สวยท้าแสงแดดและน้ำทะเล AB. Angelys Balek คอลเลกชั่น SPRING / SUMMER 2020 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สวยท้าแสงแดดและน้ำทะเล AB. Angelys Balek คอลเลกชั่น SPRING / SUMMER 2020

สวยท้าแสงแดดและน้ำทะเล AB. Angelys Balek คอลเลกชั่น SPRING / SUMMER 2020

12 มิถุนายน 2563 – 16:30 น.

สวยท้าแสงแดดและน้ำทะเล AB. Angelys Balek คอลเลกชั่น SPRING / SUMMER 2020

    
          เข้าสู่ฤดูร้อนทั้งที AB. Aagelys Balek (เอบี แอนเจลิส บาเลก) แบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทยที่ไปโด่งดังไกลถึงอเมริกาและยุโรป มีไอเทมแฟชั่นชุดว่ายน้ำมาให้สาวๆ ได้เลือกหลากหลายสไตล์ กับ คอลเลกชั่น สปริง/ซัมเมอร์ 2020 (SPRING / SUMMER 2020) ยังคงซิเนเจอร์ของแบรนด์ไว้ทั้งออกแบบที่มีแก่นกลางของงานศิลปะควบคู่กับไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงยุคใหม่ สะท้อนสู่ดีไซน์ที่โก้ หรู และเย้ายวน ด้วยเทคนิคการรูด หรือการเดรปตัวผ้าบนชุดว่ายน้ำ การบิดของแพทเทิน การเพิ่มวอมลุ่มของตัวแขนเสื้อ ชุดว่ายน้ำไหล่เฉียง ผสานกับลายปริ้นดอกไม้ซึ่ง แอนเจลิส บาเลก (Angelys Balek) ศิลปินและครีเอทีฟไดเรคเตอร์ของแบรนด์ได้ใช้เทคนิคด้านศิลปะ อย่าง การระบายสีน้ำและการปั้นดินน้ำมันนำมาครีเอทเป็นลายดอกไม้

สวยท้าแสงแดดและน้ำทะเล AB. Angelys Balek คอลเลกชั่น SPRING / SUMMER 2020

          แอนเจลิส บาเลก ไม่เคยหยุดก้าวไปข้างหน้าในฐานะดีไซเนอร์ที่พาแบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทยก้าวสู่เวทีระดับโลก เธอเฝ้ามองการเปลี่ยนผ่านสไตล์มาหลายคอลเลกชั่น ก่อนถึงฤดูร้อน – ฤดูใบไม้ผลิ 2020 นี้ แอนเจลิสเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า ความพิเศษของบีชแวร์ไม่ใช่เป็นเพียง “ชุดสวยริมหาด”  สำหรับทริปพักผ่อนที่สาวๆ เฝ้ารอ แต่คือ “ชุดที่ทำให้ผู้หญิงรู้สึกพิเศษยามสวมใส่ในทุกโอกาส”

          คอลเลกชั่น สปริง/ซัมเมอร์ 2020 บอกเล่าเรื่องราวของการเดินทางในวันพักร้อนของผู้หญิงที่มีความสุขและรักตัวเองจึงเริ่มต้นขึ้น ริเวียร่า อิตาลี ที่โด่งดังในฐานะเมืองท่าที่งดงาม แสงแดดที่ส่องกระทบทะเลเป็นประกายระยิบระยับ ฤดูกาลแห่งแสงแดดและความสุข เสียงเพลงที่ปลุกเร้าภาพจำแสนหวาน ที่ทำให้สาวๆ หัวใจพองโต เจือความสนุกสนานไปกับเฉดสีฟ้าและชมพูที่ไล่โทนตั้งแต่เข้มไปสว่าง ซึ่งเข้ากันได้ดีกับทุกสีผิว    
    

          พบกับ AB. Angelys Balek คอลเลกชั่น SPRING / SUMMER 2020 ได้ที่ http://www.angelysbalekshop.com/ และ Instagram: @angelysbalekth #AngelysBalek #ABworld #ABSpringSummer2020 

สวยท้าแสงแดดและน้ำทะเล AB. Angelys Balek คอลเลกชั่น SPRING / SUMMER 2020
สวยท้าแสงแดดและน้ำทะเล AB. Angelys Balek คอลเลกชั่น SPRING / SUMMER 2020
สวยท้าแสงแดดและน้ำทะเล AB. Angelys Balek คอลเลกชั่น SPRING / SUMMER 2020
สวยท้าแสงแดดและน้ำทะเล AB. Angelys Balek คอลเลกชั่น SPRING / SUMMER 2020
สวยท้าแสงแดดและน้ำทะเล AB. Angelys Balek คอลเลกชั่น SPRING / SUMMER 2020

ธารน้ำใจหลั่งไหลช่วย ‘ยายป้อมกระดูกเหล็ก’ ตร.มอบเงิน-รถเข็นคันใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ธารน้ำใจหลั่งไหลช่วย ‘ยายป้อมกระดูกเหล็ก’ ตร.มอบเงิน-รถเข็นคันใหม่

ธารน้ำใจหลั่งไหลช่วย 'ยายป้อมกระดูกเหล็ก' ตร.มอบเงิน-รถเข็นคันใหม่

12 มิถุนายน 2563 – 15:18 น.

ธารน้ำใจหลั่งไหลช่วย ‘ยายป้อมกระดูกเหล็ก’ ตร.มอบเงิน-รถเข็นคันใหม่ และมีผู้ใจบุญจ้าง 3,000บาท ให้อยู่บ้านเฉยๆ แต่ยายไม่รับจึงต้องช่วยอุดหนุนซื้อของยายแทน

12 มิ.ย. 63 หลังมีการเผยแพร่เรื่องราวความมีน้ำใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กงไกรลาศ และชาวบ้าน ต.บ้านกร่าง อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย ที่คอยช่วยเหลือนางป้อม  เกษประดิษฐ์ หรือ “ยายป้อมกระดูกเหล็ก” อายุ 86 ปี ยายนักสู้ที่ไม่ยอมงอมืองอเท้า ชอบนั่งกะละมังเก็บผักบุ้งในสระน้ำ และเดินเข็นรถเร่ขายผักสด กับข้าวแกงถุง ฯลฯ มายาวนานหลายสิบปี โดยมีตำรวจจราจรคอยโบกรถพาเดินข้ามถนนใหญ่ ทั้งขาไป-ขากลับ จนสร้างความประทับใจแก่คนทั้งประเทศแล้วนั้น

