ตำรวจยกระดับการดูแลความปลอดภัยบุคคล-สถานทูต-สถานกงสุล-สนามบิน 24 ชม.

ตำรวจยกระดับการดูแลความปลอดภัยบุคคล-สถานทูต-สถานกงสุล-สนามบิน 24 ชม.

ตำรวจยกระดับการดูแลความปลอดภัยบุคคล-สถานทูต-สถานกงสุล-สนามบิน 24 ชม.

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.33 น.

“พล.ต.ท.ไตรรงค์” เผยพร้อมดูแลความปลอดภัยบุคคล-สถานทูต-สถานกงสุล -สนามบิน 24 ชม.  ‘ผบ.ตร.’ กำชับตรวจคนต่างด้าวที่ติดค้างหากต้องขยายเวลาอยู่ในประเทศ

วันที่ 6 มีนาคม 2569 เวลา 18.05 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวภายหลังประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ถึงการดูแลความปลอดภัยในประเทศไทย ว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งนายกรัฐมนตรีสั่งการเร่งช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง โดยให้ทุกหน่วยพร้อมปฏิบัติการ 24 ชั่วโมง ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติขานรับนโยบายโดยพล.ต.อ.กิตติ์รัตน์ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการด่วนไปยังหน่วยต่างๆเพื่อให้การป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดกฎหมายทางอาญา การรักษาความสงบเรียบร้อยความมั่นคงในราชอาณาจักร และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ สั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย บุคคล สถานที่สำคัญเอกอัครราชทูต สถานทูต สถานกงสุลและสถานที่ราชการ โดยประสานกับกระทรวงการต่างประเทศเหล่าทัพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์ และสืบสวนหาคนต่างด้าวที่อาจก่อเหตุ หรือกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งจะส่งผลเชื่อมโยงกับเหตุการณ์หรือผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศโดยเฉพาะประเทศเฝ้าระวัง และเพิ่มความเข้มลาดตระเวนตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตามช่องทางเข้าออกแนวชายแดน ช่องทางธรรมชาติ

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวอีกว่า รวมทั้งเตรียมมาตรการรองรับท่าอากาศยาน หากกรณีรับคนไทยเดินทางกลับ โดยประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งการให้ประสานข้อมูลกับการต่างประเทศ ประเทศสมาชิก องค์การตำรวจสากล และใช้กลไกช่องทางทูตตำรวจ เพื่อประสานข้อมูลอย่างใกล้ชิด พร้อมติดตามตรวจสอบเฝ้าระวังข้อมูลทางสื่อสังคมออนไลน์ทุกช่องทางอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันข่าวปลอม หรือการบิดเบือนข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความตื่นตระหนก หรือการกระทำเข้าข่ายผิดกฎหมายอาญา หรือ การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ตลอดจนบังคับใช้กฎหมาย และปิดกั้นข้อมูลที่ผิดกฎหมายที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงหรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และให้ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวอีกว่า สำหรับคนต่างด้าวได้รับผลกระทบในภูมิภาคตะวันออกกลาง เป็นเหตุให้ไม่สามารถเดินทางออกนอกราชอาณาจักรได้ ซึ่งได้กำชับให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาอนุญาตให้อยู่ต่อในราชอาณาจักร เพื่อป้องกันไม่ให้คนต่างด้าวใช้เป็นเหตุผลในการอยู่ต่อในราชอาณาจักรโดยไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง รวมทั้งป้องกันไม่ให้คนต่างด้าวแฝงตัวในประเทศเพื่อหาช่องทางในการกระทำผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติด้านความมั่นคงควบคุมภาพรวมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

พิพัฒน์ นั่งประธาน ศบก. นัดแรก กำหนดแนวทางรับมือผลกระทบต่อไทย ยันพลังงานไทยยังปึก

พิพัฒน์ นั่งประธาน ศบก. นัดแรก กำหนดแนวทางรับมือผลกระทบต่อไทย  ยันพลังงานไทยยังปึก

พิพัฒน์ นั่งประธาน ศบก. นัดแรก กำหนดแนวทางรับมือผลกระทบต่อไทย ยันพลังงานไทยยังปึก

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.26 น.

“พิพัฒน์” นั่งหัวโต๊ะประชุม ศบก. ในฐานะ ผอ.ศูนย์ฯ กำหนดแนวทางรับมือผลกระทบต่อไทย บูรณาการการทำงานทุกฝ่าย พร้อมสื่อสารสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน ย้ำสถานการณ์พลังงานของไทยยังคงมีเสถียรภาพ 

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 6 มี.ค.ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฯ เพื่อติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เป็นประธานการประชุม ครั้งที่ 1/2569 เพื่อพิจารณามาตรการรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประเทศไทยในมิติต่าง ๆ

นายพิพัฒน์ แจ้งต่อที่ประชุมว่า จากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประเทศไทย จึงมีคำสั่งจัดตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ “ศบก.” เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการติดตาม ประเมินสถานการณ์ และกำหนดแนวทางรับมืออย่างเป็นระบบ โดยบูรณาการการทำงานของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคเอกชน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีเอกภาพและทันต่อสถานการณ์

ที่ประชุมได้หารือแนวทางการดำเนินการด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์ โดยมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศแถลงภาพรวมสถานการณ์และความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมชี้แจงในประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจ อาทิ สถานการณ์ราคาพลังงาน การดูแลความปลอดภัยของคนไทยในต่างประเทศ ตลอดจนการดูแลความปลอดภัยของชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทย

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบรายงานสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางจากกระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้งแผนการดำเนินงานและการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในด้านเศรษฐกิจ พลังงาน การค้า การท่องเที่ยว และความปลอดภัยของคนไทยในต่างประเทศ

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเน้นย้ำว่า สถานการณ์พลังงานของไทยยังคงมีเสถียรภาพ โดยรัฐบาลได้กระจายแหล่งนำเข้าพลังงานจากประเทศอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีมาตรการบริหารจัดการปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเหมาะสม ขณะเดียวกัน ได้มีการระงับการส่งออกน้ำมันไปต่างประเทศเป็นการชั่วคราว รวมทั้งเตรียมรณรงค์มาตรการประหยัดพลังงาน โดยขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด และไม่ตื่นตระหนกต่อสถานการณ์

สีหศักดิ์ เผยสงครามตะวันออกกลางบานปลาย ไร้ท่าทีเจรจากัน เร่งอพยพคนไทยชุดแรก 7 มี.ค.

สีหศักดิ์ เผยสงครามตะวันออกกลางบานปลาย ไร้ท่าทีเจรจากัน เร่งอพยพคนไทยชุดแรก 7 มี.ค.

สีหศักดิ์ เผยสงครามตะวันออกกลางบานปลาย ไร้ท่าทีเจรจากัน เร่งอพยพคนไทยชุดแรก 7 มี.ค.

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.21 น.

“สีหศักดิ์” ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางใกล้ชิด หลังขยายไปประเทศอื่น พร้อมทยอยนำคนไทยกลับเที่ยวบินพาณิชย์เรื่อยๆ เผยนายกฯสั่งดูแหล่งพลังงานอื่นสำรอง ลักษณะรัฐบาลต่อรัฐบาล ชี้ ซื้อ LNG มาเลย์มีสัญญาซื้อขายไม่ต้องเข้าครม. ยัน น้ำมันเข้าช่องทางอื่นได้อีก ไม่ใช่แค่ฮอร์มุซ 

เมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 6 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางล่าสุดว่า การสู้รบยังคงมีอย่างต่อเนื่องบานปลายไปประเทศอื่นด้วย ตอนนี้อิหร่านมีการโจมตีไปที่ไซปรัส ตุรกี อาเซอร์ไบจาน และขณะเดียวกันอิสราเอลก็โจมตีอิหร่านในจุดต่างๆมากขึ้น รวมถึงเข้าไปโจมตีในเลบานอนด้วย ที่มีกลุ่มอิซบอลเลาะห์อยู่ ซึ่งเรายังคงติดตามสถานการณ์ และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะมีความพร้อมไปเจรจาอะไร เรายังคงยืนยันท่าทีเหมือนเดิมว่าอยากให้มีการเจรจา ส่วนคนไทยเราซึ่งอยู่ที่อิหร่านจะมีการเคลื่อนย้ายแล้ว แต่วันไหนยังไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ ซึ่งเรามีการประสานทุกฝ่ายทั้งอิหร่านและสหรัฐอเมริกาให้ดูแลความปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวถามว่าที่มีข่าวจะเคลื่อนย้ายคนไทยชุดแรกวันที่ 7 มีนาคมนี้ยังไม่ชัวร์ใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ก็ชัวร์แล้ว แต่ยังไม่อยากระบุวันที่ เราต้องพยายามดูแลความปลอดภัยให้เต็มที่ และเราต้องปรึกษากับฝ่ายอิหร่านให้เขาดูแล เพราะต้องเดินทางไกลพันกว่ากิโลเมตร และเราต้องบอกให้ทางสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลทราบด้วย อย่างน้อยในเรื่องมนุษยธรรม

