearing through urban centers, “we’re at a point where I don’t even know how you would do contact tracing anymore,” Plasencia said.

The lesson of the pandemic for Florida, said Charles Lockwood, dean of the University of South Florida’s College of Medicine, was, “Never declare victory until the referee blows the whistle.” When the wave of cases predicted this spring did not initially crash down on the state, Tampa General Hospital and the University of South Florida used the time to order ventilators and stockpile personal protective equipment, Lockwood said. 

Meanwhile, steps he suggested to health officials in his county were not acted upon, including a recommendation to use cellphone technology to track at-risk patients and encouragement to stand up a more robust system of contact tracing. In both instances, he said, local health officials indicated they were constrained because these were functions controlled in Tallahassee, the state capital. The health administrator in Hillsborough County, Douglas Holt, declined to be interviewed. 

Efforts to offer advice on contact tracing at the state level were rebuffed as well, according to experts involved in the response. Hladish, the infectious-disease researcher, said he and other specialists had tried to raise the subject during one of their calls with department staff but were told contact tracing was handled by a different team. 

“We were told that they were too busy to talk,” he said. 

Even health department staff were constrained in the nature of the advice they could offer, according to multiple state health officials stationed in counties, who spoke on the condition of anonymity because they were not authorized to discuss the ongoing response. They said conversations with stateofficials have recently included reminders that they were not authorized to advise school districts about whether to reopen, but simply to “provide them with information,” as one official put it. 

These officials said calls that once occurred daily with Rivkees, the surgeon general, have been scaled back to three times a week. Rivkees, a pediatrician whose specialty is not epidemiology or disease surveillance, was escorted out of a news conference in April after saying Floridians may have to practice social distancing and wear masks for up to a year, a prediction at odds with statements from DeSantis and Trump. 

Some of his top staff have left the department mid-pandemic.

The administrator of the department’s surveillance section left in March for a job at Pfizer. Rebekah Jones, who had been managing the department’s public-facing data portal, was dismissed in May after a dispute over changes to the dashboard, which she said were designed to hide relevant information. State officials, who accused Jones of “insubordination,” said the changes were aimed at increased accuracy. Scott Pritchard, who headed the department’s investigations unit, left last month. He informed his team he was leaving on the day DeSantis announced plans to reopen schools at “full capacity,” according to people familiar with the matter. 

Pritchard, who did not respond to a request for comment, then left the state altogether. 

– – –

DeSantis has left Florida for the White House numerous times during the pandemic. 

At an April briefing in the Oval Office, Trump offered to hold the governor’s foam display boards as DeSantis detailed how Florida had corralled the coronavirus better than almost any other state. 

“Everyone in the media was saying Florida was going to be like New York or Italy, and that has not happened,” DeSantis said.

The number of confirmed coronavirus cases in Florida now eclipses New York’s caseload by more than 3,300. Florida has at least 168,000 more cases than Italy, a country with about three times the state’s population. 

DeSantis joined Trump for a White House event on drug pricing Friday, when the state recorded 12,444 new cases of the virus and 136 deaths. 

DeSantis was a little-known congressman in the first half of the Trump administration who made a name for himself with appearances on Fox News denouncing the investigation into Russian interference in the 2016 election. 

He netted the president’s endorsement in the 2018 Republican gubernatorial primary, riding it all the way to the governor’s office. 

“What’s the old phrase – dance with the one who brought you,” said Gary Farmer, the incoming Florida Senate minority leader. “That’s what he’s doing. His political fortune in becoming governor was not just closely tied, but almost exclusively tied, to the Donald Trump train.” 

Trump feels bonhomie with DeSantis, likes having him in the Oval Office and regularly speaks with him on the phone, even though many around the president do not trust the governor, people familiar with the matter say. DeSantis also regularly consults with Brad Parscale, the president’s recently deposed campaign manager.

Florida’s intimal ability to skirt the worst effects of the virus was a boon for DeSantis and for Trump: The governor’s aggressive efforts to jump-start his economy were right out of Trump’s playbook, perceived at the time as a benefit in the battleground state. Administration officials regularly sent reports and others clips of DeSantis bragging about Florida not having cases early in the outbreak, to argue that many states were overreacting, and at times, that seasonal heat could cure the virus.

Now, with the virus spreading uncontrolled in Florida, former health officials think DeSantis has joined the president in seeking to manage expectations about its consequences rather than formulate a plan to bring it under control. 

“They keep hoping it’s going to go away by itself,” said Richard Hopkins, an epidemiologist who spent 19 years at the Florida Department of Health. “I don’t know what’s going on – whether they’re afraid that they will get primaried by someone to their right if they take appropriate public health action.”

Approval of DeSantis’s handling of the pandemic has fallen by double digits since April, when 50 percent of registered voters in Florida backed the governor’s approach. Now, 38 percent of residents approve of his response, while 57 percent disapprove, according to a Quinnipiac University poll released Thursday.

The return this summer to crisis conditions has felt like whiplash for front-line workers.

In June, employees at the six-hospital Memorial health care System based in Hollywood, Fla., thought they had dodged a wave of coronavirus patients that threatened to overwhelm their hospitals.

Exhaling workers began to dismantle surge areas from auditoriums and classrooms that had been converted into treatment areas. But it was premature. By the end of the month, covid-related hospitalizations had begun to soar, said the system’s chief medical officer, Stanley Marks.

“We converted them back,” Marks said. “By early July we again were in full emergency mode.”

