ภท.ปิดดีลรัฐบาล292เสียง ไร้เงากธ.-ปชป.

ภท.ปิดดีลรัฐบาล292เสียง  ไร้เงากธ.-ปชป.

ภท.ปิดดีลรัฐบาล292เสียง ไร้เงากธ.-ปชป.

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ภท.ปิดดีลรัฐบาล292เสียง ไร้เงากธ.-ปชป. ‘โสภณ’นั่งปธ.สภาตามโผ ‘หน’ย้ำในพรรคห้ามมีก๊ก รัฐพิธีเปิดประชุม14มี.ค.

ปิดดีล “รัฐบาล 292 เสียง” ไร้ “กล้าธรรม-ประชาธิปัตย์-ไทรวมพลัง”พรรคน้ำเงินครอง 14 กระทรวง 26 ตำแหน่ง1ประธานสภาฯ-รองประธานคนที่ 1 โควตาภาคใต้ ด้าน“เพื่อไทย” ได้5ว่าการ 3 ช่วย รองประธานคนที่2 ย้ำไม่ล็อกเป็นคนรุ่นใหม่- เก่า ขอคุณสมบัติไม่ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ขณะที่ “พลังประชารัฐ”ได้1เก้าอี้หนึ่งตำแหน่ง

เมื่อวันที่ 8มีนาคม2569 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่ นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ระบุว่าการจัดตั้งรัฐบาลล่วงหน้าไปแล้วกว่า 99.99% ในส่วนของพรรคกล้าธรรม (กธ.) จะดำเนินการอย่างไร ว่า เรื่องแบบนี้ไม่คุยกัน ขอให้รอเป็นไปตามขั้นตอน ซึ่งในวันที่ 14 มีนาคม 2569 จะมีการทำรัฐพิธีเปิดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งแรก เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งการตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็จะเป็นขั้นตอนต่อจากนี้

รอตั้งนายกฯให้เรียบร้อยก่อน

เมื่อถามว่า ยังไม่มีการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีใช่หรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ต้องได้นายกรัฐมนตรีก่อน จึงจะตั้งคณะรัฐมนตรีได้ การไปพูดอะไรก่อนถือว่าไม่ควร เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่ต้องมีการโปรดเกล้าฯ การจะพูดอะไรก่อนขั้นตอนนี้ถือเป็นสิ่งที่มิบังควร เมื่อถามต่อว่า การจัดตั้งรัฐบาลก่อนหน้านี้ที่จะมีการเปิดตัวพรรคร่วมรัฐบาลก่อน นายอนุทิน ตอบทันทีว่า คนเราไม่ต้องทำเหมือนกับคนอื่น เพราะต่างพรรคการเมืองสไตล์การทำงานต่างกัน ต่างมีวิธีการทำงานที่ถนัด เมื่อถามย้ำว่า หากจำเป็นต้องการโหวตนายกรัฐมนตรีก่อนมั่นใจหรือไม่ว่าพรรคกล้าธรรมจะยกมือสนับสนุน นายอนุทิน ตอบว่า จะต้องมีกระบวนการก่อนหน้านั้น พร้อมย้ำว่าจะต้องมีการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรก่อน ส่วนจะต้องมีการพูดคุยกับบุคคลที่จะสนับสนุนเราก่อนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า จะมีการพูดคุยในระดับหนึ่ง เมื่อถามว่า ไม่ต้องร่วมรัฐบาลได้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อย่าเพิ่งไประบุ รอสิ่งนั้นยังไม่เกิด เมื่อถามอีกว่า หลักการในการเชิญพรรคร่วมรัฐบาลเข้ามามีอะไรบ้างนั้น นายอนุทิน ระบุว่า ยึดหลักการทำงานให้กับประชาชนและประเทศให้ขับเคลื่อนไปด้วยกัน

ต้องพร้อมในทุกบทบาท

เมื่อถามถึงกรณี นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร ในฐานะเลขาธิการพรรคกล้าธรรม ประกาศพร้อมเป็นฝ่ายค้าน นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคการเมืองต้องพร้อมเป็นทุกบทบาท พรรคภูมิใจไทยก็เช่นกัน ที่เคยเป็นรัฐบาล แต่อยู่ดีๆ ก็เป็นฝ่ายค้าน เราก็เป็นมาแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดเราเป็นผู้แทนราษฎร อยู่บทบาทไหนก็ทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองได้ อย่าง สส.พรรคประชาชน (ปชน.) ที่เป็นฝ่ายค้านมาตลอดไม่เคยเป็นรัฐบาล ก็ทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองได้เยอะแยะ ดังนั้น อย่ายึดติดว่าจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน

ยึดคำวินิจฉัยศาลรธน.

ส่วนกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ระบุว่าจะไม่เดินเข้าหาพรรคภูมิใจไทยอีกแล้ว เพราะมีศักดิ์ศรีนั้น นายอนุทิน ร้องโอ๊ย ก่อนบอกว่า ระดับคนเป็นหัวหน้าพรรคทุกพรรค เราต้องเคารพและให้เกียรติกัน

เมื่อถามว่า นายอนุทินพูดในเวทีสัมมนาของพรรค จะไม่ใช้คนที่เคลือบแคลงสงสัยในเรื่องของคุณสมบัติ นายอนุทิน กล่าวว่า เพราะมีเกณฑ์ของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ออกมาอย่างชัดเจน ตนไม่ได้ตั้งกฎเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องยึดถือ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร

เมื่อถามว่า เป็นการส่งสัญญาณอย่างชัดเจนใช่หรือไม่ว่าไม่เอาพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาล นายอนุทิน ระบุว่า เราไม่ถึงขนาดไปพูดแบบจำเพาะเจาะจงแบบนั้น แต่เราก็รู้ว่ามีข้อปฏิบัติ และหลักเกณฑ์ของศาลรัฐธรรมนูญ ที่พูดถึงเรื่องของจริยธรรม ต้องอ่านอย่างละเอียด และเราต้องไม่ทำผิด เพราะมีคนพร้อมไปร้องเรียน ไม่ว่าเราจะมีเจตนาหรือไม่ ก็ไม่อยากที่จะเสียเวลาที่จะไปต่อสู้ ดังนั้น ต้องเพลย์เซฟในทุกเรื่อง

เมื่อถามว่า ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่าก่อนหน้านี้นายอนุทินก็แต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส เป็นรัฐมนตรีแล้ว เหตุใดครั้งนี้จึงไม่กล้าแต่งตั้ง นายอนุทิน ไม่ตอบคำถามดังกล่าว ส่วนได้มีการพูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส บ้างหรือไม่นั้น นายอนุทิน ระบุว่า ไม่ได้คุยเลย

‘ไชยชนก’เผยตั้งรบ.99.99%

ก่อนหน้านี้นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงเป้าหมายการสัมมนา สส.ว่า พรรคภูมิใจไทยมีการเติบโตขึ้นมากขึ้นกว่าสองเท่าตัว มีสมาชิกใหม่มากกว่าสมาชิกเก่า เจตนาการสัมมนาครั้งนี้คือการทำความเข้าใจให้มีความสนิทสนมกลมเกลียวมากขึ้น เป็นการแลกเปลี่ยนทัศนคติในความเป็นพรรคภูมิใจไทย แม้ตนจะเป็น สส.สมัยที่สอง ซึ่งพรรคภูมิใจไทยจะมีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากพรรคอื่น อยู่กันเป็นครอบครัว ซึ่งจะมีการทำความรู้จักกัน ส่วนเรื่องการปรับตัวไม่ใช่แค่ สส.ใหม่ แต่รวม สส.เก่า ด้วย ส่วนในเชิงการทำงานของพรรคภูมิใจไทยสมัยนี้ หลายคนคงได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในพรรคภูมิใจไทยแล้ว แต่ครั้งนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม สิ่งหนึ่งที่จะต้องโฟกัสมากขึ้นคือ ฝ่ายนิติบัญญัติ ควบคู่กับการเปลี่ยนแปลงของฝ่ายบริหารอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประเทศไทยผ่านวิกฤติที่รุมเร้าและความไม่แน่นอนต่างๆ และวางรากฐานให้ประเทศพัฒนาไปทางที่ดีขึ้น

ไม่มีมุ้งในภูมิใจไทย

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อพรรคใหญ่ขึ้นจะมีการบริหารมุ้งและก๊กต่างๆอย่างไร นายไชยชนก กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่พูดคุยมาตลอดและจะต้องพูดคุยเพิ่มเติม ซึ่งเมื่อครั้งที่แล้วก็มีคลื่นใต้น้ำเหมือนกันและเราผ่านมาแล้ว ซึ่งสิ่งที่ทำให้สั่นคลอนที่สุดหากถามตนไม่ใช่เรื่องกาสิโนหรือการมีปัญหากับพรรคร่วม จากรัฐบาลมาเป็นฝ่ายค้าน แต่มันมีปัญหาบางจังหวะที่เกิดจะคลื่นใต้น้ำที่ทำให้เอกภาพของพรรคภูมิใจไทยสั่นคลอน ฉะนั้น ครั้งนี้เมื่อเราเป็นพรรคที่ใหญ่ขึ้นและสิ่งที่ทุกคนเป็นกังวลในเบื้องต้น แต่จากที่ได้พูดคุยและพบเจอกันและจากการเปลี่ยนแปลงแนวทางการทำงานที่วันนี้คนทำงานจริงได้มีเวทีได้มีพื้นที่เฉิดฉายและเติบโตในการทำงานหลากหลายรูปแบบ จึงคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่สลายในเรื่องของมุ้งไปพอสมควร

”ถ้าเกิดใครทำเรื่องนี้แล้วทำให้เกิดผลกระทบ เราจะมีบทลงโทษและการจัดการอย่างเด็ดขาดแน่นอนจากฝ่ายบริหาร“ เมื่อถามว่า การจัดตั้งรัฐบาลจะชัดเจนในการสัมมนาครั้งนี้หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ก็ค่อนข้างที่จะชัดเจนแล้ว แต่เรื่องนี้ตนขอให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นผู้แถลงอย่างเป็นทางการดีกว่า เมื่อถามย้ำว่า การตั้งรัฐบาลตกผลึกแล้วใช่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า น่าจะตกผลึก 99.99% ก่อนระบุว่า การเมืองมันเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ตนจึงขอเว้นไว้ 0.1%

ประชุมภท.ชื่นมื่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำรหับบรรยากาศการสัมมนาใหญ่ของพรรคภูมิใจไทยครั้งแรก ภายใต้สโลแดน พูดแล้วทำพลัส ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 7-9 มี.ค.นี้ เป็นไปอย่างชื่นมื่นคึกคัก มีการเสิร์ฟมะพร้าวสดในการประชุมสัมมนาครั้งนี้ด้วน จึงถือเป็นหนึ่งในนโยบายในการแก้ปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวเปิดกล่าวเปิดสัมมนา ว่าวันนี้ก็ต้องขออนุญาตกล่าวคำว่าขอต้อนรับทุกท่านสู่จุดกำเนิดของพรรคภูมิใจไทยที่จังหวัดบุรีรัมย์ในวันนี้ พวกตนมาพบกับทุกท่านด้วยความตื่นเต้นและดีใจพัฒนาการของพรรคภูมิใจไทยเริ่มใหม่ปีนี้เข้าปีที่ 18 แล้ว ตนจำได้ว่าตอนที่เราตั้งพรรคครั้งแรกเดินแค่ 10 วินาทีก็ทักทายหมดแล้ว วันนี้เดินเกือบ 15 นาทีกว่าจะทักจนครบและทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งเราไม่ว่าพรรคเราจะอยู่ในขนาดไหนก็ตามมีจำนวนสมาชิกเท่าไหร่ก็ตาม สิ่งแรกที่พรรคจะดำเนินการก่อนที่จะเข้าไปที่สภาผู้แทนราษฎรคือจะจัดให้มีการปฐมนิเทศของบรรดาสมาชิก โดยในวันนี้ต้องขอย้ำว่าเป็นการร่วมประชุม การพบปะหารือสร้างความคุ้นเคยและปฐมนิเทศเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกของพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น วันนี้เราไม่ได้ประชุมสส.พรรคร่วมรัฐบาลเหมือนทุกครั้งและวันนี้ประชุมเฉพาะสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นมาก ตนคิดว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องทำความรู้จักกันและทำให้ช่องว่างระหว่างพวกเราที่มันเกิดขึ้นให้น้อยที่สุด จากตอนนั้นจาก 34 คนมาเป็น 51 คน มาเป็น 71 คนและในวันนี้มาเป็น 192 คน

ต้องรวมตัวไปด้วยกัน

นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับบรรดาสมาชิกใหม่ที่มาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสมัยการเลือกตั้งครั้งนี้เราต้องถือว่าเราร่วมเป็น ร่วมตายกันมาเรามีความใกล้ชิดกัน แต่เราต้องรวมกันทำให้เรารู้จักกันให้มากที่สุด เพราะฉะนั้นการปฐมนิเทศวันนี้จึงเกิดขึ้น มีพวกเราที่มาร่วมชีวิตกันในครั้งนี้จากทุกภาคของประเทศไทย เพราะฉะนั้นวันนี้สิ่งที่ตนอยากจะเห็นขอความกรุณาไม่ใช่ว่าท่านท็อป(นายวราวุธ) มาก็นั่งโต๊ะที่มีแต่จ.สุพรรณบุรี จ.นครปฐม เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ มาก็มีแต่โต๊ะของจ.ชุมพร จ.พิษณุโลกโต๊ะนายสุชาติ ก็มีแต่จ.ชลบุรี จ.จันทบุรี จ.ตราดจ.เพชรบุรี และจ.ราชบุรี ต้องแยกกัน นั่งรวมกันให้หมด ทั้งนี้ ตนต้องขอแสดงความยินดีกับทุกท่านด้วยที่เราผ่านร้อน ผ่านหนาวมผ่านดงต่างๆ และรอดมาเป็นผู้แทนราษฎร ตนก็ต้องขอขอบคุณผู้สนับสนุน โดยเฉพาะคณะรัฐมนตรี(ครม.) ทุกท่านที่ไปช่วยกันปราศรัย ช่วยกันดีแบต ทำหน้าที่เชียร์ผู้สมัครให้ผู้สมัครของเราได้รับในการเลือกตั้ง ทุกท่านทำงานอย่างหนักและหนักหนาสาหัสมากตั้งแต่นายพิพัฒน์ นายเอกนิติ นางศุภจี นายสันติ พร้อมพัฒน์ ทุกคนไปช่วยกันลงพื้นที่อย่างเต็มที่ รัฐมนตรีทุกคนไม่ใช่อยู่ที่กระทรวงในช่วงฤดูหาเสียงเลือกตั้ง ลงพื้นที่ในช่วงนั้นกันอย่างเต็มที่เพื่อให้ทุกคนได้เข้ามาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามเป้าหมายของเรา

ชมทุกชนะเลือกตั้งขาดลอย

ทุกท่านก็คงเห็นแล้วว่าจากการที่เราทำงานกันอย่างหนักหน่วง เราจึงเข้ามาตรงนี้ได้ไม่มีฟลุค วันนี้ส่วนใหญ่ 99 เปอร์เซ็นต์ ทิ้งขาดคู่แข่ง เชิญนับเถอะจะนับกี่รอบก็พร้อม ยังไงท่านก็ชนะแน่นอน คนที่เคยชนะอยู่แค่เป็น 100 คะแนน ก็ชนะเป็น 10,000 คะแนน แต่ทุกคนตอนโทรศัพท์หาตนบอกหัวหน้าไม่ไหวจะตายแล้ว หัวหน้าตายแน่ๆ คนไหนที่บอกตายได้ประมาณ 15,000 คะแนน บางคนบอกว่าตายแน่ๆได้ประมาณ 20,000 คะแนน แต่คนที่บอกว่าชัวร์ ตกไปแล้วไม่ได้มาที่นี่ แต่ไม่เป็นอะไร สำหรับท่านที่มาอยู่ในพรรคภูมิใจไทยใหม่ท่านจะเห็นว่าพัฒนาการของเราเติบโตขึ้นมาโดยตลอดกราฟยังไม่เคยตก จะมีการเลือกตั้งกี่ครั้งก็ตามมันก็ยังขึ้นทะยานอยู่ เทรนยังไม่ตก วันนี้ก่อนจะประชุมหารือจะมีกิจกรรมละลายพฤติกรรม ซึ่งถือเป็นช่วงจังหวะที่ดีที่สุดที่เราจะทำความคุ้นเคยซึ่งกันและกัน

