ทรัมป์ขู่ จะหวนโจมตีอิหร่าน หากทำข้อตกลงไม่สำเร็จ

ทรัมป์ขู่ จะหวนโจมตีอิหร่าน หากทำข้อตกลงไม่สำเร็จ

7 พ.ค. 2569 00:40 น.

ทรัมป์ขู่ จะหวนโจมตีอิหร่าน หากทำข้อตกลงไม่สำเร็จ

โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่อิหร่านว่าการโจมตีจะเริ่มต้นอีกครั้งและรุนแรงกว่าเดิม หากทั้งสองฝ่ายทำข้อตกลงระหว่างกันไม่สำเร็จ ท่ามกลางรายงานข่าวว่า สหรัฐฯ กับอิหร่านขยับเข้าใกล้การบรรลุข้อตกลง

เมื่อ 6 พ.ค. 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ออกคำเตือนครั้งใหม่ถึงอิหร่าน โดยระบุว่าหากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ “การทิ้งระเบิดจะเริ่มต้นขึ้น” และจะมีความรุนแรงรวมถึงความเข้มข้นที่ “เหนือกว่าระดับที่เคยเป็นมา”

ทรัมป์ระบุผ่าน Truth Social ว่า “หากสมมติว่าอิหร่านตกลงที่จะมอบในสิ่งที่ได้ตกลงกันไว้ ซึ่งก็อาจจะเป็นการสมมติที่ยิ่งใหญ่ไปหน่อย ปฏิบัติการ “Epic Fury” ที่เป็นตำนานอยู่แล้วก็จะสิ้นสุดลง และการปิดล้อมที่มีประสิทธิภาพสูงจะเปิดทางให้ช่องแคบฮอร์มุซ เปิดกว้างสำหรับทุกคน รวมถึงอิหร่านด้วย”

“แต่ถ้าพวกเขาไม่ตกลง การทิ้งระเบิดจะเริ่มขึ้น และมันจะเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ความรุนแรงและความเข้มข้นของมันจะสูงกว่าเดิมมาก”

แม้ประธานาธิบดีจะยังเปิดช่องสำหรับการเจรจา ซึ่งเขากล่าวว่าจะเป็นจุดจบของปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน แต่เขาก็เสริมว่ามันอาจจะเป็น “การคาดเดาครั้งใหญ่” ว่าทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันได้จริงหรือไม่

อย่างไรก็ตาม นาย มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้แจ้งแก่ผู้สื่อข่าวเมื่อวานนี้ว่า ปฏิบัติการ “Epic Fury” ได้สิ้นสุดลงแล้ว “ปฏิบัติการสิ้นสุดลงแล้ว สำหรับ “Epic Fury” นั้น ตามที่ประธานาธิบดีได้แจ้งต่อสภาคองเกรส เราได้ผ่านพ้นขั้นตอนนั้นมาแล้ว”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ผู้พิพากษาเกาหลีใต้ ผู้เพิ่มโทษอดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 ถูกพบเป็นศพ

ผู้พิพากษาเกาหลีใต้ ผู้เพิ่มโทษอดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 ถูกพบเป็นศพ

6 พ.ค. 2569 23:36 น.

ผู้พิพากษาเกาหลีใต้ ผู้เพิ่มโทษอดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 ถูกพบเป็นศพ

ตำรวจเกาหลีใต้พบศพผู้พิพากษาชาวเกาหลีใต้รายหนึ่งเสียชีวิตเมื่อวันพุธ โดยเขาคือผู้ที่ตัดสินเพิ่มโทษอดีตสตรีหมายเลข 1 ให้จำคุกนานขึ้นมากกว่า 2 เท่าตัวเมื่อเดือนที่ผ่านมา

เมื่อ 6 พ.ค. 2569 เจ้าหน้าที่สืบสวนประจำสถานีตำรวจเขตซอโช เปิดเผยว่า พบร่างของนาย ชิน จง-โอ ในสภาพหมดสติเมื่อเวลาประมาณ 01:00 น. ณ อาคารศาลสูงกรุงโซล โดยนายชินถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ถูกประกาศว่าเสียชีวิตแล้ว