ล่าสุด “ยายป้อม” เจอกับผู้สื่อข่าวและบอกว่า มีธารน้ำใจจากคนไทยทั่วประเทศ ส่งเสื้อผ้า ข้าวสาร อาหารแห้ง นม น้ำมันพืช กาแฟ น้ำดื่ม ฯลฯ มาให้ที่บ้านจำนวนมาก จึงให้หลานชายแบ่งเอาของกินไปใส่ “ตู้ปันสุข” แบ่งปันผู้เดือดร้อนในช่วงโควิดด้วย ส่วนเทศบาลตำบลกงไกรลาศที่สร้างบ้านให้ยายอาศัยอยู่ และสำนักงานพัฒนาสังคมฯ จ.สุโขทัย ก็ได้นำสิ่งของจำเป็นพร้อมเงินสดจำนวนหนึ่งมามอบให้เช่นกัน

ขณะที่ตำรวจ สภ.กงไกรลาศ โดย พ.ต.อ.สรกฤษณ์  น่วมด้วง ผกก. ก็มอบเงินสดให้ 5,000 บาท พร้อมของกินของใช้จำเป็น รวมทั้ง พ.ต.ท.บำรุง  แช่มเทศ รอง ผกก.สืบสวน สภ.กงไกรลาศ ก็เป็นตัวแทนนักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นที่ 42 มอบรถเข็นคันใหม่ราคา 9,000 บาท พร้อมเงินสดอีก 5,000 บาท ซึ่งยายป้อมรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างมาก

เพื่อนบ้านยายป้อม บอกว่า ทั้งลูกหลาน ตำรวจ ชาวบ้าน คนในชุมชน ต่างก็ช่วยกันคอยดูแล ไม่มีใครทอดทิ้งยายป้อม แต่ด้วยเป็นคนขยัน อยู่เฉยไม่ได้ จึงยังชอบเร่ขายของทุกวัน “ขนาดมีคนใจบุญใน ต.บ้านกร่าง อ.กงไกรลาศ จ้างยายเดือนละ 3,000 บาท ให้อยู่บ้านเฉยๆ ยายป้อมยังไม่เอาเลย เขาจึงต้องช่วยอุดหนุนซื้อของแทน”

ภูเบศวร์  ฝ้ายเทศ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สุโขทัย

ที่พึ่งสุดท้าย ชาวบ้านสร้าง”ปลัดขิก” ขอฝนตามความเชื่อโบราณ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ที่พึ่งสุดท้าย ชาวบ้านสร้าง”ปลัดขิก” ขอฝนตามความเชื่อโบราณ

12 มิถุนายน 2563 – 15:13 น.

ที่พึ่งสุดท้าย ชาวบ้านสร้าง”ปลัดขิก” ขอฝนตามความเชื่อโบราณพบว่าเมื่อสร้างได้ประมาณ 1 อาทิตย์มีฝนตกในพื้นที่แต่ไม่มากนักทำให้น้ำตามแหล่งสาธารณะยังไม่เพียงพออาจจะสร้างปลัดขิกให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม

วันนี้ที่บริเวณบริเวณสามแยกในหมู่บ้านเขาดินเหนือหมู่ที่ 3 ตำบลเขาดิน อำเภอเก้าเลี้ยว จังหวัดนครสวรรค์ เป็นที่สนใจของประชาชนที่ผ่านไปมาพบ ปลัดขิกขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 120 เซนติเมตร บริเวณปลายทาสีแดงสดเป็นที่สะดุดตาของคนที่ผ่านไปมาทีมข่าวจึงสอบถามไปยังชาวบ้าน ต่อมาทราบว่าชาวบ้านได้รวมตัวสร้างปลัดขิกขอฝน ซึ่งเป็นความเชื่อที่มีมาตั้งแต่โบราณกาล หากปีไหนฝนแล้งขาดแคลนน้ำ ชาวบ้านก็จะรวมตัวกันรสร้างปลัดขิกอันใหญ่ ตั้งไว้กลางแจ้ง เพื่อให้เทวดาที่อยู่บนฟ้าได้รับรู้ เพื่อเป็นการส่งสัญญาณการขอฝนเป็นที่พึ่งสุดท้าย ตามความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ ให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล หลังเกิดภัยแล้งขาดแคลนน้ำมานาน

หลังจากเกิดภัยแล้งขยายวงกว้างทำให้แหล่งน้ำตาม คลอง บึง น้ำแห้งขอด ชาวบ้านต้องพึ่งไสยศาสตร์ตามความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ คือการสร้าง “ปลัดขิก” ขนาดใหญ่นำมาตั้งไว้กลางแจ้ง เพื่อให้เทวดาที่อยู่บนฟ้าได้รับรู้ถึงเรื่องราวของความแห้งแล้งของโลกมนุษย์ ซึ่งท่านเทวดาจะได้ปล่อยฝนให้โปรยปรายเทกระหน่ำลงมา ซึ่งเป็นไปตามความเชื่อที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ

จากการสอบถามชาวบ้านถึงผลที่ได้รับ พบว่าเมื่อสร้างได้ประมาณ 1 อาทิตย์มีฝนตกในพื้นที่แต่ไม่มากนักทำให้น้ำตามแหล่งสาธารณะยังไม่เพียงพออาจจะสร้างปลัดขิกให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม แต่ต้องรอโอกาสว่าจะมีวัตถุที่จะทำให้ขนาดใหญ่ขึ้นหรือไม่เพราะการทำดังกล่าวเป็นเพียงความเชื่อตามโบราณทำแล้วเพื่อความสบายใจเท่านั้นถือว่าเป็นพระเพณีท้องถิ่นที่ทำตามความเชื่อสมัยโบราณที่ทำแล้วเกิดความสบายใจ

รณกฤต วรรันวรกุล ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครสวรรค์

ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ชาวบ้านแห่จับแมงอีนูน เมนูยอดฮิต สร้างรายได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ชาวบ้านแห่จับแมงอีนูน เมนูยอดฮิต สร้างรายได้

ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ชาวบ้านแห่จับแมงอีนูน เมนูยอดฮิต สร้างรายได้

12 มิถุนายน 2563 – 13:05 น.

ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ชาวบ้านแห่จับแมงอีนูน เมนูยอดฮิต สร้างรายได้ ในช่วงฝ่าวิกฤตโควิด-19

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณวัดเกาะแก้วทรายทอง หมู่ที่ 6 ตำบลท่าขุนราม จังหวัดกำแพงเพชร ชาวบ้านในพื้นที่บ้านใหม่สุวรรณภูมิ ตำบลท่าขุนราม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ใช้เวลาว่างในยามค่ำคืนของแต่ละวันออกจันแมงอีนูนขาย ซึ่งแมงอีนูนนั้น เป็นแมลงปีกแข็งชนิดหนึ่ง หาได้ตามต้นไม้ใหญ่ตามท้องนา ตามสวนรอบ ๆ หมู่บ้าน ในช่วงกลางคืนของแต่ละวันเพื่อนำมาประกอบอาหารรับประทาน และจะขายกันในท้องตลาด 100 ตัว ราคา 300 บาท ทำให้ขายดีเป็นที่ต้องการของนักบริโภคแมลงเป็นอย่างมาก ในช่วงนี้แต่ละครัวเรือนจะออกจับแมงอีนูนได้วันละ 3-4 กิโลกรัม สามารถสร้างรายได้เสริมในช่วงวิกฤตโควิด-19 ให้กับชาวบ้านได้เป็นอย่างดี

นายบุญส่ง จูด้วง อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 248 หมู่ 5 ตำบลท่าขุนราม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ได้ให้ข้อมูลกับทีมข่าวว่า ในช่วงปลายฤดูแล้งจะเข้าสู่ฤดูฝนต้นไม้จะผลัดใบทำให้เป็นที่ต้องการของแมลงต่าง ๆ ที่ชอบกินใบอ่อนของต้นไม้ โดยเฉพาะแมงอีนูน เป็นแมลงปีกแข็งชนิดหนึ่งที่ชอบกินใบอ่อนของต้นไม้และเป็นแมลงที่ชาวบ้านชอบบริโภคและมีราคาสูง ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ บ้านใหม่สุวรรณภูมิ และตำบลใกล้เคียง ใช้เวลายามว่างช่วงค่ำคืนก็จะพาครอบครัวและญาติ ออกหาจับแมงอีนูนกันเป็นจำนวนมาก

นายสิทธิชัย เงินต๊ะ อยู่บ้านเลขที่ 56 หมู่ที่ 6 บ้านใหม่สุวรรณภูมิ ตำบลท่าขุนราม จังหวัดกำแพงเพชร เล่าให้ทีมข่าวฟังอีกว่า วิธีการจับแมงอีนูนนั้น ส่วนมากจะใช้ตาข่ายดักจับ เพราะจะทำให้จับแมงอีนูนได้มากขึ้น และอีกวิธีก็จะเดินส่งไฟฉายตามพุ่มไม้ หรือยอดไม้ ป่าพง เพราะแมงอีนูนจะขึ้นมาหาคู่เพื่อผสมพันธุ์กันในช่วงนี้ สำหรับแมงอีนูนสามารถจะนำไปปรุงเป็นอาหาร เช่นทองคั่ว แกงใส่หน่อไม้ ซึ่งแมงอีนูนจะมีให้หาได้ในช่วงที่มีฝนตกลงมาในช่วงแรกของทุกปีทำให้แมงอีนูนที่อยู่ใต้ดินออกมาหากินและจับคู่เป็นจำนวนมาก สำหรับแมงอีนูนที่ออกใหม่ ๆ ในช่วงนี้จะมีรสชาติหอมมันอร่อยซึ่งหากินยาก หนึ่งปีจะมีหนึ่งครั้ง

วิทยา จตุรภาค ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดกำแพงเพชร

ตามถึงบ้าน หนุ่มบิ๊กไบค์ยกล้อที่เขาค้อ สุดท้ายอ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ตามถึงบ้าน หนุ่มบิ๊กไบค์ยกล้อที่เขาค้อ สุดท้ายอ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ตามถึงบ้าน หนุ่มบิ๊กไบค์ยกล้อที่เขาค้อ สุดท้ายอ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์

12 มิถุนายน 2563 – 13:04 น.

เพชรบูรณ์ – ตามถึงบ้าน หนุ่มบิ๊กไบค์ยกล้อที่เขาค้อ สุดท้ายอ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ มาดำเนินการเปรียบเทียบปรับ ที่ สภ.หล่มสัก พร้อมขอโทษผ่านในเฟซบุ๊กส่วนตัว

วันที่ 11 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีเพจ “เฮีย”ได้โพสต์คลิปวีดีโอผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ยกล้อแบบหวาดเสียวพร้อมข้อความว่า “เขาค้อเซอร์กิต” เพราะมีบรรดากลุ่มบิ๊กไบค์ยกล้อเป็นกลุ่มแก๊งจำนวนมาก  โดยมีผู้โพสต์เฟซบุ๊กชื่อเฮียระบุว่า “ไม่ถอดล้อหน้าออกหล่ะไอ้ควาย หมีขอปรบมือให้เกรียวกราวเลยมึง#เท่ในกะลา”    จากนั้นได้มีการแชร์และโพสต์ไปเป็นจำนวนมาก พร้อมกันนี้ได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในเชิงตำหนิ และไม่เหมาะสม เกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุ

ต่อมา พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน ผบก.ภจว.พช. ได้สั่งการให้ตั้งด่านกวดขันในพื้นที่อำเภอหล่มสักและอำเภอเขาค้อ เพื่อป้องกันการไม่ให้มีการกระทำดังกล่าวอีก พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้มีการสืบสวนหาผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์และยกล้อในวันดังกล่าวด้วย กระทั่งทราบว่า ชายคนดังกล่าวคือ นายต้น(นามสมมุติ) อายุ 25 ปี อาชีพค้าขาย อยู่ถ.นนทบุรี ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงได้ทำการติดตามตัวมาสอบสวนที่ สภ.หล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์

โดย นายจตุรนต์ เลิศมุธากร ให้การว่าเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา ตนได้ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อบีเอ็มดับบลิว รุ่น เอส1,000 อาร์อาร์สีขาว/น้ำเงิน/แดง มากับเพื่อนอีก 1 คัน เพื่อมาเที่ยวที่อำเภอเขาค้อ และเมื่อมาถึงจุดดังกล่าวได้ขับยกล้อโดยให้เพื่อนเป็นผู้ถ่ายให้ จากนั้นนำไปโพสต์ในเฟสบุค กระทั่งมาคนเอาไปแชร์ต่อจนเกิดกระแสดังกล่าว

และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบจนทราบว่า นายต้น(นามสมมุติ)พักอยู่ที่ไหน ก่อนติดตามนำตัวมาดำเนินคดี ที่ สภ.หล่มสัก เพื่อเป็นการป้องปรามไม่ให้กลุ่มบิ๊กไบค์มาสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน  ซึ่งหลังชำระค่าปรับนายต้น(นามสมมุติ)เล่าว่า วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มากับเพื่อนรวม 2 คัน ขณะที่ยกล้อนั้นได้ให้เพื่อนถ่ายคลิปไปลงในเฟซบุ๊กกลุ่มก่อนเดินทางไปพักที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งที่อำเภอเขาค้อ  

ด้าน พ.ต.อ.วชิระ โลหะเวช ผกก.สภ.หล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์กล่าวว่า หลังจากมีการเผยแพร่คลิปดังกล่าว พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน ผบก.ภจว.พช. ได้สั่งการให้ติดตามตัวผู้ขับขี่มาดำเนินคดีให้ได้ จนกระทั่งทราบว่าผู้ขับขี่คือ นายต้น(นามสมมุติ)อายุ 25 ปี อาชีพค้าขาย   ถ.นนทบุรี ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงได้นำตัวมาสอบสวนที่ สภ.หล่มสัก ซึ่ง นายจตุรนต์ ให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลในคลิปจริงจึงได้ตั้งข้อหาขับขี่รถจักรยานยนต์โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์สิน โดยได้ปรับเป็นจำนวนเงิน 1,000 บาท    พร้อมกันนี้ยังได้ให้ลงประกาศข้อความขอโทษลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดย นายต้น(นามสมมุติ)ได้ไปโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า “วันนี้ผมมารับทราบข้อกล่าวหา ขอโทษสำหรับการกระทำที่คึกคะนองรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขอโทษพี่ๆน้องๆทุกๆฝ่ายสำหรับการกระทำของผมที่ทำให้เกิดความไม่สะดวกในการเดินทางมาเที่ยวเขาค้อด้วยครับ”   

ชัยวัฒน์ ปานนิล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

กินอาหารญี่ปุ่น MICHELIN Plate ที่บ้าน ส่งตรงจากห้องอาหาร Yamazato #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/626151

วันที่ 16 มิ.ย. 2563 เวลา 18:10 น.กินอาหารญี่ปุ่น MICHELIN Plate ที่บ้าน ส่งตรงจากห้องอาหาร Yamazatoห้องอาหาร Yamazato โรงแรมดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ พร้อมส่งตรงอาหารญี่ปุ่นที่ได้รับ MICHELIN Plate จากมิชลิน ไกด์ ประเทศไทย ให้ไปอร่อยง่ายๆ ได้ที่บ้าน

เอาใจคนรักอาหารญี่ปุ่นรสต้นตำรับ กับฝีมือการรังสรรค์อาหารชั้นยอด โดยเชฟชิเงรุ ฮางิวาระ (Shigeru Hagiwara) หัวหน้าพ่อครัว (Master Chef) ประจำห้องอาหารยามาซาโตะ (Yamazato) โรงแรมดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) ที่พร้อมปรับกลยุทธ์ใหม่เอาใจคนติดบ้าน ด้วยบริการสั่งอาหารรสชาติอร่อยระดับโรงแรมจากห้องอาหารญี่ปุ่นที่ได้รับ ‘มิชลิน เพลท’ (MICHELIN Plate) จาก ‘มิชลิน ไกด์’ ประเทศไทย ให้เสิร์ฟตรงถึงโต๊ะอาหารที่บ้าน

สำหรับเมนูอาหารสั่งกลับบ้านประกอบด้วยอาหารหลากหลายชนิดจัดแบ่งตามหมวดหมู่ ได้แก่ สลัดแบบญี่ปุ่น ข้าวห่อสาหร่าย อาหารประเภทย่าง อาหารประเภททอด อาหารประเภทข้าว อาหารย่างบนเตาร้อนแบบเทปปันยากิ เบนโตะ (Bento) และดงบุริ (Donburi) ซึ่งเชฟฮางิวาระได้คัดเลือกแต่อาหารญี่ปุ่นจานเด่นที่ทุกคนชื่นชอบ และยังคงรสชาติอร่อยถูกปากเมื่อนำกลับไปรับประทานที่บ้านมาให้บริการในครั้งนี้

เริ่มที่ Unagikabayaki (1,000 บาท) ปลาไหลย่างราดด้วยซอสสูตรพิเศษรสชาติกลมกล่อม เสิร์ฟพร้อมข้าว สลัดผัก ไข่หวานญี่ปุ่น ผักดองแบบญี่ปุ่น และซุปผักรวม หรือจะลองเป็น Kaki Fry (400 บาท) คาคิฟราย หรือหอยนางรมชุบเกล็ดขนมปังทอด คัดสรรแต่หอยนางรมสดๆ ตัวโตมาชุบแป้งและเกล็ดขนมปังทอดจนกรอบนอกนุ่มในเป็นเอกลักษณ์ ต่อด้วย Zuwai Kani Salad (600 บาท) สลัดผักสด ทานคู่เนื้อปูหิมะรสชาติหอมหวาน มอบรสสัมผัสนิ่มนวล เพิ่มความโดดเด่นให้กับจานนี้ได้เป็นอย่างดี

นอกจากนั้น ยังมี Ebiten Maki Roll ข้าวห่อสาหร่ายไส้กุ้งเทมปุระ (400 บาท) ปลาหิมะย่างซอสเทอริยากิ (Ginmutsu Teriyaki) เนื้อปลาหิมะหนานุ่มย่างด้วยซอสเทอริยากิสูตรพิเศษรสชาติอร่อยกลมกล่อม ส่วนอาหารจานพิเศษที่พลาดไม่ได้คือ สเต๊กเนื้อซัทซึมะ (Satsuma) ที่เชฟเลือกใช้เนื้อวากิวชั้นดีคัดพิเศษจากจังหวัดคาโงะชิมะ มาย่างให้สุกตามที่ต้องการบนเตาร้อนแบบเทปปันยากิ

