แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“เราเป็นหน่วยบังคับใช้กฎหมายที่ใกล้ชิดประชาชน มีหน้าที่ดูแลความสงบสุขและความเรียบร้อย ต้องสร้างมาตรฐานให้ได้เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับประชาชนที่มีต่อตำรวจ และจะทำอย่างไรให้ประชาชนรู้สึกปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ จากอาชญากรรม”

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)

สภาแพ้ฝน น้ำท่วมลานจอดรถ

สภาแพ้ฝน  น้ำท่วมลานจอดรถ

สภาแพ้ฝน น้ำท่วมลานจอดรถ

วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

งามหน้า!พิษฝนถล่มกรุงกลางดึก“สภาหมื่นล้าน” อีกแล้ว ท่วมลานจอดรถใต้ดินระบายน้ำไม่ทันขยะลอยเกลื่อนต้องระดมเจ้าหน้าที่เร่งทำความสะอาดเคลียร์พื้นผิวการจราจรแต่เช้า ก่อนประชุมสภาฯ สส.-กมธ.ฯ

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569ผู้สื่อข่าวรายงานจากอาคารรัฐสภาว่า ภายหลังจากเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องในพื้นที่ กทม.หลายจุดรวมถึงย่านเกียกกายด้วยส่งผลทำให้ภายในอาคารรัฐสภา บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดิน ชั้นบี 1 มีน้ำท่วมขังเป็นพื้นที่วงกว้าง มีน้ำสูงหลายเซนติเมตรระบายไม่ทัน  รวมถึงพบขยะลอยออกมาจำนวนหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้าวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดของรัฐสภา มีการระดมกำลังบรรดาแม่บ้านและพ่อบ้านที่รับผิดชอบทำความสะอาดในโซนต่างๆของอาคารรัฐสภา ถูกระดมเร่งลงมาใช้อุปกรณ์กวาดน้ำลงลำรางระบายน้ำเพื่อเคลียร์พื้นที่บริเวณลานจอดรถและการจราจรในชั้นดังกล่าวเพื่อให้สามารถใช้ลานจอดรถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ เนื่องจากจะเริ่มมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร 35 ชุด ตั้งแต่เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป

สำหรับอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ มีมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท เผชิญปัญหาความชำรุดทรุดโทรมมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัญหาที่พบบ่อยได้แก่ เมื่อเกิดฝนฟ้าคะนองอย่างหนัก มักจะเกิดปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณลานจอดรถใต้ดินของรัฐสภา เนื่องจากระบบระบายน้ำรับปริมาณน้ำฝนไม่ทัน เกิดเหตุการณ์ฝ้าเพดานถล่มลงมาหลายจุด รวมถึงปัญหาน้ำเสียทะลักและท่อน้ำแตกไหลนองบริเวณทางเดินและชั้นจอดรถ รวมถึงปัญหาน้ำรั่วซึมจากท่อระบายน้ำและน้ำจากระบบบำบัดน้ำเสียที่ไหลเจิ่งนองภายในตัวอาคาร ซึ่งหลายฝ่ายได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์และจี้ให้มีการตรวจสอบความโปร่งใสมาตลอด ปัญหาความเสียหายที่เกิดขึ้นเรื้อรังทำให้มีการนำหลักฐานเข้ายื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบความโปร่งใสและการบริหารสัญญาของผู้รับเหมา

วุฒิสภา ยืนยัน! ลุยเคลียร์ถกร่างกฎหมายค้างท่อ 12 ฉบับ

วุฒิสภา ยืนยัน! ลุยเคลียร์ถกร่างกฎหมายค้างท่อ 12 ฉบับ

วุฒิสภา ยืนยัน! ลุยเคลียร์ถกร่างกฎหมายค้างท่อ 12 ฉบับ

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.52 น.

“วุฒิสภา”ยืนยัน! ลุยเคลียร์ถกร่างกฎหมายค้างท่อ 12 ฉบับ เร่งขับเคลื่อนงานนิติบัญญัติเป็นระบบ ไม่ให้ล่าช้า

21 พฤษภาคม 2569 นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) แถลงผลการประชุมวิปวุฒิสภา ที่มี นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ในช่วงต้นสัปดาห์ ว่า ภายหลังที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบ ตามที่คณะรัฐมนตรีร้องขอ จำนวน 34 ฉบับ วุฒิสภาจึงเตรียมเดินหน้าพิจารณาร่างกฎหมายที่ค้างอยู่ในชั้นวุฒิสภา จำนวน 12 ฉบับ เพื่อไม่ให้กระบวนการนิติบัญญัติเกิดความล่าช้า

