ทรัมป์ประกาศ ระงับ “Project Freedom” อ้างคืบหน้าทำข้อตกลงอิหร่าน

ทรัมป์ประกาศ ระงับ “Project Freedom” อ้างคืบหน้าทำข้อตกลงอิหร่าน

6 พ.ค. 2569 06:43 น.

ทรัมป์ประกาศ ระงับ “Project Freedom” อ้างคืบหน้าทำข้อตกลงอิหร่าน

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศระงับ Project Freedom หรือการคุ้มกันเรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซชั่วคราว อ้างว่ามีความคืบหน้าอย่างมากในการพูดคุยกับตัวแทนของอิหร่านเพื่อบรรลุข้อตกลง

เมื่อ 5 พ.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศผ่าน Truth Social ว่า สหรัฐฯ จะระงับปฏิบัติการคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซหรือที่เรียกว่า “โครงการเสรีภาพ” (Project Freedom) เป็นการชั่วคราว แต่ยังคงมาตรการปิดล้อมทางทะเลเอาไว้ โดยอ้างว่า มีความคืบหน้าอย่างมากเพื่อไปสู่การทำข้อตกลงที่สมบูรณ์และเป็นขั้นสุดท้ายกับตัวแทนของอิหร่าน

ข้อความของทรัมป์ระบุว่า “จากการร้องขอของปากีสถานและประเทศอื่น ๆ รวมถึงความสำเร็จทางทหารอันยิ่งใหญ่ที่เราได้รับระหว่างปฏิบัติการต่อต้านอิหร่าน และข้อเท็จจริงที่ว่าเรามีความคืบหน้าอย่างมากไปสู่ข้อตกลงที่สมบูรณ์และเป็นขั้นสุดท้ายกับตัวแทนของอิหร่าน เราจึงได้ตกลงร่วมกันว่า ในขณะที่มาตรการปิดล้อมจะยังคงมีผลบังคับใช้อย่างเต็มที่ แต่ “โครงการเสรีภาพ” จะถูกระงับไว้เป็นระยะเวลาสั้น ๆ เพื่อดูว่าจะสามารถหาข้อสรุปและลงนามข้อตกลงได้หรือไม่”

ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า “ระยะการสู้รบ” ของปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ที่เริ่มขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ได้สิ้นสุดลงแล้ว และขณะนี้สหรัฐฯ กำลังมุ่งเน้นไปที่ปฏิบัติการใหม่ในการคุ้มกันเรือสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

รัสเซีย-ยูเครน โจมตีโต้กันดับ 23 ศพ เจ็บอื้อ ก่อนถึงเวลาหยุดยิง

รัสเซีย-ยูเครน โจมตีโต้กันดับ 23 ศพ เจ็บอื้อ ก่อนถึงเวลาหยุดยิง

6 พ.ค. 2569 06:03 น.

รัสเซีย-ยูเครน โจมตีโต้กันดับ 23 ศพ เจ็บอื้อ ก่อนถึงเวลาหยุดยิง

รัสเซียกับยูเครนยังโจมตีทางอากาศเข้าใส่กันอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมมากกว่า 20 ศพในวันอังคาร ก่อนจะถึงเวลาที่ทั้งสองฝ่ายประกาศหยุดยิงระยะสั้น

เมื่อ 5 พ.ค. 2569 รัสเซียโจมตีในหลายพื้นที่ทั่วประเทศยูเครนระลอกใหม่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 20 ศพ ขณะที่ฝ่ายยูเครนก็ส่งโดรนโจมตีรัสเซียจนมีผู้บาดเจ็บหลายสิบราย ก่อนจะถึงกำหนดเวลาที่ทั้งมอสโกและเคียฟประกาศหยุดยิงแต่คนละช่วงเวลากัน

ทางการแคว้นซาปอริซเซียของยูเครนระบุว่า มีผู้เสียชีวิต 12 ศพ จากการโจมตีทางอากาศของรัสเซีย ขณะที่ประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประณามเหตุการณ์นี้ว่าเป็น “การโจมตีโดยผู้ก่อการร้ายที่โหดเหี้ยม” และเผยว่า มีผู้เสียชีวิตอีก 5 ศพที่เมืองครามาทอสค์ และอีก 4 ศพในเมืองดนิโปร

ทางด้านรัสเซีย รัฐบาลในสาธารณรัฐชูวัชรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 2 ศพ และบาดเจ็บอีก 32 ราย จากการโจมตีด้วยโดรนของยูเครนเมื่อเช้าวันอังคาร

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทั้งรัสเซียและยูเครนต่างประกาศหยุดยิงเพียงฝ่ายเดียว ก่อนที่จะถึงวันรำลึกชัยชนะของสหภาพโซเวียตเหนือนาซีเยอรมนีในวันเสาร์นี้ โดยรัสเซียระบุว่าจะหยุดยิงในวันที่ 8-9 พ.ค. ส่วนยูเครนจะหยุดยิงตั้งแต่วันที่ 6 พ.ค.เป็นต้นไป และจะมีการตอบสนองต่อรัสเซียอย่างเท่าเทียมกันในช่วงเวลาหลังจากนั้น

การประกาศหยุดยิงทั้งสองรูปแบบนี้ดูเหมือนจะเป็นการดำเนินการเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งหมายความว่าทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ตกลงกันในเรื่องเงื่อนไข ระยะเวลา หรือการตรวจสอบร่วมกัน

นายคีรีโล บูดานอฟ หัวหน้าคณะทำงานของประธานาธิบดีเซเลนสกี กล่าวว่า หากรัสเซียตอบรับการหยุดยิงตามที่ประธานาธิบดียูเครนประกาศ “เราก็จะปฏิบัติตามต่อไป… ขั้นตอนต่อไปขึ้นอยู่กับรัสเซียแล้ว”

ทั้งนี้ ก่อนที่จะถึงกำหนดการหยุดยิงในเที่ยงคืนวันพุธตามเวลาท้องถิ่น ยูเครนยังโจมตีทางอากาศต่อรัสเซียหลายครั้ง โดยพุ่งเป้าไปที่เขตอุตสาหกรรมในเมืองคิริชี แถบเลนินกราด และโรงงานผลิตชิ้นส่วนทางทหารในเมืองเชบอคซารี ในสาธารณรัฐชูวัช

เซเลนสกีระบุว่า มีการใช้ขีปนาวุธร่อน “ฟลามิงโก” (Flamingo) ที่ผลิตภายในประเทศ โจมตีโรงงานที่เมืองเชบอคซารี ซึ่งอยู่ห่างจากแนวหน้าประมาณ 1,500 กิโลเมตร ต่อมากระทรวงกลาโหมของรัสเซียยืนยันว่า สามารถยิงขีปนาวุธฟลามิงโกของยูเครนตก 6 ลูก รวมถึงโดรนอีก 601 ลำ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

รูบิโอเผย หลายประเทศยินดีเข้าร่วม “Project Freedom”

รูบิโอเผย หลายประเทศยินดีเข้าร่วม “Project Freedom”

6 พ.ค. 2569 05:11 น.

รูบิโอเผย หลายประเทศยินดีเข้าร่วม “Project Freedom”

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เผยว่า มีหลายประเทศยินดีจะเข้าร่วม Project Freedom เพื่อพาเรือสินค้าต่างๆ เดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซ หลังติดค้างตั้งแต่สงครามกับอิหร่านเริ่มขึ้น

เมื่อ 5 พ.ค. 2569 นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า มีหลายประเทศที่แสดงความจำนง ทั้งแบบเปิดเผยและเป็นการส่วนตัวว่า จะให้การสนับสนุน “โครงการเสรีภาพ” (Project Freedom) ซึ่งเป็นความพยายามที่นำโดยสหรัฐฯ เพื่อรักษาความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่เขาปฏิเสธที่จะระบุชื่อประเทศเหล่านั้น

“หลายประเทศพูดตรงกันว่า เราต้องลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อแก้ไขปัญหานี้” รูบิโอบอกกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว หลังถูกถามว่า มีกี่ประเทศที่เสนอตัวให้ความช่วยเหลือ และประเทศเหล่านั้นมีขีดความสามารถด้านใดบ้าง

“หลายประเทศจำเป็นต้องทำอะไรบางอย่าง” เขากล่าว พร้อมเสริมว่าไม่ใช่ทุกประเทศจะมีกองทัพเรือ และบางประเทศที่มีก็บอกว่า “โอ้ เราจะเข้าร่วมด้วยนะ แต่เราจะเข้ามาหลังจากเรื่องนี้จบลงแล้ว”

รูบิโอชี้ให้เห็นว่า บางประเทศอาจให้การสนับสนุนในรูปแบบที่ไม่เป็นที่เปิดเผยนัก แต่เขาเน้นย้ำถึงความอ่อนไหวในการเปิดเผยรายละเอียด

“ยังมีวิธีอื่น ๆ ที่พวกเขาจะช่วยได้ เป็นวิธีเฉพาะตัวที่พวกเขาสามารถช่วยเราได้ และผมไม่อยากก้าวล่วงว่าประเทศเหล่านั้นคือใคร ด้วยเหตุผลที่ชัดเจนอยู่แล้ว (เรื่องความปลอดภัยและความมั่นคง)”

นอกจากนี้ รูบิโอยังเน้นย้ำว่าสหรัฐฯ จะเป็นผู้แบกรับภาระหลักในปฏิบัติการครั้งนี้ “ผมไม่อยากให้พวกคุณเข้าใจผิด ความรับผิดชอบหลักของโครงการเสรีภาพนี้ตกอยู่ที่สหรัฐฯ เพราะเราเป็นประเทศเดียวที่สามารถแผ่ขยายอำนาจในส่วนนั้นของโลกได้ในแบบที่เรากำลังทำอยู่ตอนนี้”

“นี่ถือเป็นการทำเพื่อโลก เพราะเรือที่ติดค้างอยู่นั้นก็คือเรือของประเทศพวกเขาทั้งสิ้น”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

รูบิโอเผย ปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ที่เริ่มเมื่อกุมภาพันธ์ “สิ้นสุดลงแล้ว”

รูบิโอเผย ปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ที่เริ่มเมื่อกุมภาพันธ์ “สิ้นสุดลงแล้ว”

6 พ.ค. 2569 03:39 น.