ตำรวจยืนยันว่า ไม่พบร่องรอยของการฆาตกรรมหรือการกระทำผิดทางอาญาในการเสียชีวิตครั้งนี้ ขณะเดียวกัน สื่อท้องถิ่นรายงานว่า นายชินได้ทิ้งจดหมายลาตายไว้ แต่เจ้าหน้าที่สืบสวนยืนยันว่าไม่พบจดหมายดังกล่าว

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา นายชินทำหน้าที่เป็นประธานในศาลอุทธรณ์คดีของนาง คิม กอน-ฮี อดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 แห่งเกาหลีใต้ วัย 53 ปี โดยตัดสินว่าเธอมีความผิดจริงในข้อหาปั่นหุ้นและรับสินบน พร้อมทั้งสั่งเพิ่มโทษจำคุกจากเดิม 20 เดือน เป็น 4 ปี

การเพิ่มโทษมีขึ้นหลังจากศาลชั้นต้นเคยพิพากษายกฟ้องเธอในข้อหาปั่นหุ้น แต่คำตัดสินดังกล่าวได้ถูกพลิกในชั้นอุทธรณ์ โดยในขณะนั้น นายชินกล่าวว่า คิม “ล้มเหลวที่จะยอมรับความผิดของตนเอง แต่กลับใช้การแก้ตัวอย่างต่อเนื่องแทน”

เจ้าหน้าที่สืบสวนกล่าวทิ้งท้ายในวันพุธว่า “ครอบครัวของผู้พิพากษาอยู่ในอาการโศกเศร้าอย่างหนักจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น” และขอความเป็นส่วนตัวในช่วงเวลานี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เท็ด เทอร์เนอร์ ผู้ก่อตั้ง CNN-บุกเบิกข่าวเคเบิลทีวี เสียชีวิตแล้วในวัย 87 ปี

เท็ด เทอร์เนอร์ ผู้ก่อตั้ง CNN-บุกเบิกข่าวเคเบิลทีวี เสียชีวิตแล้วในวัย 87 ปี

6 พ.ค. 2569 22:40 น.

เท็ด เทอร์เนอร์ ผู้ก่อตั้ง CNN-บุกเบิกข่าวเคเบิลทีวี เสียชีวิตแล้วในวัย 87 ปี

เท็ด เทอร์เนอร์ ผู้ก่อตั้งสถานีโทรทัศน์ CNN และบุกเบิกข่าวเคเบิลทีวี ถึงแก่กรรมแล้วขณะมีอายุ 87 ปี ฝากผลงานมากมายทั้งในวงการสื่อ, การกุศล และอื่นๆ

บริษัท เทอร์เนอร์ เอนเตอร์ไพรส์ (Turner Enterprises) ออกแถลงการณ์ระบุว่า เท็ด เทอร์เนอร์ ผู้สร้างปรากฏการณ์ในโลกสื่อและนักการกุศลผู้ก่อตั้ง CNN เครือข่ายข่าว 24 ชั่วโมงแห่งแรกที่ปฏิวัติวงการข่าวโทรทัศน์ ถึงแก่กรรมแล้วในวันพุธที่ 6 พ.ค. 2569 รวมอายุได้ 87 ปี

เทอร์เนอร์ เป็นนักธุรกิจจากแอตแลนตา ได้รับฉายาว่า “The Mouth of the South” (จอมโวแห่งแดนใต้) จากนิสัยที่พูดจาตรงไปตรงมา เขาได้สร้างอาณาจักรสื่อที่ครอบคลุมทั้ง สถานีซูเปอร์สเตชันเคเบิลทีวีแห่งแรก, ช่องภาพยนตร์และช่องการ์ตูนยอดนิยม รวมถึงทีมกีฬาอาชีพอย่าง แอตแลนตา เบรฟส์ (Atlanta Braves)

นอกจากนี้ เทอร์เนอร์ยังเป็นนักเล่นเรือใบระดับโลก นักการกุศลผู้ก่อตั้ง “มูลนิธิสหประชาชาติ” (United Nations Foundation) นักกิจกรรมที่รณรงค์เพื่อกำจัดอาวุธนิวเคลียร์ทั่วโลก และนักอนุรักษ์ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ้าของที่ดินรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ

เขายังมีบทบาทสำคัญในการนำ “ไบซัน” กลับคืนสู่พื้นที่ตะวันตกของอเมริกา และยังเป็นผู้สร้างการ์ตูน “กัปตันแพลนเน็ต” (Captain Planet) เพื่อปลูกฝังเรื่องสิ่งแวดล้อมให้กับเด็กๆ อีกด้วย

แต่สิ่งที่ทำให้เขาโด่งดังที่สุด คือวิสัยทัศน์ในการนำเสนอข่าวจากทั่วโลกแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นแนวคิดที่ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายในเวลาต่อมา

อาณาจักรโทรทัศน์ของเขายังรวมถึงช่อง TBS, TNT, Turner Classic Movies และ Cartoon Network

ในปี 2534 เทอร์เนอร์ได้รับเลือกให้เป็น “บุคคลแห่งปี” ของนิตยสาร Time ในฐานะ “ผู้มีอิทธิพลต่อพลวัตของเหตุการณ์โลก และทำให้ผู้ชมใน 150 ประเทศกลายเป็นพยานร่วมในหน้าประวัติศาสตร์ได้ทันที”

แม้ในที่สุดเทอร์เนอร์จะขายเครือข่ายธุรกิจของเขาให้กับ Time Warner และก้าวออกจากวงการในภายหลัง แต่เขายังคงแสดงความภาคภูมิใจใน CNN เสมอ โดยยกย่องว่าเป็น “ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” ในชีวิตของเขา

“เท็ดเป็นผู้นำที่ทุ่มเทและมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า เขาเด็ดเดี่ยว ไร้ความกลัว และพร้อมเสมอที่จะเดิมพันกับสัญชาตญาณและความเชื่อมั่นของตัวเอง” มาร์ค ทอมป์สัน ประธานและซีอีโอของ CNN Worldwide ระบุในแถลงการณ์

“เขาเป็นและจะเป็นจิตวิญญาณของ CNN ตลอดไป เท็ดคือยักษ์ใหญ่ที่พวกเรายืนอยู่บนไหล่ของเขา และวันนี้เราทุกคนจะขอใช้เวลาครู่หนึ่งเพื่อระลึกถึงเขาและสิ่งที่เขาสร้างไว้ให้กับชีวิตของเราและต่อโลกใบนี้”

ทั้งนี้ เมื่อปี 2561 ก่อนวันเกิดครบรอบ 80 ปีเพียงไม่กี่เดือน เทอร์เนอร์เปิดเผยว่าเขาป่วยเป็นโรคสมองเสื่อมจากสาร ลิววี่บอดี้ (Lewy body dementia) ซึ่งเป็นความผิดปกติของสมองที่ลุกลามตามกาลเวลา ต่อมาในช่วงต้นปี 2568 เขาเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยอาการปอดบวมเล็กน้อย ก่อนจะพักฟื้นที่สถานฟื้นฟูสมรรถภาพ

เท็ด เทอร์เนอร์ เคยมีภรรยา 3 คน ได้แก่ จูเลีย เกล นายน์ (2503-2507), เจน เชอร์ลีย์ สมิธ (2509-2531) และ เจน ฟอนดา (2534-2544) มีบุตร 5 คน หลาน 14 คน และเหลนอีก 2 คน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิหร่านเผย กำลังพิจารณาข้อเสนอใหม่จากสหรัฐฯ

อิหร่านเผย กำลังพิจารณาข้อเสนอใหม่จากสหรัฐฯ

6 พ.ค. 2569 22:04 น.

อิหร่านเผย กำลังพิจารณาข้อเสนอใหม่จากสหรัฐฯ

ทางการอิหร่านเผยว่า กำลังพิจารณาข้อเสนอใหม่จากสหรัฐฯ โดยจะส่งคำตอบผ่านปากีสถานในเร็วๆ นี้ ท่ามกลางความคาดหวังว่า ทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามระหว่างกันได้

เมื่อ 6 พ.ค. 2569 อิหร่านแถลงว่ากำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาข้อเสนอใหม่จากสหรัฐอเมริกา หลังจากมีแหล่งข่าวระบุว่ารัฐบาลวอชิงตันและรัฐบาลเตหะรานใกล้จะบรรลุบันทึกความเข้าใจ (Memorandum) ความยาวหนึ่งหน้ากระดาษ เพื่อยุติสงครามระหว่างกัน โดยจะทิ้งประเด็นที่ซับซ้อนอย่างโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านไว้เพื่อหารือกันในภายหลัง

ตามรายงานของสำนักข่าว ISNA ของอิหร่าน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่า พวกเขาจะส่งคำตอบของข้อเสนอใหม่ดังกล่าวในเร็วๆ นี้ผ่าน ปากีสถาน ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจาสันติภาพเพียงแห่งเดียวในสงครามครั้งนี้ และทำหน้าที่เป็นตัวกลางหลักในการส่งสารระหว่างทั้งสองฝ่าย

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความในช่วงเช้ามืด (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยไม่ได้ระบุรายละเอียดของข้อเสนอ แต่กล่าวว่าสงครามจะยุติลงได้หาก “อิหร่านตกลงที่จะมอบสิ่งที่ได้ตกลงกันไว้” และให้สัมภาษณ์กับ New York Post ในภายหลังว่า ยังเร็วเกินไปที่จะพิจารณาเรื่องการพบปะหน้ากันเพื่อลงนามข้อตกลง

แหล่งข่าวจากปากีสถานและผู้ที่ได้รับทราบข้อมูลการเจรจา ยืนยันข้อมูลที่สำนักข่าว Axios รายงานว่า บันทึกความเข้าใจความยาวหนึ่งหน้านี้ประกอบด้วย ข้อตกลง 14 ประการ เพื่อยุติสงครามอย่างเป็นทางการ

หากมีการบรรลุข้อตกลงเบื้องต้น แหล่งข่าวระบุว่าจะมีการหารือในหัวข้อต่อไปนี้ตามมาได้แก่ การเปิดเส้นทางเดินเรือผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ, การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน และ การตกลงเรื่องข้อจำกัดในโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยแหล่งข่าวยืนยันว่า “เราจะปิดดีลนี้ในเร็วๆ นี้ เราใกล้จะถึงจุดนั้นแล้ว”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เกาหลีเหนือแก้รธน. ตัดทิ้ง “การรวมชาติ” ตอกย้ำสถานะแยกเกาหลีใต้

เกาหลีเหนือแก้รธน. ตัดทิ้ง "การรวมชาติ" ตอกย้ำสถานะแยกเกาหลีใต้

6 พ.ค. 2569 15:10 น.

เกาหลีเหนือแก้รธน. ตัดทิ้ง “การรวมชาติ” ตอกย้ำสถานะแยกเกาหลีใต้

เกาหลีเหนือแก้รัฐธรรมนูญครั้งสำคัญ ตัดถ้อยคำที่เกี่ยวข้องกับ“การรวมชาติ”ออก ระบุสถานะดินแดนใหม่ชัดเจนว่า มีพรมแดนติดกับเกาหลีใต้ สะท้อนแนวทางคิม จอง อึน ที่ต้องการให้สองเกาหลีแยกจากกัน

สำนักข่าว Reuters ได้ตรวจสอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าว โดยพบว่าการเปลี่ยนแปลงนี้น่าจะได้รับการอนุมัติในการประชุมสภาประชาชนสูงสุดของเปียงยางเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นับเป็นครั้งแรกที่เกาหลีเหนือกำหนด “ขอบเขตดินแดน” ลงในรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน

ศาสตราจารย์ อี จอง ชอล จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล เปิดเผยว่ามาตราที่ 2 ฉบับใหม่ ระบุว่าดินแดนของเกาหลีเหนือครอบคลุมพื้นที่ที่มีพรมแดนติดกับ จีน และ รัสเซีย ทางตอนเหนือ และติดกับเกาหลีใต้ทางตอนใต้ รวมถึงน่านน้ำและน่านฟ้าที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม แม้จะระบุพรมแดนโดยรวม แต่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ได้กำหนดแนวเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างสองเกาหลีอย่างชัดเจน และไม่ได้กล่าวถึงพื้นที่พิพาททางทะเล เช่น เส้นแบ่งเขตทางทะเลทางตอนเหนือในทะเลเหลือง

นอกจากนี้ ยังมีการปรับถ้อยคำเกี่ยวกับตำแหน่งผู้นำ โดยกำหนดให้ คิม จอง อึน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการรัฐ เป็นประมุขแห่งรัฐอย่างเป็นทางการ แทนคำเดิมที่ระบุว่าเป็นผู้นำสูงสุดที่เป็นตัวแทนของรัฐ

รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขยังระบุชัดเจนว่า อำนาจควบคุมกองกำลังนิวเคลียร์ของประเทศอยู่ภายใต้ประธานคณะกรรมาธิการกิจการรัฐ ซึ่งเท่ากับเป็นการตอกย้ำว่า คิม จอง อึน มีอำนาจโดยตรงเหนือคลังอาวุธนิวเคลียร์ของประเทศ

ขณะที่ในหมวดกลาโหมยังระบุว่า เกาหลีเหนือเป็นรัฐอาวุธนิวเคลียร์ที่มีความรับผิดชอบ และจะเดินหน้าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ต่อไป เพื่อปกป้องความอยู่รอดของประเทศ ยับยั้งสงคราม และรักษาเสถียรภาพในระดับภูมิภาคและโลก

สื่อเกาหลีใต้รายงานเพิ่มเติมว่า การที่ไม่มีการระบุแนวเขตแดนระหว่างสองเกาหลีอย่างชัดเจน อาจสะท้อนความพยายามของเปียงยางในการหลีกเลี่ยงการสร้างความตึงเครียดใหม่ในทันที แม้จะผลักดันแนวคิดสองรัฐศัตรู ของคิม จอง อึน ให้กลายเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศก็ตาม

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนมกราคม 2024 คิม จอง อึน เคยเรียกร้องให้แก้รัฐธรรมนูญ โดยกำหนดให้เกาหลีใต้เป็นศัตรูหลักของประเทศ และย้ำว่าดินแดนของเกาหลีเหนือแยกออกจากเกาหลีใต้อย่างสิ้นเชิง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกาหลีเหนือ มีท่าทีแข็งกร้าวต่อเกาหลีใต้มากขึ้น และปฏิเสธข้อเสนอเจรจาหลายครั้งจากประธานาธิบดี อี แจ มยอง ขณะที่คณะผู้แทนถาวรของเกาหลีเหนือต่อสหประชาชาติยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อรายงานดังกล่าว.

ที่มา : channelnewsasia

ไฟไหม้ศูนย์การค้าใกล้กรุงเตหะราน ดับ 8 ชีวิต เจ็บ 36 ราย เร่งสอบสาเหตุ

ไฟไหม้ศูนย์การค้าใกล้กรุงเตหะราน ดับ 8 ชีวิต เจ็บ 36 ราย เร่งสอบสาเหตุ

6 พ.ค. 2569 14:45 น.

ไฟไหม้ศูนย์การค้าใกล้กรุงเตหะราน ดับ 8 ชีวิต เจ็บ 36 ราย เร่งสอบสาเหตุ

เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงภายในศูนย์การค้าใกล้กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย และบาดเจ็บอีก 36 ราย ตามรายงานของสื่อโทรทัศน์ของรัฐ

เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมา ภายในศูนย์การค้า Arghavan Shopping Center ซึ่งตั้งอยู่ในเมือง อันดิชีห์ กรุงเตหะราน โดยจนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด และอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่

ภาพวิดีโอจากจุดเกิดเหตุเผยให้เห็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งระดมกำลังเข้าควบคุมเพลิงที่ลุกไหม้อย่างรุนแรง ขณะที่กลุ่มควันสีดำขนาดใหญ่พวยพุ่งออกมาจากอาคารหลายชั้น สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่โดยรอบ

รายงานระบุว่า เพลิงไหม้ในอาคารพาณิชย์ลักษณะนี้มักมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเป็นพื้นที่ปิดและมีผู้คนจำนวนมาก รวมถึงมีวัสดุไวไฟสะสมอยู่ภายใน เช่น ร้านค้าและโกดังสินค้า ทำให้การควบคุมเพลิงเป็นไปอย่างยากลำบาก

เบื้องต้นยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งนี้เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความขัดแย้งทางทหาร โดยเฉพาะในช่วงที่มีการหยุดยิงอย่างเปราะบางระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งดำเนินมาได้ประมาณ 3 สัปดาห์

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบหาสาเหตุของเพลิงไหม้ รวมถึงมาตรการด้านความปลอดภัยของอาคาร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต.

ที่มา : AP

ลูกชาย “ออง ซาน ซู จี” เรียกร้องทางการเมียนมาพิสูจน์ว่าแม่ยังมีชีวิต วอนฝรั่งเศสช่วยกดดัน

ลูกชาย “ออง ซาน ซู จี” เรียกร้องทางการเมียนมาพิสูจน์ว่าแม่ยังมีชีวิต วอนฝรั่งเศสช่วยกดดัน

6 พ.ค. 2569 11:29 น.

ลูกชาย “ออง ซาน ซู จี” เรียกร้องทางการเมียนมาพิสูจน์ว่าแม่ยังมีชีวิต วอนฝรั่งเศสช่วยกดดัน

บุตรชายของ ออง ซาน ซู จี อดีตผู้นำเมียนมา ออกมาเรียกร้องรัฐบาลเมียนมา แสดงหลักฐานยืนยันว่านางซูจียังมีชีวิตอยู่ หลังจากยังไม่ได้รับการติดต่อใด ๆ จากแม้ แม้เธอจะถูกย้ายไปกักบริเวณในบ้านแล้ว

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (5 พ.ค.) โดยคิม แอริส ได้ร้องขอความช่วยเหลือจาก ฝรั่งเศส ให้เข้ามามีบทบาทในการตรวจสอบสถานะของมารดาอย่างอิสระ หลังจากที่เธอถูกควบคุมตัวมานานหลายปี

ก่อนหน้านี้ มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ซึ่งขึ้นสู่อำนาจหลังรัฐประหาร ได้มีคำสั่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ให้ย้ายตัวออง ซาน ซู จี วัย 80 ปี จากสถานที่ควบคุมตัวไปสู่การกักบริเวณในบ้าน หลังจากควบคุมตัวเธอมานานกว่า 5 ปี นับตั้งแต่การรัฐประหาร

อย่างไรก็ตาม คิม แอริส เปิดเผยว่าเขายังไม่ได้รับการติดต่อจากมารดาแต่อย่างใด ทั้งที่เธอยังคงเป็นบุคคลสำคัญในประเทศเมียนมา

ในจดหมายที่ส่งถึงประธานาธิบดี เอมมานูเอล มาครง ซึ่งสำนักข่าว AFP ได้เห็นเนื้อหา คิม แอริส ระบุว่า “ผมขอวิงวอนให้ฝรั่งเศสร่วมเรียกร้อง เพื่อให้เราได้รับหลักฐานยืนยันอย่างอิสระว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ และเพื่อให้มั่นใจว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของเธอได้รับการคุ้มครอง ไม่ว่าจะเป็นการรักษาพยาบาลที่เหมาะสม การเข้าถึงทนายความ และการติดต่อกับครอบครัว”

ด้านทนายความของออง ซาน ซู จี คือ ฟรองซัวส์ ซิเมเรย์ เปิดเผยว่า คิม แอริส ได้ยื่นจดหมายดังกล่าวให้กับรัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส ฌอง-โนเอล บาร์โรต์ ระหว่างการพบกันในวันเดียวกัน

ซิเมเรย์ยังระบุด้วยว่า พวกเขาไม่มีหลักฐานใด ๆ ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ ไม่มีภาพถ่ายมาหลายปี และแม้แต่การย้ายสถานที่ควบคุมตัวก็ยังไม่มีการยืนยัน พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธออยู่ที่ไหน

ก่อนหน้านี้ สำนักงานของมิน อ่อง หล่าย ได้เผยแพร่ภาพถ่ายที่ไม่ระบุวัน ซึ่งดูเหมือนเป็นภาพของออง ซาน ซู จี นั่งอยู่ข้างเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบ 2 นายแต่ทนายความตั้งข้อสงสัยว่า ภาพดังกล่าวอาจไม่ใช่ของจริง หรืออาจถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยี AI

ขณะที่ คาตาลินา เด ลา โซตา ทนายอีกคนหนึ่ง ระบุว่าทีมกฎหมายมีความกังวลอย่างมากต่อสุขภาพของเธอ พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดเธอจึงถูกปกปิดข้อมูลอย่างเข้มงวด ซึ่งอาจละเมิดหลักการตามอนุสัญญาระหว่างประเทศ

ด้านกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศสระบุว่า รัฐมนตรี ฌอง-โนเอล บาร์โรต์ ยืนยันระหว่างการหารือว่า ฝรั่งเศสจะยังคงผลักดันให้มีการปล่อยตัวออง ซาน ซู จี โดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข

ทั้งนี้ มิน อ่อง หล่าย ได้ก่อรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของออง ซาน ซู จี ในปี 2021 และดำเนินคดีหลายข้อหากับเธอ ซึ่งองค์กรสิทธิมนุษยชนมองว่าเป็นข้อหาที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อกันเธอออกจากเวทีการเมือง

เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่สงครามกลางเมืองในเมียนมา ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วหลายพันราย และทำให้ประชาชนหลายล้านคนต้องพลัดถิ่น ในประเทศที่มีประชากรราว 50 ล้านคน.

ที่มา :channelnewsasia

ญาติ “ฮุน มาเนต” ออกแถลงการณ์ยอมรับถือหุ้น 30% ในกลุ่มบริษัท “ฮวยวัน” เชื่อมโยงเครือข่ายสแกมเมอร์

ญาติ "ฮุน มาเนต” ออกแถลงการณ์ยอมรับถือหุ้น 30%  ในกลุ่มบริษัท "ฮวยวัน" เชื่อมโยงเครือข่ายสแกมเมอร์

6 พ.ค. 2569 10:57 น.

ญาติ “ฮุน มาเนต” ออกแถลงการณ์ยอมรับถือหุ้น 30% ในกลุ่มบริษัท “ฮวยวัน” เชื่อมโยงเครือข่ายสแกมเมอร์

นายฮุน โต ญาติของนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต แห่งกัมพูชา ออกแถลงการณ์ยอมรับถือหุ้น 30% ใน “ฮวยวัน เปย์” แพลตฟอร์มชำระเงินดิจิทัล ที่เพิ่งถูกสหรัฐฯคว่ำบาตรเนื่องจากมีความเชื่อมโยงเครือข่ายสแกมเมอร์

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายฮุน โต ซึ่งเป็นญาติของนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ออกแถลงการณ์ยอมรับว่าถือหุ้นร้อยละ 30 ในบริษัท “ฮวยวัน เปย์” (HUIONE PAY PLC) แพลตฟอร์มการชำระเงินดิจิทัล

คำยอมรับดังกล่าวมีขึ้นหลังจากบริษัท “ฮวยวัน เปย์” ถูกทางการสหรัฐฯ คว่ำบาตร โดยเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งการหลอกลวงออนไลน์ สแกมเมอร์ และการฟอกเงินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นายฮุน โต ระบุในแถลงการณ์ว่า “ขอแจ้งต่อสาธารณชนว่า เป็นความจริงที่ผมได้ถือหุ้น 30% ในบริษัทฮวยวัน เปย์” แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทบาทหรือการดำเนินงานของบริษัท

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลสหรัฐฯ กล่าวหาว่า “ฮวยวัน กรุ๊ป”  ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของหลายธุรกิจ รวมถึงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ระบบชำระเงิน และการแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซี ว่าเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินให้กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติที่ดำเนินการหลอกลวงออนไลน์ในภูมิภาค 

รายงานระบุว่า บริษัทในเครือของฮวยวัน รวมภึง “ฮวยวัน เปย์” ถูกใช้เป็นช่องทางเคลื่อนย้ายเงินที่ได้จากการกระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะเครือข่ายสแกมที่แพร่ระบาดในหลายประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทั้งนี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่าการถือหุ้นของฮุน โต มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่ ขณะที่ประเด็นนี้อาจสร้างแรงกดดันทางการเมืองต่อรัฐบาลกัมพูชา.

อิหร่านปาดหน้า พบหารือรัฐมนตรีจีน ถกประเด็นสงคราม-ช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนการเยือนของทรัมป์

อิหร่านปาดหน้า พบหารือรัฐมนตรีจีน ถกประเด็นสงคราม-ช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนการเยือนของทรัมป์

6 พ.ค. 2569 10:02 น.

อิหร่านปาดหน้า พบหารือรัฐมนตรีจีน ถกประเด็นสงคราม-ช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนการเยือนของทรัมป์

จีนต้อนรับ “อับบาส อารักชี” รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ที่เดินทางเยือนปักกิ่ง ท่ามกลางวิกฤตตะวันออกกลาง-ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ก่อน “โดนัลด์ ทรัมป์” เยือนจีน

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวซินหัว ของทางการจีนรายงานว่า นายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน ได้พบหารือกับนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน ที่กรุงปักกิ่ง โดยไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม โดยรายงานระบุว่า การเยือนจีนของอารักชีเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามทางการทูต เพื่อหาทางยุติสงคราม โดยก่อนหน้านี้เขาได้เดินทางไปยังรัสเซีย โอมาน และปากีสถาน เพื่อขอการสนับสนุนจากนานาชาติ

ขณะที่ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านรายงานว่า นายอารักชีมีกำหนดหารือกับฝ่ายจีนในประเด็นความสัมพันธ์ทวิภาคี รวมถึงสถานการณ์ระดับภูมิภาคและสถานการณ์ระหว่างประเทศ โดยการเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นไม่ถึง 10 วันก่อนกำหนดการเยือนจีนของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มขึ้นในวันที่ 14 พฤษภาคม

ความเคลื่อนไหวนี้ยังมีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอลที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยทั้งสองฝ่ายมีการหารือกันหลายครั้งผ่านการติดต่อระดับรัฐมนตรีต่างประเทศ ซึ่งจีนย้ำจุดยืนเรียกร้องให้หยุดยิง และสนับสนุนอิหร่านในการปกป้องอธิปไตยและความมั่นคง.

โป๊ปเลโอ วิจารณ์การใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลในอุตสาหกรรมอาวุธ ย้ำว่าการเจรจาเป็นหนทางที่เหมาะสมกว่า

โป๊ปเลโอ วิจารณ์การใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลในอุตสาหกรรมอาวุธ ย้ำว่าการเจรจาเป็นหนทางที่เหมาะสมกว่า

6 พ.ค. 2569 08:26 น.

โป๊ปเลโอ วิจารณ์การใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลในอุตสาหกรรมอาวุธ ย้ำว่าการเจรจาเป็นหนทางที่เหมาะสมกว่า

โป๊ปเลโอ วิจารณ์การใช้งบประมาณมหาศาลในอุตสาหกรรมอาวุธ พร้อมย้ำว่าการเจรจาเป็นหนทางเหมาะสมกว่า ขณะเดียวกันตอบโต้คำกล่าวของทรัมป์ว่าบิดเบือน เพราะทรงไม่เคยแสดงจุดยืนหนุนอิหร่านครอบครองอาวุธ

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ องค์ประมุขแห่งคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก ทรงแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์การใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลในอุตสาหกรรมอาวุธ พร้อมย้ำว่าการเจรจาเป็นหนทางที่เหมาะสมกว่า 

คำกล่าวของพระสันตะปาปาเลโอมีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ออกมาวิจารณ์พระองค์อีกครั้ง โดยก่อนหน้านี้ ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ว่า พระสันตะปาปาพระองค์แรกที่มีชาติกำเนิดเป็นชาวอเมริกันอย่างพระสันตะปาปาเลโอทรงเชื่อว่าเป็นเรื่องปกติที่อิหร่านจะมีอาวุธนิวเคลียร์

อย่างไรก็ตาม พระสันตะปาปาไม่ได้เคยแสดงจุดยืนสนับสนุนให้อิหร่านครอบครองอาวุธ และทรงตอบโต้คำกล่าวของทรัมป์ว่าเป็นการบิดเบือน พร้อมกันนี้ตรัสว่า แนวคิดเรื่องสงครามที่ชอบธรรมนยุคปัจจุบันมีความซับซ้อนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะหลังเข้าสู่ยุคนิวเคลียร์ ซึ่งทำให้ต้องมีการทบทวนความหมายของสงครามใหม่ในหลายมิติ พร้อมชี้ว่าการใช้การเจรจาเป็นแนวทางที่เหมาะสมมากกว่า

การตอบโต้อย่างดุเดือดระหว่างทรัมป์กับผู้นำนครรัฐวาติกัน เกิดขึ้นในช่วงที่นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มีกำหนดเดินทางเยือนนครรัฐวาติกัน ในสัปดาห์นี้ และเตรียมเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาในวันพฤหัสบดี รายงานระบุว่า คำวิจารณ์ล่าสุดของทรัมป์อาจส่งผลกระทบต่อความพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับวาติกัน ขณะที่นายรูบิโอซึ่งมักต้องทำหน้าที่อธิบายหรือบรรเทาความแข็งกร้าวของถ้อยแถลงจากทรัมป์ในประเด็นยุโรป องค์การนาโต และตะวันออกกลาง อาจเผชิญภารกิจที่ยากลำบากมากขึ้นในการเยือนครั้งนี้.

ที่มา AP