ทูตสหรัฐฯ อ้าง ทรัมป์กำลัง “ให้พื้นที่” คุยอิหร่าน หลังไม่โจมตีช่วงสุดสัปดาห์

ทูตสหรัฐฯ อ้าง ทรัมป์กำลัง “ให้พื้นที่” คุยอิหร่าน หลังไม่โจมตีช่วงสุดสัปดาห์

26 ก.ค. 2569 22:56 น.

ทูตสหรัฐฯ อ้าง ทรัมป์กำลัง “ให้พื้นที่” คุยอิหร่าน หลังไม่โจมตีช่วงสุดสัปดาห์

ทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติอ้างว่า โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเปิดพื้นที่ให้การเจรจากับอิหร่าน หลังจากกองทัพสหรัฐฯ ชะลอการโจมตีอิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์นี้ หลังถล่มต่อเนื่องถึง 13 คืน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 ก.ค. 2569 นาย ไมค์ วอลตซ์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ กล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์ในรายการ “Meet the Press” ทางช่อง NBC ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเปิดโอกาสให้การเจรจากับอิหร่านได้คืบหน้า หลังจากกองทัพสหรัฐฯ มีท่าทีชะลอการโจมตีเข้าใส่อิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์นี้

“สิ่งที่ท่านประธานาธิบดีกำลังทำอยู่ตอนนี้ อย่างที่เราเห็นกันมาโดยตลอด คือการเปิดพื้นที่ว่างให้กับการเจรจา การเจรจายังคงดำเนินอยู่ และกำลังเกิดขึ้นในทุกระดับ ตั้งแต่มุมมองด้านเทคนิคไปจนถึงระดับสูงสุด” นายวอลตซ์กล่าว

ในการให้สัมภาษณ์แยกอีกรายการทาง “Fox News Sunday” วอลตซ์กล่าวว่า ความพยายามทางการทูตเพิ่มสูงขึ้น “โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา”

อย่างไรก็ตาม ในการให้สัมภาษณ์กับ NBC วอลตซ์ได้กล่าวย้ำคำเตือนของทรัมป์ว่า กองทัพสหรัฐฯ “พร้อมยิงทุกเมื่อ” ในระหว่างที่การเจรจาเหล่านั้นดำเนินไป และกล่าวว่าประธานาธิบดี “ยังคงเปิดกว้างสำหรับทุกทางเลือก”

เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ รายนี้อ้างด้วยว่า ความขัดแย้งภายในของรัฐบาลอิหร่านทำให้การเจรจาเป็นไปอย่างยากลำบาก

ทั้งนี้ คำพูดของนายวอลตซ์เกิดขึ้นในขณะที่มีรายงานว่า พลเอก แดน เคน ประธานคณะกรรมาธิการเสนาธิการร่วม ได้หยิบยกข้อกังวลเกี่ยวกับคลังกระสุนและวัตถุระเบิดของสหรัฐฯ รวมถึงผลกระทบเชิงลบอื่น ๆ ขึ้นมาพูดในการประชุมที่ทำเนียบขาวเมื่อวันศุกร์ ซึ่งนายทรัมป์กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงหารือกันเรื่องความเป็นไปได้ในการยกระดับการโจมตีอิหร่าน

นายวอลตซ์ดูเหมือนจะยอมรับกับ NBC ว่า “คลังอาวุธจำนวนมากร่อยหรอลงไป” โดยกล่าวโทษการที่สหรัฐฯ สนับสนุนอาวุธให้แก่ยูเครน และอ้างว่า นี่เป็น “ภาวะร่อยหรอ” ที่รัฐบาลทรัมป์สืบทอดมาจากรัฐบาลชุดก่อน

เมื่อถูก คริสเตน เวลเกอร์ ผู้ดำเนินรายการจี้ถามว่า เขายอมรับหรือไม่ว่าคลังอาวุธของสหรัฐฯ กำลังร่อยหรอ นายวอลตซ์เน้นย้ำว่ากองทัพสหรัฐฯ “มีทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับการดำเนินยุทธการครั้งนี้ ให้มีประสิทธิภาพเท่าที่จำเป็นต้องทำ”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

เยอรมนีเร่งล่าตัว คนร้ายขับรถชน “ไพรด์ พาเหรด” ชี้เป็นก่อการร้ายอิสลามิสต์

เยอรมนีเร่งล่าตัว คนร้ายขับรถชน “ไพรด์ พาเหรด” ชี้เป็นก่อการร้ายอิสลามิสต์

26 ก.ค. 2569 22:15 น.

เยอรมนีเร่งล่าตัว คนร้ายขับรถชน “ไพรด์ พาเหรด” ชี้เป็นก่อการร้ายอิสลามิสต์

ตำรวจเยอรมนีกำลังเร่งล่าตัวคนร้ายผู้ก่อเหตุขับรถชน “ไพรด์ พาเหรด” ในกรุงเบอร์ลิน เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยคาดว่านี่เป็นการก่อการร้ายที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอิสลามิสต์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันอาทิตย์ที่ 26 ก.ค. 2569 ว่า ตำรวจของประเทศเยอรมนีกำลังเร่งตามล่าตัวชายผู้ต้องสงสัย ซึ่งก่อเหตุขับรถพุ่งชนผู้คนที่งาน “ไพรด์ พาเหรด” ในกรุงเบอร์ลิน เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บอีก 29 ราย โดยตำรวจเชื่อว่านี่เป็นการก่อการร้ายของกลุ่มอิสลามิสต์

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงก่อนเวลา 22:00 น. ของวันเสาร์ (ตามเวลาท้องถิ่น) รถตู้สีขาวได้พุ่งชนผู้คนบริเวณทิศใต้ของสวนสาธารณะ “เทียร์การ์เทิน” (Tiergarten) ในกรุงเบอร์ลิน ก่อนจะเสียหลักชนเข้ากับต้นไม้ จากนั้นผู้ก่อเหตุหนึ่งคนหรือมากกว่านั้นได้ลงจากรถแล้วหลบหนี โดยผู้สงสัยหลักใช้ มีดมาเชเต (Machete) ไล่ทำร้ายผู้คนเพิ่มเติม

พื้นที่เกิดเหตุห่างจากจุดสิ้นสุดขบวนพาเหรดและเวทีใหญ่บริเวณประตูแบรนเดนบูร์ก (Brandenburg Gate) เพียงไม่กี่ร้อยเมตร โดยหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้สั่งยุติการจัดงานและเร่งอพยพผู้คนทันที

ตำรวจและนายอเล็กซานเดอร์ โดบรินด์ท รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยเยอรมนี เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งล่าตัวผู้ต้องสงสัยคือนายอับดุล บอลเอาท์ (Abdul Ballout) อายุ 21 ปี เป็นชาวเยอรมนีเชื้อสายเลบานอน สูงประมาณ 1.9 ม. ผมสีดำ สวมเสื้อฮู้ดสีดำและกางเกงสีขาว

นายบอลเอาท์ เป็นผู้สนับสนุนกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส (ISIS) และมีประวัติอาชญากรรมหลายคดี เคยถูกตัดสินจำคุกเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ข้อหาเตรียมการก่อเหตุรุนแรงหลังพยายามเดินทางไปร่วมกับกลุ่มไอซิสในตะวันออกกลาง แต่โทษจำคุกได้รับการรอลงอาญาไว้

ตำรวจปูพรมค้นหาหลายพื้นที่ รวมถึงกระจายกำลังไปยังที่พักของผู้สงสัย และแจ้งเตือนด่านตรวจตามสถานีรถไฟ สนามบิน และชายแดนแล้ว

ทั้งนี้ ในวันอาทิตย์มีประชาชนจำนวนมากร่วมกันนำดอกไม้และธงสายรุ้งมาร่วมไว้อาลัย ณ บริเวณหน้าประตูแบรนเดนบูร์ก และมีการลดธงชาติครึ่งเสาที่อาคารรัฐสภา

ผู้นำระดับสูงของเยอรมนี ทั้งนายกรัฐมนตรี ประธานาธิบดี และนายกเทศมนตรีกรุงเบอร์ลิน ร่วมประณามการโจมตีอย่างรุนแรง พร้อมให้คำมั่นว่าจะนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ นอกจากนี้ยังได้รับข้อความแสดงความเสียใจจากผู้นำสหภาพยุโรปและอีกหลายประเทศ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เครือข่ายครูอิตาลี เรียกร้องใช้เหตุวัยรุ่นทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมในไทย เป็นบทเรียนของระบบการศึกษา

เครือข่ายครูอิตาลี เรียกร้องใช้เหตุวัยรุ่นทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมในไทย เป็นบทเรียนของระบบการศึกษา

26 ก.ค. 2569 08:39 น.

เครือข่ายครูอิตาลี เรียกร้องใช้เหตุวัยรุ่นทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมในไทย เป็นบทเรียนของระบบการศึกษา

เครือข่ายครูด้านสิทธิมนุษยชนของอิตาลีแสดงความกังวล หลังนักเรียนแลกเปลี่ยนชาวอิตาลีแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมบนรถไฟฟ้าบีทีเอสในกรุงเทพฯ จนสถานเอกอัครราชทูตอิตาลีต้องออกแถลงการณ์ พร้อมชี้ควรใช้เหตุการณ์นี้เป็นโอกาสทบทวนบทบาทของระบบการศึกษา

วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 Tecnica della Scuola สำนักข่าวของอิตาลีรายงานว่า เครือข่ายประสานงานครูด้านสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของอิตาลี (National Coordination of Teachers in the Human Rights Sector: CNDU) ออกแถลงการณ์แสดงความกังวล กรณีกลุ่มนักเรียนมัธยมชาวอิตาลีที่เดินทางมาแลกเปลี่ยนในประเทศไทย แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมบนรถไฟฟ้าบีทีเอสในกรุงเทพมหานคร จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

CNDU ระบุว่า การที่สถานเอกอัครราชทูตอิตาลีในประเทศไทยต้องออกแถลงการณ์แยกจุดยืนจากพฤติกรรมของนักเรียนที่อยู่ระหว่างกิจกรรมทางการศึกษา ถือเป็นประเด็นที่มีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งในด้านการศึกษาและสถาบัน

แถลงการณ์ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงการหยอกล้อหรือการกระทำคึกคะนองธรรมดา และไม่ควรถูกอธิบายว่าเป็นเพียงผลจากกระแสบนสื่อสังคมออนไลน์เท่านั้น เพราะเมื่อพฤติกรรมของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมถึงภาพลักษณ์ของประเทศ จำเป็นต้องตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบด้านการศึกษาของทุกภาคส่วนในชุมชนโรงเรียน

เครือข่ายครูด้านสิทธิมนุษยชนของอิตาลีระบุเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์นี้ควรถูกนำมาใช้เป็นโอกาสในการทบทวนและสะท้อนบทเรียนสำหรับระบบการศึกษาของประเทศ เพื่อส่งเสริมความรับผิดชอบ การเคารพผู้อื่น และความตระหนักถึงผลกระทบของการกระทำเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ

ทั้งนี้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังกลุ่มนักเรียนแลกเปลี่ยนชาวอิตาลีซึ่งเดินทางมาศึกษาดูงานในกรุงเทพฯ มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมส่งเสียงดังบนรถไฟฟ้าบีทีเอส จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักทั้งในประเทศไทยและอิตาลี และทำให้สถานเอกอัครราชทูตอิตาลีต้องออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจ พร้อมยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมของนักเรียนกลุ่มนี้.

ที่มา  Tecnica della Scuola

สื่ออิตาลีรายงานข่าวคลิปวิดีโอวัยรุ่นชาวอิตาลีบนรถไฟฟ้า ในกรุงเทพฯ

สื่ออิตาลีรายงานข่าวคลิปวิดีโอวัยรุ่นชาวอิตาลีบนรถไฟฟ้า ในกรุงเทพฯ

26 ก.ค. 2569 08:22 น.

สื่ออิตาลีรายงานข่าวคลิปวิดีโอวัยรุ่นชาวอิตาลีบนรถไฟฟ้า ในกรุงเทพฯ

สื่ออิตาลีรายงานกรณีคลิปวิดีโอวัยรุ่นชาวอิตาลีแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมบนรถไฟฟ้าบีทีเอสในกรุงเทพฯ จนเกิดกระแสวิจารณ์ในไทย และทำให้สถานเอกอัครราชทูตอิตาลีต้องออกแถลงการณ์ขอโทษ พร้อมเผยแพร่คลิปขอโทษจากนักเรียนที่เกี่ยวข้อง

วันที่ 27 กรกฎาคม 2569  Corriere della Sera สื่อชั้นนำของอิตาลี และอีกหลายสื่อ รายงานกรณีคลิปวิดีโอกลุ่มนักเรียนชาวอิตาลีที่เดินทางมาทัศนศึกษาในประเทศไทย แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมบนรถไฟฟ้าบีทีเอสในกรุงเทพมหานคร จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง และทำให้สถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทยต้องออกมาแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

รายงานข่าวระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังผู้โดยสารหญิงชาวไทยขอให้นักเรียนกลุ่มนี้ลดระดับเสียงระหว่างโดยสารรถไฟฟ้า แต่กลับถูกบางคนในกลุ่มใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิป ล้อเลียน และพูดจาในลักษณะดูหมิ่น ซึ่งหนึ่งในประโยคที่สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก คือคำพูดว่า “เราขอโทษที่นำเงินมาให้ประเทศของคุณ” ซึ่งถูกมองว่าเป็นการดูหมิ่นคนไทยและวัฒนธรรมของประเทศ

คลิปวิดีโอถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม และแพร่กระจายอย่างรวดเร็วบนสื่อสังคมออนไลน์ของไทย ก่อนที่สถานีโทรทัศน์หลายแห่งจะนำเสนอข่าว ส่งผลให้ชาวเน็ตจำนวนมากเรียกร้องให้สถานเอกอัครราชทูตอิตาลีดำเนินการกับผู้ก่อเหตุ

ภายหลังเกิดกระแสวิจารณ์ สถานเอกอัครราชทูตอิตาลีได้เผยแพร่คลิปวิดีโอคำขอโทษจากนักเรียน รวมถึงคนที่เป็นผู้กล่าวถ้อยคำอื้อฉาว โดยทั้งหมดแสดงความเสียใจต่อการกระทำของตนเอง ขออภัยประชาชนชาวไทยสำหรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและการล่วงเกินวัฒนธรรมไทย พร้อมเปิดเผยว่า นักเรียนผู้ที่กล่าวคำพูดดังกล่าวจะเดินทางกลับประเทศอิตาลีในอีกไม่กี่วันข้างหน้า.

ที่มา Corriere della Sera

ยูเนสโกขึ้นทะเบียน “บึงโอคีเฟโนกี” มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งใหม่ของสหรัฐฯ

ยูเนสโกขึ้นทะเบียน "บึงโอคีเฟโนกี" มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งใหม่ของสหรัฐฯ

26 ก.ค. 2569 08:02 น.

ยูเนสโกขึ้นทะเบียน “บึงโอคีเฟโนกี” มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งใหม่ของสหรัฐฯ

ยูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียน “บึงโอคีเฟโนกี” ในรัฐจอร์เจีย เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งใหม่ ยกย่องให้เป็นหนึ่งในระบบนิเวศน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของโลก และแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญ  

วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คณะกรรมการมรดกโลกแห่งองค์การยูเนสโก (UNESCO) ซึ่งประชุมที่เมืองปูซาน ของเกาหลีใต้ ได้มีมติขึ้นทะเบียน บึงโอคีเฟโนกี (Okefenokee Swamp) ในรัฐจอร์เจีย ของสหรัฐฯ เป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งใหม่ โดยระบุว่า บึงโอคีเฟโนกีเป็นหนึ่งในระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของโลก ครอบคลุมพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ที่เป็นถิ่นอาศัยของสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด และยังเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสายสำคัญ 2 สาย

นอกจากนี้ ยังระบุว่า ชั้นพรุที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ภายในพื้นที่ยังเก็บบันทึกการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมย้อนหลังได้ราว 5,000 ปี ทำให้บึงแห่งนี้มีความสำคัญทั้งในฐานะแหล่งอนุรักษ์ธรรมชาติระดับโลก และแหล่งข้อมูลสำหรับศึกษาการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมในระยะยาว

ด้านนางคิม เบดนาเรก ผู้อำนวยการบริหารองค์กรไม่แสวงหากำไร Okefenokee Swamp Park ซึ่งร่วมจัดทำเอกสารเสนอชื่อกับรัฐบาลสหรัฐฯ กล่าวว่า การขึ้นทะเบียนครั้งนี้ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นพันธสัญญาที่จะร่วมกันอนุรักษ์บึงโอคีเฟโนกีให้คงความอุดมสมบูรณ์และยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป

ทั้งนี้ การขึ้นทะเบียนครั้งนี้ทำให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งชาติโอคีเฟโนกี อยู่ในรายชื่อมรดกโลกเคียงข้างสถานที่สำคัญของสหรัฐฯ อาทิ แกรนด์แคนยอน อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านบางส่วนคัดค้านการขึ้นทะเบียน โดยกังวลว่าอาจทำให้องค์การสหประชาชาติเข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการพื้นที่มากขึ้น.

ระทึก รถตู้พุ่งชนฝูงชนงานไพรด์ พาเหรด ในเบอร์ลิน เยอรมนี ดับ 1 ศพ บาดเจ็บอย่างน้อย 15 ราย

ระทึก รถตู้พุ่งชนฝูงชนงานไพรด์ พาเหรด ในเบอร์ลิน เยอรมนี ดับ 1 ศพ บาดเจ็บอย่างน้อย 15  ราย

26 ก.ค. 2569 06:37 น.

ระทึก รถตู้พุ่งชนฝูงชนงานไพรด์ พาเหรด ในเบอร์ลิน เยอรมนี ดับ 1 ศพ บาดเจ็บอย่างน้อย 15 ราย

เกิดเหตุรถตู้พุ่งชนฝูงชนระหว่างงานพาเหรด LGBTQ+ ในกรุงเบอร์ลิน -v’เยอรมนี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บอย่างน้อย 15 ราย หลายรายอาการสาหัส ตำรวจสั่งยุติงานและเร่งล่าตัวผู้ก่อเหตุ

วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุรถตู้พุ่งชนฝูงชนระหว่างงานพาเหรดเฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศ หรือ  “คริสโตเฟอร์ สตรีท เดย์” (Christopher Street Day) ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ และบาดเจ็บอย่างน้อย 15 ราย โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าผู้บาดเจ็บหลายรายมีอาการสาหัส

ตำรวจกรุงเบอร์ลิน เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณสวนเทียร์การ์เทิน ซึ่งอยู่ใกล้เส้นทางเดินขบวนพาเหรด หลังรถคันหนึ่งพุ่งเข้าชนประชาชนที่เข้าร่วมงาน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ นักดับเพลิง และหน่วยกู้ชีพระดมกำลังเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอย่างเร่งด่วน พร้อมขอให้ประชาชนออกจากพื้นที่จัดงานทันที และระบุว่ากำลังเร่งติดตามตัวผู้ต้องสงสัย ขณะนี้ตำรวจยังอยู่ระหว่างสอบสวนสาเหตุ  และยังไม่เปิดเผยแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุ

ภายหลังเกิดเหตุ ผู้จัดงานประกาศยุติงานเฉลิมฉลองบริเวณประตูบรันเดินบวร์ค เมื่อเวลาประมาณ 22.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยการแสดงดนตรีบนเวทีถูกยุติลงกลางคัน และขอให้ผู้ร่วมงานเดินทางกลับบ้าน รวมทั้งหลีกเลี่ยงเส้นทางผ่านสวนเทียร์การ์เทิน

ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุ บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนหลายแสนคนเข้าร่วมเดินขบวน เต้นรำ และร่วมชมขบวนรถพาเหรดกว่า 80 คัน โดยถือเป็นหนึ่งในเทศกาลเฉลิมฉลอง LGBTQ+ ที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป.

สลดซีเรีย รถบัส 2 คันชนกัน ดับแล้ว 35 ศพ เจ็บอีกหลายสิบราย

สลดซีเรีย รถบัส 2 คันชนกัน ดับแล้ว 35 ศพ เจ็บอีกหลายสิบราย

26 ก.ค. 2569 06:17 น.

สลดซีเรีย รถบัส 2 คันชนกัน ดับแล้ว 35 ศพ เจ็บอีกหลายสิบราย

เกิดเหตุรถบัสโดยสาร 2 คันชนกันบนถนนหลวงทางตะวันออกของซีเรีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 35 ศพ บาดเจ็บอีกหลายสิบราย ท่ามกลางภาวะถนนทรุดโทรมจากสงครามกลางเมืองนานนับทศวรรษ

เมื่อวันเสาร์ที่ 25 ก.ค. 2569 สำนักข่าว SANA สื่อของรัฐบาลซีเรียรายงานว่า เกิดเหตุรถบัสโดยสารสองคันชนกันบนทางหลวงสายดามัสกัส-เดียร์ เอสซอร์ ข้ามทะเลทรายทางตอนกลางค่อนไปทางตะวันออกของประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 35 ศพ และได้รับบาดเจ็บอีก 30 ราย

กระทรวงมหาดไทยระบุว่า อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นการชนกันระหว่างรถบัสบรรทุกเจ้าหน้าที่กองกำลังความมั่นคงภายในประเทศ กับรถบัสโดยสารของประชาชนทั่วไป โดยไม่ได้จำแนกว่าผู้เสียชีวิตมาจากรถคันใดบ้าง

สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลได้เผยแพร่ภาพเหตุการณ์ เผยให้เห็นรถบัสกำลังถูกเพลิงลุกไหม้และมีเศษซากกระจัดกระจายเกลื่อนทางหลวง โดยทางการส่งเฮลิคอปเตอร์ทหารเข้าพื้นที่เพื่อลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บออกจากจุดเกิดเหตุอย่างเร่งด่วน

นายราเอด อัล ซาเลห์ รัฐมนตรีกระทรวงการจัดการภาวะฉุกเฉินและภัยพิบัติ กล่าวว่า นี่คือหนึ่งในอุบัติเหตุทางถนนที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในซีเรียในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และเหตุการณ์ครั้งนี้ “ถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกันระดับชาติของพวกเราทุกคน ที่จะต้องร่วมมือกันป้องกันไม่ให้เหตุการณ์อันน่าสะเทือนใจเช่นนี้ซ้ำรอยอีก”

อัล ซาเลห์ เสริมว่า เหตุการณ์นี้ช่วยย้ำเตือนถึงความจำเป็นในการเร่งแก้ไขโครงสร้างพื้นฐานทางถนนของซีเรีย ซึ่งเขาชี้ว่าได้รับผลกระทบจากการถูกละเลยมานานหลายปีและความเสียหายจากสงคราม

ทั้งนี้ สงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อมานานหลายปีได้ส่งผลให้เครือข่ายถนนส่วนใหญ่ของซีเรียอยู่ในสภาพทรุดโทรม โดยสื่อโทรทัศน์ของรัฐได้อ้างคำกล่าวของ โมอัซ นัจจาร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการขนส่งทางบกในกรุงดามัสกัส ซึ่งระบุว่า ได้สั่งการให้การซ่อมบำรุงถนนในภาคตะวันออกเป็นภารกิจเร่งด่วนอันดับแรกแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ยูเครนส่งโดรนถล่มโรงกลั่นน้ำมันไซบีเรีย คาซัคสถานจี้ยุติสงคราม

ยูเครนส่งโดรนถล่มโรงกลั่นน้ำมันไซบีเรีย คาซัคสถานจี้ยุติสงคราม

26 ก.ค. 2569 05:16 น.

ยูเครนส่งโดรนถล่มโรงกลั่นน้ำมันไซบีเรีย คาซัคสถานจี้ยุติสงคราม

ยูเครนส่งโดรนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในแคว้นไซบีเรียของรัสเซีย ทำให้เกิดไฟไหม้ ขณะที่ผู้นำคาซัคสถานประชุมร่วมกับ วลาดิเมียร์ ปูติน และกล่าวต่อหน้าผู้นำรัสเซียว่า สงครามควรยุติได้แล้ว

เมื่อวันเสาร์ที่ 25 ก.ค. 2569 โดรนของยูเครนได้พุ่งเป้าโจมตีโรงกลั่นน้ำมันแห่งหนึ่งในภูมิภาคไซบีเรียของรัสเซีย ส่งผลให้การแข่งขันกรีฑาในแถบเทือกเขาอูราลต้องหยุดชะงักลง ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีของคาซัคสถานได้บอกกับ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ว่า สงครามยูเครนควรจะยุติลงได้แล้ว

ผู้ว่าการแคว้นตูเมน (Tyumen) ในไซบีเรีย เปิดเผยว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นที่โรงกลั่นน้ำมันท้องถิ่นหลังการโจมตีของยูเครน ขณะที่สมาพันธ์กรีฑารัสเซียระบุว่า การแข่งขันกรีฑาทั่วประเทศในเมืองเยกาเตรินเบิร์ก (Yekaterinburg) บริเวณเทือกเขาอูราล ต้องถูกสั่งระงับชั่วคราวเนื่องจากภัยคุกคามจากโดรน

ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุโจมตีในไซบีเรีย พร้อมระบุว่ารัฐบาลเคียฟได้โจมตีโรงงานทางทหารในภูมิภาคคีรอฟ (Kirov) เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากเหตุโจมตีเมื่อวันก่อนหน้าส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย ตามรายงานของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น

เคียฟระบุว่า การโจมตีตอบโต้มีวัตถุประสงค์เพื่อบั่นทอนศักยภาพในการทำสงครามของมอสโก และบีบให้รัฐบาลเครมลินยอมเข้าสู่โต๊ะเจรจา

อีกด้านหนึ่ง ที่การประชุมสุดยอดผู้นำรัสเซีย-คาซัคสถาน ในเมืองออมสค์ แคว้นไซบีเรีย นาย คาสซีม-โจมาร์ต โตกาเยฟ ผู้นำคาซัคสถาน ได้กล่าวต่อหน้านายปูตินว่า สงครามยูเครนควรยุติลงได้แล้ว

“มันน่าเศร้าสลดใจ คนหนุ่มสาวต้องมาเสียชีวิต… สิ่งเหล่านี้ควรต้องหยุดได้แล้ว” โตกาเยฟกล่าวขณะนั่งข้างปูติน และเสริมว่า ความขัดแย้งนี้ควรถูกแช่แข็งเอาไว้ก่อน และเสนอให้กลับไปใช้แนวทางการเจรจาที่อิสตันบูล ก่อนจะก้าวไปสู่ “สันติภาพที่เฝ้ารอมานาน”

นับเป็นภาพที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นที่บุคคลระดับผู้นำประเทศ จะกล่าวต่อหน้าปูตินโดยตรงในที่สาธารณะว่า การสู้รบในยูเครนควรจะหยุดลง โดยผู้นำคาซัคสถาน แม้จะเป็นพันธมิตรของมอสโก แต่เขาไม่เคยออกมาสนับสนุนการรุกรานของรัสเซียเลย โดยเขากล่าวว่า ต้นตอของสงครามครั้งนี้ “ยากที่จะเข้าใจได้”

ส่วนปูตินตอบกลับว่า เขาจะแจ้ง “รายละเอียด” ของสงครามให้โตกาเยฟได้รับทราบต่อไป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ICC ปลดอัยการ “คาริม ข่าน” พ้นตำแหน่ง ข้อหาประพฤติมิชอบร้ายแรง

ICC ปลดอัยการ “คาริม ข่าน” พ้นตำแหน่ง ข้อหาประพฤติมิชอบร้ายแรง

26 ก.ค. 2569 04:16 น.

ICC ปลดอัยการ “คาริม ข่าน” พ้นตำแหน่ง ข้อหาประพฤติมิชอบร้ายแรง

สมาชิกศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ลงมติถอดถอนนายคาริม ข่าน ออกจากตำแหน่งอัยการของ ICC ในข้อหาประพฤติมิชอบร้ายแรง หลังถูกผู้ช่วยหญิงกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศ

ประเทศสมาชิกศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือ ICC มีมติเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (24 ก.ค.) สั่งถอดถอนนายคาริม ข่าน อัยการวัย 56 ปี ออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ จากข้อกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศผู้ช่วยหญิงในทีมงานของตนเอง ขณะที่ทนายของนายข่านอ้างว่า คำตัดสินนี้มีแรงจูงใจทางการเมือง

ในการลงมติลับ ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ กรุงนิวยอร์ก มีสมาชิก 82 จาก 125 ประเทศลงคะแนนเห็นชอบให้ถอดถอนนายข่านเนื่องจาก “กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อย่างรุนแรง” โดยมีเพียง 13 ประเทศที่ลงคะแนนให้อยู่ต่อ ขณะที่อีก 15 ประเทศงดออกเสียง

นายข่านยอมยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 เพื่อต่อสู้คดี หลังมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนจากข้อกล่าวหาของเพื่อนร่วมงานหญิง โดยเขายังคงยืนกรานปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และเตรียมใช้ช่องทางทางกฎหมายเพื่อคัดค้านมติดังกล่าว

ผู้เสียหายซึ่งเป็นทนายความชาวมาเลเซียและอดีตผู้ช่วยโดยตรงของนายข่าน เปิดเผยผ่านสื่อ CNN ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการคุกคามที่ยกระดับขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นทำร้ายร่างกาย พร้อมระบุว่า “ภายใต้ความเหลื่อมล้ำทางอำนาจขนาดนี้ ไม่มีทางที่จะเป็นการยินยอมพร้อมใจทั้งสองฝ่ายได้ เพราะเขาไม่ได้เป็นแค่เจ้านายของฉัน แต่เป็นเจ้านายของทุกคน”

ด้านทนายความของนายข่านเตือนว่า การถอดถอนครั้งนี้อาจส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อความเป็นอิสระของ ICC หากกระบวนการถอดถอนเกิดจากแรงจูงใจทางการเมืองหรือขาดความยุติธรรม

ขณะที่สหรัฐฯ ออกมาแสดงความยินดี โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า ข่านเป็นเพียงส่วนหนึ่งขององค์กรที่คอร์รัปชันเกินเยียวยา (สหรัฐฯ และอิสราเอลไม่ได้ลงนามเป็นสมาชิก ICC)

ส่วนรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลระบุว่า การถอดถอนครั้งนี้ล่าช้าไปมาก พร้อมชี้ว่าคำร้องขอหมายจับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู และอดีตรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมอิสราเอลก่อนหน้านี้ เป็นเพียงความพยายามของข่านในการเบี่ยงเบนประเด็นจากความผิดของตนเอง

ทางด้านองค์กรสิทธิมนุษยชน “ฮิวแมน ไรท์ส วอตช์” (Human Rights Watch) ระบุว่า ศาลอาญาระหว่างประเทศย่อมยิ่งใหญ่กว่าตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และหวังว่าองค์กรจะรักษามาตรฐานความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยในสถานที่ทำงานอย่างเคร่งครัดต่อไป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

จีนสั่งปรับ Trip.com 2.6 หมื่นล้านบาท ผูกขาดตลาดจองโรงแรมออนไลน์

จีนสั่งปรับ Trip.com 2.6 หมื่นล้านบาท ผูกขาดตลาดจองโรงแรมออนไลน์

26 ก.ค. 2569 03:04 น.

จีนสั่งปรับ Trip.com 2.6 หมื่นล้านบาท ผูกขาดตลาดจองโรงแรมออนไลน์

จีนสั่งปรับเงินและริบทรัพย์ของ Trip.com เจ้าของแพลตฟอร์มจองโรงแรมรายใหญ่เป็นเงินรวม 2.6 หมื่นล้านบาท โทษฐานผูกขาดตลาด ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันและผู้บริโภค

เมื่อวันเสาร์ที่ 25 ก.ค. 2569 สำนักงานกำกับดูแลการบริหารจัดการตลาดแห่งรัฐของจีน (SAMR) ระบุว่า ได้สั่งปรับและริบทรัพย์ของบริษัท Trip.com Group เป็นจำนวนเงินรวม 5,200 ล้านหยวน (ราว 2.6 หมื่นล้านบาท) จากความผิดฐานใช้อำนาจเหนือตลาดอย่างไม่เป็นธรรมในธุรกิจจองโรงแรมออนไลน์ภายในประเทศ

SAMR ระบุว่า Trip.com ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ขนาดใหญ่ที่สุดของจีน ได้ใช้กลไกการจัดสรรปริมาณการเข้าชม, กฎเกณฑ์ของแพลตฟอร์ม และมาตรการทางเทคนิค ในการทำข้อตกลงแต่เพียงผู้เดียว (Exclusive deals) กับโรงแรมบางแห่ง เพื่อมุ่งหวังที่จะเสนอราคาที่ต่ำที่สุด

SAMR ได้ทำการริบรายได้ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายจาก Trip.com เป็นจำนวน 1,660 ล้านหยวน และสั่งปรับเป็นเงินอีก 3,520 ล้านหยวน

ด้าน Trip.com ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์จองการเดินทางชื่อดังอย่าง Ctrip, Skyscanner และ Qunar ออกมายอมรับว่า “พวกเรายอมรับและพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำตัดสินอย่างเต็มที่ โดยจะปฏิบัติตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลอย่างเคร่งครัด เพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไขในทุกๆ ด้านอย่างเป็นระบบ และมั่นใจได้ว่ามาตรการทั้งหมดจะมีผลบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ”

นอกจากนี้ SAMR ยังได้สั่งให้ Trip.com คืนเงินมัดจำการจองจำนวน 122 ล้านหยวนที่บริษัทยึดไว้จากผู้ประกอบการโรงแรมอีกด้วย

SAMR ระบุในแถลงการณ์บนเว็บไซต์ว่า พฤติกรรมดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการแข่งขันและผู้บริโภค เนื่องจากเป็นการจำกัดความสามารถของโรงแรมในการดำเนินธุรกิจข้ามแพลตฟอร์มและการกำหนดราคาของตนเอง

ทั้งนี้ จีนเริ่มเปิดการสอบสวนการผูกขาดทางการค้าตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา หลังได้รับข้อร้องเรียนว่า Trip.com ได้ยัดเยียดเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรมให้กับโรงแรมและมีการแทรกแซงราคา

บทลงโทษดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่รัฐบาลปักกิ่งกำลังเร่งควบคุมการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมในกลุ่มแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ต รวมถึงการสงครามราคาที่เกินขอบเขต ซึ่งทางการมองว่าส่งผลเสียต่อภาคธุรกิจและยิ่งซ้ำเติมแรงกดดันจากภาวะเงินฝืดภายในประเทศ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna