Celebrity Gossip : 5 เมษายน 2569

Celebrity Gossip : 5 เมษายน 2569

Celebrity Gossip : 5 เมษายน 2569

วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

– แองเจลินา โจลี เดินทางไปเยี่ยมชมโรงละคร Golden Temple และโรงภาพยนตร์ Battambang ในเมืองบัตตัมบัง ระหว่างการเยือนกัมพูชาในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตามรายงานของสื่อ The Phnom Penh Post โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดบัตตัมบอง เจ้าหน้าที่จากกรมวัฒนธรรมและศิลปะ รวมถึงเจ้าหน้าที่เทศบาลให้การต้อนรับและนำชมสถานที่ การเดินทางมาครั้งนี้ของโจลีเป็นไปตามคำเชิญของ Phare Ponleu Selpak หน่วยงานไม่แสวงกำไรในพื้นที่ ซึ่งกำลังมองหาการสนับสนุนสำหรับการบูรณะและปรับปรุงโรงละครเก่าแก่ทั้งสองแห่ง เพื่ออนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของจังหวัด โดยโรงละครและโรงภาพยนตร์แห่งนี้ สร้างขึ้นในทศวรรษ 1960 เป็นสัญลักษณ์ของยุคทองของวงการภาพยนตร์กัมพูชา แต่ปัจจุบันเสื่อมโทรมลงอย่างมาก

– เกิดดรามาหลังมีการเผยตัวอย่างซีรีส์ Harry Potter ของ HBO ก่อนฉายจริงช่วงคริสต์มาส 2566 เมื่อ พาพา เอสซิอิดู นักแสดงผิวดำชาวอังกฤษ ถูกเลือกให้รับบท ศาสตราจารย์ เซเวรัส สเนป สร้างความแตกแยกในหมู่แฟน ๆ อย่างมาก เนื่องจากตัวละครสเนปตามต้นฉบับของ เจ.เค. โรว์ลิง ถูกบรรยายว่าเป็นชายผิวขาว ผอม และมีผมมัน ๆ การที่ตัวละครถูกเปลี่ยนเชื้อชาติจึงทำให้แฟน ๆ บางส่วนมองว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงเนื้อเรื่องโดยไม่สอดคล้องกับต้นฉบับ เป็นการตัดสินใจที่ไม่ฉลาดและไม่ซื่อสัตย์ต่อเนื้อหาต้นฉบับ อย่างไรก็ตาม ตัวอย่างซีรีส์ยังได้รับคำชมจากแฟน ๆ หลายคนที่เห็นภาพสวยและอารมณ์เข้มข้น

– ร็อบ ชไนเดอร์ นักแสดงและดาวตลกชาวอเมริกัน แสดงความคิดเห็นผ่านโซเชียลมีเดีย เสนอว่าสหรัฐฯ ควรนำระบบเกณฑ์ทหารกลับมาใช้อีกครั้ง โดยให้เยาวชนอเมริกันทุกคนเมื่ออายุครบ 18 ปี ต้องเข้ารับราชการทหารเป็นเวลา 2 ปี หรือสามารถเลือกทำงานอาสาสมัครทั้งในและต่างประเทศเป็นส่วนหนึ่งของการรับใช้ชาติได้ ชไนเดอร์ยังระบุว่า การเป็นพลเมืองอเมริกันมาพร้อมกับเสรีภาพและโอกาสที่ไม่มีใครเทียบได้ ซึ่งเป็นที่อิจฉาของทั่วโลก แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มาโดยไม่มีต้นทุน พร้อมชี้ว่าการให้คนรุ่นใหม่ได้ร่วมกันรับใช้ชาติ ไม่ว่าจะต่างเชื้อชาติ ศาสนา หรือความเชื่อ จะช่วยสร้างความเป็นหนึ่งเดียวทั้งต่อประเทศและต่อกันเอง สหรัฐฯ ยุติระบบเกณฑ์ทหารตั้งแต่ปี 1973 อย่างไรก็ตาม หลายประเทศทั่วโลกยังคงมีการบังคับรับราชการทหาร อาทิ เดนมาร์ก และเกาหลีใต้

– ภาพของ คริส เจนเนอร์ กลายเป็นไวรัลในโซเชียลมีเดียของจีนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยถูกนำมาใช้เป็น “สัญลักษณ์แห่งความโชคดี” และได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คนรุ่นใหม่บนแพลตฟอร์มอย่าง Xiaohongshu, Weibo และ Douyin ผู้ใช้พากันเปลี่ยนรูปโปรไฟล์และภาพพื้นหลังเป็นรูปของเธอเพื่อดึงดูดความสำเร็จและความมั่งคั่ง ผู้ใช้มีการตัดต่อภาพเธอให้สวมชุดในอาชีพต่างๆ เพื่อขอพรให้ประสบความสำเร็จในสายงานนั้นๆ หรือขอให้สอบผ่าน  แฮชแท็กเกี่ยวกับคริส เจนเนอร์ มียอดเข้าชมมากกว่า 52.9 ล้านครั้ง และมีโพสต์ที่เกี่ยวข้องเกือบ 100,000 โพสต์ บนแพลตฟอร์ม Xiaohongshu เหตุผลก็เพราะชาวเน็ตจีนให้การยอมรับ คริส เจนเนอร์ ในฐานะนักธุรกิจหญิงที่ทำงานหนักและอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของอาณาจักร คาร์ดาเชียน-เจนเนอร์ จนได้รับฉายาว่า “ไท่โฮ่ว” (Tai Hou) หรือ “Queen Mother” ซึ่งสื่อถึงความทรงอำนาจ ความทะเยอทะยาน และความสามารถในการจัดการด้านการเงิน

– เทย์เลอร์ สวิฟต์ สร้างเซอร์ไพรส์ให้แฟนเพลงด้วยการปล่อยมิวสิกวิดีโอเพลง Elizabeth Taylor ซิงเกิลที่ 3 จากอัลบั้มล่าสุด The Life of a Showgirl เพื่อยกย่องนักแสดงระดับตำนานผู้ล่วงลับ มิวสิกวิดีโอนี้ไม่มีภาพของนักร้องดังปรากฏอยู่เลย แต่เป็นการรวบรวมฟุตเทจจากภาพยนตร์คลาสสิก เช่น Cleopatra, Cat on a Hot Tin Roof, Who’s Afraid of Virginia Woolf?, A Place in the Sun และภาพจากเหตุการณ์จริงในชีวิตของ เอลิซาเบธ เทย์เลอร์ มาตัดต่อรวมกัน สวิฟต์ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากทายาทของอดีตนักแสดงดัง และมีรายงานว่าเธอจ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์ฟุตเทจสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์ เนื้อเพลงกล่าวถึงประเด็นเรื่องชื่อเสียง ความรัก และการถูกจับตามองจากสาธารณะ ซึ่งสวิฟต์มองว่า ชีวิตของเธอมีความคล้ายคลึงกับเทย์เลอร์ ในฐานะบุคคลที่เป็นที่รักแต่ก็นำมาซึ่งกระแสวิพากษ์วิจารณ์

มิว นิษฐา รีวิวชีวิตคู่ 6 ปีกับ เซนต์ ลุ้นมีลูกคนที่สาม เผย มาริน-มาคิน มาเติมเต็ม

มิว นิษฐา รีวิวชีวิตคู่ 6 ปีกับ เซนต์ ลุ้นมีลูกคนที่สาม เผย มาริน-มาคิน มาเติมเต็ม

มิว นิษฐา รีวิวชีวิตคู่ 6 ปีกับ เซนต์ ลุ้นมีลูกคนที่สาม เผย มาริน-มาคิน มาเติมเต็ม

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 21.59 น.

“มิว นิษฐา” รีวิวชีวิตคู่ 6 ปีกับ “เซนต์“ ลุ้นมีลูกคนที่สาม เผย “มาริน-มาคิน” มาเติมเต็ม พร้อมยิ้มทุกครั้งที่มองหน้าลูก

เรียกได้ว่าเป็นชีวิตที่น่าอิจฉา สำหรับ ชีวิตของ “มิว นิษฐา” ที่ล่าสุดได้ไปออกรายการคุยแซ่บโชว์ ทางช่องวัน 31 เพราะไม่ว่าชีวิตคู่กับสามีที่ชื่อว่า “เซนต์ ธราภุช คูหาเปรมกิจ” ตลอดหกปีที่เป็นคู่ชีวิตกันมา ความหวานไม่เคยตก มีแต่กราฟพุ่งขึ้นตลอด ยิ่งได้สองจิ๋ว “มาริน-มาคิน” มาเติมเต็ม ชนิดที่ว่าเราไปคนดูทางบ้านยังยิ้มตาม รวมไปถึงความสำเร็จล่าสุดของเจ้าตัว กับผลงานเรื่อง “เส้นตายสายลวง“ ที่ตอนนี้ติดทั้งอันดับหนึ่งในประเทศไทย และอันดับหนึ่งระดับโลก บอกเลยเป็นชีวิตที่น่าอิจฉามาก

อัปเดตพัฒนาการของ 2 จิ๋ว ”มาริน-มาคิน“?

“อยากจะบอกว่าจริงๆ แล้วเราท้องกันคนละรอบนะ แม้คนจะบอกว่าสองจิ๋วเหมือนฝาแฝดกัน พอขนาดเวลาเค้าเล่นด้วยกัน เรานั่งมอง เรายังรู้สึกเลยว่าเค้าเหมือนกัน อย่างมารินในวัยสี่ขวบ เค้าโตเร็ว อย่างล่าสุดก็ปั่นจักรยานสองล้อได้แล้ว เพราะเค้าไปขอคุณครู เค้าเห็นรุ่นพี่ปั่น สรุปปั่นได้เฉย เค้าเริ่มเป็นตัวของตัวเอง มีความคิด ชอบแล้วก็ไม่ชอบ ซึ่งชุดที่เค้าชอบก็จะเป็นเดรส แล้วเค้าชอบไปดูคอนเสิร์ตมาก ซึ่งคอนเสิร์ตแรกที่เข้าไปดูก็คือคอนเสิร์ตของพี่ตูน บอดี้แสลม ตอนนั้นเค้าอายุแค่สามขวบ เค้าไปถึงครั้งแรกเค้าก็ดูตกใจเพราะว่าเสียงมันดัง ไปไปมามาสนุก เต้นใหญ่เลย แล้วอย่างตอนนี้ก็จะชอบพี่ Billkin เป็นพิเศษ”



เราเคยคิดไหมว่าอยากให้ลูกเราเข้าวงการ?

“ไม่ได้คิดเลย เพราะอย่างร้องเพลง หรืออย่างที่เค้าชอบเต้น เราก็มองว่ามันเป็นงานอดิเรกของเค้ามากกว่า มองว่าเป็นความสามารถพิเศษ ซึ่งถามว่าอยากให้เข้าวงการไหม สำหรับมิว มิวเฉยๆ นะคะ ไม่ได้มองว่าอยากให้ลูกตามรอยแม่ หรืออะไร เค้าอาจจะเป็นอะไรอื่นๆก็แล้วแต่น้องเค้าเลย”

แต่ได้ข่าวว่าเค้าเป็นสายลุยมาก ?

“ลุยมาก ลุยกว่าแม่อีก อย่างล่าสุดไปฉีดยา เค้าไม่ร้องทั้งคู่เลย และปกติเด็กต้องฉีดตรงก้นใช่ไหม มารินบอกว่าขอฉีดตรงแขน ซึ่งเขาใจเด็ดมาก ส่วนมาคินก็ไม่ร้องเลย เป็นเด็กที่ไม่ค่อยร้อง อย่างสัตว์เลื้อยคลาน เค้าก็ไม่ค่อยกลัว หรือไปสวนสัตว์เค้าก็จะมีให้จับงู ที่ไม่ได้มีพิษอะไร อย่างเราก็ไม่ชอบจิ้งจก แต่เขาก็จับได้ แต่ที่เขาไม่กล้าจับก็คือตุ๊กแก ส่วนเรื่องความกวนก็น่าจะได้มาจากคุณพ่อ มารินจะมีความกวน ความแสบ อาทิเช่นจะเดินอยู่มาจิ้มก้นแม่ (หัวเราะ) มาแหย่เรา“

เห็นว่าคนเล็กก็ขนาดสองขวบ ก็มีความคิดเป็นของตัวเอง?

”มาคิน ชอบรถ จำยี่ห้อรถได้ เราก็งงมาก จำโลโก้รถได้ ซึ่งเขาก็ก๊อปปี้พี่เค้าเลย เวลาพี่เค้าทำอะไร เค้าก็จะทำเลียนแบบ เค้าติดพี่สาวมาก พี่สาวกลับมาจากโรงเรียน ก็รีบวิ่งไปกอด หรือบางทีเราต้องไปส่งลูกคนโต เค้าก็อยากไปด้วย เราก็ต้องหิ้วเค้าไปด้วย ซึ่งมาคินก็น่าจะให้เข้าตอนอายุสามขวบ อีกอย่างแม่ก็ติดลูก เพราะว่าถ้าไปด้วยกันสองคน เดี๋ยวบ้านเงียบ“

บ้านนี้เลี้ยงลูกแบบไหน?

”บ้านเราสอนเขาทั้งสองคน พยายามให้เขาทั้งสองคนช่วยเหลือตัวเอง เราก็จะสอนให้เขาคั้นน้ำส้ม หรือสอนทำขนม หรือบางทีก็สอนล้างจาน เราก็ให้ดาว เป็นคะแนนความดี นานๆ ก็ทำบ้าง ซึ่งถามว่าเร็วไหมในการที่สอนเขา ก็คิดว่าเป็นสิ่งที่เขาทำได้ในวัยที่เขาสามารถทำได้ ให้เขาได้ช่วยเหลือตัวเอง หรือให้เค้าอาบน้ำเอง ซึ่งเราก็นั่งเฝ้า นั่งดู หรือบางทีเราก็ให้พี่สาว อาบให้น้องชายด้วย เค้าก็ทำเป็น“



พอสองคนได้ไปโรงเรียนแล้ว เรามีแพลนคนที่ 3 เลยไหม?

”คิดว่าไม่แล้ว เพราะว่าเราวางไว้สองคนตั้งแต่แรกแล้ว แต่อีก 10% อาจจะมีคนที่สาม ถ้าสองคนนี้เค้าโตไปประมาณนึงแล้ว และที่เหลือไว้ 10% เพราะว่าเราเอ็นจอยกับการมีลูกๆ มีเด็กๆ ในบ้าน แต่ตอนนี้สองคนกำลังดี ซ้ายจูงคนนึง ขวาจูงคนนึง“

อย่างระหว่าง เต้ย กับ มิ้นท์ ใครจะมีข่าวดีก่อน?

”อย่างพี่เต้ยไม่ค่อยได้เจอ เพราะว่าเค้าอยู่ต่างประเทศเยอะ เค้ากำลังอินเลิฟ เค้ากำลังแฮปปี้ เพราะคนที่นัดยากที่ 1 คือพี่แมท ถัดมาก็พี่เต้ย แต่เราก็ไม่รู้ว่าระหว่างพี่เต้ย กับมิ้นท์ใครจะมีข่าวดีก่อนกัน แต่เราก็อยากให้ทั้งคู่มีข่าวดีทั้งคู่ เพราะพี่เต้ยเค้าก็คลั่งรักมาก“

ขอถามเรื่องชีวิตคู่หน่อยว่าเป็นยังไงบ้าง?

”แต่งงานกันมา 6 ปีแล้ว ซึ่งถ้าถามว่าเราเติมความหวานกันยังไงบ้าง ก็ไปทริปด้วยกัน ไปกันสองคน ฝากลูกไว้กับคุณยาย ซึ่งถามว่าคุณเซนต์ เค้าเป็นคนแบบไหน เค้าเป็นคนมีหลายมุม เวลาทำงานก็คือทำงาน ถ้าอยู่บ้านก็จะมีความเล่นๆ กวนๆ บ้าง ถามว่าเค้าเป็นคนตลกไหม แต่ที่เรามอง เค้าเล่น มันก็ตลก ถ้าเค้าอยู่ในมุมกับครอบครัว เขาจะมีมุมเล่นๆ“

ชีวิตก่อนแต่งหลังแต่งแตกต่างกันไหม?

”ก็แอบรู้สึกว่า หลังแต่งทุกอย่างมันดีขึ้น และตั้งแต่มีสองจิ๋ว ชีวิตยิ่งกลมเข้าไปอีก ก่อนที่จะมีสองจิ๋ว มันก็เป็นชีวิตคู่ที่สวีทๆ มันก็เป็นความสุขอีกแบบ แต่พอมีลูกเข้ามา มันเหมือนว่ายิ้มในใจตลอดเวลา มันมีความสุข มองเค้าสองคน เราก็นั่งยิ้มตลอดเวลา แทบจะไม่ทะเลาะกันเลย แต่ถามว่ามันเหนื่อยไหมกับการมีลูก มันก็เหนื่อยขึ้นเยอะ แต่มันเป็นความเหนื่อยที่คุ้มค่าทุกนาที ซึ่งเราสองคนก็มีช่องว่างให้กันและกัน เข้าใจ คุยกันเยอะๆ การสื่อสารกันเยอะเยอะมันก็จะทำให้ชีวิตคู่ดีด้วยกันทั้งสองฝ่าย“



การรับงานแสดงต้องถามสามีสามีก่อนไหม?

”ถ้าพูดถึงงานแสดงเราก็ตัดสินใจเอง เราก็จะบอกเขาว่าตอนนี้มีเรื่องอะไรติดต่อมาบ้าง ก็จะถามความเห็นเขา คิดว่าเป็นไง แต่เค้าก็ให้สิทธิ์เราในการตัดสินใจเอง เค้าให้อิสระเรามาก เพราะอย่างเรื่องล่าสุด เส้นตายสายลวง ที่ตอนนี้ขึ้นอันดับหนึ่งของ Netflix ทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งมิวดีใจมากเพราะว่าขึ้นอันดับหนึ่งในไทยภายในไม่ถึง 24 ชั่วโมง เราก็ตกใจเหมือนกัน แล้วเราก็ดีใจที่หนังไทยเราติดอันดับหนึ่งระดับโลก เพราะเราหายจากการแสดงไป 3 ปี และเรื่องนี้ที่รู้สึกว่ายากสุดก็คือช่วงเวิร์คช็อป มันเป็นช่วงที่เราต้องเคาะ จูนเข้าหาตัวละคร แล้วที่เรากลับมารับงานแสดง ก็เพราะว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับสแกมเมอร์ เพราะไม่ว่าชนชาติใดเราก็สามารถโดนหลอกได้ ซึ่งทีมได้ทำการบ้านหนักมาก เค้าไปลงพื้นที่จริงมา เค้ามีข้อมูลเชิงลึกมาก ได้คุยกับพี่เขาครั้งแรก เรายังโมโหเลยมันเป็นสิ่งที่เราไม่เคยรู้ ไม่เคยเห็นในข่าว เป็นข้อมูลเชิงลึก ซึ่งเราก็เข้าใจว่าหลายคนลุ้นอยากให้มีภาคสอง มิวก็ลุ้นเหมือนกัน“

อย่างตอนนี้เครื่องมันติดแล้ว เราจะรับเงินแสดงอีกไหม?

”ถ้าของมิวนะ มิวรับอีกแน่นอน ถ้าบทไหนมันน่าสนใจเราก็จะรับ“

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทางช่องวัน31 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

 

โซเชียลลุกเป็นไฟ ลิซ่า ลลิษา – เดียร์น่า ล่องเรือสุดหรู แท็กทีมแซ่บดีกรีความฮอตพุ่งปรี๊ด

โซเชียลลุกเป็นไฟ ลิซ่า ลลิษา - เดียร์น่า ล่องเรือสุดหรู แท็กทีมแซ่บดีกรีความฮอตพุ่งปรี๊ด

โซเชียลลุกเป็นไฟ ลิซ่า ลลิษา – เดียร์น่า ล่องเรือสุดหรู แท็กทีมแซ่บดีกรีความฮอตพุ่งปรี๊ด

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 21.02 น.

4 เมษายน 2569 ทำเอาทะเลลุกเป็นไฟเมื่อ 2 สาวสุดสวยเพื่อนซี้อย่าง ลิซ่า ลลิษา มโนบาล และ นางเอกสาว เดียร์น่า ฟลีโป แท็กทีมเที่ยวทะเลกับแก๊งเพื่อนๆ งานนี้สาวเดียร์น่า ได้เผยภาพบรรยากาศล่องเรือกลางทะเล พร้อมเสิร์ฟช็อตเด็ดผ่านทางไอจีส่วนตัว “@dianaflipo” พร้อมแคปชั่น “nauti” เรียกได้ว่าต้องสะดุดให้กับความสวยและเซ็กซี่ของทั้ง 2 สาวแน่นอน 

โดยหลังจากที่สาวเดียร์น่า ได้ออกมาโพสต์ภาพนี้ออกไปนั้นเหล่าแฟนๆ ก็เข้ามาคอมเมนต์ชมความสวยของทั้ง 2 สาวกันเป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่ายอดไลก์รัวๆ กันเลยทีเดียว

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ โปรดเกล้าฯ พระราชทานแจกันดอกไม้ แสดงความยินดีแก่ ซาบีดา

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ โปรดเกล้าฯ พระราชทานแจกันดอกไม้ แสดงความยินดีแก่ ซาบีดา

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ โปรดเกล้าฯ พระราชทานแจกันดอกไม้ แสดงความยินดีแก่ ซาบีดา

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.25 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์ เชิญแจกันดอกไม้พระราชทานมาแสดงความยินดีแก่ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ในโอกาสที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

วันที่ 4 เมษายน 2569 เวลา 10.50 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอก ศิวะ ภระมรทัต กรมวังผู้ใหญ่ ประจำวังศุโขทัย เป็นผู้แทนพระองค์ เชิญแจกันดอกไม้พระราชทานมาแสดงความยินดีแก่ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี โดยนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ประกาศ ณ วันที่ 30 มีนาคม พุทธศักราช 2569

ในการนี้ นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวรานี อิฐรัตน์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นางสาวเพชรรัตน์ สายทอง หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวฐิต์ณัฐ สมบัติศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม คณะผู้บริหาร และข้าราชการในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม เข้าร่วมในพิธี ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
 

จับตา! ครม.นัดแรก รัฐบาลรื้อโครงสร้างน้ำมันครั้งใหญ่ ดึงฐานข้อมูล พิพัฒน์ ปรับราคาน้ำมันใหม่

จับตา! ครม.นัดแรก รัฐบาลรื้อโครงสร้างน้ำมันครั้งใหญ่ ดึงฐานข้อมูล พิพัฒน์ ปรับราคาน้ำมันใหม่

จับตา! ครม.นัดแรก รัฐบาลรื้อโครงสร้างน้ำมันครั้งใหญ่ ดึงฐานข้อมูล พิพัฒน์ ปรับราคาน้ำมันใหม่

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.06 น.

จับตา! ครม.นัดแรก  รัฐบาลเตรียมรื้อโครงสร้างน้ำมันครั้งใหญ่ ดึงฐานข้อมูล “พิพัฒน์” ปรับราคาน้ำมันใหม่ คืนความเป็นธรรมให้ผู้บริโภค

วันที่ 4 เมษายน 2569.มีรายงานว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก ในวันที่ 6 เมษายนนี้ พิจารณาแก้ปัญหาราคาน้ำมันอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการแกะรอยและรื้อโครงสร้างพลังงานไทยครั้งสำคัญ เช่นเดียวกับ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์  รมว.พลังงาน ที่เตรียมเสนอที่ประชุม ครม. ให้พิจารณาทบทวนโครงสร้างค่าการกลั่น พร้อมปรับเวลาประกาศราคาน้ำมันใหม่ เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพและทำให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้บริโภคมากขึ้น ก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีการเดินทางหนาแน่น   

แหล่งข่าวด้านพลังงาน เปิดเผยว่า การเดินหน้าแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันอย่างเป็นรูปธรรมในครั้งนี้ ได้มีการนำฐานข้อมูลเชิงลึกที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ได้ศึกษากลไกราคาอย่างละเอียดเอาไว้ ส่งให้ที่ประชุมคณะรัฐมนรีได้พิจารณา โดยเฉพาะประเด็นค่าการกลั่นที่เคยพุ่งสูงผิดปกติ จากราคา 2 บาทต่อลิตร ขยับขึ้นเป็น 6–7 บาทต่อลิตร ในเดือนมีนาคม ก่อนจะปรับสูงขึ้น 12–14 บาทต่อลิตร ในเดือนเมษายน  ซึ่งนายพิพัฒน์ได้ตั้งข้อสังเกตว่า โครงสร้างราคาน้ำมันอาจจะมีการบวก “ค่าความเสี่ยงจากสงคราม (War Premium)” รวมถึงค่าขนส่งและค่าประกันภัย ที่ไม่สอดคล้องกับต้นทุนจริงในปัจจุบัน ทั้งที่ประเทศไทยไม่ได้พึ่งพาน้ำมันจากภูมิภาคตะวันออกกลางเพียงแหล่งเดียว นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นว่าสูตรการคำนวณราคาขายส่งหน้าโรงกลั่นมีการบวกค่าขนส่งและค่าประกันภัยรวมอยู่ด้วย ซึ่งอาจเป็นตัวเลขที่สูงเกินจริงและไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงในปัจจุบัน

แหล่งข่าว เปิดเผยด้วยว่า ข้อมูลที่นายพิพัฒน์ทำไว้ ได้ถูกนายเอกนิตินำมาขยายผลต่อยอด​ สั่งการให้กระทรวงพลังงานพิจารณา “ตัดต้นทุนส่วนเกิน” ออกจากราคาขายส่งหน้าโรงกลั่น พร้อมทบทวนความจำเป็นของ War Premium เพื่อสะท้อนราคาที่เป็นธรรมและโปร่งใสมากขึ้น นโยบายนี้ไม่เพียงมุ่งลดราคาน้ำมัน แต่ยังเป็นการแก้ไขปัญหาที่โครงสร้าง เพื่อดูแลต้นทุนภาคขนส่ง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจ และส่งผลโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชนในทุกระดับ โดยที่รัฐบาลจะเร่งให้ทันกับช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์นี้

“บทบาทของนายพิพัฒน์จึงเปรียบเสมือนคนปูทาง ให้การแก้ปัญหาครั้งนี้เดินไปได้ไกลกว่าที่เคย จากการแก้เฉพาะหน้าสู่การแก้เชิงระบบ ที่แตะถึงต้นทุนจริงของภาคพลังงาน ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อภาคขนส่ง อันเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจและค่าครองชีพของประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะในช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ ที่ความต้องการใช้น้ำมันพุ่งสูง ดังนั้น ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของพลังงานไทย ชุดข้อมูลของนายพิพัฒน์จึงถือว่ามีความสำคัญและเป็นชุดข้อมูลที่รองรับการเดินหน้าเต็มกำลังของรัฐบาลชุดใหม่“ แหล่งข่าว กล่าว

อนุทิน คอนเฟิร์ม! คนละครึ่งพลัส มาแน่ หลังสิ้นเดือน เม.ย. วงเงิน 2,000 เท่าเดิม แต่ครอบคลุมมากขึ้น

อนุทิน คอนเฟิร์ม! คนละครึ่งพลัส มาแน่ หลังสิ้นเดือน เม.ย. วงเงิน 2,000 เท่าเดิม แต่ครอบคลุมมากขึ้น

อนุทิน คอนเฟิร์ม! คนละครึ่งพลัส มาแน่ หลังสิ้นเดือน เม.ย. วงเงิน 2,000 เท่าเดิม แต่ครอบคลุมมากขึ้น

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.56 น.

 หลัง 30 เม.ย. ได้วงเงิน 2,000 เท่าเดิม แต่ครอบคลุมมากขึ้น”

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 4 เมษายน 2569 ที่โลตัสบางกะปิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้พูดคุยกับประชาชนภายหลังลงพื้นที่ดูสินค้าโครงการไทยช่วยไทย และได้มีประชาชนสอบถามถึงโครงการคนละครึ่งพลัสด้วย โดยนายกฯตอบประชาชนว่า หลังวันที่ 30 เม.ย. เมื่อประชาชนถามอีกว่าดำเนินการได้เลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ได้เลย ซึ่งจะครอบคลุมมากกว่าเดิม โดยจำนวนเงินเท่าเดิม 2,000 บาท 

ชาวบ้านกล่าวกับนายกฯอีกว่าตอนนี้เศรษฐกิจแย่อยากให้ได้เงินมากกว่าเดิม และรอนานแล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า หลังแถลงนโยบายจะเริ่มดำเนินการตามนโยบายต่างๆ

ชาวบ้านถามอีกว่าจะมีโอกาสได้มากกว่าเดิมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อาจจะทำบ่อยขึ้น ขึ้นอยู่กับเม็ดเงินที่เรามี โดยจะทำเป็นช่วงๆ 

จากนั้นผู้สื่อข่าวถามนายกฯว่าที่มีข่าวจะให้ 200 บาท 10 เดือนไม่จริงใช่หรือไม่ นายอนุทินย้อนถามว่า เอาข่าวมาจากไหน ก่อนกล่าวอีกว่า คนละครึ่งมันเป็นช่วงๆไป 

นายกฯ แต่งตัวชิล เดินตรวจราคาสินค้า ไทยช่วยไทย แนะผู้ประกอบการจัดโซนเฉพาะหาง่ายต่อการซื้อ 

นายกฯ แต่งตัวชิล เดินตรวจราคาสินค้า ไทยช่วยไทย แนะผู้ประกอบการจัดโซนเฉพาะหาง่ายต่อการซื้อ 

นายกฯ แต่งตัวชิล เดินตรวจราคาสินค้า ไทยช่วยไทย แนะผู้ประกอบการจัดโซนเฉพาะหาง่ายต่อการซื้อ 

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.47 น.

