ตู่ ภพธร สอนลูกให้มีวินัย เพราะชีวิตจริงไม่มีทางลัดสู่ความสำเร็จ

ตู่ ภพธร สอนลูกให้มีวินัย เพราะชีวิตจริงไม่มีทางลัดสู่ความสำเร็จ

ตู่ ภพธร สอนลูกให้มีวินัย เพราะชีวิตจริงไม่มีทางลัดสู่ความสำเร็จ

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.53 น.

เปิดหมดเปลือกสไตล์การเลี้ยงลูกยุคใหม่ของคุณพ่อสายคอนเทนต์อย่าง ตู่ ภพธร ในรายการ MY DADDY James ตั้งแต่ไม่ตีลูก ไม่ใช้จอเป็นพี่เลี้ยง ไปจนถึงการปลูกฝังวินัยและความรับผิดชอบ พร้อมย้ำว่าหน้าที่ของพ่อแม่ไม่ใช่การบังคับให้ลูกเก่ง แต่คือการสร้างเครื่องมือในการใช้ชีวิตเพื่อให้ลูกเติบโตอย่างมีคุณภาพและมีความสุขในแบบของตัวเอง

ในโซเชียลเป็นสายคอนเทนต์ฮา ๆ ชีวิตจริงเป็นแบบนั้นไหม?

ตู่ ภพธร: เวลาเล่นกับเขาเราจะเล่นเต็มที่จนพี่นุชรู้ว่า อาชีพพ่อหลัก ๆ ของพี่ตู่คือ อาชีพเล่น ดูเหมือนได้งานง่าย แต่จริง ๆ เหนื่อยนะ ด้วยความที่เราทำงานเยอะ และไม่ได้มีเวลามากขนาดที่จะดูแลเขาได้ตลอดเวลาแบบพี่นุช ตอนนี้คนเล็กเริ่มชอบงานประดิษฐ์ประดอย เราต้องเล่นตามเขา ช่วยเขาตัดสิ่งของต่าง ๆ ส่วนคนโตจะชอบเล่นอะไรที่แอ็กชันมากกว่า เช่น ออกไปเล่นชิงช้า หรือออกไปปั่นจักรยาน ทั้งสองคนมีความชอบที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ ปัญหาไม่ได้อยู่เรื่องของการเล่น แต่ว่าเราจะแบ่งร่างเรายังไงให้สามารถเล่นได้ทั้ง 2 คน

ลูกมีความชอบที่แตกต่างกัน พวกเขาเล่นด้วยกันบ้างไหม?

ตู่ ภพธร: มีบ้าง บางอย่างจะเล่นด้วยกัน แต่ว่าจะสังเกตว่า ถ้าอะไรที่พี่สาวสนุกมาก ๆ น้องจะนั่งเล่นด้วยพยายามที่จะอิน แต่สักพักหนึ่งเขาจะแยกไปทำอย่างอื่น

คุณพ่อจะใจดี คุณแม่จะดุลูกมากกว่าไหม ?

ตู่ ภพธร: มันจะเป็นโหมดที่แตกต่างกัน พี่ตู่จะโหมดเรื่องซีเรียสกว่า พี่นุชเขาจะมีความดุเรื่องการกิน เรื่องที่เราเจอกันทุกวัน เช่น เวลานี้ต้องแปรงฟันแล้วนะ แต่ยังไม่ไป หรือว่าเป็นแนวบ่น แต่พี่ตู่จะเป็นแนว ให้เขาทำอะไรที่ควรทำ หรือที่จะต้องสั่งสอนแบบจริงจัง พี่ตู่จะเป็นโหมดนั้น

เวลาที่ต้องคุยกับลูกเรื่องจริงจัง ต้องจับเขาคุยเลยไหม?

ตู่ ภพธร: จะมีช่วงของมัน ศึกษาจากสื่อออนไลน์ทั้งนั้นเลยว่าถ้าเขาทำอะไรไม่ดี เราคงจะไม่สั่งสอนเขาเดี๋ยวนั้น เพราะว่าเขาจะมีความต่อต้านเบา ๆ ถ้าเราดุเลย เขาก็จะกลายเป็นกลัวเรามากกว่าที่จะรับฟัง เราจะไปสอนเขาในเวลาที่เขาใจเย็นลงแล้ว และเวลาที่ดีที่สุดคือ เวลาก่อนนอน ที่เราจะมาพูดคุยกัน

ผลลัพธ์ที่ได้กลับมาจากลูกทั้งสองคนเหมือนกันไหม ?

ตู่ ภพธร: ไม่เหมือน อย่างเช่น มีวันหนึ่งคนโตถือขนมมาจะเอามาอวดแม่เขา ฟันเขาโยกใกล้จะหลุดแล้ว เขาอยากจะกัดขนม เพราะเขาเห็นพี่ตู่ทำให้ดูว่า กัดไปปุ๊บ ถ้าฟันมันโยก ฟันมันจะหลุด เขาก็เลยซื้อมาแต่เขายังไม่ได้จะกินหรอก เพราะกำลังจะเข้านอนแล้ว เรานึกว่าเขาจะเอามากิน เราเลยพูดว่า พี่ริสาไม่กินลูก ดึกแล้ว เราพูดอาจจะน้ำเสียงมีความตำหนินิดหนึ่ง ลูกเสียใจมาก ทำไมปะป๊าต้องดุหนู หนูแค่อยากจะเอามาโชว์หม่ามี้เอง  เขาจะเป็นอ่อนไหวง่าย เราตอบกลับไปว่า ปะป๊านึกว่าหนูจะเอามากิน อ๋อ หนูมาโชว์ หนูเล่าให้หม่ามี้ฟังเลย ในส่วนของคนเล็ก เมื่อวานนี้ให้เขาเก็บของก่อนเข้านอนพวกของเล่น เวลาเล่นเขาจะไม่เหนื่อยหรอก แต่พอเก็บของปุ๊บ เหนื่อยหมดแรงแบตเหลือ 0% ทันที เราจะมีเลเวลที่จะบอกเขาให้ทำ ถ้าลูกยังไม่ทำ เราจะพยายามหาวิธีทำให้มันดูสนุก พยายามไล่ระดับของเรา พอเริ่มดุปุ๊บ เขาจะสู้ เขาจะทำเสียงขู่เราเหมือนจะเล่นแต่จริง ๆ แล้วเราแอบจะไม่เล่นด้วย มีความหงุดหงิด แต่ว่าพยายามแสดงออกมาในทางที่เหมือนเล่น ถ้าเขาเริ่มไม่พอใจ เราจะเริ่มสอน คนโตจะสู้กว่าคนเล็ก มันมีความถอดใจในความเป็นพ่อที่พยายามที่จะไม่ดุ ไม่ตี พอพูดแล้วไม่ทำ บางทีคิดกับตัวเองว่า ช่างมัน เดี๋ยวมาเก็บเองก็ได้ แต่ก็รู้สึกว่าไม่ได้ ถ้าเราปล่อยให้ครั้งนี้ผ่านไปได้ มันก็จะมีครั้งหน้าต่อไปเรื่อย ๆ เราก็ฮึบกลับมาแล้วก็พยายามบอกเขาว่า โอเค ไม่เป็นไรลูก งั้นคืนนี้ถ้าหนูยังไม่เก็บ เราจะนอนดึก ป๊าจะรอจนกว่าหนูจะเก็บ แล้วพรุ่งนี้หนูจะเหนื่อยนะ เพราะตื่นเช้าไปโรงเรียน

ถ้าไม่ลงโทษลูกแล้วเราต้องทำอย่างไร?

ตู่ ภพธร: มันมีเรื่องที่จะต้องลงโทษ แต่ในเรื่องนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องที่เราจะลงโทษ ถ้าเขาทำอย่างอื่น  เช่น ทะเลาะกัน เขาโกรธ ตีกันต้องลงโทษ แต่ว่าลงโทษคงไม่ใช่ตีครับ ไม่มีการตีในบ้านผมอยู่แล้ว แต่จะมีเวลากำหนดว่าห้ามดูจอนานกี่วัน หรือ 1 อาทิตย์ มันเป็นเหมือนการพรากสิ่งที่เขาชอบทำ เขาจะรู้ว่าเขาสมควรแล้วที่จะโดน

ทราบว่าเรียนจบที่เมืองนอกมาได้นำประสบการณ์ในการไปใช้ชีวิตที่โน้นมาปรับใช้กับลูกๆบ้างไหม ?

