กางมุ้งรอ! กังฟู วสวรรธน์ ลั่นยินดีหากติดต่อร่วมรัฐบาล แม้เป็น สส.บัญชีรายชื่อ 1 เดียว ไทรวมพลัง

กางมุ้งรอ! กังฟู วสวรรธน์ ลั่นยินดีหากติดต่อร่วมรัฐบาล แม้เป็น สส.บัญชีรายชื่อ 1 เดียว ไทรวมพลัง

กางมุ้งรอ! กังฟู วสวรรธน์ ลั่นยินดีหากติดต่อร่วมรัฐบาล แม้เป็น สส.บัญชีรายชื่อ 1 เดียว ไทรวมพลัง

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.57 น.

กางมุ้งรอ! ‘กังฟู วสวรรธน์‘ ลั่นยินดีหากติดต่อมาร่วมรัฐบาล ชี้แม้เป็น สส.บัญชีรายชื่อ 1 เดียว ’ไทรวมพลัง‘ แต่เป็นผู้แทนเสียงคนชายแดน ย้ำไม่วิ่งเข้าหาตำแหน่ง-พร้อมเข้าร่วมรบ. หากได้รับติดต่อไม่เล่นตัวพร้อมจับมือไปด้วยกัน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 มี.ค. ที่รัฐสภา นายวสวรรธน์ พวงพรศรี สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทรวมพลัง กล่าวขอบคุณประชาชนที่ให้ความเมตตาและความไว้วางใจทั้งสส. แบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อของพรรคไทรวมพลัง โดยตนแม้จะเป็นหนึ่งเสียงจากบัญชีรายชื่อที่อยู่ในจังหวัดชายแดน เพื่อผู้แทนเสียงของคนชายแดน และขอบคุณคนที่ไม่ได้เลือก เราก็พร้อมที่จะทำงานให้กับคนในภาพรวมคนที่เลือกและคนที่ไม่เลือก เป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพรรคการเมืองที่จะช่วยประสานงานไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน เราไม่ต้องการความขัดแย้ง เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน เรายินดีที่จะทำแทน ซึ่งพรรคไทรวมพลังได้มีการวางรูปแบบการทำงานในสภาผู้แทนราษฎร จะมีการหารือในแต่ละสัปดาห์ ต้องวางแผนล่วงหน้าเพราะผู้แทนของพรรคไทรวมพลังเป็นสส. ที่มาจากต่างจังหวัดเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกัน ในการนำปัญหาของแต่ละพื้นที่มาสะท้อนให้กับสภาฯ ได้รับรับทราบเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป รวมถึงสานงานต่อเกี่ยวกับกฎหมายที่ยังค้างอยู่ในสภาชุดที่ผ่านมา ทั้งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อ้อยน้ำตาล และร่างพ.ร.บ.กฎหมายที่เกี่ยวกับหนี้สิน ซึ่งกฎหมายใดที่เป็นประโยชน์กับประชาชนก็จะสนับสนุน

นายวสวรรธน์ กล่าวย้ำถึงจุดยืนการร่วมรัฐบาลว่าเราจะไม่วิ่งเข้าไปขอตำแหน่งหรือขอร่วมรัฐบาลเพราะมารยาททางการเมือง คือต้องให้พรรคอันดับ 1 คือพรรคภูมิใจไทย เชิญมาเข้าร่วมรัฐบาล ถ้าถามตนเองหรือประชาชนทั้งประเทศว่าประเทศไทยควรมีรัฐบาลที่เข้มแข็งหรือไม่ คำตอบคือพรรคไทรวมพลัง ที่มาจากประชาชนชายแดน ที่เขาผ่านสงครามมา ผ่านความยากลำบาก เสียงของเราแม้จะเป็นเสียงเล็กๆ แต่หากไปช่วยเติมพลังให้กับรัฐบาลให้เดินหน้าแก้ไขปัญหาได้ ตนเชื่อว่าประโยชน์ก็จะตกกับประชาชน ขอให้ติดต่อมาอย่างเป็นทางการ ยินดีอยู่แล้ว เราไม่มีเงื่อนไขและพร้อมที่สนับสนุนในหลักการ เสียงข้างมากในสภาฯ 6 เสียงของเราจะเติมพลังให้รัฐบาล เรายินดี เพื่อต้องการทำให้เสียงของประชาชนชายแดน ดังขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแก้มาตรการเกี่ยวกับสงคราม และการดูแลพี่น้องประชาชนชายแดน เราไม่ได้ต่อรองผลประโยชน์ ย้ำว่าต้องให้เกียรติพรรคอันดับหนึ่ง ในการเข้าร่วมรัฐบาลถ้าติดต่อเรามา เราไม่เล่นตัวแน่นอน

นายวสวรรธน์ กล่าวว่า นโยบายของพรรคไทรวมพลังและของพรรคภูมิใจไทยตรงกันหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนถ้าเราให้ความช่วยเหลือ เขาได้เราก็พร้อมที่จะเดินหน้าจับมือไปด้วยกัน

เมื่อถามถึงปัญหาเรื่องชายแดน นายวสวรรธน์ กล่าวว่า ช่วงนี้แม้ไม่มีปัญหาอะไรที่น่าเป็นกังวล แต่ก็นิ่งนอนใจไม่ได้ เพราะการเจรจาแบบทวิภาคี ก็เจรจาไป แต่หากทางกัมพูชาไม่ได้ทำแบบนั้น มีการยั่วยุ เติมกำลัง เสริมยุทธวิธี ยุทโธปกรณ์มากขึ้น นั่นหมายความว่าเขาไม่ได้หยุด และการเสริมความมั่นคงของเขา ขณะเดียวกันทหารไทยก็ต้องเสริมความแข็งแรง ความแน่นหนาให้กับทางกองทัพเช่นกัน ซึ่งเรามั่นใจและเชื่อมั่นในกองทัพที่จะแก้ปัญหาชายแดนให้ได้ แต่ระยะเวลากว่าหนึ่งปี ชาวบ้านก็ยังลำบากและอยากให้ปัญหาจบโดยเร็ว 

“การแก้ไขปัญหาชายแดนไม่ได้ทำได้แค่วันหรือสองวัน หรือเดือนสองเดือนแล้วจบ แต่ต้องใช้ความยั่งยืนเข้ามาแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงบประมาณเรื่องของครอบครัวทหาร ซึ่งทหารหลายนายยังไม่ได้รับเงินเยียวยาจากที่รัฐบาลเคยบอกไว้ จึงอยากหนุนให้ตั้งรัฐบาลได้โดยเร็วเพื่อจะได้เข้ามาแก้ปัญหาได้ ทั้งปัญหาชายแดนและเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับสงครามตะวันออกกลางด้วย ซึ่งเรื่องนี้จะต้องเป็นวาระที่สส. ทั้ง 500 ควรช่วยกันขับเคลื่อน และแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม“นายวสวรรธน์ กล่าว

ชัยวุฒิ ฟาดทุนจีนกินรวบมะพร้าว จี้รัฐกวาดล้างนอมินี

ชัยวุฒิ ฟาดทุนจีนกินรวบมะพร้าว จี้รัฐกวาดล้างนอมินี

ชัยวุฒิ ฟาดทุนจีนกินรวบมะพร้าว จี้รัฐกวาดล้างนอมินี

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.39 น.

