รพ.ประจวบฯพร้อมติดตั้งปุ่มฉุกเฉินเชื่อมสัญญาณถึงโรงพักแจ้งระงับเหตุฉุกเฉิน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รพ.ประจวบฯพร้อมติดตั้งปุ่มฉุกเฉินเชื่อมสัญญาณถึงโรงพักแจ้งระงับเหตุฉุกเฉิน

รพ.ประจวบฯพร้อมติดตั้งปุ่มฉุกเฉินเชื่อมสัญญาณถึงโรงพักแจ้งระงับเหตุฉุกเฉิน24 กรกฎาคม 2563 – 13:36 น.

รพ.ประจวบฯพร้อมติดตั้งปุ่มฉุกเฉินเชื่อมสัญญาณถึงโรงพักแจ้งระงับเหตุวัยรุ่นยกพวกตะลุมบอน เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้ามาระงับเหตุได้อย่างทันท่วงที

วันที่ 24 กรกฎาคม 63 นายแพทย์ศุภชัย ศุภพฤกษ์สกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า จากการประชุมทีมบริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ได้หาแนวทางทางเพื่อป้องกันการก่อเหตุทะเลาะวิวาทของกลุ่มวัยรุ่นภายใน ห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน เพื่อป้องกันความเสียหายของอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีราคาสูงและเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยของบุคลากรทุกระดับ ล่าสุดได้สั่งให้ทำประตูห้องฉุกเฉินแบบ 2 ชั้น พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ให้เข้มงวดตรวจสอบผู้ป่วยฉุกเฉินที่เข้ามารับการรักษา กรณีที่มีสาเหตุมาจากปัญหาการทะเลาะวิวาทเพื่อแจ้งประสานผู้รับผิดชอบได้ทันท่วงที โดยโรงพยาบาลจะประสานกับ สภ.เมืองประจวบฯ ทำการติดตั้งระบบส่งสัญญาณเตือนภัยไปถึงโรงพักเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้ามาระงับเหตุได้อย่างทันท่วงที ในลักษณะคล้ายกับเหตุคนร้ายปล้นร้านทอง กรณีเกิดเหตุทะเลาะวิวาทเพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับงานบริการ

“สำหรับงานด้านบริการที่ตึกผู้ป่วยนอก ได้เพิ่มจอภาพมอนิเตอร์ เพื่อแสดงข้อมูลการรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่มีความเร่งด่วนในขณะนั้น ให้ผู้รับบริการได้รับทราบตลอด 24 ชั่วโมง และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่เวร ทำความเข้าใจด้วยการพูดคุยกับผู้ป่วยที่มารับบริการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เข้าใจการทำงานของแพทย์ ก่อนเข้าพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยโรค

ซึ่งที่ผ่านมาผู้ป่วยมักเข้าใจว่าทำไมต้องใช้เวลารอค่อนข้างนานผิดปกติ ทำให้มีการนำข้อมูลไปวิพากษ์วิจารณ์ส่งผลกระทบกับภาพลักษณ์ขององค์กร ซึ่งผู้บริหารจะเร่งรัดแก้ไขด้วยการปรับปรุงคุณภาพงานบริการ เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย “นายแพทย์ศุภชัย กล่าว

พอใจ ฉันทนา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ประจวบคีรีขันธ์

จุดจบสายมุด น้องแมวหัวติดรูท่อประปา จนท.เร่งช่วยปลอดภัย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

จุดจบสายมุด น้องแมวหัวติดรูท่อประปา จนท.เร่งช่วยปลอดภัย

จุดจบสายมุด น้องแมวหัวติดรูท่อประปา จนท.เร่งช่วยปลอดภัย24 กรกฎาคม 2563 – 11:10 น.

จุดจบสายมุด น้องแมวหัวติดรูท่อประปา จนท.เร่งช่วยปลอดภัย เจ้าของบ้านแจ้งเจ้าหน้าที่เทศบาล ให้มาช่วยนำแมวชื่อ นมเย็น หัวติดรูท่อประปาออก คาดว่าน่าจะอยากออกไปวิ่งเล่นข้างนอก เพราะเจ้าของเลี้ยงไว้หลังบ้าน

เมื่อวันที่ 24  ก.ค. 2563  เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้เดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่งในตลาดวัฒนธรรมพรเพชร ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร หลังได้รับแจ้งจากเจ้าของบ้านหลังนี้ว่า แมวตนเองที่เลี้ยงไว้หลังบ้าน หัวได้ติดกับรูท่อประปา พยายามช่วยแล้ว แต่ไม่สำเร็จ ด้วยความสงสารจึงโทรแจ้ง จนท.มาให้การช่วยเหลือ

จากนั้นนายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและรักษาความสงบ เทศบาลเมืองมุกดาหาร พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ พอไปถึงได้ใช้ใบเลื่อยตัดท่อประปาออก และดันหัวแมวให้ย้อนกลับเข้าไป ในที่สุดสามารถช่วยช่วยเหลือแมวออกมาได้สำเร็จ เจ้าของบ้านดีใจที่เจ้าหน้าที่ได้ช่วยแมวของตนเองออกมาจากรูท่อประปาได้

จากการสอบถามนาง โสรยา พ่อลา อายุ 39 ปี เจ้าของแมว เล่าว่า แมวที่เลี้ยงไว้ มีอายุ 7 เดือน พอดีตนเองไปขายของในตลาดเทศบาล 2 ลูกสาวได้ลงมาจากบ้านประมาณ 06.30 น. เห็นแมวติดอยู่ ไม่แน่ใจว่าติดตั้งแต่กี่โมงเพราะตอนตี 4 ตนเองไปตลาดยังไม่ติด และลูกสาวได้โทรบอกว่า “นมเย็นหัวติดรูท่อประปา” จึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่มาให้การช่วยเหลือ

อนุศักดิ์ เสาวภา  แสนวิเศษ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดมุกดาหาร

สสจ.สระแก้ว เตรียมรับมือต่างด้าว 3 สัญชาติ หลังปลดล็อคเฟส 6 แรงงานพร้อมกักตัว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สสจ.สระแก้ว เตรียมรับมือต่างด้าว 3 สัญชาติ หลังปลดล็อคเฟส 6 แรงงานพร้อมกักตัว

 สสจ.สระแก้ว เตรียมรับมือต่างด้าว 3 สัญชาติ หลังปลดล็อคเฟส 6 แรงงานพร้อมกักตัว

24 กรกฎาคม 2563 – 08:48 น.

“สาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว เตรียมพร้อมรับมือต่างด้าว 3 สัญชาติเข้าเมือง หลัง ศบค.ผ่อนคลายเฟส 6 ส่วนคนงานระบุ ญาติและแรงงานในกัมพูชา ต้องการเข้ามาทำงานในไทยและพร้อมกักตัว 14  วัน ดีกว่าไม่มีงานทำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.สุภโชค เวชภัณฑ์เภสัช นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า ภายหลัง ศบค.เตรียมประกาศมาตรการผ่อนคลายเฟส 6 โดยระบุให้ผู้ประกอบการสามารถนำแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว และพม่า เข้ามาทำงานในประเภทงานที่ขาดแคลน อาทิ อุตสาหกรรมอาหารและก่อสร้างได้ โดยต้องดำเนินการตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งต้องมีการกักตัวเป็นเวลา 14 วันด้วย ว่าการดำเนินการต้องทำคล้าย ๆ คนไทยที่เดินทางเข้ามาโดยต้องกักตัว 14 วัน พร้อมทั้งตรวจหาเชื้อโควิดฯ เพื่อให้มั่นใจว่า ไม่มีเชื้อเข้ามาในประเทศ ก่อนจะส่งต่อไปยังสถานที่ทำงาน ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นเตรียมการ ยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะคนที่จะเข้ามาเป็นแรงงานต่างชาติ เราคงไม่ได้ดำเนินการเหมือนคนไทย โดยศูนย์กักตัวที่ผ่านมาดำเนินการกักตัวกับคนไทยมาได้ประมาณ 800 คนแล้ว

“หากต้องดำเนินการจริง เราคงต้องหารือกับนายจ้างด้วย เพราะค่าใช้จ่ายทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นค่าตรวจโควิด-19 ค่าดำเนินการกักตัวและค่าใช้จ่ายการทำประกัน ให้กับแรงงาน ต้องอยู่ในความรับผิดชอบของนายจ้าง ที่จะดำเนินการนำเข้ามา ส่วนความพร้อมของเจ้าหน้าที่ ซึ่งฝ่ายปกครองและสาธารณสุขพยายามพูดคุยและหารือกันถึงแนวทางที่เป็นมาตรฐาน ตอนนี้มาตรฐานกลางของ ศบค.ยังไม่ออกมาว่า สถานที่ควรจะเป็นลักษณะไหนที่ชัดเจน ใครจะเป็นผู้ควบคุมดูแล ที่เราเป็นห่วงคือการควบคุมให้เป็นสถานที่ปิด ที่ควบคุมไม่ให้แรงงานออกไปได้ก่อน 14 วัน ส่วนจำนวนที่จะรับได้แค่ไหนยังไม่ได้มีการกำหนดกัน อยู่ในขั้นเตรียมการ กำลังมองหาว่า เราจะกักกันเค้าที่ไหนที่จะปลอดภัยกับประเทศเราและพี่น้องชาวต่างด้าวที่จะเข้ามาด้วย” นพ.สาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว กล่าว

ทางด้าน น.ส.ยอง ยีน อายุ 40 ปี แรงงานก่อสร้างชาว จ.เสียมเรียบ จากประเทศกัมพูชา ของบริษัทสยามสกุลช่าง จำกัด กล่าวว่า เข้ามาอยู่ที่ประเทศไทยตั้งแต่ก่อนเกิดโรคโควิด-19 และไม่ได้เดินทางกลับไป ซึ่งจากการติดต่อกับญาติและแรงงานชาวกัมพูชาที่เดินทางกลับประเทศ บอกว่า ไม่มีงานทำ ต้องการอยากจะเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย แต่เนื่องจากด่านปิด จึงไม่สามารถเดินทางเข้ามาได้ แต่หากมีการผ่อนคลายและเปิดให้สามารถเดินทางเข้ามาได้ ทุกคนก็ต้องการอยากที่จะเดินทางเข้ามา ทั้งนี้เชื่อว่า ทุกคนพร้อมจะปฏิบัติตามมาตรการที่ประเทศไทยกำหนด รวมทั้งการกักตัว 14 วันด้วย ส่วนค่าใช้จ่ายก็คงต้องให้นายจ้างออกให้ก่อน แล้วมาหักทีหลังเหมือนการเข้ามาครั้งก่อน ๆ หน้านี้ ต้องยอมเสียเวลากักตัวแล้วก็สามารถเข้ามาทำงานได้นาน ๆ ดีกว่าไม่มีงานทำที่ฝั่งกัมพูชา

นายยุทธนา พึ่งน้อย ผู้สื่อข่าวจังหวัดสระแก้ว

ป้องกันไว้ตามนโยบาย ตำรวจขุนยวมสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ป้องกันไว้ตามนโยบาย ตำรวจขุนยวมสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชน

ป้องกันไว้ตามนโยบาย ตำรวจขุนยวมสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชน

24 กรกฎาคม 2563 – 08:47 น.

ป้องกันไว้ตามนโยบาย ตำรวจขุนยวมสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีองค์ความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ของประเทศในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เพื่อแสวงหาความร่วมมือจากประชาชนและกลุ่มภาคีเครือข่าย ในการมีส่วนร่วม ในการรักษาความสงบเรียบร้อย

เมื่อเวลา 08.30 น. ของวันที่ 23 กรกฎาคม 2563 พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ บุญประสิทธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานพิธีเปิดการฝึกอบรมประชาชนตลอดจนผู้นำชุมชนสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันอาชญากรรมระดับตำบล โดย พ.ต.อ.พชรพล วงศ์รจิต ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรขุนยวม กล่าวรายงาน ซึ่งมีหน่วยงานปฏิบัติการทางจิตวิทยาจังหวัดแม่ฮ่องสอนโดย พ.ต.ต.หญิงจิรภัทร  จิรัฐิติกาลนนท์ ประธาน วปร.904 ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายเกี่ยวกับโครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริการสร้างจิตสำนึกต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

สำหรับวัตถุประสงค์การจัดโครงการการสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชนในครั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันอาชญากรรมระดับตำบล สถานีตำรวจภูธรขุนยวมร่วมกับสถานีตำรวจประตูเมืองจัดขึ้นเพื่อแสวงหาความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับชุมชน / หมู่บ้าน อาสาสมัครประจำหมู่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ แลเอกชนรับท้องถิ่น ให้เข้ามาเป็นกลุ่มเครือข่ายและมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่อันจะส่งผลให้ปฏิบัติงานของสถานีตำรวจมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  เพื่อให้ประชาชนมีองค์ความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ของประเทศในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เพื่อแสวงหาความร่วมมือจากประชาชนและกลุ่มภาคีเครือข่าย ในการมีส่วนร่วม ในการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองและการป้องกันอาชญากรรมในหมู่บ้าน / ชุมชน  เพื่อให้ประชาชนเครือข่ายเป็นพลังของแผ่นดินในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในหมู่บ้าน / ชุมชนของตนเอง  เพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อการบริหารราชการของรัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐ มีผู้เข้าร่วมการอบรมทั้งสิ้นจำนน 200 คนพระสงฆ์  2 รูป

ต่อมาเวลา 15.00 น. พล.ต.ต.วรัตม์ชัย  ศรีรัตนวุฑฒิ รอง.ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้เดินทางมาเป็นประธานพิธีปิดการฝึกอบรม ร่วมกับ พล.ต.ต.ธีรพล  อินทรลิบ  ณ หอประชุมโรงเรียนขุนยมวิทยา อำภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อเดินทางมาถึงต้องเข้าจุดคัดกรองที่ทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจัดตั้งไว้ก่อนเข้าสถานที่จัดฝึกอบรม รองผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวชมว่าจัดได้ดีมาก  หลังจากปิดการฝึกอบรม พ.ต.อ.ศิริวัฒน์  บุญประสิทธิ์ รอง.ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในฐานะประธานพิธีการฝึกอบรมให้สัมภาษณ์ว่าวัตถุประสงค์หลักก็คือเราได้รับนโยบายมาจากรัฐบาลเพื่อสร้างเครือข่ายในการสร้างชาติ ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการรักษาความสงบเรียบร้อยและการป้องกันการเกิดอาชญากรรมในหมู่บ้านและชุมชนฯ

เกียรติศักดิ์  รักสัตย์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดแม่ฮ่องสอน

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/438030/39868/news

ตรีสรา รีสอร์ท ชวนลิ้มรสมือ 3 เชฟดัง แนวคิด “Dine Good Do Good Week End” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ตรีสรา รีสอร์ท ชวนลิ้มรสมือ 3 เชฟดัง แนวคิด “Dine Good Do Good Week End” 

ตรีสรา รีสอร์ท ชวนลิ้มรสมือ 3 เชฟดัง แนวคิด "Dine Good Do Good Week End" 23 กรกฎาคม 2563 – 15:54 น.

