สั่งกักเรือสำราญดัตช์ลอยลำนอกชายฝั่งเคปเวิร์ด หลังไวรัสระบาดบนเรือผู้โดยสารดับ 3 ศพป่วยหนักหลายราย

สั่งกักเรือสำราญดัตช์ลอยลำนอกชายฝั่งเคปเวิร์ด หลังไวรัสระบาดบนเรือผู้โดยสารดับ 3 ศพป่วยหนักหลายราย

5 พ.ค. 2569 11:36 น.

สั่งกักเรือสำราญดัตช์ลอยลำนอกชายฝั่งเคปเวิร์ด หลังไวรัสระบาดบนเรือผู้โดยสารดับ 3 ศพป่วยหนักหลายราย

เรือสำราญดัตช์ “เอ็มวี ฮอนดิอุส” ถูกสั่งลอยลำนอกชายฝั่งเคปเวิร์ด หลังพบผู้โดยสารเสียชีวิต 3 ศพ ป่วยหนักหลายราย คาดว่าเป็นการระบาดของฮันตาไวรัส จนถึงตอนนี้ยังห้ามขึ้นฝั่ง

วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เรือสำราญ “เอ็มวี ฮอนดิอุส” (MV Hondius) ซึ่งมีผู้โดยสารและลูกเรือรวมเกือบ 150 คน ถูกสั่งให้ลอยลำอยู่นอกชายฝั่งประเทศเคปเวิร์ด หลังเกิดเหตุผู้โดยสารเสียชีวิต 3 ศพ และมีผู้ป่วยอาการรุนแรงหลายราย จากการติดเชื้อที่ต้องสงสัยว่าเป็นไวรัสฮันตา

องค์การอนามัยโลก (WHO) และบริษัทโอเชียนไวด์ เอ็กซ์เพดิชันส์ (Oceanwide Expeditions) ผู้ให้บริการเรือสำราญ ระบุว่า ทางเรือได้ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานสาธารณสุขท้องถิ่น หลังเดินทางมาถึงนอกชายฝั่งเคปเวิร์ด แต่ขณะนี้ยังไม่มีการอนุญาตให้ผู้โดยสารหรือลูกเรือขึ้นฝั่ง

กระทรวงสาธารณสุขเคปเวิร์ดแถลงว่า เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านสาธารณสุข เรือจะยังไม่ได้รับอนุญาตให้เทียบท่า และต้องจอดรอในน่านน้ำใกล้ชายฝั่งไปก่อน

รายงานระบุว่า ผู้เสียชีวิตประกอบด้วยชายชาวดัตช์และภรรยา ซึ่งเสียชีวิตตอนที่เรือจอดในแอฟริกาใต้และภายหลังได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อ รวมถึงผู้โดยสารชาวเยอรมันอีก 1 ราย ซึ่งร่างยังอยู่บนเรือ ขณะที่ผู้ติดเชื้ออีก 1 รายที่ถูกส่งตัวไปรักษาในแอฟริกาใต้ยังมีอาการวิกฤต นอกจากนี้ ยังมีลูกเรืออย่างน้อย 2 รายที่มีอาการระบบทางเดินหายใจรุนแรง จำเป็นต้องได้รับการรักษาเร่งด่วน โดยอยู่ระหว่างการเตรียมแผนอพยพทางการแพทย์

ทั้งนี้ ไวรัสฮันตา เป็นโรคติดเชื้อที่พบได้ไม่บ่อย มักแพร่จากสัตว์ฟันแทะสู่คนผ่านการสัมผัสสิ่งคัดหลั่ง ขณะนี้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอยู่ระหว่างเร่งสอบสวนแหล่งที่มาของการระบาด ขณะที่ทีมเจ้าหน้าที่จากเคปเวิร์ดและองค์การอนามัยโลกกำลังร่วมกันตรวจสอบตัวอย่างและประเมินความเสี่ยง พร้อมประสานความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อควบคุมสถานการณ์อย่างใกล้ชิด.

พรรคของนายกฯ โมดี คว้าชัยเลือกตั้งรัฐเบงกอลตะวันตก โค่นฐานเสียงฝ่ายค้านสำเร็จเป็นครั้งแรก

พรรคของนายกฯ โมดี คว้าชัยเลือกตั้งรัฐเบงกอลตะวันตก โค่นฐานเสียงฝ่ายค้านสำเร็จเป็นครั้งแรก

5 พ.ค. 2569 09:12 น.

พรรคของนายกฯ โมดี คว้าชัยเลือกตั้งรัฐเบงกอลตะวันตก โค่นฐานเสียงฝ่ายค้านสำเร็จเป็นครั้งแรก

พรรคภารติยะชนตะ ของนากรัฐมนตรี “นเรนทรา โมดี” แห่งอินเดีย คว้าชัยเลือกตั้งรัฐเบงกอลตะวันตก สามารถโค่นฐานเสียงฝ่ายค้านได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ช่วยเสริมอำนาจผู้นำอินเดียกลางสมัยที่ 3

วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พรรคภารติยะชนตะ หรือบีเจพี ของนายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย สามารถคว้าชัยชนะสำคัญในการเลือกตั้งระดับรัฐ โดยยึดครองอำนาจในรัฐเบงกอลตะวันตกได้เป็นครั้งแรก นับเป็นการเจาะฐานที่มั่นของฝ่ายค้านอย่างมีนัยสำคัญ

คณะกรรมการการเลือกตั้งอินเดียเปิดเผยผลนับคะแนนบางส่วนว่า พรรคบีเจพี ชนะอย่างน้อย 124 ที่นั่ง จากทั้งหมด 294 ที่นั่งในสภารัฐเบงกอลตะวันตก และยังมีแนวโน้มชนะเพิ่มอีก 83 ที่นั่ง โดยคาดว่าจะประกาศผลอย่างเป็นทางการในช่วงเย็นวันเดียวกัน

ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่ของพรรค BJP ซึ่งพยายามมาอย่างยาวนานในการโค่นอำนาจพรรคออลอินเดีย ตรีณมูลคองเกรส ที่นำโดยนางมามาตา บาเนอร์จี มุขมนตรีรัฐ ซึ่งครองอำนาจมาตั้งแต่ปี 2554 และเป็นหนึ่งในนักการเมืองที่วิพากษ์วิจารณ์โมดีอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม พรรคฝ่ายค้านได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การเลือกตั้งครั้งนี้อย่างหนัก หลังมีรายงานว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ถอดรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกจากบัญชีจำนวนหลายล้านราย

การเลือกตั้งครั้งนี้ยังจัดขึ้นพร้อมกันในอีก 3 รัฐ โดยผลลัพธ์ในรัฐเบงกอลตะวันตกถูกมองว่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางการเมืองให้กับโมดี ในช่วงกลางวาระการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 3 หลังการเลือกตั้งทั่วไปปี 2567 พรรคของเขาจำเป็นต้องพึ่งพาพรรคร่วมในการจัดตั้งรัฐบาล และมีแนวโน้มจะลงชิงตำแหน่งอีกสมัยในปี 2572. 

บริทนีย์ สเปียร์ส รับผิดข้อหาขับรถประมาทในคดีเมาแล้วขับ

บริทนีย์ สเปียร์ส รับผิดข้อหาขับรถประมาทในคดีเมาแล้วขับ

5 พ.ค. 2569 06:05 น.

บริทนีย์ สเปียร์ส รับผิดข้อหาขับรถประมาทในคดีเมาแล้วขับ

บริทนีย์ สเปียร์ส ป๊อปสตาร์ชื่อดัง ยุติคดีเมาแล้วขับด้วยการรับสารภาพในข้อหาขับรถโดยประมาท ตามข้อตกลงที่ทำไว้กับอัยการ ซึ่งจะทำให้เธอต้องถูกคุมประพฤติเพียง 1 ปี แทนที่จะเป็น 3 ปี

เมื่อ 4 พ.ค. 2569 บริทนีย์ สเปียร์ส ป๊อปสตาร์ชื่อดัง ขอยุติคดีขับรถในขณะมึนเมาแอลกอฮอล์และ/หรือสารเสพติด (DUI) โดยการให้การรับสารภาพเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ในข้อหาที่เบากว่าคือการ “ขับรถโดยประมาท” ซึ่งช่วยลดระยะเวลาการคุมประพฤติที่เธออาจจะต้องเผชิญหากได้รับโทษในข้อหาเดิม

ทนายความของนักร้องสาวดำเนินการยื่นคำร้องแทนเธอในระหว่างการพิจารณาคดีสั้นๆ ที่ศาลสูงเวนทูรา เคาน์ตี ทางตอนเหนือของลอสแอนเจลิส ทั้งนี้ นักร้องสาววัย 44 ปี ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาปรากฏตัวที่ศาล เนื่องจากเป็นคดีลหุโทษ และเธอไม่ได้อยู่ในห้องพิจารณาคดีด้วย

บริทนีย์ สเปียร์ส ซึ่งมักจะมีเรื่องราวชีวิตส่วนตัวที่วุ่นวายจนบดบังผลงานในวงการบันเทิงอยู่บ่อยครั้ง เดิมทีถูกตั้งข้อหาขับรถในขณะมึนเมาแอลกอฮอล์และ/หรือสารเสพติดเพียงข้อหาเดียว หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงแคลิฟอร์เนียเข้าจับกุมตัวเธอเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ตำรวจติดตามตัวสเปียร์สและรถยนต์ของเธอ หลังจากได้รับรายงานว่ามีผู้พบเห็นผู้ขับขี่รถยนต์ BMW สีดำ ขับรถด้วยความเร็วสูงและมีลักษณะส่ายไปมาในเขตเวนทูรา เคาน์ตี โดยตำรวจทางหลวงระบุในเวลานั้นว่า เธอถูกควบคุมตัวหลังจากเจ้าหน้าที่สังเกตพบว่าเธอมีอาการมึนเมาอย่างเห็นได้ชัด

เอกสารคำร้องทางกฎหมายระบุว่า ศิลปินสาวรายนี้ขับรถภายใต้อิทธิพลของทั้งแอลกอฮอล์และยาเสพติดอย่างน้อยหนึ่งชนิดผสมกัน อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ระบุเจาะจงว่าเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเธอใช้สารชนิดใด

ตามรายงานจากสำนักงานอัยการเขตเวนทูรา เคาน์ตี เธอได้รับโอกาสให้รับสารภาพในข้อหาที่เบากว่า คือข้อหาขับรถโดยประมาทที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์และยาเสพติด ซึ่งถือเป็นแนวทางการยุติคดีตามปกติสำหรับผู้ที่ไม่มีประวัติคดีเมาแล้วขับ (DUI) มาก่อน ไม่ได้ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ และแสดงความสมัครใจที่จะเข้ารับการบำบัด

บทลงโทษของข้อหาขับรถโดยประมาทดังกล่าวคือ การคุมประพฤติโดยไม่ต้องรายงานตัวเป็นเวลา 12 เดือน ซึ่งหากเธอถูกตัดสินความผิดในข้อหาเมาแล้วขับ (DUI) ที่รุนแรงกว่า เธอจะต้องถูกคุมประพฤติเป็นเวลานานถึง 3 ปี

นายเอริก นาซาเรนโก อัยการเขต กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังการพิจารณาคดีว่า หากสเปียร์สกระทำความผิดซ้ำในระหว่างการคุมประพฤติ เธอจะถูกตั้งข้อหาเมาแล้วขับอีกครั้งพร้อมบทลงโทษที่หนักขึ้น ซึ่งอาจรวมถึงโทษจำคุก 1 ปี และการคุมประพฤติอีก 5 ปี

ทั้งนี้ ไม่มีการจำกัดสิทธิ์ในการขับขี่ของเธอ ยกเว้นข้อห้ามเด็ดขาดไม่ให้เธออยู่หลังพวงมาลัยหากมีสารมึนเมาในร่างกายแม้เพียงเล็กน้อย และหากถูกเรียกตรวจไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เธอจะต้องยินยอมให้ตรวจระดับแอลกอฮอล์ในเลือดและยินยอมให้ตรวจค้นรถยนต์ของเธอ

ตามข้อตกลงในการรับสารภาพ แมทธิว เนเมอร์สัน กรรมาธิการศาล ได้สั่งให้สเปียร์สต้องเข้ารับการอบรมเรื่องการดื่มสุราอย่างหนักเป็นเวลา 30 ชั่วโมง และต้องเข้ารับการบำบัดสุขภาพจิตส่วนบุคคลสัปดาห์ละครั้งอย่างต่อเนื่อง รวมถึงต้องพบจิตแพทย์เดือนละ 2 ครั้งด้วย ซึ่งเธอสมัครใจเข้ารับการบำบัด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

รัสเซีย-ยูเครน ประกาศหยุดยิง 2 วัน แต่คนละช่วงเวลา

รัสเซีย-ยูเครน ประกาศหยุดยิง 2 วัน แต่คนละช่วงเวลา

5 พ.ค. 2569 05:28 น.

รัสเซีย-ยูเครน ประกาศหยุดยิง 2 วัน แต่คนละช่วงเวลา

รัสเซียประกาศหยุดยิงกับยูเครน 2 วันเพื่อจัดงานฉลองวันแห่งชัยชนะในสงครามโลก ขณะที่ยูเครนก็ประกาศหยุดยิง 2 วันเช่นกัน แต่คนละช่วงเวลา โดยระบุว่า การหยุดยิงให้รัสเซียได้ฉลองนั้นไม่สมเหตุสมผล

เมื่อ 4 พ.ค. 2569 รัสเซียประกาศหยุดยิงยูเครนแต่เพียงฝ่ายเดียวในวันที่ 8-9 พ.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่มอสโกจัดงานรำลึกวันชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่ 2 ประจำปี พร้อมขู่ว่าจะทำการ “โจมตีด้วยขีปนาวุธครั้งใหญ่” ต่อกรุงเคียฟ หากยูเครนละเมิดการหยุดยิงดังกล่าว

ส่วนฝ่ายยูเครนตอบสนองด้วยการประกาศหยุดยิงของตนเองระหว่างวันที่ 5-6 พ.ค. โดยระบุว่าเป็นเรื่อง “ไม่สมเหตุสมผล” ที่จะคาดหวังให้ยูเครนปฏิบัติตามการหยุดยิงในช่วงวันหยุดทางทหารของรัสเซีย

ความขัดแย้งล่าสุดระหว่างรัสเซียกับยูเครนเกิดขึ้นในขณะที่ ความพยายามทางการทูตเพื่อยุติสงครามซึ่งนำโดยสหรัฐฯ หยุดชะงัก เนื่องจากรัฐบาลวอชิงตันได้หันความสนใจไปที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางแทน

เจ้าหน้าที่ยูเครนระบุว่า การโจมตีของรัสเซียทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 รายทั่วประเทศยูเครนเมื่อวันจันทร์ ขณะที่มีโดรนของยูเครนพุ่งชนอาคารสูงในย่านคนรวยของกรุงมอสโกเมื่อคืนที่ผ่านมา

กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุในโพสต์บน MAX บริการส่งข้อความที่รัฐสนับสนุนว่า “ตามการตัดสินใจของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งกองทัพรัสเซีย ได้มีการประกาศหยุดยิงตั้งแต่วันที่ 8-9 พฤษภาคม 2026 … เราหวังว่าฝั่งยูเครนจะปฏิบัติตาม”

“หากรัฐบาลในเคียฟพยายามดำเนินแผนการอาชญากรรมเพื่อขัดขวางการเฉลิมฉลองครบรอบ 81 ปีแห่งชัยชนะในสงครามแห่งความรักชาติครั้งยิ่งใหญ่ กองทัพรัสเซียจะเปิดฉากโจมตีด้วยขีปนาวุธครั้งใหญ่เพื่อเป็นการตอบโต้เข้าใส่ใจกลางกรุงเคียฟ” แถลงการณ์ระบุเสริม

“เราขอเตือนพลเรือนในกรุงเคียฟและเจ้าหน้าที่ของคณะผู้แทนทางการทูตต่างประเทศว่ามีความจำเป็นต้องออกจากเมืองโดยด่วน”

ทั้งนี้ รัสเซียจัดงานฉลองวันชัยชนะสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นประจำทุกปีด้วยการสวนสนามทางทหารที่ยิ่งใหญ่ผ่านจัตุรัสแดง

โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนระบุในวันจันทร์ว่า การหยุดยิงเพื่อให้มอสโกสามารถจัดงานเฉลิมฉลองได้นั้นเป็นเรื่องที่ “ไม่สมเหตุสมผล” และระบุว่ารัสเซียกำลังกลัวว่าโดรนของยูเครนจะ “บินว่อนเหนือจัตุรัสแดง”

“จนถึงวันนี้ ยังไม่มีการร้องขออย่างเป็นทางการมายังยูเครนเกี่ยวกับ รูปแบบการยุติการสู้รบตามที่มีการกล่าวอ้างในโซเชียลมีเดียของรัสเซีย” เซเลนสกีระบุในโพสต์บนแพลตฟอร์ม X

“ในแง่นี้ เราจึงขอประกาศมาตรการหยุดยิง โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 00:00 น. (21:00 น. GMT) ของคืนวันที่ 5-6 พฤษภาคม ซึ่งในช่วงเวลาที่เหลือก่อนจะถึงตอนนั้น มีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติที่จะทำให้ความสงบเกิดขึ้นจริง”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ทรัมป์เตือน กองทัพอิหร่านจะถูกกวาดล้าง หากตั้งเป้าโจมตีเรือสหรัฐฯ

ทรัมป์เตือน กองทัพอิหร่านจะถูกกวาดล้าง หากตั้งเป้าโจมตีเรือสหรัฐฯ

5 พ.ค. 2569 02:42 น.

ทรัมป์เตือน กองทัพอิหร่านจะถูกกวาดล้าง หากตั้งเป้าโจมตีเรือสหรัฐฯ

โดนัลด์ ทรัมป์ เตือนว่า กองทัพอิหร่านจะถูกกวาดล้างจนสิ้นซากไปจากพื้นโลก หากเล็งเป้าโจมตีมายังเรือของสหรัฐฯ ในช่องแคบฮอร์มุซ ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังมีปฏิบัติการพาเรือออกจากน่านน้ำแห่งนี้

เมื่อ 4 พ.ค. 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับสำนักข่าว Fox News โดยออกโรงเตือนกองทัพของอิหร่านว่า พวกเขาจะถูก “กวาดล้างจนสิ้นซากไปจากพื้นโลก” หากพยายามที่จะโจมตีเรือของสหรัฐฯ ในช่องแคบฮอร์มุซหรืออ่าวเปอร์เซีย

ทรัมป์กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ผู้เจรจาฝั่งอิหร่านมีท่าทีที่ “โอนอ่อนผ่อนตามมากกว่าเดิมมาก” เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้

อนึ่ง ทรัมป์เคยข่มขู่ในลักษณะที่คล้ายกันนี้มาก่อน รวมถึงการโพสต์ลงโซเชียลมีเดียเมื่อเดือนที่แล้วว่า “อารยธรรมทั้งหมดจะดับสูญ” แต่ในครั้งนี้ คำขู่ดังกล่าวมาพร้อมกับการปฏิบัติการทางทหารที่จะเป็นการทดสอบข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบางระหว่างทั้งสองประเทศ

เมื่อบ่ายวันจันทร์ ประธานาธิบดีได้ระบุผ่าน Truth Social ว่ากองทัพได้ “ยิงทำลาย” เรือของอิหร่าน 7 ลำในช่องแคบ หลังจากที่กรุงเตหะรานตั้งเป้าโจมตีเรือลำอื่นๆ ที่พยายามจะเดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าว จนทำให้เรือสินค้าที่มีความเกี่ยวข้องกับเกาหลีใต้เสียหาย

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังบอกกับ Fox News ว่าเขามองเห็นทางเลือกสองทางในการก้าวต่อไป นั่นคือ การบรรลุข้อตกลงด้วยความจริงใจ หรือ การกลับมาเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง

อนึ่ง โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเริ่ม “โครงการเสรีภาพ” (Project Freedom) โดยส่งเรือของกองทัพเข้าไปในอ่าวเปอร์เซีย เพื่อพาเรือสินค้าที่ติดค้างอยู่นับตั้งแต่สงครามกับอิหร่านเริ่มขึ้น ออกมา ขณะที่อิหร่านประกาศจะตอบโต้อย่างหนัก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

มือปืนกราดยิง ปาร์ตี้ริมทะเลสาบโอกลาโฮมา เจ็บอย่างน้อย 23 ราย

มือปืนกราดยิง ปาร์ตี้ริมทะเลสาบโอกลาโฮมา เจ็บอย่างน้อย 23 ราย

5 พ.ค. 2569 02:17 น.

มือปืนกราดยิง ปาร์ตี้ริมทะเลสาบโอกลาโฮมา เจ็บอย่างน้อย 23 ราย

ตำรวจเผย มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 23 ราย หลังเหตุกราดยิงในปาร์ตี้ริมทะเลสาบที่โอกลาโฮมา โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 4 พ.ค. 2569 อ้างการเปิดเผยของตำรวจท้องถิ่นว่า เกิดเหตุกราดยิงที่งานปาร์ตี้ริมทะเลสาบอาร์เคเดีย (Arcadia Lake) ทางตะวันออกของเมืองเอ็ดมันด์ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองโอกลาโฮมาซิตี้ไปทางเหนือประมาณ 13 ไมล์ โดยเป็นงานรวมตัวของกลุ่มคนวัยทำงานจำนวนมากเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่ระบุว่า เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 23 ราย โดยมีตั้งแต่บาดแผลจากการถูกยิงไปจนถึงการบาดเจ็บในระดับต่าง ๆ โดยผู้บาดเจ็บหลายรายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ขณะที่บางส่วนขับรถไปโรงพยาบาลด้วยตนเอง

ตำรวจเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่าง “ปาร์ตี้ที่ไม่ได้รับอนุญาต” เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น.วันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น และมีการโฆษณางานนี้ผ่านทางโซเชียลมีเดีย โดยตอนนี้ยังไม่มีการจับกุมผู้ต้องหา แต่เชื่อว่าไม่มีภัยคุกคามต่อเนื่องต่อสาธารณชนแล้ว

สำนักข่าว CBS News ซึ่งเป็นพันธมิตรในสหรัฐฯ ของ BBC รายงานข้อมูลจากโฆษกเครือข่ายโรงพยาบาลว่า มีผู้บาดเจ็บ 9 รายเข้ารับการรักษาที่ศูนย์การแพทย์ Integris Health Baptist ในโอกลาโฮมาซิตี้ และอีก 3 รายอยู่ที่โรงพยาบาล Integris Health Edmond

ตามรายงานจากสื่อท้องถิ่น ตำรวจได้จัดตั้งศูนย์รวมญาติเพื่อให้ครอบครัวได้พบหน้ากัน ณ ห้างวอลมาร์ท (Walmart) ที่อยู่ใกล้เคียงแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์เผย สหรัฐฯ ทำลายเรือเล็กอิหร่าน 7 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ

ทรัมป์เผย สหรัฐฯ ทำลายเรือเล็กอิหร่าน 7 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ

5 พ.ค. 2569 01:24 น.

ทรัมป์เผย สหรัฐฯ ทำลายเรือเล็กอิหร่าน 7 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ

ทรัมป์เผย สหรัฐฯ ยิงทำลายเรือลำเล็กของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซไปแล้ว 7 ลำ หลังฝ่ายอิหร่านยิงเรือหลายลำในช่องแคบดังกล่าว และทำให้เรือสินค้าของเกาหลีใต้เสียหาย

เมื่อ 4 พ.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐอเมริกาได้ยิงทำลายเรือลำเล็กของอิหร่าน “7 ลำ” หลังจากที่ฝ่ายอิหร่านเปิดฉากยิงใส่เรือหลายลำในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมยืนยันว่า “ไม่มีความเสียหาย” ใดๆ เกิดขึ้นจากการโจมตีของอิหร่าน ยกเว้นความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเรือของเกาหลีใต้ลำหนึ่ง

“อิหร่านได้เปิดฉากยิงใส่เรือของประเทศที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายเรือในภารกิจ PROJECT FREEDOM รวมถึงเรือสินค้าของเกาหลีใต้ด้วย บางทีอาจถึงเวลาแล้วที่เกาหลีใต้ควรจะเข้ามามีส่วนร่วมในภารกิจนี้! เราได้ยิงทำลายเรือเล็ก 7 ลำ หรือที่พวกเขาชอบเรียกว่า ‘เรือเร็ว’ นั่นคือทั้งหมดที่พวกเขาเหลืออยู่แล้ว” ทรัมป์ระบุ

เขายังย้ำอีกว่า “นอกจากเรือของเกาหลีใต้แล้ว ในขณะนี้ยังไม่มีความเสียหายอื่นใดที่เกิดขึ้นในระหว่างการเดินทางผ่านช่องแคบ”

ก่อนหน้านี้ในวันจันทร์ พลเรือเอก แบรดลีย์ คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) บอกกับผู้สื่อข่าวว่า กองทัพสหรัฐฯ “ยิง” เรือเล็กของอิหร่านกระจุยไป 6 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ

อย่างไรก็ตาม แม้ทรัมป์จะกล่าวบ่อยครั้งว่ากองทัพเรืออิหร่านถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น แต่ พลเอก แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วม ยอมรับว่ากองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งเป็นหน่วยทหารระดับหัวกะทิ ยังคงมีเรือเล็กที่สามารถนำมาใช้ในช่องแคบได้อยู่

ทั้งนี้ “Project Freedom” ของสหรัฐฯ คือความพยายามในการสนับสนุน “เรือพาณิชย์ที่ต้องการเดินทางผ่านช่องแคบอย่างเสรี” แม้ว่าจะไม่มีการใช้เรือรบคุ้มกันอย่างเป็นทางการ แต่ตามแถลงการณ์ของ CENTCOM ระบุว่าภารกิจนี้ประกอบด้วย:

เรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถี, อากาศยานทั้งบนบกและบนเรือกว่า 100 เครื่อง, อากาศยานไร้คนขับหลากหลายมิติ และกำลังพล 15,000 นาย

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังประกาศว่า พลเอกเคน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พีท เฮกเซธ จะจัดแถลงข่าวร่วมกันในเช้าวันอังคาร

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ดับแล้ว 2 ศพ รถพุ่งชนผู้คนในเมืองไลป์ซิก บาดเจ็บอีกหลายราย

ดับแล้ว 2 ศพ รถพุ่งชนผู้คนในเมืองไลป์ซิก บาดเจ็บอีกหลายราย

5 พ.ค. 2569 00:04 น.

ดับแล้ว 2 ศพ รถพุ่งชนผู้คนในเมืองไลป์ซิก บาดเจ็บอีกหลายราย

เกิดเหตุรถยนต์พุ่งชนผู้คนในเมืองไลป์ซิก ของเยอรมนี ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพ บาดเจ็บอีกหลายสิบราย โดยตำรวจจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว และกำลังสืบสวนหาแรงจูงใจ

เมื่อ 4 พ.ค. 2569 ทางการท้องถิ่นของประเทศเยอรมนีรายงานว่า เกิดเหตุรถยนต์พุ่งเข้าใส่ฝูงชนในเมืองไลป์ซิก ทางตะวันออกของประเทศเยอรมนี เมื่อบ่ายวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ และได้รับบาดเจ็บอีกหลายราย

นายเบอร์คฮาร์ด ยุง (Burkhard Jung) นายกเทศมนตรีเมืองไลป์ซิก ระบุว่าผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุถูกควบคุมตัวไว้ได้แล้ว พร้อมเสริมว่าเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบแรงจูงใจที่แน่ชัดในการก่อเหตุครั้งนี้

ด้านอักเซล ชูห์ (Axel Schuh) หัวหน้าหน่วยดับเพลิงเมืองไลป์ซิก เปิดเผยว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 22 ราย ในจำนวนนี้ 2 รายมีอาการสาหัส โดยมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงประมาณ 40 นาย และเจ้าหน้าที่พยาบาลอีก 40 นาย กำลังปฏิบัติหน้าที่ในที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยอีก 2 ลำ

ขณะที่ตำรวจยืนยันว่า รถยนต์คันดังกล่าวพุ่งชนผู้คนหลายคนในบริเวณถนนกริมไมเชอ (Grimmaische Straße) ใจกลางเมือง ก่อนที่จะขับหลบหนีไป ต่อมาคนขับถูกจับกุมได้ “และในขณะนี้ไม่มีอันตรายใดๆ จากบุคคลดังกล่าวแล้ว”

ในเวลาประมาณ 17:35 น. สถานีวิทยุไลป์ซิกรายงานว่า ตำรวจระบุว่าสถานการณ์อันตรายได้สิ้นสุดลงแล้ว และมีการปิดกั้นพื้นที่บริเวณโดยรอบจัตุรัสเกิดเหตุ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เกิดระเบิด-ไฟไหม้บนเรือเกาหลีใต้ในช่องแคบฮอร์มุซ

เกิดระเบิด-ไฟไหม้บนเรือเกาหลีใต้ในช่องแคบฮอร์มุซ

4 พ.ค. 2569 23:17 น.

เกิดระเบิด-ไฟไหม้บนเรือเกาหลีใต้ในช่องแคบฮอร์มุซ

เกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้บนเรือสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเกาหลีใต้ บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยยังไม่ทราบสาเหตุของการระเบิด ในขณะที่สหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการคุ้มกันเรือที่ติดค้างออกจากอ่าวเปอร์เซีย

เมื่อ 4 พ.ค. 2569 โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้รายงานว่า เกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้บนเรือสินค้าลำหนึ่ง ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับเกาหลีใต้ บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่า สาเหตุของการระเบิดคืออะไร ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในพื้นที่ดังกล่าว

เรือสินค้าลำนี้จดทะเบียนภายใต้ธงชาติปานามา มีลูกเรือทั้งหมด 24 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นชาวเกาหลีใต้ 6 คน โดยเรือจอดเทียบท่าบริเวณช่องแคบใกล้กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก่อนจะเกิดการระเบิดขึ้น ซึ่งกระทรวงฯ ระบุว่ายังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการระเบิดและเพลิงไหม้ดังกล่าว และรัฐบาลกำลังดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด

“รัฐบาลจะสื่อสารอย่างใกล้ชิดกับประเทศที่เกี่ยวข้องในประเด็นนี้ และจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัยของเรือและลูกเรือของเราภายในช่องแคบฮอร์มุซ”

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงวันเดียวหลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศเริ่ม “โครงการเสรีภาพ” (Project Freedom) โดยส่งเรือของกองทัพเข้าไปในอ่าวเปอร์เซีย เพื่อพาเรือสินค้าที่ติดค้างอยู่นับตั้งแต่สงครามกับอิหร่านเริ่มขึ้น ออกมา ขณะที่อิหร่านประกาศจะตอบโต้อย่างหนัก

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีเรือที่เกี่ยวข้องกับเกาหลีใต้จำนวน 26 ลำที่ยังคงตกค้างอยู่ในบริเวณช่องแคบ นับตั้งแต่สงครามในตะวันออกกลางเริ่มต้นขึ้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

สหรัฐฯ เผย ส่งเรือพิฆาตเข้าอ่าวเปอร์เซีย เรืออเมริกันผ่านฮอร์มุซแล้ว 2 ลำ

สหรัฐฯ เผย ส่งเรือพิฆาตเข้าอ่าวเปอร์เซีย เรืออเมริกันผ่านฮอร์มุซแล้ว 2 ลำ

4 พ.ค. 2569 22:02 น.

สหรัฐฯ เผย ส่งเรือพิฆาตเข้าอ่าวเปอร์เซีย เรืออเมริกันผ่านฮอร์มุซแล้ว 2 ลำ

กองทัพสหรัฐฯ เผยว่า เรือพิฆาตของพวกเขาเดินทางเข้าอ่าวเปอร์เซียเพื่อช่วยคุ้มกันเรือสินค้าออกจากช่องแคบฮอร์มุซแล้ว โดยมีเรืออเมริกัน 2 ลำสามารถเดินทางออกมาได้สำเร็จ

เมื่อ 4 พ.ค. 2569 กองทัพสหรัฐฯ แถลงว่าเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถีของกองทัพสหรัฐฯ จำนวน 2 ลำ เดินทางเข้าสู่อ่าวเปอร์เซียแล้ว เพื่อทำลายการปิดล้อมของอิหร่าน ขณะเดียวกัน มีเรือสินค้าสัญชาติอเมริกันอีก 2 ลำแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จ พร้อมปฏิเสธรายงานที่ว่า เรือของสหรัฐฯ ลำหนึ่งถูกมิสไซล์ของอิหร่านโจมตี

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า กองกำลังของพวกเขากำลังสนับสนุนภารกิจ “Project Freedom” หรือ “โครงการเสรีภาพ” ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อ “นำทาง” เรือพาณิชย์ที่ตกค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซียอันเนื่องมาจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านออกมา

อย่างไรก็ตาม การแทรกแซงครั้งนี้ดูเหมือนจะเพิ่มความเสี่ยงในการเผชิญหน้าโดยตรงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในน่านน้ำดังกล่าว ซึ่งในสถานการณ์ปกติถูกใช้ขนส่งน้ำมันและก๊าซทางเรือถึง 1 ใน 5 ของโลก แต่กลับถูกปิดล้อมมานานกว่า 2 เดือนจากผลของสงคราม

CENTCOM ยืนยันว่า เรือพาณิชย์ติดธงสหรัฐฯ 2 ลำแล่นผ่านช่องแคบแล้ว ขณะที่เรือพิฆาตกำลังปฏิบัติการอยู่ในอ่าว พร้อมเสริมว่า “กองทัพอเมริกันกำลังช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพื่อกู้คืนเส้นทางเดินเรือพาณิชย์สายนี้”

เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ อิหร่านอ้างว่าได้บีบให้เรือรบสหรัฐฯ ถอยร่นไปจากช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จ แต่ CENTCOM รีบออกมาปฏิเสธรายงานข่าวของสื่ออิหร่านที่ระบุว่าเรือลำดังกล่าวถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธ

ขณะที่ฝ่ายอิหร่าน เจ้าหน้าที่ระดับสูงบอกกับสำนักข่าว รอยเตอร์ส ว่า อิหร่านได้ทำการยิงเตือน แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเรือรบได้รับความเสียหายหรือไม่

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น 5% ทันทีหลังมีรายงานว่าเรือรบถูกสกัด แต่ต่อมาเมื่อเวลา 12:20 น. (GMT) ราคาได้ปรับตัวลดลงเหลือบวกประมาณ 2.5%

อุตสาหกรรมการเดินเรือยังคงไม่มั่นใจว่าเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญสายนี้ ปลอดภัยสำหรับการใช้งานหรือไม่ เนื่องจากยังไม่มีสัญญาณความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna