นายกฯบุกเกาะพะงันเห็นคาตา สั่งเชือดพูลวิลล่า ต่างชาติใช้นอมินีคนไทย ลุยตรวจสอบเส้นทางเงิน

นายกฯบุกเกาะพะงันเห็นคาตา สั่งเชือดพูลวิลล่า ต่างชาติใช้นอมินีคนไทย ลุยตรวจสอบเส้นทางเงิน

นายกฯบุกเกาะพะงันเห็นคาตา สั่งเชือดพูลวิลล่า ต่างชาติใช้นอมินีคนไทย ลุยตรวจสอบเส้นทางเงิน

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายกฯบุกเกาะพะงันเห็นคาตา สั่งเชือดพูลวิลล่า ต่างชาติใช้นอมินีคนไทย ลุยตรวจสอบเส้นทางเงิน ตร.ระดมบุกค้น27บริษัท ที่ดินยันไม่ได้ถูกยิวบุกยึด

นายกฯ ยกทีมลุยเกาะพะงันปราบต่างชาติทำธุรกิจ-บุกรุกที่สาธารณะ เจอคาตาชาวอิสราเอลเป็นเจ้าของพูลวิลล่าใช้คนไทยเป็นนอมินี เชือดไก่ให้ลิงดู สั่งเอาผิดตามกฎหมาย พร้อมสอบเส้นทางการเงินเอาไปฟอก ลั่นไม่ยอมต่างชาติแย่งอาชีพคนไทย ไม่ให้เอาฝรั่งมาใส่วิกหัวดำ ขณะที่ ตร.เพิ่งตื่นระดมกำลังกว่า 266 นาย บุกค้น 27 บริษัทเป้าหมาย ถือครองที่ดินมูลค่ากว่า 150 ล้าน ยึดเอกสารหลักฐานอื้อ ด้านอธิบดีกรมที่ดิน ยันเกาะพะงัน ไม่ได้ถูกยึด มีต่างชาติถือครอง 6%

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ช่วงเช้า พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประกอบด้วยชุดเฉพาะกิจ ตร.และ ศปชก.(ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ) บก.สส.บช.น. หน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรภาค 8 ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ ตรวจคนเข้าเมืองกองปราบปรามและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะพะงัน รวม 266 นาย

ตร.บุกพะงันนำกำลังค้น27บริษัท

โดยได้กระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย ตามแผนปฏิบัติการทลายนอมินีต่างด้าวเกาะพะงัน เพื่อตรวจค้นเครือข่ายต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยใช้คนไทยถือหุ้นแทน ปฏิบัติการในวันนี้ ได้กระจายกำลังเข้าตรวจค้นบริษัทเป้าหมาย ที่ถือครองที่ดินจำนวน 27 บริษัท ที่มีรายงานว่า ถือโฉนดที่ดิน รวม 37 แปลง มูลค่า 150 ล้านบาท

จับ4ราย/ยึดเอกสารหลักฐานอื้อ

นอกจากนั้น ยังมีภารกิจติดตามจับกุมเป้าหมาย ซึ่งเป็นผู้กระทำผิดในคดีการประกอบธุรกิจต่างด้าวโดยไม่ชอบ และถือหุ้นแทนเพื่อเลี่ยงกฎหมาย จำนวน 4ราย เป็นชาวต่างชาติ 1 รายและคนไทย 3 ราย

ทั้งนี้ การตรวจค้น ได้มีการตรวจยึดเอกสารของบริษัทนิติบุคคลบอจ.5รายงานการประชุม ตรวจยึดโฉนดหรือสัญญาการซื้อขายที่ดินสัญญาเช่าหรือสัญญาการบริหาร หลักฐานทางการเงินเช่นบัญชีธนาคาร บัญชีรายรับรายจ่ายและเอกสารการโอนเงินระหว่างประเทศ รวมถึงให้มีการตรวจยึดข้อมูลทางดิจิทัล และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

กรมที่ดินยันต่างชาติถือครอง 6%

ขณะที่นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน พร้อมคณะได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสำนักงานที่ดินส่วนหน้าเกาะสมุย(อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎรานี)เพื่อติดตามปัญหาการถือครองที่ดินของชาวต่างชาติที่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ โดยอธิบดีกรมที่ดินกล่าวว่าจากการตรวจสอบข้อมูลพื้นที่เกาะพะงันทั้งหมด มีที่ดินที่มีเอกสารสิทธิครอบคลุมประมาณ 38%ในจำนวนพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธินั้น มีชาวต่างชาติถือครองอยู่เพียง 6%เท่านั้น ยืนยันว่าไม่มีการ“ฮุบที่ดิน” หรือเสียดินแดนบนเกาะให้กับต่างชาติในปริมาณที่น่ากังวลตามข่าวลือ

พร้อมสั่งเชือด47บริษัทนอมินี

อย่างไรก็ตาม จากการขยายผลตรวจสอบการถือครองที่ดินในรูปแบบนิติบุคคลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีบริษัทที่มีชาวต่างชาติเกี่ยวข้องทั้งหมด 1,832 บริษัท ซึ่งจากการคัดกรองพบความผิดปกติที่เข้าข่ายการใช้คนไทยเป็นตัวแทนถือครองที่ดินแทน (นอมินี) จำนวน 47 บริษัท

ลั่นถ้าผิดต้องลงโทษตามกม.

สำหรับความคืบหน้าการดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าดำเนินการจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว 12 บริษัท เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างตรวจสอบอีก 35บริษัทที่เหลือ อยู่ในขั้นตอนการสอบสวนข้อเท็จจริงและรวบรวมหลักฐาน หากพบความผิดจะดำเนินการเพิกถอนและลงโทษตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด

อธิบดีกรมที่ดินกล่าวย้ำว่ากรมที่ดินไม่ได้นิ่งนอนใจและมีมาตรการตรวจสอบที่เข้มงวด โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้คนต่างชาติใช้ช่องว่างทางกฎหมายเข้ามาถือครองทรัพยากรไทยโดยมิชอบ พร้อมขอให้ประชาชนเสพข่าวอย่างมีสติและเชื่อมั่นในข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบทางสถิติอย่างถูกต้อง

นายกฯนำทีมลุยเกาะพะงัน

ผู้สื่อข่าวรายงานวาเวลา 11.10 น.ที่ท่าอากาศยานทหาร2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย นำรัฐมนตรีลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.ภูเก็ต ประกอบด้วย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อติดตามการแก้ปัญหาการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติที่ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานีและตรวจติดตามการจับกุมการบุกรุกพื้นที่หาดสาธารณะ ที่หาดฟรีด้อม อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต

ถึงเกาะสมุยขึ้นเรือสปีดโบ๊ท

ต่อมา เวลา 12.30 น.นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติสมุย โดยมีนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายพิพิธ รัตนรักษ์ ส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต2พรรคภูมิใจไทย ให้การต้อนรับ โดยนายกฯเดินทางด้วยรถโตโย้ต้าอัลพาร์ด สีดำ ทะเบียน 4 กร 5577 กรุงเทพมหานคร

จากนั้น 12.50 น.นายกฯเดินทางลงเรือ ที่ท่าเรือบางรักษ์ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อข้ามเรือไปยังเกาะพะงัน โดยนายกฯนั่งอยู่ที่หัวเรือสปีดโบ๊ท และได้เรียก นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม มาพูดให้ปรับปรุงสะพานท่าเทียบเรือ ซึ่งค่อนข้างจะมีสภาพเก่าแล้วโดยได้สั่งให้ไปปรับปรุงระเบียบเพื่อให้เอกชนและประชาชนได้ใช้ให้ดีขึ้น

ถึงพะงัน-ชาวบ้านชูป้ายให้กำลังใจ

เมื่อเดินทางถึงถ้าเทียบเรือ อ.เกาะพงันนายกฯได้ทักทายเด็กๆที่มารอต้อนรับอยู่ที่ท่าเรือ ซึ่งนายกฯได้สอบถามชื่อเด็ก ซึ่งเด็กตอบว่าชื่อจ๋าและบิวตี้ ก่อนที่นายกฯจะตอบว่า “ได้ยินชื่อหมดแรงเลย”

ขณะเดียวกันได้มีประชาชนถือป้ายข้อความรอต้อนรับโดยมีข้อความระบุว่า “ให้กำลังใจนายกฯ, นายกฯมาปัญหาจบ , นายกมาคนพะงันดีใจและยิ้มได้ , ดีใจที่ได้เจอนายกฯอนุทิน“ และก่อนขึ้นรถประชาชนได้ดอกไม้ให้กำลังใจด้วย.