เมื่อวันที่ 7 มี.ค. นาย ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ พร้อมด้วยทีมพรรครักชาติ ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่สวนป๋าชัยมะพร้าวซิ่ง ตำบลท่าตลาด อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เนื่องจากขณะนี้ราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ อย่างมาก ล่าสุดเหลือเพียงลูกละ 2-3 บาท ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต ส่งผลให้เกษตรกรต้องแบกรับภาวะขาดทุนว่าที่ลงมาพื้นที่ครั้งนี้เพื่อมาสำรวจราคามะพร้าวน้ำหอม พร้อมรับฟังปัญหาจากเกษตรกรชาวสวนโดยตรง เพื่อสะท้อนปัญหาถึงรัฐบาลในการหาแนวทางแก้ไข ช่วยเหลือเรื่องราคาขายส่งออก รวมถึงปัญหากลุ่มทุ่นต่างชาติที่แอบแฝงทำธุรกิจ กดราคารับซื้อหน้าสวน

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ตอนนี้เกษตรกรกำลังเดือดร้อนแสนสาหัส เพราะ “ล้ง” และโรงงานส่งออก ซึ่งแท้จริงคือ “กลุ่มทุนต่างชาติ” โดยเฉพาะ “ทุนจีน” ที่เข้ามาสวมรอยกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ กดราคารับซื้อถึงหน้าสวนอย่างไร้ความปรานี เป็นการเอารัดเอาเปรียบพี่น้องเกษตรกรไทยบนแผ่นดินเกิดของตัวเองอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย

ชัยวุฒิ

“จากที่ได้มาติดตามปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ พบว่าวันนี้เกษตรกรเดือดร้อนมาก เพราะราคาซื้อที่สวน โดนกดราคาจากล้ง จากโรงงานส่งออก ที่เรียกว่าเป็นกลุ่มทุนต่างชาติ ทุนจีนเนี่ยแหละครับ มาเอารัดเอาเปรียบพี่น้องเกษตรกร จึงอยากตั้งคำถามถึงรัฐบาลว่า ปล่อยให้ทุนต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจรับซื้อสินค้าเกษตรแบบนี้ได้อย่างไร รัฐบาลต้องเข้าไปดูว่าการที่มีทุนต่างชาติ ทุนจีน มาทำธุรกิจล้ง ธุรกิจรับซื้อสินค้าเกษตรแบบนี้ ทำได้อย่างไร ผิดกฎหมายหรือไม่ เป็นนอมินีหรือเปล่า รัฐบาลต้องไปกำกับดูแล ไม่ให้ทุนจีน ทุนต่างชาติเหล่านี้มาเอาเปรียบพี่น้องเกษตรกร มาเอาเปรียบคนไทยไม่ได้ ต้องเข้าไปดู” หัวหน้าพรรครักชาติ กล่าว

นายชัยวุฒิ กล่าวด้วยว่า ความน่ากลัวไม่ได้หยุดอยู่แค่สวนมะพร้าว แต่ภัยคุกคามที่กำลังขยายวงกว้าง ไม่ใช่แค่สินค้าเกษตรตัวอื่น ๆ ที่กำลังตกเป็นเหยื่อ แต่ยังลุกลามไปถึง “ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ” ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ที่ถูกกลุ่มทุนข้ามชาติเหล่านี้ใช้ “นอมินี” เข้ามาฮุบกิจการ เอารัดเอาเปรียบคนไทยอย่างต่อเนื่อง ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องเลิกเกียร์ว่าง จัดการกับขบวนการนอมินีผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด ก่อนที่เศรษฐกิจฐานรากของไทยจะถูกทุนต่างชาติกลืนกินจนไม่เหลือซาก

ชัยวุฒิ

ขณะที่เจ้าสวนป๋าชัยมะพร้าว เผยว่า ราคามะพร้าวน้ำหอมปีที่ผ่านมาดีกว่าปีนี้เยอะมาก 2-3 เท่าตัว ซึ่งมองว่าต้นตอของปัญหามาจากทุนจีน ที่เข้ามามีบทบาททางการค้าภายในประเทศ โดยการรวบขั้นตอนการรับซื้อ ขายออก และส่งต่างประเทศ แบบเบ็ดเสร็จ อีกทั้งมีการกำหนดราคารับซื้อจากยี่ปั๊วะ ซึ่งเป็นคนจีนด้วยกันอีกด้วย ขณะที่แนวทางแก้ไข มองว่าผู้มีอำนาจ หรือทางรัฐบาลเท่านั้นที่จะแก้ไขได้ โดยเรียกผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งระบบ จากต้นน้ำถึงปลายน้ำ เข้ามาตกลงเรื่องราคาอย่างเป็นธรรม และค้นหาว่าเม็ดเงินหายไปในช่วงใดของระบบ

ชัยวุฒิ
ชัยวุฒิ
ชัยวุฒิ
ชัยวุฒิ
ชัยวุฒิ
ชัยวุฒิ
ชัยวุฒิ
ชัยวุฒิ
ชัยวุฒิ

ผมได้กลิ่นผิดปกติ! นิพิฏฐ์ ฟาดแรงกลไกรัฐ พร้อมทิ้งท้ายประโยคสุดพีค

ผมได้กลิ่นผิดปกติ! นิพิฏฐ์ ฟาดแรงกลไกรัฐ พร้อมทิ้งท้ายประโยคสุดพีค

ผมได้กลิ่นผิดปกติ! นิพิฏฐ์ ฟาดแรงกลไกรัฐ พร้อมทิ้งท้ายประโยคสุดพีค

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.20 น.

วันนี้ 7 มีนาคม 2569 นาย นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวแบบจัดหนัก จัดเต็ม เกี่ยวกับประเด็นเอกสิทธิ์และความคุ้มกันของ สส. ที่ทำเอาหลายคนต้องหยุดอ่าน พร้อมกับทิ้งท้ายแบบมีนัยสำคัญเรื่องกลไกอำนาจรัฐในปัจจุบัน โดยข้อความทั้งหมดว่า “เอกสิทธิ และ ความคุ้มกัน ของสส. สิทธิของสส. ที่ผมชอบมากที่สุด คือ ความคุ้มกันที่จะไม่ถูกจับกุม ,คุมขัง ในระหว่างสมัยประชุม ไม่ใช่สิทธิในการนั่งเครื่องบินฟรี หรือ ไปเที่ยวรอบโลก ใครจะรังเกียจว่า สส. มีสิทธินี้เหนือประชาชนก็ว่าไปเถอะ ผมใช้สิทธินี้บ่อย เพราะผมเป็นฝ่ายค้านมากกว่าเป็นรัฐบาล ผมวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลบ่อยจึงถูกฟ้องและถูกแจ้งความร้องทุกข์บ่อย เมื่อมีข่าวว่า สส.จะถูกจับกุม ประชาชนจึงต้องมองกลางๆ ว่า สส.จะถูกจับกุมเรื่องอะไร

หากเป็นเรื่องการเมือง ที่เกี่ยวกับการทำหน้าที่ของเขา ก็ควรให้ความคุ้มกันเขา แต่หากเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับการทำหน้าที่สส. สภาก็ไม่ควรคุ้มกัน เวลาเลือกสส. ประชาชนเอง ก็ต้องถามตัวเองเหมือนกัน ว่าใช้เกณฑ์อะไรในการเลือกสส. ประชาชนก็ต้องกลั่นกรองสส.ของตนเสียก่อนในเบื้องต้น ไม่ใช่เลือกไปแล้ว สส.ของตนไปถูกจับหรือถูกจำคุก บางทีมันก็บ่งบอกถึงคุณภาพของผู้เลือกเหมือนกันทำนองว่า ประชาชนเป็นเช่นไร สส.ก็เป็นเช่นนั้น แน่นอน ประชาชนตัดสินความต้องการได้ แต่ประชาชนก็ตัดสินความถูกต้องไม่ได้ ช่วงนี้ ผมเห็น ดีเอสไอ. ทำงานช้าลงมากในคดีฮั้วสว. ช่วงนี้ ผมเห็นดีเอสไอ.ทำงานเร็วมากในบางเรื่อง

นิพิฏฐ์

ผมได้กลิ่นผิดปกติในกลไกของรัฐ ข้าราชการเป็นบุคคลที่ไวต่อความไวแสงทางการเมืองมากที่สุดอยากบ่นเบาๆ ว่า กฎหมายต้องรับใช้ความยุติธรรม มิใช่รับใช้อำนาจรัฐอยากจะเขียนให้มากกว่านี้ แต่เมื่อไม่มีความคุ้มกันตามรัฐธรรมนูญแล้ว ก็กลัวว่าเขียนไป เขียนมา ตำรวจจะถือหมายจับมาเคาะประตูบ้าน ก็จบแค่นี้แหละ”

หลังจากโพสต์ของ นาย นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เผยแพร่ออกไป ชาวโซเชียลต่างแห่เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลาม เช่น

“คุณภาพประชาชนดูจากสส.”