ตู่ ภพธร: ตัวเราเองทำงานพาร์ตไทม์ตั้งแต่เด็ก แล้วช่วงจบมัธยมเราเริ่มทำงานฟูลไทม์เลย พร้อมกับเรียนไปด้วย เรารู้สึกว่าโอเค ลูกเรายังเล็ก แต่รู้สึกว่าการมีงาน ทำให้เขามีวินัยทำให้เขาโต โตในแง่นี้คือมีความรับผิดชอบในตัวเองมากขึ้น พอเขามีเงินก้อนหนึ่งแล้วอยากจะซื้ออะไร เขาจะเริ่มคิดละว่าควรที่จะซื้อสิ่งนี้หรือเปล่า อยากได้ของเล่นชิ้นนี้ เขาต้องเก็บเงินมานานเท่าไหร่กว่าจะได้ เขามีเป้าหมายอยากซื้อสุนัข เขาควรจะต้องทำยังไงให้ไปถึงจุดนั้นได้

เป็นคนที่ซีเรียสเรื่องมารยาทไทยมาก ๆ กับลูก ?

ตู่ ภพธร: ไม่ขนาดนั้น แต่แค่เห็นว่าลูกเรียนอินเตอร์แล้วสิ่งเหล่านี้จะหายไปเยอะ เช่น การไหว้ เราไม่แน่ใจว่าโรงเรียนสอนเยอะไหม เพราะครูเป็นชาวต่างชาติ เป็นคนอังกฤษ มีผู้ช่วยครูซึ่งเป็นคนฟิลิปปินส์ มีคนไทยบ้างในชั้นเล็ก ๆ มันมีความเป็นไทยน้อยมาก รู้สึกว่าบางสิ่งยังมองว่าเป็นสิ่งสำคัญ เด็กที่รู้จักความเป็นไทยจะมีความนอบน้อม ไม่แน่ใจว่าคนยุคนี้คิดยังไงเรื่องการไหว้ผู้ใหญ่ แต่รู้สึกว่าในความเป็นไทยมันเป็นสิ่งที่มีเสน่ห์ เรื่องความเกรงใจเกินไป อาจจะไม่ได้อยากให้เขาเป็นขนาดนั้น เขาจะต้องกล้าที่จะพูด กล้าแสดงความเป็นตัวของตัวเอง แต่ยังรู้เรื่องขนบธรรมเนียมไทย เราว่าไม่ได้เป็นสิ่งที่แย่ที่จะให้เรียนรู้ พยายามฝึกเขา ซึ่งจะทำบ้างไม่ทำบ้าง จะบางทีจะไหว้แบบมึน ๆ แต่พยายามสอนเขา นั่นเป็นเรื่องหนึ่งที่พยายามครับ อยู่บ้านจะคุยกับเขาว่าพยายามพูดไทยกันนะลูก เพราะเขาจะกลายเป็นเด็กพูดไทยได้ไม่แข็งแรง โรงเรียนอินเตอร์อาทิตย์หนึ่งสอนไทยไม่กี่วัน ซึ่งมันเสียดายว่าเราเกิดมาเป็นคนไทยแล้วเรียนโรงเรียนอินเตอร์ ควรจะได้ทั้ง 2 ภาษา เผลอ ๆ เดี๋ยวนี้เขาต้องได้ภาษาจีนด้วย

3 หัวข้อหลักที่อยากส่งต่อให้ลูก ?

ตู่ ภพธร: อันดับแรก การให้คุณค่าตัวเอง ด้วยความที่เป็นลูกสาวเราอยากให้เขารู้ถึงคุณค่าของตัวเอง ไม่ว่าไปอยู่ในสังคมไหนเขาจะไม่ให้ใครมาด้อยค่าและฟังในสิ่งที่เขารู้ว่าไม่ใช่ หรือใครที่พยายามจะผลักดันเขาไปในทางที่เขารู้ว่าไม่ควรลดตัวลงไปทำสิ่งนั้น อันนี้น่าจะเป็นเรื่องหลักที่อยากสอนเขา  อันที่สองคือเรื่องวินัยในตัวเอง และอีกเรื่องคือเรื่องของความเป็นคนดี อันนี้เป็นหัวข้อใหญ่ว่าต้องสอนให้เขาเป็นคนดี เวลาเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าการที่จะมานั่งคิดเรียงลำดับว่า เราจะสอนอะไรต่อดี มันจะมาเมื่อเรารับฟังเมื่อมีเวลาที่จะพูดคุยกับเขาว่า เกิดอะไรขึ้นบ้างวันนี้ ใครทำให้หนูยิ้มได้บ้างที่โรงเรียน หรือหนูมีเรื่องอะไรที่ไม่แฮปปี้ไหม คุยกับเขาบ่อย ๆ จนเขากล้าที่จะเปิดกับเราในสิ่งที่เขาอาจจะไม่สบายใจที่จะเปิด แล้วเราจะได้เรียนรู้ว่าควรจะสอนอะไรเขาต่อ แต่บางคนไม่ได้มีเวลาขนาดนั้น ถึงบอกว่ามันควรจะต้องมีให้กับลูกเราบ้าง เรื่องเล่นก็สำคัญสำหรับผม แต่เรื่องที่ดีที่สุดคือ การมีเวลาพูดคุยกับลูก

อนาคตคาดหวังให้ลูกอยู่ในวงการบันเทิง ?

เจมส์ จิ: ส่วนตัวผมไม่ได้คาดหวังขนาดนั้น อันนี้ผมแล้วแต่เขาเลย ว่าอยู่วงการบันเทิงมันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ไม่ใช่ข้อเสียของวงการบันเทิงนะ แต่เป็นข้อเสียที่จิตใจคุณจะโดนกระทบเอง ตอนที่คุณอยู่ในวงการบันเทิง

ตู่ ภพธร: ใช่ครับ นั่นเป็นเหตุผลที่ไม่ค่อยอยากบังคับให้เขาทำอะไร หรือถ่ายอะไร ถ้าเขาไม่แฮปปี้ เราจะหยุดเลย นอกจากว่ามีถ่ายงานก็จะบอกล่วงหน้านาน ๆ สมมติมีพรีเซนเตอร์เข้ามา จะบอกเขาว่า เรามีงานนี้ลูกนะ ปะป๊าจะมีส่วนแบ่งให้ แต่เงินนี้หนูไม่ได้เอาไปใช้นะ เป็นค่าตัวจริงจังเลย ให้เขาเป็นกอบเป็นกำ แต่อยู่ในบัญชีที่ไม่ได้ใช้จะได้ใช้ตอนโตตอนเข้ามหาลัย เขาจะแฮปปี้ที่จะทำ และมีสิ่งจูงใจเป็นรางวัลเล็กน้อย ถ่ายงานมีบ้างแต่ไม่ได้บ่อย ส่วนอื่น เช่น คอนเทนต์ ผมจะไม่ค่อยเท่าไหร่ เพราะไม่ใช่แค่ตัวเขา แต่เป็นตัวเราด้วย รู้สึกว่าเราแบ่งตัวเองระหว่างฐานะพ่อที่เล่นกับลูก กับ พิธีกร หรือดารา ที่กำลังทำงานอยู่ เพราะการกระทำของเราจะไม่เหมือนกัน รู้สึกว่าตัวเองเป็นอย่างนั้น เลยไม่ค่อยชอบถ่ายเท่าไหร่เวลาที่อยู่กับลูกจริง ๆ แต่เราจะไม่บังคับเขา ไม่มีความคาดหวังใด ๆ ว่าอยากให้เขาเป็นอะไร ณ ตอนนี้ แค่อยากให้เครื่องมือในการใช้ชีวิตกับเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ให้เรียนนี่ ให้ลองนู่นนั่น เพื่อให้เขารู้ว่าอยากทำอะไรมากกว่า

วิธีรับมือเรื่องการเล่นมือถือของลูกสไตล์คุณพ่อสายคอนเทนต์ ?

ตู่ ภพธร: แต่ก่อนจะมีแบบหลอกล่อด้วยจอ ตอนนี้คือจะบอกที่บ้านตลอดไม่ให้ทำเลย จะไม่มีการกินข้าวแล้วเพื่อให้นั่งนิ่ง ๆ หรือเวลาไปกินข้าวนอกบ้านกับเพื่อนแล้วเอาจอมาตั้งให้เขาเล่น นอกจากว่าไปกับเพื่อนเยอะ ๆ แล้วลูกเพื่อนทุกคนดูกัน แต่ถ้าของเราเองที่บ้าน เวลาไปข้างนอกบ้านจะไม่ให้ดูจอ นั่งกินข้าวเอง ห้ามเล่นมือถือ จะไม่เปิดทีวีตอนกินข้าว เพราะรู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่ต้องสื่อสารกัน คุยกัน ใช้เวลาร่วมกัน ซึ่งจะมีเวลาของเขา เช่น วันหยุด สุดสัปดาห์สามารถเล่นได้วันละ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง

ควรให้ลูกมีมือถือเป็นของตัวเองตอนอายุเท่าไหร่ ?

ตู่ ภพธร: คิดว่าอายุ 16 ปี ถ้าอยากจะมีก่อนหน้านั้นอาจจะเป็นมือถือแบบไม่ใช่สมาร์ทโฟน เพราะพยายามให้เขาอยู่ไกลโซเชียลมีเดียให้นานที่สุด สมมติว่าเขาอยากทำคอนเทนต์ หรือเริ่มโต เอาจริง ๆ ผมไม่ค่อยเห็นด้วย ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ อาจจะมี iPad ที่เอามาใช้ทำได้ หรือเป็นอะไรที่เขาไม่ได้ใช้ในเวลาส่วนตัวครับ

ถ้าในเร็ว ๆ นี้ ลูกขอเป็น TikToker ?

ตู่ ภพธร: หนูอยากทำอะไร อยากพูด หรืออยากเต้น ถ้างั้นหนูไปเรียนเต้นไหม ไม่ใช่หนูทำท่าง่าย ๆ ตามคลิปใน TikTok แล้วแค่นั้นคือ เรียกว่าเป็น TikToker ผมว่ามันต้องมีสกิลเพิ่มเติมให้เขา ถ้าหนูชอบทำคลิปแบบนี้ หนูเรียนตัดต่อไหม หนูไปเรียนเกี่ยวกับ prompt เพื่อทำ AI  เพราะเราคิดว่าเขาต้องได้อะไรมากกว่าแค่ว่า หนูจะทำหนูก็ทำ โดยที่หนูไม่ได้ฝึกฝนอะไร

ทำไมถึงให้ความสำคัญในเรื่องของความอดทนและการมีวินัย ?

ตู่ ภพธร: เพราะว่าชีวิตจริงมันต้องเป็นอย่างนั้น ชีวิตจริงคุณไม่สามารถทำอะไรฉาบฉวยได้ แบบจับอันนี้แล้วอยากจะรวยเลย จับอันนี้แล้วอยากจะดังเลย มันไม่มีอยู่แล้ว ไม่มีใครเอาอะไรมาวางให้คุณแล้วชีวิตคุณเซ็ตแล้วสบายเลย มันไม่มีอยู่แล้ว ลูกต้องเรียนรู้ในจุดนี้ว่า ทุกอย่างมีที่มา มีเวลาของมัน มีสิ่งที่คุณจำเป็นจะต้องได้มาก่อนที่คุณจะได้รับมันไป ที่คุณจะต้องไปฝึกฝนมา เพราะทุกคนเห็นแค่ในมุมที่เขาโชว์ผลลัพธ์ ที่เขาบอกวิธีว่าฉันทำคลิปแบบนี้ ฉันหาเงินได้ 100,000 บาทต่อเดือน ซึ่งมันอาจจะมีจริงสำหรับบางคน แต่ว่ามันไม่ใช่ทุกคน ไม่งั้นคงรวยกันไปหมด

เคล็ดลับในการบริหารเวลาดูแลลูก ?

ตู่ ภพธร: เขาจะเฝ้ารอ แต่ว่าขึ้นอยู่กับในบางช่วง เหมือนเขาอยู่ตลอดเวลา บางทีเพื่อนเขามา ก็จะไปติดเพื่อน แต่เราจะสังเกตได้ว่าถ้าเราหายไป เพราะทำงานยุ่ง ๆ ติดกัน 2-3 วัน เรากลับบ้านมาเขาจะวิ่งเข้ามากอด อย่างเมื่อวานนี้กลับบ้านไปแล้วลูกสาวคนเล็ก ซึ่งปกติเขาจะไม่ค่อยมีนิสัยแบบนี้ ที่วิ่งเข้ามากอดก่อน มันเป็นโมเมนต์ที่เราเหมือนเป็นรางวัล แต่ถามว่าแบ่งเวลายังไง ผมว่าเวลาที่เรามีจะมากจะน้อย ถ้าเราให้เขา 100% มันเพียงพอ

ลูกคนไหนมาสายดนตรีเหมือนพ่อ ?

ตู่ ภพธร: ลูกสาวคนโต ริสา เขาจะชอบเล่นเปียโน ตอนนี้เรียนอยู่ด้วย แล้วเขาจะบอกว่า เดี๋ยวจะไปซ้อมของตัวเอง เราจ้างครูมาสอนเขา มันเริ่มจากเขาไปดูละครเวที เห็นเราร้องเพลง ซึ่งเขาก็ไม่ได้อินอะไรขนาดนั้น เพียงแต่ว่าที่โรงเรียนมีสอนเปียโน เราเลยจ้างครูมาสอนเพิ่มให้ ซึ่งจะมีโมเมนต์ที่เขาอยากเลิกเรียน เราจะพยายามบอกว่า อย่าเลยลูกหนูเริ่มเรียนมาแล้ว อยากให้ลองเรียนต่อไปเรื่อย ๆ มันดีกับตัวหนู ถ้าหนูเล่นเป็น เราให้เขาเริ่มเรียนเป็นปีแล้ว คนเล็กก็มีเรียนด้วย แต่ว่าคนเล็กเหมือนจะชอบร้องเพลงมากกว่า เขาจะฮัมเพลงของเขาเองอยู่ตลอดเวลา

ช่วงที่ลูกท้อแท้ ทำให้เขาผ่านช่วงเวลานั้นอย่างไร ?

ตู่ ภพธร: เราบอกว่าไม่ได้ลูก หนูต้องเรียนต่อ คุณครูจะต้องมาแล้วเย็นนี้ หนูต้องเรียนนะเราจะพยายามสอนเขาว่า ถ้าเราเริ่มทำอะไรแล้ว ป๊าไม่อยากให้หนูล้มเลิกง่าย ๆ ซึ่งเขาไม่รู้หรอกว่า มันไม่มีวันจบ มันไม่มีทางที่เรียนเปียโน แล้วเป็นปรมาจารย์ ไม่ต้องเรียนแล้ว ไม่ต้องฝึกแล้ว จริง ๆ ไอเดียนี้ได้มาจากการเห็นพ่อแม่เด็กคนอื่น เพราะลูกเขาเก่ง อยู่ในวงของโรงเรียนด้วย เขาขอเองที่จะเรียน เพราะว่าเราจะมีความคิดที่ว่าถ้าลูกดูไม่มีความสุขอย่าไปบังคับเขา ในตอนแรก ๆ นะ รู้สึกว่าเขาจะไม่มีความสุขที่ทุกคนฝืนให้เขาทำนู่นทำนี่ แต่เราอาจจะต้องดูด้วยว่า เขามีแววหรือเปล่า มีความชอบบ้างหรือเปล่า พอเริ่มเรียนถ้าเขาดูมีความชอบแต่เขาเลิกเพราะเขาขี้เกียจอันนี้ต้องบังคับเขาแล้ว เพราะว่าเด็กทุกคนมันขี้เกียจหมด อยากไปเล่นกับเพื่อน พอนำเขาผ่านจุดหนึ่งไปได้ มันจะกลายเป็นว่าเขาชอบ แล้วจะกลายเป็นสิ่งที่เขาไปต่อยอดได้ แต่ว่าถ้าเขาดูมีความชอบแล้วเราปล่อยให้เขาเลิกไปเขาจะไม่จับอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ไม่ใช่ทุกคนด้วยที่จะเกิดมาแล้วรู้เลย เพราะฉะนั้นมันเป็นหน้าที่เรา ที่จะต้องสร้างพื้นที่ให้เกิดแรงบันดาลใจสำหรับเขาไปเรื่อย ๆ แต่สุดท้ายแล้วถ้าเราเห็นประกายบางอย่างในตัวเขากับสิ่งนั้นๆที่เขาเรียนรู้ มันจะเห็นได้

มีอะไรอยากจะฝากถึงลูกกับภรรยา ?