เมนูเบนโตะและดงบุริก็น่ารับประทานไม่น้อยหน้า อาทิ Yamazato bento (600 บาท) อาหารชุดสุดคุ้มค่าและเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ประกอบด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยแบบญี่ปุ่น ไข่ม้วนญี่ปุ่น กุ้งเทมปุระ ถั่วแระญี่ปุ่น ลูกชิ้นปลาญี่ปุ่น ไก่ทอดแบบญี่ปุ่น มันญี่ปุ่น ปลาซัมมะตุ๋น สลัดมันฝรั่ง ผักตุ๋นแบบญี่ปุ่น ข้าวโรยหน้าด้วยผงปรุงรสแบบญี่ปุ่น ผักดอง และซุปมิโซะ ด้านเมนูดงบุริแนะนำ ข้าวหน้าปลาแซลมอนและไข่ปลาแซลมอน (700 บาท) ข้าวหน้าปลาไหลย่าง (650 บาท) และข้าวหน้าหมูทอดทงคัตสึ (450 บาท)

เมนูอาหารสั่งกลับบ้านราคาเริ่มต้นที่ 300 บาท และรับส่วนลดพิเศษ 30% ทันทีเมื่อทำการสั่งอาหารโดยตรงกับทางโรงแรม (ยกเว้นเมนูเบนโตะและดงบุริ) โดยสามารถสั่งอาหารได้ทุกวันระหว่างเวลา 11.00-20.30 น. ที่ห้องอาหารยามาซาโตะ โทร. 02-687-9000 อีเมล yamazato@okurabangkok.com หรือส่งข้อความเข้ามาที่เพจ The Okura Prestige Bangkok และรับอาหารได้ที่ร้านขนม ลา พาทิซเซอรี่ ชั้น 1 ของโรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ทั้งนี้ มีบริการผ่าน Line Man / Grab โดยค่าบริการจัดส่งจะถูกเรียกเก็บปลาย

พร้อม(ให้)พัก ‘เซ็นทารา’ ปรับโฉมเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/626109

วันที่ 16 มิ.ย. 2563 เวลา 13:22 น.พร้อม(ให้)พัก 'เซ็นทารา' ปรับโฉมเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยว‘เซ็นทารา’ ปรับปรุงภูมิทัศน์ทำความสะอาดโรงแรมครั้งใหญ่ เตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยว

เริ่มเปิดฤดูกาลการท่องเที่ยวอีกครั้ง โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย จึงถือโอกาสปรับปรุงภูมิทัศน์ ทำความสะอาดฆ่าเชื้อ และเพิ่มความสวยงามให้โรงแรมและรีสอร์ทในช่วงหยุดให้บริการชั่วคราวจากวิกฤตโควิด-19 พร้อมกลับมาอีกครั้ง ด้วยโปรแกรม เซ็นทารา คอมพลีท แคร์ (Centara Complete Care) มาตรฐานการบริการด้านความปลอดภัยเพื่อสุขภาพที่ครอบคลุมทั้งการเว้นระยะห่าง สุขอนามัย และการทำความสะอาดฆ่าเชื้อครอบคลุมทุกตารางนิ้ว เพื่อเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวสู่ครอบครัวเซ็นทาราอีกครั้ง 

เซ็นทาราได้ใช้ช่วงเวลาที่ปิดให้บริการชั่วคราวปรับปรุง ทำความสะอาดโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราครั้งใหญ่หลายแห่งในไทย ทั้งโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา เซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท ภูเก็ต และโรงแรมโคซี่ พัทยา วงศ์อมาตย์ บีช เพื่อมอบประสบการณ์และความประทับใจเสมือนครอบครัวอีกครั้งเมื่อลูกค้ากลับมาพักที่เซ็นทารา

โครงการปรับโฉมห้องพักสุดหรูที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ คืบหน้าแล้วเสร็จไปจำนวนหลายชั้น โดยตั้งแต่เมื่อช่วงเดือนกันยายนปีที่แล้ว เซ็นทาราได้ทุ่มงบ 650 ล้านบาท ปรับโฉมห้องพักและห้องสวีทของโรงแรม 5 ดาว ใจกลางกรุง โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ใหม่ทั้งหมดรวมจำนวนทั้งสิ้น 505 ห้อง ให้มีรูปแบบและดีไซน์โฉมใหม่ทั้งหมด โดยได้จับมือกับบริษัท P49 ดีไซน์ แอนด์ แอสโซซิเอทส์ จำกัด ที่มีชื่อเสียงด้านการออกแบบตกแต่งภายในสำหรับโรงแรมระดับชั้นนำ ที่พักอาศัยและลูกค้ารายย่อยทั่วโลก งานดีไซน์ครั้งนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากลายเส้นและลวดลายของช่างฝีมือไทย มาผสมผสานสร้างความงามแบบไทยตามต้นกำเนิดของเซ็นทารา แต่งเติมความร่วมสมัยเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับโรงแรมที่มีที่ตั้งใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทยและถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ชั้นนำของโลกก็ว่าได้ อีกทั้งยังได้นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้เพื่อความสะดวกสบายที่มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าที่มีหลากหลายในปัจจุบัน

เซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา ได้ปรับปรุงและทาสีห้องพัก ห้องสวีท และแฟมิลี่เรสซิเดนซ์ ทั้ง 555 ห้องของรีสอร์ทที่หันหน้าสู่ชายหาดส่วนตัวให้สวยงามและเต็มไปด้วยชีวิตชีวายิ่งขึ้น รวมถึงปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับครอบครัวภายในรีสอร์ทให้ทันสมัยและถูกสุขอนามัย เพื่อยกระดับประสบการณ์การเข้าพักอย่างน่าประทับใจและปลอดภัยสูงสุดสำหรับลูกค้าทุกวัยของเซ็นทารา 

เซ็นทารายังได้ปรับปรุงสระว่ายน้ำหลักของ เซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท ภูเก็ต พร้อมทั้งเพิ่มมาตรการด้านสุขอนามัยเพื่อการใช้สระอย่างปลอดภัย และมอบประสบการณ์วันหยุดที่น่าจดจำสำหรับทุกครอบครัวและคู่รัก ให้ได้เพลิดเพลินและผ่อนคลายไปกับสิ่งอำนวยความสะดวกภายในรีสอร์ทอย่างเต็มที่

นอกจากนั้น ห้องพักและพื้นที่สาธารณะที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างที่ โรงแรมโคซี่ พัทยา วงศ์อมาตย์ บีช ได้แล้วเสร็จไปเป็นจำนวนมากเพื่อเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยทางโรงแรมฯ ยังได้เปลี่ยนชื่อไลฟ์สไตล์ คาเฟ่ที่โรงแรมเป็น “คาเฟ่ 247” เพื่อสื่อถึงคาเฟ่ที่ออกแบบมาเพื่อเอาใจคนรุ่นใหม่ เป็นแหล่งสังสรรค์ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง สามารถนั่งเล่น นั่งทำงาน ดูหนัง พูดคุยกับกลุ่มเพื่อน และสามารถใช้เครดิต เงินสดที่คาเฟ่แห่งนี้ ซึ่งให้บริการทั้งอาหารไทยและยุโรปแบบสะดวกพร้อมทาน รวมถึงกาแฟและเครื่องดื่มต่างๆ ตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ เซ็นทาราได้เปิดตัว เซ็นทารา คอมพลีท แคร์ (Centara Complete Care) โปรแกรมการบริการด้านสุขอนามัยที่เหนือกว่าให้สอดรับกับวิถีชีวิตแบบใหม่ที่เซ็นทาราทำงานร่วมกับอีโคแล็บ (Ecolab) บริษัทชั้นนำระดับโลกด้านเทคโนโลยีเกี่ยวกับความสะอาดและสุขอนามัย รวมถึงการรับรองจากบริษัทเอสจีเอส (SGS) ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบคุณภาพและปลอดภัยระดับนานาชาติจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและกำกับการดำเนินงานในโรงแรมทุกแห่งในเครือให้ถูกต้องตามหลักปฏิบัติ 12 ข้อ ครอบคลุมทั้งด้านการเว้นระยะห่าง สุขอนามัย และการทำความสะอาดฆ่าเชื้อ ตลอดจนการอบรมพนักงาน การตรวจสอบคุณภาพ และการประเมินผลอย่างเข้มงวด เพื่อมอบความปลอดภัยด้านสุขภาพอย่างสูงสุดให้แก่ผู้เข้าพักที่โรงแรมทุกคน

อ่านรายละเอียด โปรแกรมเซ็นทารา คอมพลีท แคร์ (Centara Complete Care) เพิ่มเติมได้ที่ https://www.centarahotelsresorts.com/th/centara-complete-care/

5 ลุคสุดเลิฟของ ‘ญาญ่า’ จาก UNIQLO x Marimekko #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626105

วันที่ 16 มิ.ย. 2563 เวลา 12:48 น.5 ลุคสุดเลิฟของ ‘ญาญ่า’ จาก UNIQLO x Marimekko5 ลุค 5 สไตล์ by ญาญ่า กับคอลเลคชั่นใหม่ลิมิเต็ดเอดิชัน จาก UNIQLO x Marimekko ที่ไม่ว่าใครๆ ก็อัพลุคมิกซ์แอนด์แมทช์แต่งตามได้

หลังจากที่ UNIQLO (ยูนิโคล่) แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลกจากญี่ปุ่น จัดไลฟ์สดครั้งแรกก็ได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟนๆ เพราะ ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ พาชมคอลเลคชั่น UNIQLO x Marimekko ลิมิเต็ดเอดิชัน ที่ได้ทั้งความสดใสของญาญ่า เข้ากับความสนุกของสีสันและลายพิมพ์อันเป็นเอกลักษณ์จากคอลเลคชั่นนี้ ทางยูนิโคล่เลยขอเผย 5 ลุคสุดเลิฟของญาญ่าจากคอลเลคชั่นนี้ให้เราได้ลองไปจับคู่มิกซ์แอนด์แมทช์แต่งตามกันได้เลย

ลุคที่ 1: เดรสยาวคอวีผ้าลินินผสม ใส่คู่กับหมวกสานจากลายหิน (Kivet) อันเป็นเอกลักษณ์

ลุคแรกที่สดใสโดนใจสาวญาญ่าสุดๆ ก็คือเดรสยาวคอวีผ้าลินินผสม และหมวกสาน โดยลายสีชมพูที่แมทช์กันของเดรสและหมวกนี้คือลาย Kivet ซึ่งเป็นภาษาฟินแลนด์ที่แปลว่าหิน ตัวเดรสมาในทรงหลวม (oversize) นำมาจับคู่กันกับหมวกสานลายเดียวกันที่มีคุณสมบัติพิเศษป้องกันรังสียูวีได้ เสริมลุคนี้ให้สนุกสนานมากยิ่งขึ้น เหมาะกับการใส่ในวันสบายๆ

ลุคที่ 2: เสื้อยืดทรงบ็อกซี และกางเกงทรงครอปขาบานผ้าคอตตอนลินินลาย Laine

ลุคนี้ดูเรียบและลงตัวด้วยสีสุดคลาสสิกอย่างขาว ดำ พร้อมเสริมความเก๋ด้วยลวดลายกราฟิกรูปคลื่น (Laine) ซึ่งเสื้อยืดทรง บ็อกซี ที่ทำจากคอตตอน 100% เข้ากันได้ดีกับกางเกงทรงครอปขาบาน ผ้าลินินคอตตอน ลุคนี้จะเป็นลุคกึ่งทางการ สาวๆ สามารถแต่งตัว เพิ่มความเป็นแฟชั่นเข้ามาได้ด้วยการหารองเท้าจะสีเรียบหรือลายที่แมทช์กับเสื้อมาจับคู่ก็สามารถสร้าง โททอลลุคได้

ลุคที่ 3: เสื้อยืดทรงบ็อกซี และกางเกงขาสั้นผ้าคอตตอนป๊อปปลิ้นลาย Tori

ลุคนี้ยังคงอยู่ที่เสื้อยืดทรงบ็อกซีสุดฮิป แต่จับมาแมตช์กับกางเกงขาสั้นผ้าคอตตอนป๊อปปลิ้นใส่สบาย พร้อมลวดลาย Tori หรือ ตลาดผลไม้ ที่รวบรวมสีสันคัลเลอร์ฟูลของธรรมชาติมาไว้แบบจัดเต็ม ลุคนี้ญาญ่าปลื้ม เพราะหลายคนอาจคาดไม่ถึงว่าสามารถนำชุดที่มีลายโดดเด่นมาใส่พร้อมกันได้ แต่จริงๆ แล้วพอมาใส่รวมกันแล้วและเลือกเฉดสีให้ดี ก็ช่วยเสริมให้ดูดีมีชีวิตชีวาเป็นอย่างมาก สะท้อนตัวตนของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี

ลุคที่ 4: เชิ้ตปกสกิปเปอร์ผ้าลินินผสม กางเกงทรงครอปขาบานลาย Laine และรองเท้าพื้นสานลายทาง

ส่วนลุคนี้ขอเปลี่ยนจากเสื้อยืดมาเป็นเสื้อเชิ้ต โดยได้จับคู่สีส้มสดใสเข้ากับสีฟ้าสบายตาลงบนเสื้อเชิ้ตปกสกิปเปอร์ผ้าลินินผสมลายคลื่น ที่ดูลงตัวกับกางเกงทรงครอปขาบานผ้าคอตตอนลินินสีฟ้าที่มีผ้าลายคลื่นแซมไว้ตรงขอบเอว อีกไอเทมที่มาช่วยเสริมลุคนี้ให้สดใสยิ่งขึ้นก็คือรองเท้าพื้นสานสไตล์ธรรมชาติที่มาในคู่สีเดียวกับเสื้อและกางเกงด้วยสีฟ้าสลับส้มแมทช์กัน แถมยังใส่สบายเพราะมีแผ่นรองรับแรงกระแทก

ลุคที่ 5: เดรสทรงเอ และเสื้อฮู้ดพาร์กาพับเก็บได้แบบยาว

ไอเทมสุดเลิฟของหลายคนจากคอลเลคชั่น UNIQLO x Marimekko คงหนีไม่พ้นเดรสทรงเอ ซึ่งใส่แล้วดูดีเหมาะกับรูปร่างที่หลากหลาย แถมยังสวมใส่ได้ง่าย สัมผัสสบายจากผ้าคอตตอนผสมป๊อปปลิ้นที่คงรูปได้ดี โดยสาวญาญ่าปลื้มเดรสทรงเอมาก เพราะนอกจากจะใส่เดี่ยวๆ ก็ดูดีในสไตล์สาวหวานแล้ว ยังสามารถแมทช์ได้กับหลายชุด ปรับลุคได้หลายสไตล์ เช่น จับเดรสทรงเอมาแมทช์กับเสื้อฮู้ดพาร์กาแบบยาวสีเขียว ก็ให้ลุคโฉบเฉี่ยวขึ้น พร้อมลุย แถมยังสามารถพับเก็บได้อีกด้วย

ทั้งหมดนี้ก็คือ 5 ลุคสุดเลิฟของญาญ่า จาก UNIQLO x Marimekko ลิมิเต็ดเอดิชัน คอลเลคชั่นล่าสุดในปีนี้ ถ้าใครอยากลองแต่งตาม หรือมิกซ์แอนด์แมทช์ตามสไตล์ของตัวเอง ก็สามารถเลือกชมและช้อปได้แล้ววันนี้ที่ร้านยูนิโคล่ทุกสาขาและออนไลน์สโตร์ Uniqlo.com ซึ่งหากใครพลาดชมไลฟ์สดที่ญาญ่ามาอวดลุคสุดเลิฟก็สามารถไปชมย้อนหลังได้ในเฟซบุ๊กของยูนิโคล่ที่ LIVE-UNIQLO X Marimekko

ส่องลิมิเต็ดเอดิชั่นสุดพิเศษ VERSACE X PRIDE 2020 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626039

วันที่ 15 มิ.ย. 2563 เวลา 14:30 น.ส่องลิมิเต็ดเอดิชั่นสุดพิเศษ VERSACE X PRIDE 2020VERSACE X PRIDE 2020 คอลเลคชั่นแห่งความภาคภูมิใจ ร่วมสนับสนุนชาว LGBTQ+ สังคมแห่งความหลากหลาย มุ่งสร้างความเท่าเทียมในโลกปัจจุบัน

Versace ร่วมเฉลิมฉลองให้กับ Pride Month พร้อมสนับสนุนชาว LGBTQ+ ผ่านคอลเลคชั่นลิมิเต็ดเอดิชั่นสุดพิเศษ ‘Pride 2020 Capsule Collection’ โดยเสื้อผ้าในคอลเลคชั่นนี้ออกแบบมาให้สวมใส่สบายในช่วงอากาศร้อน ตามสไตล์แอคทีฟแวร์ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อกล้าม เสื้อครอปตัวสั้น ชุดวันพีซ รวมถึงไลน์ชุดชั้นใน ที่สร้างความโดดเด่น ด้วยการนำสีสันอันเป็นเอกลักษณ์ LGBTQ+ มาผสมผสานในคอลเลคชั่นนี้

นับเป็นโอกาสครบรอบ 1 ปีที่ ดอนนาเทลล่า เวอร์ซาเช่ (Donatella Versace) ดำรงตำแหน่งในฐานะ Stonewall Ambassador ในประเทศสหรัฐอเมริกา เธอจึงนำส่วนแบ่งรายได้จากคอลเลคชั่นสุดพิเศษนี้ ไปสนับสนุนองค์กร Pride Live ซึ่งเคยร่วมทำงานตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และได้นำเงินไปสนับสนุนกิจกรรมร่วมระดมทุนสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถาการณ์ Covid-19 อีกทั้งรายได้จากคอลเลคชั่นในปีนี้จะช่วยสนับสนุนผลงาน การกุศลต่างๆ อาทิ Trans LifeLine, Trans Latin@ Coalition, Brave Space Alliance และ The Ally Coalition อีกทั้งยังช่วยพัฒนาช่องทางการรับบริจาคขององค์กรเพื่อที่จะรับการสนับสนุนทางด้านระดมทุนได้ดียิ่งขึ้น