ตรีสรา รีสอร์ท ชวนลิ้มรสมือ 3 เชฟดัง แนวคิด “Dine Good Do Good Week End” 

ตรีสรา รีสอร์ท จ.ภูเก็ต โรงแรมสุดหรูระดับ 6 ดาว ของมนทาระ ฮอสพิตาลิตี้ กรุ๊ป หนึ่งในผู้นำธุรกิจบริการด้านโรงแรมและที่พักอาศัยชั้นนำของไทย ชวนลิ้มลองอาหารรสเลิศ ดื่มด่ำแรงบันดาลใจ และบรรยากาศสุดหรู ในช่วงวันหยุดยาววันที่ 25-27 กรกฎาคมนี้ ภายใต้แคมเปญ “Dine Good Do Good Weekend” สะท้อนปรัชญา Dine Good Do Good ของ “ตรีสรา รีสอร์ท” ที่มุ่งช่วยเหลือสังคมท้องถิ่นในด้านวัตถุดิบ เพื่อช่วยสนับสนุนรายได้ของคนในชุมชนอย่างยั่งยืน

ตรีสรา รีสอร์ท ชวนลิ้มรสมือ 3 เชฟดัง แนวคิด "Dine Good Do Good Week End" 

จัดเต็มแบบแพ็กเกจมื้ออาหาร พร้อมเครื่องดื่มสุดพิเศษแต่ละคอนเซ็ปต์ที่แตกต่างกันในแต่ละวัน ภายใต้การรังสรรค์ของ 3 เชฟมือรางวัลของรีสอร์ท เริ่มจาก”ไฮด์อะเวย์ ที่ฟาร์มพรุจำปา” (Hideaway at Pru Jampa) ระหว่างวันที่ 24-25 กรกฎาคม ดื่มด่ำไปกับมื้ออาหารสุดพิเศษท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นเขียวขจี ให้รู้สึกผ่อนคลายและได้ใกล้ชิดธรรมชาติ รังสรรค์เมนูอาหารโดยเชฟคริส เอลทิง ที่มากประสบการณ์และผ่านการเป็นเชฟจากหนึ่งใน 50 ร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเซีย พร้อมเทคนิคการปรุงแบบ Zero-waste Cooking ที่ทำให้วัตถุดิบและอาหารเหลือทิ้งน้อยที่สุด โดยใช้วัตถุดิบจาก “ฟาร์มพรุจำปา” ฟาร์มของร้านที่ให้รสชาติที่แท้จริงจากธรรมชาติ รวมถึงเลือกใช้วัตถุดิบจากพ่อค้าท้องถิ่นโดยตรง          

ตรีสรา รีสอร์ท ชวนลิ้มรสมือ 3 เชฟดัง แนวคิด "Dine Good Do Good Week End" 

สัมผัสความเลิศรสของอาหารจานเด่น “บีทรู้ทย่าง” (Wood Fire Beetroot) ที่ไม่ว่าใครที่ได้ลอง ต่างก็ต้องรู้สึกประทับใจตั้งแต่คำแรก, “ล็อบสเตอร์และซาร์ดีนย่าง” (Grilled Lobster and Sardines) ที่ผสมผสานรสชาติกันอย่างลงตัว  รื่นรมย์กับวิวงดงามของทะเลสาบ ทิวทัศน์ที่เต็มไปด้วยสีสัน และเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศสนุกสนานมีชีวิตชีวา เหมาะกับการใช้เวลากับเพื่อนและครอบครัว แพ็กเกจไม่รวมแอลกอฮอล์ ราคาพิเศษเพียง 2,000 ++ บาทต่อคน จากปกติ 5,950++ บาท แพ็กเกจรวมแอลกอฮอล์ ราคาพิเศษเพียง 5,550++ บาทต่อคน จากปกติ 8,500++ บาทต่อคน เสิร์ฟพร้อมเมนูไฮด์อะเวย์ 4 คอร์ส        

ตรีสรา รีสอร์ท ชวนลิ้มรสมือ 3 เชฟดัง แนวคิด "Dine Good Do Good Week End" 

SUNDAYS  at Trisara     วันที่ 26 กรกฎาคม ใช้เวลาพักผ่อนในวันอาทิตย์ ลิ้มรสอาหารทะเลที่ร้านอาหาร Seafood at Trisara ซึ่งได้รับรางวัล “มิชลินเพลท” กับการบริการที่เป็นเลิศ พร้อมการปรุงวัตถุดิบหลักพื้นถิ่น ที่คัดสรรมาอย่างดีจากทั่วภูมิภาคของประเทศไทย นำ มาคลุกเคล้ากับวัตถุดิบสดๆ คุณภาพเยี่ยมจากท้องทะเลอย่างสร้างสรรค์  อีกทั้งเมนูเครื่องดื่มหลากหลาย  สร้างบรรยากาศการพบปะสังสรรค์ในวันอาทิตย์ริมทะเลให้เต็มไปด้วยความสุข ความสบายและรอยยิ้ม  อาหารต่างๆ ที่ SUNDAYS รังสรรค์ขึ้นโดยเชฟกล้า ประกอบกิจ เชฟใหญ่ประจำร้านอาหารซีฟู๊ด กับอาหารทะเลที่สดที่สุด ทั้งล็อบสเตอร์ หอยนางรม และอื่นๆ อีกมากมาย แพ็กเกจไม่รวมอลกอฮอล์ ราคาพิเศษเพียง 3,100 ++ บาทต่อคน จากปกติ 7,100++ บาท แพ็กเกจรวมแอลกอฮอล์ ราคาพิเศษเพียง 3,700++ บาทต่อคน จากปกติ 7,700++ บาทต่อคน        

ตรีสรา รีสอร์ท ชวนลิ้มรสมือ 3 เชฟดัง แนวคิด "Dine Good Do Good Week End" 

ร้านอาหารพรุ (PRU) ระหว่าววันที่ 24-27 กรกฎาคม สัมผัสรสชาติของร้านอาหารระดับ 1 ดาวมิชลินแห่งแรกและแห่งเดียวในจังหวัดภูเก็ต โดยเชฟจิม โอฟอสต์ พร้อมทีมวิจัยและพัฒนา ใช้โอกาสนี้ตอกย้ำปรัชญา “Dine Good Do Good” หัวใจคือ ความคิดที่จะสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับคนในท้องถิ่นให้แน่นแฟ้นขึ้น โดยมุ่งช่วยเหลือท้องถิ่นในด้านวัตถุดิบ รวมทั้งให้ความช่วยเหลือช่างฝีมือท้องถิ่นในการทำจานและโต๊ะที่ใช้ในร้านอาหารพรุอีกด้วย เมนูสุดพิเศษ อาทิ วากิวชอร์ตริบ และมะเขือเทศสด แพ็กเกจไม่รวมแอลกอฮอล์ ราคาพิเศษเพียง 4,900 ++ บาทต่อคน จากปกติ 6,500++ บาท แพ็กเกจรวมแอลกอฮอล์ ราคาพิเศษเพียง 7,900++ บาทต่อคน จากปกติ 9,500++ บาทต่อคน เสิร์ฟพร้อมเมนูซิกเนเจอร์ 5 คอร์ส         

และข้อเสนอสุดพิเศษ สำหรับแพ็กเกจไม่รวมแอลกอฮอล์ 3 วันระหว่างวันที่ 25-27 กรกฎาคม ราคา 9,999 บาทต่อคน แพ็กเกจรวมแอลกอฮอล์ 3 วัน ราคา 17,240 บาทต่อคน ผู้สนใจสามารถจองได้ที่ Facebook Messenger: m / me.com/trisararesort Line: @trisararesort หรือคลิก https://lin.ee/mMUkaGO  หรือโทร 076-310-100 และอีเมล fb@trisara.com

ดีป้า พาสื่อลงพื้นที่ดูความสำเร็จ ชุมชนกลุ่มม่วงสามสิบออร์แกนิคฟาร์มชูไอโอทีช่วยลดต้นทุน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ดีป้า พาสื่อลงพื้นที่ดูความสำเร็จ ชุมชนกลุ่มม่วงสามสิบออร์แกนิคฟาร์มชูไอโอทีช่วยลดต้นทุน

ดีป้า พาสื่อลงพื้นที่ดูความสำเร็จ ชุมชนกลุ่มม่วงสามสิบออร์แกนิคฟาร์มชูไอโอทีช่วยลดต้นทุน

‌23 กรกฎาคม 2563 – 13:39 น.