‘นายกฯ’ แต่งตัวชิล เดินตรวจราคาสินค้าโครงการไทยช่วยไทย แนะ ผู้ประกอบการจัดโซนเฉพาะหาง่ายต่อการซื้อ พร้อมเชิญชวนซื้อสินค้าร่วมโครงการถูกกว่า 20% เจอประชาชนปรี่ร้องช่วยหน่อยน้ำมันแพง ปล่อยแบบนี้ตายแน่ บอก หลังแถลงนโยบาย คนละครึ่งมาแน่มากกว่าพลัส ครอบคลุมมากกว่าเดิม

วันที่ 4 เมษายน 2569 เวลา 14.00 น. ที่โลตัสบางกะปิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะอดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่สำรวจราคาสินค้าที่โลตัสบางกะปิ โดยนายกฯ สวมชุดลำลอง เสื้อยืดกางเกงขายาวสีกรม

โดยทันทีที่เดินทางถึงมีประชาชนมาทักทายบอกได้เจอตัวจริง หล่อกว่าในทีวี มีหลายคนเข้ามาขอถ่ายภาพ พูดคุยก่อนจะบอกว่าที่ผ่านมาก็ได้รับโครงการคนละครึ่ง 

นอกจากนี้ มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาถามว่า รวยไม่ไหวแล้วหมายถึงประชาชนหรือนายทุนน้ำมัน โดยนายกฯไม่ได้ยิน เนื่องจากอยู่ระหว่างการถ่ายรูปกับประชาชน ทำให้น.ส.รัชดา พยายามเข้าไปพูดคุย โดยชายคนดังกล่าว ระบุว่า ไม่ต้องสร้างภาพประชาชนเขารู้ทัน

จากนั้น นายกฯ เดินต่อมาด้านใน ศูนย์การค้าโลตัสเพื่อดูบูธสินค้า ในส่วนโครงการไทยช่วยไทย ที่เป็นการลดภาระค่าครองชีพ ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล ช่วยประชาชนในช่วงวิกฤติตะวันออกกลาง มีสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็น โดยมีการติดป้ายอย่างชัดเจนว่าร่วมโครงการไทยช่วยไทย โดยนายกฯ ได้แนะนำให้จัดสินค้าที่อยู่ในโครงการไทยช่วยไทยอยู่ในโซนเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนเลือกซื้อง่าย พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนซื้อสินค้าในโครงการเนื่องจากราคาจะถูกกว่า 20% และเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ โดยนายกฯ กล่าวกับประชาชนว่า มาวันนี้เพื่อมาสำรวจราคาสินค้า และอยากให้ซื้อสินค้าที่มีป้ายโครงการไทยช่วยไทย เพราะราคาถูก 

โดยระหว่างนายกฯเดินดูสินค้าที่ร่วมโครงการ มีประชาชน เดินเข้ามาบอกว่า นายกฯช่วยหน่อยน้ำมันแพง ไปไหนไม่ได้ ทุกวันนี้ไม่กล้าไปไหนอยู่แต่ในบ้าน สินค้าแพงนายกฯช่วยหน่อย อย่าให้ประชาชนตายแน่ๆ นายกฯช่วยด้วย ลูกสะใภ้ขายของ ขายไม่ได้เลย 

จากนั้น นายกฯได้แวะร้านนาฬิกา และได้ซื้อนาฬิกาข้อมือ CASIO ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมจึงตัดสินใจซื้อ นายกฯ บอกว่า เคยใส่ตอนเด็ก พร้อมกับยกป้ายหน้าร้านที่เขียนว่า Sale 60% 

จากนั้นเวลา 15.20 น. นายกฯ ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจราคาสินค้า ว่า ไม่เชิงเป็นการสุ่มตรวจ เพียงแต่ตนสนใจว่าหลังจากที่กระทรวงพาณิชย์ จัดให้มีสินค้าอุปโภคบริโภค ประหยัดกว่าราคาปกติ จึงอยากมาดูว่า การกระจายสินค้าเหล่านี้มีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด จึงมาดูที่โลตัสบางกะปิเป็นที่แรก ซึ่งผู้จัดการห้างได้รายงานว่า มีสินค้าที่ราคาต่ำกว่าปกติหลายตัว เพียงแต่อาจไม่ใช่แบรนด์ที่คุ้นหูคุ้นตา เพราะเอาค่าการตลาดออกจึงนำมาขายถูกได้ ขอเชิญชวนให้ประชาชนเวลามาห้าง ทุกห้างไม่ใช่เฉพาะโลตัส จะมีสินค้าประเภทนี้จำหน่าย ราคาเฉลี่ยต่ำกว่าราคาทั่วไป 20-30%

ภายหลังการสัมภาษณ์ มีประชาชนเข้ามา สอบถามนายกฯ ถึงโครงการคนละครึ่งว่าสามารถดำเนินการได้เลยหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ได้เลย ส่วนจะได้เหมือนเดิมหรือไม่นั้น นายกฯ กล่าวว่า พลัสมากกว่าเดิม ซึ่งจะครอบคลุมมากกว่าเดิม ในเงินจำนวนเท่าเดิม และอาจจะทำได้หลายรอบ 

ก่อนที่ประชาชนจะบอกว่าเศรษฐกิจแย่  ซึ่งนายกฯ บอกว่า ถูก โดยหากแถลงนโยบายแล้วก็สามารถดำเนินนโยบายต่างๆได้  