Versace ยังนำรายได้อีกส่วนหนึ่งสนับสนุนองค์กร Arcigay ในฝั่งทวีปยุโรป โดยองค์กรนี้ก่อตั้งในปี 1985 ที่ประเทศอิตาลี องค์กรดังกล่าวก่อตั้งขึ้นเพื่อต่อต้านการใช้ความรุนแรง การแบ่งแยก รวมถึงการละเมิดสิทธิพลเมืองต่อชาว LGBTQ+ ผ่านการจัดตั้งแคมเปญสนับสนุน รวมถึงโครงการซัพพอร์ทในด้านต่างๆ ทั้งนี้เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง ในด้านกฎหมาย ด้านการเมืองการปกครอง และด้านวัฒนธรรมให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น

คอลเลคชั่นนี้วางจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลกในเดือนมิถุนายน ที่ Versace ทั้งในสโตร์ และบนเว็บไซต์ versace

Low Carbon Lifestyle ท่องเที่ยวแนวใหม่แบบไร้คาร์บอน รักษ์สิ่งแวดล้อม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/626033

วันที่ 15 มิ.ย. 2563 เวลา 13:25 น.Low Carbon Lifestyle ท่องเที่ยวแนวใหม่แบบไร้คาร์บอน รักษ์สิ่งแวดล้อมททท.ฟื้นฟูธรรมชาติแก้ปัญหาหมอกควัน PM2.5 ชวนปลูกป่า ‘ห้วยฮ่องไคร้’ จ.เชียงใหม่ รณรงค์เที่ยวแบบไร้คาร์บอน รักษาสิ่งแวดล้อม ผ่านเทศกาลสภาพภูมิอากาศ “Climate Festival”

ภาคเหนือของประเทศไทย คือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้คนและนักเดินทางจากทั่วโลกอยากมาปักหมุดมากที่สุด ด้วยสภาพภูมิประเทศ สภาพอากาศ ความเป็นธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ ตลอดจนวิถีชีวิตของผู้คนที่แฝงด้วยเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทว่า บางครั้งพื้นที่ภาคเหนือก็ยังคงประสบกับภาวะที่เป็นอุปสรรคต่อการท่องเที่ยวอยู่บ้าง

นายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เผยว่า ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ด้วยสถานการณ์โรคโควิด-19 ปัญหาไฟป่า และ PM2.5 ส่งผลให้จังหวัดเชียงใหม่ได้รับผลกระทบอย่างมากทั้งในด้านการท่องเที่ยว รายได้ครัวเรือน และปัญหาสุขภาพ โดยปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่ทางจังหวัดเชียงใหม่ ได้มียุทธศาสตร์ในการจัดการมาโดยตลอด และถือเป็นสิ่งสําคัญที่มุ่งเป้าในการแก้ไขปัญหาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาไฟป่า ปัญหาหมอกควันฝุ่นละออง PM 2.5 มีการสร้างการตระหนักรู้และสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนถึงความสําคัญของการอนุรักษ์พื้นที่ป่า โครงการเทศกาลสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Festival ในครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมที่จะช่วยส่งเสริมและสร้างจิตสํานึกในการดูแลธรรมชาติ พื้นที่ป่า และสภาพแวดล้อมที่ดี ให้กับจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงส่งเสริมให้เกิดการใช้ชีวิตอย่างรับผิดชอบต่อธรรมชาติ

ทางด้าน นายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า วิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมเป็นประเด็นที่กำลังได้รับความสนใจ โดยเฉพาะปัญหาจากขยะพลาสติก และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทั้งจากฝุ่นละอองและจากการเผาป่าที่ปัจจุบันทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุนี้ โครงการเทศกาลสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Festival จึงเริ่มต้นที่เชียงใหม่เพื่อรณรงค์วิถีชีวิตคาร์บอนต่ำ ในการแก้ไขปัญหาหมอกควันและปลูกต้นไม้เพิ่มเติมเพื่อบรรเทาปัญหาสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ ภาครัฐและเอกชนจึงผนึกกำลังส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติและแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน ด้วยงานเทศกาลสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Festival ซึ่งเป็นการผนึกกำลังจาก 4 ภาคส่วน ได้แก่ ชนเผ่า ชุมชน ประเทศ และโลก เพื่อใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการนำพาไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ หรือ Low Carbon Lifestyle และร่วมกันปลูกต้นไม้ในทุกๆ ที่ที่มีโอกาส เพื่อดูดซับคาร์บอนที่แต่ละคนใช้ในแต่ละปีให้ลดลง โดยมีเป้าหมายไปที่แต่ละบุคคลปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ หรือ Zero Emission

โดยกิจกรรมแรกเริ่มต้นด้วยการปลูกป่าที่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า กิจกรรมคอนเสริต์ออนไลน์จาก 2 ศิลปินชื่อดัง วงลิปตา และวงมายด์ เพื่อระดมทุนสนับสนุนการปฏิบัติงานของเครือข่ายความร่วมมือในการควบคุมไฟป่า และเครือข่ายแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ และกิจกรรมปลูกป่า ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอดอยสะเด็ด จังหวัดเชียงใหม่

สำหรับเทศกาลสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Festival เป็นเทศกาลที่ใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการรณรงค์จิตสำนึก และผลักดันให้เกิดการลงมือทำจริงด้วยตนเองในการกอบกู้สภาพแวดล้อม โดยมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้มีการปลูกต้นไม้หนี่งร้อยล้านต้นทั่วประเทศ รณรงค์ให้มีการใช้ผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำอย่างแพร่หลายมากที่สุดในสังคมไทย เพื่อการมีสภาพแวดล้อมที่ดี และการดำรงอยู่อย่างยั่งยืนร่วมกันของมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐเเละเอกชน อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงใหม่ กองทัพบก กองทัพเรือ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 1 (เชียงใหม่) กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าภาคเหนือที่ 1 เชียงใหม่ บริษัทนิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด Forest Heroes ผู้ใหญ่บ้าน ปรีชา ศิริ หนึ่งในห้าวีรบุรุษโลก ที่ได้รับรางวัลวีรบุรุษผู้ดูแลป่าจากองค์การสหประชาชาติ พร้อมด้วยสื่อมวลชน Influencer ด้านการท่องเที่ยว จิตอาสาในพื้นที่และเซเลบริตี้นักแสดงจิตอาสาชื่อดัง แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์

ทั้งนี้ กิจกรรมปลูกป่ามีการวางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 อย่างเคร่งครัด โดยมีการแจก Face Shield แอลกอฮอล์ และการปฏิบัติตามมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมตามมาตรฐานคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างรัดกุมตลอดงาน