ตู่ ภพธร: มีคนคอมเมนต์เยอะ เวลาที่เห็นเราทำอะไรด้วยกันว่าพี่นุชโชคดีจังเลย ที่ได้พี่ตู่เป็นสามี แต่สิ่งที่เขาไม่เห็นในมุมที่ไม่ดีมันก็มีไม่ได้น้อย สิ่งที่นุชพยายามปรับพยายามเข้าใจพี่ตู่ เราเป็นคนมีความนอยด์ในบางเรื่อง มีความเยอะ ซึ่งเราซาบซึ้งมาก ที่เขาพยายามเข้าใจเราในหลาย ๆ เรื่อง ขอโทษที่บางทีอาจจะมีความเยอะในมุมของเรา เช่น เรื่องของอารมณ์ มันเป็นสิ่งที่เราก็พยายามปรับให้ดีขึ้น และพยายามที่จะเป็นสามีที่ดีกับเขาขึ้นเรื่อย ๆ กับลูก ถ้าลูกได้มาดูคงเป็นตอนโตไปแล้ว อยากให้เขารู้ว่า ปะป๊ากับหม่ามี้รักเขามากที่สุดในโลก แล้วก็ภูมิใจในตัวเขามาก อยากให้เขาใช้ชีวิตของตัวเองอย่างมีความสุขเท่านั้น เราก็แฮปปี้ และมันเริ่มจากตัวเรา เพราะเราเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดสำหรับเขา เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราเป็นมีผลส่งสะท้อนไปถึงตัวเขาด้วย เพราะฉะนั้นเริ่มจากตัวเรา

สวยสร้างเรื่อง ใหม่ ดาวิกา อวดลุคบอดี้สูทปักเลื่อมสุดระยิบระยับในแฟชั่นโชว์ระดับโลก

สวยสร้างเรื่อง ใหม่ ดาวิกา อวดลุคบอดี้สูทปักเลื่อมสุดระยิบระยับในแฟชั่นโชว์ระดับโลก

สวยสร้างเรื่อง ใหม่ ดาวิกา อวดลุคบอดี้สูทปักเลื่อมสุดระยิบระยับในแฟชั่นโชว์ระดับโลก

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.45 น.

ทำเอาเวทีแฟชั่นระดับโลกต้องสั่นสะเทือน เมื่อนางเอกสาวคนดัง “ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่” ได้เข้าร่วมชมแฟชั่นโชว์ Tony Ward Fall 2026 Haute Couture ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยงานนี้เธอมาในลุคที่สะกดทุกสายตาด้วยชุดบอดี้สูทขาสั้นปักเลื่อมและคริสตัลระยิบระยับทั่วทั้งตัว เผยให้เห็นเรียวขาสวยยาวสุดเพรียว เพิ่มความอลังการด้วยผ้าลากหางยาวพลิ้วไหวและโบว์ขนาดใหญ่ที่ช่วงไหล่ ยิ่งขับให้ออร่าความสวยของเธอโดดเด่นสมเป็นตัวแม่สายแฟชั่นอย่างแท้จริง

แฟนคลับแห่ชม”สวยจนต้องร้องขอชีวิต”หลังจากที่ภาพชุดนี้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาแฟน ๆ ทั้งชาวไทยและต่างชาติต่างพากันเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ชื่นชมในความงามระดับพระเจ้าสร้างกันอย่างล้นหลาม  Absolutely Stunning!!, คนหรือนางฟ้า เก็บปีกนางฟ้ายังไงให้เนียนคะ,เร่ิดสุดในระบบสุริยะ, คำนำหน้าคือ สวยจนต้องขอคุกเข่า เพราะแซ่บเกิน, ออร่าเกินดาราไปมาก ,คนหรือผงนัว (นัวจนใจเจ็บ) งานนี้หวานใจตัวจริงอย่าง “เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี” ก็ไม่พลาดที่จะเข้ามาส่งกำลังใจและร่วมอวยยศให้กับภรรยาสุดที่รัก (สรรพนามที่แฟนคลับแซว) ด้วยคอมเมนต์สั้น ๆ แต่ลากเสียงยาวบ่งบอกถึงความคลั่งรักแบบสุด ๆ ว่า “สวยยยยยยยยยยยยยยยยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งลุคของ “ใหม่ ดาวิกา” ที่สร้างความประทับใจและกลายเป็นกระแสทอล์กออฟเดอะทาวน์ในโลกโซเชียลได้อย่างล้นหลามสมศักดิ์ศรีการเป็นแฟชั่นไอคอนระดับอินเตอร์จริง ๆ

โมเมนต์ประทับใจ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงแย้มพระสรวล ทักทาย ชมพู่ อารยา ณ ปารีสฮูตกูตูร์แฟชั่นวีค

โมเมนต์ประทับใจ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงแย้มพระสรวล ทักทาย ชมพู่ อารยา ณ ปารีสฮูตกูตูร์แฟชั่นวีค

โมเมนต์ประทับใจ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงแย้มพระสรวล ทักทาย ชมพู่ อารยา ณ ปารีสฮูตกูตูร์แฟชั่นวีค

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.36 น.

กลายเป็นภาพความประทับใจที่ทำเอาแฟนๆ ชาวไทยและแวดวงแฟชั่นฮือฮา เมื่อมีการเผยแพร่ภาพโมเมนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจากเทศกาล Paris Haute Couture Week ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-9 กรกฎาคม

ไฮไลต์สำคัญที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก คือการพบกันของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และเจ้าแม่แฟชั่นยืนหนึ่งของเมืองไทยอย่าง ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ตภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักและอบอวลไปด้วยเหล่าบุคคลสำคัญจากแวดวงแฟชั่นระดับโลก โดยมีภาพความประทับใจที่ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงแย้มพระสรวลและทรงร่วมปฏิสันถารกับ ชมพู่ อารยา อย่างเป็นกันเอง ท่ามกลางแฟชั่นลุคสุดโก้หรูและสง่างามของทั้งสองพระองค์และสองนักแสดงสาวนอกจากนี้ ในช่วงสัปดาห์แฟชั่นชั้นสูงนี้ ยังมีคนดังชาวไทยอย่างนางเอกสาว คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส เดินทางไปร่วมชมโชว์และอัปลุคปังๆ ให้แฟนคลับได้ติดตามกันอีกด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์แฟชั่นที่มีดาราและเซเลบริตี้ไทยไปเจิดจรัสในระดับสากลอย่างน่าภาคภูมิใจ

สุขใจอิ่มบุญ น้องอชิ ควงแขน แม่โบ ทำบุญวันเกิดอายุครบ 21 ปี ร่วมพิธีห่มผ้าแดงภูเขาทอง

สุขใจอิ่มบุญ น้องอชิ ควงแขน แม่โบ ทำบุญวันเกิดอายุครบ 21 ปี ร่วมพิธีห่มผ้าแดงภูเขาทอง

สุขใจอิ่มบุญ น้องอชิ ควงแขน แม่โบ ทำบุญวันเกิดอายุครบ 21 ปี ร่วมพิธีห่มผ้าแดงภูเขาทอง

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.16 น.