จากนั้นประชาชนถามต่อว่ามีโอกาสจะได้มากกว่าเดิมหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า อาจจะทำบ่อยขึ้น ขึ้นอยู่กับเม็ดเงินที่เรามี ส่วนระยะเวลาในการดำเนินการนั้นก็เป็นช่วงๆ เช่นครั้งที่แล้ว 2 เดือน จะไปใช้ยาวเลยไม่ได้ 

ดรามาเดนมนุษย์! วิมล ไทรนิ่มนวล ถามแรงถึง พีระพันธุ์ งานนี้มีสะดุ้ง

ดรามาเดนมนุษย์! วิมล ไทรนิ่มนวล ถามแรงถึง พีระพันธุ์ งานนี้มีสะดุ้ง

ดรามาเดนมนุษย์! วิมล ไทรนิ่มนวล ถามแรงถึง พีระพันธุ์ งานนี้มีสะดุ้ง

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.40 น.

จากกรณีที่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้มีการใช้ถ้อยคำตอบโต้ผู้ที่เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานโดยใช้คำว่า “เดนมนุษย์” จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมนั้น

ล่าสุด วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีนี้ว่า “คุณพีระพันธ์บอกว่าคนที่โจมตีตนเป็น “เดนมนุษย์” แล้วที่คุณพีระพันธ์โจมตีคนอื่นเป็นเดนอะไร ? “

ข่าวที่เกี่ยวข้อง พีระพันธุ์ เดือด! ท้ากางผลงาน รมว.พลังงาน ใครทำมากกว่าผม? ซัดพวกดิสเครดิตคือ เดนมนุษย์

ดร.อานนท์ จวก ปิยบุตร ไหนบอกไม่เกี่ยวอะไรกับพรรคส้มแล้ว ทำไมยังดิ้น!!!

ดร.อานนท์ จวก ปิยบุตร ไหนบอกไม่เกี่ยวอะไรกับพรรคส้มแล้ว ทำไมยังดิ้น!!!

ดร.อานนท์ จวก ปิยบุตร ไหนบอกไม่เกี่ยวอะไรกับพรรคส้มแล้ว ทำไมยังดิ้น!!!

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.58 น.

วันที่ 4 เมษายน 2569 ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ว่าหนึ่ง หมกมุ่นจงเกลียดจงชังอะไรกับสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่เลิกเสียที

สอง อิจฉาอะไรกับพรรคการเมืองเล็กนิดเดียว อย่างไทยภักดีกับพรรคเศรษฐกิจ

สาม ไหนบอกไม่เกี่ยวอะไรกับพรรคส้มแล้ว ทำไมดิ้นเหมือนยังอยู่พรรคส้ม

ตอบสามคำถามนี้หน่อย

พรรคประชาชนระทึก! กกต.รับสอบยุบพรรค ปม Laser ID-สเปกเตอร์ซี เรียก 2 นักร้องมาให้ปากคำ

พรรคประชาชนระทึก! กกต.รับสอบยุบพรรค ปม Laser ID-สเปกเตอร์ซี เรียก 2 นักร้องมาให้ปากคำ

พรรคประชาชนระทึก! กกต.รับสอบยุบพรรค ปม Laser ID-สเปกเตอร์ซี เรียก 2 นักร้องมาให้ปากคำ

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.27 น.

สำนักงาน กกต.เรียกสอบผู้ร้องยุบพรรคประชาชน คดีสเปกเตอร์ พร้อมพยานหลักฐาน ตลอดสัปดาห์ก่อนหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์

วันที่ 4 เมษายน 2569  รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต. )ว่า นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองได้รับคำร้องเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยยุบพรรคประชาชน กรณีผู้บริหารพรรคและบุคคลผู้มิใช่สมาชิกพรรคได้ร่วมดำเนินกิจการที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวกับบริษัท สเปกเตอร์ ชี จำกัด ซึ่งเป็นสื่อมวลชนและมีการกระทำอันเข้าข่ายลักษณะเอื้อประโยชน์และแสวงหากำไรมาแบ่งปันกัน ซึ่งอาจเข้าข่ายการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 และกรณีพรรคประชาชนเปิดรับสมาชิกทางออนไลน์หรือระบบคอมพิวเตอร์ โดยให้ผู้สมัครกรอกหมายเลข Laser ID (รหัสที่อยู่หลังบัตรประชาชน) และอาจมีการใช้ปฏิบัติการไอโอ โดยให้ Spectre C เป็นผู้ขับเคลื่อนให้ ซึ่งอาจเป็นการครอบงำกิจกรรมของพรรค อาจเข้าข่ายการฝ่าฝืน พรป.ว่าด้วยพรรค การเมือง 2560 หรือไม่   และได้มอบหมายให้คณะกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรค การเมือง คณะที่ 2 ดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคำร้องดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด คณะกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรคการเมือง คณะที่  2 ได้ส่งหนังสือ “ลับ” ด่วนที่สุด เรียกตัวผู้ยื่นคำร้อง อาทิ นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน  นายทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร นักวิชาการอิสระ และพยานที่เกี่ยวข้อง มาให้ปากคำที่สำนัก กกต. ในระหว่างวันที่ 7-10 เม.ย.2569 พร้อมหลักฐาน เพื่อทำความเห็นเสนอให้นายทะเบียนพิจารณาต่อไป