เมื่อถามว่าจำนวนคนไทยในไซปรัสและอาเซอร์ไบจานได้มีการเช็คยอดหรือไม่ว่ามีอยู่เท่าไหร่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เรายังไม่ได้เช็ค แต่ที่ไซปรัสไม่น่าจะมากเท่าไหร่ เดี๋ยวจะได้ดูว่ามีคนไทยที่ไหนเท่าไหร่บ้าง เพราะมีตั้งแต่อาบูดาบี กาตาร์ ดูไบ 100 กว่าคน ซึ่งก็กลับมาแล้วโดยเที่ยวบินพาณิชย์ ส่วนที่บาห์เรนมีจำนวนหนึ่งไม่มากเท่าไหร่ โดยเดินทางมาที่ซาอุดิอาระเบียและใช้เครื่องบินพาณิชย์ภายในก่อน ซึ่งตนเข้าใจว่าน่าจะไปต่อเครื่องที่กรุงริยาด เพื่อเดินทางมาประเทศไทย เราก็ค่อยๆทยอยมาเรื่อยๆ ตอนนี้เรามียอดจำนวนคนไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับมาประเทศ แต่ส่วนใหญ่สามารถส่งให้เขากลับโดยสายการบินพาณิชย์ ซึ่งตอนนี้เริ่มมีบ้างแล้ว อย่างที่เอามาคือที่ดูไบ บาห์เรน

เมื่อถามถึงเรื่องแหล่งพลังงาน LNG ที่จะขอซื้อจากมาเลเซีย จะต้องเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ด้วยหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องเข้า ครม. เพราะมีคอนแทคอยู่แล้ว มีสัญญาซื้อขาย เข้าใจว่าน่าจะถึงเดือนพฤษภาคม ตอนนี้นายกรัฐมนตรีให้ดูแหล่งพลังงานอื่นๆด้วยที่จะเป็นลักษณะรัฐบาลต่อรัฐบาล เป็นการสำรองไว้เผื่อมีความจำเป็นขึ้นมา แต่เท่าที่ฟังจากรมว.พลังงาน ที่เรามีอยู่ สมมุติเราไม่มีเลยตอนนี้เราจะไปได้อีก 60 วัน ซึ่งอาจจะถึง 95 วันด้วยซ้ำถ้าไม่มีน้ำมันเข้ามาเลย แต่ก็ยังมีน้ำมันเข้ามาในบางที่ ที่ไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งยังมีเข้ามาเรื่อยๆ 

ศาลปกครอง เผยประชามติ แห่ฟ้อง กกต. 18 คดี ปมจัดเลือกตั้ง-ประชามติ

ศาลปกครอง เผยประชามติ แห่ฟ้อง กกต. 18 คดี ปมจัดเลือกตั้ง-ประชามติ

ศาลปกครอง เผยประชามติ แห่ฟ้อง กกต. 18 คดี ปมจัดเลือกตั้ง-ประชามติ

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.59 น.

ศาลปกครอง’เผยประชามติ แห่ฟ้องกกต. กรณีการจัดการเลือกตั้ง-ประชามติ 18 คดี  ได้พิจารณายกฟ้องไปแล้ว 1คดี ไม่รับฟ้อง 2คดี และขอถอนฟ้อง 1คดี

วันที่ 6 มีนาคม 2569 ที่อาคารศาลปกครองสูงสุด ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายประวิตร บุญเทียม รองประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานกรรมการประชา สัมพันธ์ศาลปกครอง  เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีเลือกตั้งและประชามติ ที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลปกครองว่า ตามกฎหมายเลือกตั้ง สส.พ.ศ.2561 ได้กำหนดอำนาจศาลที่เกี่ยวกับคดีเลือกตั้งไว้หลายศาล ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง และศาลยุติธรรม  สำหรับเขตความรับผิดชอบของศาลปกครองนั้น กฎหมายให้อำนาจพิจารณาเฉพาะในส่วนที่เป็นการดำเนินการให้มีการจัดการเลือกตั้ง และไม่ใช่การใช้อำนาจตามรัฐธรรม นูญ โดยให้ฟ้องต่อศาลปกครองสุงสุด  ส่วนการเพิกถอนการเลือกตั้ง หรือเพิกถอนคุณสมบัติทั้งหลาย พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส.2561 ให้เป็นอำนาจของศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง

นายประวิตร กล่าวว่า คดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ศาลปกครองรับเรื่องไว้พิจารณา ขณะนี้  มีทั้งหมด 18 คดี มีทั้งการฟ้องต่อศาลปกครองขั้นต้น และฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุด จำแนกเป็น 8 เรื่อง ได้แก่ คดีเกี่ยวกับบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง  คดีลงทะเบียนใช้สิทธิประชามตินอกเขตเลือกตั้ง 3วัน  คดีการใช้คำว่า “เห็นชอบ” ในทำประชามติ  คดีบัตรเขย่ง  คดียุบรวมหีบเลือกตั้งโดยมิชอบ  คดีการจัดการเลือกตั้งไม่สุจริต คดีฟ้องว่า ทำประชามติวันเดียวกับการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมาย  และคดีบัตรลงคะแนนประชามติ บังคับให้ประชาชนกาออกเสียง แค่”เห็นชอบ” กับ “ไม่เห็นชอบ” 


“ในจำนวนคดีทั้งหมด  ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษายกฟ้องไปแล้ว 1 คดี คือ คดีลงทะเบียนใช้สิทธิประชามตินอกเขตเลือกตั้ง 3 วัน และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด  ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับฟ้อง 1 คดี  ในคดีบัตรลงคะแนนประชามติ บังคับให้ประชาชนกาออกเสียง แค่”เห็นชอบ” กับ “ไม่เห็นชอบ”  โดยผู้ฟ้องคดีขอถอนฟ้องคดี 1คดี ในคดีที่ฟ้องว่า ทำประชามติวันเดียวกับการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมาย  และศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งไม่รับฟ้อง 1คดี  ในคดีการใช้คำว่า “เห็นชอบ” ในทำประชามติ” นายประวิตร ระบุ 

เคลื่อนไหวแล้ว ชนนพัฒฐ์ โผล่ โพสต์เฟซบุ๊ก ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ

เคลื่อนไหวแล้ว ชนนพัฒฐ์ โผล่ โพสต์เฟซบุ๊ก ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ

เคลื่อนไหวแล้ว ชนนพัฒฐ์ โผล่ โพสต์เฟซบุ๊ก ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.55 น.

หลังจากที่ นาย ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา เขต 4 พรรคกล้าธรรม ถูก DSI และ ป.ป.ง. บุกค้นบ้านเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ก่อนที่จะถูก DSI ออกหมายเรียกวันนี้ 6 มีนาคม 2569 ต้องหาคดีเกี่ยวกับเว็บพนัน เมื่อปี 2566 ให้มารายตัวเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาภายใน 7 วัน

ล่าสุดในวันเดียวกันเวลาประมาณ 17.40 น. นาย ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว เคลื่อนไหวบนโลกโซเชียลผ่านเฟซบุ๊กส่วนถึงสำนักข่าวแห่งหนึ่งว่าตนเองไม่เคยพูดประโยคนั้น โดยมีข้อความทั้งหมด ระบุว่า “ผมไม่เคยให้ข่าวประโยคนี้ครับ ผมเคารพในการปฎิบัติหน้าที่ของทุกฝ่าย ฝากถึงสำนักข่าว… ด้วยนะครับ ทุกๆอย่างให้เป็นไปตามกระบวนการครับ”

ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว
ชนนพัฒฐ์
ชนนพัฒฐ์
ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว
ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Chonnaput Naksua

สส.รายงานตัว 9 วัน 90 คน รวม 373 คน เหลือรายงานตัวอีก 126 คน

สส.รายงานตัว 9 วัน 90 คน รวม 373 คน  เหลือรายงานตัวอีก 126 คน

สส.รายงานตัว 9 วัน 90 คน รวม 373 คน เหลือรายงานตัวอีก 126 คน

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.36 น.

สส.รายงานตัว 9 วัน 90 คนรวม 373 คน  เหลือรายงานตัวอีก 126 คน

6 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่างรายงานว่า ภาพรวมการรายงานตัวของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) ชุดที่ 27 เป็นวันที่ 9 ตลอดทั้งวันมีสส. มารายงานตัวต่อเนื่อง ทั้งจากพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคกล้าธรรม พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชาติ ทำให้วันนี้มีสส. มารายงานตัว 90 คน รวมผู้มารายงานตัวแล้วทั้งสิ้น 373 สส. คงเหลือที่ยังไม่ได้รายงานตัว 126 คน จากทั้งหมดที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)รับรองแล้ว 499 คน 

อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้(7 มี.ค.) มีรายงานว่านายวสวรรธน์ พวงพรศรี หรือกังฟู  หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง จะเดินทางมารายงานตัวสส.ด้วย

ทวี เผยยังไม่ได้คุยภูมิใจไทย ชี้เป็นเอกสิทธิ์ สส. โหวตนายกฯ ปัดขัดแย้งส่วนตัว

ทวี เผยยังไม่ได้คุยภูมิใจไทย ชี้เป็นเอกสิทธิ์ สส. โหวตนายกฯ ปัดขัดแย้งส่วนตัว

ทวี เผยยังไม่ได้คุยภูมิใจไทย ชี้เป็นเอกสิทธิ์ สส. โหวตนายกฯ ปัดขัดแย้งส่วนตัว

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.07 น.