ถือเป็นอีกหนึ่งภาพความประทับใจที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่นและเป็นมงคลชีวิตต้อนรับวัย 21 ปีอย่างแท้จริง สำหรับ “น้องอชิ-อชิรวัตติ์ มัสยวาณิช” ลูกชายสุดที่รักของ “โบ-ชญาดา เศวตนันทน์” และ “ฟลุค-เกริกพล มัสยวาณิช”ล่าสุดในอินสตาแกรมส่วนตัวของแม่โบ (⁠bo_achi⁠) ได้มีการโพสต์ภาพบรรยากาศสุดอิ่มบุญ ขณะที่ครอบครัวได้เดินทางไปทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันเกิดปีนี้ โดยระบุข้อความว่า มงคลวันเกิดปีนี้ ๒๕๖๙ กราบขอบพระคุณท่านเจ้าคุณอนุชา พระมหาบอย พระครูปิยะ และพระครูติ๊ก ที่เมตตาให้พรวันเกิด และพาคุณพ่อ โบ พี่แบงค์ อชิ ทำพิธีห่มผ้าแดงพระบรมบรรพต (ภูเขาทอง) ณ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร”

กลายเป็นโพสต์ที่ทำเอาแฟนๆ และชาวเน็ตถึงกับต้องกดไลก์กดแชร์กันรัวๆ  เพราะสิ่งที่สะดุดตาจนทำเอาไอจีแทบแตก กลับไม่ใช่แค่ภาพบรรยากาศการทำบุญสุดอบอุ่นเท่านั้น แต่เป็นความหล่อออร่าระดับพระเอกซีรีส์ของ “น้องอชิ” ที่ยิ่งโตก็ยิ่งฉายแววความพรีเมียม โครงหน้าเป๊ะ จมูกเป็น ที่ทำเอาหลายคนหลุดโฟกัสจากงานบุญ หันมาชมความหล่อละมุนกันเป็นแถว เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งภาพความประทับใจที่ทั้งอิ่มบุญ อิ่มใจ และทำเอาสาวๆ ใจละลายกันไปทั้งประเทศเลยทีเดียว

ผบ.ทบ.ติดตามการบูรณะราชรถ ราชยาน ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

ผบ.ทบ.ติดตามการบูรณะราชรถ ราชยาน ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

ผบ.ทบ.ติดตามการบูรณะราชรถ ราชยาน ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.37 น.

ผบ.ทบ. และคณะ ตรวจติดตามความคืบหน้าการบูรณะปฏิสังขรณ์ ราชรถ ราชยาน ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในส่วนงานของกรมสรรพาวุธทหารบก ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พบคืบหน้าเกือบ 100% แล้ว

7 กรกฎาคม 2569 พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ เป็นประธานการตรวจติดตามความคืบหน้าการบูรณะปฏิสังขรณ์ ราชรถ ราชยาน ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่บริเวณ อาคารโรงราชรถ ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พร้อมรับฟังการบรรยายและเดินชม ราชรถและราชยาน ได้แก่ พระมหาพิชัยราชรถ พระที่นั่งราเชนทรยาน เกรินบันไดนาค เวชยันตรราชรถ พระยานมาศสามลำคานซึ่งมีหน้าที่อัญเชิญพระโกศทองใหญ่ ราชรถน้อย และเครื่องประกอบในพระราชพิธีฯ โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูง เช่น พลเอก ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ และ พลเอกอมฤต บุญสุยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ร่วมคณะติดตามความคืบหน้าการบูรณะปฏิสังขรณ์ฯ ในครั้งนี้

       โดย พลตรี ภาณุ ป้านทอง ผู้บัญชาการศูนย์อุตสาหการสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก ได้กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของกรมสรรพาวุธทหารบกว่า กรมสรรพาวุธทหารบก ซึ่งมีความรับผิดชอบในการซ่อมบำรุงราชรถ และราชยานต่าง ๆ รวมทั้งหมด 5 แบบด้วยกัน ได้แก่ พระมหาพิชัยราชรถ, เวชยันตรราชรถ, ราชรถน้อยอีก 3 องค์, เกรินบันไดนาค 2 องค์, ฐานรองพระโกศ และพระยานมาศสามลำคาน 2 องค์ ซึ่งความพร้อมของพระมหาพิชัยราชรถขณะนี้ ในส่วนงานของกรมสรรพาวุธทหารบก เกือบครบถ้วน 100% แล้ว ส่วนเวชยันตรราชรถ ก็ได้ดำเนินการเกือบแล้วเสร็จทั้งหมดเช่นกัน

พร้อมกันนี้กองทัพบก ยังได้ดำเนินการซักซ้อมฉุดชักราชรถ ควบคู่กันไปด้วย ทั้งในพื้นที่ของกรมสรรพาวุธทหารบก และนอกพื้นที่คือ สนามบินเล็กของกองทัพอากาศ

ทั้งนี้ยืนยันว่า ราชรถที่ได้บูรณะปฏิสังขรณ์ ได้มีการตรวจสอบความแข็งแรง จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี โดยมีการใช้เทคโนโลยี Megnetic Yoke หรือ การใช้สนามแม่เหล็ก เพื่อตรวจสอบความแข็งแรงบนชิ้นงานโลหะ และมีผู้ชำนาญการเข้ามาดำเนินการตรวจสอบ

       โครงสร้างที่เป็นเหล็ก และได้รับความร่วมมือจากคณาจารย์ต่างๆ เป็นอย่างดีทุกครั้ง ซึ่งจะการสำรวจไม่พบความบกพร่อง และภาพรวมในขณะนี้ จึงเป็นไปอย่างสมบูรณ์ และครบถ้วน

       พลตรี ภาณุ ยังย้ำว่า กรมสรรพาวุธทหารบก ได้ดำเนินการเสริมสร้างความแข็งแรงในส่วนที่เป็นเหล็ก และเป็นไม้ ตลอดการใช้งานราชรถทุกองค์เสมอมา มีการตรวจสอบความพร้อมอย่างสม่ำเสมอ และในอนาคตก็จะมีการปรับปรุงให้มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากอายุการใช้งานของราชรถทุกองค์ มีมาอย่างยาวนาน แต่คาดว่า คงไม่จำเป็นต้องปรับปรุงเยอะ เนื่องจากมีการดำเนินการอย่างสม่ำเสมออยู่แล้ว รวมทั้งยังระดับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกรมศิลปากร โดยเฉพาะสำนักงานช่างสิบหมู่ ที่มีการดำเนินการตลอด จึงทำให้ให้เชื่อมั่นว่า การดำเนินพระราชพิธีที่เกี่ยวข้อง ในส่วนของราชรถต่าง ๆ จะมีความพร้อมแน่นอน 100% โดยการบูรณะคาดว่า จะเสร็จสิ้นในเดือนตุลาคม และจะมีการซักซ้อมเตรียมความพร้อมจำนวน 6 ครั้ง แบ่งเป็นซ้อมใหญ่ 2 ครั้ง และซ้อมย่อยอีก 4 ครั้ง ในช่วงสิ้นเดือนตุลาคมนี้

เปิดเวิร์กชอป ‘อคาเดมี่ทุเรียน’ รุ่น 1 ปั้นเกษตรกรไทย ผลิตทุเรียนพรีเมี่ยม

เปิดเวิร์กชอป ‘อคาเดมี่ทุเรียน’ รุ่น 1 ปั้นเกษตรกรไทย ผลิตทุเรียนพรีเมี่ยม

เปิดเวิร์กชอป ‘อคาเดมี่ทุเรียน’ รุ่น 1 ปั้นเกษตรกรไทย ผลิตทุเรียนพรีเมี่ยม

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา (สสก.5 สงขลา)  กรมส่งเสริมการเกษตร จัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “Future Durian Academy : เส้นทางความสำเร็จในการผลิตทุเรียนพรีเมี่ยมมาตรฐานสากล” มุ่งปั้น smart farmer, young smart farmer และนักวิชาการกรมส่งเสริมการเกษตร ภาคใต้สู่มือโปรด้านทุเรียนคุณภาพ ระดมผู้เชี่ยวชาญด้านทุเรียนแถวหน้าของไทย ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ระหว่างวันที่ 25 มิถุนายน ถึง 19 กรกฎาคม 2569 หวังยกระดับทุเรียนภาคใต้สู่ตลาดพรีเมียมระดับโลก

นายภูวเดช วุฒิวงศ์วัฒ ผู้อำนวยการสำนักงาน สสก.5 สงขลา กล่าวว่า ทุเรียนเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างยิ่งของไทย แต่การจะรักษาความเป็นผู้นำในตลาดโลกได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้และนวัตกรรมที่ทันสมัย โครงการนี้จึงเกิดขึ้น โดยการสนับสนุนของกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญ ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการวางแผนการผลิต การจัดการสวน การดูแลรักษา ไปจนถึงการจัดการคุณภาพผลผลิต การสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการส่งออก การแปรรูป ตลอดจนการสร้างแบรนด์ และการสร้างตลาดดิจิทัล