ดีป้า พาสื่อมวลชนลงพื้นที่ ดูความสำเร็จ ชุมชนกลุ่มม่วงสามสิบออร์แกนิคฟาร์ม ชูไอโอทีประยุกต์ใช้ ช่วยลดต้นทุน ผลผลิตได้มาตรฐาน เพิ่มรายได้ชาวบ้าน ไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาทต่อปี

วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ ชุมชนกลุ่มม่วงสามสิบออร์แกนิคฟาร์ม ต.ม่วงสามสิบ อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี วิสาหกิจชุมชนกลุ่มม่วงสามสิบออร์แกนิคฟาร์ม ซึ่งปลูกเมล่อนและแตงโมอินทรีย์เป็นหลัก ได้รับการส่งเสริมจากดีป้า ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีไอโอที (Internet of Things: IoT) เพื่อนำมาปรับใช้ในการดูแล และควบคุมผลิตผล แก้ปัญหาแรงงานขาดความชำนาญ ผลผลิตเสียหายหรือไม่ได้มาตรฐาน โดยชุมชนจึงมองเห็นแนวทางในการแก้ปัญหาคือการประยุกต์ใช้ระบบไอโอทีที่สามารถควบคุมการให้น้ำ ให้ปุ๋ยที่แม่นยำ เพื่อจะช่วยลดการสูญเสีย และจะนำมาซึ่งการเพิ่มรายได้ครัวเรื่องของประชาชนในพื้นที่ได้ เป็นการดำเนินงานซึ่ง ตอกย้ำแนวคิดดีป้า “ชุมชนเรียนรู้เองเลือกเอง เพื่อความยั่งยืน”

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้มุ่งเน้นให้ดีป้าดำเนินงานส่งเสริมให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในประชาชนตั้งแต่ระดับฐานรากเพื่อให้ประชาชนสามารถมีรายได้อย่างยั่งยืนนั้น ซึ่งตามภารกิจของดีป้า ได้มุ่งส่งเสริมในระดับชุมชนเพื่อกระจายความสามารถในการดำเนินวิสาหกิจชุมชนได้อย่างยั่งยืน ด้วยการให้ชุมชนเลือกประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ที่ตอบโจทย์กับชุมชนเอง เช่นเดียวกับที่ ชุมชนกลุ่มม่วงสามสิบออร์แกนิคฟาร์ม ซึ่งเป็นหนึ่งในชุมชนที่ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนผ่านมาตรการของดีป้า โดยดีป้าตั้งเป้าที่จะส่งเสริมสนับสนุนไม่น้อยกว่า 200 ชุมชน ภายในปี 2563 นี้ ซึ่งได้เลือกที่จะนำเทคโนโลยีไอโอทีเข้ามาปรับใช้ในการควบคุมการเจริญเติบโตของผลผลิต เพื่อควบคุมมาตรฐานและลดการสูญเสีย

ด้าน นายปรีชา โยธา ตัวแทนชุมชนกลุ่มม่วงสามสิบออร์แกนิคฟาร์ม เผยว่า วิสาหกิจชุมชนกลุ่มม่วงสามสิบออร์แกนิคฟาร์ม เป็นกลุ่มเกษตรกรที่รวมกลุ่มกันปลูกเมล่อนและแตงโมอินทรีย์เป็นหลัก โดยทางกลุ่มยังได้รับการรับรองคุณภาพของผลผลิต ภายใต้นโยบายส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตพืชปลอดภัยได้มาตรฐานตามระบบจัดการคุณภาพพืช (GAP) ผลผลิตที่ได้ทางกลุ่มจะนำไปขายในร้านสะดวกซื้อหลายแห่งในพื้นที่อีสาน ทำให้มีการสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก ทางกลุ่มจึงจำเป็นต้องว่าจ้างแรงงานภายนอกเพื่อที่จะเข้ามาช่วยงาน ภายในฟาร์ม แต่ด้วยเป็นแรงงานทั่วไปที่ไม่มีความชำนาญในเรื่องการปลูกเมล่อน และแตงโมจึงมักก่อให้เกิดความเสียหายต่อผลผลิตอยู่เสมอ เช่นการให้น้ำที่มากเกินไป จนทำให้ผลเมล่อนแตก หรือการให้น้ำที่น้อยเกินไปจนทำให้ต้นเมล่อนโตได้อย่างไม่เต็มที่ และได้รับความเสียหายจนไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้ อีกทั้งความไม่แม่นยำ ส่งผลให้ผลผลิตไม่ได้มาตรฐาน ดังนั้นทางกลุ่มจึงมีความต้องการเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยในเรื่องการควบคุมการให้น้ำ ให้ปุ๋ยที่แม่นยำ เพื่อจะช่วยลดการสูญเสียของผลผลิตที่จะตามมา

จิรวัฒน์ บุญจอง ผู้สื่อข่าวจังหวัดอุบลราชธานี 

ผู้บริหาร ม.นครพนม พบองค์กรภาคเอกชน พร้อมพลิกโฉมให้เป็นสถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ผู้บริหาร ม.นครพนม พบองค์กรภาคเอกชน พร้อมพลิกโฉมให้เป็นสถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพ

ผู้บริหาร ม.นครพนม พบองค์กรภาคเอกชน พร้อมพลิกโฉมให้เป็นสถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพ23 กรกฎาคม 2563 – 13:36 น.

ผู้บริหาร ม.นครพนม เปิดประตูพบกลุ่มองค์กรภาคเอกชน พร้อมพลิกโฉมให้เป็นสถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพ

วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 เวลา 09.00 น. ผศ.จรูญ ถาวรจักร์ รักษาราชการแทน อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม(รก.อธก.มนพ.) ผศ.ดร.นุชรัตน์ มังคละคีรี ผศ.ดร.ทัศนา ประสานตรี และนายเอื้อ มูลสิงห์ รองอธิการบดีฯ ได้ใช้ห้องประชุมแพงพนม ชั้น 4 สำนักงานอธิการบดี พบปะกับกลุ่มภาคเอกชนและผู้สื่อข่าวในจังหวัดนครพนม โดยมีนายวัชรินทร์ เจียวิริยบุญญา ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครพนม นายเทียมศักดิ์ เวียงศรีประเสริฐ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดฯ นายปรารถนา พละมา บุคลากรทางการศึกษา พร้อมด้วยกลุ่มคนรุ่นใหม่สายเลือดคนนครพนมโดยกำเนิด เช่น นายเทวินทร์ ตรียะชาติ นายพงศ์พัชร บุญนิธิ นายนิธิ บุญนิธิ และนายพงศ์สุคนธ์ คุณธรรมมงคล ผู้สื่อข่าวจากสมาคมนักข่าวจังหวัดนครพนม ที่เกาะติดสถานการณ์มหาวิทยาลัยนครพนมมาตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา 

นายวัชรินทร์กล่าวว่าการเข้าพบ รก.อธก.มนพ. ในครั้งนี้ เพื่อขอทราบนโยบายและวิสัยทัศน์ สืบเนื่องด้วยมหาวิทยาลัยนครพนม ถูกคำสั่ง 103/2563 รัฐมนตรีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) ใช้อำนาจตามมาตรา 51 ยุบสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภาฯ โดยให้เหตุผลจากสาเหตุไม่มีหลักธรรมาภิบาลและบริหารการเงินจนเกิดความเสียหาย

“มหาวิทยาลัยนครพนม เป็นสมบัติของชาติและเป็นสมบัติของชาวจังหวัดนครพนม ซึ่งมีผลกระทบทั้งด้านการศึกษา การพัฒนา และตลอดจนถึงระบบเศรษฐกิจ เพราะจำนวนนักศึกษา จำนวนหลายหมื่นคน ในแต่ละรุ่น แต่ละสาขา ที่ต้องอาศัย หอพัก ร้านค้า ร้านธุรกิจ ร้านอาหาร การท่องเที่ยวฯ  และส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆ ในนามภาคประชาชนและเอกชน ผู้สื่อข่าวในจังหวัด จึงขอเข้าพบ ผศ.จรูญ ถาวรจักร์ รก.อธก.ฯ  และทีมบริหาร มหาวิทยาลัยนครพนม โดยมีวัตถุประสงค์ คือ ขอให้ชี้แจง  1. สถานการณ์  2. นโยบาย ในการบริหาร และ 3. อนาคตของมหาวิทยาลัยนครพนม และจังหวัดนครพนม เพื่อการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมและแนวเสนอแลกเปลี่ยนในการพัฒนาฯ” นายวัชรินทร์ฯ กล่าว

ด้านกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้กล่าวเพิ่มเติมต่อคณะทำงานฯ ว่า ที่ผ่านมา มนพ. จะเน้นในการก่อสร้างมากกว่าการพัฒนาการเรียนการสอน อาทิ เงินงบประมาณในการสร้างหอประชุมหรือสนามกีฬาสปอร์ตคอมเพล็กซ์ รวมแล้วเกือบพันล้านบาท ไม่มีความจำเป็นเลย แต่หากนำมาพัฒนาการเรียนการสอนจะเป็นผลดีต่อลูกหลานชาวจังหวัดนครพนมมากกว่า

ด้าน นายพงศ์สุคนธ์ คุณธรรมมงคล ในฐานะที่เป็นคนนำเสนอเรื่องราวในมหาวิทยาลัยนครพนมมาอย่างต่อเนื่อง กล่าวว่าได้พบนักศึกษา มนพ. อย่างน้อย 5 คน ต่างสถานที่ต่างเวลา ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่านักศึกษาเรียนดีแต่หัวแข็งอาจจะไม่จบ ถ้าเรียนไม่เก่งแต่ไม่หัวแข็งมักจะจบก่อนเสมอ ขณะที่กลุ่มคณาจารย์ไม่ค่อยมีสมาธิมากนัก เพราะต้องเอียงหูฟังผู้บริหารว่าจะให้หันไปทางไหน ถ้าทำอะไรโดยพละการก็อาจจะถูกกลั่นแกล้งต่างๆนาๆ อีกทั้งกรรมการสภาฯส่วนหนึ่งมาจากกลุ่มที่มีผลประโยชน์ภายใน มนพ. ปัญหาเหล่านี้เกิดจากการบริหารจัดการที่ไม่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล

ผศ.จรูญ ถาวรจักร รก.อธก.มนพ. เปิดเผยว่าตนเองมาอยู่ในช่วงที่คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สภาฯวางกรอบแนวความคิดและแนวทางในการที่จะพัฒนามหาวิทยาลัยเป็นประการที่หนึ่ง  เรื่องสำคัญลำดับต้นๆก็คือการทำให้มหาวิทยาลัยฯ มีระบบการบริหารจัดการที่เป็นไปตามปกติ เพราะว่ามหาวิทยาลัยโดยหลักการแล้วจะต้องมีสภามหาวิทยาลัยที่ถือว่าเป็นองค์กรสูงสุด ในการบริหารจัดการกำกับฯ

คณะผู้ปฏิบัติการก็จะเข้ามาทำหน้าที่ ดูตั้งแต่กรอบความคิด ข้อบังคับ แนวทางถึงความเป็นไปได้ว่าสภามหาวิทยาลัยที่อยู่ในปกติ สภาฯจะสามารถขับเคลื่อนดูแลรับผิดชอบมหาวิทยาลัยควรมีแนวทางอย่างไร บุคคลหรือบุคลากรที่จะเข้ามาทำงานนั้นควรจะเป็นลักษณะอย่างไร ก็ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบ ซึ่งความจริงเดิมก็มีแนวปฏิบัติอยู่แล้ว เป็นแต่เพียงว่าสิ่งที่พวกท่านสะท้อนออกมา ก็มีส่วนที่ว่ามันเป็นปัญหามาโดยตลอด เพราะฉะนั้นก็ต้องไปดูที่ต้นตอของปัญหานั้น

ประการที่สองเรื่องที่เกี่ยวกับตัวอธิการบดี ก็ต้องดูทั้งแนวทางความเป็นไปเป็นมาว่าการได้มาของอธิการบดีเป็นอย่างไร ที่จะทำให้ได้ผู้บริหารที่มีคุณภาพ มีศักยภาพความสามารถในการนำพามหาวิทยาลัยฯให้พัฒนาก้าวหน้าได้อย่างไร นี่เป็นภาระหลักๆของคณะทำงานในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่สภาฯ

“แต่ในระหว่างที่ดำเนินการในขณะนี้ อะไรที่เป็นสิ่งที่เราเห็นว่าเป็นปัญหา เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไข เราก็จะทำควบคู่ขนานกัน ดังนั้นต้องเรียนว่าจะไม่ได้หมายความว่าพวกเราจะอยู่ต่อเนื่องยาวนาน เพราะมาในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ อย่างตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดก็มาในฐานะผู้รักษาการ สภาฯก็มาในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสภา ที่จะต้องนำกรอบความคิดวิธีการต่างๆที่คิดว่ามันเป็นเรื่องที่เหมาะสมและก็ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ให้มหาวิทยาลัยนครพนมเกิดความชัดเจนอันนี้เป็นหลักการที่ถูกต้อง”

“ในระหว่างนี้ผมในฐานะเข้ามารับผิดชอบ ในเรื่องบริหารจัดการก็ต้องเข้ามาดูแลดำเนินการ ในสิ่งที่เป็นแบบเป็นระบบของมหาวิทยาลัยฯ เรื่องที่ตัวแทนสื่อเสนอเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญและให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะเรื่องของความการเป็นสถาบันการศึกษา คุณภาพการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ และก็คุณภาพของการศึกษาไม่มีการเลือกปฏิบัติ ผู้ที่เข้ามาเป็นนักศึกษาเป็นนิสิตของสถาบันทุกคน ต้องมีศักดิ์และสิทธิ์เท่าเทียบกัน แม้แต่ในปริญญาบัตรเขาก็เขียนไว้ชัดเจน เพราะฉะนั้นกรอบความคิดและแนวทางบริหารจัดการก็เป็นไปอย่างนั้นฯ” รก.อธก.มนพ.กล่าว

สำหรับเป้าหมายของคณะทำงาน ต้องการจะพลิกโฉมมหาวิทยาลัยนครพนมใหม่ทั้งหมด ด้วยการมองไปที่มหาวิทยาลัยอื่นๆ ที่มีชื่อเสียง เขามีคณะอะไรที่สร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัย เช่น ราชมงคล,พระจอมเกล้าฯ หรือมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เป็นต้น ซึ่ง ผศ.จรูญฯ กล่าวทิ้งท้ายว่าจะทำให้ มนพ. เป็นสถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพให้จงได้

ข่าว/ภาพ ทวี อภิสกุลชาติ ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครพนม

หนุ่มเต่างอย ไหว้ขอพรพญาเต่า ก่อนลุ้นใบแดงแบบ new normal #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

หนุ่มเต่างอย ไหว้ขอพรพญาเต่า ก่อนลุ้นใบแดงแบบ new normal

หนุ่มเต่างอย ไหว้ขอพรพญาเต่า ก่อนลุ้นใบแดงแบบ new normal23 กรกฎาคม 2563 – 13:36 น.

หนุ่มเต่างอย ไหว้ขอพรพญาเต่า ก่อนลุ้นใบแดงแบบ new normal ในการคัดเลือกทหารเกณฑ์วันแรก หลายพื้นที่เตรียมสถานที่ตรวจเลือก วอนกองเชียร์และญาติ ลุ้นฟังข่าวลูกหลานอยู่ที่บ้าน ป้องกันการแพร่ไวรัสโควิด-19 ด้านหนุ่มๆเต่างอย มีใบแดงให้ลุ้น 31 ใบ

ตามที่กองทัพบก กำหนดการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้าเป็นทหารกองประจำการ ประจำปี 2563 โดยจะดำเนินการพร้อมกันทั่วประเทศ  ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ค. จนถึงวันที่ 9 ส.ค. 2563 หรือจนกว่าการตรวจเลือกจะแล้วเสร็จ ในส่วนของจังหวัดสกลนคร กำหนดการตรวจเลือก ในวันที่  23 กรกฏาคม 2563 เป็นวันแรก แบ่งคณะตรวจคัดเลือก ออกเป็น 3 คณะตรวจคัดเลือกที่ อ.เต่างอย อ.บ้านม่วง และ อ.ส่องดาว  

บรรยากาศที่ว่าการอำเภอเต่างอย จ.สกลนคร  ร.ท.สรวิทย์  ผันดอน ผู้ช่วยสัสดีอำเภอเต่างอย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.เต่างอย ได้เตรียมความพร้อมสถานที่ และการอำนวยความสะดวกให้ผู้เข้ารับการตรวจเลือก โดยจัดการตรวจเลือกรูปแบบใหม่ที่สอดคล้องกับมาตรการป้องกันโควิด-19 อาทิ บริหารจัดการสถานที่ตามมาตรฐานสาธารณสุข การแบ่งโซนพื้นที่ตรวจเลือกให้กระชับรวดเร็ว มีการคัดกรองโรคและจัดสถานที่รองรับเฉพาะกลุ่มเสี่ยง จำกัดจำนวนผู้ที่เข้ารับการตรวจเลือก การเข้มงวดในมาตรการรักษาระยะห่าง การใช้อุปกรณ์ป้องกัน เป็นต้น  โดยสถานที่ได้ใช้อาคารหอประชุมที่ว่าการอำเภอเต่างอย เป็นหน่วยตรวจเลือก ซึ่งอากาศถ่ายเทได้สะดวก ปลอดโปร่ง มีการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อสถานที่ก่อนการตรวจเลือก การใช้เจลแอลกอฮอล์ เตรียมหน้ากากให้ผู้เข้ารับการตรวจเลือกสวมใส่ตลอดการตรวจเลือก และมีการรณรงค์ขอความร่วมมือญาติและกองเชียร์ให้รอลุ้นผลอยูที่บ้าน เพื่อไม่ต้องมาแออัดในสถานที่ตรวจคัดเลือก โดยอำเภอเต่างอย มี 3 ตำบล 32 หมู่บ้าน ในปี 2563 มีชายไทยที่อายุครบเข้ารับการตรวจเลือกทหารกองเกิน จำนวน 220 คน ต้องการยอดทหารเข้าประจำการ 49 คน แต่มีผู้ขอยื่นความสมัครใจแล้ว 18 คน จึงเหลือยอดที่ต้องจับใบดำ ใบแดง 31 คน

บรรยากาศบริเวณลานพญาเต่างอย ริมลำน้ำพุง สถานที่ตั้งของรูปปั้นพญาเต่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่อำเภอเต่างอย ก็มีเหล่าญาติ ครอบครัว และผู้ที่จะเข้ารับการตรวจคัดเลือกทหาร มาขอพรให้ได้ตามความตั้งใจ เพราะหลายคนต้องการที่จะเข้ารับใช้ชาติ  แต่ก็เลือกที่จะขอเสี่ยงดวงจับใบดำ ใบแดง หากได้ใบแดงก็จะพร้อมเข้ารับราชการทหารทันที แต่ถ้าไม่ได้ก็ถือว่าโชคดีไป จะได้ไปทำงานตามที่ตั้งใจหลังจากรอมานาน เพราะสิ่งที่รอคือ ใบรับรองผ่านการตรวจเลือกทหาร เพื่อจะนำไปแสดงเป็นหลักฐานการสมัครงาน ที่แต่ละคนก็มีที่สมัครไว้แล้ว แต่มาติดที่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ต้องเลื่อนการตรวจคัดเลือกทหารออกมาหลายเดือน

‘หมอยา ท่าสุขสยาม’ มหัศจรรย์สมุนไพรไทยเที่ยวไปให้มีความรู้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/627942

วันที่ 09 ก.ค. 2563 เวลา 11:30 น.'หมอยา ท่าสุขสยาม' มหัศจรรย์สมุนไพรไทยเที่ยวไปให้มีความรู้ชูมรดกแห่งภูมิปัญญา ยกระดับผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยสู่สากล ณ ไอคอนสยาม เที่ยวงาน “หมอยา ท่าสุขสยาม” ชมมหัศจรรย์สมุนไพรไทย รวมพลังสู้ภัยโควิด พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจ 9-15 ก.ค.นี้

ชวนเที่ยวไปชมไปแบบได้ความรู้ ซูมภูมิปัญญาบรรพบุรุษแบบใกล้ๆ ที่เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ชั้น G เมืองสารพัดสุข สนุกแบบไทย ที่ครั้งนี้ผนึกกำลังกับ กรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก จัดงาน “หมอยา ท่าสุขสยาม” มหัศจรรย์สมุนไพรไทย สร้างภูมิคุ้มกัน ปีที่ 2 ร่วมสืบสานมรดกแห่งภูมิปัญญา ยกระดับผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยสู่ระดับสากล เปิดตัวป๊อปอัพสโตร์แบรนด์ “การบูร” แห่งแรกในไทย ภายในงานแจกต้นกล้าสมุนไพร “ฟ้าทะลายโจร” ฟรี จำนวน 70 ต้นทุกวัน เริ่มวันนี้-15 กรกฎาคม 2563