โฆษกวิปวุฒิสภา กล่าวต่อว่า สำหรับร่างกฎหมายทั้ง 12 ฉบับ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มแรก เป็นร่าง พ.ร.บ.ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว และบรรจุระเบียบวาระรอการพิจารณาของวุฒิสภาในวาระที่สอง จำนวน 4 ฉบับ ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.ล้มละลาย ร่าง พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนแก่จำเลยในคดีอาญา ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ และร่าง พ.ร.บ.โคนมและผลิตภัณฑ์นม กลุ่มที่สอง เป็นร่าง พ.ร.บ.ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวุฒิสภา จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข และร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น

นายพิสิษฐ์ กล่าวอีกว่า ส่วนกลุ่มที่สาม เป็นร่าง พ.ร.บ.ที่บรรจุระเบียบวาระแล้ว รอการพิจารณาในวาระที่หนึ่ง จำนวน 5 ฉบับ ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด ร่าง พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล ร่าง พ.ร.บ.เทศบาล ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น และร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ทั้งนี้ การนับระยะเวลาการพิจารณาจะเริ่มนับใหม่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 136 โดยร่าง พ.ร.บ.ทั่วไป ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน ส่วนร่าง พ.ร.บ.เกี่ยวด้วยการเงิน ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน และในทั้งสองกรณีสามารถขยายระยะเวลาการพิจารณาได้อีกไม่เกิน 30 วันในกรณีพิเศษ

นายพิสิษฐ์ กล่าวด้วบว่า สำหรับการประชุมวุฒิสภา วันที่ 25-26พ.ค.นี้ จะมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ในวาระที่หนึ่ง จำนวน 5 ฉบับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นและบุคลากรทางการศึกษา ก่อนจะเข้าสู่การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จสิ้นแล้วต่อไป

บิ๊กดุลย์ มอบนโยบาย 12 ด้าน 5 เรื่องเร่งด่วน ลุย ทหารอาสา จากรากหญ้าสู่อากาศ

บิ๊กดุลย์ มอบนโยบาย 12 ด้าน 5 เรื่องเร่งด่วน ลุย ทหารอาสา จากรากหญ้าสู่อากาศ

บิ๊กดุลย์ มอบนโยบาย 12 ด้าน 5 เรื่องเร่งด่วน ลุย ทหารอาสา จากรากหญ้าสู่อากาศ

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.25 น.

“บิ๊กดุลย์”มอบนโยบาย 12 ด้าน 5 เรื่องเร่งด่วน ลุยนโยบาย”ทหารอาสา”จากรากหญ้าสู่อากาศ ย้ำแนวทางแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ สื่อสารทางยุทธศาสตร์-สื่อสารสาธารณะ เตรียมร่างกฎหมายตั้ง”ศร.ทอ.”ดูแลผลประโยชน์ชาติทางอากาศและอวกาศ

21 พฤษภาคม 2569 ที่กระทรวงกลาโหม พล.ร.ต.สุรสันต์ คงศิริ รองโฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยภายหลังการประชุมสภากลาโหม ที่มี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เป็นประธานที่ประชุม ว่า รมว.กลาโหม ได้มีการมอบนโยบายให้หน่วยขึ้นตรงและเหล่าทัพต่างๆ 12 ด้าน เช่น การเทิดทูนสถาบัน ป้องกันอธิปไตย-ชายแดน สันติสุขชายแดนใต้ และการดูแลกำลังพล ตลอดจนเชิดชูเกียรติทหารผ่านศึก

นอกจากนี้ พล.ท.อดุลย์ ได้มอบนโยบาย 5 เรื่องสำคัญเร่งด่วน ประกอบด้วย นโยบายความมั่นคง นอกจากการเสริมสร้างความมั่นคงของเหล่าทัพ ต้องมีการยดระดับชีวิตทหารและประชาชนในพื้นที่ น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์ เพื่อสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยื่นตามแนวชายแดน

ขณะที่นโยบายทหารอาสา ตามแนวคิดจากรากหญ้าสู่อากาศ ซึ่งหมายถึงเมื่อสมัครเข้ามาเป็นทหารแล้ว ต้องได้รับโอกาสทางการศึกษา มีการฝึกทักษะทางอาชีพ ซึ่งจะทำให้เกิดความก้าวหน้าในอนาคต โดยถือเป็นการปูทางเพื่อบรรจุทหารอาสาไปสู่ระบบคัดเลือกแบบสมัครใจในระยะยาว

พร้อมทั้งการดูแลกำลังพลและทหารผ่านศึก ให้มีการเชิดชูวีรรรมทหารกล้า ดูแลสิทธิกำลังพลที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่ กรณีการเสียชีวิตให้ดูแลทายาทหรือผู้มีสิทธิอย่างเหมาะสม เช่น การได้สิทธิรักษาพยาบาลต่อเนรื่องตามมติ ครม.