Darlene Dempsey, a nurse at the good Samaritan Medical Center in West Palm Beach and a lifelong Republican, said she could no longer support Trump or DeSantis, both of whom had chosen to “gaslight nurses” instead of using the time in March and April to ramp up production of medical equipment and develop a testing plan. 

“The fairy tales about all being under control are nonsense,” she said. “Our government has failed us.” 

รวบ 3 บังคลาเทศ ลักลอบเข้าไทย อ้างติดโควิด-19 กลับประเทศไม่ได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รวบ 3 บังคลาเทศ ลักลอบเข้าไทย อ้างติดโควิด-19 กลับประเทศไม่ได้

รวบ 3 บังคลาเทศ ลักลอบเข้าไทย อ้างติดโควิด-19 กลับประเทศไม่ได้25 กรกฎาคม 2563 – 15:53 น.

จนท.รวบบังคลาเทศลักลอบเข้าไทยทหารพรานกองร้อยทหารพรานที่ 1201 รวบ 3 บังคลาเทศ ลักลอบเข้าไทย อ้างติดโควิด-19 ในกัมพูชานานกว่า 4 เดือนและไม่มีงานทำ

เมื่อเวลา 05.00. วันที่ 25 ก.ค. 2563  พันเอกชิษณุพงศ์ รอดศิริ รองผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา สั่งการให้ พันเอกเอกพงษ์  กฤตยาเกีรยติชุติ ผู้บังคับการชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 กองกำลังบูรพา, พันตรีชาญ ว่องไวเมธี ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 1201 ประสานความร่วมมือ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดระแก้ว, สถานตำรวจภูธรคลองลึก สนธิกำลังร่วมกันออกลาดตระเวนและเฝ้าตรวจป้องกันสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย  ตามช่องทางธรรมชาติริมคลองลึก ซึ่งเป็นคลองกั้นพรมแดนไทย-กัมพูชา  อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  ที่อาจติดมากับแรงงานต่างด้าวและชาวต่างชาติที่ลักลอบเข้ามาในประเทศไทย

ต่อมาขณะ จนท.ชุดปฏิบัติการร่วมที่ออกลาดตระเวนและเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนริมคลองลึก ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับกรุงปอยเปต ประเทศกัมพูชา ได้ตรวจพบชายชาวต่างชาติต้องสงสัยไม่ทราบสัญชาติ จำนวน 3 คน กำลังเดินลัดเลาะป่าละเมาะริมคลองกั้นพรมแดนฯ จากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา แล้วเดินลุยน้ำข้ามคลอง เข้ามาในฝั่งไทย จนท.จึงนำกำลังเข้าควบคุมตัวไว้ได้ จำนวน 3 คน ตรวจสอบเบื้องต้นทั้ง 3 คน มีหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) สัญชาติบังคลาเทศ แต่ไม่มีรอยตราประทับเข้าประเทศไทย และพูดภาษาไทยไม่ได้ จึงควบคุมตัวทั้งหมดมาทำการสอบสวนที่ กองร้อยทหารพรานที่ 1201

จากการตรวจสอบทั้ง 3 คนตามหนังสือเดินทางระบุชื่อนายโซเฮล พาร์เวซ  อายุ 40 ปี สัญชาติบังคลาเทศ, นายเอ็มดี  บิลเลี่ยน  เมียร์  อายุ 27 ปี สัญชาติบังคลาเทศ และนายอับดุล คาริม อัลซาด อายุ 33 ปี สัญชาติบังคลาเทศ  ทั้งนี้ จนท.ได้ทำการสอบสวนโดยผ่านล่าม ชาวบังคลาเทศทั้ง 3 คน อ้างว่าได้โดยสารเครื่องบินจากประเทศอินเดีย  มาที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เพื่อมาท่องเที่ยวในประเทศกัมพูชา แต่มาติดสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาดและประเทศกัมพูชาประกาศปิดประเทศ ทำให้ต้องติดอยู่ในประเทศกัมพูชามานานกว่า 4 เดือน ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้ อีกทั้งไม่มีงานทำและไม่มีรายได้ ทำให้คิดถึงบ้านเกิดเป็นอย่างมาก จึงได้ชักชวนกันลักลอบเข้าประเทศไทย เพื่อที่จะได้มาหางานทำประเทศไทยและ จะได้ไปติดต่อสถานทูตบังคลาเทศในประเทศไทยให้ส่งกลับบ้าน จึงนำเงินก้อนสุดท้ายว่าจ้างนายหน้าชาวเขมรพาลักลอบข้ามพรมแดนฯ ในราคาคนละ 200 ดอลลาร์สหรัฐ  รวม 3 คน เป็นเงิน 600 ดอลล่าร์ฯ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 18,000 บาท โดยนายหน้าชาวเขมรพาให้เดินลุยน้ำข้ามคลองกั้นพรมแดนตามช่องทางธรรมชาติจากฝั่งปอยเปตฯเข้าประเทศไทย แต่มาถูก จนท.ไทยจับกุมได้เสียก่อน 

จากนั้น จนท.ได้ดำเนินการวัดอุณหภูมิร่างกายแล้วอุณหภูมิร่างกายไม่เกิน 37.5 องศา และจึงควบคุมตัวชายชาวบังคลาเทศทั้ง 3 คน ให้ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

นายยุทธนา พึ่งน้อย ผู้สื่อข่าวจังหวัดสระแก้ว