เตือนลูกพรรคอย่าประมาท

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตนอยากจะเรียนให้ท่านมั่นใจว่าตนถึงแม้ว่าจะมีพรรษาทางการเมืองน้อยกว่าหลายคนในห้องนี้ แต่ก็ได้ผ่านการเลือกตั้งมหาโหดมาประมาณ 4 ครั้งในชีวิตการเมืองที่เข้ามา ตนยืนยันถ้าพวกเราทุกคนไม่ประมาท ถ้าพวกเราทุกคนทำตัวให้เป็นที่เชื่อมั่นและไว้ใจและน่าเชื่อถือของชาวบ้านทำตัวสม่ำเสมอ ถ้าพวกเราทุกคนคิดอยู่เสมอว่าสิ่งที่ทำอยู่ยังไม่พอ ต้องทำให้ชาวบ้านรักเราเพิ่มมากขึ้นอีก ตนยังไม่เห็นใครสอบตก ฉะนั้นนี่คือวิธีการทำงานแบบพรรคภูมิใจไทยคือเราไม่เห็นสิ่งอื่นใดสำคัญกว่าชาวบ้านที่เลือกเราเข้ามาให้เป็นผู้แทนราษฎร สำหรับตนยังไม่มีปัญญาเป็นสส.เขตเหมือนหลายท่าน ตนเป็นสส.ปาร์ตี้ลิสต์ เหมือนกับหลายท่านเหมือนกัน แต่การเป็นสส. ปาร์ตี้ลิสต์ของคนในพรรคภูมิใจไทยไม่ว่าตนหรือเลขาพรรค พวกเราพูดกันในห้องว่าสส.ปาร์ตี้ลิสต์พรรคภูมิใจไทยไม่ใช่ให้เขาเอาเบอร์มาแปะแล้วรอน้ำทิพย์โลมใจจากสส.เขตทั้งหลาย การที่เราได้เป็นสส.ปาร์ตี้ลิสต์ ของพรรคภูมิใจไทยคือสส.ประเทศไทย เรามี 19 คนเราจะต้องไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ต้องทำงานหนักกว่าสส.เขต เพราะขอบเขตการให้บริการของท่านทั่วประเทศต้องไปสนับสนุนสส.เขต ต้องไปสนับสนุนกิจกรรมต่างๆและรับฟังปัญหาของชาวบ้านทั่วประเทศ นำมาแก้ไขปัญหานี่คือวิธีคิดของพรรคภูมิใจไทย สส. ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคภูมิใจใจไม่ใช่สส.ที่รอเป็นรัฐมนตรีหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เราต้องทำให้ความเป็นสส.ปาร์ตี้ลิสต์ทั้ง 19 คน ต้องทำงานอย่างหนักเพราะสิ่งเหล่านั้นคือคะแนน คู่แข่งของเราที่ดูแล้วว่าเขามาแน่ๆหรือว่ากระแสดีๆ แต่เมื่อเขาไม่ลงพื้นที่โอกาสกลับมาน้อยมากไม่มีหรอก สส.นั่งอยู่กับบ้านกระแสดี เดี๋ยวเขาเลือกเอง ตนยังไม่เคยเห็นตรงนี้สส.ภูมิใจไทยไม่มีทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ไม่มีวันหยุดหย่อน

ภท.มีพลังมากเป็นพิเศษ

และในพรรคภูมิใจไทยวิธีการทำงานของพรรคภูมิใจไทยคนเป็นสส.สำคัญไม่น้อยกว่าคนเป็นรัฐมนตรี และพวกตนที่มีโอกาสเป็นทางรัฐมนตรีและเป็นสส.ด้วยตนจะปลูกฝังพวกเขาตลอดว่าถ้าจะต้องเลือกเป็นสส.ไม่ใช่เลือกเป็นรัฐมนตรี ตนเคยพูดกับคนหลายคนที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในพรรคร่วมรัฐบาลมาก่อน ตอนเขาได้รับตำแหน่ง แล้วเขาทิ้งตำแหน่งสส. ไปเลือกตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งไม่มั่นคงไม่มีการทำงานที่ผลิตผลงานได้อย่างเต็มที่สู้สส.ไม่ได้ เพราะตำแหน่งสส.เป็นตำแหน่งที่มีเกียรติยศมากท่านต้องมีความภาคภูมิใจ ตนมีความภาคภูมิใจมากสมัยที่ยังไม่ได้เป็นนายกฯ ตนเป็นคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อเวลามีอภิปรายแล้วตนไปนั่งในที่ที่สส.ตนจะรู้สึกว่าพรรคเรามีพลังมากเป็นพิเศษ ต้องเรียนให้ทุกท่านเพื่อแชร์ความรู้สึกนี้ด้วย ตนเคยมานั่งจนหัวหน้ารัฐบาลมาเรียกให้ต้องขึ้นไปนั่งข้างบนที่นั่งของครม.เพราะเชื่อว่าตรงนั้นรังสีบางอย่างมันออก การเป็นสส.มันมีคุณค่าและมีความหมายมาก รัฐมนตรีปลดสส.ไม่ได้แต่สส.ปลดรัฐมนตรีได้ ท่านคิดดูแล้วกันว่าสิ่งที่ตนพูดมันมีน้ำหนักมากแค่ไหน

ทำงานใกล้ชิดกันมากขึ้น

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ตนคิดว่าหลังการปฐมนิเทศเราคงจะรู้จักหน้าตาและรู้จักอุปนิสัยมีความคุ้นเคยกันมากยิ่งขึ้น และยิ่งเวลาทำงานด้วยแล้ว 4 ปีจากนี้เราจะมีความใกล้ชิดกันเพิ่มมากขึ้น สิ่งที่ตนในฐานะหัวหน้าพรรคอยากขอวิงวอนขอพวกเราทุกคนให้รักษาไว้อัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของความเป็นพรรคภูมิใจไทยนี่คือสิ่งสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้พรรคของเราเติบโตขึ้นมาคำไหน คำนั้นเป็นปึกแผ่นไม่มีแหกคอก แต่ไหนๆก็พูดแล้วเรามีสส. 3 คนแหกคอก ขออนุญาตเลขาพรรคช่วงที่เราพักร้อน 3 เดือน มีสส.ของเรา 3 คน เห็นผิดเป็นชอบท่านอย่าคิดว่าชาวบ้านเขาไม่รู้ เที่ยวนี้ 3 คนไม่ได้กลับมาแม้แต่คนเดียว ฉะนั้นเรื่องของวินัย เรื่องของการรักษาเอกภาพของพรรคภูมิใจไทยต้องถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นเป็นอย่างยิ่ง เรื่องอื่นๆพูดคุยกันได้ไม่มีปัญหาใดๆ ท่านจะเห็นว่าการทำงานของพวกเราเป็นบ้านเดียวกัน แต่ตอนนี้เวลาไปกินข้าวอาจจะลำบากหน่อย เพราะ 192 คน ตอนนั้นไปกินโต๊ะจีน 7 โต๊ะได้ แต่ตอนนี้ 19 โต๊ะไม่รู้จะไปหาที่ไหนได้ก็คงจะต้องมีการจัดสัมมนาพบปะสังสรรค์กันตามเวลาที่เหมาะสมในทุกครั้ง เพื่อกระชับความแน่นแฟ้นของพวกเรา เพราะการทำงานทางการเมือง ตนคิดว่าทุกคนมีรูปแบบ เราจะมีรูปแบบการทำงานของแต่ละท่านทำให้พวกเราได้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประเทศ และพี่น้องประชาชนของเราแต่ต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญตรงนี้เราไม่ห่วงเรามีกลไกที่จะคอยทำให้ท่านได้เกิดความมั่นใจว่าสิ่งที่ท่านทำไปมันจะไม่เกิดปัญหาใดๆเรามีคนที่คอยดูแลเรื่องนี้ให้กับพวกท่านอยู่ตลอดเวลา

เปิดประชุมรัฐสภา14มีค.

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า พวกเราทุกคนช่วยกันเสียสละเวลาแบบนี้ มันมีไม่เยอะที่เราจะอยู่ร่วมกันและทำกิจกรรมร่วมกันจะได้เกิดความคุ้นเคยกันอย่างเต็มที่ มันเป็นภาพที่สวยงามมาก พวกเราไปไหนไปเป็นปึกแผ่นสิ่งเหล่านี้ตนเชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นได้ในยุคนี้ของพรรคภูมิใจไทย การปฐมนิเทศวันนี้จะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานของเราให้เร็วที่สุด ทุกคนทราบแล้วว่าวันที่ 14 มี.ค.นี้ เราได้รับแจ้งเบื้องต้นว่าจะมีรัฐพิธีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดประชุมรัฐสภา วันนั้นขาดไม่ได้เลยแม้แต่คนเดียว พิธีที่นี้มีความสำคัญมาก จากนั้นทุกอย่างจะดำเนินไปตามขั้นตอนมีการนัดประชุมสภานัดแรก เพื่อลงมติเลือกประธานสภา รองประธานสภาอีก 2 คนและหลังจากนั้นเมื่อมีการโปรดเกล้าฯประธานสภาคนใหม่ ก็จะนัดประชุมอีกครั้งเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี และนายกฯรอโปรดเกล้าฯ และตั้งคณะรัฐมนตรี(ครม.)ฉะนั้นยังมีขั้นตอนอีกมากมาย กว่าจะถึงวันที่มีรัฐบาลตอนนี้เราสามารถทำหน้าที่สส. อย่างเต็มที่ไม่ต้องบอกว่าเดี๋ยวรอตั้งรัฐบาลเสร็จก่อน เดี๋ยวรอเปิดประชุมก่อน หรือเปิดสภาก่อนไม่ต้อง สถานะความเป็นสส.เกิดขึ้นแล้วตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา การรับรองของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ทำให้ท่านเป็นสส.แล้ว แต่มีกฎข้อบังคับ ระเบียบและจริยธรรมที่ต้องดำเนินการยุคนี้เป็นยุคจริยธรรมกางกฏหมายอย่างเดียวไม่พอ ถ้าใครสงสัยไปอ่านได้ศาลรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าบทบัญญัติจริยธรรมว่ามีอะไรบ้าง

ทุกอย่างไม่ประมาท

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า แค่สงสัยโดยคนส่วนใหญ่ว่าท่านมีพฤติกรรมไม่ชอบ ไม่ถูกต้องหรือมีพฤติกรรมไม่ดี ท่านเข้าข่ายจริยธรรม ฉะนั้นตรงนี้มันจะประมาทไม่ได้ ขอให้ท่านถือคัมภีร์นี้ติดตัวไว้ตลอดเวลา มันจะได้ไม่มีผลกระทบอะไรต่อท่าน หรือผลกระทบต่อสถานะของเรา ผลกระทบต่อตำแหน่งที่ท่านจะต้องไปเป็น เช่น ตำแหน่งประธานกรรมาธิการ ตำแหน่งรัฐมนตรี หรือตำแหน่งอะไรก็แล้วแต่ในความเป็นสส.เป็นได้ ท่านต้องระวังเป็นอย่างมาก และที่สำคัญคนรอบข้าง ท่านจะมีผู้ช่วยหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ต้องคัดเลือกมาอย่างดี อย่าให้มีปัญหา อย่าไปเอาคนที่มีปัญหามาอยู่เป็นที่ปรึกษาเป็นผู้ช่วย จะต้องดูประวัติให้เรียบร้อยด้วยไม่เช่นนั้นจะเป็นปัญหากับตัวเราได้ในอนาคตเช่นกัน จะพูดว่าจากนี้ไปไม่เป็นไร โอเค เดี๋ยวเคลียร์ได้ยิ่งเคลียร์ยิ่งดัง มีคนพร้อมคอยที่จะช่วยกระจายข่าวให้อยู่แล้ว ตรงนี้เราต้องมีความระมัดระวังในการทำงานและดำรงตำแหน่งสส.ของท่านอย่างเต็มที่

“หนู”ห่วงลูกทีมมี”กิ๊ก”

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า เรื่องการเตรียมตัวแถลงทรัพย์สินของท่านต้องเตรียมและไปดูข้อกฎหมายแต่พรรคก็มีทีมที่ปรึกษาว่าตรงไหนต้องแจ้งตรงไหนต้องแสดง คู่สมรสแปลว่าอะไรไม่ใช่จดทะเบียนอย่างเดียว กิ๊ก ไปไหนเปิดเผย ถ้าคนเห็นว่าอยู่ด้วยกันก็ต้องแถลง มันมีหลายเรื่องที่เราต้องให้ความสำคัญ ตรงนี้ท่านทั้งหลายจะได้รับข้อมูลต่างๆจากการปฐมนิเทศในวันนี้เช่นกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังเสร็จสิ้นวงสัมมนา ได้มีการจัดกิจกรรมสันทนาการภายในกลุ่มสส. เพื่อกระชับความสัมพันธ์ โดยมีการจับคู่สส.ทำกิจกรรมจาก 2 คนเพิ่มเป็นสี่คน และ 8 คน และกลุ่มใหญ่ โดยนายอนุทิน และแกนนำพรรคทุกคนเข้าร่วมกิจกรรมกับสส. อย่างเป็นกันเอง ซึ่งระหว่างนั้นมีการร้องเพลงและปรบมือกันอย่างสนุกสนานเรียกเสียงเฮฮาจากสมาชิกคึกคัก

สู้รบตะวันออกกลางยังระอุ! เตือนคนไทยพื้นที่เสี่ยงเร่งอพยพโดยเร็วที่สุด

สู้รบตะวันออกกลางยังระอุ! เตือนคนไทยพื้นที่เสี่ยงเร่งอพยพโดยเร็วที่สุด

สู้รบตะวันออกกลางยังระอุ! เตือนคนไทยพื้นที่เสี่ยงเร่งอพยพโดยเร็วที่สุด

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.48 น.

สถานการณ์ตะวันออกกลางยังไม่แน่นอน เตือนคนไทยพื้นที่เสี่ยงเร่งอพยพ โดยคนไทยจากอิหร่าน กลุ่มแรก 62 คน เตรียมกลับไทย 9 มี.ค.นี้

เมื่อเวลา 18.10 น. วันที่ 8 มี.ค.2569 ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง(ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยความคืบหน้าสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า ภาพรวมยังคงมีความรุนแรงและตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง โดยมีการแลกเปลี่ยนการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในอิหร่าน อิสราเอล บาห์เรน และคูเวต ขณะที่มีรายงานการโจมตีในหลายจุดของภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม อิหร่านได้ส่งสัญญาณว่าจะไม่ขยายการโจมตีไปยังประเทศอื่นในภูมิภาค และจะมุ่งเป้าไปที่ฐานทัพของสหรัฐอเมริกาเท่านั้น โดยกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านได้ออกแถลงการณ์ย้ำว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นการป้องกันตนเอง และจะตอบโต้ต่อไปจนกว่าการโจมตีอิหร่านจะยุติลง หรือจนกว่าคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจะดำเนินการตามหน้าที่

ขณะเดียวกัน ยังต้องจับตาการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด ล่าสุดมีรายงานการใช้โดรนโจมตีถังเก็บน้ำมันในคูเวต และการโจมตีโรงผลิตน้ำจืดในบาห์เรน นอกจากนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังระบุว่าอาจมีการโจมตีอิหร่านอย่างหนัก และอาจพิจารณาขยายเป้าหมายไปยังพื้นที่ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้อยู่ในขอบเขตการโจมตี ส่งผลให้สถานการณ์ในภูมิภาคยังคงตึงเครียดและมีความไม่แน่นอนสูง

สำหรับสถานการณ์การเปิด–ปิดน่านฟ้าในปัจจุบัน แม้ว่ากาตาร์ยังคงปิดน่านฟ้า แต่สายการบินกาตาร์แอร์เวย์สได้เริ่มเปิดให้บริการเที่ยวบินฉุกเฉิน เพื่อขนส่งสินค้าและอพยพผู้โดยสารที่ตกค้างบางส่วนแล้ว ทั้งนี้ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากสถานการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง กระทรวงการต่างประเทศจึงขอให้คนไทยในพื้นที่เสี่ยงเร่งอพยพออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางการติดต่อให้กับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ

ในส่วนของการให้ความช่วยเหลือคนไทยในอิหร่าน นายปาณิดลเปิดเผยว่า คนไทยกลุ่มแรกจากกรุงเตหะรานจำนวน 62 คน นำโดย น.ส.ชญานิษฐ์ ประเสริฐผล ที่ปรึกษาสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ได้เดินทางโดยรถยนต์ถึงประเทศตุรกีอย่างปลอดภัยเมื่อช่วงค่ำของวันที่ผ่านมา โดยมีเจ้าหน้าที่จากกรมการกงสุล และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา อำนวยความสะดวกในการผ่านพิธีการเข้าเมือง