นอกจากนี้ พล.ท.อดุลย์ ได้เน้นย้ำให้ความสำคัญการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยชูแนวคิดการพึ่งพาตนเอง ให้ทุกหน่วยสนับสนุนและใช้ผลิตภัณฑ์การป้องกันประเทศ ขณะเดียวกันให้บูรณาการความร่วมมือระวห่างภาครัฐ และภาคเอกชน สถาบันการศึกษา เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้เกิดขึ้นได้

ท้ายที่สุดคือเรื่องการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยให้ความสำคัฐกับการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน่วยงานด้านความมั่นคง เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชา เพื่อลดเงื่อนไขความขัดแย้ง โดยเน้นย้ำการให้ความสำคัญกับการสื่อสาร ทั้งทางยุทธศาสตร์และการสื่อสารทางสาธารณะ เพื่อให้ทันยุคข้อมูลข่าวสารในปัจจุบัน

ด้าน นาวาโท ณัฐนัย จันทร์เปล่ง รองโฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวเพิ่มเติมว่า ในที่ประชุมสภากลาโหมได้รายงานความคืบหน้าแผนการจัดหาดาวเทียมนภา 3 และ 4 ในปี 2569 เพื่อพร้อมขึ้นสู่อวกาศ ปี 2572 โดยดาวเทียมนภา 3 และ 4 จะมีคุณสมบัติเพิ่มความคมชัดพิกเซลของภาพถ่ายลงมาสู่ภาคพื้นดิน

ขณะเดียวกันจะมีการปรับปรุงพัฒนา และบรรจุเนื้อหาเกี่ยวกับอวกาศ ทั้งในโรงเรียนจ่าอากาศ และโรงเรียนายเรืออากาศ เพื่อให้กำลังพลทุกระดับได้มีความารู้คสามเข้าใจ เพื่อพร้อมในการปกป้องผลประโยชน์ชาติในห้วงอวกาศของไทยมูลค่านับล้านล้านบาท ซึ่งกองทัพอากาศก็จะมีการตั้งศูนย์อำนวยรักษาผลประโยชน์ของชาติทางอากาศและอวกาศ (ศร.ทอ.) โดยจะต้องมีการร่างกฎหมายรองรับต่อไป

ฟังชัดๆ บิ๊กดุลย์ ลั่น! เปิดด่านกัมพูชา เป็นเรื่องสุดท้าย ต้องทำตามเงื่อนไข

ฟังชัดๆ บิ๊กดุลย์ ลั่น! เปิดด่านกัมพูชา เป็นเรื่องสุดท้าย ต้องทำตามเงื่อนไข

ฟังชัดๆ บิ๊กดุลย์ ลั่น! เปิดด่านกัมพูชา เป็นเรื่องสุดท้าย ต้องทำตามเงื่อนไข

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.50 น.

21 พฤษภาคม 2569 ที่กระทรวงกลาโหม พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช.เห็นชอบคำสั่งของกระทรวงกลาโหม ในการออกคำสั่งควบคุมสินค้าชายแดนเพิ่มเติม ว่า ไม่ได้มีอะไรเพิ่มเติม ซึ่งคำสั่งก็เหมือนรอบที่แล้วที่เคยผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม.ไปแล้วครั้งหนึ่ง ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ในขณะที่สถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ภายหลังฝั่งกัมพูชามีความเคลื่อนไหว ทั้งกรณีที่ประชาชนเข้ามาบุกรุกที่ดินชาวบ้าน และทหารกัมพูชามีการนำอาวุธยุทธโธปกรณ์ ออกมาโชว์เยอะขึ้นนั้น พลโท อดุลย์ กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไทย หรือกัมพูชาก็ต้องมีการเตรียมความพร้อม เนื่องจากเพิ่งผ่านการสู้รบ และความขัดแย้งมาได้ไม่นาน ดังนั้นการเตรียมการถือเป็นสิ่งที่สำคัญ และอธิปไตยของใครก็ต้องปกป้อง แต่ทั้งหมดก็ต้องยึดตามข้อตกลง Joint Statement ซึ่งต่อจากนั้นก็จะต้องมีการพบปะพูดคุยกัน เพื่อสร้างความเข้าใจ และลดความหวาดระแวงที่ต้องเกิดจากการพูดคุยหารือทุกระดับทั้ง คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค หรือ RBC และคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC

ส่วนความคืบหน้าเรื่องการประชุม GBC นั้น ขณะนี้ให้ฝ่ายเลขานุการของ GBC ทั้ง 2 ประเทศไปพูดคุยกันก่อน ซึ่งตนมองว่าไม่ใช่เรื่องยาก แต่ยืนยันว่า เรื่องการเปิดด่านจะเป็นเรื่องสุดท้าย ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าสถานการณ์จะดีขึ้นเมื่อไหร่ หากปฏิบัติตามตามข้อตกลง Joint Statement ครบ ดำเนินการทุกอย่างตามที่ฝ่ายไทยบอก หมายถึงว่า ต่างฝ่ายต่างต้องมีเงื่อนไขซึ่งกันและกัน

กล้าธรรม อันดับ 1 ยอดเงินบริจาคพรรคการเมือง มี.ค.69

กล้าธรรม อันดับ 1 ยอดเงินบริจาคพรรคการเมือง มี.ค.69

กล้าธรรม อันดับ 1 ยอดเงินบริจาคพรรคการเมือง มี.ค.69

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.42 น.

21 พฤษภาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (สำนักงาน กกต.) ได้เผยแพร่ข้อมูลสรุปยอดเงินบริจาคให้พรรคการเมือง ประจำเดือนมีนาคม 2569 จำนวน 13 พรรคการเมือง โดยมีผู้บริจาคเงินให้พรรคการเมืองที่มีจำนวนเงินตั้งแต่ 5,000 บาท ขึ้นไป จำนวน 43 ราย เป็นเงินทั้งสิ้น 5,109,000 บาท โดยพรรคกล้าธรรม เป็นพรรคการเมืองที่มียอดผู้บริจาคมากเป็นอันดับ 1 จำนวนเงิน 1,776,000 บาท ประโยชน์อื่นใด 150,000 บาท

อันดับ 2 พรรคพลังประชารัฐ จำนวนเงิน 875,000 บาท อันดับ 3 พรรคไทยก้าวใหม่ (รักษ์ป่า) จำนวนเงิน 650,000 บาท อันดับ 4 พรรคไทยพิทักษ์ธรรม จำนวนเงิน 505,000 บาท อันดับ 5 พรรคประชาชน จำนวนเงิน 403,000 บาท อันดับ 6 พรรคประชาชาติ จำนวนเงิน 330,000 บาท อันดับ 7 พรรคปวงชนไทย 110,000 บาท อันดับ 8 พรรคประชาธิปัตย์ 100,000 บาท อันดับ 9 พรรคกล้า 90,000 บาท อันดับ 10 พรรคท้องที่ไทย 70,000 บาท อันดับ 11 พรรครวมไทยสร้างชาติ 15,000 บาท อันดับ 12 พรรคเสรีรวมไทย 10,000 บาท และอันดับ 13 พรรคไทยภักดี 5,000 บาท

– 006

จับตา 25 พ.ค.นี้ ‘ดร.มัลลิกา’แถลงเปิดตัวศึกชิงผู้ว่าฯ กทม.

จับตา 25 พ.ค.นี้ 'ดร.มัลลิกา'แถลงเปิดตัวศึกชิงผู้ว่าฯ กทม.

จับตา 25 พ.ค.นี้ ‘ดร.มัลลิกา’แถลงเปิดตัวศึกชิงผู้ว่าฯ กทม.

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.42 น.

21 พฤษภาคม 2569 บรรยากาศศึกชิงเก้าอี้เสาชิงช้าเริ่มกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อ ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ประกาศตัวลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) ในนามผู้สมัครอิสระอย่างเต็มตัว โดยล่าสุด ทีมงาน ดร.มัลลิกา ได้เผยแพร่ภาพอินโฟกราฟิก เป็นหนังสือเชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน “แถลงข่าวเปิดตัว เลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร” เพื่อชี้แจงรายละเอียดนโยบายฉบับเต็ม โดยมีกำหนดการ ในวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.30 น.ที่ร้านเตี๋ยวในสวน ถนนระนอง 2 ปากซอยระนอง 2 แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ ดร.มัลลิกา ได้แสดงความพร้อมทั้งด้านประสบการณ์และนโยบาย ในการขับเคลื่อนเมืองหลวง ภายใต้แนวคิดหลัก “HUMAN INNOVATION” มุ่งเน้นอุดมการณ์สำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ CHANGE (กล้าเปลี่ยน เพื่ออนาคตที่ดีกว่า), INNOVATION (สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ไม่หยุดพัฒนา), IDEALISM (ยึดมั่นในอุดมการณ์ เพื่อสังคมที่ยั่งยืน) และ FREEDOM (อิสระทางความคิด เพื่อการลงมือทำ)

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ดร.มัลลิกา เปิดเผยกับ “แนวหน้าออนไลน์” ถึงบรรยากาศขณะนี้ ที่ผู้มีชื่อเสียงเปิดตัวมาหลายคนท้้งสังกัดพรรคและอิสระ ว่า “ไม่รู้สึกกลัว ตนไม่ได้เพิ่งมาทำงานการเมืองเมื่อวาน มีประสบการณ์ทางการเมืองมาพอสมควร เข้ามาสู่โลกโซเชียลหลายปีแล้ว เตรียมนโยบายพร้อมแล้ว และจะประกาศในเร็วๆ นี้” (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘มัลลิกา’ ลุยศึกชิงผู้ว่ากทม. ลั่นลงแล้วต้องชนะ ฟาดชัชชาติ ‘มีคะแนนเป็นล้านก็หายได้’)

สาเหตุเกิดจากน้ำขัง! ‘ประธานโสภณ’ นำทีมตรวจรัฐสภา แจงภาพน้ำขัง-ขยะลอย เป็นขั้นตอนการทำความสะอาด หลังฝนตกหนัก

สาเหตุเกิดจากน้ำขัง! 'ประธานโสภณ' นำทีมตรวจรัฐสภา แจงภาพน้ำขัง-ขยะลอย เป็นขั้นตอนการทำความสะอาด หลังฝนตกหนัก

สาเหตุเกิดจากน้ำขัง! ‘ประธานโสภณ’ นำทีมตรวจรัฐสภา แจงภาพน้ำขัง-ขยะลอย เป็นขั้นตอนการทำความสะอาด หลังฝนตกหนัก

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.58 น.

21 พ.ค. 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ห้องเก็บขยะ ชั้น B1 อาคารรัฐสภา หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักทำให้มีน้ำขัง และมีขยะลอยขึ้นในพื้นที่ดังกล่าว จนมีภาพเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ 

นายโสภณ ได้สอบถามหัวหน้าฝ่ายอาคารสถานที่ของรัฐสภา และได้รับรายงานว่า ภาพน้ำจำนวนมากไม่ได้เกิดจากน้ำท่วมภายในอาคารแต่อย่างใด แต่เป็นขั้นตอนการทำความสะอาดของเจ้าหน้าที่ที่กำลังรวบรวมน้ำและเก็บขยะ ซึ่งตรงกับช่วงที่สื่อมวลชนมาเห็น จึงเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน และในช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ได้ทำความสะอาดเพิ่มเติมจนพื้นที่กลับมาใช้งานได้ตามปกติ

ประธานรัฐสภากล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยตนเอง และเพื่อให้ทราบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีสาเหตุจากอะไร และทำไมจึงเกิดภาพดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดจากเมื่อคืนที่ผ่านมีฝนตกหนัก น้ำฝนไหลลงมารวมในพื้นที่ราบ เกิดทำให้ระบายไม่ทัน จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่แก้ไขเรื่องขยะอุดตันและตรวจสอบท่อระบายน้ำให้เหมาะสม เพื่อรองรับน้ำฝน

รัฐบาลเอาจริงปราบคอร์รัปชัน! เตือนกล่าวหาหน่วยงานรัฐต้องมีหลักฐาน กังขาผู้นำองค์กรต้านโกงหลังเคยพัวพันคดีเลี่ยงภาษี

รัฐบาลเอาจริงปราบคอร์รัปชัน! เตือนกล่าวหาหน่วยงานรัฐต้องมีหลักฐาน กังขาผู้นำองค์กรต้านโกงหลังเคยพัวพันคดีเลี่ยงภาษี

รัฐบาลเอาจริงปราบคอร์รัปชัน! เตือนกล่าวหาหน่วยงานรัฐต้องมีหลักฐาน กังขาผู้นำองค์กรต้านโกงหลังเคยพัวพันคดีเลี่ยงภาษี

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.28 น.

นายกฯ พร้อมจับมือทุกฝ่ายเดินหน้าปราบทุจริต เตือนการเปิดข้อมูลแบบ “หว่านแห” อาจสร้างความเสียหายต่อหน่วยงาน -เครดิตประเทศ แคลงใจความน่าเชื่อถือของบางองค์กร เหตุ ผู้ผู้นำเคยถูกครหาเลี่ยงภาษี จี้แจงเพื่อสังคมเชื่อมั่น

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เชิญภาคเอกชนมาร่วมประชุมบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 20 พ.คที่ผ่านมา หลังคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)เปิดเผยผลการสำรวจเกี่ยวกับเรื่องการทุจริตในภาครัฐ และนายกรัฐมนตรีได้ยืนยันพร้อมสนับสนุนการปราบทุจริตทุกขั้นตอนในทุกหน่วยงานหากเกิดขึ้นจริง และต่อมานายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานสภาหอการค้าไทยระบุถึงการจะทำผลสำรวจดังกล่าวว่าแบบสอบถามทั้งหมดทำสอดคล้องกับเวิลด์แบงก์ และOECD (โออีซีดี) เป็นแบบสอบถามว่ามีการทุจริตหรือไม่ ไม่ได้เจาะลึกเพื่อเอาผิดใครนั้น เเปลว่าสอบถามความเห็นจากผู้ตอบเเบบสอบถามว่าเชื่อหรือไม่ว่าหน่วยงานนั้นๆมีการทุจริต บวกกับข้อมูลล่าสุดของกกร. เเละมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่ระบุผลสำรวจว่า 26 หน่วยงานภาครัฐเรียกรับผลประโยชน์เเละยืนยันมีหลักฐานกับบางหน่วยงานนั้น เเหล่งข่าวระบุว่า ตามขั้นตอนกฎหมายหากพบการกระทำผิดของบุคลากรภาครัฐ สามารถร้องทุกข์กล่าวโทษไปยังกระบวนการยุติธรรม และองค์กรอิสระได้ทันที ซึ่งที่ผ่านมาจนถึงช่วงนี้ การปราบปรามทุจริตได้ดำเนินการไปตามขั้นตอนกฎหมายเเม้บางกรณีล่าช้า เเต่ยังถือว่าอยู่ในอายุความของกฎหมาย

เเหล่งข่าวยังมองว่า บทบาทขององค์กรภาคเอกชนทั้งคณะทำงานซีโร่คอรัปชั่น หรือ กกร.มีเจตนาดีในการต้านทุจริต เเต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา บางครั้งพบว่าข้อมูลที่มีการเปิดเผยนั้นยังค่อนข้างเลื่อนลอย มีการชี้เเจงว่าเป็นเพียงการสอบถามประชาชน/ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจนหรือเป็นเบาะเเสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการได้

ช่วงก่อนการเลือกตั้ง สส.ครั้งล่าสุด มีข้อมูล”ซื้อเสียงหัวละ 7,500 บาท” เป็นตัวเลขจากการประเมินของคณะทำงานซีโร่คอร์รัปชั่น และ กกร.ซึ่งมีการให้ข้อมูลว่าในการเลือกตั้ง ส.ส.นั้น มีการจ่ายเงินสูงเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม. และเขตพื้นที่แข่งขันดุเดือดนั้น เเต่ก็พบว่าเป็นเพียงสอบถามข้อมูลของประชาชนที่ขาดหลักฐาน ซึ่งเมื่อเทียบกับการเปิดเผยว่ากรมควบคุมมลพิษเป็นหน่วยงานเรียกรับผลประโยชน์มากที่สุดนั้น หากคณะทำงานซีโร่คอร์รัปชั่น และ กกร.มีเจตนาดีควรชี้ไปเลยว่า การทุจริตเกิดขึ้นที่ใด เมื่อใด มูลเหตุเเละหลักฐานคืออะไร ฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะได้ไปดำเนินการได้ทันที เเต่การให้ข้อมูลเเบบหว่านเเห/เลื่อนลอยลักษณะนี้อาจจะไม่ยุติธรรมกับหน่วยงานที่โดนพาดพิง

ทั้งนี้ แหล่งข่าวยังเห็นว่าควรต้องพิจารณาบทบาทของคณะทำงานซีโร่คอร์รัปชั่น และ กกร.ควบคู่ไปด้วย เพราะการให้ข้อมูลทุจริตภาครัฐนั้น หากข้อมูลคลาด เลื่อนลอย ขาดหลักฐาน เครดิตประเทศจะเสียหายเเละเครดิตผู้ให้ข้อมูลย่อมขาดความน่าเชื่อถือเช่นกัน เพราะที่ผ่านมาบุคลากรบางคนของคณะทำงานซีโร่คอร์รัปชั่น และ กกร.นั้นมีข้อเคลือบเเคลงเช่นกรณี ปี2565 ศาลฎีกาภาษีอากรกลางมีคำพิพากษาชั้นฎีกา ให้บริษัทโตโยต้ามอเตอร์ประเทศไทยจำกัดแพ้คดีพิพาทการจัดเก็บภาษีนำเข้าชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์โตโยต้า รุ่นพรีอุส (Prius) 1.16 หมื่นล้านบาทซึ่งก่อนหน้านั้นองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นได้ออกคำชี้แจง กรณีมีการนำเสนอข่าวพาดพิงนายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานมูลนิธิองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ในฐานะประธานกรรมการบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ว่าจ่ายสินบนเพื่อให้ชนะคดีภาษีนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์รุ่นพรีอุส เเละนายประมนต์ออกจากตำเเหน่งก่อนที่ศาลชั้นต้นจะตัดสิน รวมถึงก่อนที่ข้อขัดแย้งจะดำเนินต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน เเม้สำนักงานศาลยุติธรรมได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวเเละได้สรุปผลการตรวจสอบ และระบุว่าไม่พบเส้นทางการเงินหรือหลักฐานการทุจริตจากบริษัทโตโยต้าฯไปถึงผู้พิพากษา

“ตามคำพิพากษาของศาลที่บริษัทโตโยต้าฯเลี่ยงภาษีดังกล่าว เเละเหตุเกิดช่วงที่นายประมนต์ทำหน้าที่ในบริษัทโตโยต้าฯนั้น ทำให้บางฝ่ายในรัฐบาลเคลือบเเคลงบทบาทของมูลนิธิฯ คณะทำงานซีโร่คอร์รัปชั่น และ กกร.เพราะตอนนี้นายประมนต์ก็ยังเป็นประธานมูลนิธิฯที่คณะทำงานซีโร่คอร์รัปชั่น และ กกร.เป็นคณะทำงานส่วนหนึ่งของมูลนิธิฯที่ออกมาเคลื่อนไหวต้านทุจริตเป็นระยะ แต่การหลีกเลี่ยงภาษีกรณีข้างต้นก็ยังเกิดขึ้นได้ตรงนี้ หากคณะทำงานซีโร่คอร์รัปชั่น และ กกร.ตั้งใจปราบทุจริตจริง การเลี่ยงภาษีดังกล่าวก็ควรติดตามเเละชี้เเจงให้กระจ่างเครดิตของคณะทำงานซีโร่คอร์รัปชั่น และ กกร.จะดีขึ้น“ แหล่งข่าวกล่าว

ทะลุจักรวาล! ‘พี่เต้’ส่ง’ภาสพงศ์’ ชิงผู้ว่าฯกทม. ชูรถบินได้-คลองแสนแสบดื่มได้

ทะลุจักรวาล! 'พี่เต้'ส่ง'ภาสพงศ์' ชิงผู้ว่าฯกทม. ชูรถบินได้-คลองแสนแสบดื่มได้

ทะลุจักรวาล! ‘พี่เต้’ส่ง’ภาสพงศ์’ ชิงผู้ว่าฯกทม. ชูรถบินได้-คลองแสนแสบดื่มได้

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.07 น.

วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “เต้ พระราม 7” ในฐานะประธานที่ปรึกษากลุ่ม “กรุงเทพบินได้” ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว นายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ เป็นว่าที่ผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมเปิดตัวทีมผู้บริหารกลุ่ม ‘กรุงเทพบินได้’ ประกอบด้วย

  • นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ – ประธานปรึกษา ผู้สมัคร ผู้ว่า กทม.
  • นายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ – ผู้สมัคร ผู้ว่า กทม.
  • พลโท อัศวิน รัชชานนท์ – ผู้สมัคร รอง ผู้ว่า กทม. ฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาเมือง
  • นางสาวภคอร จันทรคณา – ผู้สมัคร รองผู้ว่า กทม. ฝ่าย สังคม เมืองอัจฉริยะ และนวัตกรรม
  • นายวิวัฒน์ เจริญพาณิชย์ศิริ – ผู้สมัคร รองผู้ว่า กทม. ฝ่ายด้านการคลัง การเงิน และกิจการทั่วไป

โดยเลือกสถานที่เปิดตัวคือท่าเรือคลองแสนแสบ เพื่อให้สอดคล้องกับหนึ่งในนโยบายหลักของกลุ่ม

นายมงคลกิตติ์ ระบุถึงสาเหตุที่ตนเองไม่ได้ลงสนามเลือกตั้งเอง เป็นเพราะติดข้อจำกัดด้านคุณสมบัติ จึงตัดสินใจเลือกนายภาสพงศ์ ซึ่งเป็นอดีตบุตรชายนักการทูตมารับหน้าที่แทน เนื่องจากมีอุดมการณ์ที่ตรงกัน แตกต่างจากอดีตนักการเมืองคนอื่นๆ ที่เคยเข้ามาเจรจากันก่อนหน้านี้ ที่ยังมีแนวทางพึ่งพาระบบซื้อเสียง หรือบางคนก็รับไม่ได้กับไอเดียนโยบายที่ก้าวล้ำเกินไป พร้อมกล่าวถึงเบื้องหลังการคัดเลือกตัวผู้สมัครไว้ว่า

“มีอดีตนักการเมืองและผู้ที่สนใจลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. หลายรายเข้ามาพูดคุย ทั้งอดีต สส. ที่ไม่ต้องการออกหน้า รวมถึงอดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ปี 2565 อีก 2-3 คน แต่ไม่สามารถตกลงแนวทางร่วมกันได้ เนื่องจากหลายฝ่ายมองว่านโยบายบางเรื่องเป็นแนวคิดใหม่ที่ยากจะยอมรับ”

เปิดเมกะโปรเจกต์และนโยบายสุดล้ำของกลุ่ม “กรุงเทพบินได้”

  • คลองแสนแสบดื่มได้: มีเป้าหมายบำบัดน้ำเสียตลอดสาย 47.5 กิโลเมตรให้ประชาชนตักขึ้นมาดื่มได้ภายใน 6 เดือน
  • เทคโนโลยีการบำบัดน้ำ: จะใช้เทคโนโลยีชั้นสูง ทั้งระบบ Ultrafiltration, ระบบกรอง RO และฆ่าเชื้อด้วยแสง UV หรือคลอรีน
  • แผนระยะสั้นคลองแสนแสบ: หากได้รับโอกาส ในเดือนแรกจะเริ่มกรองน้ำระยะ 2 กิโลเมตรให้ดื่มได้ทันที
  • ปรับปรุงการสัญจรทางน้ำ: จะเปลี่ยนเรือโดยสารในคลองให้เป็นระบบไฟฟ้า (EV) ทั้งหมด
  • การคมนาคมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต: ตั้งเป้านำเข้ารถบินได้จากประเทศจีนปีละ 1,000 คัน โดยใช้งบประมาณของ กทม. และเอกชนร่วมลงทุนฝ่ายละ 500 ล้านบาท
  • พาท่องอวกาศ: มีแผนส่งคนกรุงเทพฯ ขึ้นไปท่องอวกาศในระยะ 90-100 กิโลเมตรจากผิวโลก โดยดึงภาคเอกชนมาร่วมลงทุน 80%
  • โคลนนิ่งไดโนเสาร์: เตรียมจัดตั้ง “สำนักสัตว์ดึกดำบรรพ์” เพื่อส่งนักวิทยาศาสตร์ไทยไปร่วมวิจัยกับต่างประเทศในการตัดต่อพันธุกรรมและสร้างสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่คล้ายไดโนเสาร์ขึ้นมา เพื่อปั้นเป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับโลก
  • ฮุบทีมฟุตบอลระดับโลก: มีแผนจะซื้อสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และลิเวอร์พูล ในสัดส่วน 51% เพื่อให้เป็นของคนไทย
  • สวัสดิการและสาธารณสุข: ผลักดันให้โรงพยาบาลสังกัด กทม. มีบริการด้านศัลยกรรมความงามและสุขภาพในราคาถูก เพื่อให้คนกรุงเทพฯ “สวยฟิต หล่อยาว”
  • ส่งเสริมการมีบุตร: ชูนโยบายให้คน กทม. เจียดเวลาวันละ 1 ชั่วโมง 40 นาที เพื่อผลิตบุตร หวังเพิ่มประชากรปีละ 1 แสนคน แก้ปัญหาโรงเรียนร้างและขาดแคลนแรงงาน
  • ลดค่าครองชีพและสวัสดิการ: จะร่วมกับประชาชนเข้าซื้อกิจการโรงกลั่นน้ำมันดิบเพื่อลดค่าน้ำมัน พร้อมตั้งโรงทาน 50 เขต และอัดฉีดเงินให้ทหารผ่านศึกเดือนละ 3,000 บาท
  • โบนัสคนรักสุขภาพ: เตรียมเพิ่มโบนัส 10% ให้ข้าราชการและพนักงาน กทม. โดยมีเงื่อนไขว่าต้องรักษาสุขภาพให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน เช่น ค่า BMI, ขนาดรอบเอว และค่าไขมันเลว (LDL)

ทางด้าน นายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ ว่าที่ผู้สมัครฯ ซึ่งเป็นชาวกรุงเทพมหานครโดยกำเนิด จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และปัจจุบันเป็นนักลงทุนอิสระ ได้ระบุว่า หากได้รับความไว้วางใจ จะเร่งผลักดันการพัฒนาเมืองอย่างเป็นรูปธรรม นำเทคโนโลยีมาช่วยบริหารเมือง ลดปัญหาจราจร เพิ่มพื้นที่สีเขียว และยกระดับความปลอดภัยให้คนกรุงเทพฯ

ท้ายที่สุด นายมงคลกิตติ์ ได้กล่าวปิดท้ายถึงการแข่งขันกับแชมป์เก่าอย่างมั่นใจว่า “แม้นายชัชชาติจะมีฐานเสียงที่แข็งแกร่ง แต่เชื่อว่าคนกรุงเทพฯ ในยุคนี้อยากลองของใหม่ และหากกลุ่มกรุงเทพบินได้ชนะการเลือกตั้ง รับรองได้ว่ากรุงเทพมหานครจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”