32 ปีไม่เคยลืม! ครูรัก ย้อนวันวานขึ้นคอนเสิร์ตในฝัน เผยเบื้องหลัง พี่เบิร์ด ที่ทำเอาอึ้ง

32 ปีไม่เคยลืม! ครูรัก ย้อนวันวานขึ้นคอนเสิร์ตในฝัน เผยเบื้องหลัง พี่เบิร์ด ที่ทำเอาอึ้ง

32 ปีไม่เคยลืม! ครูรัก ย้อนวันวานขึ้นคอนเสิร์ตในฝัน เผยเบื้องหลัง พี่เบิร์ด ที่ทำเอาอึ้ง

วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.25 น.

วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ครูรัก ศรัทธา ศรัทธาทิพย์ ได้โพสต์ข้อความเล่าย้อนช่วงเวลาสุดประทับใจที่ได้ร่วมแสดงคอนเสิร์ตในตำนานอย่าง เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ กับคอนเสิร์ต

โดยระบุว่า 32ปีผ่านไป….

สิ่งที่อยู่ในความฝันของผมมาตลอดตั้งแต่เข้าวงการมา คือการได้ขึ้นเวทีคอนเสิร์ตแบบเบิร์ดเบิร์ดที่ศูนย์วัฒนธรรม  

ปี2537 ฝันเป็นจริง!!   ชื่อคอนฯคือ “อยากเห็นท้องฟ้าเป็นอย่างในฝัน” 16รอบ มีช่วงละครมิวสิคัล ผมได้ร่วมแสดงด้วย มีความสุขแบบไม่ลืมไปตลอดชีวิต

พี่เบิร์ดน่ารัก ใจดี อารมณ์ดีตลอด ผมเคยเม้าท์กับน้องแด๊นเซอร์ในงานว่า “พี่ว่าพี่เบิร์ดไม่ใช่คนหรอก เพราะคนต้องมีเหนื่อย มีอารมณ์เสีย มีหงุดหงิดมั่ง แต่พี่เบิร์ดใส่เต็มทุกครั้งที่ซ้อม เอาใหม่เอาอีกเพราะคนอื่นเต้นผิดก็ยังยิ้มแย้ม
แจ่มใส เอนเนอจี้เต็มเปี่ยม โคตรเทพเลยเนาะ”..

ครั้งนึงในระหว่างการซ้อม พักกินข้าวกัน

พี่เบิร์ดนั่งล้อมวงกับพื้น แล้วเรียก รัก กินข้าวกัน ผมถือกล่องข้าวเดินไปร่วมวงด้วยความดีใจ อาหารที่พี่เบิร์ดกินคือ เนื้อแดดเดียวทอด กับน้ำพริกตาแดง ง่ายๆ แต่อร่อยมาก..

ผู้หญิงในภาพคือพี่อ้อม ดวงกมล ลิ่มเจริญ

พี่สาวใจดีที่จากไปแล้ว เราเล่นคู่กันมาตั้งแต่ละคร ยามเมื่อลมพัดหวน ในภาพเราเล่นเป็นพ่อแม่ของน้องนัท มีเรีย โคตรคิดถึงพี่เลยครับ…

เห็นรูปแล้วความทรงจำในช่วงนั้นหลั่งไหลเข้ามาอย่างมีความสุข ตามประสานักแสดงวัยลุงคนนึง ซึ่งมีความหลังที่ภูมิใจสุดๆกับซุปเปอร์สตาร์เบอร์1ในดวงใจ…

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯแจงชัด ไม่เกี่ยวโครงการ กองทุนผลิตแพทย์เพื่อสังคม ของ SEM

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯแจงชัด ไม่เกี่ยวโครงการ กองทุนผลิตแพทย์เพื่อสังคม ของ SEM

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯแจงชัด ไม่เกี่ยวโครงการ กองทุนผลิตแพทย์เพื่อสังคม ของ SEM

วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.06 น.

วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความระบุว่า  ประกาศเพื่อทราบ

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอเรียนชี้แจงว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการ “กองทุนผลิตแพทย์เพื่อสังคม” ของ SEM (Social Enterprise Medical Specialist Center) รวมถึงกิจกรรมการประชาสัมพันธ์ และเนื้อหาข้อความที่เผยแพร่ดังกล่าวแต่อย่างใด

ทั้งนี้ การนำชื่อ ตราสัญลักษณ์ หรือภาพลักษณ์ของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไปใช้ประกอบการประชาสัมพันธ์หรือการระดมทุนดังกล่าว เป็นการดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาตจากคณะฯ

ขอให้ประชาชนโปรดใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร และตรวจสอบข้อมูลจากช่องทางโดยตรงกับทางคณะฯ ก่อนดำเนินการใด ๆ เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน
จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

โสภณ ลุยบุรีรัมย์ประกาศสงครามยาเสพติด ยกระดับค่ายบำบัดสู่มาตรฐานใหม่

โสภณ ลุยบุรีรัมย์ประกาศสงครามยาเสพติด ยกระดับค่ายบำบัดสู่มาตรฐานใหม่

โสภณ ลุยบุรีรัมย์ประกาศสงครามยาเสพติด ยกระดับค่ายบำบัดสู่มาตรฐานใหม่

วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.40 น.

 “โสภณ” ลุยบุรีรัมย์ประกาศสงครามยาเสพติด ยกระดับค่ายบำบัดสู่มาตรฐานใหม่ พร้อมแย้มดาบสอง เตรียมรื้อกฎหมายเพิ่มโทษสถานหนัก จัดการเด็ดขาด

วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายศักดิ์ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วย ฝ่ายปกครอง ตำรวจ สาธารณสุข และหัวหน้าส่วนราชการ ทุกภาคส่วน เดินทางลงพื้นที่ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์  เปิดโครงการ “รวมพลังรักศรัทธาแก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ” ณ ศูนย์บำบัดวัดจันทราวาส อ.ลำปลายมาศ ให้กำลังใจผู้เข้ารับการบำบัดและเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ 

โดยนายโสภณ ได้นำหัวหน้าส่วนราชการและผู้เข้ารับการบำบัด ร่วมทำบุญสวดมนต์เนื่องในวันพระ ถวายปัจจัยและถวายสังฆทาน เพื่อ ชำระจิตใจจิตใจ พร้อมกับร่วมตัดผมสร้างระเบียบวินัยให้แก่ผู้บำบัดรุ่นที่ 9 นอกจากนี้ยังได้มอบเงินสนับสนุนการแข่งขันฟุตบอล 7 คน เพื่อส่งเสริมการใช้กีฬาห่างไกลยาเสพติด

นายโสภณ เปิดเผยว่า มีแนวคิดจะใช้กลไกนิติบัญญัติแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้มีความเข้มข้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

จากนั้น  ประธานสภาฯ ได้เดินทางไปตรวจความพร้อมการจัดทำ “ศูนย์ข้อมูลโครงการรวมพลังรักศรัทธาแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ”  ณ เทศบาลตำบลลำปลายมาศ เพื่อใช้เป็นศูนย์อำนวยในการแก้ปัญหายาเสพติด โดยเน้นย้ำว่าต้องการให้โครงการนี้เป็นโมเดลตัวอย่าง เพื่อแก้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่อื่นๆ ของประเทศต่อไป

‘กรวีร์’เดือดพลั่ก! ซัดพวกโจมตี ภท. บิดเบือนร่าง พรบ.SEC ยัดไส้กาสิโน ชี้แลนด์บริดจ์ คือโอกาสของภาคใต้

‘กรวีร์’เดือดพลั่ก! ซัดพวกโจมตี ภท. บิดเบือนร่าง พรบ.SEC ยัดไส้กาสิโน ชี้แลนด์บริดจ์ คือโอกาสของภาคใต้

‘กรวีร์’เดือดพลั่ก! ซัดพวกโจมตี ภท. บิดเบือนร่าง พรบ.SEC ยัดไส้กาสิโน ชี้แลนด์บริดจ์ คือโอกาสของภาคใต้

วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.00 น.

‘กรวีร์’ เดือดพลั่ก! ซัดกลุ่มปั่นข่าวโจมตี ‘ภท.’ บิดเบือนร่าง พ.ร.บ.SEC สอดไส้ ยันร่างกฏหมายไร้ ‘กาสิโน’ ไม่มีแม้แต่บรรทัดเดียว ยังไม่ได้เสนอเข้าสภาฯ ชี้ ‘ภาคใต้’ ต้องไม่เป็น ‘ลูกเมียน้อย’ ของการพัฒนาประเทศ 

วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย  (ภท.) และ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “หยุดบิดเบือน พ.ร.บ. SEC”  ตลอดหลายวันที่ผ่านมา มีความพยายามปล่อยข้อมูลบิดเบือน โยงร่าง “พ.ร.บ. SEC” เข้ากับเรื่อง “คาสิโน” เพื่อโจมตีพรรคภูมิใจไทยและสร้างความสับสนให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคนภาคใต้ เมื่อมีการพูดซ้ำ ปั่นซ้ำ และบิดเบือนซ้ำ จนหลายคนเริ่มเข้าใจผิด จึงจำเป็นต้องออกมาพูดข้อเท็จจริงให้ชัดเจนตรงไปตรงมา

1. พรรคภูมิใจไทย “ไม่เอาคาสิโน” และในร่าง SEC ของพรรค “ไม่มีคาสิโนแม้แต่บรรทัดเดียว” ไม่มีคำว่า Entertainment Complex ไม่มีการให้สัมปทานคาสิโน
ไม่มีการซ่อนวาระอะไรทั้งสิ้น  สิ่งที่อยู่ในร่างกฎหมาย มีแต่เรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ การลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน การกระจายโอกาส และการยกระดับศักยภาพภาคใต้ เหมือนกับที่เกิดขึ้นแล้วในภาคตะวันออก (EEC)

ส่วนข่าวที่พยายามโยงเรื่องคาสิโนนั้น เป็น “คนละร่าง คนละเรื่อง คนละฉบับ” แต่มีบางฝ่ายจงใจจับมาปั่นรวมกัน เพื่อให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องเดียวกันนี่ไม่ใช่การวิจารณ์อย่างสุจริต
แต่มันคือ “การบิดเบือนข้อมูลทางการเมือง”

2. ปัจจุบัน “ไม่มี” ร่าง พ.ร.บ. SEC อยู่ในสภาหลังการยุบสภาครั้งที่ผ่านมา ร่างกฎหมายทุกฉบับที่ยังพิจารณาไม่เสร็จถือว่า “ตกไปทั้งหมด”นั่นหมายความว่า ร่าง พ.ร.บ. SEC ของพรรคภูมิใจไทย “สิ้นสภาพไปแล้ว” วันนี้ในสภาชุดปัจจุบัน ไม่มีร่าง SEC ของพรรคภูมิใจไทยค้างอยู่ ยังไม่มีการเสนอเข้าสภา และยังไม่มีการพิจารณาใดๆทั้งสิ้นดังนั้น การพูดว่า “ภูมิใจไทยกำลังจะดัน SEC เพื่อเปิดคาสิโน” จึงเป็นข้อมูลเท็จอย่างชัดเจนคำถามคือ คนที่พูดนั้น “ไม่รู้จริง” หรือ “จงใจหลอกประชาชน”

3. ชัดเจนแล้วว่ากฎหมายที่ครม.ยืนยันกลับมาที่สภา ไม่มีร่าง พ.ร.บ. SEC รวมอยู่ด้วย แต่กลับมีบางกลุ่มพยายามสร้างภาพว่า กฎหมายกำลังจะผ่าน ทั้งที่ข้อเท็จจริงไม่มีอยู่เลย นี่คือปัญหาใหญ่ของการเมืองไทยในบางยุคคือเอา “ข่าวปล่อย” มาแทนข้อเท็จจริงเอา “วาทกรรม” มาแทนข้อมูล เอา “ความรู้สึก” มาแแทน “ความจริงและหวังใช้ความกลัวของประชาชนเป็นเครื่องมือทางการเมือง ประชาชนควรได้รู้ข้อเท็จจริง ไม่ใช่ถูกชี้นำด้วยข้อมูลครึ่งๆกลางๆ

4. “แลนด์บริดจ์” คือโอกาสเศรษฐกิจของภาคใต้ ไม่ใช่วาทกรรมหลอกโจมตี โครงการแลนด์บริดจ์ไม่ใช่เรื่องคาสิโน แต่คือการยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ท่านนายกได้มอบหมายท่านรองเอกนิติให้ศึกษาความคุ้มค่า ความเป็นไปได้ และผลกระทบอย่างรอบด้าน ภายในกรอบเวลาที่ชัดเจน  พร้อมเน้นย้ำเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ เพราะการพัฒนาที่ดี ต้องไม่ใช่การสั่งจากส่วนกลางโดยไม่ฟังเสียงคนในพื้นที่  สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยยืนยันมาตลอด คือภาคใต้มีศักยภาพมหาศาล ทั้งด้านการขนส่ง โลจิสติกส์ การท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน
ที่สำคัญคนใต้ไม่ควรถูกเห็นค่าแค่ตอน “กาบัตร”แล้วปล่อยให้โอกาสทางเศรษฐกิจไหลผ่านไปอีกหลายสิบปีเหมือนที่ผ่านๆมา

5. ภาคใต้ต้องไม่เป็น “ลูกเมียน้อย” ของการพัฒนาประเทศอีกต่อไป ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คนใต้จำนวนมากตั้งคำถามเหมือนกันว่า“เลือกตั้งไปแล้ว ทำไมภาคใต้ถึงพัฒนาช้ากว่าภาคอื่น?”พรรคภูมิใจไทยเข้ามาด้วยความเชื่อว่า ประเทศไทยจะเติบโตไม่ได้ หากยังปล่อยให้การพัฒนากระจุกอยู่แค่บางพื้นที่  ภาคใต้ไม่ใช่ชายขอบของประเทศแต่คือหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญของไทยและความไว้วางใจที่พี่น้องประชาชนมอบให้เราไม่ใช่แค่คะแนนเสียงแต่มันคือ “ภารกิจ” ที่เราต้องพิสูจน์ด้วยผลงานจริง เราจะผลักดันโอกาส ผลักดันการลงทุน ผลักดันโครงสร้างพื้นฐาน และผลักดันอนาคตใหม่ให้คนใต้ ไม่ใช่ปล่อยให้ภาคใต้ถูกมองข้ามเหมือนที่ผ่านมา

การวิพากษ์วิจารณ์เป็นสิทธิในระบอบประชาธิปไตยแต่การโกหก บิดเบือน และจงใจสร้างความเข้าใจผิด ไม่ใช่เสรีภาพทางการเมืองการเอา “ร่างกฎหมายที่ไม่มีอยู่ในสภา” ไปโยงกับ “คาสิโนที่ไม่เคยอยู่ในร่าง” แล้วนำมาปลุกกระแสโจมตีทางการเมือง นอกจากจะเป็นการ “มั่ว” แล้วยังสะท้อนการเมืองแบบเก่าที่หวังเอาข้อมูลผิดๆถูกๆมาหลอกประชาชนบ้านเมืองควรเดินหน้าด้วยข้อเท็จจริง ไม่ใช่วาทกรรมเพราะประชาชนสมควรได้รับ “ความจริง” มากกว่า “การปั่นกระแส” ขอบคุณครับ

นายกฯ ไม่ขอยุ่งปม บิ๊ก มท. ซัดนัว หลัง ฟ้อง ‘ปลัด มท.’ โยกย้ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นายกฯ ไม่ขอยุ่งปม บิ๊ก มท. ซัดนัว หลัง ฟ้อง 'ปลัด มท.' โยกย้ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นายกฯ ไม่ขอยุ่งปม บิ๊ก มท. ซัดนัว หลัง ฟ้อง ‘ปลัด มท.’ โยกย้ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย

วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.32 น.

นายกฯ บอก ไม่ยุ่งปมบิ๊ก มหาดไทยซัดนัวหลัง ‘ไชยวัฒน์-นฤชา’ จ่อเตรียมฟ้อง ปลัด มท. ต่อ ปม ก.พ.ค. มีมติโยกย้ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย บอก ถ้าเข้าไปยุ่งจะเป็นการก้าวก่าย มั่นใจ ไม่กระทบการทำงานในกระทรวง

วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.20 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) มีมติเสียงข้างมากกรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีต รมว.มหาดไทย และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย โยกย้ายนายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อดีตอธิบดีกรมการปกครอง และนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยมิชอบ และทั้ง 2 คนจะฟ้องปลัดกระทรวงมหาดไทยจะส่งผลกระทบต่อการทำงานหรือไม่ ว่า ไม่มีเลย คนละเรื่อง ตรงนั้นเป็นเรื่องการใช้ดุลพินิจ และเป็นเรื่องกรรมการ ก.พ.ค. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เป็นอิสระ ซึ่งมติ ก.พ.ค.ออกมาอย่างไรผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถดำเนินการตามแนวทาง ตามขั้นตอนต่อไปได้ ซึ่งไม่มีอะไรเลยแม้แต่น้อยที่จะมากระทบการทำงานในกระทรวงมหาดมาไทย 

“เอาง่ายๆว่าผมไม่เกี่ยว ผมยังเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอยู่ ฉะนั้นทุกคนต้องทำตามนโยบาย ข้อสั่งการในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขของประชาชน นี่คือสิ่งที่จะเกี่ยวข้องเท่านั้น” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีจะเป็นกาวใจให้ทั้ง 3 คนหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตน อายุขนาดนี้แล้ว ถ้าเป็นกาวก็คงเป็นกาวที่หมดอายุแล้ว เป็นเรื่องของบุคคลที่เกี่ยวข้องกัน ถ้าตนเข้าไปเกี่ยวจะกลายเป็นเรื่องงาน กลายเป็นก้าวก่าย ถ้ามันจะโดนก็จะโดนเรื่องก้าวก่าย ตนคงไม่อยากเข้าไปเป็นสมาชิกใหม่อีกคน 

‘อนุทิน’ฮึ่ม! สั่งขยายผลหาตัวผู้เกี่ยวข้อง เหตุชายชาวจีนขนอาวุธสงคราม

'อนุทิน'ฮึ่ม! สั่งขยายผลหาตัวผู้เกี่ยวข้อง เหตุชายชาวจีนขนอาวุธสงคราม

‘อนุทิน’ฮึ่ม! สั่งขยายผลหาตัวผู้เกี่ยวข้อง เหตุชายชาวจีนขนอาวุธสงคราม

วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.25 น.

“นายกฯ” รับรายงานจาก ผบ.ตร. เหตุชายชาวจีนขนอาวุธสงครามขับรถพลิกคว่ำแล้ว ย้ำ ต้องมีการขยายผลอย่างเข้มข้นหาตัวผู้เกี่ยวข้อง โยงขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติหรือไม่ ขอเวลาให้ตำรวจ – ฝ่ายความมั่นคง ตรวจสอบ หลังถูกโยง BHQ 

เมื่อดวลา 14.20 น.ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจ สภ.นาจอมเทียน จ.ชลบุรี เข้าตรวจสอบเหตุรถยนต์พลิกคว่ำ ซึ่งมีผู้ขับเป็นชายชาวจีน ก่อนตรวจพบอาวุธสงคราม และวัตถุระเบิดเป็นจำนวนมาก ว่า ตนได้รับรายงานแล้ว แต่เป็นรายงานอย่างย่อจากทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ส่งข้อความมาตั้งแต่เกิดเหตุใหม่ๆ ตนก็ได้เน้นย้ำว่าให้มีการขยายผล และรับทราบถึงต้นเหตุของการกระทำเช่นนี้ให้ลึกที่สุด และให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด เข้มข้น หาต้นตอของปัญหานี้ให้ได้

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งว่าทำไมคนต่างชาติสามารถครอบครองอาวุธได้ ซึ่งตนก็ย้ำแล้วว่า ไม่มีแล้วใบอนุญาตในการพกปืนหรือพกอะไรต่างๆ โดยทุกวันนี้ใครที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ และพกพาอาวุธปืนไปไหนถือว่าผิดกฎหมายหมดแล้ว ซึ่งต้องระวังด้วย หากถูกจับขึ้นมาจะมีข้อหาอื่นๆ ตามมาอีกเยอะ เพราะสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ยืนยันว่า ใครที่พยายามมาบอกกับตนว่า ต้องออกใบอนุญาตเพิ่มหรือใดๆ ก็แล้วแต่ เพราะนี่ขนาดเราห้ามยังทำการอุกอาจขนาดนี้ 

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า เราได้รับรายงานมาแล้ว หากไปเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวโยงกับบุคคลหรือกลุ่มคนใดๆ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยกันเองหรือเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ เราก็จะดำเนินการอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่า อาวุธส่วนใหญ่ที่เป็นอาวุธสงคราม รวมถึงการตรวจสอบมือถือยังพบสิ่งที่คาดว่าจะเชื่อมโยงกับกลุ่ม BHQ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นี่เป็นสิ่งที่เราต้องรีบเร่งดำเนินการอย่างเฉียบขาด ซึ่งจะต้องดูเป็นเรื่องๆ ไป เพราะจะมีเหตุผลไปยังเรื่องของฟรีวีซ่าอีกทั้งหลายทั้งปวง แต่ในขณะนี้ก็ขอให้ฝ่ายตำรวจและฝ่ายความมั่นคงได้ดำเนินการสอบสวนให้ได้รายละเอียดให้มากที่สุดก่อน

นายกฯ ยินดี ทักษิณพ้นเรือนจำ ยันยังเคารพ-ผูกพันเหมือนลูกเหมือนหลาน

นายกฯ ยินดี ทักษิณพ้นเรือนจำ ยันยังเคารพ-ผูกพันเหมือนลูกเหมือนหลาน

นายกฯ ยินดี ทักษิณพ้นเรือนจำ ยันยังเคารพ-ผูกพันเหมือนลูกเหมือนหลาน

วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.00 น.

นายกฯ ยินดี ‘ทักษิณ’ ออกเรือนจำ 11 พ.ค. นี้ บอก ยังเคารพเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ผูกพันเหมือนลูกเหมือนหลาน ชี้ กรุงเทพฯแคบแค่นี้คงมีโอกาสได้พบกัน ลั่น ไม่คิดไกลขนาดนั้นหลังสื่อถามการเมืองกระเพื่อมหรือไม่ 

วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.20 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะได้พักโทษและออกจากเรือนจำ ในวันที่ 11 พ.ค. นี้ ว่า ตนก็เคารพนับถือ และเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาท่านมา 20 กว่าปี มีความผูกพันเหมือนลูกเหมือนหลาน ขอแสดงความยินดีกับครอบครัวท่านด้วย 

เมื่อถามว่า จะมีโอกาสไปปรึกษาในเรื่องที่ นายทักษิณ มีความเชี่ยวชาญบ้างหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีข้อห้ามใดๆ แต่ตนว่าให้ท่านออกมา ให้ท่านได้ไปใช้ชีวิตกับครอบครัวของท่าน ยังไงกรุงเทพฯก็แคบอยู่แค่นี้ เดี๋ยววันใด วันนึงอาจมีโอกาสได้พบกัน ตามโอกาสต่างๆแล้วค่อยว่ากัน ตอนนี้ที่ท่านจะออกมาใหม่ๆ ก็เหมือนยังคงเป็นการพักโทษอยู่ ซึ่งยังมีข้อจำกัดและยังคงไม่สะดวก ให้คนภายนอกครอบครัวไปพบ

เมื่อถามว่า ยังมีการวิเคราะห์ว่านายทักษิณจะไม่วางมือทางการเมือง และจะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมทางการเมือง หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนไม่คิดไกลถึงขนาดนั้น ยังไงท่านก็เป็นคนที่ตนให้ความเคารพ 

อนุทิน ลั่นพ.ร.ก.กู้เงินฯประกาศใช้แล้ว หลังจากนี้จะดีจะร้าย นายกฯเป็นผู้รับผิดชอบ

อนุทิน ลั่นพ.ร.ก.กู้เงินฯประกาศใช้แล้ว หลังจากนี้จะดีจะร้าย นายกฯเป็นผู้รับผิดชอบ

อนุทิน ลั่นพ.ร.ก.กู้เงินฯประกาศใช้แล้ว หลังจากนี้จะดีจะร้าย นายกฯเป็นผู้รับผิดชอบ

วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.52 น.

“นายกฯอนุทิน” ลั่นพ.ร.ก.กู้เงินฯประกาศใช้แล้ว หลังจากนี้จะดีจะร้าย นายกฯเป็นผู้รับผิดชอบ ยันจะสอดส่องดูแลใช้งบให้เกิดประโยชน์ต่อปชช. ไม่รั่วไหลแม้สตางค์แดงเดียว 

วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.20 น.ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึง พ.ร.ก.ให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. …. (พ.ร.ก. กู้เงินฯ) ที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันเดียวกันนี้ ว่า ยืนยันว่าเรื่องนี้ตนและนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง รวมถึงรัฐมนตรีทั้งหลายที่กำกับดูแลใช้งบประมาณโดยตรงจะใช้ความเข้มงวดในการดำเนินการอย่างเต็มที่ เงินเหล่านี้เมื่อถูกใช้ก็จะถูกส่งตรงไปยังพี่น้องประชาชน ไม่มีโครงการอะไรต่างๆมาขั้นกลางกับสิ่งที่เราจะต้องเร่งแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์ต่างๆ ตลอดจนทำให้คุณภาพชีวิต ค่าครองชีพ และปากท้องได้รับการแก้ไขให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

เมื่อถามว่าที่จะมีการนำเรื่องนี้ขึ้นฟ้องศาลจะทำให้โครงการที่ใช้งบนี้สะดุดหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตามกฎหมายเลย เรื่องนี้ได้มีการโปรดเกล้าฯลงมาแล้ว และมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันนี้แล้ว จากนี้ไปทุกอย่างอยู่ในความรับผิดชอบของตน 

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชกำหนดฉบับนี้ลงมาแล้ว ผู้รับสนองพระบรมราชโองการคือนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นจากนี้ไปผมต้องเป็นผู้ที่รับผิดชอบ จะดีจะร้าย จะได้ผลหรือไม่ได้ผล ผมต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ก็หวังว่าทุกอย่างจะออกมาในแนวทางที่ดีมีประโยชน์ เกิดคุณประโยชน์และและรับรองได้ว่า ไม่มีรั่วไหลแม้แต่สตางค์อย่างเดียว รัฐมนตรีทุกคนในครม.ของผมในฐานะที่ร่วมกันพิจารณาให้ความเห็นชอบว่าจะต้องมีการออกพระราชกำหนดฉบับนี้ออกมา ก็จะช่วยกันสอดส่องดูแลในการใช้งบประมาณก้อนนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศและพี่น้องประชาชน“ นายอนุทิน กล่าว 

ราชกิจจาฯประกาศ พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน แก้ปัญหาผลกระทบวิกฤตพลังงาน

ราชกิจจาฯประกาศ พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน แก้ปัญหาผลกระทบวิกฤตพลังงาน

ราชกิจจาฯประกาศ พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน แก้ปัญหาผลกระทบวิกฤตพลังงาน

วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.45 น.

วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกำหนดขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชกำหนดนี้เรียกว่า “พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569”

มาตรา 2 พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา 3 เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน ที่มีต่อประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ การรักษาความมั่นคงในระบบเศรษฐกิจของประเทศไม่ให้หยุดชะงัก และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศให้มีประสิทธิภาพ รองรับการใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกให้ทันต่อเหตุการณ์ ให้กระทรวงการคลังโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีมีอำนาจกู้เงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศ หรือออกตราสารหนี้ ในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยมีมูลค่ารวมกันไม่เกินสี่แสนล้านบาท โดยต้องลงนามในสัญญากู้เงินหรือออกตราสารหนี้ ภายในวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2570

มาตรา 4 ให้การกู้เงินตามพระราชกำหนดนี้เป็นการกู้เงินตามมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561

มาตรา 5 เงินกู้ตามพระราชกำหนดนี้จะนำไปใช้เพื่อการอื่นนอกจากการดังต่อไปนี้มิได้

(1) เพื่อช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน

(2) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่านการพึ่งพิงการใช้พลังงานฟอสซิลไปสู่การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกของภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และประชาชนทั่วไป ให้ทันต่อเหตุการณ์ รวมทั้งเพื่อพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว แผนงานหรือโครงการใช้จ่ายเงินกู้เพื่อการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามบัญชีท้ายพระราชกำหนดนี้

มาตรา 6 การกู้เงินตามพระราชกำหนดนี้ ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติเท่าที่จำเป็นโดยคำนึงถึงขีดความสามารถของรัฐในการชำระหนี้คืนประกอบด้วย ในกรณีจำเป็นคณะรัฐมนตรีจะมีมติให้ปรับวงเงินกู้ที่กำหนดไว้ตามบัญชีท้ายพระราชกำหนดนี้เพื่อการตามมาตรา 5 (1) หรือ (2)ก็ได้ แต่เมื่อรวมวงเงินกู้ทั้งหมดต้องไม่เกินสี่แสนล้านบาท

มาตรา 7 เพื่อประโยชน์ในการพิจารณากลั่นกรองและอนุมัติการใช้จ่ายเงินกู้ให้เป็นไปตามมาตรา 5 และมาตรา 6 ให้มีคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ประกอบด้วยปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานกรรมการ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแต่งตั้งจำนวนไม่เกินสามคนเป็นกรรมการ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะเป็นกรรมการและเลขานุการ และผู้แทนสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและผู้แทนสำนักงานเศรษฐกิจการคลังเป็นผู้ช่วยเลขานุการ โดยให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะรับผิดชอบงานวิชาการและธุรการของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนด

การดำเนินการตามแผนงานหรือโครงการตามพระราชกำหนดนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวจะต้องกระทำด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้

มาตรา 8 ให้คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

(1) พิจารณากลั่นกรองแผนงานหรือโครงการการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนดนี้ก่อนเสนอ

คณะรัฐมนตรีอนุมัติ

(2) กำกับดูแลการดำเนินงานตามแผนงานหรือโครงการที่ใช้เงินกู้ตามพระราชกำหนดนี้ และรายงานความก้าวหน้าต่อคณะรัฐมนตรีอย่างน้อยทุกสามเดือน

(3) กำหนดวงเงินสำหรับรายการเงินสำรองจ่ายตามแผนงานหรือโครงการที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายพระราชกำหนดนี้ เพื่อจัดเตรียมไว้เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการบริหารโครงการตามความจำเป็นและเหมาะสม เพื่อขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรี

(4) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณามีมติตามมาตรา 6

(5) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย

(6) ปฏิบัติการอื่นตามที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย

มาตรา 9 ให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะมีหน้าที่และอำนาจดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารและจัดการการกู้เงิน การเบิกจ่ายเงินกู้ การบริหารความเสี่ยงหนี้สาธารณะ การติดตามและการประเมินผลโครงการ การชำระหนี้ และการอื่นใดที่เกี่ยวกับการกู้เงินตามพระราชกำหนดนี้ และให้นำกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะมาใช้บังคับด้วย โดยอนุโลม เว้นแต่คำว่าหน่วยงานของรัฐ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ ทั้งนี้ นอกจากพระราชกำหนดนี้จะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา 10 ภายในหกสิบวันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ ให้กระทรวงการคลังรายงานการกู้เงินตามพระราชกำหนดนี้ที่กระทำในปีงบประมาณที่ล่วงมาแล้วให้รัฐสภาทราบ โดยรายงานดังกล่าวอย่างน้อยต้องระบุรายละเอียดของการกู้เงิน วัตถุประสงค์ของการใช้จ่ายเงินกู้ รวมถึงผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่ได้รับหรือคาดว่าจะได้รับ

มาตรา 11 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกำหนดนี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

อนุทิน ชาญวีรกูล

นายกรัฐมนตรี

อดิศร ร่ายกลอน ยินดีต้อนรับ ทักษิณ รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ในใจชน ย้ำควรติด กำไร มิใช่ ติดกำไล EM ออกมา

อดิศร ร่ายกลอน ยินดีต้อนรับ ทักษิณ รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ในใจชน ย้ำควรติด กำไร มิใช่ ติดกำไล EM ออกมา

อดิศร ร่ายกลอน ยินดีต้อนรับ ทักษิณ รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ในใจชน ย้ำควรติด กำไร มิใช่ ติดกำไล EM ออกมา

วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.57 น.

วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 นายอดิศร เพียงเกษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความ ผ่านแอพพลิเคชั่น x ถึงกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กำลังจะได้รับการพักโทษวันที่ 11 พฤษภาคมนี้

โดยระบุว่า ควรติด“กำไร”มิใช่ “กำไล”ติด เป็นสิทธิ์ อันชอบธรรม ท่านทักษิณ สู่อิสรภาพ ฉาบชีวิน กฎเกณฑ์ ต้องตงฉิน และเที่ยงตรง…!!!

ยินดีต้อนรับ “รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ในใจชน” ท่าน ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้มีคุณูปการต่อระบอบประชาธิปไตย ขวัญใจมหาชนคนรากหญ้า หัวหน้าพรรคไทยรักไทยที่ชนะการเลือกตั้งอย่างเด็ดขาด 377 เสียง จัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว ผู้ผลักดันโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ปราบยาเสพติดให้สิ้นซาก สร้างสนามบินสุวรรณภูมิแล้วเสร็จ ปฏิรูประบบราชการ ฯลฯ

สู่อิสรภาพ !!!!

อิสรภาพที่จะได้รับตามหลักเกณฑ์ของกรมราชทัณฑ์ ต้อง 100% มิใช่อิสรภาพที่มี “กำไล” เป็นของแถม
ตามระเบียบราชทัณฑ์ ต้องให้ “กำไร” มิใช่ติด “กำไล”

ให้ ”กำไร“ แด่อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้ปฏิบัติตนในเรือนจำ ครบถ้วนโดยระยะเวลา 2/3 ของโทษ อายุเกิน 70 ปี ไม่มีพฤติการณ์จะหลบหนี ได้รับพระมหากรุณาธิคุณลดโทษ

กำไร ที่มอบให้ ดร.ทักษิณ คือ การเคารพอิสรภาพ 100%

เป็นการเคารพผู้ใหญ่ตามหลักอปริหานิยธรรม 7 ประการ ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสั่งสอนไว้
ติด “กำไร” ดีกว่า “กำไล” อย่างแน่นอน…!!!

ควรติด “กำไร” มิใช่ “กำไล” ติด
เป็นสิทธิ์ อันชอบธรรม ท่านทักษิณ
สู่อิสรภาพ ฉาบชีวิน
กฎเกณฑ์ ต้องตงฉิน และเที่ยงตรง…!!!

สู่เสรีภาพ อิสรภาพ

จาก

สส.,รศ.พิเศษ ดร.อดิศร เพียงเกษ

9 พฤษภาคม 2569