ทั้งนี้ คนไทยกลุ่มแรกมีกำหนดเดินทางถึงประเทศไทยในวันที่ 9 มีนาคม 2569 ขณะที่กลุ่มถัดไปจะเดินทางถึงประเทศไทยในวันที่ 10 มีนาคม 2569 นอกจากนี้ ยังมีคนไทยอีกส่วนหนึ่งในอิหร่านที่มีกำหนดเดินทางทางบกไปยังตุรกีในวันที่ 10 มีนาคม โดยกรมการกงสุล สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา กำลังประสานงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ปฏิบัติการอพยพเป็นไปอย่างเรียบร้อยและปลอดภัย ตามนโยบายของรัฐบาลในการดูแลและช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบ

พร้อมกันนี้ กระทรวงการต่างประเทศยังขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนว่า แม้การแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกสามารถทำได้ แต่ในช่วงเวลาที่สถานการณ์ยังมีความเปราะบาง การนำเสนอข่าวสารต่อสาธารณชนควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง และคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะในขณะที่ยังมีคนไทยอาศัยอยู่ในพื้นที่ ซึ่งความปลอดภัยของคนไทยถือเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดในขณะนี้

ศุภจี เดินหน้าจริงจังแก้ปัญหา มะพร้าวน้ำหอม เล่าเบื้องลึกถูกล้งขู่หยุดขาย 2 วัน

ศุภจี เดินหน้าจริงจังแก้ปัญหา มะพร้าวน้ำหอม เล่าเบื้องลึกถูกล้งขู่หยุดขาย 2 วัน

ศุภจี เดินหน้าจริงจังแก้ปัญหา มะพร้าวน้ำหอม เล่าเบื้องลึกถูกล้งขู่หยุดขาย 2 วัน

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.34 น.

ศุภจี ยันเดินหน้าจริงจังแก้ปัญหา มะพร้าวน้ำหอม เล่าเบื้องลึกถูกล้งขู่หยุดขาย 2 วัน โต้แรงเล็งสร้าง ล้งกลาง มาทำแทน

เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะสมาชิกพรรคภูมิใจไทย กล่าวตอนหนึ่งต่อ สส.ของพรรคทั้ง192คน ในการสัมมนา สส. ผู้บริหารพรรค และสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ”พูด แล้ว ทำ พลัส“ ถึงเรื่องราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำว่า ปัญหามะพร้าวน้ำหอมเป็นปัญหามาเนิ่นนาน ไม่ใช่เพิ่งเกิดตอนนี้ และเป็นจุดสำคัญที่ทำให้มะพร้าวน้ำหอมราคาไม่สูง เพราะคนปลูกมะพร้าวไม่มีกำลังพอที่จะไปซื้อปุ๋ยมาบำรุงให้ผลผลิตมะพร้าวมีคุณภาพมากขึ้น อย่างมะพร้าวทลายหนึ่งสมมุติว่า 10 ลูก แต่มีที่ผ่านเนี่ยคัดเกรดแล้วสามารถขายได้ราคาเนี่ยเต็มที่ 2 ลูก หรือไม่งั้นก็ 3 ลูก ที่เหลืออีก 70-80% ของผลิตภัณฑ์เนี่ย มันก็เลยกลายเป็น เหลือลูกละ 2 บาท 3 บาท จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้ถึงขนาดนั้นหรอก เพราะนั่นมันมีเรื่องความชื้นเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ประเด็นก็คือว่าการที่เราต้องจัดการ กับสื่อจัดการกับข่าวเนี่ยมัน ก็ต้องพยายามดูให้ครบทั้งหมดทั้งระบบ

“เพราะงั้นมะพร้าวต้องเริ่มดูแลตั้งแต่อุปทาน มันออกมาเยอะมากเลย แต่ถ้าเราช่วยเรื่องแปรรูปได้จะช่วยเรื่องนี้ได้หมด รวมทั้งคุณภาพที่ต้องทำให้ดีขึ้น และถ้าอุปทานเกินต้องไปจัดการ ส่วนเรื่องล้งที่ไม่ถูกต้อง ก็ต้องจัดการีเช่นกัน เพราะว่าเขารวมหัวกันกดราคา เพราะใช้วิธีการเหมาเฉลี่ย 2 บาท 3 บาท ชาวสวนชาวไร่ถึงอยู่ไม่ได้ เขาบอกว่าเขาจะซื้อเหมา บอกขอให้ซื้อไม่เหมาได้มั้ยล่ะ ซื้อเฉพาะลูกที่ดี ลูกที่มันไม่ดีเดี๋ยวเอามาทำเป็นมะพร้าวขนก็ได้ มะพร้าวขนก็ขายจีนได้ เหมือนกันมะพร้าวขนก็คือแหวกๆเอาไปไม่ต้องควั่น แล้วก็ไปเจาะน้ำแล้วทำแปรรูปได้จะบอกว่าเขาไม่เข้าใจหรือยังไงก็ไม่ทราบ ก่อนแต๋มจะลงไปเนี่ยเขาบอกว่ารวมตัวกัน 239 ล้ง แล้วบอกว่าเขาจะงดซื้อมะพร้าวไปสัก 2 วัน ดูซิว่าศุภจีหรือว่าพาณิชย์จะทำอะไรได้ ก็เลยฝากคำลงไปในพื้นที่ก่อนที่จะลงไปบอกว่าล้ง 239 ทั้งล้ง ไม่ต้องหยุดแค่ 2 วันนะ หยุดไปเลยไม่ต้องซื้อ เดี๋ยวเราทำล้งกลางโดยที่เอาคนมีความตั้งใจดีมาทำแทน เพราะว่าล้งเนี่ยมันจะต้องมีเรื่องของการดูแลเรื่องคุณภาพหลายอย่าง ไม่ใช่รับซื้ออย่างเดียว เรา ก็ไปดูเลยอย่างสมมติเรามีอยู่ 5 จังหวัด ที่เป็นจังหวัดเกี่ยวกับมะพร้าวน้ำหอม เราก็ลงไปดูเลยว่าเราทำล้งกลางได้ตรงนั้นและกับใครได้บ้าง แล้วชาวไร่ชาวสวน มีปํญหาอะไร อย่างขาดเรื่องปุ๋ย แล้วทำให้คุณภาพมันไม่ดี เพราะไม่มีทุนทำ เราก็เอาปุ๋ยไปให้ ถ้าเราทำแบบเนี้ยมันก็เป็นการให้เบ็ดพ่วงปลา ตามนโยบายเศรษฐกิจของพี่เอกนิตินี่แหละ” นางศุภจี กล่าว

พรรคส้มไม่ทนอีกต่อไป! ขู่จัดหนัก ‘เพจข่าวปลอม-กลุ่มคนใส่ร้าย’ ลั่นใช้กฎหมายจัดการ

พรรคส้มไม่ทนอีกต่อไป! ขู่จัดหนัก 'เพจข่าวปลอม-กลุ่มคนใส่ร้าย' ลั่นใช้กฎหมายจัดการ

พรรคส้มไม่ทนอีกต่อไป! ขู่จัดหนัก ‘เพจข่าวปลอม-กลุ่มคนใส่ร้าย’ ลั่นใช้กฎหมายจัดการ

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.17 น.

พรรคประชาชน โพสต์โซเชียล ประกาศยกระดับรับมือ ต่อสู้กับข่าวบิดเบือน ขู่ฟ้องกลุ่มคนใส่ร้ายป้ายสีพรรค

วันนี้ 8 มี.ค.69 เพจ Fact Check พรรคประชาชน โพสต์แถลงการณ์ยกระดับแนวทางของพรรคประชาชนในการรับมือและต่อสู้กับข่าวปลอมและข่าวบิดเบือน อย่างเป็นระบบผ่านมาตรการทางการสื่อสารและมาตรการทางกฎหมาย โดยได้ระบุเนื้อหาว่า


ในช่วงเวลาที่ผ่านมา พรรคได้เผชิญความท้าทายมาอย่างต่อเนื่องจากกระบวนการสร้างข่าวปลอม ข้อมูลเท็จ ข่าวบิดเบือน และการใส่ร้ายป้ายสีที่สร้างความเสียหายต่อพรรคประชาชน – ที่ผ่านมา พรรคได้พยายามให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ตักเตือนผู้กระทำไม่ให้กระทำอีก แต่หลายกรณีก็ไม่เป็นผลให้คนเหล่านั้นหยุดการกระทำดังกล่าว อันสะท้อนว่าเป็นการกระทำที่มีเจตนาในการสร้างความเข้าใจผิดและความเกลียดชังอย่างไม่ยุติธรรมต่อพรรคจากสิ่งที่ไม่เป็นความจริง

ที่ผ่านมา พรรคได้รับฟังถึงเสียงสะท้อนและข้อแนะนำจากประชาชนเกี่ยวกับผลกระทบและแนวทางในการรับมือกับปัญหาดังกล่าว โดยหลังจากนี้ พรรคจะดำเนินการยกระดับแนวทางการรับมือและต่อสู้กับข่าวปลอมและข่าวบิดเบือนอย่างเป็นระบบ ใน 2 มิติสำคัญ

1. ในมิติทางการสื่อสาร: พรรคจะตั้งทีมที่รับผิดชอบกับการจัดการกับข่าวปลอมอย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับการชี้แจงให้มีความรวดเร็วขึ้น เพื่อขยายการสื่อสารในเชิงช่องทางหรือแพลตฟอร์ม ขยายรูปแบบการสื่อสารเพื่อให้เข้าถึงประชาชนในวงกว้างมากขึ้น รวมถึงจัดทำระบบหรือเว็บไซต์ที่สะดวกต่อประชาชนในการค้นหาคำชี้แจงต่อข่าวปลอมหรือข่าวบิดเบือนในอดีตที่ถูกนำมาเผยแพร่ซ้ำ

2. ในมิติทางกฎหมาย: พรรคจะสงวนสิทธิในการปกป้องตนเอง โดยเฉพาะการดำเนินการทั้งในทางแพ่งและอาญากับผู้มีอิทธิพลทางความคิดหรือเครือข่ายต่างๆ ที่จงใจกล่าวหา ใส่ร้าย สร้างข้อมูลเท็จ บิดเบือนข้อมูล และกระทำซ้ำอย่างเป็นระบบหรือสม่ำเสมอ ในทางที่เสียหายต่อพรรคและบุคลากรของพรรค อย่างไรก็ตาม พรรคจะดำเนินการด้วยมาตรการทางกฎหมายดังกล่าวอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน ซึ่งเป็นสิทธิเสรีภาพที่ต้องได้รับการคุ้มครองในระบอบประชาธิปไตย

ในขั้นต้น พรรคได้รวบรวมและจะดำเนินคดีกับอย่างน้อย 3 แอคเคาท์ที่จงใจสร้างข่าวปลอม สร้างข้อมูลเท็จ และใส่ร้ายป้ายสีที่ทำให้พรรคประชาชนได้รับความเสียหาย ซึ่งรวมถึง:
(1) ผู้มีอิทธิพลทางความคิดที่มีชื่อเสียงทางโลกออนไลน์ที่มีการนำเสนอข่าวบิดเบือนเกี่ยวกับพรรคประชาชนอย่างต่อเนื่องทาง Facebook
(2) แอคเคาท์ X ที่กล่าวหาใส่ร้ายพรรคและบุคลากรของพรรคอย่างสม่ำเสมอมาเป็นเวลาหลายปี
(3) นักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีชื่อเสียง ซึ่งใส่ร้ายพรรคประชาชนอย่างรุนแรงด้วยการเผยแพร่ข้อมูลเท็จต่อสาธารณะ เกี่ยวกับปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารซึ่งไม่เป็นความจริง

พรรคกำลังดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานในกรณีอื่นๆ เพื่อดำเนินการทางกฎหมายด้วยมาตรฐานเดียวกันต่อไป

สภาฯ เงียบกริบ!! รายงานตัววันที่ 11 ไร้เงา พีระพันธ์ุ นัดแล้วเท ด้านพรรคส้มนัดสส. 119 คนพรุ่งนี้

สภาฯ เงียบกริบ!! รายงานตัววันที่ 11 ไร้เงา พีระพันธ์ุ นัดแล้วเท ด้านพรรคส้มนัดสส. 119 คนพรุ่งนี้

สภาฯ เงียบกริบ!! รายงานตัววันที่ 11 ไร้เงา พีระพันธ์ุ นัดแล้วเท ด้านพรรคส้มนัดสส. 119 คนพรุ่งนี้

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.42 น.

สภาเงียบเหงา!  เปิดรายงานตัววันที่ 11 ไร้เงา สส. พีระพันธ์ุ ทำเจ้าหน้าที่เก้อหลังนัดแล้วเท ด้าน พรรคส้ม สส. 119 คนตบเท้ารายงานตัว 10 โมงพรุ่งนี้ ล่าสุดตัวเลข สส.รายงานตัวคงที่ 377 

เมื่อวันที่ 8 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดให้สส. เข้ารายงานตัวเป็นวันที่ 11 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. – 16.30 น. ปรากฏว่า ไม่มีสส. มารายงานตัวแม้แต่คนเดียว โดยก่อนหน้านี้นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ว่าจะเข้ามารายงานตัวแต่ไม่ได้แจ้งเวลา  จนกระทั่งเวลา 16.30 น. ก็ยังไม่มารายงานตัว ทำให้เจ้าหน้าที่รอเก้อ ซึ่งล่าสุดมี สส.มารายงานตัวแล้ว รวม 377 คน 

สำหรับ สส.ที่ยังไม่เข้ารายงานตัวคือพรรคประชาชน 119 คน  จะเข้ารายงานตัว วันที่ 9 มี.ค.เวลา 10.00 น. รวมถึงนายอิสรา สุนทรวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะเข้ารายงานตัว ในวันที่ 9 มี.ค.เวลา 10.00 น. เช่นเดียวกัน 

ส่วนนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อหัวหน้าพรรคไทยภักดี จะเข้ารายงานตัวในวันที่ 10 มี.ค.เวลา 10.00 น.ซึ่งถือเป็นคนสุดท้าย ทำให้สส.รายงานตัวครบ 499 คน ทั้งนี้มีรายงานว่าจะมีรัฐพิธีเปิดสมัยประชุมรัฐสภาในวันที่ 14 มี.ค. เวลา 17.00 น. ส่วนเปิดประชุมสภาฯเพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น ต้องรอพระราชกฤษฎีกาอีกครั้งว่าจะเป็นวันไหน

บรรยากาศสุดชื่นมื่น! ‘พรรคภูมิใจไทย’ จัดกิจกรรมละลายพฤติกรรม-ช่วงวัย ‘ศุภจี’ ขนมะพร้าวน้ำหอมเสิร์ฟ

บรรยากาศสุดชื่นมื่น! 'พรรคภูมิใจไทย' จัดกิจกรรมละลายพฤติกรรม-ช่วงวัย 'ศุภจี' ขนมะพร้าวน้ำหอมเสิร์ฟ

บรรยากาศสุดชื่นมื่น! ‘พรรคภูมิใจไทย’ จัดกิจกรรมละลายพฤติกรรม-ช่วงวัย ‘ศุภจี’ ขนมะพร้าวน้ำหอมเสิร์ฟ

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.40 น.

พรรคภูมิใจไทย ละลายพฤติกรรมจัดกิจกรรมทะลายช่วงวัย อนุทินนำทีมหนู ก่อพีระมิด ‘ศุภจี’ ขนมะพร้าวน้ำหอมราชบุรี เสิร์ฟ สส. ช่วยแก้ปัญหาราคาตก

วันนี้ 8 มี.ค.69 เวลา 12.00 น. บรรยากาศสัมมนาพรรคภูมิใจไทย ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เป็นไปอย่างคึกคัก ช่วงหนึ่งได้จัดกิจกรรมละลายพฤติกรรม โดยแบ่งสส.ทุกช่วงวัย เป็นกลุ่มตามชื่อสัตว์ โดยนายกรัฐมนตรีอยู่กลุ่มหนู ร่วมกับสส.ของพรรค ร่วมเต้น ร่วมทำกิจกรรม ก่อพีรมิดจากแผ่นฟิวเจอบอร์ด เพื่อสร้างความสัมพันธ์ของสส.พรรค ที่มีการทลายช่วงวัย ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

โดยการสัมมนานี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นำมะพร้าวมา 1 คันรถ มาให้ ส.ส.ได้รับประทาน โดยนายกรัฐมนตรี ได้ดื่มน้ำมะพร้าวสดๆ จากลูก ซึ่งผู้สื่อข่าวสอบถามว่า ตอนนี้ราคามะพร้าวมีปัญหา เพื่อให้จะได้ให้นายกรัฐมนตรีช่วยดันราคาให้สูงขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีบอกว่า ก็ต้องดันอยู่แล้ว ไม่ปล่อยให้มีปัญหา โดยมะพร้าวน้ำหอม มาจาก จ.ราชบุรี

ปิดดีลตั้งรัฐบาลภท.! ยืน 292 เสียง ไร้ กล้าธรรม-ปชป.-ไทรวมพลัง

ปิดดีลตั้งรัฐบาลภท.! ยืน 292 เสียง ไร้ กล้าธรรม-ปชป.-ไทรวมพลัง

ปิดดีลตั้งรัฐบาลภท.! ยืน 292 เสียง ไร้ กล้าธรรม-ปชป.-ไทรวมพลัง

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.27 น.

ปิดดีลตั้งรัฐบาลภูมิใจไทย! ยืน 292 เสียง ไร้ ‘กล้าธรรม – ประชาธิปัตย์-ไทรวมพลัง’ พรรคน้ำเงินยึด โควตา 14 กระทรวง 26 ตำแหน่ง 1 ประธานสภาฯ – รองประธานฯคนที่ 1 หลัง ‘กก.บห.’ ส่งรายชื่อเกินจำนวนให้ ‘อนุทิน’ เคาะ  ด้าน ‘เพื่อไทย’ ได้ ‘5รมว.-3รมช.-รองปธ.คนที่ 2’ ไม่มีล็อกแบ่งคนรุ่นใหม่- เก่า ขอ ‘คุณสมบัติ’ ไม่ขัด ‘คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ’ ขณะที่ ‘พปชร.’ ได้ 1 เก้าอี้ ส่วนใครได้ตำแหน่งใด รอโหวต ‘เสี่ยหนู’ เป็น ‘นายกฯ‘ ก่อนเคาะ100% ยึดวางคนให้เหมาะสมกับสายงาน

เมื่อวันที่ 8 มี.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานสัมมนา สส.พรรคภูมิใจไทย 192 คน คณะกรรมการบริหาร(กก.บห.)พรรคภูมิใจไทย ได้นำรายชื่อของบุคคลที่เหมาะสมจะเป็นรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดยมีจำนวนเยอะกว่าเก้าอี้รัฐมนตรี เพื่อให้หัวหน้าพรรคคัดเลือก และนำรายชื่อส่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีนำไปตรวจสอบผ่าน 9 หน่วยงาน

โดยล่าสุดพรรคภูมิใจไทย จะได้เก้าอี้รัฐมนตรี 26 ตำแหน่ง ซึ่งอาจจะมีการพิจารณาตามความเหมาะสมอีกครั้ง แต่จะดูแลครอบคลุม 14 กระทรวง คือ  กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงยุติธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

แบ่งเป็นโควตานายอนุทิน  5 ตำแหน่ง คือ นายอนุทิน ที่ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ  นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี 

ขณะที่โควต้ากลุ่มบ้านใหญ่ ปรากฎชื่อนายทรงศักดิ์ ทองศรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ นายไชยชนก ชิดชอบ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ นายภราดร ปริศนานันทกุล นายสุชาติ ชมกลิ่น นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ นายวราวุธ ศิลปอาชา น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี นายนภินทร ศรีสรรพางค์ และนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ 

นอกจากนี้กลุ่มเลือดแท้ที่ทำงานให้กับพรรคภูมิใจ​ไทย มาโดยตลอด ปรากฎมีชื่อของนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี​ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ​ นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบล​ราชธานี​ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สส.สตูล  นายภัทรพงศ์  ภัทรประสิทธิ์ สส.พิจิตร  นางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ​

ขณะที่ตำแหน่งประธานสภาฯชัดเจนแล้ว คือ นายโสภณ ซารัมย์ ส่วนรองประธานสภาฯคนที่หนึ่งเป็นโควตาของพรรคภูมิใจไทย แต่ได้มอบหมายให้สส.ภาคใต้ ตกลงคัดเลือกกันอีกครั้ง

ขณะที่โควตาพรรคร่วม คือ พรรคเพื่อไทยจะได้ 8 คน 9 ตำแหน่ง (รวมรองนายกฯ) ซึ่งพรรคเพื่อไทยส่งรายชื่อผู้ที่จะเหมาะสมได้เป็นรัฐมนตรีมาเกินกว่าโควตาเช่นกัน โดยพรรคภูมิใจไทยให้อำนาจเพื่อไทยในการคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสม โดยไม่ได้กำหนด หลักเกณฑ์ว่าจะต้องเป็นคนรุ่นใหม่หรือเป็นคนรุ่นเก่า แต่จะต้องยึดตาม คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

ประกอบด้วยรองนายกรัฐมนตรี ควบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม กระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่วนรัฐมนตรีช่วย 3 ตำแหน่ง และรองประธานสภาฯคนที่ 2 ยังไม่ได้ข้อสรุป 

ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ จะได้โควตารัฐมนตรี1ตำแหน่ง คือนางตรีนุช เทียนทอง หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ส่วนพรรคเล็ก1-2เสียง จะไม่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะพรรคภูมิใจไทย ไม่ต้องการรวมเสียงหรือตั้งมุ้ง ขณะที่ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะเป็นการเคาะในตำแหน่งสุดท้าย ซึ่งจะรอดูสถานการณ์ในโค้งสุดท้าย

ขณะที่โผครม. ”อนุทิน 2 “ จะเสร็จสมบูรณ์ในทันทีที่มีการโหวตนายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี เรียบร้อยแล้ว และการจัดครม.ครั้งนี้ให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ของพรรค ที่ต้องการวางคนให้เหมาะกับงาน ที่ต้องจัดแต่ละกระทรวงทำงานสอดคล้องเป็นเนื้อเดียวกันขึ้นตรงกับนายกฯ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำอย่างรัฐบาลต่างๆ ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้แน่นอนแล้วว่า รัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทย เป็นแกนนำจะมี 292 เสียง ประกอบด้วยพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาชาติ และพรรคเล็ก โดยไม่มีพรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคไทรวมพลัง 

อดีตบิ๊กข่าวกรอง ข้องใจ ‘ด้อม’ ไม่ออกมาตำหนิลุงแซม บอกอายแทน​สิทธิมนุษยชนจอมปลอม

อดีตบิ๊กข่าวกรอง ข้องใจ 'ด้อม' ไม่ออกมาตำหนิลุงแซม บอกอายแทน​สิทธิมนุษยชนจอมปลอม

อดีตบิ๊กข่าวกรอง ข้องใจ ‘ด้อม’ ไม่ออกมาตำหนิลุงแซม บอกอายแทน​สิทธิมนุษยชนจอมปลอม

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.09 น.

อดีตบิ๊กข่าวกรอง ข้องใจ ‘ด้อม’ เงียบกริบ ไม่ออกมาตำหนิลุงแซม บอกอายแทน​สิทธิมนุษยชนจอมปลอม

เมื่อวันที่ 8 มี.ค.2569 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ถามจริงๆ ไทยจะเดินตามตูดประชาธิปไตยแบบแซม เสรีภาพในการถล่มใครก็ได้​ ด้วยข้ออ้างที่ไม่ต้องมีหลักฐาน​ อุ้มใครก็ได้ ด้อมทั้งหลายจะเอาอย่างนั้นใช่ไหม นี่คือหนทางที่ดีงามที่ด้อมจะเดินตามตูด

“ไม่เห็นด้อมออกมาตำหนิลุงแซมเลย ไม่ได้ชวนใครออกมาต่อต้านใครนะ เพียงอายแทน​สิทธิมนุษยชนจอมปลอม”

ก.แรงงาน ออกระเบียบใหม่ วางแนวยึด-อายัด-ขายทรัพย์นายจ้าง ค้างเงินกองทุนลูกจ้าง

ก.แรงงาน ออกระเบียบใหม่ วางแนวยึด-อายัด-ขายทรัพย์นายจ้าง ค้างเงินกองทุนลูกจ้าง

ก.แรงงาน ออกระเบียบใหม่ วางแนวยึด-อายัด-ขายทรัพย์นายจ้าง ค้างเงินกองทุนลูกจ้าง

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.15 น.

ก.แรงงาน ออกระเบียบใหม่ วางแนวยึด-อายัด-ขายทอดตลาดทรัพย์สินนายจ้างค้างจ่ายเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ให้ชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกัน เป็นกลไกสำคัญในการช่วยคุ้มครองสิทธิลูกจ้าง

8 มีนาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงาน ได้ออกระเบียบกระทรวงแรงงาน ว่าด้วยการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 พ.ศ.2569 เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์และขั้นตอนการดำเนินการให้มีความชัดเจน มีประสิทธิภาพ และเป็นมาตรฐานเดียวกันมากขึ้น

ระเบียบดังกล่าวได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 และกำหนดให้มีผลใช้บังคับ เมื่อพ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันประกาศ

ระเบียบฉบับใหม่นี้ มีเป้าหมายเพื่อใช้เป็นแนวทางในการติดตามเงินจากผู้ที่มีหน้าที่ต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง แต่ไม่นำส่ง นำส่งไม่ครบ หรือค้างชำระ รวมถึงกรณีที่กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างได้จ่ายเงินช่วยเหลือลูกจ้างไปก่อน แล้วต้องใช้สิทธิไล่เบี้ยคืนจากนายจ้างหรือผู้มีหน้าที่ชดใช้เงิน

รองโฆษกฯ กล่าวว่า สาระสำคัญของระเบียบฉบับนี้ คือการกำหนดขั้นตอนการบังคับใช้กฎหมายให้ชัดเจนขึ้น ตั้งแต่การส่งคำเตือน การตรวจสอบทรัพย์สิน การออกคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์ การขายทอดตลาด และการนำเงินที่ได้มาชำระหนี้ให้แก่กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง โดยให้สอดคล้องกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

ในส่วนของการตรวจสอบทรัพย์สิน ระเบียบใหม่นี้เปิดทางให้พนักงานตรวจแรงงานสามารถขอข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สถาบันการเงิน กรมที่ดิน กรมการขนส่งทางบก กรมทรัพย์สินทางปัญญา และหน่วยงานของรัฐอื่นที่มีข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สิน เพื่อใช้ประกอบการติดตามและบังคับชำระหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังวางหลักเกณฑ์เกี่ยวกับทรัพย์สินที่สามารถถูกยึดหรืออายัดได้อย่างชัดเจน ทั้งสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ สิทธิเรียกร้อง หุ้น หลักทรัพย์ สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิการเช่า หรือสิทธิอื่นที่มีมูลค่า รวมถึงกำหนดวิธีดำเนินการในกรณีทรัพย์สินอยู่ต่างพื้นที่ ทรัพย์สินมีเจ้าของร่วม หรือมีผู้คัดค้านการยึดและอายัดไว้ด้วย

รองโฆษกฯ ระบุเพิ่มเติมว่า ระเบียบฉบับนี้ยังให้ความสำคัญกับความเป็นธรรม โดยเปิดช่องให้ผู้มีส่วนได้เสียหรือบุคคลภายนอกที่อ้างสิทธิในทรัพย์สิน สามารถยื่นคำร้องคัดค้านได้ตามขั้นตอน และหากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ควรยึดหรืออายัดทรัพย์ดังกล่าว ก็สามารถมีคำสั่งถอนการยึดหรืออายัดได้

สำหรับการขายทอดตลาดทรัพย์สิน ได้กำหนดแนวทางไว้อย่างเป็นระบบ ทั้งเรื่องการประกาศขาย ระยะเวลา สถานที่ เงื่อนไขการวางเงินมัดจำ การชำระเงิน และการโอนกรรมสิทธิ์ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคุ้มครองประโยชน์ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

“ระเบียบฉบับใหม่นี้จะช่วยให้การบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน โดยเฉพาะในส่วนของกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง มีความชัดเจน รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นอีกกลไกสำคัญในการคุ้มครองสิทธิของลูกจ้างและสร้างหลักประกันให้ลูกจ้างได้รับความช่วยเหลือตามกฎหมายอย่างเป็นธรรม” นางสาวลลิดา กล่าว

ชยิกา ย้ำ เพื่อไทย พร้อมสานต่อนโยบายสตรีจาก ยิ่งลักษณ์-แพทองธาร

ชยิกา ย้ำ เพื่อไทย พร้อมสานต่อนโยบายสตรีจาก ยิ่งลักษณ์-แพทองธาร

ชยิกา ย้ำ เพื่อไทย พร้อมสานต่อนโยบายสตรีจาก ยิ่งลักษณ์-แพทองธาร

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.06 น.

“ชยิกา”ย้ำ”เพื่อไทย” พร้อมสานต่อนโยบายสตรีจาก”ยิ่งลักษณ์-แพทองธาร” เพื่อผู้หญิง-ทุกเพศสภาพได้เติบโตมั่นคง-ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย

8 มีนาคม 2569 น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ อดีตที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความสำคัญของวันสตรีสากล และนโยบายสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้หญิงของพรรคเพื่อไทย (พท.) ว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ได้เห็นความก้าวหน้าของผู้หญิงในหลายด้าน ทั้งโอกาสทางการศึกษา รายได้ สิทธิ และการรวมตัวของเครือข่ายผู้หญิงที่เข้มแข็งมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและความขัดแย้งก็ทำให้ปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงและทุกเพศสภาพเปลี่ยนรูปแบบไปเช่นกัน แต่ประเทศไทยมีนโยบายสำคัญที่ช่วยสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้หญิงอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งนโยบายเหล่านี้เกิดขึ้นจากการทำงานอย่างมุ่งมั่นและต่อเนื่องของรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย ทั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ที่ริเริ่มโดยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของผู้หญิง ด้วยความเชื่อว่าหากผู้หญิงยังไม่สามารถยืนบนลำแข้งของตัวเองได้ ก็ยากที่จะต่อยอดไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตในด้านอื่นๆ

น.ส.ชยิกา กล่าวต่อว่า กองทุนนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างโอกาส สร้างรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้ผู้หญิงทั่วประเทศด้วยงบกองทุนหมุนเวียน จังหวัดละ 100 ล้าน 77 จังหวัด จนมีเครือข่ายกองทุนสตรีฯ มากกว่า 14 ล้านคน ซึ่งนโยบายดังกล่าวยังได้รับการสานต่อโดยรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ด้วยงบประมาณกองทุนหมุนเวียน 1,500 ล้านบาท พร้อมต่อยอดไปสู่การสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้ผู้หญิงรุ่นใหม่ เช่นโครงการ Empower Young Women ที่เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาหญิงได้เรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการ ได้คิดโมเดลธุรกิจ ลงมือทำ และได้เห็นศักยภาพของตัวเองในฐานะพลังสำคัญของเศรษฐกิจและสังคมไทย จึงขอขอบคุณกรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ที่ยังดำเนินนโยบายดีๆ ต่อเนื่องเพื่อผู้หญิง

น.ส.ชยิกา กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังได้ริเริ่มแนวคิด One Stop Crisis Center หรือ OSCC ที่บูรณาการความช่วยเหลือผู้ถูกกระทำความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และผู้สูงอายุ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การคุ้มครองผู้หญิงต้องไม่ใช่เพียงหลักการที่พูด แต่ต้องเป็นระบบที่เข้าถึงได้จริง ทันท่วงที และเท่าทันกับความรุนแรงในรูปแบบใหม่ๆ นี่เป็นเพียง 2 นโยบายตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมเพื่อผู้หญิง และเชื่อว่า ภารกิจเพื่อผู้หญิงและทุกเพศสภาพยังไม่จบ เพราะยังมีปัญหาความเหลื่อมล้ำอีกหลายด้านที่ต้องช่วยกันแก้ไข ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย และระบบคุ้มครองที่ต้องทำงานได้จริง

น.ส.ชยิกา กล่าวอีกว่า ในฐานะแม่คนหนึ่ง ตนอยากเห็นสังคมที่เปิดโอกาส มีความปลอดภัย และมีความเป็นธรรมมากกว่านี้สำหรับลูกสาวและคนรุ่นต่อไป และในฐานะคนทำงานการเมืองผู้หญิง ตนรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันนโยบายเพื่อผู้หญิงมาตลอด เพราะตนเชื่อเสมอว่าเมื่อผู้หญิงคนหนึ่งได้รับโอกาส โอกาสนั้นจะไม่หยุดอยู่แค่คนๆ เดียว แต่จะส่งต่อเป็นพลังใจ เป็นความเข้มแข็ง และเป็นความหวังไปถึงผู้หญิงอีกหลายคน ครอบครัวอีกหลายครอบครัว และสังคมโดยรวม ตนดีใจที่เห็นผู้นำและผู้บริหารพรรคเพื่อไทยพร้อมสานต่อภารกิจนี้อย่างเต็มกำลัง เพื่อให้ผู้หญิงและทุกเพศสภาพได้มีโอกาส เติบโตอย่างมั่นคง ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย และได้รับการเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียม