ยกระดับประสบการณ์การพักผ่อนสุดเอ็กซ์คลูซีฟใจกลางเมือง พร้อมดื่มด่ำสุนทรียรสของกาแฟเนสเพรสโซ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/647921

วันที่ 15 มี.ค. 2564 เวลา 16:50 น.ยกระดับประสบการณ์การพักผ่อนสุดเอ็กซ์คลูซีฟใจกลางเมือง พร้อมดื่มด่ำสุนทรียรสของกาแฟเนสเพรสโซเนสเพรสโซ จับเทรนด์ Staycation ร่วมมือโรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ เปิดแคมเปญ “Coffeecation Inspired by Nespresso” นำเสนอประสบการณ์พักผ่อนสุดพิเศษรับซัมเมอร์นี้

ผู้นำด้านกาแฟแคปซูลและเครื่องชงกาแฟชนิดแคปซูลระดับพรีเมียมจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ Nespresso (เนสเพรสโซ) ผนึกกำลังกับ Rosewood Bangkok (โรสวูด กรุงเทพฯ) โรงแรมระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี่ใจกลางกรุง ร่วมกันส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ จัดแคมเปญ staycation 2 วัน 1 คืน ภายใต้แคมเปญ “Coffeecation Inspired by Nespresso” ยกระดับประสบการณ์การพักผ่อนสุดเอ็กซ์คลูซีฟใจกลางเมือง พร้อมดื่มด่ำกับสุนทรียรสของกาแฟเนสเพรสโซ ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม-31 พฤษภาคม พ.ศ.2564

นางปรีติ ฮาลัย ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจ เนสเพรสโซ ประเทศไทย เปิดเผยว่า “ที่เนสเพรสโซ เรามุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์กาแฟที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า และยังสร้างสรรค์บริการใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตและพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยเฉพาะในยุคนิวนอร์มัล ซึ่งเทรนด์การพักผ่อนและท่องเที่ยวสไตล์ staycation ได้รับความนิยมในหมู่คนไทยมากขึ้น เราจึงเล็งเห็นโอกาสและตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มีข้อจำกัดเรื่องการเดินทางท่องเที่ยว ด้วยการร่วมมือกับ โรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจของเรา มอบข้อเสนอสุดพิเศษให้ลูกค้าได้ผ่อนคลายท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมเติมเต็มการพักผ่อนให้พิเศษยิ่งขึ้นด้วยกาแฟที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพจาก เนสเพรสโซ”

มร.โธมัส ฮาร์แลนเดอร์ กรรมการผู้จัดการ โรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ กล่าวเสริมว่า “โรสวูด กรุงเทพฯ มุ่งสร้างประสบการณ์การเข้าพักที่ทันสมัยระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี่ให้กับลูกค้ามาโดยตลอด เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ เนสเพรสโซ แบรนด์กาแฟระดับพรีเมี่ยม ในการมอบประสบการณ์การพักผ่อนอย่างเหนือระดับให้แก่ลูกค้าผ่านแคมเปญ “Coffeecation Inspired by Nespresso” ด้วยฐานลูกค้าของเราที่มีไลฟสไตล์และความชื่นชอบที่คล้ายคลึงกัน ประกอบกับ เทรนด์ staycation ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากลูกค้ากลุ่มนี้ เราจึงมั่นใจว่าแคมเปญนี้จะเสริมสร้างและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ดีที่สุดอย่างแน่นอน”

ข้อเสนอ Coffeecation Inspired by Nespresso มาพร้อมสิทธิพิเศษมากมาย ประกอบด้วย

  • เช็คอิน (check-in) ได้เช้าสุดตั้งแต่ 09:00 น. และเช็คเอาท์ (late check-out) ได้สายสุดถึง 18:00 น.
  • อาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน เสิร์ฟพร้อมกาแฟเนสเพรสโซ ณ ห้องอาหาร Lakorn European Brasserie (ชั้น 7) หรือภายในห้องพัก
  • อาหารเที่ยง หรือ อาหารค่ำสำหรับ 2 ท่าน (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง) พร้อมเมนูขนมหวาน จากสองเชฟชื่อดังอย่าง เชฟปั้น-อัคควินท์ ปิตรชาต และเชฟฟลอเรียน กูโตว หัวหน้าเชฟขนมหวาน ห้องอาหาร Lakorn European Brasserie โดยใช้กาแฟเนสเพรสโซเป็นส่วนผสมของอาหารและขนม อีกทั้ง ยังเสิร์ฟพร้อมเมนูเครื่องดื่มค็อกเทลและม็อกเทล ฝีมือ จูเซปเป้ คาร์เนลี่ บาร์เมเนเจอร์ จาก Lennon’s (*ห้องอาหาร Lakorn European Brasserie จะเปิดให้บริการมื้อเย็นเฉพาะวันจันทร์และวันอังคารเท่านั้น หากใช้บริการวันอื่น สามารถใช้บริการ room-service เพื่อรับประทานอาหารภายในห้องพักของท่านได้)
  • ของขวัญสุดพิเศษจากเนสเพรสโซ (Welcome amenities from Nespresso)
  • พิเศษ! สำหรับผู้ที่จองแพ็กเกจ 50 ท่านแรก จะได้รับคูปองส่วนลดจากเนสเพรสโซ 250 บาท เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ของ เนสเพรสโซครบ 2,000 บาท

ห้องพักข้อเสนอ Coffeecation Inspired by Nespresso ราคาเริ่มต้นที่ 6,500 บาทต่อคืน สามารถสำรองห้องพักได้ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม-30 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 และเข้าพักได้ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม-31 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 สำหรับช่องทางการสำรองห้องพัก สามารถสำรองได้ผ่านเว็บไซต์ https://www.rosewoodhotels.com/en/bangkok หรืออีเมลไปที่ Bangkok.reservation@rosewoodhotels.com และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-080-0088

บล็อกเกอร์ดังแนะ 5 ที่พักสุดปัง หลบร้อนรับซัมเมอร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/647839

วันที่ 14 มี.ค. 2564 เวลา 12:41 น.บล็อกเกอร์ดังแนะ 5 ที่พักสุดปัง หลบร้อนรับซัมเมอร์เที่ยวซัมเมอร์สไตล์บล็อกเกอร์สายท่องเที่ยวชื่อดัง “น้ำ-ณีรนุช ไตรจักร์วนิช” กับ 5 ที่พักสุดปัง Take a break รับซัมเมอร์จากประสบการณ์จริง

เมื่อประเทศไทยของเราเข้าสู่ซัมเมอร์อย่างเป็นทางการ อีกทั้งสถานการณ์โควิด-19 ก็เริ่มคลี่คลาย บวกกับวันหยุดยาวช่วงสงกรานต์ เชื่อว่านาทีนี้เหล่าทราเวลเลอร์สหลายคนคงเตรียมวางแผนแพคกระเป๋าเที่ยวหลบร้อนกันอย่างแน่นอน “น้ำ-ณีรนุช ไตรจักร์วนิช” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาคาเลียส (ประเทศไทย) จำกัด (Makalius) และบล็อกเกอร์สายท่องเที่ยวชื่อดัง ขอแชร์ 5 ที่พักสุดปัง Take a break รับซัมเมอร์จากประสบการณ์จริง รับประกันความสวยแบบตรงปก เพื่อเป็นทางเลือกให้ใครที่กำลังจะจองที่พัก

“ซัมเมอร์ถือเป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว เพราะมีวันหยุดยาวอย่างเทศกาลสงกรานต์ และที่สำคัญคือเป็นฤดูกาลที่ธรรมชาติสมบูรณ์มากที่สุด ท้องฟ้าสีสวยที่สุด น้ำทะเลใสที่สุด ป่าไม้ยังคงความเขียวขจี หนุ่มสาวสามารถแต่งตัวได้อย่างเต็มที่ จึงทำให้ฤดูนี้เป็นที่โปรดปรานของใครหลายคน ที่จะออกเดินทางไปเที่ยวหลบร้อน แชะรูปสวย ตามสถานที่ต่างๆ อีกทั้งยังเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าผู้ประกอบการที่พักที่เตรียมจัดแพคเกจต้อนรับนักท่องเที่ยวให้ฟินแบบสุดๆ”  น้ำ ณีรนุช กล่าว

ดังนั้น น้ำขอแชร์ประสบการณ์เรื่องที่พักที่ได้ไปสัมผัสมากับ 5 ที่พักสุดปัง Take a break รับซัมเมอร์ ที่สวย ราคาประหยัด เพื่อเป็นแนวทางการตัดสินใจให้เหล่าทราเวลเลอร์ได้เป็นตัวเลือกในช่วงซัมเมอร์นี้ 