ส่วนตัวยังไม่เคยคุย! ‘ทวี‘ อ้าง ‘ภท.’ ประสานผ่าน ’เลขาฯพรรค‘ เป็นมติ ’พรรคประชาชาติ’ เข้าร่วมรัฐบาล ชี้เป็นเอกสิทธิ์ สส. โหวตเลือกนายกฯ แจงปม ’ฮั้ว สว. – เขากระโดง‘ อยู่ในกระบวนการ รับไม่ได้หากมีใครแทรกแซง

วันที่ 6 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ เดินทางเข้ามารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงกรณีไม่ได้เดินทางไปร่วมแถลงข่าวร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่20ก.พ.ที่ผ่านมาว่า มีการประสานงานผ่านเลขาธิการพรรคว่า ทางพรรคภูมิใจไทย ประสานเชิญเข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งในข้อบังคับพรรค จำเป็นต้องเข้ามติพรรค ซึ่งมติพรรคเห็นว่าเราเป็นพรรคขนาดเล็ก ในหลักการหากจะร่วมรัฐบาล เราเป็นผู้กำหนดไม่ได้ หากเชิญไปร่วมรัฐบาลเราไม่ขัดข้อง แต่ยังไม่ได้เป็นทางการ

เมื่อถามว่าส่วนตัวมีปัญหาอะไรหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาได้มีการตรวจสอบทั้งเรื่องคดีฮั้ว สว. และเรื่องที่ดินเขากระโดง พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นมติพรรคไปก่อน เราจะทำอะไรก็เป็นไปตามมติพรรค ซึ่งในมติพรรควันนั้น มีการนำมาพิจารณาในหลายประเด็น ในมติก็เห็นว่า การเข้าร่วมรัฐบาลไม่ได้ผิดหลักการอะไร

เมื่อถามย้ำว่า ส่วนตัวไม่มีปัญหาอะไรใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า การโหวตเป็นเอกสิทธิ์ในรัฐธรรมนูญตามมาตรา 124 เป็นเอกสิทธิ์ของ สส. 100%

เมื่อถามว่าโดยส่วนตัวจะเห็นแย้งใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ยังต้องพิจารณา แต่ยังไม่รู้ว่าเขาเชิญร่วมรัฐบาลหรือไม่ แต่กับส่วนตัวตนเอง ยังไม่เคยได้มีการพูดคุยกัน

เมื่อถามอีกว่าในฐานะหัวหน้าพรรค ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัญหาที่ผ่านมา ในเรื่องการดำเนินคดีรัฐบาลที่ผ่านมาด้วยหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เราไม่มีเรื่องส่วนตัว และเราจะดูบทบาทว่าจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ก็ดูว่าจะสามารถช่วยประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน ที่สำคัญต้องมีอุดมการณ์ และในรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฝ่ายค้านสำคัญกว่ารัฐบาล เพราะที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีหลายคน ถูกถอดถอนจากการใช้ สส. แค่ 1 ใน 10 ยื่นเรื่องจริยธรรมไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมากกว่าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย อย่างไรก็ตาม เราจะทำอย่างไร ที่จะดูแลประชาชนได้มากกว่า เพียงแต่พรรคได้รับเชิญให้ร่วมรัฐบาล แต่ยังไม่ได้มีการพูดคุยอะไร และตนเองยังไม่เคยเจอกับพรรคภูมิใจไทย

เมื่อถามว่าจุดยืนของพรรคประชาชาติ ขัดแย้งกับจุดยืนส่วนตัวใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เราหาเสียงก็บอกว่าเราจะไม่เห็นด้วยกับการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งทุกพรรคก็หาเสียงไว้อยู่แล้ว ส่วนเรื่องอะไรที่เป็นความขัดแย้งส่วนตัวนั้น เราไม่มี ในเรื่องการโหวต พรรคไปบังคับ สส. ไม่ได้ เพราะตามรัฐธรรมนูญให้เป็นเอกสิทธิ์โดยเด็ดขาดของ สส. จะต้องไม่ถูกครอบงำโดยใครคนใดคนหนึ่ง หากพูดไปจะเป็นการครอบงำ 

เมื่อถามว่าจะทำงานอย่างสนิทใจกันหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราก็เคยร่วมรัฐบาลกัน ก็สนิทกัน แต่เรื่องอะไรที่เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง หรืออยู่ในกระบวนการยุติธรรม เราก็ไม่ไปแทรกแซง และเรื่องคดีฮั้ว สว. กับเรื่องที่ดินเขากระโดง ก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ซึ่งหากมีใครเข้าไปแทรกแซง เราก็รับไม่ได้

มีผลทันที! อนุทิน เซ็นคำสั่งห้ามส่งออกน้ำมัน-ก๊าซ ยกเว้นไปลาว-เมียนมา

มีผลทันที! อนุทิน เซ็นคำสั่งห้ามส่งออกน้ำมัน-ก๊าซ ยกเว้นไปลาว-เมียนมา

มีผลทันที! อนุทิน เซ็นคำสั่งห้ามส่งออกน้ำมัน-ก๊าซ ยกเว้นไปลาว-เมียนมา

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.53 น.

วันที่ 6 มีนาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 2/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงนามโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่ง ณ วันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569 

โดยที่สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ทวีความตึงเครียดและนำไปสู่การตอบโต้อย่างรุนแรงโดยการโจมตีทางอากาศต่อพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญหลายแห่งในตะวันออกกลาง ตลอดจนการยกระดับการจำกัดเส้นทางเดินเรือขนส่งสินค้าในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่ออุปทานด้านน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศไทย อีกทั้งไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าสถานการณ์จะยุติเมื่อใด

เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 นายกรัฐมนตรีจึงออกคำสั่งไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป 

ข้อ 2 ให้ผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงระงับการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงดังต่อไปนี้เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

(1) น้ำมันสำเร็จรูป ได้แก่ 

(ก) น้ำมันเบนซิน

(ข) น้ำมันแก๊สโซฮอล์/น้ำมันเบนซินพื้นฐาน 

(ค) น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว

(ง) น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินชนิด เจท เอ 1

(2) ก๊าซปิโตรเลียมเหลว

ข้อ 3 คำสั่งนี้ไม่ให้ใช้บังคับแก่การส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ 2 ในกรณีดังต่อไปนี้

(1) การส่งออกไปสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา 

(2) น้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้ามาเพื่อส่งออกที่เก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนหรือเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

(3) น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีลักษณะและคุณภาพไม่เป็นไปตามประกาศกรมธุรกิจพลังงานว่าด้วยการกำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งไม่สามารถจำหน่ายในราชอาณาจักรได้

ข้อ 4 ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 สำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ 2 (1) ที่ผลิตในราชอาณาจักร ในอัตราร้อยละ 1.5 ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569 และในอัตราร้อยละ 3 ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569

การคำนวณปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง การขอความเห็นชอบสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง และเงื่อนไขที่ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องปฏิบัติ การมอบหมายให้บุคคลอื่นเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงแทน และการดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง

ข้อ 5 ในกรณีที่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 แสดงหลักฐานเป็นหนังสืออันฟังได้ว่ามีพฤติการณ์ที่ทำให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ไม่อาจสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามอัตราที่กำหนดในข้อ 4 ได้ หรือการสำรองนั้นจะทำให้ผู้ค้าน้ำมัน ต้องได้รับความเสียหายเกินสมควร ให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มีอำนาจออกคำสั่งผ่อนผันเป็นการชั่วคราวมิให้ผู้ค้าน้ำมันต้องสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงหรือให้ลดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องสำรองได้ตามระยะเวลาที่เห็นสมควร ในการนี้ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จะกำหนดเงื่อนไขในการผ่อนผันไว้ด้วยก็ได้.

ธนกร เผย กระทรวงอุตฯ จับมือภาคเอกชน รับมือสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ธนกร เผย กระทรวงอุตฯ จับมือภาคเอกชน รับมือสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ธนกร เผย กระทรวงอุตฯ จับมือภาคเอกชน รับมือสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.43 น.

“ธนกร” เผย กระทรวงอุตฯ จับมือภาคเอกชน รับมือสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง งัดมาตรการเร่งด่วน”ปรับปรุงกระบวนการผลิต-ลดต้นทุน-สนับสนุนแหล่งเงินทุน-สิทธิประโยชน์” ช่วยผู้ประกอบการ  ควบคู่กับแผนระยะกลางและยาว “เพิ่มประสิทธิภาพใช้พลังงาน-ลดพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า-เสริมความยืดหยุ่นภาคการผลิต” 

นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลและสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด หลังมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันทางเรือที่สำคัญ คิดเป็นประมาณร้อยละ 20 ของการบริโภคน้ำมันทั้งโลกต่อวัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบทั่วโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น และอาจแตะระดับ 150 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลหากสงครามยังคงยืดเยื้อต่อไป ขณะที่ราคาน้ำมันดิบปัจจุบันอยู่ที่ 79 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล (ข้อมูล ณ วันที่ 6 มี.ค.2569) ซึ่งส่งผลให้อุตสาหกรรมที่มีการใช้เชื้อเพลิงในกระบวนการผลิตมีต้นทุนสูงขึ้น รวมถึงต้นทุนการขนส่งทางเรือที่เพิ่มขึ้นจากค่าประกันสินค้า และค่าระวางเรือประมาณร้อยละ 50–140

กระทรวงอุตสาหกรรมได้วิเคราะห์โครงสร้างอุตสาหกรรมเพื่อประเมินกลุ่มที่ควรเฝ้าระวังจากความเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงานพบว่า อุตสาหกรรมที่มีการใช้พลังงานสูง เช่น การผลิตปูนซีเมนต์และคอนกรีต การผลิตแก้ว/ กระจกแผ่น การผลิตกระเบื้องและเซรามิก การผลิตก๊าซและปิโตรเลียม การผลิตสิ่งทอและเสื้อผ้า และการผลิตเยื่อกระดาษและกระดาษ มีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นมากกว่ากลุ่มอื่น รวมถึงอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในแง่ของวัตถุดิบ อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมเหล่านี้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่สูงมากเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมหลักของประเทศ เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อัญมณีและเครื่องประดับ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและยานยนต์ คาดว่าในระยะต้นอาจยังไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมภาคอุตสาหกรรมไทย ยังอยู่ในระดับที่สามารถติดตามและบริหารจัดการความเสี่ยงได้ แต่ยังจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดหากความขัดแย้งยืดเยื้อ

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ดังกล่าวยังมีอุตสาหกรรมบางประเภทที่ได้รับอานิสงส์เชิงบวก ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มซึ่งเป็นสินค้าจำเป็นในภาวะสงคราม ซึ่งไทยมีศักยภาพด้านวัตถุดิบและการผลิตอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ Hybrid จากแนวโน้มราคาน้ำมันโลกที่ผันผวนและเพิ่มสูงขึ้น สำหรับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศอาจมีโอกาสด้านการส่งออกเพิ่มขึ้น ส่วนอุตสาหกรรมยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง มีความต้องการยางธรรมชาติทดแทนยางสังเคราะห์ และอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กระดาษ จากต้นทุนปิโตรเคมีที่สูงขึ้นทำให้มีแนวโน้มการใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษทดแทนพลาสติก

จากการรับฟังข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการต่อภาครัฐพบว่า มี 2 ประเด็นสำคัญ (1) การบริหารจัดการความเสี่ยงและวัตถุดิบ เช่น การจัดหาแหล่งวัตถุดิบ และปัจจัยการผลิตสำรอง โดยเฉพาะพลังงานจากตะวันออกกลาง การกระจายตลาดส่งออก และการบริหารจัดการขนส่งและโลจิสติกส์ เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์ไม่ปกติ และ (2) การปรับตัวและพัฒนาธุรกิจ เช่น การลดต้นทุนการผลิตการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การพัฒนาสินค้าด้วยนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการผลิตและการตลาด รวมทั้งส่งเสริมการใช้วัตถุดิบและสินค้า ภายในประเทศ

กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ ควบคู่กับการปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรมในระยะกลางและระยะยาว ประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ (1) ด้านกระบวนการผลิต เช่น ส่งเสริมการลงทุนเพื่อปรับปรุงเทคโนโลยีการผลิตให้ทันสมัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และประหยัดพลังงาน รวมถึงการสำรองวัตถุดิบและปรับแผนการผลิตตามความพร้อมของวัตถุดิบ (2) ด้านการลดต้นทุน เช่น สนับสนุนการเข้าถึงพลังงานสะอาดในโรงงานผ่านโซลาร์รูฟท็อป การผลิตพลังงานจากชีวมวล และการส่งเสริมการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) จากกากน้ำตาลและน้ำมันปาล์มทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น (3) ด้านแหล่งเงินทุน เช่น สนับสนุนสินเชื่อภายใต้กองทุนพัฒนา SMEs ตามแนวประชารัฐ สินเชื่อ SME Green Productivity ภายใต้ SME D Bank และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ(Soft Loan) และ (4) ด้านสิทธิประโยชน์ เช่น สนับสนุนสิทธิประโยชน์ด้านภาษีแก่ผู้ประกอบการที่ดำเนินการตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนและลดการใช้พลังงาน

สำหรับมาตรการสนับสนุนในระยะกลางและระยะยาว กระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างจัดทำแผนปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการใช้พลังงาน โดยร่วมกับอุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ เพื่อกำหนดทิศทางการปฏิรูปโครงสร้างอุตสาหกรรมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมีการระบุถึงปัญหาอุปสรรค เป้าหมาย/ทิศทางการปรับโครงสร้างกลุ่มผลิตภัณฑ์เป้าหมาย ลดการพึ่งพิงการนำเข้าวัตถุดิบพลังงาน ส่งเสริมการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ (Local Content) และ Made in Thailand เพื่อขับเคลื่อนการปรับโครงสร้าง อุตสาหกรรมให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

“กระทรวงอุตสาหกรรมไม่ได้มองเฉพาะการติดตามสถานการณ์ในระยะสั้นเท่านั้น แต่เตรียมมาตรการรองรับอย่างเป็นระบบทั้งในระยะเร่งด่วน และระยะต่อเนื่อง โดยในระยะเร่งด่วนจะเร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการในการปรับปรุงกระบวนการผลิต ลดต้นทุนการผลิต สนับสนุนแหล่งเงินทุน และสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันจะเดินหน้าปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการพึ่งพาวัตถุดิบและพลังงานนำเข้า และเสริมความยืดหยุ่นของภาคการผลิตไทย เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัว และรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันภายใต้ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้” นายธนกร กล่าว

เจาะเส้นทาง ‘ชนนพัฒน์’ จากว่าที่รัฐมนตรี สู่คดีเว็บพนันพันล้าน

เจาะเส้นทาง 'ชนนพัฒน์' จากว่าที่รัฐมนตรี สู่คดีเว็บพนันพันล้าน

เจาะเส้นทาง ‘ชนนพัฒน์’ จากว่าที่รัฐมนตรี สู่คดีเว็บพนันพันล้าน

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.30 น.

จากนักธุรกิจหนุ่ม แนว “วัยรุ่งสร้างตัว” ที่ถูกกล่าวขานถึงเส้นทางที่รุ่งโรจน์อย่างรวดเร็วคนหนึ่งของภาคใต้ ก้าวสู่เส้นทางการเมือง และล่าสุดเพิ่งจะผ่านการรายงานตัว เป็น สส. สมัยที่ 2 เพียงไม่กี่วัน

“ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว”  หรือที่รู้จักกันในพื้นที่นาม  “สส.กฤต” กลับต้องเผชิญวิบากกรรมครั้งใหญ่ เมื่อ DSI และ ปปง. ผนึกกำลังเปิดปฏิบัติการทลายฝัน “ว่าที่รัฐมนตรี” และโดนหมายเรียก ด้วยข้อหาโยงใยเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์

เส้นทาง “วัยรุ่นสร้างตัว” สู่ “ว่าที่รัฐมนตรี”

“สส.กฤต” ในวัย 36 ปี เป็นที่รู้จักในฐานะนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงชาวปักษ์ใต้ที่ร่ำรวยตั้งแต่อายุยังน้อย เส้นทางสร้างชื่อของเขาเริ่มจากการเป็น “ประธานสโมสรฟุตบอลนครศรี ยูไนเต็ด” ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสำคัญในการสร้างบารมีและมวลชน ก่อนจะขยับมาปักธงการเมืองที่จังหวัดสงขลา

เลือกตั้ง 2566: สร้างปรากฏการณ์ล้มแชมป์เก่าพรรคประชาธิปัตย์ในเขต 4 สงขลา (ระโนด, กระแสสินธุ์, สทิงพระ, สิงหนคร) ภายใต้สีเสื้อพรรคพลังประชารัฐ

เลือกตั้งกุมภาพันธ์ 2569: ย้ายมาสังกัด “พรรคกล้าธรรม” (สายตรง ร.อ.ธรรมนัส) และยังคงรักษาฐานที่มั่นได้อย่างเหนียวแน่น กวาดคะแนนถล่มทลายไปถึง 43,872 คะแนน

ก่อนเลือกตั้งครั้งล่าสุด สส.กฤต เคยแสดงความมั่นใจอย่างสูงว่าหากรอบนี้เข้าสภาได้ “มีโอกาสไปถึงตำแหน่งรัฐมนตรี” เพื่อนำงบประมาณมาพัฒนาพื้นที่อย่างเต็มที่ ด้วยสถานะ “เด็กปั้น” ของคีย์แมนหลักในพรรค ทำให้ภาพ “ว่าที่เสนาบดีหนุ่ม” อยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่ความฝันนี้กลับต้องสะดุดลงทันทีที่เริ่มเปิดสมัยประชุม

 ปฏิบัติการ “เช็กบิล” สายฟ้าแลบ

5 มีนาคม 2569: เพียง 1 วันหลังรายงานตัว สส. เจ้าหน้าที่ DSI นำหมายค้นบุกบ้านพักที่ อ.สทิงพระ จ.สงขลา เพื่อรวบรวมหลักฐานในคดีเว็บพนัน AK47MAX

6 มีนาคม 2569: รมว.ยุติธรรม พร้อม DSI และ ปปง. แถลงข่าวใหญ่ระบุว่าพบ “เส้นทางการเงิน” จากบัญชีม้าโอนเข้าบัญชี สส.กฤต โดยตรงกว่า 39 ล้านบาท พร้อมหลักฐานเด็ดเป็นแชตหลุดและคลิปเสียงการสนทนา

ทรัพย์สินที่ถูกอายัด: ปปง. ได้สั่งอายัดทรัพย์สินไปแล้วกว่า 159 ล้านบาท ทั้งบ้านหรู รถสปอร์ต และ “วัวชน” ราคานับล้านบาท เพื่อพิสูจน์ที่มาของความมั่งคั่ง

ปัจจุบันศาลได้อนุมัติ “หมายเรียก” ให้นายชนนพัฒฐ์เข้าพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 12 มีนาคม 2569 นี้

จากนักการเมืองดาวรุ่งที่เคยวาดฝันถึงตำแหน่งรัฐมนตรี วันนี้ “สส.กฤต” กลับต้องมาต่อสู้ในสมรภูมิทางกฎหมายที่มีอนาคตทางการเมือง และทรัพย์สินหลักร้อยล้านเป็นเดิมพัน