“ในฐานะที่ เมืองสุขสยาม เป็นพื้นที่นำเสนอมหัศจรรย์วิถีไทยที่รวบรวมสิ่งดีงามจากทั่วประเทศสู่สายตาชาวโลก เมืองสุขสยาม จึงร่วมกับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข จัดงาน ”หมอยา ท่าสุขสยาม” เพื่อสืบสานและต่อยอดมรดกแห่งภูมิปัญญาสมุนไพรไทยให้เป็นที่รู้จัก และยกระดับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพให้เข้าถึงตลาดทั้งในระดับประเทศและสากล โดยในงานจะรวมสุดยอดผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยคุณภาพจากทั่วประเทศที่ได้มาตรฐาน พัฒนารูปแบบได้สวยงาม และน่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะในงานนี้จะมีการเปิดตัวป๊อปอัพสโตร์แห่งแรก ภายใต้แบรนด์ “การบูร” จำหน่ายสุดยอดสมุนไพรพร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ไบโอแอคทีฟซิลเวอร์นาโน สเปรย์ฆ่าเชื้อเพื่อป้องกันไวรัสโควิด-19 และ แคปซูลฟ้าทลายโจรสกัดเข้มข้น ยาสามัญประจำบ้านที่ แก้หวัด แก้ไข้ แก้เจ็บคอในตัวยาเดียวกัน เพื่อช่วยพัฒนาสินค้าการค้า และนำสินค้าที่ได้มาตรฐานจำหน่ายสู่ตลาดอีกด้วย” คุณลักขณา นะวิโรจน์ ประธานโครงการสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม กล่าว

ปัจจุบัน พืชสมุนไพรถูกใช้เป็นวัตถุดิบเพื่อผลิต เป็นผลิตภัณฑ์ในหลายอุตสาหกรรม อาทิ เครื่องสำอาง อาหารเครื่องดื่ม อาหารเสริม และยา ดังนั้นตลาดสมุนไพรจึงเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ที่นิยมใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพร และรับประทานสมุนไพรมากขึ้น เพราะเป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยที่คิดค้นขึ้นมาจากธรรมชาติ กอปรกับช่วงไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาด จึงทำให้คนไทยเลือกใช้สมุนไพรในชีวิตประจำวันมากขึ้นทั้งเพื่อเสริมภูมิต้านทานและสร้างภูมิคุ้มกัน ในฐานะผู้จัดมีความภาคภูมิใจมากที่

งานครั้งนี้จะเป็นประโยชน์อย่างสูงทั้งผู้ประกอบการ และผู้บริโภคที่ นอกจากนี้ยังมีองค์ความรู้รอบด้านจากกิจกรรมเสริมต่างๆ ตลอด 7 วัน ทั้งด้านศาสตร์การแพทย์แผนไทย และสาธิตการทำสมุนไพรในรูปแบบต่างๆ โดยเชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้คึกคักขึ้นและขอให้ทุกท่านมีความมั่นใจว่าทุกพื้นที่ของสุขสยาม ยังคงรักษามาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยขั้นสูงสุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการอย่างดีที่สุด

ไฮไลท์ 7 วัน 7 คุณค่า ภูมิปัญญาสมุนไพรไทย

โหราศาสตร์กับสุขภาพ: หมอดูแผ่นผ้าพรหมชาติ ทำนายชะตา รักษาโรค เป็นการทำนายชะตาชีวิตแบบองค์รวม โดยนำหลายศาสตร์มารวมกัน ทั้งไสยศาสตร์ โหราศาสตร์ เวชศาสตร์ และราศี โดยใช้แผ่นผ้าเป็นตัวหลักในการทำนาย โดยถอดองค์ความรู้จากพรหมชาติทั้งเล่ม มาย่อในแผ่นผ้าขนาด 2 X 2.5 เมตร เพื่อทำนายโชคชะตาราศี สุขภาพร่างกาย และรักษาโดยใช้ศาสตร์การแพทย์แผนไทย

เครื่องดื่มภูมิปัญญา: “ตำรับยาอายุวัฒนะ” ที่มีส่วนประกอบมาจากสมุนไพรจากป่าบนเขาในอำเภอนาแห้ว จ.เลย เป็นสูตรยาที่ดูแลสุขภาพของคนในชุมชนสืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น โดยมีสรรพคุณบรรเทาอาการอ่อนเพลีย ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส บำรุงและช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายในมารดาหลังคลอดให้กลับสู่สภาวะปกติเร็วขึ้น อายุยืนยาว

อาหารสมุนไพรสร้างภูมิ: เมี่ยงโคน น้ำผักสะทอน จ.เลย ผักพื้นบ้านต้านโรค โดย “ต้นสะทอน” เป็นพันธุ์ไม้ท้องถิ่นของอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เป็นอาหารปรับสมดุลธาตุ ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี ลดคอเลสเตอรอลในร่างกาย

สวนสมุนไพรปลูกง่ายในเมือง: โดยโครงการสวนผักคนเมือง สวนสมุนไพรคนเมือง ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ ก้าวข้ามความจำกัดผืนดินปลูก ต่อยอดเป็นอาชีพสร้างสรรค์ได้

สมุนไพรผ่อนคลาย: ลูกประคบสมุนไพร มรดกภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย สู่ตลาดสากล

แพทย์ทางเลือกเพื่อการผ่อนคลาย: SKT สมาธิบำบัดโรค เพื่อควบคุมการฝึกประสาทสัมผัสทั้ง 6 ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น การสัมผัส และการเคลื่อนไหว

นวัตกรรมสมุนไพร: จำหน่ายสุดยอดสมุนไพร พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ไบโอแอคทีฟซิลเวอร์นาโน สารสกัดกระชายขาว สามารถฉีดพ่นใบหน้า ร่างกายฆ่าเชื้อป้องกันไวรัสโควิด-19, แคปซูลฟ้าทลายโจรสกัดเข้มข้น ยาสามัญประจำบ้านที่ แก้หวัด แก้ไข้ แก้เจ็บคอในตัวยาเดียวกัน ภายใต้แบรนด์ “การบูร” และผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่พัฒนาจากพืชสมุนไพรท้องถิ่นจนได้รับรางวัลจากทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์ไฮไลท์จาก 12 จังหวัดเมืองสมุนไพร พืชสมุนไพรที่ถูกพัฒนาเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและต่อยอดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอีกด้วย โดยมีการพัฒนาพืชสมุนไพรท้องถิ่นสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ต่อยอดและสร้างสรรค์จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์สุดมหัศจรรย์ ส่งเสริมเศรษฐกิจของจังหวัดอีกด้วย

อาทิ จ.เชียงราย ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเอนกประสงค์ น้ำพริกสมุนไพร อาหารเพื่อสุขภาพจากสับปะรดพันธุ์นางแล/ภูแล ผลไม้ขึ้นชื่อ รสชาติเอกลักษณ์ของจังหวัด จ.มหาสารคาม นำวัตถุดิบพื้นบ้านอย่าง มันแกว บรบือ สู่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรีเมี่ยม MKSERUM จากงานวิจัย ของ ผศ.ดร.เมธิน ผดุงกิจ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้สร้างมูลค่าเพิ่มของมันแกวบรบือ และพัฒนาจนได้ผลิตภัณฑ์สูตรเซรั่มมันแกว ที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนังได้มากขึ้น และปริมาณเม็ดสีเมลานินลดลง อย่างเห็นได้ชัด จ.อุทัยธานี นำแบรนด์ “พรหมมาสมุนไพร” สูตรสมุนไพรอายุกว่า 150 ปี ที่ผลิตสินค้าตามสูตรโบราณและพัฒนาสินค้าใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่รักสุขภาพ ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ Detox สารเคมีออกจากหนังศีรษะ ปรับสมดุล ปิดผมขาว ลดอาการคัน หลุดร่วง บำรุงรากผมให้แข็งแรง จ.สงขลา เครื่องแกงตายาย โอท็อป 5 ดาว เครื่องแกงผัดเผ็ด ที่สดสะอาด ปลอดภัย ถูกสุขอนามัยทุกขั้นตอนการผลิต ฯลฯ

ร่วมส่งเสริมผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยและร่วมกิจกรรมต่างๆ ได้ในงาน “หมอยา ท่าสุขสยาม” มหัศจรรย์สมุนไพรไทย สร้างภูมิคุ้มกัน ระหว่างวันนี้15 กรกฎาคม ศกนี้ ณ ลานเมือง 1-2 เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ชั้น G ดูรายละเอียดได้ที่ www.sooksiam.com หรือ  FB: sooksiam

เช็กสัญญาณ 4 อาการเสี่ยงเข้าข่าย ‘ต้อกระจก’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/627943

วันที่ 09 ก.ค. 2563 เวลา 07:00 น.เช็กสัญญาณ 4 อาการเสี่ยงเข้าข่าย 'ต้อกระจก'แพทย์ชี้ 4 สัญญาณเตือนเสี่ยงเป็น “โรคต้อกระจก” แนะตรวจสุขภาพตาปีละ1 ครั้ง รู้เท่าทันรีบป้องกันก่อนตาบอด

เราต่างทราบดีว่า ดวงตาและการมองเห็นมีความสำคัญกับชีวิต นอกจากการทำให้เราได้ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุขแล้ว ยังทำให้เราได้เห็นหน้าคนที่เรารัก ได้เห็นโลกกว้าง ได้อ่านหนังสือ ได้เดินทางท่องเที่ยวด้วยตนเองโดยไม่ต้องเป็นภาระกับใคร  หลายคนจึงกลัวที่จะสูญเสียการมองเห็น  หลายคนกลัวหากต้องอยู่ในโลกมืด ดังนั้น การดูแลสุขภาพดวงตาให้ดีอยู่เสมอจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ  เพราะดวงตาเป็นอวัยวะที่บอบบาง และหากสูญเสียมันไปแล้วไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้

โรคต้อกระจก เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้ตาบอด  โดยผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีภาวะเลนส์ตาขุ่น และจะมีอาการหลักคือตามัว มองเห็นภาพไม่ชัด สายตาเลือนราง ซึ่งลักษณะการมองเห็นภาพไม่ชัดนั้นมีหลายแบบ แต่ส่วนมากแล้วอาการต่างๆ จะค่อยเป็นค่อยไป ใช้เวลาเป็นเดือนหรืออาจเป็นปี เมื่อมีอาการมากขึ้นจะส่งผลทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

เรื่องนี้ แพทย์หญิงพรรักษ์ ศรีพล แพทย์เฉพาะทางจักษุ ด้านการผ่าตัดต้อกระจก ต้อหิน และจอประสาทตา โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ โรงพยาบาลในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ เผยข้อมูลที่น่าสนใจถึงวิธีสังเกตอาการและสัญญาณเตือนของโรคต้อกระจก รวมไปถึงแนวทางการรักษา ดังนี้

สาเหตุของการเกิดต้อกระจก

สาเหตุของการเกิดต้อกระจกมาจาก อายุที่มากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะเป็นต้อกระจกได้ง่าย รวมไปถึงผู้ที่ใช้ยาสเตียรอยด์ (Steroid) โดยกลุ่มที่มีโอกาสได้รับยา กลุ่มนี้ ได้แก่ ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้, โรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือโรคเอสแอลอี (SLE) นอกจากนี้ผู้ที่รับประทานยาต้ม ยาหม้อ ยาสมุนไพร ซึ่งอาจมีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์ การได้รับอุบัติเหตุทางตา และการได้รับแสงอัลตราไวโอเลต (UV) เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุของการเกิดต้อกระจกทั้งสิ้น

4 อาการเสี่ยงเข้าข่ายเป็นโรคต้อกระจก

  1. มองเห็นภาพไม่ชัด
  2. มองเห็นภาพซ้อน
  3. มองเห็นภาพมัวในที่ที่มีแสงจ้า  
  4. สายตาเปลี่ยนบ่อย ไปวัดแว่นทีไรไม่ชัดสักที  

เมื่อมีอาการดังกล่าวข้างต้น อย่านิ่งนอนใจควรรีบพบแพทย์ทันที  หรือแม้จะไม่มีสัญญาณเตือน แต่เราก็ควรที่จะตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อค้นหาภาวะผิดปกติ

ภาวะแทรกซ้อน อันตรายที่ต้องเฝ้าระวัง

ในผู้ป่วยที่เป็นต้อกระจกมานานจนสุกแล้ว อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน นั่นคือ ภาวะต้อหินจากต้อกระจกที่บวมเป่ง (Phacomorphic Glaucoma) เกิดจากเลนส์ตาสุกเต็มที่แล้วบวม จนปิดทางระบายน้ำในลูกตา ทำให้น้ำในลูกตาระบายไม่ได้ ทำให้ผู้ป่วยจะมีอาการปวดตาเฉียบพลัน ตาแดง เมื่อส่องไฟจะเห็นเลยว่า ตาดำจะขาวผิดปกติ หากปวดในกรณีนี้ไม่มียาที่สามารถระงับอาการปวดได้และถือว่าอันตรายมาก

ผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา วิธีรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

โรคต้อกระจก มีวิธีการรักษาเพียงวิธีเดียวคือ การผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการรักษามาตรฐานในปัจจุบันทั่วโลก และวิธีที่นิยมมากที่สุดคือ การทำเฟโกอีมัลซิฟิเคชั่น (Phacoemulcification) ด้วยการใช้เครื่องเสียงความถี่สูงเข้าไปสลายเลนส์ตาเก่าให้มีขนาดเล็กแล้วใส่เลนส์ตาใหม่เข้าไป ทำให้มีแผลผ่าตัดขนาดเล็กมากเพียง 3 มิลลิเมตร ส่วนใหญ่จึงไม่ต้องมีการเย็บปิดแผล นับเป็นวิธีที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย โดยใช้เวลาเฉลี่ยเพียง 10-30 นาทีเท่านั้น  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดและความยากของเคส

ปัจจุบันโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ มีการรักษาโรคต้อกระจกด้วยเครื่องมือทันสมัย โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งคนไข้ที่เข้ามารับการผ่าตัดโรคตาต้อกระจกกับทางโรงพยาบาล ไม่เพียงแต่จะได้การรักษาที่มีประสิทธิภาพ สามารถกลับมามองเห็นได้ชัดขึ้น แต่ยังได้มีส่วนร่วมในการทำบุญอย่างยิ่งใหญ่ ในโครงการปันโลกสดใส ภายใต้โครงการแพทย์ผู้ให้  ด้วยการเปิดโอกาสในการมองเห็นให้กับผู้ที่ขาดโอกาสเข้าถึงการรักษาดวงตาอีก 1 คน โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เปรียบเสมือนการผ่าตัด 1 ได้เห็น 2

ชีวิตใหม่หลังผ่าตัดต้อกระจก

หลังจากได้รับการผ่าตัดต้อกระจกแล้ว ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะรู้สึกเหมือนได้ชีวิตใหม่  เนื่องจากสามารถมองเห็นได้ชัดมากขึ้นกว่าเดิม  ซึ่งการผ่าตัดต้อกระจกไม่เพียงแต่ทำให้กลับมามองโลกสดใส แต่ยังเป็นการแก้ไขภาวะสายตาสั้น ยาว เอียง หรือสายตามองใกล้ที่ผิดปกติได้  รวมทั้งช่วยลดความดันตาในผู้ป่วยต้อหินอีกด้วย