ด้าน รศ.ดร.วาริน อินทนา อาจารย์ประจำสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตรฯ มวล. ในฐานะหัวหน้าโครงการอบรมหลักสูตรดังกล่าว กล่าวว่า ปัจจุบันชาวสวนทุเรียนในประเทศไทยกำลังเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้นจากประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนาม ทำให้เกษตรกรบางส่วนเร่งใช้สารเคมีจนเกิดปัญหาต้นทุนพุ่งสูงและกำไรลดลง หลักสูตรนี้ภายใต้การสนับสนุนหลักจากกรมส่งเสริมการเกษตร ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน โดยนำเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการแปลงทุเรียนแบบ “ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ” เพื่อให้เกษตรกรสามารถผลิตทุเรียนเกรดพรีเมียมที่มีต้นทุนต่ำลง แต่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นในตลาดโลก

นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังได้รับความสนใจจาก กลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มองเห็นโอกาสในการกลับมาพัฒนาบ้านเกิด โดย นายนพดล ฉิ้มสังข์ รองประธาน Young Smart Farmer จ.พัทลุง ผู้เข้าอบรมกล่าวเสริม ว่า การอบรมครั้งนี้คือทางรอดของคนรุ่นใหม่ สมบัติที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ให้คือที่ดินและต้นทุนเดิม แต่สิ่งที่เราขาดคือองค์ความรู้ที่เป็นสากล หลักสูตรนี้ไม่ได้สอนแค่การปลูก แต่สอนให้เราเป็นผู้ประกอบการเกษตรที่รู้จักการทำ GAP การจดบันทึก และการใช้เทคโนโลยี ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อน GDP ของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

สำหรับโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “Future Durian Academy มีผู้เข้าร่วมหลักสูตรประกอบด้วย smart farmer, young smart farmer และนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ภาคใต้ รวมทั้งสิ้น 35 คน เป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการอย่างเข้มข้น โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศ ผู้เชี่ยวชาญและปราชญ์เกษตรตัวจริงร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ โดยมีเนื้อหาครอบคลุม ตั้งแต่เทคโนโลยีการปลูก การคัดเลือกกิ่งพันธุ์ การจัดการดินและปุ๋ย การจัดการศัตรูพืช การใช้เทคโนโลยี AI ในสวนทุเรียน กระบวนการหลังการเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการแปรรูปเพิ่มมูลค่าและการส่งออก

ศธ.ชู ‘กิจการลูกเสือ’ รากฐานสร้างเยาวชนเป็นคนดี มีคุณธรรม

ศธ.ชู ‘กิจการลูกเสือ’ รากฐานสร้างเยาวชนเป็นคนดี มีคุณธรรม

ศธ.ชู ‘กิจการลูกเสือ’ รากฐานสร้างเยาวชนเป็นคนดี มีคุณธรรม

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวภายหลังการเป็นประธานประชุมหารือและมอบนโยบายการดำเนินงานกิจการลูกเสือไทยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ให้ความสำคัญกับกิจการลูกเสือเป็นลำดับต้นๆ ด้วยรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 “องค์พระบิดาแห่งลูกเสือไทย” เนื่องจากกิจการลูกเสือเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างเยาวชนไทยให้เติบโตเป็นคนดี มีคุณธรรม จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และมีจิตสาธารณะเพื่อส่วนรวม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาประเทศ รวมทั้งการปลูกฝัง “จิตอาสา มีวินัย จงรักภักดี” ผ่านกิจกรรมลูกเสือที่มุ่งให้เยาวชนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง        

ด้าน ดร.วรัท พฤกษาทวีกุล รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ทำหน้าที่เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ (สลช.) กล่าวว่า ตนได้นำเสนอให้ที่ประชุมได้ทราบถึงโครงสร้างสภาลูกเสือไทย ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ 1.วางนโยบายเพื่อความมั่นคงและความเจริญก้าวหน้าของคณะลูกเสือแห่งชาติ 2.ให้คำแนะนำในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ และ 3.พิจารณารายงานประจำปีของคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ รวมทั้งโครงสร้างคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ

นอกจากนี้ พล.อ.อ.ธงชัย แฉล้มเขตร ประธานกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสภาลูกเสือไทย ได้ยื่นข้อเสนอต่อที่ประชุมใน 4 ประเด็น เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมลูกเสือ ดังนี้ 1.ขอให้พิจารณาตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสภาลูกเสือไทย 2.ขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้กับอนุกรรมการของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสภาลูกเสือไทย 3.พิจารณาออกประกาศ ศธ. หรือออกกฎกระทรวงว่าด้วยเครื่องแบบพิเศษของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภาลูกเสือไทย และ 4.เสนอให้มีการแก้ไข พ.ร.บ.ลูกเสือ พ.ศ.2551 ให้มีความทันสมัย เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งข้อเสนอดังกล่าว รมว.ศธ.มอบให้ สลช.ไปพิจารณาในรายละเอียดดูว่าจะสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้างแล้วจึงรายงานให้ทราบต่อไป        

“เรื่องที่ผมมองว่าสามารถดำเนินการได้ทันที น่าจะเป็นเรื่องการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.ลูกเสือ พ.ศ.2551 เพราะ รมว.ศธ. ได้มอบนโยบายไว้ชัดเจนว่าหากกฏหมายลูกเสือเรื่องใดมีความล้าหลังใช้มานาน ทำให้การดำเนินงานติดๆ ขัดๆ และล้าสมัยก็ควรจะปรับแก้ให้เหมาะสมกับยุคปัจจุบัน เพื่อขับเคลื่อนกิจการลูกเสือให้เดินหน้าไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน“ เลขาธิการ สลช. กล่าว

ศธ.สั่งทบทวนงบ 1,600 ล้าน โครงการ Digital Skill เพื่อลดความซ้ำซ้อนและระบบไม่เชื่อมโยง

ศธ.สั่งทบทวนงบ 1,600 ล้าน โครงการ Digital Skill เพื่อลดความซ้ำซ้อนและระบบไม่เชื่อมโยง

ศธ.สั่งทบทวนงบ 1,600 ล้าน โครงการ Digital Skill เพื่อลดความซ้ำซ้อนและระบบไม่เชื่อมโยง

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 19.37 น.

“ประเสริฐ” เผย ศธ.สั่ง “ทบทวนและเปลี่ยนแปลงตัวโครงการ Digital Skill/Credit Portfolio” งบ 1.6 พันล้านบาท เพื่อลดความซ้ำซ้อนและระบบไม่เชื่อมโยง

6 กรกฎาคม 2569 ที่กระทรวงศึกษาธิการ  นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) แถลงข่าว “การทบทวนโครงการส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียมด้วยระบบดิจิทัลพัฒนาทักษะ และเครดิตพอร์ตโฟลิโอ (The Digital Skill/Credit Portfolio: Empowering Educations)” ว่า ตามที่ตนได้มีข้อสั่งการเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ให้ตั้งคณะทำงานพิจารณาทบทวน “โครงการส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียมด้วยระบบดิจิทัลพัฒนาทักษะ และเครดิตพอร์ตโฟลิโอ (The Digital Skill/Credit Portfolio: Empowering Educations)” อย่างละเอียดในทุกมิติแล้วนั้น ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ได้ทำการตรวจสอบเชิงลึก และนำเสนอผลการพิจารณาต่อคณะกรรมการฯในวันนี้  รวมถึงตนได้รับฟังข้อสังเกตจากคณะกรรมาธิการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎรอย่างรอบด้าน และได้รับฟังความเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) ช่วงพิจารณางบประมาณ 2570 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เห็นว่าหลายข้อสังเกตนั้นเป็นข้อสังเกตที่เราได้นำมาพิจารณา  กระทรวงศึกษาธิการจึงมีมติ  “ทบทวนโครงการ และเปลี่ยนแปลงตัวโครงการ ” โดนดำเนินการให้สอดคล้องกับแนวทางของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เพื่อให้การบูรณาการในการทำงานของ กระทรวงอว. และกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้ระบบข้อมูล สามารถ เชื่อมต่อ และใช้งานร่วมกันได้ อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว โดยมีสาระสำคัญจากผลการทบทวน ดังนี้ 

1. ประเมินโครงการเก่าเพื่อลดความเสี่ยงด้านความซ้ำซ้อนกับโครงการ  NDLP  โดยคณะกรรมการฯ ได้รับรายงานจาก สพฐ.แล้ว และได้มีข้อเสนอให้พิจารณาทบทวนและประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการ  National Digital Learning Platform (NDLP) ที่มีอยู่เดิมให้รอบคอบ ก่อนที่จะพิจารณาลงลงทุนสร้างแพลตฟอร์มใหม่ (Digital Skill/Credit Portfolio)) เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน

2. มติคณะกรรมการทบทวนโครงการและเปลี่ยนแปลงตัวโครงการ  มีมติให้ทบทวนโครงการและเปลี่ยนแปลงตัวโครงการ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าต่อการใช้งบประมาณแผ่นดิน  คณะกรรมการฯ และสพฐ.  ได้เสนอแนวทางให้ “ทบทวน และเปลี่ยนแปลงตัวโครงการ” โดยมีมาตรฐานการปฏิบัติ ดังนี้ 

1.เปลี่ยนแปลงโครงการและยกเลิกร่างขอบเขตของงาน(TOR) เดิม เพื่อให้เกิดการคุ้มค่าสูงสุดในการใช้งบประมาณ

2.เพิ่มวัตถุประสงค์ให้สอดคล้องกับนโยบายการยกระดับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา เช่น ผลคะแนนการสอบ PISA ที่จะเกิดขึ้นในปี 2029 หรือในอีก 3 ปีข้างหน้า และการพัฒนา AI Literacy 

3.ให้มีแนวทางเพื่อให้เกิดการบูรณาการ เชื่อมโยงกับแพลตฟอร์ม ของกระทรวงอว. แบบไร้รอยต่อ ในการทำงานร่วมกัน

4. ซึ่งรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงโครงการ จะนำเสนอต่อ คณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป โดยให้เป็นไปตามระเบียบ และขั้นตอนทางกฎหมาย โดยที่จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2569 หรือให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นปีงบประมาณ2569 นี้ ดังนั้น หลังจากนี้ สพฐ. ไปจัดทำรายละเอียดเพื่อเสนอตามขั้นตอน 

นายประเสริฐ ย้ำว่า กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมรับฟังข้อเสนอและการตรวจตรวจสอบจากทุกภาคส่วน การการตัดสินใจทบทวนและการเปลี่ยนแปลงโครงการในครั้งนี้ เป็นเครื่องยืนยันที่สำคัญว่า กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญสูงสุดกับการลดความซ้ำซ้อน การบูรณาการข้อมูล การเชื่อมโยงระบบ และการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินอย่างคุ้มค่า ทุกบาททุกสตางค์ของประชาชน เพื่อนำไปเพื่อยกระดับการศึกษาอย่างเท่าเทียมและเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนอย่างแท้จริงต่อไป

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า สำหรับ วงเงินงบประมาณ ที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงการ เป็นงบที่ยึดตามวงเงินเดิมซึ่งเป็นงบผูกพัน 3 ปีงบประมาณ จำนวน 1,600 ล้านบาท 

“การปรับเปลี่ยนโครงการครั้งนี้ เราจะเน้นการพัฒนาภาพรวมคุณภาพการศึกษาของนักเรียนทั่วประเทศ ยกตัวอย่างเช่น การยกระดับคุณภาพการศึกษาพื้นฐาน การพัฒนา AI Literacy และผลการสอบ PISA ในปี 2029 ที่มีความท้าทาย  ซึ่งขณะนี้สพฐ.กำลังดำเนินการร่างทีโออาร์ขึ้นมาใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่เราตั้งใจไว้“

K-Engineering World 2026 ปิดฉากยิ่งใหญ่ กระแสตอบรับล้นหลาม ผู้ร่วมงานจากทั่วประเทศกว่า 38,069 คน

K-Engineering World 2026 ปิดฉากยิ่งใหญ่ กระแสตอบรับล้นหลาม ผู้ร่วมงานจากทั่วประเทศกว่า 38,069 คน

K-Engineering World 2026 ปิดฉากยิ่งใหญ่ กระแสตอบรับล้นหลาม ผู้ร่วมงานจากทั่วประเทศกว่า 38,069 คน

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.14 น.

“K-Engineering World 2026” เปิดโลกวิศวกรรมแห่งอนาคต วิศวะลาดกระบังจับมือ อว. ชู “รถไฟไทยทำ” โชว์นวัตกรรมเปลี่ยนโลก

วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมจารึกประวัติศาสตร์เทคโนโลยีไทย ส่งมอบตู้โดยสารรถไฟต้นแบบ “รถไฟไทยทำ” ฝีมือคนไทยอย่างเป็นทางการให้แก่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พร้อมเปิดฉากมหกรรมนวัตกรรมและการทดสอบสมรรถนะระดับประเทศ “K-Engineering World 2026” อย่างยิ่งใหญ่ เมื่อวันที่ 3 – 5 กรกฎาคม 2569 ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. เพื่อโชว์ศักยภาพงานวิจัยไทยที่พร้อมขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมและสังคมอย่างยั่งยืน

พิธีส่งมอบขบวนรถไฟโดยสารต้นแบบและเปิดงาน K-Engineering World Tour and Competency Challenge 2026 ในวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2569 ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เป็นประธานในพิธี โดยมีนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นผู้รับมอบขบวนรถต้นแบบ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารภาครัฐและสถาบันการศึกษา นำโดย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ นายกสภาสถาบัน สจล. และ รองศาสตราจารย์ ดร.สมยศ เกียรติวนิชวิไล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. โดยได้ร่วมเดินทางบนรถไฟเที่ยวพิเศษปฐมฤกษ์ นำคณะผู้บริหารและสื่อมวลชนจากสถานีต้นทางหัวลำโพงสู่สถานีรถไฟพระจอมเกล้าเพื่อเปิดงานอย่างเป็นทางการ

สำหรับ “รถไฟไทยทำ” ที่ส่งมอบในครั้งนี้ คือผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมภายใต้นโยบาย “ไทยทำ ไทยใช้ คนไทยต้องได้ก่อน” เป็นตู้โดยสารระดับ Luxury Class ขนาด 25 ที่นั่ง ที่ผ่านการวิ่งทดสอบบนรางจริงมาแล้วกว่า 10,000 กิโลเมตร โครงสร้างตัวรถผลิตจากเหล็กรูปพรรณแบบโมดูลาร์ที่ช่วยลดน้ำหนักลงถึงร้อยละ 22 รองรับความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถทดแทนเทคโนโลยีนำเข้าด้วยการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ สูงถึงร้อยละ 44.1 และช่วยลดต้นทุนต่อตู้ลงได้ราวร้อยละ 30 ซึ่งการรถไฟฯ มีแผนเตรียมนำไปต่อยอดใช้จริงในเส้นทางท่องเที่ยวระยะ 200–500 กิโลเมตร เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวต่อไป

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เปิดเผยว่า “รัฐบาลให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม งานวิจัยของมหาวิทยาลัยต้องตอบโจทย์ประเทศและสามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. มีศักยภาพในการพัฒนาเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็น AI หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ เซมิคอนดักเตอร์ และยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน กระทรวง อว. พร้อมสนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงงานวิจัยกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทย”

ทางด้าน ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ นายกสภาสถาบัน สจล. สะท้อนวิสัยทัศน์ในการยกระดับมหาวิทยาลัยไทยสู่เวทีโลก “สจล. มุ่งพัฒนาไปสู่มหาวิทยาลัยนวัตกรรมระดับโลก โดยมีคณะวิศวกรรมศาสตร์เป็นกำลังสำคัญในการสร้างองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งในภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ และสังคม เราเชื่อว่าการพัฒนาประเทศต้องเริ่มจากการพัฒนาคน งาน K-Engineering World Tour and Competency Challenge 2026 จึงเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้สัมผัสงานวิจัยและนวัตกรรมจริง จุดประกายแรงบันดาลใจ และสร้างนักวิจัย นักนวัตกรรม และวิศวกรรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังสำคัญของประเทศ”

ภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีเปิด คณะผู้บริหารได้ร่วมเดินเยี่ยมชมนิทรรศการผลงานวิจัยระดับแนวหน้า ซึ่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. ได้นำนวัตกรรมไฮไลต์ที่พร้อมเปลี่ยนอนาคตประเทศมาจัดแสดง ประกอบด้วย งานวิจัยสารหน่วงไฟชนิดออกฤทธิ์ยาวจากเถ้าแกลบ นวัตกรรมเชิงรุกกู้ภัยแล้งฉีดพ่นเคลือบใบไม้แห้งสกัดจากซิลิกาบริสุทธิ์ ลดการลุกลามของไฟป่าได้สูงถึง 83–93% เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตฝุ่น PM2.5, ระบบตรวจจับพลาสมาบับเบิ้ล ระบบแจ้งเตือนความผิดปกติในชั้นบรรยากาศอวกาศล่วงหน้าเพื่อความปลอดภัยในการนำร่องอากาศยานและระบบ GPS พร้อมต่อยอดสู่ระบบนำร่องลงจอดอัตโนมัติ (Auto Landing), รถแข่งไฟฟ้าสูตรนักศึกษาขับเคลื่อน 4 ล้อระบบมอเตอร์แยกอิสระ ยานยนต์ต้นแบบ Formula Student EV ด้วยระบบมอเตอร์ล้อ (In-Wheel Motor) สร้างแรงกดอากาศพลศาสตร์ได้ 200 นิวตัน, CiRA Quantum แพลตฟอร์มควอนตัมไฮบริด โครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลขั้นสูงเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ดั้งเดิมเข้ากับควอนตัม รองรับระบบความปลอดภัยขั้นสูง (BYOK) และ เครื่องพิมพ์อักษรเบรลล์บนแผ่นโลหะอัตโนมัติ รุ่นที่ 2 นวัตกรรมเพื่อสังคมระบบคอมพิวเตอร์เข็มพิมพ์เดี่ยว ลดต้นทุนและยกระดับความเท่าเทียมในการเข้าถึงข้อมูลของผู้พิการทางการมองเห็น

นอกจากนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.สมยศ เกียรติวนิชวิไล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. ในฐานะแม่งานหลัก เปิดเผยถึงความตั้งใจในการจัดงานครั้งนี้ “เราเชื่อว่าการสร้างวิศวกรที่มีคุณภาพ ต้องเริ่มจากการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ค้นพบศักยภาพของตนเองผ่านประสบการณ์จริง งานครั้งนี้จึงนำห้องปฏิบัติการและนวัตกรรมมาให้ลงมือปฏิบัติ พร้อมเชื่อมโยงกับโครงการ High Caliber Pathways ซึ่งคัดเลือกนักศึกษาโดยมุ่งประเมินสมรรถนะและความคิดสร้างสรรค์ มากกว่าการวัดผลจากคะแนนสอบเพียงอย่างเดียว เพื่อสร้างบุคลากรที่พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยในอนาคต”

สำหรับงาน K-Engineering World Tour and Competency Challenge 2026 ในครั้งนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตลอด 3 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 3 – 5 กรกฎาคม 2569 ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. โดยได้รับกระแสตอบรับอย่างท่วมท้นทลายสถิติกว่า 20,000 คนจากทั่วประเทศ ภายในงานอัดแน่นไปด้วย 5 กิจกรรมหลัก อาทิ World Engineering Tour เปิดบ้านชมห้องปฏิบัติการชั้นนำ, World Engineering Talk เสวนาจากวิศวกรตัวจริง และเวทีไฮไลต์อย่าง World Engineering High Caliber Engineering Competency Test เวทีทดสอบความรู้พื้นฐานทางวิศวกรรมศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้น ม.4 – ม.6 ซึ่งผู้ที่ทำคะแนนผ่านเกณฑ์และเข้าร่วม Competency Lab จะได้รับสิทธิ์พิเศษและ e-Certificate เพื่อนำไปใช้ยื่นสมัครเข้าศึกษาต่อในรอบ TCAS1 (Portfolio) โครงการใหม่ High Caliber Engineering Competency Test และรอบ TCAS2 ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. ได้ทันที

ผอ.JIC ซัด กัมพูชา บิดเบือนเหตุระเบิด ข้อมูลไร้หลักฐาน ย้ำไทยยึด GBC

ผอ.JIC ซัด กัมพูชา บิดเบือนเหตุระเบิด ข้อมูลไร้หลักฐาน ย้ำไทยยึด GBC

ผอ.JIC ซัด กัมพูชา บิดเบือนเหตุระเบิด ข้อมูลไร้หลักฐาน ย้ำไทยยึด GBC

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.21 น.

‘ผอ.JIC’ โต้เขมร ย้ำไทยไม่เกี่ยวเหตุระเบิด ชี้ข้อมูลไร้หลักฐาน อาจบิดเบือนสถานการณ์ชายแดน ย้ำไทยยึด GBC ไม่ยอมให้ข้อมูลเท็จบิดเบือนแน่นอน

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (JIC) กล่าวถึงกรณีข้อกล่าวหาของฝ่ายกัมพูชาที่อ้างว่าทหารไทยมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดบริเวณช่องกร่าง จังหวัดสุรินทร์ โดยยืนยันว่า “ไทยไม่ได้ก่อเหตุ” และข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในพื้นที่

พล.อ.อ.ประภาส ระบุว่า จากการตรวจสอบอย่างเร่งด่วนของหน่วยทหารไทยที่รับผิดชอบพื้นที่ ยืนยันว่าไม่มีการใช้อาวุธหรือการขว้างระเบิดมือจากฝ่ายไทยเข้าสู่ที่ตั้งของฝ่ายกัมพูชาแต่อย่างใด

โดยในช่วงเกิดเหตุ กำลังพลไทยจำนวน 7 นาย ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเพื่อคุ้มครองการสร้างเส้นทางในเขตพื้นที่ฝ่ายไทยตามปกติ โดยพบกำลังพลฝ่ายกัมพูชาเข้ามาสังเกตการณ์ในพื้นที่ ก่อนต่อมาจะได้ยินเสียงระเบิดดังจากฝั่งกัมพูชา และพบการเคลื่อนไหวในการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยไม่มีการใช้อาวุธจากฝ่ายไทย

ฝ่ายไทยประเมินเบื้องต้นว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นภายในพื้นที่ฝั่งกัมพูชา และอาจเกี่ยวข้องกับทุ่นระเบิดตกค้างในพื้นที่ รวมถึงความไม่คุ้นเคยของกำลังพลชุดใหม่ต่อสภาพภูมิประเทศและพื้นที่เสี่ยง

ทั้งนี้ ไทยเน้นย้ำว่าการวิเคราะห์เหตุการณ์ต้องอยู่บนพื้นฐานของพยานหลักฐานที่ตรวจสอบได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการสรุปหรือกล่าวหาโดยปราศจากข้อเท็จจริง

“ฝ่ายไทยยืนยันผลการตรวจสอบภายในหน่วยว่า ไม่มีการใช้อาวุธหรือขว้างระเบิดมือในช่วงเวลาดังกล่าว โดยกำลังพลปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กฎการใช้กำลังและมาตรการป้องกันเหตุเผชิญหน้าอย่างเคร่งครัด” พล.อ.อ.ประภาส กล่าว

ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารฯ กล่าวอีกว่า ข้อกล่าวหาที่เผยแพร่ออกมาไม่สอดคล้องกับข้อมูลในพื้นที่ และอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในระดับประชาชนและประชาคมระหว่างประเทศ รวมถึงส่งผลกระทบต่อบรรยากาศความสงบตามแนวชายแดน

ฝ่ายไทยยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนการตรวจสอบข้อเท็จจริงผ่านกลไกที่ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกัน โดยยึดหลักความโปร่งใสและพยานหลักฐานที่ตรวจสอบได้

ขณะเดียวกัน ไทยย้ำจุดยืนไม่กล่าวคาดการณ์ถึงเจตนาของฝ่ายใด แต่เรียกร้องให้ระมัดระวังการเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่มีการพิสูจน์

พล.อ.อ.ประภาส ระบุอีกว่า ไม่สามารถนำข้อกล่าวหาที่ขาดหลักฐานมาสรุปว่าไทยละเมิดถ้อยแถลงร่วม GBC ได้ พร้อมยืนยันว่าไทยยังคงยึดมั่นต่อข้อตกลงหยุดยิง กฎการใช้กำลัง และกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด

“ไทยขอเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาใช้กลไกประสานงานและตรวจสอบร่วม แทนการเผยแพร่ข้อกล่าวหาผ่านสื่อสาธารณะ ซึ่งอาจกระทบต่อความสัมพันธ์และความพยายามรักษาเสถียรภาพชายแดน ฝ่ายไทยยืนยันความเชื่อมั่นว่า การแก้ไขปัญหาควรดำเนินผ่านช่องทางทวิภาคี บนพื้นฐานข้อเท็จจริงและความร่วมมือ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองประเทศ” พล.อ.อ.ประภาส กล่าว