รูบิโอเผย ปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ที่เริ่มเมื่อกุมภาพันธ์ “สิ้นสุดลงแล้ว”

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่า ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านที่เริ่มขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ “สิ้นสุดลงแล้ว” และสหรัฐฯ กำลังให้ความสำคัญในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

เมื่อวันอังคารที่ 5 พ.ค. 2569 นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันอย่างชัดเจนว่า ปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านที่เริ่มขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ได้สิ้นสุดลงแล้ว พร้อมระบุว่าภารกิจสำคัญเร่งด่วนของสหรัฐฯ ในขณะนี้คือการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

“ปฏิบัติการสิ้นสุดลงแล้ว ภารกิจ ‘อีปิก ฟิวรี’ (Epic Fury) ตามที่ประธานาธิบดีได้แจ้งต่อสภาคองเกรสถือว่าจบขั้นตอนนั้นไปแล้ว” รูบิโอกล่าวระหว่างการบรรยายสรุปที่ทำเนียบขาว

“ตอนนี้เรากำลังก้าวเข้าสู่ ‘โครงการแห่งเสรีภาพ’ (Project Freedom)” เขากล่าวต่อ โดยอ้างถึงโครงการริเริ่มของทรัมป์ในการส่งกองกำลังคุ้มกันเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำเนียบขาวได้แจ้งต่อสภาคองเกรสว่า สถานะการเผชิญหน้ากับอิหร่านได้ “ยุติลงแล้ว” เนื่องจากครบกำหนดระยะเวลา 60 วัน ซึ่งหากดำเนินการต่อจะต้องได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากฝ่ายนิติบัญญัติ

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์ยังไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ที่จะกลับมาเริ่มทิ้งระเบิดโจมตีอิหร่านอีกครั้ง หากการเจรจาล้มเหลวหรืออิหร่านละเมิดข้อตกลงหยุดยิงฉบับปัจจุบัน

รูบิโอกล่าวว่า ประเด็นคำถามเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งรวมถึงคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง จะถูกแก้ไขผ่านกระบวนการเจรจา

“ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเจรจา ผมคิดว่าท่านประธานาธิบดีแสดงออกชัดเจนว่า ส่วนหนึ่งของกระบวนการนั้นไม่ใช่แค่เรื่องการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเท่านั้น แต่รวมถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับวัตถุดิบเหล่านี้ที่ถูกเก็บซ่อนไว้ลึกมากในบางแห่งด้วย” รูบิโอกล่าว

“ผมไม่อยากให้การเจรจาต้องตกอยู่ในอันตราย แต่บอกได้เพียงว่าท่านประธานาธิบดีและทีมงานทุกคนตระหนักดีว่าประเด็นนี้คือหัวใจสำคัญ และมันจะต้องได้รับการจัดการไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง”

รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ บอกอีกว่า ตัวแทนของสหรัฐฯ กำลังพยายามทำความเข้าใจในระดับหนึ่งว่า หัวข้อใดบ้างที่รัฐบาลเตหะรานยินดีจะนำมาเจรจา ซึ่งข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นในช่วงแรกนั้น อาจเป็นเพียงการทำความเข้าใจร่วมกันในประเด็นสำคัญระดับสูงเท่านั้น

“เราไม่จำเป็นต้องมีตัวร่างข้อตกลงที่เป็นลายลักษณ์อักษรในทันที” รูบิโอกล่าวเสริม “แต่เราต้องมีแนวทางแก้ไขทางการทูตที่ชัดเจนมากว่า หัวข้อใดที่พวกเขาพร้อมจะเจรจาด้วย รวมถึงขอบเขตและการยอมโอนอ่อนผ่อนตามที่พวกเขาพร้อมจะทำในช่วงเริ่มต้น เพื่อให้การเจรจาเหล่านั้นคุ้มค่าที่จะดำเนินต่อไป”

รูบิโอกล่าวว่า แม้ว่าที่ผ่านมาอิหร่านจะ “พูดอยู่เสมอว่าพวกเขาไม่ต้องการอาวุธนิวเคลียร์… แต่พวกเขาไม่ได้หมายความตามนั้นจริง ๆ”

เขากล่าวหาเตหะรานว่า “กำลังลงมือทำทุกวิถีทาง” แบบที่ประเทศหนึ่งจะทำหาก “ต้องการมีโครงการอาวุธนิวเคลียร์” โดยเขาตั้งข้อสังเกตถึงความพยายามของอิหร่านในการพัฒนานวัตกรรม “ขีปนาวุธส่งกำลังระยะไกล” และการสร้างเครื่องหมุนเหวี่ยงแยกอนุภาคไว้ใต้ดินเพื่อเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียม

รูบิโอกล่าวว่า ตอนนี้ถือเป็นโอกาสของอิหร่านที่จะ “แสดงให้เห็นชัดเจน” ว่าพวกเขาไม่ได้ต้องการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์จริงหรือไม่

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิหร่านประกาศกลไกใหม่ เพื่อควบคุมเรือที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

อิหร่านประกาศกลไกใหม่ เพื่อควบคุมเรือที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

6 พ.ค. 2569 03:05 น.

อิหร่านประกาศกลไกใหม่ เพื่อควบคุมเรือที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

อิหร่านประกาศกลไกใหม่ในการควบคุมเรือที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังพยายามพาเรือที่ติดค้างอยู่นานกว่า 2 เดือนออกมา

เมื่อ 5 พ.ค. 2569 สถานีโทรทัศน์ “เพรสทีวี” (Press TV) ของรัฐบาลอิหร่าน รายงานว่า อิหร่านประกาศใช้กลไกใหม่ในการกำกับดูแลการสัญจรทางทะเลผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ในขณะที่สหรัฐฯ เริ่มโครงการพาเรือสินค้าที่ติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซียนับตั้งแต่สงครามเริ่ม ออกจากน่านน้ำแห่งนี้

รายงานระบุว่า ภายใต้ระบบใหม่เรือทุกลำที่มีความประสงค์จะเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะได้รับอีเมลจากที่อยู่ติดต่อที่เชื่อมโยงกับ หน่วยงานกำกับดูแลช่องแคบอ่าวเปอร์เซีย (PGSA) เพื่อแจ้งให้ทราบถึงกฎระเบียบและข้อบังคับใหม่ในการสัญจร

นอกจากนี้ เรือทุกลำจำเป็นต้อง ขอใบอนุญาตสัญจร (Transit Permit) ก่อนที่จะเดินทางข้ามเส้นทางน้ำดังกล่าว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของโลกสำหรับการขนส่งน้ำมัน

รายงานระบุทิ้งท้ายว่า แผนการดังกล่าวถูกอธิบายว่าเป็น “ระบบการกำกับดูแลตามอำนาจอธิปไตย และขณะนี้ได้เริ่มมีผลบังคับใช้งานแล้วในช่องแคบฮอร์มุซ”

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นหลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเริ่ม “โครงการเสรีภาพ” (Project Freedom) โดยส่งเรือของกองทัพเข้าไปในอ่าวเปอร์เซีย เพื่อพาเรือสินค้าที่ติดค้างอยู่นับตั้งแต่สงครามกับอิหร่านเริ่มขึ้น ออกมา ขณะที่อิหร่านประกาศจะตอบโต้อย่างหนัก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

WHO เตือน ไวรัสฮันตาอาจแพร่กระจายแบบคนสู่คนบนเรือสำราญ

WHO เตือน ไวรัสฮันตาอาจแพร่กระจายแบบคนสู่คนบนเรือสำราญ

6 พ.ค. 2569 01:42 น.

WHO เตือน ไวรัสฮันตาอาจแพร่กระจายแบบคนสู่คนบนเรือสำราญ

องค์การอนามัยโลกระบุว่า อาจกำลังมีการแพร่กระจายของไวรัสฮันตาแบบคนสู่คน บนเรือสำราญที่ตอนนี้จอดอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติก แต่ยืนยันว่า ความเสี่ยงต่อสาธารณะยังอยู่ในระดับต่ำ

เมื่อ 5 พ.ค. 2569 องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า อาจเกิดการแพร่เชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus) จากคนสู่คน ซึ่งเป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้ยาก บนเรือสำราญสัญชาติดัตช์ลำหนึ่ง ซึ่งมีรายงานผู้โดยสารเสียชีวิตแล้ว 3 ศพ และต้องทอดสมออยู่กลางทะเลเนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเทียบท่า

“เราเชื่อว่าอาจมีการแพร่เชื้อจากคนสู่คนเกิดขึ้นในกลุ่มผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกันมาก” ดร. มาเรีย แวน เคอร์โคฟ เจ้าหน้าที่จากองค์การอนามัยโลกกล่าว และทาง WHO สันนิษฐานว่าผู้ป่วยรายแรกอาจได้รับเชื้อไวรัสก่อนที่จะขึ้นเรือ

โดยปกติแล้วไวรัสชนิดนี้จะแพร่กระจายจากสัตว์จำพวกหนูสู่คน แต่ WHO ระบุว่าในกรณีนี้ เชื้ออาจแพร่กระจายในกลุ่ม “ผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกันมาก” บนเรือ “เอ็มวี ฮอนดิอุส” (MV Hondius) อย่างไรก็ตาม ทางองค์กรเน้นย้ำว่าความเสี่ยงต่อสาธารณชนทั่วไปยังอยู่ในระดับต่ำ

บริษัท Oceanwide Expeditions ซึ่งเป็นผู้บริหารจัดการเรือสำราญลำนี้ระบุว่า ลูกเรือ 2 ราย เป็นชาวอังกฤษ 1 ราย และชาวดัตช์ 1 ราย จะถูกเคลื่อนย้ายทางอากาศเพื่อไปรักษาตัวที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ หลังจากเริ่มมี “อาการทางเดินหายใจเฉียบพลัน” นอกจากนี้ บุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับชาวเยอรมันที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ ก็มีกำหนดจะถูกอพยพออกไปเช่นกัน

เรือ MV Hondius ออกเดินทางจากประเทศอาร์เจนตินาเพื่อล่องข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเมื่อประมาณหนึ่งเดือนที่แล้ว และขณะนี้จอดทอดสมออยู่ใกล้กับประเทศเคปเวิร์ด (Cape Verde) บริเวณชายฝั่งตะวันตกของทวีปแอฟริกา

นายทาริก ยาซาเรวิช โฆษกของ WHO ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า ทีมแพทย์จากเคปเวิร์ดภายใต้การสนับสนุนของ WHO ได้ขึ้นไปบนเรือเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยแล้ว และกำลังดำเนินการตรวจหาเชื้อในผู้โดยสารและลูกเรือรายอื่นๆ ที่เริ่มแสดงอาการ

บริษัท Oceanwide ระบุว่า ยังมีผู้คนอีกประมาณ 149 คนจาก 23 ประเทศที่ยังคงอยู่บนเรือภายใต้ “มาตรการป้องกันที่เข้มงวด” และนอกจากลูกเรือที่กำลังจะได้รับการอพยพแล้ว ยังมีชาวอังกฤษอีก 22 คนที่อยู่บนเรือลำนี้ด้วย

จากรายงานสถานการณ์ล่าสุดของ WHO ระบุว่า จนถึงขณะนี้ตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสฮันตาที่ยืนยันผลแล้ว 2 ราย และเป็นผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้ออีก 5 ราย

สำหรับผู้ป่วยที่ยืนยันผลแล้ว 2 ราย ได้แก่ หญิงชาวดัตช์ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิต และชายชาวอังกฤษวัย 69 ปี ซึ่งถูกส่งตัวไปรักษาที่ประเทศแอฟริกาใต้ก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ สามีของหญิงชาวดัตช์ที่เสียชีวิตไปก่อนนั้น ยังไม่ได้รับการยืนยันผลว่าติดเชื้อ เช่นเดียวกับชาวเยอรมันที่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ก็ยังไม่ถูกนับเป็นเคสที่ยืนยันผลแล้วเช่นกัน

WHO ระบุว่า ประเทศสเปนได้อนุญาตให้เรือลำดังกล่าวเข้าเทียบท่าที่หมู่เกาะคะเนรี (Canary Islands) แล้ว เพื่อทำการประเมินความเสี่ยงและติดตามอาการทางการแพทย์เพิ่มเติมได้

แต่ต่อมา กระทรวงสาธารณสุขของสเปนกลับออกมาปฏิเสธกระแสข่าวดังกล่าวว่ายังไม่มีการยืนยันเรื่องการรับเรือลำนี้เข้าเทียบท่า

“การตัดสินใจเกี่ยวกับจุดจอดที่เหมาะสมลำดับถัดไป จะขึ้นอยู่กับข้อมูลทางระบาดวิทยาที่รวบรวมได้จากบนเรือในขณะที่เรือลำนี้แล่นผ่านประเทศเคปเวิร์ด” กระทรวงสาธารณสุขของสเปนระบุในแถลงการณ์ “จนกว่าจะถึงเวลานั้น กระทรวงสาธารณสุขจะยังไม่ตัดสินใจใดๆ ตามที่เราได้ชี้แจงต่อทาง WHO ไปแล้ว”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์ลั่นน้ำมันแพง เป็นราคาเล็กน้อยที่ต้องจ่าย เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ใหญ่กว่า

ทรัมป์ลั่นน้ำมันแพง เป็นราคาเล็กน้อยที่ต้องจ่าย เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ใหญ่กว่า

5 พ.ค. 2569 23:58 น.

ทรัมป์ลั่นน้ำมันแพง เป็นราคาเล็กน้อยที่ต้องจ่าย เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ใหญ่กว่า

โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่า การที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงเพราะการทำสงครามกับอิหร่าน เป็นราคาเล็กน้อยที่ต้องจ่าย เพื่อบรรลุเป้าหมายในการป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์

เมื่อ 5 พ.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดี ออกมากล่าวลดความสำคัญของผลกระทบที่รุนแรง จากความขัดแย้งกับอิหร่านที่มีต่อผู้บริโภคชาวอเมริกันอีกครั้ง โดยให้เหตุผลว่าราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นนั้นเป็น “ราคาเพียงเล็กน้อยที่ต้องจ่าย” เพื่อกำจัดความพยายามของอิหร่านในการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์

ทรัมป์ระบุว่าราคาเสนอขายน้ำมันดิบต่อบาร์เรลนั้น ไม่ได้พุ่งสูงขึ้นมากเท่าที่เขาคาดการณ์ไว้ในตอนแรก

“ผมเคยคิดว่าน้ำมันจะพุ่งไปถึง 200, 250 หรืออาจจะ 300 ดอลลาร์ด้วยซ้ำ และผมรู้ดีว่ามันจะเป็นเพียงผลกระทบในระยะสั้น” ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าว และเสริมว่า “วันนี้ผมดูราคามันอยู่ที่ประมาณ 102 (ดอลลาร์) ซึ่งถือเป็นราคาที่น้อยมากสำหรับการกำจัดอาวุธนิวเคลียร์ไปจากน้ำมือของคนจิตไม่ปกติเหล่านั้น”

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวเสริมว่า เมื่อสงครามสิ้นสุดลง ราคาน้ำมันก็จะ “กลับเข้าสู่ภาวะปกติเอง”

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากสมาคมรถยนต์อเมริกัน (AAA) ระบุว่า ปัจจุบันราคาน้ำมันเบนซินตามปั๊มในสหรัฐฯ เฉลี่ยอยู่ที่ 4.48 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ซึ่งพุ่งสูงขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 31 เซนต์ในสัปดาห์นี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันเฉลี่ยพุ่งสูงขึ้นรวมแล้วประมาณ 50% นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มเปิดฉากขึ้นเมื่อ 28 ก.พ.

ผู้นำสหรัฐฯ ยังปฏิเสธที่จะระบุอย่างชัดเจนว่า การกระทำในลักษณะใดจะถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หลังจากนายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมยืนยันว่าข้อตกลงหยุดยิงยังมีผลอยู่ แม้ในวันจันทร์ อิหร่านยิงเข้าใส่เรือหลายลำในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงเรือของสหรัฐฯ และโจมตีเข้าใส่ดินแดนของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อีกครั้ง

“เดี๋ยวพวกคุณก็รู้ เพราะผมจะเป็นคนบอกเอง … พวกเขารู้ดีว่าต้องทำอะไร และรู้ว่าอะไรที่ไม่ควรทำ” ทรัมป์กล่าวภายในห้องทำงานรูปไข่ และว่าขณะนี้อิหร่านกำลัง “มองหาเรือลำเล็ก ๆ เพื่อพยายามจะมาแข่งกับกองทัพเรือที่ยิ่งใหญ่ของเรา”

ทรัมป์ยืนยันว่า ไม่มีใครกล้าท้าทายปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในการปิดล้อมไม่ให้เรือเข้าและออกจากท่าเรือของอิหร่าน และอ้างด้วยว่า ฝ่ายอิหร่านต้องการที่จะทำข้อตกลง

“พวกเขาแค่เล่นเกมไปอย่างนั้น แต่ขอบอกพวกคุณไว้เลยว่า พวกเขาอยากทำข้อตกลงใจจะขาด และใครล่ะจะไม่อยากทำ ในเมื่อกองทัพของคุณพังพินาศไปหมดแล้ว”

ทรัมป์บอกด้วยว่าเขาต้องการเห็นระบบการเงินของอิหร่านล่มสลาย “ก็คงอย่างนั้น เพราะเรากำลังทำให้มันล่มสลายอยู่ … ผมหวังให้มันพังพินาศไปเลย คุณรู้ไหมว่าเพราะอะไร? เพราะผมต้องการชัยชนะยังไงล่ะ”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

กลาโหมสหรัฐฯ ยืนยัน การหยุดยิงกับอิหร่านยังมีผล ลั่นไม่ได้หาเรื่อง

กลาโหมสหรัฐฯ ยืนยัน การหยุดยิงกับอิหร่านยังมีผล ลั่นไม่ได้หาเรื่อง

5 พ.ค. 2569 22:52 น.

กลาโหมสหรัฐฯ ยืนยัน การหยุดยิงกับอิหร่านยังมีผล ลั่นไม่ได้หาเรื่อง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ยืนยันว่า ข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านยังมีผลอยู่ หลังจากเกิดการยิงตอบโต้กันในน่านน้ำอ่าวเปอร์เซียเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ในขณะที่สหรัฐฯ พยายามพาเรือออกจากช่องแคบ

เมื่อ 5 พ.ค. 2569 นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ยืนยันว่า อิหร่านยังไม่ได้ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบางระหว่างทั้งสองฝ่าย หลังจากเรือของสหรัฐฯ กับอิหร่านยิงตอบโต้กันเมื่อวันจันทร์ ในขณะที่กองทัพสหรัฐฯ พยายามเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ

ก่อนหน้านี้กองทัพสหรัฐฯ แถลงว่า ได้ทำลายเรือลำเล็กของอิหร่านจำนวน 6 ลำ รวมถึงขีปนาวุธร่อนและโดรน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งกองทัพเรือเข้าคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่ตกค้างอยู่ให้ผ่านช่องแคบดังกล่าว ในปฏิบัติการที่เขาเรียกว่า “โครงการแห่งเสรีภาพ” (Project Freedom)

นายพีท เฮกเซธ กล่าวว่า ปฏิบัติการเพื่อปกป้องเรือพาณิชย์นี้เป็นเพียงมาตรการชั่วคราว และข้อตกลงหยุดยิงที่ดำเนินมานาน 4 สัปดาห์นั้นยังไม่สิ้นสุดลง “เราไม่ได้พยายามหาเรื่อง” เขากล่าวในการแถลงข่าว “ในตอนนี้ข้อตกลงหยุดยิงยังคงมีผลอยู่แน่นอน แต่เราจะเฝ้าจับตาดูอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ”

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธใส่เรือของสหรัฐฯ และโจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักในภูมิภาคตะวันออกกลางของวอชิงตันด้วยขีปนาวุธและโดรน โดยหลังจากที่นายเฮกเซธแถลงได้ไม่นานในวันอังคาร กระทรวงกลาโหมของ UAE ก็ออกมาระบุว่า ระบบป้องกันทางอากาศกำลังรับมือกับการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนที่มาจากอิหร่านอีกครั้ง

ทางด้าน นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวว่า การละเมิดข้อตกลงหยุดยิงโดยสหรัฐฯ และพันธมิตร ได้ส่งผลให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซตกอยู่ในอันตราย

“เราทราบดีว่าการปล่อยให้สถานการณ์ปัจจุบันดำเนินต่อไปนั้นเป็นเรื่องที่สหรัฐฯ ยากจะแบกรับไหว ในขณะที่พวกเรายังไม่ได้เริ่มลงมือจริง ๆ เลยด้วยซ้ำ” เขาระบุในโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์

ทั้งนี้ นายเฮกเซธกล่าวว่า สหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการคุ้มกันเส้นทางผ่านน่านน้ำสำคัญนี้ และขณะนี้มีเรือพาณิชย์หลายร้อยลำกำลังเข้าแถวรอเพื่อเดินทางผ่าน

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มีรายงานเหตุระเบิดหรือเพลิงไหม้บนเรือสินค้าหลายลำในบริเวณอ่าว และท่าเรือน้ำมันในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพอากาศขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ถูกไฟไหม้จากการโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่าน ส่งผลให้ในวันอังคาร UAE ต้องประกาศใช้มาตรการจำกัดการบินเหนือน่านฟ้าอีกครั้ง

กองทัพสหรัฐฯ ระบุด้วยว่า มีเรือสินค้าของสหรัฐฯ 2 ลำ สามารถเดินทางผ่านช่องแคบไปได้ภายใต้การสนับสนุนของเรือพิฆาตของกองทัพ แต่ทางการอิหร่านตอบโต้ว่า ไม่มีเรือลำใดผ่านไปได้ แม้ว่าบริษัทเดินเรือ เมอส์ก (Maersk) จะยืนยันว่า เรือของพวกเขาเดินทางผ่านช่องแคบไปได้ภายใต้การคุ้มกันของกองทัพสหรัฐฯ ก็ตาม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

กัมพูชาประกาศ ใช้กลไก “ไกล่เกลี่ยโดยบังคับ” หลังไทยถอนตัว MOU44

กัมพูชาประกาศ ใช้กลไก “ไกล่เกลี่ยโดยบังคับ” หลังไทยถอนตัว MOU44

5 พ.ค. 2569 21:48 น.

กัมพูชาประกาศ ใช้กลไก “ไกล่เกลี่ยโดยบังคับ” หลังไทยถอนตัว MOU44

(ภาพจาก AFP PHOTO / AGENCE KAMPUCHEA PRESS / AKP)

กัมพูชาประกาศใช้กลไก “การไกล่เกลี่ยโดยบังคับ” ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) แก้ไขข้อพิพาททางทะเลไทย-กัมพูชา หลังไทยถอนตัว MOU44

เมื่อวันอังคารที่ 5 พ.ค. 2569 สมเด็จฯ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาโพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กของตัวเอง ประกาศดำเนินตามกลไก “การไกล่เกลี่ยโดยบังคับ” (Compulsory Conciliation) ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เพื่อหาข้อยุติเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชา หลังไทยถอนตัว MOU44

“เรียน พี่น้องร่วมชาติที่เคารพรัก ในวันนี้ รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาได้ตัดสินใจที่จะดำเนินการตามกลไก “การไกล่เกลี่ยโดยบังคับ” ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เพื่อหาข้อยุติโดยสันติวิธีตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ สำหรับพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนทางทะเลระหว่างกัมพูชาและไทย หลังจากที่ประเทศไทยได้ประกาศถอนตัวจากบันทึกความเข้าใจระหว่างกัมพูชาและไทย หรือที่รู้จักกันในชื่อ MOU 2544 (หรือที่ฝ่ายไทยเรียกว่า MOU 44) อย่างเป็นทางการแต่เพียงฝ่ายเดียว”

“ตลอดระยะเวลากว่า 25 ปีที่ผ่านมา บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ได้ทำหน้าที่เป็นกรอบการทำงานระดับทวิภาคีที่เห็นชอบร่วมกันของทั้งสองฝ่ายในการจัดการกับพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนทางทะเล การมีผลบังคับใช้ของบันทึกความเข้าใจฉบับนี้สะท้อนให้เห็นถึงเจตนารมณ์แห่งความร่วมมือและความปรารถนาดีต่อกัน”

“เป็นเรื่องที่น่าเสียใจที่ประเทศไทยได้ตัดสินใจถอนตัวจากบันทึกความเข้าใจฉบับนี้แต่เพียงฝ่ายเดียว สำหรับกัมพูชา เราได้ให้ความสำคัญกับกลไกทวิภาคีตามแนวทางของบันทึกความเข้าใจนี้มาโดยตลอดในการจัดการกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล การถอนตัวเพียงฝ่ายเดียวในครั้งนี้ถือเป็นการปฏิเสธข้อตกลงทวิภาคีเพียงฉบับเดียว ที่ทั้งสองฝ่ายได้ยึดถือร่วมกันมานานกว่าสองทศวรรษ”

“ในกรณีนี้ ในฐานะรัฐที่เคารพและยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศและการระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธีอย่างเคร่งครัด กัมพูชาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพึ่งพากฎหมายระหว่างประเทศและอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลไก “การไกล่เกลี่ยโดยบังคับ” ภายใต้อนุสัญญาฉบับนี้”

“ในโอกาสนี้ ข้าพเจ้าขอชี้แจงว่ากลไก “การไกล่เกลี่ยโดยบังคับ” นี้ ถูกจัดตั้งขึ้นโดย UNCLOS เพื่อช่วยเหลือรัฐภาคีในการแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติและสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ ดังนั้น การตัดสินใจของกัมพูชาจึงสะท้อนถึงความหวังอันจริงใจของเราที่ว่า ทั้งสองประเทศจะสามารถบรรลุทางออกที่ยุติธรรมและยั่งยืนตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อให้ประชาชนของเราทั้งสองฝ่ายสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข มีเสถียรภาพ และมีความสมานฉันท์สืบไป”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : facebook

ระเบิดโรงงานดอกไม้ไฟจีน ดับ 21 ศพ บาดเจ็บ 61 ราย สั่งอพยพประชาชนในรัศมี 3 กม.

ระเบิดโรงงานดอกไม้ไฟจีน ดับ 21 ศพ บาดเจ็บ 61 ราย สั่งอพยพประชาชนในรัศมี 3 กม.

5 พ.ค. 2569 12:03 น.

ระเบิดโรงงานดอกไม้ไฟจีน ดับ 21 ศพ บาดเจ็บ 61 ราย สั่งอพยพประชาชนในรัศมี 3 กม.

เกิดเหตุระเบิดโรงงานดอกไม้ไฟในมณฑลหูหนาน เสียชีวิต 21 ศพ บาดเจ็บ 61 ราย ทางการระดมกู้ภัยเกือบ 500 นาย อพยพประชาชนรอบพื้นที่รัศมี 3 กม. หวั่นระเบิดซ้ำ

วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 สถานีโทรทัศน์ CCTV ของจีน รายงานว่า เกิดเหตุระเบิดรุนแรงที่โรงงานดอกไม้ไฟ “หัวเซิ่ง” ในเมืองหลิวหยาง มณฑลหูหนาน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 ศพ และบาดเจ็บ 61 ราย โดยเหตุระเบิดเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 16.40 น. ของวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ต้องสั่งอพยพประชาชนในรัศมี 3 กิโลเมตรจากโรงงานเพื่อความปลอดภัย

ทางการจีนได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยเกือบ 500 นาย เข้าปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือผู้ติดค้างอยู่ภายในอาคาร พร้อมนำหุ่นยนต์เข้าช่วยค้นหาผู้รอดชีวิตท่ามกลางซากปรักหักพัง รายงานระบุว่า ภายในพื้นที่โรงงานยังมีโกดังเก็บดินปืน 2 แห่งที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งเพิ่มความอันตรายระหว่างปฏิบัติการกู้ภัย เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้มาตรการเพิ่มความชื้นในพื้นที่เพื่อลดโอกาสเกิดการระเบิดซ้ำ โดยตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนหาสาเหตุของเหตุการณ์ และได้ดำเนินมาตรการควบคุมตัวผู้รับผิดชอบของบริษัทแล้ว 

ขณะที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้สั่งการให้เร่งค้นหาผู้สูญหายและช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่ พร้อมกำชับให้สอบสวนหาสาเหตุและเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้อง.