“อ่านแล้วมีความรู้คะ”

“ดูเหมือนท่านเริ่มท้อ เป็นกำลังใจให้ค่ะ”

“ถ้าประเทศไทยมีคนในขบวนการยุติธรรมแบบคุณนิพิฏฐ์ ฯ ประเทศคงจะเจริญมากกว่าที่เป็นอยู่”

“เรื่องจริงทั้งนั้น รัฐอย่าใช้อำนาจเพื่อตนเองและพวกพ้อง”

นิพิฏฐ์
นิพิฏฐ์
นิพิฏฐ์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“ภาวะของโลกที่เกิดขึ้น แม้ว่ารัฐบาลรักษาการจะทำได้ แต่ในเรื่องของความเชื่อมั่น ให้ประชาชนได้เห็นทิศทางเศรษฐกิจ การบริหารพลังงาน ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสินค้าเกษตร ถ้าเรามีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม ก็จะสามารถคลี่คลายปัญหา และสร้างความเชื่อมั่นได้มากกว่า”

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

กต.เตือน118คนไทย อพยพพ้นเลบานอน

กต.เตือน118คนไทย อพยพพ้นเลบานอน

กต.เตือน118คนไทย อพยพพ้นเลบานอน

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กต.เตือน118คนไทย อพยพพ้นเลบานอน

กระทรวงการต่างประเทศ เตือนคนไทย 118 คน เร่งออกจากเลบานอน แนะเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงเผยยอดคนไทยในตะวันออกกลางหลายประเทศ ลงทะเบียนกลับไทยต่อเนื่อง ยันพร้อมดูแลทุกคนอย่างเต็มที่

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ฉุกเฉินในตะวันออกกลาง โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่เสี่ยงที่ประเทศอิหร่าน ว่าปัจจุบันมีคนไทยลงทะเบียนแสดงความจำนงขออพยพ 117 คน โดยรอบแรกวันที่ 7 มีนาคมนี้ เดินทางออก 18 คน และรอบที่สองวันที่ 10 มีนาคม เดินทางออก 49 คน เนื่องจากบางส่วนต้องดำเนินการเอกสาร Exit Visa

ทั้งนี้ ขอให้ผู้ประสงค์เดินทางกลับ รีบติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน เพื่อเร่งรัดเอกสาร นอกจากนี้เจ้าหน้าที่กรมการกงสุล ได้เดินทางไปยังตุรกี เพื่ออำนวยความสะดวกการอพยพทางบกจากอิหร่านไปต่อเครื่องกลับไทย

ส่วนประเทศเลบานอน มีคนไทยพำนักอยู่ 118 คน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด ได้ประกาศขอให้คนไทยออกจากประเทศเลบานอนโดยเร็ว ขณะที่ยังมีเที่ยวบินพาณิชย์ ให้บริการ พร้อมแนะนำให้หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงและลงทะเบียนข้อมูลติดต่อเพื่อรองรับเหตุฉุกเฉิน ขณะที่ประเทศบาห์เรน มีผู้แจ้งความประสงค์เดินทางกลับแล้ว 917 คน โดยเมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา ได้พาคนไทยกลุ่มแรก 9 คน ข้ามไปยังเมืองดัมมัม ในประเทศซาอุดีอาระเบีย เพื่อขึ้นเครื่องกลับไทย และจะทยอยเดินทางเพิ่มเติม

สำหรับประเทศคูเวต และประเทศกาตาร์ น่านฟ้ายังคงปิด สถานเอกอัครราชทูตติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด และประเมินเส้นทางอพยพเพิ่มเติม หากจำเป็น ขณะเดียวกัน ในส่วนของประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค สถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ ยังอำนวยความสะดวกแก่คนไทย ที่ประสงค์เดินทางกลับ และสำรวจเส้นทางรองรับเหตุฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง

นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน และโฆษกกระทรวงแรงงาน ระบุว่า ปัจจุบันมีแรงงานไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง 61,396 คน ได้จัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ (วอร์รูม) และชะลอการส่งแรงงานไปยังประเทศเสี่ยง ชั่วคราว พร้อมส่งเสริมการใช้แอปพลิเคชั่น Smart TOEA เพื่อสื่อสารและระบุตำแหน่งในกรณีฉุกเฉิน รวมทั้งมอบหมายสำนักงานแรงงานจังหวัดดูแลครอบครัวแรงงานอย่างใกล้ชิด

แวดวงนักปกครอง : 7 มีนาคม 2569

แวดวงนักปกครอง : 7 มีนาคม 2569

แวดวงนักปกครอง : 7 มีนาคม 2569

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

1 ใน 5 งานวันสำคัญของฝ่ายปกครอง “วันคณะกรรมการหมู่บ้าน” กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง เตรียมจัดงานส่วนกลางอย่างสมเกียรติ ในวันจันทร์ที่ 9 มีนาคมนี้ ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ โดยมีพิธีมอบถ้วยรางวัลพระราชทานของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี แก่หมู่บ้านชนะเลิศระดับภาค พร้อมโล่เกียรติคุณแก่หมู่บ้านและนายอำเภอผู้มีผลงานโดดเด่น ตามโครงการ “แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง” (หมู่บ้าน อยู่เย็น) ปีนี้แชมป์แต่ละภาคไม่ธรรมดารางวัลชนะเลิศ ภาคเหนือได้แก่ บ้านหาดสาแล อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ ภาคกลางบ้านช่องสะเดา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ภาคใต้ บ้านมอเก็ต อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บ้านทำนบ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ทุกแห่งล้วนพิสูจน์ให้เห็นว่า “กม.” ไม่ได้เป็นเพียงกลไกตามโครงสร้าง แต่คือหัวใจของการพัฒนาหมู่บ้านที่จับต้องได้จริง

เข้าสู่ฤดูร้อน ภารกิจรับมือภัยแล้งต้องเดินหน้าอย่างไม่รอช้า นายสรพงษ์ ชายแก้ว นายอำเภอเลิงนกทา จ. ยโสธร ลงพื้นที่ติดตามการก่อสร้างฝายลำเซบาย บ้านด่านใต้ ต.สามแยก อย่างใกล้ชิด การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงตรวจความคืบหน้าให้เป็นไปตามแผน แต่ยังเน้นย้ำคุณภาพงาน ความปลอดภัย และผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ บรรเทาทั้งปัญหาภัยแล้งและน้ำหลากในฤดูฝน เตรียมการล่วงหน้า เพื่อให้ประชาชนมีน้ำใช้ตลอดทั้งปีอย่างมั่นคง

นายคฤทธิ์ เพ็ชรสูงเนิน

นายอำเภอมัญจาคีรี จ.ขอนแก่น

ใช้รถกู้ชีพบังหน้า! ลอบขนบุหรี่หนีภาษีจากชายแดนสังขละบุรี ส่งนายทุนเมืองกาญจน์ หลังมีชาวบ้านร้อง!!!  นายสมบูรณ์ แผนสมบูรณ์ นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี พร้อมปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบ กระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย อ้างเป็นอาสากู้ภัยมูลนิธิแห่งหนึ่ง และใช้รถตู้ดัดแปลงเป็นรถกู้ชีพในการลำเลียงสินค้า พบของกลางเป็นบุหรี่ต่างประเทศกว่าหมื่นซอง จึงคุมตัวพร้อมของกลางดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมขยายผลถึงเครือข่ายนายทุนที่อยู่เบื้องหลัง แม้จะใช้วิธีอำพรางแนบเนียนเพียงใด แต่ฝ่ายปกครองยังคงเดินหน้าปราบปรามอย่างเข้มงวด

ขยับงานบริการให้ก้าวไกลอีกขั้น นายคฤทธิ์ เพ็ชรสูงเนิน นายอำเภอมัญจาคีรี จ.ขอนแก่น เดินหน้าปรับโฉมงานบริการภาครัฐให้ทันสมัย ถูกใจประชาชน อวดนวัตกรรมเจ๋ง “น้องมัญจา AI Chatbot” ผู้ช่วยอัจฉริยะตอบคำถามด้านงานทะเบียน บัตรประจำตัวประชาชน และงานอนุญาตต่าง ๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง นำเทคโนโลยีมาช่วยลดขั้นตอน เพิ่มความสะดวก และเข้าถึงประชาชนได้ทุกที่ทุกเวลา ให้บริการด้วยหลัก “สะดวก รวดเร็ว เข้าถึงง่าย” ตามแนวคิด “อำเภอพึ่งได้” ปรับพื้นที่บริการในที่ว่าการอำเภอให้ทันสมัย เป็นมิตร เข้าถึงง่าย ควบคู่กับการปลูกฝังจิตบริการ (Service Mind) ให้ผู้ปฏิบัติงาน สุภาพ โปร่งใส และใส่ใจในทุกขั้นตอน สมกับรางวัลมาตรฐานศูนย์ราชการสะดวก (GECC) ระดับก้าวหน้า “โล่ห์เงิน” ประจำปี 2568 ที่ได้มาครอง     

นายสมบูรณ์ แผนสมบูรณ์

นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี

ก่อนจากลาหน้าร้อนปีนี้ ขอเป็นจุดเริ่มต้น และเชิญชวนทุกคนร่วมกันคนละไม้คนละมือ “ประหยัดไฟฟ้า ลดค่าใช้จ่าย” ชวนทุกคนปรับแอร์ให้เหมาะสม ปิดไฟเมื่อไม่ใช้ ถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น และเลือกใช้หลอดประหยัดพลังงาน ประหยัดวันนี้ เพื่อค่าใช้จ่ายที่เบาลง และพลังงานที่มั่นคงของประเทศในวันข้างหน้า

นาย..อำเภอน่อย

ด่าแรงสุดเลว ‘ผู้กอง’ดักคอคนทิ้งกธ. ปชป.อุบไต๋ร่วมรัฐบาล

ด่าแรงสุดเลว ‘ผู้กอง’ดักคอคนทิ้งกธ. ปชป.อุบไต๋ร่วมรัฐบาล

ด่าแรงสุดเลว ‘ผู้กอง’ดักคอคนทิ้งกธ. ปชป.อุบไต๋ร่วมรัฐบาล

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ด่าแรงสุดเลว ‘ผู้กอง’ดักคอคนทิ้งกธ. ปชป.อุบไต๋ร่วมรัฐบาล

“อภิสิทธิ์” ไม่ชัดร่วมรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน ยึดมารยาทการเมือง ยันต้องทำตามเงื่อนไขที่เคยบอก เดินหน้าลุยเตรียมงานนิติบัญญัติ ด้าน‘ธรรมนัส’ยํ้าไม่ขอใครร่วมรัฐบาล รับ’ภท.’ยังไม่ติดต่อมา ไม่เสียดายก.เกษตรฯ ประกาศลั่นเป็นนักจับงู ไม่หวั่นงูเห่าเลื้อยหนี ใครกล้าเผ่นหนี เป็นนักการเมืองเลวที่สุด ขณะที่’ยศชนันท์-จุลพันธ์’ยังไม่สรุปโควตารมต.-รอง ปธ.สภาฯคนที่1

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา มีการรายงานตัวของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) ชุดที่ 27 เป็นวันที่ 9 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) นำคณะสส.บัญชีรายชื่อ นายกรณ์ จาติกวนิช นางการดี เลียวไพโรจน์ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ นายสกลธีภัททิยกุล นายสาธิต วงศ์หนองเตย และนายจุรี นุ่มแก้ว นุ่มแก้ว สส.สงขลา เขต2 เป็นต้น จากนั้นนายอภิสิทธิ์ ได้นำคณะเดินชมสภาใหม่ซึ่งชั้น1 มีตลาดขายสินค้ารอบสระมรกต พร้อมเดินดูห้องต่างๆ

‘มาร์ค’ยันยังไม่มีเทียบเชิญร่วมรบ.

เวลา 10.15น.นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังนำสส.เข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและเดินชมสภาฯ รวมถึงสำรวจห้องทำงาน ว่า การเดินทัวร์สภาฯเพราะพาเด็กใหม่ รวมถึงตนที่ไม่เคยทำงานที่นี่ ไปดูสถานที่ทำงาน ซึ่งความรู้สึกที่ได้กลับมาสภาฯ หลังจากห่างหายไป ก็ต้องสารภาพตามตรง ปีที่แล้วไม่นึกว่าจะได้กลับมาบรรยากาศแบบนี้ แต่วันนี้ตั้งใจเต็มที่ เพราะเป็นงานที่ตนทำมาตลอดชีวิต เป็นงานที่ชอบที่สุด ในแง่มุมการเมือง ส่วนสัญญาณการเทียบเชิญเข้าร่วมรัฐบาล ยังไม่มีอะไร เราฟังจากนายกรัฐมนตรีว่า จะรอกระบวนการต่างๆ ให้เสร็จเรียบร้อย ทางพรรคประชาธิปัตย์ก็เดินหน้าเตรียมงานฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล หน้าที่สำคัญคือการผลักดันกฎหมายต่างๆ โดยเฉพาะกฎหมายสำคัญตามนโยบายของพรรคที่หาเสียงไว้ ก็เตรียมงานเต็มที่

“กระบวนการทั้งหลายอยากให้กระชับด้วยสถานการณ์ของโลก สถานการณ์ของบ้านเมือง อยากให้การจัดตั้งรัฐบาล แถลงนโยบาย และเข้าบริหารราชการแผ่นดินเกิดขึ้นได้โดยเร็ว เพราะขณะนี้มีเรื่องที่ประเทศต้องรับมือกับภาวะของโลกที่เกิดขึ้น แม้ว่ารัฐบาลรักษาการจะทำได้ แต่ในเรื่องของความเชื่อมั่น ให้ประชาชนได้เห็นทิศทางเศรษฐกิจ การบริหารพลังงาน ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสินค้าเกษตร ถ้าเรามีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม ก็จะสามารถคลี่คลายปัญหา และสร้างความเชื่อมั่นได้มากกว่า” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ถ้าไปร่วมต้องยอมรับเงื่อนไขได้

เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ประกาศเป็นฝ่ายค้านเต็มตัว เพราะความสัมพันธ์ที่ดีกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องมารยาททางการเมือง เราไม่ได้ถึงขั้นจะต้องปฏิเสธหรืออะไร เพียงแต่ว่าพรรคภูมิใจไทยทราบอยู่แล้วถึงจุดยืนของเรา ถ้าจะเข้าไปร่วม เรายึดถือสิ่งที่พูดกับประชาชนไว้ ว่ามีเงื่อนไขต่างๆอย่างไร เมื่อถามว่า กองเชียร์พรรคปชป.มีความเห็นแตกเป็น2ฝ่าย ทั้งอยากให้เป็นพรรคร่วมรัฐบาล กับฝ่ายค้าน แต่หากรอบนี้พรรคปชป.เป็นฝ่ายค้าน การเลือกตั้งรอบหน้าอาจจะได้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าสมาชิก ผู้สนับสนุน หรือไม่กองเชียร์ไม่หลากหลายก็ไม่ใช่ประชาธิปัตย์ ดังนั้นเป็นธรรมดา เราที่เป็น สส.รับฟังเหตุผลของทุกฝ่าย เราก็เป็นพรรคที่มีกระบวนการชัดเจนที่สุด เมื่อมีกรณีที่ต้องพิจารณาก็ต้องเป็นมติของกรรมการบริหารพรรค

‘เสรีฯ’ซัดไร้มารยาทเอาชื่อไปร่วมรบ.

เวลา09.45น.ที่รัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เดินทางมารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและให้สัมภาษณ์ถึงกรณีผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคภูมิใจไทยได้เชิญเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ ว่า ไม่มี มีแต่เอาชื่อตนไปใส่ ไม่มีมารยาท เมื่อเขาได้มา190กว่าเสียงก็คิดว่า จะต้องจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศชาติให้ได้ เพื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ไปเอาพรรคเพื่อไทยมาอีก 70กว่าเสียง รวมเป็น 200กว่าเสียง เอาพรรคเล็กมาใส่ให้ดูว่าเยอะให้ได้ 300เสียง จัดตั้งรัฐบาลไปบีบพรรคนู้นพรรคนี้ ไม่ให้มีข้อต่อรอง

เล็งร้องศาลฎีกาขออภัยโทษให้’แม้ว’

เมื่อถามว่า จะไม่โหวตให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกฯ ใช่หรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า จะโหวตได้อย่างไร ต้องมีหลักคิด เพราะในหลวงรัชกาลที่ 9 บอกให้ยกย่องคนดีและควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ ดังนั้นจึงต้องเลือกคนดีที่สุด คนที่จะเป็นนายกฯได้ต้องมีสส.อย่างน้อย 25คน ซึ่งมีพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม ตนเองอยากให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นจะตาย แต่เสียงยังไม่ได้ วันนี้จึงต้องเอามาเรียงว่าใครดี ดีมาก ดีที่สุด อย่าไปเอา หากไม่มีคนดีเลยก็เอาเลวน้อยที่สุด วันนี้หลังรายงานตัวจะไปร้องต่อประธานศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีที่มีกลุ่มบุคคลขอพระราชทานอภัยโทษให้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยขอให้เชิญ นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี เข้าไปให้ข้อมูล

‘ยศชนันท์-จุลพันธ์’ นำสส.รายงานตัว

เวลา 12.32น.ที่อาคารรัฐสภา ศ.ดร.ยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ได้นำสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ ชุดที่ 27 เข้ารายงานตัวต่อสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดย ศ.ดร.ยศชนันท์ เปิดเผยว่า วันนี้ถือเป็นวันสำคัญและวันพิเศษ ซึ่งทางพรรคได้มีการเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้าแล้วสำหรับการรายงานตัวของ สส.บัญชีรายชื่อในวันนี้ โดยสมาชิกทุกคนได้เดินทางร่วมกันมาจากพรรค และมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการเริ่มต้นปฏิบัติหน้าที่

สำหรับประเด็นกระแสข่าวเรื่องตำแหน่งโควตารัฐมนตรีที่พรรคเพื่อไทยอาจได้รับสัดส่วน 8 ที่นั่งนั้น ศ.ดร.ยศชนันท์ ระบุว่าในขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมจากที่เป็นข่าว และจำเป็นต้องรอความชัดเจนจากพรรคแกนนำรวมถึงรอให้กระบวนการต่าง ๆ เสร็จสิ้นก่อน ซึ่งที่ผ่านมาพรรคได้มีการพูดคุยเตรียมความพร้อมกันมาตลอดว่าใครมีความเชี่ยวชาญในด้านใด แต่ในส่วนของตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี (ครม.) นั้น ต้องรอทางนายกรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง โดยยอมรับว่าบุคลากรของพรรคหลายคนมีความเหมาะสมกับตำแหน่งที่สื่อคาดการณ์ แต่ยังไม่สามารถให้ความชัดเจนที่แน่นอนได้ในวันนี้

ยังไม่สรุปโควตารมต.-รอง ปธ.สภา

ขณะที่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้กล่าวถึงกระแสข่าวรายชื่อรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคว่า ข้อมูลที่ปรากฏเป็นเพียงการคาดการณ์ของสื่อมวลชน เนื่องจากพรรคยังไม่ได้มีแถลงการณ์ใด ๆ และยังไม่มีการหารือกับพรรคแกนหลักเกี่ยวกับตำแหน่งรัฐมนตรี โดยขอให้รอให้เกิดความชัดเจนเสียก่อน เช่นเดียวกับตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ที่ยังไม่ได้มีการพูดคุยหรือหารือเป็นการภายในพรรค ซึ่งกระบวนการหลังจากนี้คณะกรรมการบริหารพรรคจะต้องประชุมเพื่อมีมติร่วมกัน ก่อนจะส่งรายชื่อไปยังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่าจะมีความเห็นชอบตรงกันหรือไม่ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป แม้การเสนอชื่อตำแหน่งดังกล่าวจะเป็นสิทธิ์สมาชิกทุกพรรคที่สามารถเสนอได้ แต่โดยมารยาทการเป็นพรรคพรรคร่วมรัฐบาลต้องมีการพูดคุยหารือกันก่อน หากพิจารณาตามสัดส่วนที่พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่ลำดับที่2 ก็ถือเป็นเรื่องชอบธรรมในการเข้าทำหน้าที่ในตำแหน่งรองประธานสภาฯแต่ขณะนี้พรรคยังไม่ได้ข้อสรุป

‘สุริยะ’เบรกข่าวชื่อโผล่นั่งรมว.เกษตรฯ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สส. แบบบัญชีรายชื่อและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์กรณีเว็บไซต์วิกิพีเดีย มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลโดยระบุว่ าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คนล่าสุด จากร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า นั้น ว่า ยังครับ ส่วนถ้าพรรคเพื่อไทยได้ทางกระทรวงเกษตรฯ ไปดูแล จะเป็นความท้าทายหรือไม่ นายสุริยะ ตอบทันทีว่า “อย่าไปถ้า ให้รอก่อน เพราะเมื่อสักครู่หัวหน้าพรรคก็ชี้แจงแล้ว”เมื่อถามย้ำว่า พรรคเพื่อไทยจะรับผิดชอบกระทรวงเกษตรฯ ใช่หรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า รอให้เกิดความชัดเจนก่อน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดชื่อของ นายสุริยะ ปรากฏบนเว็บไซต์วิกิพีเดียว่า ดำรงตำแหน่ง รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่วันที่ 3กุมภาพันธ์2568 แต่ล่าสุดบนเว็บไซต์วิกิพีเดียกลับมาเป็นชื่อร้อยเอกธรรมนัส เช่นเดิมก่อนนี้แล้ว

สส.กล้าธรรมขึ้นบัสรายงานตัวสภา

เวลา 09.30น.ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่พรรคกล้าธรรม (กธ.) ได้เตรียมรถบัสสีขาว 2คัน ให้สส. ของพรรคทั้ง 54คน เดินทางเข้ารายงานตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่27 ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยสส.ระบบเขตทยอยเดินทางมาที่ทำการพรรคอย่างคึกคัก ซึ่งสส.ทั้งหมดของพรรคได้ผูกเนค ไทสีเขียวและติดเข็มกลัดโลโก้พรรคกล้าธรรมที่หน้าอกเสื้อ จากนั้นเวลา 10.30น.นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะนายทะเบียนพรรคกล้าธรรม ได้นำ สส.พรรคกล้าธรรม ขึ้นรถบัสเพื่อออกเดินทางไปรายงานตัวที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมและนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้เดินทางไปรอที่สภาก่อนหน้าแล้ว ขณะที่ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา ได้เดินทางรายงานตัวต่อสภาก่อนหน้านี้

‘ธรรมนัส’ไม่กังวลเสียเก้าอี้เกษตรฯ

เวลา 11.00น.หลังรายงานตัวและรับบัตรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ปรึกษาและแคนดิเดตนายกฯพรรคกล้าธรรมให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ถึงกรณีการพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยในการจัดตั้งรัฐบาล ว่า เรายังยืนยันว่าไม่ได้พูดคุยกับใครซึ่งเป็นคำยืนยันเดิมที่ตนเองเคยให้สัมภาษณ์ตั้งแต่กลับมาจากพักผ่อนต่างประเทศ

เมื่อถามว่า ตอนนี้สามารถพูดได้หรือไม่ว่าพรรคกล้าทำ จะไปเป็นฝ่ายค้าน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ถ้าตนเองได้รับมอบหมายให้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐรัฐบาลตนเองจะมีความชัดเจนว่าพรรคไหนจะร่วมรัฐบาล ดังนั้นในตอนนี้เราไม่ใช่พรรคแกนนำที่จะจัดตั้งรัฐบาลเราก็ให้เกียรติพรรคแกนนำให้ถึงที่สุดนี่คือมารยาททางการเมือง สำหรับความรู้สึกที่พรรคกล้าธรรม ไม่มีชื่ออยู่ในโผพรรคในการจัดตั้งรัฐบาลของนายอนุทิน ณ เวลานี้ ร.อ.ธรรมนัส เผยว่า เราเล่นการเมืองและเป็นนักการเมืองมาปีที่เจ็ดแล้วตั้งแต่ปี 2562 และปี 2562 เราก็เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และก็มีช่วงชีวิตหนึ่งไปเป็นฝ่ายค้านกับพี่น้องที่ออกมาจากพรรคพลังประชารัฐ หากถามว่า รู้สึกอะไรหรือไม่ ก็ไม่รู้สึกอะไรเลยเราได้ทำหน้าที่ทุกหน้าที่ในฐานะที่เป็นผู้แทนของพี่น้องปวงชนชาวไทย เมื่อถามว่า เสียดายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ยิ้มพร้อมกล่าวว่า ทำไมต้องเสียดายเราอยู่ที่ไหนก็ทำงานได้หัวโขนที่เขาสวมพร้อมหลุดได้ทุกเมื่อแล้วก็พร้อมส่งต่อทุกคนทุกเมื่อเหมือนกัน ถ้าเราเป็นนักการเมืองแล้วไปเสียดายก็ต้องถือว่า เป็นนักการเมืองที่แย่มาก

สส.คนไหนเป็นงูเห่าถือว่าเลวที่สุด

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ถ้าพรรคกล้าธรรมไปเป็นฝ่ายค้านจะมี สส.ภายในพรรคเป็นงูเห่าที่โหวตให้ทางพรรคภูมิใจไทย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “เราเป็นนักจับงูนะ เราคงไม่ปล่อยงูเราไปไหน มีแต่งูเขียวหางไหม้ เอาไหม มีแต่พิษ”ในส่วนของกระแสข่าวว่าจะมีการซื้องูเห่า ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนเองได้ยินเรื่องนี้ก่อนพี่น้องสื่อมวลชนแล้วก็ข่าวนี้เป็นการสร้างข่าวให้เกิดความสับสนทางการเมืองดังนั้น สส.เขต ทั้ง 56 ที่นั่ง กว่าจะได้แต่ละคนมาเป็น สส.ตรงนี้ตนเองเหนื่อยมากพอสมควร ถ้าใครจะไปจากตนถือเป็นนักการเมืองที่เลวที่สุด เมื่อถามความรู้สึกของท่าที นายอนุทิน ชาญวีรกูล ทุกครั้งที่ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับพรรคกล้าธรรมก็จะมีท่าทีนิ่งเฉยจะไม่ตอบอะไรมาก นั้น ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า“ไม่รู้สึกอะไรเลยครับ รู้สึกเลย” จะสังเกตว่า ตนเองยิ้มได้ทุกเวทีทุกสถานที่ เพราะเราอยู่ตรงนี้มานานเราเป็นนักการเมืองมานาน การเป็นนักการเมืองเราต้องมีความเป็นตัวของตนเองสิ่งสำคัญคือเราต้องมีศักดิ์ศรี

สส.รับหนังสือรับรองกกต.ครบ499แล้ว

เวลา 15.30น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 399เขต จากจำนวน 400เขต ยังคงเหลือ เขต2 จ.สุพรรณบุรี ซึ่งอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) และการรับรองผลการเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อทั้ง 100คนไปแล้ว โดยเปิดให้รับหนังสือรับรองการเป็น สส.ถึงวันที่ 6 มี.ค.2569 เพื่อนำไปรายงานตัวต่อสภาผู้แทนราษฎร นั้น ปรากฏว่า มี สส.เดินทางมารับหนังสือรับรองด้วยตัวเองและบางส่วนส่งผู้แทนมารับหนังสือแทนจนครบทุกคนแล้ว จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เก็บของ เก็บโต๊ะเก้าอี้ ทั้งภายในห้องประชุมและบริเวณแถลงข่าวการจัดการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ โล่งอย่างรวดเร็ว

สส.รายงานตัวสภายอด373คน

ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่างรายงานว่า ภาพรวมการรายงานตัวของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) ชุดที่ 27 เป็นวันที่ 9 ตลอดทั้งวันมีสส. มารายงานตัวต่อเนื่อง ทั้งจากพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคกล้าธรรม พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชาติ ทำให้วันนี้มีสส. มารายงานตัว 90 คน รวมผู้มารายงานตัวแล้วทั้งสิ้น 373 สส. คงเหลือที่ยังไม่ได้รายงานตัว 126 คน จากทั้งหมดที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)รับรองแล้ว 499 คน

ทั้งนี้ในวันพรุ่งนี้(7 มี.ค.) มีรายงานว่านายวสวรรธน์ พวงพรศรี หรือกังฟู หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง จะเดินทางมารายงานตัวสส.ด้วย

อย่าทึกทักเอาเอง! โฆษก ภท. โต้ เสรีพิศุทธ์ ไม่เคยมีใครในพรรคเชิญ เสรีรวมไทย ร่วมรัฐบาล

อย่าทึกทักเอาเอง!  โฆษก ภท. โต้ เสรีพิศุทธ์ ไม่เคยมีใครในพรรคเชิญ เสรีรวมไทย ร่วมรัฐบาล

อย่าทึกทักเอาเอง! โฆษก ภท. โต้ เสรีพิศุทธ์ ไม่เคยมีใครในพรรคเชิญ เสรีรวมไทย ร่วมรัฐบาล

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 21.55 น.

วันที่ 6 มีนาคม น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุข้อความว่า จากที่ท่านให้สัมภาษณ์ ว่าเราได้รวมพรรคท่านมาสนับสนุนเข้าร่วมรัฐบาล และท่านได้พาดพิงพรรคภูมิใจไทยมาหลายครั้ง

ในฐานะ โฆษกพรรคภูมิใจไทย ดิฉันไม่เคยกล่าวถึง กล่าวอ้าง กล่าวอันใดถึงพรรคของท่าน แม้แต่ครั้งเดียว การแถลงข่าวเสียงสนับสนุนทุกครั้ง ดิฉันพูดชัดเจนให้เกียรติกับทุกพรรคที่มาแถลงข่าวด้วยกันเสมอ หากท่านมีโอกาสย้อนดูข่าว คงจะเห็นว่าเป็นการแถลงข่าวร่วมจากพรรคต่างๆ มิใช่พูดทึกทักเอาเองกับผู้สื่อข่าวว่าท่านใดร่วมสนับสนุนบ้าง

ขอให้ท่านนำข่าวที่ท่านอ้างถึง เรื่องการแอบอ้างมายืนยันอีกครั้ง เพราะทางพรรคภูมิใจไทย ได้ตรวจสอบแล้วว่า ไม่เคยมีใครในพรรคภูมิใจไทย เชิญพรรคเสรีรวมไทย มาร่วมรัฐบาล

คนไทยในอิหร่านขอกลับเพิ่มเป็น 125 คน บินรอบแรก 7 มี.ค.ไปตุรกีก่อน

คนไทยในอิหร่านขอกลับเพิ่มเป็น 125 คน บินรอบแรก 7 มี.ค.ไปตุรกีก่อน

คนไทยในอิหร่านขอกลับเพิ่มเป็น 125 คน บินรอบแรก 7 มี.ค.ไปตุรกีก่อน

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 20.43 น.

“พิพัฒน์”ถกศบก.นัดแรก รมว. พลังงานย้ำสถานการณ์พลังงานของไทยยังคงมีเสถียรภาพ รองโฆษกกต.เผยสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลางยังอ่อนไหว ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บ-เสียชีวิต เรียกร้องคนไทยพิจารณาออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด

เมื่อเวลา 17.00 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว. คมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) ครั้งแรกโดยที่ประชุมรับทราบรายงานสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมทั้งแผนการดำเนินงานและการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในด้านเศรษฐกิจ พลังงาน การค้า การท่องเที่ยว และความปลอดภัยของคนไทยในต่างประเทศ

ทั้งนี้ รมว. พลังงานเน้นย้ำว่า สถานการณ์พลังงานของไทยยังคงมีเสถียรภาพ โดยรัฐบาลได้กระจายแหล่งนำเข้าพลังงานจากประเทศอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีมาตรการบริหารจัดการปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเหมาะสม ขณะเดียวกัน ได้มีการระงับการส่งออกน้ำมันไปต่างประเทศเป็นการชั่วคราว รวมทั้งเตรียมรณรงค์มาตรการประหยัดพลังงาน โดยขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด และไม่ตื่นตระหนกต่อสถานการณ์

ต่อมาเวลา 18.05 น. นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางขณะนี้ยังอ่อนไหว โดยฝ่ายอิสราเอล สหรัฐ และอิหร่าน ยังโจมตีซึ่งกันและกัน โดยมีรายงานการโจมตีระลอกใหม่เข้ามาเรื่อย ๆ การปะทะได้ขยายไปประเทศข้างเคียงหลายประเทศ นอกเหนือจากเลบานอน ยังมีรายงานว่าสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจานถูกโจมตีทางอากาศ ทำให้พลเรือนบางส่วนได้รับบาดเจ็บและโครงสร้างพื้นฐานเสียหาย ต่อมา รัฐบาลอาเซอร์ไบจานได้ประกาศว่าพร้อมตอบโต้ ซึ่งทำให้สถานการณ์น่าเป็นห่วงมากยิ่งขึ้น

ในส่วนสถานการณ์การเปิด-ปิด น่านฟ้าในปัจจุบัน โดยประเทศที่ยังปิดน่านฟ้าอยู่ คือ UAE อิสราเอล ซีเรีย อิรัก อิหร่าน บาห์เรน คูเวต และกาตาร์ ในขณะที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย โอมาน และจอร์แดน ยังคงเปิดน่านฟ้าอยู่ โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบียและโอมาน ตอนนี้ได้กลายเป็นศูนย์กลางในการอพยพคนนอกภูมิภาคทางอากาศ 

ปัจจุบันยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่กระทรวงการต่างประเทศขอเรียกร้องให้คนไทยพิจารณาออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด และลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางการติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ

ส่วนความคืบหน้าให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ ประกอบด้วย อิหร่าน จากเดิม 117 คน เพิ่มเป็น 125 คน โดยจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ที่จะเดินทางทางบก รอบแรกในวันที่ 7 มี.ค. จะเดินทางออกมาก่อน 69 คน รอบที่ 2 ในวันที่ 10 มี.ค. จะเดินทางออกมา 56 คน กระทรวงการต่างประเทศขอเรียกร้องอีกครั้งให้คนไทยในอิหร่านที่ต้องการกลับเพิ่มเติมรีบติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กลุ่มเตหะรานโดยทันที เพื่อจะได้ประสานงานด้านเอกสารกับหน่วยงานต่าง ๆ ได้ทันท่วงที 

สำหรับผู้อพยพกลุ่มแรกที่เดินทางถึงเมืองวานของตุรกีในวันที่ 7 มี.ค. ก็จะมีคณะจากกรมการกงสุลและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี เตรียมพร้อมต้อนรับ จัดหาที่พักและอาหารไว้ระหว่างรอขึ้นเครื่องกลับไทยในช่วง 2-3 วันข้างหน้าด้วย และในส่วนของกรณีตุรกีตั้งแต่วันที่ 7 มี.ค. เป็นต้นไป สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา จะเปิดศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวที่เมืองวานของตุรกี เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนไทยที่จะอพยพออกจากอิหร่านและบินกลับประเทศไทยต่อไป อีกทั้งจะเป็นที่ทำการชั่วคราวของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะรานด้วย เพื่อให้การช่วยเหลือคนไทยที่เหลืออยู่

นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ได้ออกประกาศแนะนำคนไทยที่เที่ยวบินถูกยกเลิก เนื่องจากท่าอากาศยานอิสตันบูลต้องรองรับสายการบินอื่น ๆ เป็นจำนวนมาก ที่เลื่อนการบินหรือปิดน่านฟ้า ดังนี้ ประการที่หนึ่ง ขอให้ติดต่อสายการบินเพื่อขอรับการเยียวยาระหว่างรอเที่ยวบินใหม่ ประการที่สอง หากมีแนวโน้มที่จะได้รับเที่ยวบินใหม่ล่าช้าจนอาจพ้นกำหนดวีซ่า ขอให้พิจารณายกเลิกเที่ยวบินและซื้อบัตรโดยสารเครื่องบินใหม่ที่เลี่ยงเส้นทางการผ่านประเทศที่ปิดน่านฟ้า ทั้งนี้ คนไทยสามารถอยู่ในตุรกีโดยไม่ต้องใช้วีซ่าเป็นเวลา 30 วัน 

นายปาณิดล แถลงว่า ส่วนกรณีของประเทศซาอุดีอาระเบียเป็นอีกที่ที่น่านฟ้ายังเปิด โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด ได้ประสานงานใกล้ชิดกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศข้างเคียงที่น่านฟ้ายังปิดอยู่ ในการนำคนไทยเดินทางข้ามแดนเพื่อเดินทางกลับไทยหรือปลายทางอื่นโดยใช้เครื่องบิน

กรณีของยูเออี ซึ่งเรามีทั้งสถานเอกอัครราชทูตที่กรุงอาบูดาบี และสถานกงสุลใหญ่ที่เมืองดูไบ ก็ได้ประสานช่วยเหลือคนไทยที่ตกค้างอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุดทางสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบได้ประสานจัดหาเที่ยวบินพาคนไทยที่ตกค้างออกนอกประเทศแล้ว 125 คน และจะสนับสนุนคนไทยที่ยังเหลืออยู่ในการเดินทางออกต่อไป

นายปาณิดล กล่าวว่าตนขอให้เป็นข้อมูลด้วยว่า น่านฟ้ายูเออียังปิดอยู่ แต่สายการบินเอทิฮัด เอมิเรตส์ และแอร์อาราเบีย ได้เปิดเส้นทางบินบางส่วนเพื่อพาคนชาติต่าง ๆ ที่ตกค้างกลับประเทศแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

นอกจากนี้ หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองยูเออียังประกาศยกเว้นค่าปรับกรณีที่พำนักเกินกำหนดการตรวจลงตรา หรือที่เรียกว่าโอเวอร์สเตย์ สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดน่านฟ้ามาตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.ด้วย ในส่วนของประเทศอื่น ๆ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ได้อำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำแก่พี่น้องคนไทยที่ประสงค์กลับประเทศ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดกระบวนการทางเอกสารด้วย

กระทรวงพลังงาน​ ยืนยัน​ น้ำมันสำรองเพียงพอใช้ได้ถึง​ 95 วัน

กระทรวงพลังงาน​ ยืนยัน​ น้ำมันสำรองเพียงพอใช้ได้ถึง​ 95 วัน

กระทรวงพลังงาน​ ยืนยัน​ น้ำมันสำรองเพียงพอใช้ได้ถึง​ 95 วัน

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.43 น.

ก.พลังงาน​ ยัน​  น้ำมันสำรองเพียงพอใช้ได้ถึง​ 95  วัน​ หลังผู้ค้าหาแหล่งพลังงานใหม่จัดส่งแล้ว สั่ง​ กรมธุรกิจพลังงาน​ -​ สำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ​  ตรวจสถานีป้องกันการกักตุน​  ขอปชช.มั่นใจไฟฟ้าเพียงพอทั้งภาคครัวเรือน​ -​อุตสาหกรรม​ 

วันที่ 6 มีนาคม 2569 เวลา 18.05 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวีรพัฒน์​ เกียรติเฟื่องฟู​  รองปลัดและโฆษกกระทรวงพลังงาน​  แถลงภายหลังประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออก​ หรือ  ศบก. กล่าวว่า​  กระทรวงพลังงานพยายามดำเนินการอย่างเต็มที่​ ที่จะลดผลกระทบต่อประชาชนโดยเฉพาะเรื่องปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง​ และลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน โดยกระทรวงพลังงานไม่ได้นิ่งนอนใจ​ เร่งดำเนินการเชิงรุกเพื่อให้ประเทศไทยมีพลังงานใช้อย่างต่อเนื่องและทั่วถึง โดยการสร้างความมั่นคงและปริมาณน้ำมันสำรองวันนี้ ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอในการใช้งานได้ 95 วัน จากเดิม ที่เคยแถลงไว้ว่า 60 วัน เนื่องจากช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาผู้ค้าน้ำมันภายในประเทศ​ สามารถจัดหาน้ำมันเพิ่มเติม​ได้ และได้รับการยืนยันในการจัดส่งเรียบร้อยแล้ว และยังคงยืนยันในการจัดหาน้ำมันเพิ่มเติมจากแหล่งที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่องต่อไป

นายวีรพัฒน์​ กล่าวว่านอกจากนี้ได้มีการออกคำสั่งนายกรัฐมนตรี​ที่สั่งการให้ผู้ค้าน้ำมันทยอยเพิ่มสัดส่วนในการสำรองน้ำมันตามกฎหมายจาก  1%  เป็น 3% เพื่อเพิ่มความมั่นคงในระยะยาว  พร้อมทั้งมีการควบคุมการส่งออกน้ำมัน  ยกเว้น​ทางสปป.ลาวและเมียนมา  เนื่องจากเป็นประเทศที่มีการพึ่งพาพลังงานระหว่างกัน และเพื่อเป็นการรักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างกันต่อไป

นายวีรพัฒน์​ กล่าวต่อว่าส่วนการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนและการกักตุน ปัญหาการขาดแคลนในบางพื้นที่ เกิดจากความตื่นตระหนกของประชาชนทำให้ความต้องการใช้สูงกว่าปกติในช่วงระยะเวลาสั้นๆแต่กระทรวงพลังงานได้มีการสั่งการให้ทางกรมธุรกิจพลังงานและสำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมัน​ และป้องกันการกักตุนน้ำมัน​ รวมถึงสั่งการให้ผู้ค้าน้ำมันจัดส่งน้ำมันเข้าสู่พื้นที่ที่ขาดแคลนโดยเร็วที่สุด

นายวีรพัฒน์​ กล่าวว่าขณะที่มาตรการการลดภาระค่าครองชีพและราคาน้ำมัน​ กระทรวงพลังงานได้มีการตรึงราคาน้ำมันผ่านกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงโดยตรึงราคาดีเซล​ ระยะเวลา 15 วันโดยเริ่มตั้งแต่ 3 มีนาคม​ 2569​ ที่ผ่านมา  ซึ่งทางกระทรวงพลังงานได้มีการติดตามสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา หากสถานการณ์ ยืดเยื้อก็จะมีการพิจารณามาตรการชดเชยอีกครั้ง เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด

นอกจากนี้ยังมีการการเตรียมความพร้อม การปรับเปลี่ยนเชื้อเพลิง​ หากสถานการณ์ยืดเยื้อไปจนถึงเดือนพฤษภาคม กระทรวงพลังงาน​ ก็จะมีมาตรการในการใช้พลังงานทางเลือก เช่น​ การเตรียมน้ำมันดีเซลหรือ​ ไบโอดีเซล​ หรือ B100 ที่ผลิตภายในประเทศนำมาใช้เพื่อลดการนำเข้า​ หรือการเตรียมนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป​มาตรฐาน​ เช่น​ น้ำมันดีเซลยูโร​ 4  ซึ่งมีราคาถูกกว่า เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์วิกฤตและลดต้นทุนให้กับประชาชน

ส่วนความมั่นคงด้านการผลิตไฟฟ้านั้น กระทรวงพลังงานได้เร่งจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG​ เพิ่มเติมและเพิ่มกำลังผลิตก๊าซธรรมชาติ​จากอ่าวไทยเพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง​ และเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานอื่นๆ เช่น โรงไฟฟ้าชีวมวล จากถ่านหิน​ พลังงานน้ำที่จะ มีการนำเข้าน้ำจากต่างประเทศ​ เพื่อให้ มั่นใจว่า จะไม่มีเรื่องไฟฟ้าดับทั้งในครัวเรือนและในภาคอุตสาหกรรม 

นายวีรพัฒน์​ ยังย้ำว่า​ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพลังงานจะดำเนินทุกมาตรการ เพื่อให้ประเทศไทย มีพลังงานอย่างเพียงพอ มีการจัดการทุกกลไกอย่างสุดความสามารถ เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ครั้งนี้น้อยที่สุด