ไฟป่าแคนาดาลามเร็ว ขนาดเพิ่มขึ้นสองเท่า คนนับหมื่นต้องอพยพ

ไฟป่าแคนาดาลามเร็ว ขนาดเพิ่มขึ้นสองเท่า คนนับหมื่นต้องอพยพ

9 ส.ค. 2569 05:35 น.

ไฟป่าแคนาดาลามเร็ว ขนาดเพิ่มขึ้นสองเท่า คนนับหมื่นต้องอพยพ

แคนาดากำลังเผชิญกับเหตุไฟป่าแห่งใหม่ในรัฐบริติชโคลัมเบีย โดยมีขนาดใหญ่ขึ้นจากเมื่อวันศุกร์กว่าเท่าตัว และทำให้ทางการต้องสั่งอพยพประชาชนในเมืองใกล้เคียงนับหมื่นคน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันเสาร์ที่ 8 ส.ค. 2569 ว่า แคนาดากำลังเผชิญกับไฟป่าแห่งใหม่ ชื่อว่า ไฟป่า “บอลด์ เรนจ์” (Bald Range) ซึ่งปะทุเมื่อวันศุกร์และขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยมีขนาดเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายในเวลาอันสั้น ครอบคลุมพื้นที่กว่า 95 ตารางกิโลเมตร ในเขตซัมเมอร์แลนด์และโอกานากัน-ซิมิลคาเมน รัฐบริติชโคลัมเบีย

เจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นหนึ่งในไฟป่าที่โตเร็วที่สุดเท่าที่เคยพบ และสถานการณ์ยัง “ไม่สามารถควบคุมได้” ทำให้ทางการต้องสั่งอพยพประชาชนในเมืองซัมเมอร์แลนด์ที่มีประชากรกว่า 12,000 คน รวมถึงย้ายผู้สูงอายุจากสถานดูแลไปยังพื้นที่ปลอดภัย แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินท้องถิ่นก็ต้องออกจากศูนย์ปฏิบัติการเพื่อพาครอบครัวตนเองอพยพ

นอกจากนั้น ประชาชนในพื้นที่เจอปัญหายากลำบากในการขนย้ายสัตว์เลี้ยงขนาดใหญ่ เช่น ม้า หลายคนจำใจต้องเปิดประตูคอกทิ้งไว้เพื่อให้สัตว์หาทางรอดเอาเอง และใช้สีเพนต์บนตัวสัตว์เพื่อใช้ระบุตัวตนในภายหลัง

อนึ่ง แคนาดาเผชิญไฟป่าหลายร้อยจุดในฤดูร้อนปีนี้ ส่งผลให้หมอกควันพัดปกคลุมหลายเมืองจนคุณภาพอากาศติดอันดับเลวร้ายที่สุดในโลก และกลุ่มควันที่ลอยข้ามไปยังสหรัฐฯ ได้กลายเป็นประเด็นความตึงเครียดทางการเมือง จนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นำมาใช้ขู่จะจัดเก็บภาษีศุลกากรระลอกใหม่ต่อแคนาดา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สว.สหรัฐฯ รับรอง ท็อดด์ แบลนช์ อดีตทนายทรัมป์ เป็นอัยการสูงสุดคนใหม่

สว.สหรัฐฯ รับรอง ท็อดด์ แบลนช์ อดีตทนายทรัมป์ เป็นอัยการสูงสุดคนใหม่

9 ส.ค. 2569 03:37 น.

สว.สหรัฐฯ รับรอง ท็อดด์ แบลนช์ อดีตทนายทรัมป์ เป็นอัยการสูงสุดคนใหม่

วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติรับรองให้นาย ท็อดด์ แบลนช์ ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดของประเทศแล้ว หลังจากเขาเป็นรักษาการมานานหลายเดือน ท่ามกลางข้อครหาหลายอย่าง

เมื่อวันเสาร์ที่ 8 ส.ค. 2569 วุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติรับรอง ท็อดด์ แบลนช์ อดีตทนายความส่วนตัวของโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด ด้วยคะแนนเสียง 50 ต่อ 49 เสียง ยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานตั้งแต่เขาเข้ามารักษาการในตำแหน่งนี้เมื่อเดือนเมษายน หลังจาก แพม บอนดี ถูกปลดจากตำแหน่ง

บิล แคสซิดี วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันจากรัฐลุยเซียนา เป็นผู้ลงคะแนนเสียงชี้ขาดให้แบลนช์ ได้รับชัยชนะ แม้ว่าแคสซิดีจะเคยมีประวัติลงมติเห็นชอบให้ถอดถอนทรัมป์จากคดีเหตุการณ์บุกรัฐสภา 6 ม.ค. 2564 ก็ตาม ขณะที่ซูซาน คอลลินส์ และ ลิซา เมอร์เคาสกี สองวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน เข้าร่วมกับฝ่ายเดโมแครตทั้งหมด ลงมติไม่เห็นชอบ

การรับรองตำแหน่งของแบลนช์มีประเด็นข้อสงสัยและข้อแย้งสำคัญหลายอย่าง วุฒิสมาชิกบางรายตั้งคำถามเกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุนมูลค่า 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อ้างเพื่อชดเชยแก่ผู้ที่อ้างว่าถูกรัฐบาลคุกคาม แต่แท้จริงแล้วจะนำไปให้ผู้ต้องหาในคดีบุกรัฐสภาหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ความสงสัยดังกล่าวคลี่คลายหลังจากแบลนช์ยอมรับปากว่าจะถอนนโยบายกองทุนนี้หลังจากถูกกดดันอย่างหนัก

ขณะเดียวกัน สว.ลิซา เมอร์เคาสกี ระบุว่า เธอไม่เชื่อมั่นว่าแบลนช์จะสามารถยับยั้ง “พฤติกรรมสุ่มเสี่ยง” ของรัฐบาลได้ และกังวลเรื่องการแทรกแซงทางการเมืองในกระทรวงยุติธรรม ขณะที่คอลลินส์กังวลเรื่องบทบาทของแบลนช์ในการไกล่เกลี่ยคดีฟ้องร้องกรมสรรพากร (IRS) มูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์ของทรัมป์

หลังการลงมติ นาย ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยของเดโมแครตในวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่าน X ว่าการแต่งตั้งแบลนช์เปิดช่องให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันเป็นวงกว้าง และวุฒิสมาชิกที่ลงมติเห็นชอบทุกคนถือเป็นผู้สนับสนุนการทุจริตดังกล่าว

ส่วนนาย ชัค กราสสลีย์ ประธานคณะกรรมาธิการตุลาการวุฒิสภา และสมาชิกพรรครีพับลิกัน ชื่นชมว่าแบลนช์มีความอดทนและมีคุณสมบัติเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับตำแหน่งอัยการสูงสุดของสหรัฐฯ ขณะที่แบลนช์กล่าวว่าเขารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากประธานาธิบดีทรัมป์ในการทำหน้าที่นี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิหร่านเปิดเงื่อนไข สหรัฐฯ ต้องทำตาม ก่อนเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

อิหร่านเปิดเงื่อนไข สหรัฐฯ ต้องทำตาม ก่อนเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

9 ส.ค. 2569 02:13 น.

อิหร่านเปิดเงื่อนไข สหรัฐฯ ต้องทำตาม ก่อนเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงของอิหร่านเปิดเผยเงื่อนไขที่ต้องการให้สหรัฐฯ ทำตาม ก่อนที่เตหะรานจะยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งรวมถึงการยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลด้วย

เมื่อวันเสาร์ที่ 8 ส.ค. 2569 นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ โซลกาเดอร์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน เผยแพร่รายการข้อเรียกร้องที่สหรัฐฯ ต้องปฏิบัติตาม ก่อนที่อิหร่านจะยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งรวมถึง การยกเลิกการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน, การถอนกำลังทหาร และการยุติสงครามอย่างถาวร

นอกจากนั้น นายโซลกาเดอร์ยังเรียกร้องให้สหรัฐฯ ชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งให้กับอิหร่าน และปลดล็อกทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ด้วย

“สิ่งเหล่านี้คือข้อเรียกร้องของประชาชนชาวอิหร่าน ซึ่งพวกเขาได้ประกาศอย่างกึกก้องตลอด 160 วันของการยืนหยัดอย่างมั่นคงทั้งในสนามรบและบนท้องถนน” นายโซลกาเดอร์ระบุในแถลงการณ์ “ตราบใดที่อเมริกาไม่ปรับปรุงพฤติกรรมของตน ช่องแคบฮอร์มุซก็จะไม่เปิดอย่างแน่นอน”

ก่อนหน้านี้ นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านออกมาเปิดเผยว่า อิหร่านกับโอมานใกล้จะบรรลุข้อตกลงเรื่องการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซร่วมกันอย่างมากแล้ว

อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่าการเปิดช่องแคบอีกครั้งนั้น “ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขอื่น ๆ” ซึ่งรวมถึงการที่สหรัฐฯ ต้องชดใช้ต่อการละเมิด “บันทึกความเข้าใจ” ที่ทั้งสองประเทศตกลงกันไว้เมื่อเดือนมิถุนายน

ด้านกระทรวงการต่างประเทศของโอมานระบุว่า การเจรจาดำเนินไปในทิศทางที่ “เป็นบวกและสร้างสรรค์”

ขณะที่ในวันศุกร์ สถานีโทรทัศน์แห่งชาติอิหร่าน (IRIB) รายงานว่า สมาชิกรัฐสภาอิหร่านส่วนใหญ่เห็นพ้องกับข้อตกลงกรอบความร่วมมือกับโอมานแล้ว แต่ยังคงรอ “การอนุมัติขั้นสุดท้าย”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

สหรัฐฯ สัญญามอบเงินช่วยโคลอมเบีย 1 พันล้านดอลลาร์ หลัง ปธน.สาบานตน

สหรัฐฯ สัญญามอบเงินช่วยโคลอมเบีย 1 พันล้านดอลลาร์ หลัง ปธน.สาบานตน

9 ส.ค. 2569 00:44 น.

สหรัฐฯ สัญญามอบเงินช่วยโคลอมเบีย 1 พันล้านดอลลาร์ หลัง ปธน.สาบานตน

สหรัฐฯ ประกาศจะมอบเงินช่วยเหลือโคลอมเบียจำนวน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้แพ็กเกจความมั่นคง หลังประธานาธิบดีฝ่ายขวาสาบานตนรับตำแหน่ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 8 ม.ค. 2569 ว่า สหรัฐฯ ประกาศมอบเงินช่วยเหลือจำนวน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่ประเทศโคลอมเบีย เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่นาย อาเบลาร์โด เด ลา เอสปริเอลลา ประธานาธิบดีประชานิยมฝ่ายขวาคนใหม่เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่ง

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า แพ็กเกจความมั่นคงนี้จะช่วยให้โคลอมเบียบรรลุเป้าหมายร่วมกันกับสหรัฐฯ ในการปราบปรามองค์กรอาชญากรรมและการย้ายถิ่นฐานแบบผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ นาย เด ลา เอสปริเอลลา ผู้ชื่นชอบในตัวโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้สุนทรพจน์แรกหลังรับตำแหน่งประกาศ “สงครามเต็มรูปแบบ” กับกลุ่มค้ายาเสพติด และสัญญาว่าจะกวาดล้างอาชญากรรมอย่างเด็ดขาด

นาย เด ลา เอสปริเอลลา เลือกจัดพิธีสาบานตนในพื้นที่ความขัดแย้งอย่างเมือง กาลิ (Cali) ทางตะวันตกของประเทศ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เผชิญความรุนแรงจากแก๊งอาชญากรรม แทนที่จะจัดในเมืองหลวงโบโกตา เพื่อแสดงจุดยืนในการฟื้นฟูความสงบเรียบร้อย

นโยบายสายแข็งของเขาถูกนำไปเปรียบเทียบกับ นายิบ บูเคเล ผู้นำเอลซิลวาดอร์ กับ ดาเนียล โนโบอา ผู้นำเอกวาดอร์ ซึ่งต่างจากอดีตประธานาธิบดีฝ่ายซ้าย กุสตาโว เปโตร ที่เน้นนโยบายการเจรจาสันติภาพและการสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรเลิกปลูกโคเคน ซึ่งถูกวิจารณ์ว่า ล้มเหลว ขณะที่สมาชิกกลุ่มติดอาวุธเพิ่มจำนวนขึ้นอีก

หนึ่งในภารกิจแรกที่นาย เด ลา เอสปริเอลลา ประกาศคือ การนำโคลอมเบียเข้าร่วมพันธมิตรความมั่นคง “โล่แห่งอเมริกา” (Shield of the Americas) ที่โดนัลด์ ทรัมป์ ก่อตั้งขึ้น

การขึ้นสู่อำนาจของนาย เด ลา เอสปริเอลลา กับนายเคโกะ ฟูจิโมริ ในเปรู สะท้อนถึงกระแสเอียงขวาในภูมิภาคลาตินอเมริกา ทำให้เหลือ ลูอิส อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ของบราซิล เป็นผู้นำฝ่ายซ้ายคนเดียวที่เหลืออยู่ในภูมิภาค และกำลังจะลงเลือกตั้งแข่งกับนาย ฟลาวิโอ โบลโซนาโร แกนนำฝ่ายขวาในบราซิล ในเดือนตุลาคมนี้

นาย เด ลา เอสปริเอลลา สัญญาว่า จะสร้างพันธมิตรทางการทหารที่แข็งแกร่งกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งตรงกันข้ามกับผู้นำคนก่อนอย่างนายเปโตร ที่เคยตัดความสัมพันธ์กับอิสราเอลกรณีสงครามกาซา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ไต้ฝุ่น “ดอลฟิน” ถล่มโอกินาวะของญี่ปุ่น จีนสั่งปิดท่าเรือรอรับพายุ

ไต้ฝุ่น “ดอลฟิน” ถล่มโอกินาวะของญี่ปุ่น จีนสั่งปิดท่าเรือรอรับพายุ

8 ส.ค. 2569 22:57 น.

ไต้ฝุ่น “ดอลฟิน” ถล่มโอกินาวะของญี่ปุ่น จีนสั่งปิดท่าเรือรอรับพายุ

ไต้ฝุ่น ดอลฟิน พัดเข้าถล่มจังหวัดโอกินาวะกับคาโงชิมะของญี่ปุ่นแล้ว พร้อมกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและลมกระโชกแรง ในขณะที่จีนสั่งปิดท่าเรือเพื่อเตรียมรับมือกับพายุลูกนี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันเสาร์ที่ 8 ส.ค. 2569 ว่า พายุไต้ฝุ่น “ดอลฟิน” เคลื่อนตัวพัดถล่มจังหวัดโอกินาวะและคาโงชิมะ ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 6 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่ล้มลงเนื่องจากลมกระโชกแรง

ไต้ฝุ่นดอลฟินมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง 162 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และลมกระโชกแรงถึง 216 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

อิทธิพลของไต้ฝุ่นทำให้เกิดปัญหาไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง กระทบสิ่งปลูกสร้างกว่า 14,000 แห่งในโอกินาวะ และอีกเกือบ 39,000 แห่งในคาโงชิมะ นอกจากนี้ สายการบิน “ออลนิปปอน แอร์เวย์ส” (ANA) กับ “เจแปน แอร์ไลน์ส” ต้องยกเลิกเที่ยวบินเข้า-ออกจากโอกินาวะทั้งหมด

ขณะเดียวกัน พยากรณ์อากาศคาดการณ์ว่า พายุดอลฟินจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งทางตะวันออกของจีน ในพื้นที่ระหว่างเมืองโจมซาน ในมณฑลเจ้อเจียง และเมืองฟู่ติง มณฑลฝูเจี้ยน ในช่วงดึกวันอาทิตย์ถึงเช้าวันจันทร์นี้

ทางการจีนประกาศเตือนภัยพายุระดับสีส้ม ซึ่งเป็นขั้นสูงสุดอันดับ 2 พร้อมประกาศเตือนภัยคลื่นลมแรงระดับสีแดง หรือขั้นสูงสุด โดยคาดว่าชายฝั่งเจ้อเจียงจะมีคลื่นสูง 5–8 เมตร ส่วนเซี่ยงไฮ้และฝูเจี้ยนตอนเหนืออาจมีคลื่นสูง 3–5.5 เมตร

นอกจากนั้น อิทธิพลของพายุจะทำให้เกิดฝนตกหนักและลมแรง กระทบพื้นที่ทางตะวันออกของจีนไปจนถึงวันที่ 12 สิงหาคม โดยบางพื้นที่ในมณฑลเจ้อเจียงอาจมีปริมาณน้ำฝนสะสมสูงกว่า 600 มิลลิเมตร

ทางการมณฑลเจ้อเจียงสั่งระงับปฏิบัติการของท่าเรือต่างๆ รวมถึงบริการเรือข้ามฟาก, การก่อสร้าง และสั่งให้เรือประมงกลับเข้าฝั่ง ส่วนท่าเรือหยางซานในเซี่ยงไฮ้ได้ระบายเรือออกจากพื้นที่แล้ว และบริการรถไฟในแถบสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีบางส่วนจะหยุดให้บริการตั้งแต่วันอาทิตย์

ขณะที่ท่าอากาศยานนานาชาติ หนิงป๋อ หลี่เซ่อ (Ningbo Lishe) ก็สั่งยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดในวันอาทิตย์

ส่วนที่ไต้หวัน คาดว่าจะมีฝนตกหนักทางตอนเหนือในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งทางการได้สั่งยกเลิกเที่ยวบินระหว่างประเทศแล้ว 78 เที่ยวบิน

แต่ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังเตรียมรับมือพายุก็ยังเกิดประเด็นขัดแย้งขึ้น เมื่อจีนออกคำสั่งให้เรือที่แล่นผ่านช่องแคบไต้หวันปฏิบัติตามคำสั่งควบคุมการจราจรทางน้ำของจีน ทำให้ไต้หวันออกมาแสดงความไม่พอใจ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

อิหร่านเผย ข้อตกลงกับโอมานใกล้บรรลุ แต่ยังไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ

อิหร่านเผย ข้อตกลงกับโอมานใกล้บรรลุ แต่ยังไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ

8 ส.ค. 2569 22:00 น.

อิหร่านเผย ข้อตกลงกับโอมานใกล้บรรลุ แต่ยังไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ทางการอิหร่านเปิดเผยว่า ข้อตกลงเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซกับโอมาน ใกล้จะบรรลุแล้ว แต่ยืนยันว่า พวกเขาจะยังไม่เปิดช่องแคบแห่งนี้ จนกว่าสหรัฐฯ จะทำตามเงื่อนไขของอิหร่าน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 8 ส.ค. 2569 ว่า นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เปิดเผยว่า อิหร่านกับประเทศโอมานใกล้บรรลุข้อตกลง เพื่อกำหนดเส้นทางขนส่งสินค้าใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซเป็นการชั่วคราวแล้ว หลังจากอิหร่านปฏิเสธเส้นทางที่เคยใช้อยู่เดิม และต้องการเป็นผู้ควบคุมช่องแคบแห่งนี้

อิหร่านย้ำว่าการบรรลุข้อตกลงกับโอมานยังไม่เพียงพอต่อการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่ยังต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขอื่นๆ ด้วย เช่น สหรัฐฯ ต้องจ่ายค่าชดเชยให้อิหร่าน และยุติการแทรกแซงการเจรจาในภูมิภาค

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ คาดการณ์ว่าจะมีการประกาศข้อตกลงระหว่างอิหร่านและโอมานในเร็วๆ นี้ โดยสหรัฐฯ พร้อมจะยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน ทันทีที่มีการประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นทางการ แต่สหรัฐฯ จะดำเนินการอย่างไรต่อนั้น ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตามข้อตกลงของอิหร่าน

แหล่งข่าวเผยว่าร่างข้อตกลงอาจมอบอำนาจให้อิหร่านควบคุมเรือที่จะเดินทางเข้าสู่อ่าวเปอร์เซีย ซึ่งนับเป็นการยอมโอนอ่อนให้อิหร่านครั้งใหญ่ แม้สหรัฐฯ จะเคยยืนยันว่าจะไม่ยอมให้อิหร่านคุมช่องแคบนี้ก็ตาม

อนึ่ง อิหร่านกำลังใช้สถานการณ์ความขัดแย้งในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเรือบรรทุกน้ำมันและโจมตีเรือที่ฝ่าฝืน ส่งผลให้ราคาพลังงานทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นและภาวะเงินเฟ้อรุนแรงขึ้น

อีกด้านหนึ่ง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เพิ่งออกมาเปิดเผยว่า เรือบรรทุกน้ำมันของบริษัท ADNOC ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ ถูกขีปนาวุธของอิหร่านโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเรือของ ADNOC ลำที่ 15 แล้วที่ถูกโจมตีนับตั้งแต่สงครามปะทุเมื่อสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บอีก 20 ราย

สื่ออิหร่านรายงานว่า มีเรือหลายลำในช่องแคบฮอร์มุซถูกโจมตี โดยระบุเพียงว่าเรือเหล่านั้นละเมิดคำสั่งของอิหร่าน แต่ไม่ได้ระบุตรงๆ ว่าอิหร่านเป็นผู้ลงมือ

นอกจากช่องแคบฮอร์มุซแล้ว กลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่าน ยังได้ยกระดับการโจมตีเรือขนส่งสินค้าบริเวณทะเลแดงและอ่าวเอเดนอีกด้วย ทำให้ความกังวลเรื่องการขนส่งน้ำมันดิบเพิ่มสูงขึ้นอีก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

วุฒิสภาสหรัฐฯ ไฟเขียวคว่ำบาตรรัสเซีย กดดันปูตินยุติสงครามยูเครน

วุฒิสภาสหรัฐฯ ไฟเขียวคว่ำบาตรรัสเซีย กดดันปูตินยุติสงครามยูเครน

8 ส.ค. 2569 07:53 น.

วุฒิสภาสหรัฐฯ ไฟเขียวคว่ำบาตรรัสเซีย กดดันปูตินยุติสงครามยูเครน

วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติ 86-11 ผ่านแพ็กเกจคว่ำบาตรรัสเซียครั้งใหญ่ มุ่งตัดรายได้จากน้ำมัน-ก๊าซ หวังกดดันปูตินยุติสงครามยูเครน

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2569 วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติท่วมท้น 86-11 เสียง ผ่านร่างกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียครั้งใหญ่ โดยมุ่งลงโทษประเทศที่ยังซื้อน้ำมัน ก๊าซ และสินค้าส่งออกจากรัสเซีย เพื่อสกัดรายได้ที่รัฐบาลประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน นำไปใช้สนับสนุนสงครามในยูเครน

โดยร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นผลงานที่วุฒิสมาชิก ลินด์ซีย์ แกรม ผลักดันมาตลอด 1 ปี ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตกะทันหันเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา โดยหลังงานศพของแกรม ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ได้เดินทางไปยังรัฐสภาสหรัฐฯ พบวุฒิสมาชิกทั้งเดโมแครตและรีพับลิกัน และติดตามการลงมติขั้นตอนแรกของร่างกฎหมายจากชั้นแกลลอรี

ทางด้านวุฒิสมาชิกริชาร์ด บลูเมนธาล จากพรรคเดโมแครต ซึ่งร่วมผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ กล่าวว่า สหรัฐฯ ต้องการส่งสัญญาณให้ชาวยูเครนรู้ว่าไม่ได้ต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว และปูตินจะไม่สามารถยึดยูเครนได้ อย่างไรก็ตาม สมาชิกเดโมแครตและรีพับลิกันบางส่วนกังวลว่า การให้อำนาจประธานาธิบดีขึ้นภาษีนำเข้าในวงกว้างอาจทำให้ราคาสินค้าและค่าครองชีพในสหรัฐฯ สูงขึ้น 

ทั้งนี้ ร่างกฎหมายฉบับนี้ถือเป็นมาตรการสำคัญที่สุดของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สมัยที่ 2 ในความพยายามเปลี่ยนสถานการณ์ของสงครามยูเครนที่ยืดเยื้อมานานกว่า 4 ปี โดยทรัมป์แสดงท่าทีสนับสนุนมาตรการคว่ำบาตร ทำให้เกิดแรงกดดันต่อสภาผู้แทนราษฎรให้พิจารณาร่างกฎหมายต่อ เพื่อส่งให้ประธานาธิบดีลงนามบังคับใช้. 

ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ สั่งระงับสร้างห้องบอลรูมทำเนียบขาว ทรัมป์เดือดจ่อยื่นฎีกา

ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ สั่งระงับสร้างห้องบอลรูมทำเนียบขาว ทรัมป์เดือดจ่อยื่นฎีกา

8 ส.ค. 2569 07:28 น.

ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ สั่งระงับสร้างห้องบอลรูมทำเนียบขาว ทรัมป์เดือดจ่อยื่นฎีกา

ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ มีคำสั่งระงับการก่อสร้างห้องบอลรูมของทำเนียบขาว ชี้โครงการปรับปรุงครั้งใหญ่ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรส ด้านทรัมป์เตรียมยื่นต่อศาลฎีกา

วันที่ 8 สิงหาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยด้วยคะแนน 2 ต่อ 1 เมื่อวันให้ระงับการก่อสร้างห้องบอลรูมโครงการสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเห็นพ้องกับศาลชั้นต้นว่า การปรับปรุงทำเนียบขาวครั้งใหญ่เช่นนี้จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบอย่างชัดเจนจากสภาคองเกรส โดยศาลอุทธรณ์มีคำสั่งพักการบังคับใช้คำตัดสินเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อเปิดทางให้ทรัมป์ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาสหรัฐฯ ขอให้เข้ามาพิจารณาคดี

ทางด้านประธานาธิบดีทรัมป์ออกมาโจมตีคำตัดสินทันที โดยเรียกว่าเป็นคำตัดสินที่ เลวร้าย มีแรงจูงใจทางการเมือง และผิดกฎหมายพร้อมยืนยันว่าจะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาโดยเร็ว โดยทรัมป์ยืนยันวา ห้องบอลรูมแห่งใหม่มีความจำเป็นสำหรับรองรับงานเลี้ยงและงานพิธีต่างๆ และระยะหลังเขาหันมาเน้นว่าโครงการยังรวมถึงการก่อสร้างบังเกอร์ใต้ดินสำหรับการทหารและระบบรักษาความปลอดภัยอื่นๆ ขณะเดียวกันทรัมป์ยังโพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ระบุว่า คำตัดสินนี้เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติในระดับสูงสุด  และเป็นความอัปยศของชาติ พร้อมยืนยันว่าโครงการก่อสร้างส่วนใหญ่ดำเนินการและชำระค่าใช้จ่ายไปแล้ว.

ที่มา AFP

นายกเทศมนตรีกรีซก็โดนด้วย! ถูกคุมตัวคดีไฟป่าใกล้เอเธนส์กับ 2 ผู้ต้องหา โยงประกายไฟจากฟาร์มกังหันลม

นายกเทศมนตรีกรีซก็โดนด้วย! ถูกคุมตัวคดีไฟป่าใกล้เอเธนส์กับ 2 ผู้ต้องหา โยงประกายไฟจากฟาร์มกังหันลม

8 ส.ค. 2569 07:18 น.

นายกเทศมนตรีกรีซก็โดนด้วย! ถูกคุมตัวคดีไฟป่าใกล้เอเธนส์กับ 2 ผู้ต้องหา โยงประกายไฟจากฟาร์มกังหันลม

ทางการกรีซควบคุมตัวนายกเทศมนตรี พร้อมผู้ต้องหาอีก 2 คน ข้อหาวางเพลิงจากเหตุไฟป่าครั้งใหญ่ที่เผาผลาญพื้นที่ใกล้กรุงเอเธนส์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คาดประกายไฟจากสายไฟของฟาร์มกังหันลมเป็นต้นเหตุ

นายยานนิส อาโปสโตลู นายกเทศมนตรีเมืองสไตลีดา  ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเอเธนส์ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 140 กิโลเมตร และเป็นเจ้าของบริษัทรับติดตั้งระบบไฟฟ้าที่มีความเชื่อมโยงกับฟาร์มกังหันลม ถูกตำรวจควบคุมตัวพร้อมกับ 2 ผู้ต้องหา โดยพวกเขาถูกตั้งข้อหาวางเพลิงและทำให้สาธารณูปโภคของรัฐได้รับความเสียหาย ซึ่งหากศาลตัดสินว่ามีความผิด ทั้งสามอาจเผชิญโทษจำคุกมากกว่า 10 ปี

สำนักงานข่าว ANA ของกรีซรายงานว่า ทางการมีคำสั่งระงับการดำเนินงานของฟาร์มกังหันลมดังกล่าวแล้ว โดยฟาร์มตั้งอยู่บริเวณรอยต่อระหว่างภูมิภาคโบอีโอเชีย (Boeotia) และแอตติกา (Attica)

เจ้าหน้าที่สืบสวนเชื่อว่า ไฟเริ่มจากประกายไฟบริเวณสายไฟฟ้าแรงดันปานกลางเหนือศีรษะ ก่อนถูกกระแสลมกระโชกแรงซึ่งมีความเร็วสูงถึง 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พัดให้ไฟลุกลามไปตามพื้นที่ลาดทางตอนใต้ของภูเขาคิไธรอนและขยายวงไปถึงเมืองแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเอเธนส์ประมาณ 40 กิโลเมตร

เจ้าของกังหันลมยังถูกกล่าวหาว่าไม่ได้กำจัดพืชพรรณและวัชพืชบริเวณโดยรอบอย่างเหมาะสม ซึ่งอาจทำให้เชื้อเพลิงสำหรับไฟป่ามีอยู่เป็นจำนวนมาก ขณะที่ ANA รายงานว่า ก่อนหน้านี้เคยเกิดไฟไหม้บริเวณสายไฟเส้นเดียวกันมาแล้วเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน

รายงานระบุว่า ตั้งแต่ช่วงที่มีการติดตั้งฟาร์มกังหันลมเมื่อกว่า 10 ปีก่อน ชาวบ้านในพื้นที่เคยพยายามใช้กระบวนการทางกฎหมายเพื่อคัดค้านการก่อสร้าง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

โดยเหตุไฟป่าเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ใกล้หมู่บ้านชายทะเลอากิออส วาซิเลออส บริเวณเชิงเขา ห่างจากกรุงเอเธนส์ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 85 กิโลเมตร ก่อนลุกลามอย่างรวดเร็วท่ามกลางกระแสลมแรง

เหตุไฟป่าครั้งล่าสุดสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อพื้นที่ป่า พุ่มไม้ และสวนมะกอก รวมถึงอาคารและบ้านเรือนมากกว่า 120 หลัง ในเมืองตากอากาศปอร์โต แยร์เมโน ซึ่งตั้งอยู่ริมอ่าวโครินธ์

นับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา กรีซเผชิญเหตุไฟป่าหลายสิบจุด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ราย ในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิง 3 ราย

นอกจากนี้ ลูกเรือเฮลิคอปเตอร์ 2 คนที่ปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าเสียชีวิตจากเหตุเครื่องบินชนกันกลางอากาศกับอากาศยานอีกลำ

นักวิทยาศาสตร์เตือนมานานว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากกิจกรรมของมนุษย์กำลังทำให้ช่วงเวลาที่มีอากาศร้อนจัดและภัยแล้งยาวนานขึ้น เกิดบ่อยขึ้น และมีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้สภาพพื้นที่แห้งแล้งกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี และเพิ่มความเสี่ยงที่ไฟป่าจะลุกลามอย่างรวดเร็ว.

ที่มา : channelnewsasia

หญิงอเมริกันฟ้องโรงพยาบาล วินิจฉัยมะเร็งผิดพลาด ทำผ่าตัดมดลูกโดยไม่จำเป็น

หญิงอเมริกันฟ้องโรงพยาบาล วินิจฉัยมะเร็งผิดพลาด ทำผ่าตัดมดลูกโดยไม่จำเป็น

8 ส.ค. 2569 06:53 น.

หญิงอเมริกันฟ้องโรงพยาบาล วินิจฉัยมะเร็งผิดพลาด ทำผ่าตัดมดลูกโดยไม่จำเป็น

หญิงชาวจอร์เจียของสหรัฐฯ ยื่นฟ้องรพ. หลังติดฉลากชิ้นเนื้อผิดคน จนวินิจฉัยผิดว่าเธอเป็นมะเร็งมดลูก ทำให้เธอต้องเข้ารับการผ่าตัดมดลูกและใช้ชีวิตอยู่หลายเดือนโดยเชื่อว่าตัวเองเป็นมะเร็งรุนแรง

คาสซานดรา บาร์กส์เดล วัย 43 ปี และทนายความของเธอ ยื่นฟ้อง Kaiser Permanente องค์กรดูแลสุขภาพและให้บริการด้านประกันสุขภาพแบบครบวงจร โดยกล่าวหาว่าความผิดพลาดในการจัดการตัวอย่างชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยานำไปสู่การวินิจฉัยโรคที่ไม่ถูกต้อง และทำให้เธอต้องเผชิญกับความเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจเป็นเวลาหลายเดือน

บาร์กส์เดลเดินทางไปพบแพทย์ที่ Kaiser Permanente Southwood Medical Center ในเมืองโจนส์โบโร รัฐจอร์เจีย ช่วงต้นปี 2025 หลังมีอาการเลือดออกมากผิดปกติและมี เนื้องอกมดลูก หรือไฟบรอยด์ ซึ่งเป็นก้อนเนื้อที่ไม่ใช่มะเร็งและเกิดขึ้นบริเวณมดลูก

เธอเข้ารับการตรวจชิ้นเนื้อเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2025 และได้รับแจ้งผลในวันที่ 17 มีนาคมว่า พบมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกชนิดรุนแรง

บาร์กส์เดลเล่าว่า แพทย์แจ้งว่าเธออาจมีชีวิตอยู่ได้เพียง 2-5 ปี และเธอจึงเชื่อว่าตัวเองกำลังเผชิญกับโรคมะเร็งที่ร้ายแรง

แม้ผล CT scan ในเวลาต่อมาจะไม่พบมะเร็ง แต่เมื่อเธอไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล Northside กลับได้รับการยืนยันอีกครั้งว่าเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ทำให้เธอยังคงเชื่อว่าตัวเองป่วยเป็นมะเร็ง

ตามคำฟ้อง บาร์กส์เดลเข้ารับการผ่าตัดมดลูกเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2025 และหลังการผ่าตัด แพทย์แจ้งว่าผลตรวจชิ้นเนื้อจากมดลูกกลับ ไม่พบเซลล์มะเร็ง

แพทย์จึงตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับผลตรวจจาก Kaiser Permanente และระบุว่าควรมีการตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุของความคลาดเคลื่อนดังกล่าว

ต่อมาในเดือนกันยายน 2025 ฝ่ายบริหารความเสี่ยงของ Kaiser Permanente ติดต่อบาร์กส์เดลและแจ้งว่า ผลตรวจชิ้นเนื้อที่เธอได้รับก่อนหน้านี้เป็นของผู้ป่วยอีกคน โดยมีการนำตัวอย่างเนื้อเยื่อของผู้ป่วยรายอื่นมาติดฉลากว่าเป็นของเธอ

ตามคำฟ้อง การตรวจ DNA ในภายหลังพบว่า ชิ้นเนื้อที่แสดงผลเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกชนิดรุนแรงนั้น ไม่ได้เป็นของบาร์กส์เดล แต่เป็นของผู้ป่วยอีกคน

แชนนอน ยัง ทนายความของบาร์กส์เดล กล่าวว่า ลูกความของเธอเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับอาการเลือดออกและเนื้องอกมดลูก แต่กลับได้รับการวินิจฉัยโรคที่ไม่ใช่ของตัวเอง และการรักษาทุกขั้นตอนหลังจากนั้นล้วนเกิดขึ้นบนพื้นฐานของข้อมูลที่ผิดพลาด

บาร์กส์เดลกล่าวว่า หลังได้รับแจ้งว่าเกิดความผิดพลาด เธอเข้าสู่ภาวะซึมเศร้าอย่างหนัก ร้องไห้ทุกวัน และมีความคิดฆ่าตัวตาย นอกจากนี้ยังสูญเสียความไว้วางใจต่อระบบการแพทย์ และรู้สึกหวาดกลัวที่จะกลับไปพบแพทย์อีกครั้ง

ทนายความระบุว่า แม้เงินชดเชยจะไม่สามารถนำอวัยวะที่ถูกผ่าตัดออกไปแล้วกลับคืนมา หรือทำให้ความบอบช้ำทางจิตใจหายไปได้ แต่การฟ้องร้องเป็นช่องทางที่ครอบครัวเลือกใช้เพื่อเรียกร้องความรับผิดชอบและความยุติธรรม

ด้าน Kaiser Permanente ออกแถลงการณ์ระบุว่า “บาร์กส์เดลไม่ควรต้องประสบกับเหตุการณ์เช่นนี้” พร้อมระบุว่าองค์กรมีบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรมและมีกระบวนการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อป้องกันความผิดพลาดในลักษณะดังกล่าว

Kaiser Permanenteระบุว่า หลังเกิดเหตุการณ์เมื่อปีที่แล้ว ได้ดำเนินมาตรการทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้ความผิดพลาดลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก และพร้อมทำงานร่วมกับบาร์กส์เดลและทนายความ เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นธรรมและมีความรับผิดชอบ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากข้อจำกัดด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จึงไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วยอีกรายที่เป็นเจ้าของตัวอย่างชิ้นเนื้อที่ถูกนำมาติดฉลากผิด รวมถึงไม่ทราบว่าผู้ป่วยรายดังกล่าวได้รับผลกระทบหรือการรักษามะเร็งล่าช้าหรือไม่

ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าความผิดพลาดจากการติดฉลากหรือสลับตัวอย่างชิ้นเนื้อระหว่างการตรวจทางพยาธิวิทยาเกิดขึ้นบ่อยเพียงใด แต่เคยมีคดีในสหรัฐฯ ที่ผู้ป่วยรายอื่นฟ้องร้องจากความผิดพลาดในลักษณะคล้ายกัน

นักวิจัยยังเคยพบกรณีการระบุตัวอย่างชิ้นเนื้อจากการตรวจมะเร็งต่อมลูกหมากผิดพลาดหลายกรณี และห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ได้พัฒนามาตรการต่าง ๆ เพื่อป้องกันปัญหา เช่น การใช้ระบบบาร์โค้ดสำหรับติดฉลากตัวอย่าง และการตรวจสอบตัวอย่าง ณ จุดให้บริการ

คดีของบาร์กส์เดลเรียกร้องค่าเสียหาย แต่ไม่ได้ระบุจำนวนเงินที่แน่นอน โดยคดีอยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย.

ที่มา : channelnewsasia