เริ่มต้นกับที่พักติดทะเลใกล้เมืองกรุง A One The Royal Cruise พัทยา ด้วยจุดเด่นโรงแรมทรงเรือครุยส์ขนาดใหญ่ ติดชายหาดพัทยาเหนือ ให้ความรู้สึกเสมือนการท่องเที่ยวบนเรือสำราญ ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และไฮไลท์ของที่พักแห่งนี้คือ สระว่ายน้ำสไตล์ Beach Club ตกแต่งด้วยโทนสีพาสเทลสด ล้อมรอบไปด้วยบาร์เครื่องดื่มที่สามารถสั่งได้ตลอดเวลา และที่พิเศษแบบสุดๆ คือ โรงแรมมีแพคเกจที่พัก พร้อมอาหารเช้าและดินเนอร์แบบบุฟเฟ่ต์ซีฟู๊ดในคืนวันศุกร์และวันเสาร์ ครบจบที่เดียวแบบไม่ต้องออกไปหาอาหารรับประทานข้างนอก

ส่วนใครที่ต้องการความสงบต้องที่พักสุดลับของเมืองพัทยา The Monttra บอกได้คำเดียวใครที่มาเป็นคู่รับรองไม่ผิดหวัง เพราะบรรยากาศสุดเลิศ ชายหาดส่วนตัว รับรองว่าไพรเวทแบบสุดๆ และ ไฮไลท์เด็ดห้ามพลาดคือสระว่ายน้ำวิวอินฟินิตี้ น้ำในสระเป็นผืนเดียวกับน้ำทะเล โดยเฉพาะตอนเย็นจะได้ชมวิวพระอาทิตย์ตกแบบส่วนตัวหาที่ไหนไม่ได้เลยทีเดียว และที่สำคัญตอนนี้ทางที่พัก ยังมีบริการฟรีของว่างรับประทานยามบ่าย อาทิ ไอศกรีม แตงโมหน้ากุ้ง สาคู กล้วยเชื่อมทรงเครื่อง เริ่มตั้งแต่เวลา 14.00-17.00 น. 

แต่ถ้าใครอยากได้บรรยากาศเหมือนอยู่เกาะซานโตรินี่ ประเทศกรีซ ที่โอบล้อมไปด้วยสีฟ้าของทะเลแคริบเบียน ต้องมาที่ De Paskani หัวหิน เพียงก้าวแรกจะสัมผัสได้ถึงความสดใสของพื้นน้ำสีฟ้าที่ทอดยาวไปยังห้องพักต่างๆ และความสวยงามของห้องพักที่ถูกออกแบบมาในสไตล์กรีซ เน้นสีขาว ให้ความรู้สึกเรียบง่าย ผ่อนคลาย เหมาะแก่การมาพักผ่อนในช่วงซัมเมอร์ที่สุด และแน่นอนว่ามีแพคเกจพิเศษ ห้องพักพร้อมอาหารเช้า และเซ็ตบาบีคิว สำหรับดินเนอร์ รวมไปถึงรถรับส่งไปยังจุดสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในเมืองหัวหิน 

ต่อด้วย Cherburi Homestay จันทบุรี เหมาะกับการพักร้อนแบบครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน เพราะที่เฌอ บุรี ถือเป็นโฮมสเตย์ขนาดใหญ่ ที่มีห้องพักแบบมินิมอลสไตล์ให้เลือกพักหลายรูปแบบ จุคนได้เป็นจำนวนมาก ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ จ่ายทีเดียวได้ครบ เพราะแพคเกจจะรวมห้องพัก อาหารทุกมื้อ ยิ่งไปกว่านั้น คือ บุฟเฟ่ต์ซีฟู๊ดแบบไม่อั้น และกิจกรรมทางน้ำที่เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย

ปิดท้ายด้วย Maldives beach resort จันทบุรี ที่มีจุดเด่นอยู่ที่การออกแบบที่พักโดยการผสมผสานความเป็นวินเทจของตัวอาคารกับความโมเดิร์นของห้องพักเข้าด้วยกัน อีกทั้งยังตั้งอยู่บริเวณหาดเจ้าหลาวจึงทำให้มัลดีฟบีชรีสอร์ท มีความสงบเงียบและเป็นส่วนตัวมากขึ้น เหมาะสำหรับคู่รัก ที่ต้องการมาพักผ่อนแบบสวีท หรือจะเดินถ่ายรูปริมหาดก็ทำได้เพียงก้าวออกจากที่พักก็ถึงชายหาดทันที โดยตอนนี้มีแพคเกจพิเศษ ห้องพักรวมอาหารเช้าและอาหารค่ำ สำหรับเข้าพักวันธรรมดา 

ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ยังไม่มีที่พักสามารถนำไอเดียที่พักนี้ไปเลือกใช้ได้ หรือจะแวะมาหาที่พักพร้อมดีลสุดพิเศษได้ที่ มาคาเลียส (Makalius) www.makalius.co.th ออนไลน์ทราเวลแพลตฟอร์ม (Online Travel Platform) แหล่งรวมและจำหน่ายวอเชอร์ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำของประเทศไทย ตัวจริงโปรที่พักกินเที่ยวอันดับ 1 ที่มีให้เลือกมากมาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ 02 821 5215 หรือ Line @makalius

เล่นว่าวรับลมร้อน พร้อมชมการแสดงจากนักบินว่าวระดับนานาชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/647826

วันที่ 14 มี.ค. 2564 เวลา 10:20 น.เล่นว่าวรับลมร้อน พร้อมชมการแสดงจากนักบินว่าวระดับนานาชาติไอคอนสยาม ชวนสนุกกับ ICONSIAM SUMMER KITE PLAYGROUND เปิดพื้นที่ริเวอร์ พาร์ค จัดกิจกรรมเล่นว่าว พร้อมชมการแสดงจากนักบินว่าวระดับนานาชาติ

“ว่าว” เครื่องเล่นที่ถูกประกอบขึ้นด้วยโครงว่าวผูกสายป่านหรือเชือก แล้วติดหางยาวเพื่อถ่วงให้ว่าวทรงตัวและลอยขึ้นไปสู่ท้องฟ้า หนึ่งกีฬาพื้นบ้านของไทยที่เคยได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงฤดูร้อน กำลังจะกลับมาสร้างสีสันให้กับกรุงเทพฯ อีกครั้ง พร้อมโชว์รูปทรงที่หลากหลายแปลกตาและสีสันมราสวยงาม ซึ่งกีฬาหรือการละเล่นพื้นบ้านนี้ นอกจากจะเป็นการออกกำลังกาย และสร้างความเพลิดเพลินแล้วนั้น ยังเป็นกิจกรรมที่สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวได้ดีอีกด้วย เพราะสามารถเล่นได้ทั้งทุกเพศทุกวัย

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์คระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีปณิธานที่จะเชิดชูเรื่องราวอันทรงคุณค่า และความภาคภูมิใจจากทุกมิติของเอกลักษณ์ความเป็นไทย จัดกิจกรรม ICONSIAM SUMMER KITE PLAYGROUND ตั้งแต่วันนี้–18 เม.ย. 64 ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 16.00 –20.00 น. เปิดพื้นที่ริเวอร์ พาร์ค ให้เป็นสถานที่สำหรับทุกคนในครอบครัว รวบรวมว่าวนานาชนิดที่มีความสวยงามและยิ่งใหญ่มาจัดจำหน่าย

พร้อมชวนชมแสดงการเล่นว่าวจากทีม THAITAN นักบินว่าวมืออาชีพ ที่เคยได้รับรางวัลรางวัลที่ 1 จากการแข่งขันว่าวนานาชาติมาแล้ว อาทิ รางวัล The 5th Korea Uiseong Sports-kite World Championship Dual-line Team 1st place นำทีมโดย คุณไพโรจน์ ขวัญสงค์ จากจังหวัดอ่างทอง เป็นผู้เชี่ยวชาญการบิน Dual Line Stunt Kite และเป็นผู้ตัดเย็บว่าวมืออันดับต้นๆของประเทศไทย ประสบการณ์ยาวนานกว่า 40 ปีที่โลดแล่นอยู่ในวงการว่าว คุณธีระ เพชรแก้ว จากจังหวัดสงขลา เป็นนักบินที่ชำนาญทั้งการบิน Quad Line stunt Kite และ Dual Line stunt Kite เดินทางไปโชว์บินว่าวมาแล้วหลากหลายประเทศ และยังสอนบินว่าวให้กับสมาชิกรุ่นใหม่ๆอีกด้วย คุณนพดล คงสุวรรณ จากจังหวัดยะลา ผู้เชี่ยวชาญด้านการบิน Dual Line Stunt Kite คุณเฉลิมพล สุขสวัสดิ์ จากจังหวัด สุราษฎร์ธานี เป็นผู้ชำนาญด้านการบินว่าว Stunt Kite อีกทั้งปลุกปั้นเยาวชนรุ่นใหม่ขึ้นมาให้เป็นนักกีฬาบินว่าวอีกหลากหลายคน และ คุณกฤตยชญ์ ย้อยญาติ ลูกศิษย์คุณธีระ และ คุณเฉลิมพล เป็นทั้งนักกีฬาบินว่าว และยังเป็นนักแข่งมอเตอร์ครอสอีกด้วย พร้อมด้วยสมาชิกจากทีม THAITAN ที่จะหมุนเวียนมาสาธิตการเล่นให้ชมกัน พร้อมทั้งสอนการเล่นว่าวให้กับประชาชนที่หลงใหลในมนต์เสน่ห์ของกีฬาชนิดนี้อีกด้วย

สำหรับว่าวที่นำมาจัดแสดงให้ได้ชมความสวยงามไปพร้อมกับบรรยากาศริมโค้งน้ำเจ้าพระยาอันงดงามนั้น ได้แก่ Inflatable Kite คือว่าวถุงลมแฟนซี ทำเป็นลักษณะรูปร่างต่างๆ เช่น วาฬ , Mantas Ray , ม้าน้ำ , Unicorn ฯลฯ ว่าวสายต่อ Stack เป็นฝีมือการเล่นว่าวของ คุณไพโรจน์ ขวัญสงค์ ที่สามารถต่อสายความยาวได้มากถึง 150 ตัว ,ว่าว Sport Kite ประเภทบังคับสี่สาย หรือ Quad Line Stunt Kite ตัวนี้การบังคับว่าวจะต้องใช้ Handle ในการควบคุมการเดินทางของว่าว โดยผู้บินจะต้องมีความชำนาญในการบินว่าว และ ผ่านการฝึกฝนอย่างดี และ ว่าว Sport Kite ประเภทบังคับสองสาย หรือ Dual Line Stunt Kite ว่าวประเภทต้องใช้ความชำนาญในการบินเช่นกัน ว่าวจะมีความเร็วกว่าตัวที่บังคับสี่สาย สามารถบินบังคับทิศทาง บินผาดแผลงได้

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจำหน่ายว่าวนานาชนิด เพื่อให้ทุกคนในครอบครัวสามารถลองการละเล่นด้วยตัวเอง โดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำ อาทิ ว่าวปลาหมึก เป็นผ้า Ripstop Nylon คุณภาพดี นำเข้าจากประเทศนิวซีแลนด์ , ว่าวกระดาษ , ว่าวงู , ว่าวปลา , ว่าวผีเสื้อ , ว่าวอีลุ้ม , ว่าวผ้า , ว่าวช่อง , ว่าวเครื่องบิน , ว่าวนก , ว่าวกระเบน , ว่าวนกอินทรี , ลูกหมุน , ว่าวไทย และอุปกรณ์เล่นลมอื่นๆ เพื่อให้ทุกคนในครอบครัวได้ร่วมชมและร่วมกิจกรรมการเล่นว่าวได้อย่างสนุกสนาน ท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงามของริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

พิเศษสุด! สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าภายในไอคอนสยาม ครบ 300 บาท รับสิทธิ์ Workshop การออกแบบว่าวด้วยตนเองฟรี! ไอคอนสยามขอเชิญร่วมกิจกรรมยามเย็น เพื่อใช้เวลาว่างภายในครอบครัวร่วมกัน ที่นอกจากจะเป็นการออกกำลังกาย เพื่อความผ่อนคลาย ยังร่วมรักษาการละเล่นแบบไทยให้คงอยู่เรื่อยไปอีกด้วย กิจกรรมนี้จัดขึ้นทุกวันศุกร์ – วันอาทิตย์ เวลา 16.00 – 20.00 น. ตั้งแต่วันนี้ถึง -18 เม.ย. 2564 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร สามารถเดินทางมาไอคอนสยามได้อย่างสะดวกและรวดเร็วโดยรถไฟฟ้าสายสีทอง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1338 หรือ www.iconsiam.com

ฮิลตัน หัวหิน โฉมใหม่ ความรื่นรมย์ที่พร้อมสรรพกับความทรงจำในรูปแบบชีวิตวิถีใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/647372

วันที่ 09 มี.ค. 2564 เวลา 19:20 น.ฮิลตัน หัวหิน โฉมใหม่ ความรื่นรมย์ที่พร้อมสรรพกับความทรงจำในรูปแบบชีวิตวิถีใหม่ฮิลตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา เสน่ห์หัวหินถิ่นมีหอยที่รอคอยให้คุณไปสัมผัส พร้อมสร้างความทรงจำใหม่ๆ สุดประทับใจในวันพักผ่อน

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ “หัวหิน” ก็ยังคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวเลือกไปเช็กอิน ด้วยโลเคชั่นที่ไม่ไกล การเดินทางที่แสนสะดวก ธรรมชาติที่ยังคงความสวยสดงดงาม หาดทราย ทะเลยังคงใสรอการมาเยือนเสมอ ทั้งหมดที่กล่าวไป ทำให้หัวหินเป็นหนึ่งในสถานที่พักผ่อนชายทะเลชั้นนำของประเทศไทย และยังเป็นที่โปรดปรานของผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลก

หนึ่งในสถานที่ที่โพสต์ทูเดย์อยากแนะนำครั้งนี้คือ ฮิลตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา แม้ชื่อจะฟังดูคุ้นหู แต่ล่าสุดสถานที่แห่งนี้ได้ผ่านการเปลี่ยนรูปโฉมใหม่ ทั้งในด้านการบริการและในส่วนของพื้นที่ให้บริการ ห้องพัก รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เน้นความทันสมัยยิ่งขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะร่วมสมัยแบบไทย เพื่อช่วยรำลึกถึงความทรงจำอันน่าประทับใจที่ผ่านมา นับเป็นวิสัยทัศน์ใหม่ในการให้บริการเพื่อตอบสนองความต้องการและความพึงพอใจของนักเดินทางในยุคปัจจุบัน

…ก้าวไปข้างหน้ากับทิศทางใหม่ ด้วยวิสัยทัศน์ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

นายฟิลิปโปส อาร์กิริดิส ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมฮิลตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา กล่าวว่า ด้วยพันธกิจที่เรามุ่งมั่นเพื่อมอบความเป็นอยู่ที่ดีให้กับแขกของเรา บวกกับสถานที่ตั้งของโรงแรมในทำเลทองที่ไม่มีใครเทียบเท่า และการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่มีการปรับปรุงใหม่นั้น แขกที่เลือกโรงแรมของเราสามารถมั่นใจได้เลยว่าเขาจะมีความสุข สะดวก สบาย และปลอดภัยตลอดการเข้าพัก

ถึงแม้ว่าโรงแรมจะตั้งอยู่จะอยู่ในทำเลเดิม แต่ลักษณะและบรรยากาศของโรงแรม ณ ปัจจุบันให้ความรู้สึกแก่แขกหรือลูกค้าที่เข้าพักแตกต่างออกไป ซึ่งเป็นไปตามวิสัยทัศน์และการกำหนดทิศทางใหม่แห่งการบริการของผู้บริหาร โดยนอกจากการปรับปรุงในส่วนของห้องพักและห้องสวีท ซึ่งแต่ละห้องสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของทะเลอ่าวไทยที่กว้างไกลได้จากทุกมุมของรีสอร์ทแล้ว ในส่วนของล็อบบี้ยังปรับปรุงใหม่ให้มีพื้นที่กว้างขวางขึ้น ออกแบบตกแต่งโดยการนำลายเส้นของคลื่นน้ำทะเลที่บ่งบอกถึงความเป็นมาของเมืองหัวหิน ผสมผสานกับลายเส้นของคลื่นน้ำแบบกราฟฟิกเพื่อสื่อถึงความเป็นศิลปะแบบร่วมสมัย สามารถเชื่อมต่อออกไปสู่บริเวณนอกอาคาร สัมผัสความงามของสวนภูมิทัศน์ที่มีสระว่ายน้ำรูปทรงทะเลสาบขนาดใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางของรีสอร์ทได้อย่างน่าอัศจรรย์

ภายในบริเวณล็อบบี้ ยังมี Deca Coffee & Dessert Bar บาร์กาแฟและขนมหวานที่ตกแต่งในสไตล์ทันสมัย มีผนังกระจกบานกว้างทำให้มองเห็นวิวสระว่ายน้ำที่มีชื่อเสียงเลื่องลือของรีสอร์ท อีกทั้งมองเห็นทัศนียภาพอันสวยงามของทะเลอ่าวไทย คุณสามารถเลือกเพลิดเพลินกับเมนูซิกเจอร์อันเป็นเอกลักษณ์ของร้าน Deca ที่มีบริการทั้งชา กาแฟ แซนด์วิช เครื่องดื่ม และขนมหวานชนิดต่างๆ ได้ตามชอบ โดยสามารถนั่งรับประทานที่ร้านหรือจะสั่งกลับบ้านก็ได้

นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีพื้นที่กิจกรรมสำหรับเด็ก เอาใจนักท่องเที่ยวที่มาเป็นครอบครัว อย่าง Kid’s Club ที่มีการปรับปรุงใหม่และอัพเกรดอุปกรณ์ต่างๆ ให้มีความทันสมัยมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันถือว่าเป็นคิดส์คลับในร่มที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโรงแรมระดับห้าดาวในหัวหิน ที่รวมกิจกรรมและของเล่นต่างๆ ไว้มากมาย อาทิ สไลเดอร์เด็ก การปีนหน้าผาจำลอง และห้องมืด ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีโซนศิลปะและงานฝีมือให้เด็กๆ ได้แสดงความคิดสร้างสรรค์งานศิลปะของพวกเขา ภายในของคิดส์คลับออกแบบตกแต่งให้เป็นรูปแบบเมืองมหาสมุทร โดยบนผนังมีภาพวาดของสิ่งมีชีวิตหลากหลายประเภทใต้ท้องทะเลในระดับความลึกต่างๆ เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้และผจญภัยไปกับโลกใต้ท้องทะเล

ฮิลตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา รีสอร์ท เป็นโรงแรมสูง 17 ชั้น ติดชายหาดทะเลและใกล้สถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ตลอดจนสนามกอล์ฟชั้นนำระดับโลกหลายแห่ง มีห้องพักและห้องสวีทจำนวน 295 ห้อง แต่ละห้องมีระเบียงส่วนตัวมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของทะเล ห้องพักปรับปรุงตกแต่งใหม่จำนวน 6 ชั้น มีเอกลักษณ์ความงามของศิลปะไทยแบบท้องถิ่น ห้องอาบน้ำแบบฝักบัวปูด้วยหินอ่อน สิ่งอำนวยความสะดวกใช้สมาร์ทเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ มีระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวเพื่อประหยัดพลังงาน ภายในห้องพักตกแต่งอย่างเรียบง่าย ดูทันสมัย ด้วยโทนสีธรรมชาติให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเอง 

ภายในโรงแรมมีห้องจัดงานอเนกประสงค์ 4 ห้อง รวมถึงห้องบอลรูมขนาดใหญ่พร้อมระเบียงกว้างขวาง สามารถรองรับแขกได้ถึง 1,500 คน เหมาะสำหรับจัดงานประชุมสัมมนา งานเลี้ยงอาหารค่ำ และพิธีแต่งงานที่หรูหรา แขกผู้เข้าพักสามารถเพลิดเพลินกับร้านอาหารหลากหลายประเภทได้จากร้านอาหารที่มีชื่อเสียงอย่าง ห้องอาหารไวท์ โลตัส และ รูฟท็อป บาร์ ซึ่งสามารถมองเห็นทัศนียภาพที่งดงามของชายหาดและบริเวณโดยรอบได้จากชั้น 17 นอกจาก มียังมีห้องอาหารและบาร์อีก 6 แห่ง ที่ให้บริการอาหารตะวันตกและเครื่องดื่มค็อกเทล ในสถานที่ที่สวยงามทั้งในร่มและกลางแจ้งเหมาะกับทุกๆ โอกาส อีกทั้งยังมีสปาที่ออกแบบอย่างสวยงาม มีห้องทรีทเมนต์ส่วนตัวจำนวน 9 ห้อง มีหน้าต่างบานกว้ามองเห็นทิวทัศน์ของทะเลและสวนแบบพาโนรามิค การอาบน้ำแบบญี่ปุ่นและอ่างจากุซชี่ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรีสอร์ทแห่งนี้

ในส่วนของเอ็กเซ็กคิวทีฟเลาจน์ ซึ่งเป็นห้องรับรองพิเศษเพื่อมอบการบริการอันเป็นส่วนตัวและเอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับแขกที่เข้าพักของโรงแรมก็ได้ทำการปรับปรุงใหม่ให้มีความสวยงามยิ่งขึ้น พร้อมมองเห็นทัศนียภาพอันงดงามของรีสอร์ทได้ชัดเจนขึ้น ในส่วนของฟิตเนสเซ็นเตอร์ได้มีการปรับปรุงใหม่ให้เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์ออกกำลังกายที่ครบครันทันสมัย รวมถึงบาร์บนชั้นดาดฟ้าและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อีกมากมายก็มีการปรับปรุงให้มีความสวยงามโดดเด่นยิ่งขึ้นเช่นกัน

และเพื่อความมั่นใจในการท่องเที่ยวแบบชีวิตวิถีใหม่ New Normal ทางโรงแรมฮิลตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา ใส่ใจการดูแลด้านสุขอนามัยในโรงแรมทั้งหมด โดยใช้โปรแกรม CleanStay ที่เป็นไปตามมาตรฐานการบริการทางด้านความสะอาดระดับโลกของโรงแรมในเครือฮิลตัน เพื่อเน้นสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและถูกสุขอนามัยในทุกพื้นที่ทั้งภายในและภายนอกอาคาร   

สำหรับใครที่คิดถึงหัวหิน เมืองอันทรงเสน่ห์ของชายทะเลอันเป็นประตูสู่ภาคใต้ ฮิลตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา พร้อมมอบประสบการณ์ใหม่อันน่าจดจำ ด้วยข้อเสนอพิเศษสุดกับแพ็กเกจ Memorable Staycation ในราคา 4,000 บาทต่อคืน สำหรับห้องพักปรับปรุงใหม่ที่มองเห็นมองเห็นวิวทะเลอันงดงาม พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน และยังได้รับรีสอร์ทเครดิตฟรี มูลค่า 2,000 บาทต่อคืน สำหรับใช้บริการด้านอาหาร เครื่องดื่ม และสปาทรีทเมนท์ภายในรีสอร์ท รวมถึงได้รับคะแนนสะสมสำหรับสมาชิก Hilton Honors อีกด้วย (ดูข้อกำหนดและเงื่อนไขแพ็กเกจได้ที่ www.hiltonhotels.com/th สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ hua-hin@hilton.com หรือโทร. +66 (0) 32 538 990

ลิ้มรสอาหารไทยในตำนาน สัมผัสความอร่อยในสไตล์เชฟนูรอ @Blue Elephant #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/647287

วันที่ 08 มี.ค. 2564 เวลา 12:12 น. ลิ้มรสอาหารไทยในตำนาน สัมผัสความอร่อยในสไตล์เชฟนูรอ @Blue ElephantBlue Elephant เสิร์ฟตำนานความอร่อยในสไตล์เชฟนูรอ 4 ทศวรรษแบรนด์ร้านอาหารไทยในสายตาชาวโลก กับทีมบริหารรุ่นใหม่ที่อยากให้คนไทยเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

กว่า 41 ปีแล้วที่เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ นำพา Blue Elephant (บลู เอเลเฟ่นท์) แบรนด์ร้านอาหารไทย ผลิตภัณฑ์เครื่องแกง และซอสปรุงรสไปสู่ตลาดโลก วันนี้เชฟนูรอพร้อมนำทีมรุ่นลูกร่วมกันบริหาร พร้อมปรับภาพลักษณ์ร้านภายใต้คอนเซ็ปต์ “สบาย สบาย” นำทีมโดยคุณคิม สเต้ปเป้ พร้อมทีมบริหารรุ่นใหม่ไฟแรงที่ตั้งเป้าบริหารธุรกิจเพื่อให้คนไทยเข้าถึงได้ง่าย นำวัตถุดิบยอดฮิตมาปรุงอาหารไทย โดยเน้นอร่อยถูกใจคนไทยในราคาสบายกระเป๋า เริ่มตั้งแต่เซ็ตกลางวัน (3 คอร์ส) 580++ บาทต่อท่าน

ทางด้านความอร่อยบอกเลยว่าต้องถูกใจคออาหารไทยแบบพรีเมียมแต่ยังคงรสชาติแบบออริจินัลไว้ทุกกระเบียดนิ้ว เริ่มด้วย แกงกะทิใต้หอยเชลล์ใบชะพลู (SOUTHERN HEAT SCALLOPS & BETEL LEAVES CURRY) แกงกะทิปูสูตรเข้มข้นถึงใจ ใช้พริกแกงใต้ ผสมขมิ้น กะปิ แกงกับหอยเชลล์ย่างและใบชะพลู กินคู่กับเส้นหมี่ ได้รสสัมผัสที่อร่อยเกินจะบรรยาย

ต่อที่เมนู ตับห่านซอสมะขาม มะม่วงน้ำดอกไม้  (THAI TAMARIND & FRENCH LANDES FOIE GRAS) สุดยอดเมนู Signature Dish ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของเชฟนูรอที่ได้รังสรรค์ขึ้นเมื่อ 15 ปีก่อน เสิร์ฟพร้อมมันเทศบดผสมบวบ เติมกลิ่นหอมด้วยโหระพา ได้รสชาติหวานเปี้ยวจากน้ำมะขามหวาน ปิดท้ายด้วยการโรยหอมเจียวกรอบ

คนรักสุขภาพแนะนำ ยำมะเขือม่วงโครงการหลวง กุ้งแม่น้ำย่าง (GRILLED RIVER PRAWN DOI KHAM EGGPLANT SALAD) มะเขือม่วงโครงการหลวงย่างจนหอมหวานแบบธรรมชาติ คลุกเคล้าน้ำยำแบบน้ำมะขาม มะนาว พริก กระเทียม น้ำมันเห็ดทรัฟเฟิล อร่อยลงตัว

อีกเมนูแนะนำที่ถูกปากคนไทยต้องยกให้ ลาบเป็ดกงฟี พริกมะแขว่น (DUCK LAAB CONFIT) ขาเป็ดฉะเชิงเทราตุ๋นในน้ำมันเป็ดก่อนนำมาทอดจนกรอบ ราดด้วยน้ำยำ ซอสจิ้มแจ่ว เสิร์ฟพร้อมยำสามชีเรียกความสดชื่น

ไฮไลท์อีกจานต้อง แกะกะเพรา (WILD “KRA-PAOW” LAMB CHOPS) เมนูกะเพราสุดพรีเมียม ยกระดับอาหารไทยด้วยซี่โครงแกะหมักกระเทียม พริกไทยดำ จี่กระทะร้อน ราดซอสพริกขี้หนู กระเทียม กะเพรา เพิ่มกลิ่นหอมด้วยกระชาย

ยังมี แสร้งว่ากุ้งลายเสือปลาดุกฟู (GRILLED TIGER PRAWN YAM) แสร้งว่าแสร้งทำ ยำกุ้งย่าง ใส่ขิง ตะไคร้ หอมแดง คลุกเค้าน้ำยำ พริกขี้หนู  กระเทียม น้ำมะขาม น้ำตาลปี๊บ ปลาดุกฟู  และแกงเผ็ดแก้มวัวฟักทองน้ำเต้าเสิร์ฟพร้อมข้าวมันส้มตำ (KAENG PHED BEEF CHEEK) แกงแก้มวัวตุ๋นกับกะทิ ใบโหระพา ใส่ฟักทองน้ำเต้าโครงการหลวง  เสิรฟ์พร้อมส้มตำไทยโบราณ และข้าวมันกะทิที่ทำจากข้าวหอมมะลิ และข้าวเหนียวเขี้ยวงู

ปิดท้ายมื้อนี้ด้วย Signature Dessert ขนมหวานแสนอร่อยสูตรเฉพาะของเชฟนูรอ อย่างโคโคนัทแฟลน (COCONUT FLAN ) มะม่วงชีสเค้ก (MANGO CHEESECAKE) ช็อกโกแลตมูส (CHOCOLATE MOUSSE) เมนูในตำนานของบลู เอเลเฟ่นท์ เบลเยียม ซึ่งได้รับความนิยมตั้งแต่ปี 2525

นักชิมสามารถเดินทางไปลิ้มลองความอร่อยได้ที่บลู เอเลเฟ่นท์ สาขากรุงเทพฯ และสาขาภูเก็ต สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารสามารถมาเรียนทำอาหารกับเชฟนูรอและลูกทีมได้ที่ โรงเรียนสอนทำอาหารบลู เอเลเฟ่นท์ สอบถามโทร. 02 673 9353-8 (กรุงเทพฯ) และโทร. 076 354 355 (ภูเก็ต) เปิดให้บริการ ทุกวัน เวลา 11.00-21.30 น. ติดตามข่าวสารได้ที่ www.blueelephant.com Facebook: BlueElephantBangkok  /LINE ID: @blueelephantbkk / Instagram : @blueelephant on Instagram

รู้แล้วป้องกัน!! อันตรายรายวันของ ‘แสงสีฟ้า’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/648422

วันที่ 21 มี.ค. 2564 เวลา 10:15 น.รู้แล้วป้องกัน!! อันตรายรายวันของ ‘แสงสีฟ้า’“แสงสีฟ้า” อีกหนึ่งตัวการทำร้ายผิวก่อให้เกิดผิวแก่ก่อนวัยรวมถึงฝ้ากระจุดด่างดำแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและผิวพรรณแนะวิธีปกป้องผิวจากผลของแสงสีฟ้า

เมื่ออันตรายในแสงแดดมีมากกว่าที่เราคิด ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณเผยอันตรายจากแสงสีฟ้าตัวการร้ายผิวที่ถูกมองข้าม เพราะก่อให้เกิดผิวแก่ก่อนวัย ฝ้า กระ และจุดด่างดำตามมา พร้อมแนะนำให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่ช่วยมากกว่าการป้องกันรังสียูวี แต่ยังต้องปกป้องผิวจากผลแสงสีฟ้าได้อีกด้วย ช่วยให้สาวไทยพร้อมอวดผิวสวยท้าแดดได้อย่างมั่นใจ

ภาพแผ่นทดลองแสงสีฟ้า หรือ บลูไลท์ (Bluelight) เมื่อสัมผัสกับแสงอาทิตย์โดยตรงทางด้านซ้าย เทียบกับด้านขวาที่ทดลองผ่านการใช้ นีเวีย ซัน ทริปเปิ้ล โพรเทค ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกันแดดล่าสุดจาก นีเวีย ซัน

นายแพทย์ชลธวัช สุวรรณปิยะศิริ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและผิวพรรณ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท  แชร์ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับแสงสีฟ้า ไว้ว่า “แสงสีฟ้า หรือบลูไลท์ (Bluelight) เป็นคลื่นแสงพลังงานสูง (High Energy Visible Light) ที่มีต้นกำเนิดจากดวงอาทิตย์ โดยปกติแสงสีขาวจากดวงอาทิตย์จะแยกเป็นสเปกตรัมทั้งหมดเจ็ดสี ได้แก่ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง โดยแสงบลูไลท์นั้น จะอยู่ระหว่างสีครามกับสีน้ำเงิน และมีความยาวคลื่นระหว่าง 400-500 นาโนเมตร ซึ่งอันตรายของบลูไลท์ส่งผลต่อผิวพรรณเราโดยตรง เพราะทำลายลงลึกสู่ชั้นผิวไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ารังสียูวี ทั้งยูวีเอและยูวีบี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บลูไลท์ในแสงแดดนั้นยังรุนแรงมากกว่าจากหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ถึง 10,300 เท่าหรืออาจเปรียบเทียบได้ว่าเวลาการรับแสงบลูไลท์จากดวงอาทิตย์เพียงหนึ่งนาทีเท่ากับหนึ่งสัปดาห์ของการรับแสงบลูไลท์จากหน้าจออิเล็กทรอนิกส์อย่างต่อเนื่องนั่นเอง

อันตรายของบลูไลท์ต่อผิวชั้นนอกที่เห็นได้ชัดเจนคือไปกระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานิน ส่งผลให้เกิดกระ ฝ้า จุดด่างดำ ความหมองคล้ำ และรอยอักเสบของผิว และเมื่อแสงบลูไลท์ลงไปสู่ชั้นผิวที่ลึกขึ้นแล้วนั้น จะเป็นสาเหตุให้เกิดอนุมูลอิสระและกระตุ้นการสร้างเอนไซม์ ที่จะไปทำลายคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้ผิวหย่อนคล้อยและเกิดริ้วรอยก่อนวัย รวมทั้งก่อให้เกิดอนุมูลอิสระที่เมื่อมีการสะสมจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้

ภาพแผ่นทดลองแสงสีฟ้า หรือ บลูไลท์ (Bluelight) เมื่อสัมผัสกับแสงอาทิตย์โดยตรงทั้งสองข้างก่อนทดสอบด้วย นีเวีย ซัน ทริปเปิ้ล โพรเทค ผลิตภัณฑ์กันแดดนวัตกรรมกันแดดล่าสุดจาก นีเวีย ซัน

ซึ่งโดยส่วนใหญ่คนมักจะเข้าใจว่าบลูไลท์มีเฉพาะจากหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ อย่างคอมพิวเตอร์ หรือมือถือเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว แสงแดดก็มีบลูไลท์รวมอยู่ด้วยเช่นกัน ซึ่งเจ้าบลูไลท์นี้เองมีอันตรายและก่อให้เกิดปัญหาผิวพรรณไม่แพ้กับรังสียูวีเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นปัญหา ฝ้า กระ ริ้วรอย จุดด่างดำ และผิวชราก่อนวัยอันควร ที่สำคัญคือการรับแสงบลูไลท์ในปริมาณมาก และต่อเนื่องยังเป็นสาเหตุการเกิดมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย จึงกล่าวได้ว่าบลูไลท์เป็นผู้ร้ายแอบแฝงที่เราไม่เคยรู้มาก่อนในอดีต  และด้วยวิถีชีวิตของคนในยุคปัจจุบันที่ใช้เวลาส่วนใหญ่กับสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต รวมถึงหน้าจอคอมพิวเตอร์ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ซึ่งแสงบลูไลท์แฝงตัวอยู่กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ ดังนั้น การสัมผัสสิ่งพวกนี้ แม้จะไม่เทียบเท่ากับที่รับจากแสงแดด แต่ก็สามารถส่งผลในระยะยาวได้ 

ปัจจุบันคนไข้ที่มารับการรักษาจะมีปัญหาผิวอย่างฝ้ากระที่แตกต่างจากเดิมคือเมื่อก่อนจะขึ้นบริเวณช่วงกลางของใบหน้าแต่ปัจจุบันจะพบบริเวณแก้มด้านใดด้านหนึ่งซึ่งสัมพันธ์กับด้านที่ใช้คุยโทรศัพท์มือถือเพราะฉะนั้นจึงแสดงให้เห็นว่าบลูไลท์จากมือถือมีผลให้เกิดปัญหาผิวได้นั่นคือเหตุผลว่าไม่ว่าเราจะไปที่ไหนเราสามารถเจอบลูไลท์ได้ตลอดเวลาและเพื่อป้องกันอันตรายจากแสงแดดได้อย่างครอบคลุมทุกมิติผลิตภัณฑ์กันแดดที่ปกป้องเฉพาะรังสียูวีอย่างเดียวจึงไม่เพียงพออีกต่อไป

คุณอมรศักดิ์ สิงห์เสนา ผู้จัดการอาวุโส ผลิตภัณฑ์นีเวีย ซัน กล่าวว่า “กว่า 80 ปีที่ นีเวีย ซัน ได้ดูแลผิวให้ผู้คนทั่วโลก และยังคงมุ่งมั่นคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยบำรุง ปกป้อง และแก้ปัญหาผิวพรรณ เพื่อให้ตรงตามความต้องการที่เปลี่ยนไปในยุคปัจจุบัน อย่างล่าสุดกับ นีเวีย ซัน ทริปเปิ้ล โพรเทค ที่พัฒนาขึ้นมาจากโจทย์ที่เราอยากนำเสนอผลิตภัณฑ์กันแดดที่เป็นที่สุดในท้องตลาดเมืองไทยในปี 2564 นี้ ที่นอกจากจะมีเนื้อสัมผัสที่เบาสบายผิวเหมาะกับเมืองร้อนอย่างประเทศไทยแล้ว ยังต้องให้การปกป้องที่เหนือกว่า และตอบโจทย์ในด้านปัญหาผิวได้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Bluelight Protection Factor ใน นีเวีย ซัน ทริปเปิ้ล โพรเทค ที่ช่วยให้การปกป้องผิวได้ถึง 3X ทั้งยูวี มลภาวะ และบลูไลท์ในแสงแดด แถมตัวช่วยเสริมการบำรุงที่เหมาะกับสภาพผิวและความต้องการที่แตกต่าง เรียกได้ว่าจบครบในหลอดเดียว” 

สำหรับ นีเวีย ซัน ทริปเปิ้ล โพรเทค เป็นเซรั่มกันแดดเนื้อบางเบามีให้เลือกสามสูตรตามไลฟ์สไตล์และปัญหาผิวที่แตกต่างกัน ได้แก่ นีเวีย ซัน ทริปเปิ้ล โพรเทค สูตร เอ็กซ์ตร้า เรเดียนซ์ แอนด์ สมูท หลอดสีชมพูพร้อมสารสกัดธรรมชาติจากดอกฮอกไกโด โรส (Hokkaido Rose) ช่วยบำรุงให้ผิวพรรณดูกระจ่าง เนียนใส มีออร่า ให้สาว ๆ โชว์ผิวสวยท้าแดดได้อย่างมั่นใจ, นีเวีย ซัน ทริปเปิ้ล โพรเทค สูตร แอคเน่ ออยล์ คอนโทรล หลอดสีส้มที่มีส่วนผสมของเกลือฮิมาลายัน (Himalayan Salt) หรือเกลือสีชมพู ที่ไม่เพียงให้การปกป้องผิวจากแสงแดดและผลของแสงบลูไลท์แล้วยังช่วยจบปัญหาสิวซ้ำซาก ให้ผิวดูใส ไม่มัน ลดปัญหาสิวจากครีมกันแดดไปได้เลย  และ นีเวีย ซัน ทริปเปิ้ล โพรเทค สูตร โพรเทค แอนตี้ ริงเคิล หลอดสีทอง มาพร้อมสารสกัดธรรมชาติอย่างสาหร่ายจากทะเลน้ำลึก ที่ช่วยปกป้องคอลลาเจนในผิวจากการถูกแดดทำร้าย ช่วยลดเลือนริ้วรอยแม้บริเวณรอบดวงตา ช่วยให้สาว ๆ มีผิวใส เปล่งปลั่ง และฟื้นบำรุงผิวให้ริ้วรอยดูลดเลือนลงไปพร้อมๆ กัน

6 ระยะเส้นเลือดขอด รักษาถูกวิธีลดโอกาสเสี่ยงลุกลาม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/648412

วันที่ 21 มี.ค. 2564 เวลา 08:15 น.6 ระยะเส้นเลือดขอด รักษาถูกวิธีลดโอกาสเสี่ยงลุกลาม ความรุนแรงของเส้นเลือดขอด มีความแตกต่างกันในแต่ละระยะ ซึ่งหากได้รับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดโอกาสในการลุกลามของแผลเส้นเลือดขอดได้

นายแพทย์ศุภชัย จันทร์วิทัน ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านหลอดเลือด โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า เส้นเลือดขอด หรือชื่อในทางการแพทย์คือ โรคหลอดเลือดดำชั้นตื้นบกพร่องเรื้อรัง หมายถึงการที่เส้นเลือดมีการปูดขยายคล้ายตัวหนอนมากกว่า 3 มิลลิเมตร สาเหตุเกิดจากความเสื่อมของหลอดเลือดดำ ทำให้เกิดแรงดันภายในหลอดเลือด เลือดจึงไหลเวียนกลับไปเลี้ยงที่หัวใจได้ไม่ดีเท่าที่ควร จนเกิดอาการปวดและบวมบริเวณขาในที่สุด 

กรรมพันธุ์ เพศ อาชีพ การใช้งาน และโครงสร้างหลอดเลือด ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดเส้นเลือดขอดได้ ซึ่งอาการที่พบได้ทั่วไปคือ อาการเจ็บหรือรู้สึกหนักขา, เป็นตะคริวช่วงกลางคืน, บวม ตึง แสบร้อน, รู้สึกเจ็บมากขึ้นเมื่อนั่งหรือยืนเป็นเวลานาน, คันรอบ ๆ เส้นเลือดเส้นใดเส้นหนึ่งหรือหลายเส้น, อาจมีเลือดออกจากเส้นเลือดที่บิดนูน, อาการปวดในเส้นเลือดบริเวณที่ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีแดง, เส้นเลือดแข็งหรือเปลี่ยนสี มีอาการอักเสบของผิวหนัง หรือบางรายอาจเกิดอาการอักเสบรุนแรงจนเกิดแผลได้ 

ความรุนแรงของอาการ จะมีความแตกต่างกันในแต่ละระยะ ซึ่งแบ่งเป็น 6 ระยะ ได้แก่ 

ระยะที่ 1 เส้นเลือดมีลักษณะคล้ายใยแมงมุม มักมีขนาดน้อยกว่า 3 มิลลิเมตร 

ระยะที่ 2 เส้นเลือดเริ่มปูดเป็นตัวหนอน ขนาดใหญ่มากกว่า 3 มิลลิเมตร และมีอาการปวดเมื่อใช้งานเป็นระยะเวลานาน เช่น นั่ง เดิน หรือ ยืน  

ระยะที่ 3 เริ่มมีอาการขาบวม และปวดมากขึ้นถึงแม้จะใช้งานในระยะเวลาสั้น ๆ  

ระยะที่ 4 สีผิวที่ขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำเข้มขึ้น ซึ่งเป็นภาวะอักเสบของผิวหนัง 

ระยะที่ 5 แผลหายจากการรักษา แต่ยังมีลักษณะอื่น ๆ ร่วม เช่น ผิวหนังที่เปลี่ยนสีเป็นสีดำ 

ระยะที่ 6 เกิดแผลที่เป็นลักษณะเฉพาะของแผลบริเวณหลอดเลือดดำ เช่น ขอบแผลแดง 

เป้าหมายของการรักษาเส้นเลือดขอด คือการลดอาการปวดที่เกิดจากแรงดันในหลอดเลือด เพื่อไม่ให้รบกวนชีวิตประจำวันอีกต่อไป ดังนั้น การรักษาที่เหมาะสมคือการลดแรงดันในหลอดเลือดดำ ซึ่งสามารถทำได้ทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัด การรักษาแบบไม่ผ่าตัด คือการให้ยาลดการอักเสบของหลอดเลือดดำ หรือการใส่ถุงน่องเส้นเลือดขอดเพื่อให้เลือดภายในหลอดเลือดดำไหลกลับคืนสู่หัวใจได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น  แต่สองวิธีนี้จะช่วยบรรเทาอาการเท่านั้น ไม่สามารถรักษาให้หายได้ 

ส่วนการรักษาแบบผ่าตัด เหมาะสำหรับคนไข้ที่เริ่มมีอาการ ตั้งแต่ระยะ 2 ขึ้นไป โดยในปัจจุบันมีการผ่าตัดรักษาแบบแผลเล็ก ได้ผลดีเทียบเท่ากับการผ่าตัดแบบดั้งเดิม สามารถทำได้ทั้งแบบใช้ความร้อนทำลายหลอดเลือด คือการทำเลเซอร์ หรือใช้คลื่นวิทยุ และแบบไม่ใช้ความร้อน คือการฉีดสารเคมี หรือใส่กาววิทยาศาสตร์ เพื่อเข้าไปทำลายผนังหลอดเลือดดำจนไม่มีเลือดไหลผ่าน ซึ่งวิธีนี้เป็นการผ่าตัดสมัยใหม่ที่กำลังได้รับความนิยม และให้ผลการรักษาที่ดีกว่าการผ่าตัดแบบเดิม ทำให้มีแผลขนาดเล็กประมาณ 2-3 มม. เจ็บน้อย  ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล และเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่า   

“การรักษาแผลเส้นเลือดขอด ถ้ารักษาไม่ถูกวิธี เช่น เจอแผลแล้วทำแค่แผล จะยิ่งทำให้เกิดการลุกลาม แผลอาจมีน้ำเหลืองออกมามากขึ้น โดยวิธีที่ถูกต้องคือการรักษาแรงดันในหลอดเลือดดำ เพราะถ้าไม่ลดแรงดัน แผลก็จะไม่หาย เพราะฉะนั้น หากพบว่ามีปัญหาเรื่องเส้นเลือดขอด ควรเข้ามาปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องและได้รับการรักษาที่เหมาะสม” นายแพทย์ศุภชัย กล่าว

ปวดคอไม่หายทำลายทุกระบบ!! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/648002

วันที่ 17 มี.ค. 2564 เวลา 07:12 น.ปวดคอไม่หายทำลายทุกระบบ!!นักกายภาพบำบัดเผยไลฟ์สไตล์ทำลายสุขภาพ ก่ออาการปวดคอ บ่า สะบัก ปวดร้าวเข้ากระบอกตา ปวดศีรษะ รวมไปถึงอาการเหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม พร้อมแนะนำวิธีประเมินตัวเองด้วยการเช็กอาการก่อนเรื้อรังจนถึงอัมพาต

ต้องยอมรับเลยว่าทุกวันนี้เราอยู่ในสังคมก้มหน้า แล้วเคยลองคำนวณไหมว่าในวันหนึ่งคุณก้มหน้าดูโทรศัพท์กี่ชั่วโมง ก้มหน้าทำงานกี่ชั่วโมง การก้มหน้านานๆ ทำให้คุณมีโอกาสปวดคอ ปวดบ่า ปวดสะบัก ปวดร้าวเข้ากระบอกตา ปวดศีรษะ รวมไปถึงอาการเหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม เพราะไหล่งุ้มหลังค่อม ซึ่งส่งผลต่อระบบโครงสร้างร่างกาย และถ้ามีอาการเรื้อรังอาจส่งผลทำให้เป็นอัมพาตได้ นั่นจึงเป็นที่มาของการปวดคอไม่หายทำลายทุกระบบ!!

เพ็ญพิชชากร แสนคำ นักกายภาพบำบัดจากคลินิกกายภาพบำบัดอริยะ ไลฟ์เซ็นเตอร์ ให้ข้อมูลอาการปวดคอว่า อาการปวดคอมีความรุนแรงมากน้อยต่างกัน ซึ่งเราอาจสังเกตได้ด้วยตัวเราว่าเราเป็นรุนแรงมากน้อยเพียงใด โดยดูจากผลกระทบจากการใช้ชีวิตประจำวัน หากรู้สึกว่าอาการปวดนั้นรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันปกติ อาจต้องรีบรักษา หรือตรวจให้แน่ใจว่าอาการปวดไม่รุนแรงถึงขั้นกดทับเส้นประสาท เพราะหากเป็นเช่นนั้นอาจส่งผลให้มีอาการชา อ่อนแรง ยกแขนไม่ขึ้นก็เป็นได้ ฯลฯ

นักกายภาพได้แนะนำวิธีประเมินตัวเอง ด้วยการเช็กอาการดังต่อไปนี้ ว่าคุณมีอาการเหล่านี้กี่ข้อ?

  • นั่งทำงานแปปนึง ก็ปวดเมื่อยต้นคอ
  • ปวดมากขึ้นทุกๆ วัน
  • จับต้นคอแล้วรู้สึกร้อนๆ รุมๆ
  • ปวดเหมือนเป็นไมเกรน ปวดอื่นๆ ที่ขมับ ปวดเข้ากระบอกตา
  • มีเสียงกร็อกแกร็กเวลาหันคอ
  • ชาตั้งแต่แขนไปจนถึงฝ่ามือ หรือนิ้วมือ
  • รับประทานยาหรือนวดก็หาย แต่ 2-3 วันก็ปวดอีก
  • ตื่นเช้ามารู้สึกเหมือนนอนตกหมอน บ่อยๆ
  • ง่วงๆ เพลียๆ ตลอดทั้งวันเหมือนลืมตาไม่ขึ้น ตาพล่าๆ ทั้งๆ ที่นอนมาก
  • ไม่สดชื่นหงุดหงิดง่าย

ถ้าคุณมีอาการตั้งแต่ 4 ข้อ อยากแนะนำให้ตรวจเดี๋ยวนี้ เพราะหากปล่อยไว้อาจเรื้อรังจนถึงอัมพาตได้

วิธีบริหารร่างกาย เมื่อต้องก้มหน้าเป็นเวลานานๆ

1 นั่งหลังตรง ลงน้ำหนักก้นให้เท่ากัน มือประสานกันด้านหลังระดับก้น ดึงสะบัก ผลักไหล่ไปด้านหลัง ยืดอกเงยหน้าเล็กน้อย พร้อมหายใจเข้าลึกๆ

2 นั่งหลังตรง มือประสานกัน เหยียดแขนขึ้นเหนือศีรษะ ยืดอก หายใจเข้าลึกๆ หายใจออก กระดกข้อมือ เหยียดแขนตึงๆ วาดแขนไปด้านหลัง ช้าๆ พร้อมหายใจออก

ทั้งสองท่าควรแขม่วท้องนิด ตลอดเวลาที่ยืดตัวไว้เพื่อป้องกันไม้ให้หลังแอ่นเกินไปซึ่งอาจทำให้เจ็บหลังได้

เปิด 10 เมนูอาหารที่ต้องระวังช่วงหน้าร้อน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/647973

วันที่ 16 มี.ค. 2564 เวลา 11:20 น.เปิด 10 เมนูอาหารที่ต้องระวังช่วงหน้าร้อนกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือน 10 เมนูอาหารที่ต้องระวังในช่วงหน้าร้อน เสี่ยงป่วยด้วยโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ โดยเฉพาะโรคอาหารเป็นพิษ และโรคอุจจาระร่วง

เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น ทำให้อาหารบูดเสียง่าย กรมควบคุมโรค แนะยึดหลัก “สุก ร้อน สะอาด” รับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ด้วยความร้อน หลีกเลี่ยงอาหารสุกๆ ดิบๆ หากอาหารมี รูป รส กลิ่น สีผิดปกติไม่ควรรับประทาน

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา เผยประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการแล้ว กรมควบคุมโรค จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังเรื่องการรับประทานอาหารและน้ำดื่มเป็นพิเศษ เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นส่งผลให้เชื้อโรคหลายชนิดเจริญเติบโตได้ดี อาจทำให้อาหารบูดเสียได้ง่าย เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ โดยเฉพาะโรคอาหารเป็นพิษ และโรคอุจจาระร่วง

จากรายงานของกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค พบผู้ป่วยด้วยโรคอาหารเป็นพิษ และโรคอุจจาระร่วง ตั้งแต่ปี 2561-2563 รวมจำนวน 1,342,975 ราย  1,189,659 ราย และ 915,289 ราย ตามลำดับ จากสถานการณ์ดังกล่าว จะเห็นได้ว่าจำนวนผู้ป่วยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นผลมาจากที่ประชาชนส่วนใหญ่ตระหนักถึงการเลือกรับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ และล้างมือบ่อยๆ ตามมาตรการป้องกันโรคโควิด 19 ดังนั้น จึงควรให้ความสำคัญในเรื่องความสะอาด การสุขาภิบาลอาหารและน้ำ เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยด้วยโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ

สำหรับอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคติดต่อทางอาหารและน้ำที่ประชาชนควรระมัดระวังเป็นพิเศษ 10 เมนู ได้แก่

  1. จ่อม/ก้อย/ลาบดิบ
  2. อาหารประเภทยำ
  3. อาหารทะเล
  4. ข้าวผัด/ข้าวผัดโรยเนื้อปู
  5. ขนมจีน
  6. สลัดผัก
  7. อาหารหรือขนมที่มีส่วนประกอบของกะทิ
  8. ส้มตำ
  9. ข้าวมันไก่
  10. น้ำแข็งที่ไม่สะอาด 

ซึ่งเมนูอาหารเหล่านี้ควรรับประทาน โดยยึดหลัก “สุก ร้อน สะอาด” คือ รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ หากเป็นอาหารกล่องควรแยกกับข้าวออกจากข้าว และรับประทานภายใน 2 ชั่วโมงหลังจากปรุงเสร็จ หากมีรูป รส กลิ่น สีผิดปกติไม่ควรรับประทาน

เลือกซื้อวัตถุดิบที่สดสะอาด บริโภคน้ำดื่มและน้ำแข็งที่สะอาดได้มาตรฐาน ไม่รับประทานอาหารที่ปรุงจากพืชและสัตว์ที่มีพิษหรือไม่รู้จัก ควรใช้ช้อนกลางส่วนตัว เมื่อรับประทานร่วมกัน เพื่อป้องกันโรคโควิด 19 และก่อนหยิบจับหรือรับประทานอาหารควรล้างมือด้วยน้ำและสบู่ให้สะอาดทุกครั้ง สอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

พังผืดข้อมือกดทับเส้นประสาท รักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดแผล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/647836

วันที่ 15 มี.ค. 2564 เวลา 08:15 น.พังผืดข้อมือกดทับเส้นประสาท รักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดแผลแพทย์ห่วงคนใช้งานมือหนักอย่างต่อเนื่อง เสี่ยงกล้ามเนื้อมืออ่อนแรงจากภาวะข้อมือกดทับเส้นประสาท ปล่อยไว้นานไม่รีบรักษาอาจทำให้เส้นประสาทเสียหายถาวร

พฤติกรรมการใช้มือผิดท่าหรือใช้งานหนักเกินไป โดยเฉพาะในลักษณะจับ กำ เกร็งวัตถุด้วยการออกแรงมากในท่าเดิมนาน ๆ เช่น การขับรถ ทาสี เย็บปักถักร้อย เล่นดนตรี ถือของหนัก หรือแม้แต่การออกกำลังกายในบางท่า ล้วนเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้งานนิ้วมือและข้อมืออย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดพังผืดข้อมือกดทับเส้นประสาทได้

นายแพทย์นรฤทธิ์ ล้วนจำเริญ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลเวชธานี เปิดเผยว่า พังผืดที่ข้อมือกดทับเส้นประสาท หรือ CTS (Carpal tunnel syndrome) เกิดจากพังผืดบริเวณข้อมือหนาตัวขึ้นจากการใช้งานมือในท่าเดิมเป็นเวลานาน จนไปกดทับเส้นประสาท Median nerve ซึ่งเป็นเส้นประสาทที่ทำหน้าที่รับความรู้สึกของนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนางครึ่งนิ้ว และเลี้ยงกล้ามเนื้ออุ้งมือด้านหัวแม่มือ เมื่อเส้นประสาทถูกกดทับจึงทำให้เกิดอาการชามือ ปวด เมื่อย แสบร้อน รู้สึกเหมือนมีไฟฟ้าช็อตที่มือ อาจเป็นช่วงกลางดึกหรือหลังตื่นนอนหลังการใช้งานต่อเนื่อง โดยจะมีอาการมากขึ้น ถี่ขึ้นหรือตลอดเวลาเมื่อโรครุนแรงขึ้น จนกล้ามเนื้ออุ้งมือเหี่ยว ลีบลง กำลังมืออ่อนแรง หยิบจับสิ่งของไม่ถนัดหรือหลุดมือ

“จริง ๆ แล้วพังผืดที่ข้อมือมีหน้าที่เพิ่มความแข็งแรงและทำให้รับรู้แรงของข้อมือ รวมถึงช่วยให้เส้นเอ็นบริเวณข้อมือทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่การใช้งานมือในลักษณะจับ กำ เกร็งวัตถุแบบใช้แรงมากและเป็นเวลานานจะทำให้พังผืดหนาขึ้น ซึ่งสามารถหนาได้ถึง 3 – 4 มิลลิเมตร จนไปกดทับเส้นประสาท โดยโรคนี้พบบ่อยในกลุ่มคนที่ใช้งานมือค้างในท่างอหรือแอ่นมากเกินไป รวมทั้งการใช้เครื่องมือที่สั่นสะเทือนเป็นประจำ” นายแพทย์นรฤทธิ์กล่าว

สำหรับการวินิฉัยโรค แพทย์จะซักประวัติ ตรวจร่างกาย ร่วมกับการตรวจไฟฟ้าวินิจฉัย Electrodiagnosis เพื่อประเมินความรุนแรงของโรคและยืนยันการวินิจฉัย ส่วนการรักษาพังผืดที่ข้อมือกดทับเส้นประสาท หากเป็นระยะเริ่มต้นสามารถรักษาได้ด้วยการปรับพฤติกรรมการใช้งานมือ รับประทานวิตามิน ยาแก้อักเสบ ยดลดความไวต่อเส้นประสาท ใส่อุปกรณ์ประคองข้อมือให้อยู่ในท่าตรง แช่น้ำอุ่น กายภาพบำบัด หรือฉีดสเตียรอยด์เพื่อลดความหนาของพังผืด แต่สเตียรอยด์จะมีฤทธิ์นาน 3 – 6 เดือน และไม่ควรฉีดเกิน 2 ครั้ง เพราะอาจส่งผลกระทบต่อเส้นเอ็นได้

ในกรณีที่อาการรุนแรงแพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัด ซึ่งมีทั้งการผ่าตัดแบบเปิดแผลบริเวณกลางอุ้งมือความยาว 2 – 4 เซ็นติเมตร และต้องปิดแผลเป็นเวลา 10 -14 วัน ซึ่งการผ่าตัดวิธีนี้อาจเกิดการบาดเจ็บต่อเส้นประสาทฝอยและชั้นผิวหนังได้ นอกจากนี้ยังมีวิธีการผ่าตัดแบบผ่านกล้อง โดยเจาะรูที่บริเวณอุ้งมือ 1 – 2 รู ขนาด 0.5 – 1 เซ็นติเมตร และยังมีแผลเย็บเหมือนการผ่าตัดวิธีแรก รวมถึงพักการใช้งานมือเป็นเวลา 2 สัปดาห์ แต่ปัจจุบันมีเทคนิคการรักษาโรคพังผืดที่ข้อมือกดทับเส้นประสาทด้วยการใช้เครื่องอัลตร้าซาวด์นำ เจาะผ่านผิวหนังโดยไม่ต้องเปิดแผลผ่าตัดและไม่มีแผลเย็บ โดยแผลมีขนาดเล็กเพียง 1 มิลลิเมตรเท่านั้น สามารถล้างมือและอาบน้ำตามปกติได้ใน 3 วัน หรือ 72 ชั่งโมงหลังการรักษา ซึ่งวิธีนี้จะไม่ทำลายเนื้อเยื่อโดยรอบและเส้นประสาทฝอยอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับโรคเหมือนการผ่าตัดเปิดแผลแบบเก่า

นายแพทย์นรฤทธิ์ ยังแนะนำว่า หากจำเป็นต้องใช้งานมือหนักอย่างต่อเนื่อง สามารถป้องกันอาการพังผืดที่ข้อมือกดทับเส้นประสาทได้ด้วยการแช่มือในน้ำอุ่นและบริหารด้วยการกำเหยียดเป็นประจำ แต่ถ้ามีอาการแสดงแล้วควรรีบพบแพทย์และรักษา เพราะหากปล่อยไว้นานอาจทำให้เส้นประสาทเสียหายถาวร และถึงแม้จะรักษาด้วยการผ่าตัดแล้ว แต่ถ้ายังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานมือก็อาจเสี่ยงเกิดโรคอื่น ๆ ที่เกิดจากการใช้งานมือได้ เช่น นิ้วล็อก ข้อเสื่อม เป็นต้น