นายกฯบุกพลูวิลล่าเกาะพงัน

ต่อมา เวลา 14.09น.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางมายังบ้านเลขที่ 39/15 หมู่ 7บ้านโฉลกหลำ ตำบลเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานีซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทเทเลอร์ วิลล่า จำกัดโดยได้มีการล้อมวงพูดคุยกับรัฐมนตรีที่ร่วมคณะและเจ้าหน้าที่ หน่วยงานราชการที่ดูแลในพื้นที่เกาะพะงันที่บริเวณด้านหน้าพลูวิลล่า ที่มีการก่อสร้างผิดกฎหมาย

โดยพล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.)รายงานเรื่องการก่อตั้งพูลวิลล่าซึ่งก่อสร้างผิดกฎหมายและมีชาวอิสราเอลเป็นเจ้าของ ตามนโยบายปฏิบัติการทลายนอมินีต่างด้าวเกาะพะงัน

สั่งตรวจสอบเส้นทางการเงิน

โดยนายกฯกล่าวว่าขอให้พิสูจน์ว่าผู้ถือหุ้นเป็นต่างชาติหรือไม่ เพราะถ้าถือหุ้นถือว่าผิดหลักต่างชาติมาซื้อที่ดินในไทย แต่พฤติกรรมที่กระทำผิดตัวเองทราบดีว่า ไม่มีสิทธิ์ถือครองที่ดิน แต่ใช้ลักษณะนอมินีมาอ้างมาซื้อที่ดินหลอกลวงให้คนทั่วไปเข้าใจว่านี่คือบริษัทไทยและขอให้ตรวจสอบเส้นทางเงินของบริษัทดังกล่าวด้วย

ขอโทษแทนรองโฆษกรบ.ทำเข้าใจ

จากนั้นนายกฯให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการปลดล็อคให้ชาวต่างชาติลงทุนใน 8 ธุรกิจ โดยไม่ต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจว่าเมื่อวันที่ 12 พ.ค.เราเพิ่งแต่งตั้ง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จากพรรคร่วมรัฐบาลเพิ่งส่งมาอยากให้ได้ทำงานเร็วๆจึงให้ไปแถลงเรื่องนี้ซึ่งตนก็ได้ตำหนิโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไปแล้วว่าความจริงแล้วเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาล แต่ละพรรคมีกระทรวงของเขาดูอยู่แล้ว ซึ่งพรรคเพื่อไทยมีทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงแรงงานเป็นต้น แต่ละท่านให้ไปรับผิดชอบงาน ตนต้องขออภัยในเรื่องความผิดพลาดในการจัดให้ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไปแถลงข่าวเรื่องที่สำคัญ ต้องขออภัยจริงๆ

ยันแค่ต้องการลดขั้นตอน-ซ้ำซ้อน

เมื่อถามว่ามติดังกล่าวไม่ใช่การเปิดเสรีให้เข้ามาทำธุรกิจใช่หรือไม่นายกฯ กล่าวว่า เป็นการลดขั้นตอน ตามนโยบายลดความซ้ำซ้อน เช่นหากเป็นคนต่างชาติจะขอประกอบธุรกิจในไทย จะต้องขออนุญาตที่กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย ไม่ต้องไปขอซ้ำที่กระทรวงพาณิชย์อีกซึ่งเป็นดำริของรมว.พาณิชย์เพราะมันซ้ำซ้อน กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่จดทะเบียนการค้าให้ส่วนใบอนุญาตจะไปทำธุรกิจต่างๆหน่วยงานที่เป็นเจ้าพนักงานที่อนุญาต ก็ไปดำเนินการได้เลย

“แต่เมื่อวันที่12พ.ค.รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงสั้นและสรุปข่าวว่าคนต่างชาติมาประกอบธุรกิจที่เมืองไทย ไม่ต้องขอใบอนุญาตอันนี้ไม่ใช่ ต้องขออนุญาต ยืนยันว่าไม่ใช่เลย เพราะต้องไปขอใบอนุญาตจากหน่วยงานที่อนุญาตให้อนุญาต โดยไม่ต้องไปขอใบอนุญาตที่กระทรวงพาณิชย์ เราพยายามลดขั้นตอนความซ้ำซ้อน พยายามให้เป็นวันสต็อปเซอร์วิส ให้ได้มากที่สุด ตามนโยบายอำนวยความสะดวก ตนต้องขออภัยด้วย”นายกฯย้ำ

ย้ำต่างชาติถือหุ้นได้แค่ 49%

เมื่อถามต่อว่าเรื่องนอมินิเกาะพะงันได้มีการกำชับหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ลงพื้นที่มาดูเรื่องนอมินี ที่สำคัญคืออย่าเพิ่งไปพูดถึงเรื่องของที่ดินว่ารุกล้ำหรือหรือไม่ โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมที่ดิน จะไปจัดการตรงนั้นเองวันนี้ เรามาดูเรื่องของการเปิดบริษัทแล้วเอามาขาย ต่างชาติสามารถถือหุ้นได้ไม่เกิน 49 เปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้มีการเปิดหลายบริษัทไขว้กันไปไขว้กันมา ทำให้บริษัทนั้นดูเหมือนว่ายังมีสัญชาติไทย แต่ความจริงการครอบครองกำหนดทิศทางของบริษัทนั้นมันเป็นของต่างชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้ถือว่าผิดเจตนารมณ์กฎหมายเมืองไทย

ลั่นไม่ใช่เอาฝรั่งใส่วิกหัวดำ

“ใครก็ตามที่จะครอบครองที่ดินบริษัท คนไทยยังต้องมี 51 เปอร์เซ็นต์ แต่นี่เป็นของต่างชาติ100 เปอร์เซ็นต์ เปรียบเสมือนบริษัทคงอยู่ แต่คนที่คอนโทรลความเป็นไทยค่อยๆละลายไป พูดง่ายๆเอาฝรั่งใส่วิกดำใส่หัวดำ แต่สุดท้ายยังไงฝรั่งก็ยังเป็นคนกำหนดคนต่างชาติเป็นคนกำหนดเราก็ต้องมาแก้ไขตรงนี้”นายกฯกล่าว

ผิดกม.เชื่อว่าจะดำเนินคดีได้

เมื่อถามว่ามีการมอบนโยบายและแนวทางเบื้องต้นหรือไม่เพราะมีเรื่องของทนายความเข้าไปแนะนำ นายกฯกล่าวว่าบริษัทมีที่ปรึกษาบริษัทกฎหมายบริษัทในการทำบัญชีในการทำงานต่างๆมีผู้ก่อตั้ง 7 คน ต้องเป็นคนไทยต้องใช้ทุนเกิน 50เปอร์เซ็นต์ ถ้าทำแบบนี้กระทรวงพาณิชย์ก็เปิดให้หมดแต่ถ้ามาในกรณีเจตนารมณ์แบบนี้ ตรงนี้มันปรับบริษัทมาหลายอันคนๆหนึ่งถือหุ้นเป็นเจ้าของบริษัทเก่า200กว่าบริษัทคือการเอาบริษัทมาขายบริการ เอาเปลือกมาขาย เพื่อให้คนต่างชาติไปประกอบธุรกิจ ซึ่งมันผิดเจตนารมณ์ของกฎหมายใหญ่ ฉะนั้นเชื่อว่าจะดำเนินคดีได้ และเพิ่งมาดูประเด็น1ในสายงานของตำรวจ คือเขาต้องไปดูที่มาของเงินว่าเอาเงินเข้ามาให้ฟอกกลายเป็นที่ดิน ที่เขาสามารถถือครองและมีสิทธิ์จ้างไปทำอะไรก็ได้ทำตามใจต่างชาติแบบนี้เราก็ต้องนั่งบล็อกไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น

ชมชายหาดบอกหมึก‘หร่อยแรงๆ’

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกฯได้เดินลงมาพบปะประชาชนที่มายืนรอพร้อมมอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่ก่อนเดินมาดูบริเวณชายหาด พร้อมกล่าวว่า ขอให้ช่วยกันรักษา ชายหาดให้สะอาดและน้ำให้ใสสะอาด อย่าทำน้ำขุ่น ต้องช่วยกันรักษา ก่อนพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับชาวบ้าน ชาวบ้านได้ชวนนายกฯมาตกหมึก ซึ่งนายกฯตอบว่า วันนี้ไปไม่ได้ เดี๋ยวต้องเดินทางไปที่ จ.ภูเก็ตต่อ ก่อนชาวบ้านบอกอีกว่าปลาหมึกที่นี่อร่อยไม่เค็ม นายกฯจึงตอบกลับเป็นภาษาใต้ว่า“หร่อยแรงๆ”

โดยมีช่วงหนึ่งนายกฯ ถามชาวบ้านว่า ปลาที่นี่มีเยอะหรือไม่ และถามชาวบ้านอีกว่ารู้ไหมว่าในทะเลมีปลาอะไร ซึ่งชาวบ้าน ตอบว่า ปลาหมึกปลาทูปลาทู แต่นายกฯตอบเป็นว่า ปลาอินทรีย์

นายกฯพบปะชาวเกาะพะงัน

จากนั้น เวลา 15.00 น.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยเดินทางไปที่โรงเรียนเกาะพะงันศึกษา อ.เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี พบปะประชาชนและมอบนโยบายส่วนราชการในพื้นที่ โดยกล่าวว่าเดินทางมาแก้ไขปัญหาให้พี่น้องอย่างจริงจัง เพราะเริ่มหนักข้อขึ้นทุกวัน เราเข้าใจดีว่านักท่องเที่ยวคนต่างชาติ ที่มาในประเทศไทยเอาเงินเอาทองมา แต่เราต้องการได้เงินได้ทองที่ถูกต้องของเขา มาจับจ่ายใช้สอย ซื้อความสะดวกสบายพักผ่อนหย่อนใจ ไม่ใช่มาแล้วจะขายด้วย อย่างนี้เรายอมไม่ได้เพราะเป็นบ้านของเราเรามีหน้าที่ ทำให้เขาได้รับความสะดวกที่สุดแต่ไม่ต้องมาทำหน้าที่แทนเรา เราต้องรักษาสภาพแวดล้อม

ประกาศจัดระเบียบชายหาด

“ชายหาดต้องมีความสวยงาม พี่น้องต้องไม่ยอมให้ใครมายึดถือครองที่ของพี่น้องทุกคน หน้าวิลล่า หน้าโรงแรมของใคร ไม่มีสิทธิบนชายหาดเป็นของทุกคน ต้องทำให้เป็นระเบียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ต้องช่วยกันสอดส่องดูแล จะจัดโซนนิ่งให้ ตรงไหนทำให้ได้ ที่ไม่ทำให้ธรรมชาติเสียหายเราทำเต็มที่ผ่อนสั้นผ่อนยาว กระทรวงทรัพยากรโดยกรมป่าไม้ กรมอุทยานมีหลักอยู่ เราสามารถร่วมมือกับท้องถิ่นท้องที่เทศบาล อบต.ที่จะจัดสรรพื้นที่ให้พี่น้องได้ทำกิน แต่การจัดสรรต้องตกถึงพี่น้องโดยตรงไม่ใช่จัดให้คนใดคนหนึ่งกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ไปถือครองแล้วซอยย่อยให้พี่น้องอย่างนี้ผิดวัตถุประสงค์จะไม่ให้เกิดขึ้น”

นายกฯกล่าวว่าการลงพื้นที่เกาะพะงันครั้งนี้เป็นครั้งแรก เพื่อติดตามและจัดการกับการกระทำผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องเกาะพะงัน พร้อมเดินหน้าจัดระเบียบให้เกิดความเรียบร้อย เพื่อให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพได้อย่างเป็นธรรม และทำให้เกาะพะงันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าอยู่ น่าเที่ยว ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาใช้จ่ายและสร้างรายได้แก่ชุมชน

ลั่นไม่ยอมต่างชาติแย่งอาชีพคนไทย

นายกฯกล่าวอีกว่า นักท่องเที่ยวที่เดินทางมา ต้องมาด้วยเจตนาที่ดี เพื่อการท่องเที่ยวและพักผ่อน ไม่ใช่เข้าเอาเปรียบหรือช่วงชิงอาชีพของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ รัฐบาลรับทราบถึงปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชน และพร้อมเดินหน้าแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ชายหาดถือเป็นสมบัติสาธารณะของประชาชนทุกคน โดยรัฐบาลพร้อมดำเนินการจัดระเบียบและดูแลพื้นที่อย่างเต็มที่ ขอความร่วมมือให้ช่วยกันสอดส่องดูแล

“หากเกาะพะงันยังไม่มีความสงบเรียบร้อย ถือเป็นความล้มเหลวในการทำงาน รัฐบาลต้องการให้พี่น้องประชาชนมีโอกาสสร้างรายได้ ประกอบอาชีพ และใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ”นายกฯกล่าว

พร้อมย้ำว่าขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน หากพบการกระทำผิดกฎหมายหรือพฤติกรรมที่สร้างความเสียหายต่อพื้นที่ ขอให้แจ้งเบาะแสต่อเจ้าหน้าที่โดยไม่ต้องเกรงกลัว

มุ่งให้เกาะพะงันยืนบนขาตัวเองได้

นายอนุทิน กล่าวว่าวันนี้มีนายพิพิธ รัตนรักษ์ สส.สุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย ลูกพรรคของตน พี่น้องให้ความไว้วางใจขนาดนี้ดังนั้นความเดือดร้อนของชาวพะงันเกาะสมุย ที่อยู่ในเขตของสส.ภูมิใจไทยก็คือความเดือดร้อนของตนด้วยเพราะเป็นผู้แทนของพี่น้อง พี่น้องไว้วางใจ พวกเราอยู่พรรคเดียวกันหมด ถ้าตนรู้สึกเดือดร้อน รัฐมนตรีที่มาด้วยก็รู้สึกเหมือนกัน เพราะเป็นคนในพื้นที่ เกือบทั้งหมด เราต้องอำนวยความสะดวก ให้ประชาชนอยู่แล้ว

นายอนุทินกล่าวว่าตนในฐานะนายกรัฐมนตรีมั่นใจว่าสส.ของท่านจะนำสิ่งที่เป็นที่ต้องการของพี่น้องมาถ่ายทอด หน้าที่ภารกิจมีรัฐมนตรีกำกับดูแลกระทรวงต่างๆต้องดำเนินการให้ทำอย่างไรให้เกาะพะงัน มีสาธารณูปโภคที่ดีที่สุด อยากให้สร้างรายได้สร้างโอกาสให้มากที่สุด มีความสะดวกเท่าไหร่โอกาสก็เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น เราก็มาจัดระเบียบให้ทุกท่าน หลังจากนี้จะกลับไปดูเรื่องแหล่งน้ำ กำลังจะทำเรื่องอ่างเก็บน้ำไว้โดยจะติดตามดูแลในเรื่องของแหล่งน้ำซึ่งรับทราบว่าประชาชนได้รับความเดือดร้อนรวมถึงระบบไฟฟ้าที่ต้องมีความเสถียรมากที่สุด โดยมุ่งให้เกาะพะงันสามารถยืนบนขาของตัวเองได้ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

นายกฯยังระบุว่าตนเคยดำรงตำแหน่งรมว.สาธารณสุข แล้วมาที่เกาะพะงัน ได้ถามชาวบ้านว่าเวลาคลอดลูกคลอดที่ไหน ซึ่งสามารถคลอดได้ที่เกาะพะงัน เมื่อได้เห็นกับตา ที่นี่ไม่ใช่ชาวเกาะ แต่เป็นชุมชนที่มีประชาชนอยู่กันมากมาย มีโรงเรียน ถึงมัธยมปลายซึ่งจะได้ช่วยกันพัฒนา มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน

ลั่นจะทำสุดความสามารถกินอยู่ที่ดี

“ผมไม่ให้ใครมาสร้างโรงงาน ที่นี่แน่นอน ไม่ต้องห่วง ผมไม่ได้คาดหวังเกาะพะงัน นอกจากเรื่องประมงพื้นบ้าน ประมงทั่วไป หรือ การทำมาหากินประกอบธุรกิจ เหล่านี้ไม่ก่อให้เกิดมลพิษให้เกาะพะงัน ลงพื้นที่วันนี้ ดีใจสุดๆ ปกติพอได้มาแล้วก็จะได้มาอีกจะมาจนกว่าพี่น้อง บอกว่า พอแล้วไปที่อื่นบ้าง มาลงพื้นที่เห็นบรรยากาศอยากอยู่ต่ออีก แต่อยู่ไม่ได้ต้องไปภูเก็ต เดี๋ยวขึ้นเครื่องไม่ทัน”นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทินกล่าวทิ้งท้ายว่าจะทำสุดความสามารถ จะทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี และต้องขอตัวกลับก่อน แต่สิ่งที่พูดไว้ทุกอย่าง จะเกิดขึ้นโดยเอาหัว สส.เป็นประกัน

ภายหลังจากที่นายกฯพูดเสร็จสิ้น มีชาวบ้านให้มาขอถ่ายรูปเป็นจำนวนมากและมอบดอกไม้พร้อมของที่ระลึกให้ซึ่งเป็นสร้อยลูกปะคำ

ในช่วงเย็น นายกฯเดินทางไปที่หาดฟรีด้อม อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เพื่อตรวจติดตามการจับกุมการบุกรุกพื้นที่หาดสาธารณะ โดย ผวจ.ภูเก็ตให้การต้อนรับ ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ภูเก็ต รายงานสภาพปัญหาในพื้นที่ ปลัดจังหวัดภูเก็ตรายงานการสนับสนุนการแก้ปัญหาและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตรายงานผลการดำเนินคดี ก่อนจะพบปะประชาชนและมอบนโยบายส่วนราชการในพื้นที่ และเดินทางกลับกรุงเทพฯในเวลา20.40น.

โสภณยื่นศาลชี้ขาดพรก. ส่งตีความแล้ว ‘มาร์ค’มันปากดักคออีก เอื้อประโยชน์การเมือง

โสภณยื่นศาลชี้ขาดพรก. ส่งตีความแล้ว ‘มาร์ค’มันปากดักคออีก เอื้อประโยชน์การเมือง

โสภณยื่นศาลชี้ขาดพรก. ส่งตีความแล้ว ‘มาร์ค’มันปากดักคออีก เอื้อประโยชน์การเมือง

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

โสภณยื่นศาลชี้ขาดพรก. ส่งตีความแล้ว ‘มาร์ค’มันปากดักคออีก เอื้อประโยชน์การเมือง

“ปชป.”ตั้งลำขวางพ.ร.ก.กู้เงิน4 แสนล้าน!“อภิสิทธิ์”ชี้เพิ่มความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ หวั่น“รัฐบาล”ใช้เงินเอื้อประโยชน์การเมืองหมดภายใน 4 เดือน ซ้ำเติมวิกฤติ-ทำลายความมั่นคงทางเศรษฐกิจ แนะ 3 แนวทางแก้วิกฤติพลังงาน พ่วงลดราคาสินค้า แก้ปมเงินเฟ้อ พร้อมแซะ‘อนุทิน’สางปัญหาตรงจุดจะได้ไม่ต้องขับ‘รถพุ่มพวง’ด้าน‘กรณ์’กางผลกำไร บ.น้ำมันยักษ์ใหญ่ พุ่ง456% สะท้อนวิกฤติ จี้เร่งพิจารณาเก็บ‘ภาษีลาภลอย’ ‘อนุทิน’ชี้แก้รธน.ให้รัฐสภานับหนึ่ง ยัน‘ภท.’ไม่ขวาง แต่ต้องไม่แตะหมวดอธิปไตย-สถาบัน ขณะที่‘เจษฎ์’ชี้‘ทักษิณ’ยังเป็นตัวแปรสำคัญของการเมืองไทย

13 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ สส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ได้ยื่นคำร้องผ่าน นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการตราพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 (พ.ร.ก.กู้เงิน) วงเงิน 4 แสนล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่นั้น ล่าสุดมีรายงานว่า นายโสภณ ได้ส่งคำร้องดังกล่าวไปยังศาลรัฐธรรมนูญ แล้ว เมื่อวันที่ 12 พ.ค.และทางสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้ลงเลขรับทางธุรการไว้แล้ว

ขณะที่การพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 ล้านบาท นั้น แม้ว่ารัฐบาลจะส่งเนื้อหาเพื่อให้บรรจุวาระของสภาฯ ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. แต่นายโสภณยังไม่สั่งบรรจุวาระ เนื่องจากว่าได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวทางดำเนินการของสภาฯ ว่าหากมีสมาชิกยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ แม้ว่าการพิจารณาบรรจุวาระดังกล่าวจะทำได้ แต่เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและความเรียบร้อย นายโสภณจึงยังไม่บรรจุวาระ และจะรอให้ศาลรัฐธรรมนนูญมีคำวินิจฉัยให้แล้วเสร็จก่อน

“มาร์ค”มันปากถล่ม4แสนล.

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังคงเดินหน้าโจมตีพรก.เงินกู้ 4 แสนล้านอย่างต่อเนื่อง โดยระบุ เป็นการเพิ่มความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ และห่วงว่ารัฐบาล ใช้เงินเอื้อประโยชน์การเมืองหมดภายใน 4 เดือน

กระนั้นก็ตามนายอภิสิทธิ์ กลับเห็นด้วยกับการเติมเงินให้กับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่งบที่รรัฐบาลใช้ไม่ใช่ส่วนใหญ่ น้อยกว่าไทยช่วยไทย หรือคนละครึ่งซึ่งรัฐบาลสามารถใช้กฎหมายโอนงบประมาณได้ ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์เข้าใจว่าประชาชนเดือนร้อนแต่มั่นใจว่ามีวิธีการที่ถูก ที่ชอบด้วยรัฐธรรมนุญ ถูกกฎหมายและถูกตามหลักเศรษฐศาสตร์ที่ช่วยเหลือได้

กรณ์แนะเก็บภาษีลาภลอย

ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่ามีบริษัทน้ำมันแห่งหนึ่ง ประกาศผลประกอบการได้กำไร 9 พันล้าน สูงมากกว่าช่วงเวลาเดียวกันหรือไตรมาส 1 ของปีที่แล้ว 4.5 เท่า หรือ 456% และสูงกว่ากำไรทั้งปีของปีที่ นี่คือความชัดเจนว่า กำไรสูงกว่าปกติ เนื่องมาจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และกำไรตรงนี้สะท้อนให้เห็นเหรียญอีกด้านหนึ่งคือความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องมีต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ที่รัฐบาลต้องเข้าไปเก็บภาษีลาภลอย

‘หนู’ไม่ขัดแก้รธน.-ต้องเริ่มที่รัฐสภา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณีวันที่ 14 พ.ค.จะครบกำหนด 60 วัน ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.)จะยืนยันร่างกฎหมายที่ค้างอยู่ในสภาฯชุดที่แล้วให้สภาฯชุดใหม่ดำเนินการต่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่อยู่ในการพิจารณาของสภาฯ ชุดที่ผ่านมา รัฐบาลจะยืนยันหรือไม่และท่าทีพรรคภท.ต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นอย่างไร ว่า พรรค ภท.ฟังความต้องการของประชาชน กระบวนการทุกอย่างต้องเริ่มที่รัฐสภา อย่ามาผูกกับรัฐบาล เพราะเรื่องดังกล่าวดำเนินการโดยรัฐบาลชุดที่แล้ว ส่วนประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำพร้อมกับวันเลือกตั้ง ฉะนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ต้องเริ่มที่รัฐสภาชุดปัจจุบัน ส่วนตนนั้นเป็นหัวหน้ารัฐบาล

เมื่อถามว่า เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเริ่มนับหนึ่งใช่หรือไม่ นายอนุทิน ย้ำว่า อยู่ที่รัฐสภา เมื่อถามย้ำว่า ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะขับเคลื่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า เราเคยพูดแล้วจะไม่แตะในบางมาตรา อาทิ มาตราที่เกี่ยวกับความเป็นอธิปไตยของไทย และหมวดที่เกี่ยวกับสถาบัน ส่วนที่เหลือว่ากันได้เมื่อถามอีกว่า หากยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ในสภาฯ ชุดที่แล้ว จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้าได้เร็วกว่าหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่าไม่ทราบ

‘สมชัย’ขู่3เดือนไร้คืบนับหนึ่งไล่รบ.

ด้าน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า มีคนถามผมว่า ถ้าเราใช้เงิน 3,000 ล้าน เพื่อทำประชามติและมีผลประชามติแล้วว่า ประชาชนต้องการรัฐธรรมนูญใหม่ แต่รัฐบาลที่ริเริ่มทำประชามติกลับนิ่งเฉย จะมีบทลงโทษตามกฎหมายอย่างไรได้บ้าง คำตอบคือ ไม่มี แต่ถามว่า ความเชื่อมั่น ศรัทธา ไว้วางใจในคำพูดของรัฐบาลจะเป็นอย่างไรคำตอบคือ สำหรับคนทั่วไป หากรัฐบาลสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้คนมีเงินในกระเป๋าได้ คนทั่วไปอาจไม่รู้สึกว่ารัฐบาลทำผิด แต่สำหรับคนอีกกลุ่มหนึ่งที่เขาเห็นปัญหาหนักของรัฐธรรมนูญฉบับนี้และเคยฝากความหวังว่า นักการเมืองจะมีสัจจะรักษาจุดยืนคำพูด แต่ยังมีส่วนหนึ่งที่คิดบวก ให้โอกาสว่า การรักษาสัจจะยังจะเกิดขึ้นจริง โดย ครม.หรือพรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อเปิดทางให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยเร็ว คือ 1 สัปดาห์ควรมี roadmap บอกประชาชน ควรมีร่างแก้ไขเพิ่มเติม 3 เดือน ควรบรรจุเป็นวาระการประชุมของรัฐสภาและเริ่มวาระหนึ่งได้ หากทุกอย่างยังว่างเปล่า 3 เดือนจากนี้จะเริ่มต้นนับหนึ่งไล่รัฐบาล กูรูท่านหนึ่งกล่าวไว้

‘เจษฎ์’ชี้‘ทักษิณ’ยังเป็นตัวแปรสำคัญ

รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก นักวิชาการด้านกฎหมาย วิเคราะห์การกลับมาเคลื่อนไหวของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ภายหลังได้รับการพักโทษว่า การรักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ แทนการเข้าเรือนจำ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเคยระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ 12 คน เข้าไปเกี่ยวข้องภายใต้การดำเนินการของ นายทักษิณ ซึ่งป.ป.ช.กำลังตรวจสอบอยู่ หากสุดท้าย ทั้ง 12 คนมีความผิด นายทักษิณ ก็อาจเข้าข่ายเป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนไปด้วยหรือไม่

นอกจากนี้ ยังมีคดีมาตรา 112 ที่ยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของศาลอาญาอีกด้วย เมื่อถามว่าบ้านจันทร์ส่องหล้าอาจกลายเป็นทำเนียบสาขา 2 รศ.ดร.เจษฎ์กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นจริงหรือไม่ แต่วาทกรรมนี้เกิดขึ้นแล้วและนายทักษิณ ควรเลือกวางบทบาทเป็นลมใต้ปีกคล้ายบทบาท นายเนวิน ชิดชอบ โดยจะทำให้บ้านจันทร์ส่องหล้ามีคนเข้าออกและมีอิทธิพลทางการเมือง แต่หากเลือกออกหน้าออกตา จะทำให้เกิดแรงเสียดทานทางการเมือง และยิ่งตอกย้ำภาพบ้านจันทร์ส่องหล้าเป็นอีกศูนย์กลางอำนาจหนึ่ง

เมื่อถามว่า นายทักษิณ ยังเป็นตัวแปรทางการเมืองหรือไม่ รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวว่า นายทักษิณ ยังเป็นบุคคลที่มีฝีมือทางการเมืองสูงและสามารถสร้างทั้ง ผลบวกและผลลบต่อประเทศได้ ขึ้นอยู่กับบทบาทและวิธีการเคลื่อนไหวในระยะต่อจากนี้

จวกผีน้อยทำถูกแบน รัฐบาลลั่นช่วยไม่ได้

จวกผีน้อยทำถูกแบน รัฐบาลลั่นช่วยไม่ได้

จวกผีน้อยทำถูกแบน รัฐบาลลั่นช่วยไม่ได้

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

จวกผีน้อยทำถูกแบน รัฐบาลลั่นช่วยไม่ได้

นายกฯหนู บอกช่วยไม่ได้เกาหลีแบน แรงงานไทย 4จังหวัด เหตุทำผิดกฎหมายทิ้งงานไปเป็นผีน้อย แต่หากถูกกลั่นแกล้งพร้อมปกป้อง ยกภาษิตไทย“ปลาเน่าตัวเดียว เหม็นทั้งข้อง”ขอมีสำนึกรับผิดชอบ อย่าทำผิด ด้าน รมว.แรงงานนัดเจรจาทูตเกาหลี หาทางผ่อนปรนแก้ปัญหาร่วมกัน

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่เกาหลีใต้ ประกาศขึ้นบัญชีดำ แรงงานไทยจาก 4 จังหวัดภาคอีสาน ได้แก่ อุดรธานี, ขอนแก่น, ชัยภูมิ และมหาสารคาม โดยห้ามนำเข้าแรงงานภาคเกษตรและประมงตามฤดูกาล ตลอดทั้งปี 2569 ว่า ต้องทำความเข้าใจก่อน เพราะยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ ซึ่งหากมีการเข้าไปทำงานแบบผิดกฎหมาย ก็ต้องถูกแบน เช่นเดียวกับผู้ที่ลักลอบเข้ามาทำงานในประเทศไทย ก็ต้องถูกแบนเช่นกัน ดังเช่นการลงพื้นที่ ตรวจเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งพบว่ามีการทำผิดกฎหมาย ที่พักและโรงแรม ไม่มีใบอนุญาต มีวิลล่าเถื่อน แม้จะบอกว่า นำเงินมาลงทุนในประเทศไทย แค่นี้ไม่พอเพราะมีการทำผิดกฎหมาย ซึ่งก็เหมือนกัน หากเราไปทำงานต่างประเทศแล้วทำผิดกฎหมาย บ้านเขาเขาก็มีสิทธิแบนเรา ดังนั้น จึงต้องไม่ทำผิดกฎหมาย

เมื่อถามว่ารัฐบาลจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า “ไม่ช่วยครับ ช่วยไม่ได้ครับ เพราะคุณทำผิดกฎหมายเอง” แต่ถ้าหากคุณทำถูกกฎหมาย แล้วถูกกลั่นแกล้ง รัฐบาลจะเข้าไปปกป้องอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่าการที่เกาหลีแบนจะส่งผลกระทบต่อคนไทยที่ไปท่องเที่ยวหรือไม่ นายอนุทิน ได้ยกสุภาษิตไทย ปลาเน่าตัวเดียว ทำให้เหม็นหมดทั้งข้อง ดังนั้น เราต้องมีสำนึกในความรับผิดชอบด้วย ซึ่งตนเองคิดว่า เรื่องแรงงานกับเรื่องท่องเที่ยว เป็นคนละเรื่องกัน อย่าเพิ่งไปฟังคนนั้นคนนี้พูดว่า จากนี้คนไทย จะเข้าไปท่องเที่ยวเกาหลีลำบาก เพราะเกาหลีเองเขาก็ต้องการรายได้จากการท่องเที่ยว จากคนไทย เพราะคนไทยไปใช้เงินทั้งช็อปปิ้งและเสริมสวยต่างๆ ซึ่งเราถือเป็นคู่ค้าสำคัญของเขา หากมีปัญหาใดๆ ตนจะไปชี้แจงกับทางรัฐบาลเกาหลี เรารู้จักกันดี

ประเด็นดังกล่าว นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ระบุว่า เรามีข้อตกลงร่วมกันกับฝ่ายเกาหลีว่า หากแรงงานจากจังหวัดใดหลบหนีเกิน 20% จะมีผลต่อการระงับการรับแรงงานจากจังหวัดนั้น และเรื่องนี้ทำประเทศไทยเสียชื่อเสียง

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้จำเป็นต้องหารือกับฝ่ายเกาหลีใต้ เพราะไม่ควรนำการกระทำผิดของคนส่วนน้อยไปกระทบต่อแรงงานอีกกว่า 80% ที่ตั้งใจไปทำงานอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ได้สั่งการให้อธิบดีกรมการจัดหางาน เร่งหาข้อมูล พร้อมทั้งเชิญ สถานทูตเกาหลีในประเทศไทย มาร่วมหารือในประเด็นดังกล่าว เพื่อแก้ปัญหาร่วมกันในสัปดาห์นี้ โดยในสาระเตรียมเจรจาขอ “ผ่อนผัน” มากกว่าการขอแก้ไข MOU ทั้งฉบับ เนื่องจากไทยไม่มีอำนาจต่อรองมากนัก และต้องยอมรับว่าปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากแรงงานไทยหลบหนีเอง

ด้านนางจิราภรณ์ แซ่จัน จัดหางานจังหวัดมหาสารคาม ชี้แจงว่าที่ผ่านมา จังหวัดมหาสารคาม ได้รับโอกาสจากกรมการจัดหางาน ให้ดำเนินการรับสมัครแรงงานไปทำงานภาคเกษตรตามฤดูกาลในประเทศเกาหลีใต้ โดยมีผู้สมัครกว่า 100 คนแต่ได้รับการคัดเลือกเดินทางไปเพียงประมาณ 18-19 คน แต่หลบหนีนายจ้าง 6 ราย และได้แจ้งให้รีบกลับไทย ถ้ายังฝ่าฝืน จะถือเป็นผู้พำนักผิดกฎหมายในประเทศเกาหลีใต้ทันที

ทั้งนี้ สำนักงานจัดหางานจังหวัดมหาสารคาม จึงขอความร่วมมือแรงงานไทยทุกคน ให้ปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศปลายทาง เคารพสัญญาจ้าง และไม่หลบหนีนายจ้าง เพื่อรักษาโอกาสของแรงงานไทยรุ่นต่อไปในการเดินทางไปทำงานต่างประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“ในโลกแห่งความสับสน ความวุ่นวายยังมีคนอีกหลายกลุ่มพร้อมจะซ้ำเติมสถานการณ์ด้วยข้อมูลที่หลอกลวง เรียกยอดเอนเกจ เรียกยอดไลก์ โดยขาดซึ่งความรับผิดชอบต่อสังคม และเมื่อใดก็ตามที่เรื่องราวเกินเลยไป ผู้เสียหายมีสิทธิทุกประการที่จะรักษาชื่อเสียงของตนตามกฎหมาย”

น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย

รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

อนุทิน เปิดทำเนียบฯ ถก CEO ยักษ์ใหญ่ ศุกร์นี้! ผุดเวที ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง ปรับทิศทางเศรษฐกิจไทย

อนุทิน เปิดทำเนียบฯ ถก CEO ยักษ์ใหญ่ ศุกร์นี้! ผุดเวที ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง ปรับทิศทางเศรษฐกิจไทย

อนุทิน เปิดทำเนียบฯ ถก CEO ยักษ์ใหญ่ ศุกร์นี้! ผุดเวที ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง ปรับทิศทางเศรษฐกิจไทย

วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 21.39 น.

ศุกร์นี้ !! นายกฯเปิดทำเนียบฯถก CEO ยักษ์ใหญ่ ศุกร์นี้ แลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจไทยเชิงลึก ผ่านเวที “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” หวังดึงเอกชนร่วมกำหนดทิศทางประเทศยกระดับขีดความสามารถแข่งขันเศรษฐกิจไทย

วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 15 พ.ค.เวลา 17.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย จะเป็นประธานเปิดเวทีหารือร่วมระหว่างรัฐบาลและภาคเอกชน ภายใต้หัวข้อ “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเชิงลึกจากภาคเอกชน ในการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ จากผู้บริหารระดับสูงจากภาคเอกชน  10 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มสถาบันหลัก (กกร.) กลุ่มการเงิน กลุ่มเกษตรและอาหาร กลุ่มยานยนต์ กลุ่มพลังงาน กลุ่มก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มสุขภาพ กลุ่มโรงแรมและท่องเที่ยว กลุ่มค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มเทคโนโลยี 

อาทิ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กลุ่มบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (ซีพี) กลุ่มเครือเบทาโกร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) และกลุ่มเซ็นทรัล เป็นต้น

สำหรับเวทีดังกล่าวจะมีผู้เข้าร่วมประมาณ 100 คน ประกอบด้วย คณะรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ผู้บริหารระดับสูงภาคเอกชน สื่อมวลชน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของรัฐบาลของนายอนุทิน โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ พร้อมเปิดวงสนทนา Open Dialogue เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนมุมมองอย่างเสรี ในบรรยากาศที่เปิดกว้าง และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคธุรกิจ

จากนั้น เวลา 19.00 น.นายกรัฐมนตรีจะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำ ที่ตึกสันติไมตรี พร้อมกล่าวขอบคุณผู้บริหารระดับสูงภาคเอกชนที่เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในครั้งนี้ เพื่อร่วมกันผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมีศักยภาพและยั่งยืนต่อไป

อนุทินเดือด! ไล่มาเฟียรุกหาดฟรีดอม สั่งเช็กบิลเจ้าหน้าที่รัฐ ค้านประกัน เสี่ยเล็ก หวั่นข่มขู่พยาน

อนุทินเดือด! ไล่มาเฟียรุกหาดฟรีดอม สั่งเช็กบิลเจ้าหน้าที่รัฐ ค้านประกัน เสี่ยเล็ก หวั่นข่มขู่พยาน

อนุทินเดือด! ไล่มาเฟียรุกหาดฟรีดอม สั่งเช็กบิลเจ้าหน้าที่รัฐ ค้านประกัน เสี่ยเล็ก หวั่นข่มขู่พยาน

วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.44 น.

“อนุทิน” เดือดลงพื้นที่หาดฟรีดอมไล่มาเฟียรุกที่ บอกมันน่าทุเรศ สั่งเช็กบิลเจ้าหน้าที่รัฐ แฉขบวนการสวมสิทธิฮุบที่ทำรีสอร์ทส่วนตัว ลั่นคืนความเป็นธรรมให้ชาวบ้าน ค้านประกันตัว ‘เสี่ยเล็ก’ หวั่นข่มขู่พยาน 

วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 เวลา 19.00 น. ที่หาดฟรีดอม จ.ภูเก็ต  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่เดินตรวจหาดฟรีดอม ว่า มีคนมีความพยายามยึดพื้นที่ทั้งหมดที่ชาวบ้านอยู่และขับไล่ออกจากพื้นที่ ถ้ารัฐบาลไม่รีบเข้ามาก่อน ก็จะกลายเป็นรีสอร์ทโรงแรม เอาสค.มาขายให้ชาวบ้าน ซึ่ง สค.คือ โสโครก  สวมสิทธิ ในเอกสาร เป็นเอกสารปลอม ทั้งนี้แผ่นดินของประเทศ ถ้าจะให้คนมาใช้ประโยชน์ต้องเปิดกว้างให้คนทั่วไป อย่ายึดเป็นของตัวเอง หาดทั้งหาด ยึดไปเป็นของตัวเอง ยอมได้หรือไม่ หาดทั้งหาดนี้เขาตั้งใจ ถ้าแผนเขาสำเร็จ หาดนี้จะเป็นหาดส่วนตัว เกาะสวาท หาดสวรรค์ของเขาเลย งานนี้หมดเป็นพัน แต่แผนเขาเสียพังก่อน จากนี้เขาต้องไปชดใช้กรรมในคุก 

เมื่อถามว่าหาดสวยน้ำใสเป็นท่องเที่ยวของไทย โมโหหรือไม่ คนคนเดียวทำให้เสียชื่อ ทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยว นายกฯ ระบุว่า เดี๋ยวหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะไปสอบสวนเรื่อยๆ ก็จะทราบเกี่ยวข้องกับใครบ้าง 

เมื่อถามย้ำว่าน่าโมโหหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบว่า  “มันน่าทุเรศ”  โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ คนที่เป็นนายทุนอันธพาลแย่อยู่แล้ว แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ให้ความร่วมมือ ตนไม่เชื่อหรอก ทำบันไดคอนกรีต 300 ขั้น เป็นไปไม่ได้เจ้าหน้าที่รัฐจะไม่รู้เรื่อง ตนในสถานะผอ.กอ.รมน. จะสนธิกำลังเต็มที่ คืนความเป็นธรรมให้พี่น้องประชาชน ที่ถูกประทุษร้าย  หยุดการกระทำของคนเหล่านั้นและดำเนินคดี 

ผู้สื่อข่าวถามว่า มาถึงหาดฟรีดอมเจอมาเฟียบ้างหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ชี้ไปทางผู้ว่าฯภูเก็ต พูดหยอกเล่นว่า นี่ไงมาเฟีย น่ากลัวที่สุดในภูเก็ตแล้ว (พร้อมหัวเราะ)

เมื่อถามว่า น่าเสียดายหรือไม่ มาช้าเพียง 1 วัน หลัง “เสี่ยเล็ก” ชิงมอบตัวก่อน นายกรัฐมนตรี ตอบว่า “ไม่เป็นไร ก็ไม่อยากเจออยู่แล้วเจอทำไมหละ ซวยตาย ไม่เอา” พร้อมยืนยันหลังจากนี้ จะดำเนินการใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ ส่วนใครที่บุกรุกอยู่และกำลังทำอะไรอยู่ ก็ขอให้ถอนออกไป เราจะไม่รอ เราจะใช้กฎหมายที่มีอยู่ ซึ่งเป็นสิทธิอันชอบธรรมของทางราชการ ที่จะรื้อถอนหรือทำลาย ยึดคืนกลับมา ไม่มีการรอ เพราะหลักฐานที่เห็นวันนี้ มีแค่หย่อมเดียว ไม่มีอะไรน่าห่วง 

นายกรัฐมนตรียังให้ความมั่นใจว่า วันนี้หากเราทำการยึดกลับมา แล้วยังถูกกรรโชกกลับไปอีก ก็จะเป็นเวรกรรมของประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ยืนยันไม่มีใครกล้าและตนก็ไม่กังวล เพราะเรามีผู้ใช้กฎหมาย 

นายอนุทิน ชี้แจงกรณีที่วันก่อนลงพื้นที่หาดบางเทา ไม่ได้มาที่หาดฟรีดอม เนื่องจากมีภารกิจเร่งด่วนที่จังหวัดระนอง เนื่องจากตอนแรกคิดว่าพอแล้ว ยกให้เป็นบางเทาโมเดล ต้องไม่มีการข่มเหง และดำเนินคดีอย่างเต็มที่ ยึดคืนสิ่งที่เป็นของรัฐกลับมา แต่ยืนยันเป็นคำสั่งที่ใช้ทั่วประเทศ ไม่ใช่แค่ที่นี่ที่เดียว แยกปฏิบัติไม่ได้ ยืนยันไม่ได้ทิ้งชาวบ้าน เมื่อชาวบ้านได้รับความเดือนร้อนจากตัวอันธพาล ข่มเหงรังแก วันนี้จึงต้องมาดู แต่มาแล้วไม่เจอ ก็ไม่รู้ทำอย่างไร ตำรวจได้ดำเนินการทางคดีไปแล้ว เบื้องต้นตำรวจคัดค้านการประกันตัว เพราะถือเป็นผู้มีอิทธิพล และสามารถใช้กำลังข่มขู่พยานได้ ตนเองอยากให้โดนโทษหนักๆ จะได้กรณีที่ไม่ควรให้ประกันตัว ซึ่งส่วนตัวยังเชื่อว่ามีมาเฟียอีกเยอะ แต่เราต้องใช้กรอบนี้ขยายผลไปเรื่อยๆและครอบคลุมทุกพื้นที่ 

อนุทิน บุกหาดฟรีด้อม! ยกมือไหว้ขอโทษ บอก’ผมผิดเองที่มาช่วยช้า’ รับปากจัดการผู้มีอิทธิพล-คืนที่หลวง

อนุทิน บุกหาดฟรีด้อม! ยกมือไหว้ขอโทษ บอก'ผมผิดเองที่มาช่วยช้า' รับปากจัดการผู้มีอิทธิพล-คืนที่หลวง

อนุทิน บุกหาดฟรีด้อม! ยกมือไหว้ขอโทษ บอก’ผมผิดเองที่มาช่วยช้า’ รับปากจัดการผู้มีอิทธิพล-คืนที่หลวง

วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.19 น.

‘อนุทิน’บุกหาดฟรีด้อม ยกมือไหว้ขอโทษ‘ผมผิดด้วยซ้ำที่มาช่วยช้า’ รับปากชาวบ้านจัดการผู้มีอิทธิพล ขออย่ากังวลทำมาหากินใช้ชีวิตตามปกติ ลั่นสิ่งที่ทำมาเขาต้องชดใช้ต่อไปนี้ไม่มีการข่มขู่อีกแล้ว

จากนั้น เวลา 18.00 น. วันที่ 13 พ.ค.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ก่อนขึ้นเฮลิคอปเตอร์ เดินทางต่อไปยังหาดฟรีด้อม ต.ป่าตอง อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต  เพื่อติดตามการจับกุมการบุกรุกพื้นที่หาดสาธารณะ

โดยเมื่อนายกฯ เดินทางถึงมีประชาชนมารอต้อนรับพร้อมถือป้ายให้กำลังใจ  ซึ่งนายอำเภอเมืองภูเก็ตรายงานถึงปัญหาการบุกรุกพื้นที่หาดฟรีด้อม ตั้งแต่ช่วงปี 2552 ยาวนานเกือบ 20 ปี เพื่อหาผลประโยชน์การท่องเที่ยว เพราะมีการประกอบกิจการร้านค้าและร้านอาหาร รวมถึงมีการปล่อยเช่าและขายกิจการให้กับชาวต่างชาติ และยังมีการเก็บค่าผ่านทาง 100-300 บาท เพื่อเข้าไปชมหาด โดยผวจ. ภูเก็ตได้ออกมาตรการอย่างเข้มข้น  จึงเป็นที่มาของการดำเนินคดี 23 คดี

ซึ่งนายกฯ ได้ถามกลับว่า ทำไมถึงปล่อยให้มีปัญหานี้มายาวนานมาหลาย 10 ปี และได้ดำเนินการอะไรไปบ้าง  โดยนายอำเภอเมืองภูเก็ต ตอบกลับว่าเราได้มีการตรวจยึดที่แล้ว และหลาย 10 ปีได้มีการแจ้งความและดำเนินคดี แต่หลังจากนั้นก็กลับมาทำซ้ำอีก 

ทั้งนี้ ภายหลังรับฟังรายงานปัญหาบุกรุกพื้นที่หาดฟรีดอม นายกฯ เดินพบปะประชาชนพร้อมรับฟังปัญหาประชาชนที่ประสบปัญหาการถูกรุกล้ำที่ดิน โดยมีประชาชนถือป้ายข้อความระบุว่า “นายกฯช่วยที”  โดยนายกฯ กล่าวว่า วันนี้เรามารับฟังปัญหามาเต็มทีม และได้มอบหมายให้ผวจ.ภูเก็ต ดำเนินการ และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่กำกับดูแลกรมป่าไม้ นอกจากนี้ยังมีรมช.มหาดไทยที่กำกับดูแลกรมที่ดิน และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และรมช.คมนาคม มาลงพื้นที่ด้วย  ซึ่งจากนี้ไปในเรื่องของการข่มขู่จะไม่มีแล้ว เพราะถูกจับแล้ว 

ก่อนที่นายกฯจะหันไปสอบถามประชาชนว่า ได้แจ้งความดำเนินคดีแล้วหรือยัง เพื่อให้มีเจ้าหน้าที่ดูแลเยอะๆ  โดยประชาชน ตอบว่า ยังกังวลผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ วันนี้เราอยากได้ความมั่นใจและความเมตตาจากทางนายกฯ พร้อมกับเปิดรูปผู้มีอิทธิพลจากโทรศัพท์มือถือให้นายกฯดูด้วย ซึ่งทำให้นายกฯได้ยกมือไหว้ขอโทษประชาชน พร้อมกล่าวว่า“ผมขอความเมตตา และขออภัยที่ผมมาช้า ต้องขออภัย ไม่มีอะไรที่ท่านจะต้องขอความเมตตาจากผมเลย พวกผมผิดด้วยซ้ำที่มาช่วยช้าไป  ขอทบต้นทบดอกแล้วกัน ” 

โดยประชาชนได้กล่าว ขอบคุณนายกฯล่วงหน้าว่า “ เรื่องอิทธิพลจะจบสิ้นตั้งแต่วันนี้ วินาทีนี้เป็นต้นไป”  ด้านนายกฯ กล่าวว่า “จบเมื่อวาน และเชื่อว่าทุกท่านที่อยู่ตรงนี้ได้ทราบปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้น ผมอยู่ข้างท่าน ผมเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าข้าราชการสูงสุดในระบบราชการ ถ้าผมอยู่ข้างท่านก็เชื่อว่าข้าราชการที่ดี ไม่กล้าที่จะอยู่ข้างฝั่งผู้มีอิทธิพล ก่อนที่นายกฯจะเรียกปลัดกระทรวงมหาดไทยและผวจ.ภูเก็ต เดินเข้ามาในวงพูดคุย  ก่อนตบหลังผวจ.ภูเก็ต และกล่าวว่า“เป็นลูกน้องผม ถ้าประชาชนรู้สึกกังวลสามารถติดต่อได้ตลอดเวลา” 

นายกฯ กล่าวย้ำว่า ในส่วนที่เป็นที่ของหลวงก็คือที่ของหลวง ส่วนบ้านเรือนของประชาชนที่อยู่กันมาแล้ว และได้รับความเสียหายจากการบุกรุกที่ดิน รัฐบาลจะดูในเรื่องของการซ่อมแซม และตนจะกำชับกับฝ่ายความมั่นคง ทั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ทหารฝ่ายปกครอง นายอำเภอและอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) เราจะคุ้มครองความปลอดภัย รับรองว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขอให้เชื่อ ขอให้ประชาชนทำมาหากินและใช้ชีวิตตามปกติ เดี๋ยวพวกตนจะดำเนินการทุกอย่างเอง สิ่งที่เขาทำมาเขาต้องชดใช้ ทั้งเรื่องบุกรุกพื้นที่หลวง ขับไล่ชาวบ้าน ที่ทำมาหากินด้วยความสุจริต ใช้กำลังข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย ประทุษร้าย ซึ่งมันกี่คดีแล้ว แค่นี้ก็หลาย 10 ปีแล้วที่ต้องเข้าคุก  แต่ขอให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบไปแจ้งความ  รวมไปถึงชาวต่างชาติที่มีความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ด้วย

ครบรอบ 16 ปี เสธ.แดง เสียชีวิต! เดียร์ ขัตติยา โพสต์ซึ้งรำลึก เผย ยังเดินในเส้นทางการเมืองตามที่พ่อตั้งใจ

ครบรอบ 16 ปี เสธ.แดง เสียชีวิต! เดียร์ ขัตติยา โพสต์ซึ้งรำลึก เผย ยังเดินในเส้นทางการเมืองตามที่พ่อตั้งใจ

ครบรอบ 16 ปี เสธ.แดง เสียชีวิต! เดียร์ ขัตติยา โพสต์ซึ้งรำลึก เผย ยังเดินในเส้นทางการเมืองตามที่พ่อตั้งใจ

วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.42 น.

วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 นางสาวขัตติยา สวัสดิผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ภาพครบรอบ 16 ปี การเสียชีวิตของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ที่ถูกลอบยิง บริเวณแยกศาลาแดง ใกล้สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลุมพินี เมื่อ 13 พฤษภาคม 2553 ระหว่างการชุมนุมของ นปช.

โดยระบุว่า  13 พฤษภาคม 2569 “ครบรอบ 16 ปี คุณพ่อโดนลอบยิง” อยากบอกคุณพ่อว่า… หนูยังแข็งแรงดีทั้งร่างกายและจิตใจ  มิตรสหายที่อยู่รอบตัวหนู ยังคงประคับประคองหนูแทนคุณพ่อเป็นอย่างดี

พรรคเพื่อไทย ยังคงดูแลและหยิบยื่นโอกาสดีๆ ในการทำงานให้หนูมาตลอด ทำให้หนูยังเดินอยู่ในเส้นทางการเมืองตามที่คุณพ่อตั้งใจ พี่น้องคนเสื้อแดง ยังคงมีคุณพ่ออยู่ในความทรงจำ ทุกคนคิดถึงและหลายคนยังมีน้ำตาเมื่อพูดถึงคุณพ่อ แม้เวลาจะผ่านมา 16 ปีแล้วก็ตาม

ดังนั้น ไม่มีอะไรที่คุณพ่อต้องห่วง ขอเพียงคุณพ่อช่วยปกป้องคุ้มครองหนู ให้หนูคิดและตัดสินใจในเรื่องต่างๆ อย่างมีสติและถูกต้อง ทำทุกสิ่งได้ราบรื่นและสำเร็จอย่างที่หวัง เพราะหนูอยากทำให้คุณพ่อภูมิใจ
คิดถึงคุณพ่อทุกวัน

น้องเดียร์

ชาปลายนิ้วมือเกิดจากอะไร มีวิธีรักษาอาการมือชาอย่างไรบ้าง?

ชาปลายนิ้วมือเกิดจากอะไร มีวิธีรักษาอาการมือชาอย่างไรบ้าง?

ชาปลายนิ้วมือเกิดจากอะไร มีวิธีรักษาอาการมือชาอย่างไรบ้าง?

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.52 น.

 

ชาปลายนิ้วมือ เกิดจากอะไร อาการแบบไหนที่ไม่ควรมองข้าม?

อาการชาปลายนิ้วมืออาจดูเหมือนเรื่องเล็กน้อยที่เกิดขึ้นชั่วคราว เช่น นั่งทับแขนหรือนอนทับมือ แต่ในบางกรณี อาการชาปลายนิ้วมืออาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่ลึกกว่านั้น โดยเฉพาะความผิดปกติของระบบประสาทหรือการไหลเวียนเลือด หลายคนมักมองข้ามหรือปล่อยไว้จนเกิดอาการเรื้อรัง 

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าอาการชาปลายนิ้วมือเกิดจากอะไร แต่ละนิ้วบอกอะไรเกี่ยวกับร่างกายได้บ้าง พร้อมวิธีสังเกตอาการและแนวทางการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม

อาการชาปลายนิ้วมือ เป็นอย่างไร

ชาปลายนิ้วมือ (Numbness Finger) คือภาวะที่การรับความรู้สึกบริเวณปลายนิ้วมือผิดปกติไป โดยมักรู้สึกยิบ ๆ จี๊ด ๆ ที่ปลายนิ้ว บางคนอาจมีอาการเจ็บปลายนิ้ว เหมือนเข็มทิ่มหรือมดไต่ร่วมด้วย ในบางกรณีอาจสูญเสียความรู้สึกชั่วขณะจนทำให้หยิบจับสิ่งของไม่ถนัด 

แม้อาการเหล่านี้มักเกิดจากการกดทับและหายได้เอง แต่ถ้าเกิดขึ้นบ่อยหรือเป็นเรื้อรัง อาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติในระบบประสาทที่ควรเข้ารับการตรวจเพิ่มเติม

ชาปลายนิ้วมือ ชาที่ปลายนิ้วแต่ละนิ้ว เกิดจากสาเหตุอะไร

ชาปลายนิ้วมือเกิดจากอะไร? ตำแหน่งของนิ้วที่เกิดอาการชา สามารถบอกสาเหตุหรือจุดที่เส้นประสาทถูกกดทับได้ ดังนี้ 

  • นิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางครึ่งซีก มักเกิดจากการกดทับของเส้นประสาทบริเวณข้อมือหรือฝ่ามือ สาเหตุพบบ่อยคือการใช้งานมือซ้ำ ๆ หนัก ๆ การพิมพ์คอมพิวเตอร์นาน ๆ หรือการงอข้อมือค้างเป็นเวลานาน
  • นิ้วก้อย และนิ้วนางอีกครึ่งซีก มักเกิดจากการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อศอกด้านใน ซึ่งสัมพันธ์กับพฤติกรรมการงอศอกนาน ๆ เช่น การถือโทรศัพท์ การนั่งเท้าคาง หรือการวางศอกบนโต๊ะเป็นเวลานาน

การวินิจฉัยอาการชาปลายนิ้วมือ ทำอย่างไรได้บ้าง

การวินิจฉัยอาการชาปลายนิ้วมือจำเป็นต้องประเมินหลายด้านร่วมกัน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม โดยมีขั้นตอนการวินิจฉัยดังนี้ 

  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย แพทย์จะสอบถามรายละเอียดของอาการชามือ เช่น ชามานานแค่ไหน เป็นบ่อยหรือไม่ รวมถึงประวัติโรคประจำตัว จากนั้นจะตรวจการรับความรู้สึกและการทำงานของระบบประสาทเบื้องต้น
  • การตรวจเลือด (Blood Test) ใช้ประเมินความผิดปกติที่อาจส่งผลต่อเส้นประสาท เช่น ระดับน้ำตาลในเลือด การทำงานของต่อมไทรอยด์ และระดับวิตามินบี 12 ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพของระบบประสาท
  • การตรวจไฟฟ้ากล้ามเนื้อและเส้นประสาท (EMG & NCS) เป็นการตรวจเพื่อวัดการทำงานของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ ช่วยระบุจุดที่เส้นประสาทถูกกดทับหรือมีความเสียหายได้อย่างแม่นยำ
  • การตรวจทางรังสีวินิจฉัย (Imaging) เช่น เอกซเรย์ หรือ MRI บริเวณคอ ข้อมือ หรือจุดที่สงสัย เพื่อดูความผิดปกติของกระดูกหรือหมอนรองกระดูกที่อาจไปกดทับเส้นประสาท

แนวทางรักษาอาการชาปลายนิ้วมือ

วิธีรักษาอาการชาปลายนิ้วมือจะขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการ โดยแพทย์จะพิจารณาวิธีที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ดังนี้ 

  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดการใช้งานมือที่หนักหรือซ้ำ ๆ ปรับท่าทางการใช้งาน เช่น การวางข้อมือไม่ให้งอหรือกดทับนานเกินไป รวมถึงการพักมือเป็นระยะ เพื่อลดการอักเสบของเส้นเอ็นและเส้นประสาท
  • การใช้ยา แพทย์อาจให้ยาลดการอักเสบเพื่อลดอาการบวมของเส้นเอ็นหรือเส้นประสาท รวมถึงการเสริมวิตามินที่ช่วยบำรุงระบบประสาท เช่น วิตามินบี เพื่อช่วยฟื้นฟูการทำงานของเส้นประสาท
  • การใส่อุปกรณ์ดามข้อมือ การใส่เฝือกหรือที่ดามข้อมือจะช่วยจัดตำแหน่งข้อมือให้อยู่ในท่าที่เหมาะสม ลดการกดทับเส้นประสาท และช่วยให้ข้อมือได้พักจากการใช้งาน
  • การผ่าตัด ในกรณีที่อาการรุนแรง หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบอื่น เช่น มีอาการอ่อนแรงของมือหรือกล้ามเนื้อ แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดเพื่อแก้ไขจุดที่กดทับเส้นประสาท

ชาปลายนิ้วมือ ขาดวิตามินอะไร 

อาการชาปลายนิ้วมืออาจเกี่ยวข้องกับการขาดวิตามินที่จำเป็นต่อระบบประสาท โดยเฉพาะกลุ่มวิตามินบี เช่น วิตามินบี 1 บี 6 และบี 12 ซึ่งมีบทบาทในการบำรุงและซ่อมแซมเส้นประสาท หากร่างกายได้รับไม่เพียงพอ อาจทำให้เกิดอาการชาหรือเสียวซ่านที่ปลายนิ้วได้ นอกจากนี้ การขาดวิตามินเหล่านี้เป็นเวลานานอาจส่งผลให้เส้นประสาททำงานผิดปกติ และทำให้อาการชาเกิดขึ้นบ่อยหรือเรื้อรังมากขึ้นด้วย 

ชาปลายนิ้วมือ อาจเป็นสัญญาณเตือนความผิดปกติของระบบประสาทได้ 

ชาปลายนิ้วมือเป็นสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจสะท้อนถึงความผิดปกติของเส้นประสาทได้ตั้งแต่ระดับเล็กน้อย เช่น การใช้งานมือซ้ำ ๆ ไปจนถึงโรคที่รุนแรงมากขึ้นอย่างโรคทางระบบประสาท การสังเกตอาการของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการปรับพฤติกรรมและเข้ารับการตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และทำให้สามารถรักษาได้อย่างตรงจุดมากขึ้น

หากคุณมีอาการชาปลายนิ้วมือเรื้อรัง ที่ศูนย์อายุรกรรมประสาทและสมอง โรงพยาบาลวิภาวดี มีบริการตรวจวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น การตรวจไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (EMG) และการตรวจเส้นประสาท (NCS) โดยทีมแพทย์เฉพาะทาง พร้อมการดูแลต่อเนื่องจากนักกายภาพบำบัด เพื่อช่วยฟื้นฟูการทำงานของเส้นประสาทและให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

  • Facebook: Vibhavadi Hospital
  • Line: @Vibhavadihospital
  • Email: custserv@vibhavadi.com
  • Tel: 02-561-1111 หรือ 02-581-1111

‘ศ. (พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย’ ร่วมเวที Global Mediation Summit แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งสู่ความสำเร็จ ที่ฮ่องกง

‘ศ. (พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย’ ร่วมเวที Global Mediation Summit  แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งสู่ความสำเร็จ ที่ฮ่องกง

‘ศ. (พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย’ ร่วมเวที Global Mediation Summit แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งสู่ความสำเร็จ ที่ฮ่องกง

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.07 น.

ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและความปรองดองแห่งเอเชีย (APRC)  ได้รับเชิญจาก International Organization for Mediation (IOMed) ให้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในหัวข้อ “The Facilitators of Peace: Wisdom from World-class Mediators” เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ในการสัมมนา Global Mediation Summit ซึ่งจัดขึ้น ณ Hong Kong Convention and Exhibition Centre เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (HKSAR) ระหว่างวันที่ 8 – 9 พฤษภาคม 2569  ที่ผ่านมา

บนเวทีสัมมนาระดับนานาชาติครั้งนี้ ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและความปรองดองแห่งเอเชีย(APRC) ตั้งแต่ปี 2555 – ปัจจุบัน ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จของการเจรจาไกล่เกลี่ย ทั้งด้านธุรกิจและการเมือง อาทิ ความสำคัญในการออกแบบการเจรจา การหาผู้ไกล่เกลี่ยที่เป็นที่ยอมรับของคู่ขัดแย้ง การเลือกสถานที่ในการพบปะหารือไกล่เกลี่ย การสร้างความเชื่อมั่นในความเป็นกลางของผู้ไกล่เกลี่ย ความเข้าใจในวัฒนธรรมที่แตกต่าง ความเข้าใจข้อจำกัดทางการเมืองและสังคมของคู่ขัดแย้ง เป็นต้น ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในการทำให้เกิดความสำเร็จในการเจรจาไกล่เกลี่ยความขัดแย้งทั้งธุรกิจและการเมือง

ทั้งนี้ International Organization for Mediation (IOMed) เป็นองค์กรระหว่างประเทศ ตั้งขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 2568 ที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกง โดยมีประเทศต่าง ๆ ลงนามเป็นสมาชิกแล้วกว่า 41 ประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเจรจาไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างรัฐต่อรัฐ รัฐกับเอกชน และเอกชนด้วยกันเอง เป็น ส่วน International Organization for Mediation เป็นเวทีสัมมนาระดับนานาชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ด้านการเจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างผู้เชี่ยวชาญจากหลายประเทศ