สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ปิดฉากการเยือนสหรัฐฯ สุดชื่นมื่น

 สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ปิดฉากการเยือนสหรัฐฯ สุดชื่นมื่น

1 พ.ค. 2569 09:15 น.

สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ปิดฉากการเยือนสหรัฐฯ สุดชื่นมื่น

สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา ปิดฉากการเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการในรัฐเวอร์จิเนีย ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น ท่ามกลางการจับตามองการฟื้นฟูสัมพันธ์ของสองชาติ

ในวันสุดท้ายของการเยือนสหรัฐอเมริกา สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา พระราชาและพระราชินีแห่งสหราชอาณาจักร เสด็จไปยังเมืองฟรอนต์รอยัล รัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งเป็นเมืองเล็กที่มีประชากรราว 15,000 คน เพื่อร่วมงานบล็อกปาร์ตี้ หรือการเฉลิมฉลองระดับชุมชน เนื่องในโอกาสครบรอบ 250 ปีเอกราชของสหรัฐฯ

บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก แตกต่างจากความเป็นทางการในกรุง วอชิงตัน ดีซี โดยมีทั้งดนตรีบลูแกรส คันทรีร็อก ขบวนพาเหรด รถคลาสสิก และการแสดงเต้นพื้นเมือง Appalachian clog dancing ที่ทั้งสองพระองค์ทรงทอดพระเนตรอย่างสนใจ

ขณะที่ประชาชนจำนวนมากออกมาต้อนรับ พร้อมเสียงเชียร์ดังกึกก้อง นับเป็นครั้งแรกในการเยือนครั้งนี้ที่พระราชวงศ์ได้ใกล้ชิดกับประชาชนทั่วไป ผ่านการเดินทักทายและจับมืออย่างเป็นกันเอง 

ไฮไลต์ของงานยังรวมถึงอาหารแบบ pot luck ที่ทุกคนนำอาหารมาแบ่งปันกัน โดยพระราชาและพระราชินีได้นำอาหารจากพระราชวังมาร่วมด้วย ทั้ง Coronation quiche เค้ก Victoria sponge และน้ำผึ้งจากรังผึ้งหลวง

ก่อนหน้านี้ทั้งสองพระองค์ได้เสร็จสิ้นภารกิจสำคัญใน วอชิงตัน ดีซี โดยเข้าอำลาประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เมลาเนีย ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาว รวมถึงวางพวงมาลาที่สุสานทหารนิรนาม ณ สุสานแห่งชาติอาร์ลิงตัน

การเยือนครั้งนี้ได้รับการประเมินว่าประสบความสำเร็จเกินคาด โดยเฉพาะการกล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาคองเกรสที่ได้รับเสียงปรบมืออย่างกว้างขวาง

หลังเสร็จสิ้นภารกิจในสหรัฐฯ ขบวนเสด็จได้ออกเดินทางต่อไปยังจุดหมายถัดไปคือ เบอร์มิวดา ท่ามกลางภาพความทรงจำของการเยือนที่ช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น.

ที่มา : BBC

โดนัลด์ ทรัมป์ พูดติดตลกไม่อยากใส่เสื้อกันกระสุน เพราะกลัวดูอ้วนขึ้นอีก

โดนัลด์ ทรัมป์ พูดติดตลกไม่อยากใส่เสื้อกันกระสุน เพราะกลัวดูอ้วนขึ้นอีก

1 พ.ค. 2569 09:01 น.

โดนัลด์ ทรัมป์ พูดติดตลกไม่อยากใส่เสื้อกันกระสุน เพราะกลัวดูอ้วนขึ้นอีก

โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาแสดงความเห็นแบบติดตลก ระบุไม่อยากสวมเสื้อกันกระสุนเพราะไม่อยากดูตัวใหญ่ขึ้น แม้เพิ่งเผชิญเหตุถูกคนพยายามลอบทำร้ายในงานใหญ่ระดับประเทศ

ความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นระหว่างที่ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวในห้องทำงานรูปไข่ เมื่อถูกถามถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย หลังเกิดเหตุยิงในงานเลี้ยงผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดยผู้นำสหรัฐตอบกลับแบบติดอารมณ์ขันว่า “ผมไม่แน่ใจว่าจะรับได้ไหม ถ้าต้องใส่เสื้อเกราะกันกระสุนแล้วดูเหมือนน้ำหนักขึ้นอีก 20 ปอนด์” พร้อมยอมรับว่าแม้เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณา แต่ก็ไม่อยากยอมแพ้ให้กับภัยคุกคาม

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อมีชายต้องสงสัยชื่อ โคล โธมัส อัลเลน บุกเข้าไปในพื้นที่จัดงานพร้อมอาวุธปืน โดยอัยการเชื่อว่าเขาได้ยิงปืนอย่างน้อยหนึ่งนัด ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับสหรัฐ ยิงตอบโต้หลายนัด 

เจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาหนึ่งนายถูกยิง แต่รอดชีวิตเนื่องจากสวมเสื้อกันกระสุน ขณะที่ผู้ก่อเหตุได้รับบาดเจ็บและถูกควบคุมตัวในเวลาต่อมา 

แม้เหตุการณ์จะยิ่งเพิ่มความกังวลด้านความปลอดภัย แต่ทรัมป์ยังคงแสดงท่าทีไม่ต้องการเพิ่มมาตรการป้องกันส่วนตัวมากนัก โดยเฉพาะเรื่องของการสวมเสื้อเกราะกันกระสุน.

ที่มา : ABC 7

เมียนมาเผยภาพ “ออง ซาน ซู จี” อ้างย้ายตัวไปกักบริเวณในบ้านพัก หลังถูกคุมตัวในเรือนจำนานกว่า 5 ปี

เมียนมาเผยภาพ “ออง ซาน ซู จี” อ้างย้ายตัวไปกักบริเวณในบ้านพัก หลังถูกคุมตัวในเรือนจำนานกว่า 5 ปี

1 พ.ค. 2569 08:01 น.

เมียนมาเผยภาพ “ออง ซาน ซู จี” อ้างย้ายตัวไปกักบริเวณในบ้านพัก หลังถูกคุมตัวในเรือนจำนานกว่า 5 ปี

ทางการเมียนมาย้าย “ออง ซาน ซู จี” วัย 80 ปี จากเรือนจำไปกักบริเวณภายในบ้านพัก หลังถูกควบคุมตัวตั้งแต่รัฐประหารปี 2564 ขณะที่บุตรชายยังไม่เชื่อข่าว ระบุยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเธอปลอดภัยจริง

วันที่ 30 เมษายน 2569 รัฐบาลทหารเมียนมาเผยภาพนางอองซาน ซูจี อดีตผู้นำรัฐบาลพลเรือน ผู้นำเรียกร้องประชาธิปไตยเมียนมา พร้อมประกาศว่าได้ย้ายตัวนางซูจี กลับไปกักบริเวณภายในบ้านพัก ในนครย่างกุ้ง หลังเธอถูกควบคุมตัวนับตั้งแต่กองทัพก่อรัฐประหารเมื่อปี 2564

สื่อทางการเมียนมารายงานว่า พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหาร ได้ลงนามคำสั่งลดโทษ ให้นางซูจี ระบุว่าให้รับโทษที่เหลืออยู่ภายในสถานที่พักอาศัยที่กำหนด ก่อนหน้านี้ หลายฝ่ายเชื่อว่าออง ซาน ซู จี ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำทหารในกรุงเนปิดอว์ หลังถูกจับกุมในวันที่กองทัพยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนเมื่อปี 2564

ล่าสุดสื่อของรัฐบาลทหารยังเผยภาพของนางซูจี นั่งอยู่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบ 2 นาย ซึ่งถือเป็นภาพล่าสุดที่ถูกเผยแพร่ออกมาหลังจากแทบไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพหรือสภาพความเป็นอยู่ของเธอมาหลายปี

อย่างไรก็ตาม นายคิม แอริส บุตรชายของออง ซาน ซู จี เปิดเผยกับสำนักข่าวบีบีซีว่า เขายังไม่เชื่อคำประกาศที่ออกมา พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าภาพที่เผยแพร่อาจเป็นภาพเก่าตั้งแต่ปี 2565 เขากล่าวว่า หวังว่ามันจะเป็นเรื่องจริง แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่ามารดาของเขาถูกย้ายตัวจริง หรือยังมีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัยหรือไม่ พร้อมระบุว่าเขาไม่มีโอกาสได้ติดต่อกับมารดามานานหลายปีแล้ว

ด้านทีมทนายความของออง ซาน ซู จี เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการแจ้งอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการย้ายตัวครั้งนี้

โดยนางออง ซาน ซู จี เคยขึ้นสู่อำนาจหลังพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ เอ็นแอลดี ชนะการเลือกตั้งในปี 2558 ภายหลังเมียนมาเริ่มเปิดประเทศและปฏิรูปประชาธิปไตย แต่เธอถูกโค่นอำนาจในการรัฐประหารปี 2564 ก่อนถูกดำเนินคดีหลายข้อหา ซึ่งนานาชาติมองว่าเป็นคดีการเมือง และตลอดหลายปีที่ผ่านมา โทษจำคุกของเธอถูกลดลงหลายครั้ง จากเดิมรวมกว่า 30 ปี

นักวิเคราะห์มองว่า การเผยภาพล่าสุดของออง ซาน ซู จี อาจสะท้อนว่ารัฐบาลทหารกำลังปูทางสู่การผ่อนคลายสถานะของเธอเพิ่มเติม ท่ามกลางความพยายามลดแรงกดดันจากนานาชาติ หลังเมียนมาถูกวิจารณ์อย่างหนักเรื่องสิทธิมนุษยชนและการปราบปรามฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหาร.

ที่มา BBC

ทรัมป์เผยกำลังพิจารณาลดจำนวนทหารสหรัฐฯ ในสเปนและอิตาลี

ทรัมป์เผยกำลังพิจารณาลดจำนวนทหารสหรัฐฯ ในสเปนและอิตาลี

1 พ.ค. 2569 03:39 น.

ทรัมป์เผยกำลังพิจารณาลดจำนวนทหารสหรัฐฯ ในสเปนและอิตาลี

โดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่า กำลังพิจารณาลดจำนวนทหารในสเปนกับอิตาลี หลังจากขัดแย้งเรื่องสงครามอิหร่าน โดยก่อนหน้านี้ นายทรัมป์ก็เพิ่งบอกว่าจะลดจำนวนทหารในเยอรมนีด้วยเหตุผลเดียวกัน

เมื่อ 30 เม.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า เขากำลังพิจารณาที่จะลดจำนวนทหารสหรัฐฯ ที่ประจำการในสเปนและอิตาลี ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังประเมินภาพรวมการวางกำลังทหารในยุโรปใหม่ ท่ามกลางความขัดแย้งกับกลุ่มพันธมิตรเรื่องสงครามอิหร่าน

“ผมหมายความว่า พวกเขาไม่ได้ให้ความร่วมมืออย่างที่ควรจะเป็น” ทรัมป์ตอบ เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ในการตัดลดจำนวนทหารในอิตาลีและสเปน โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา ทรัมป์ก็ได้กล่าวในทำนองเดียวกันว่าเขากำลังพิจารณา ความเป็นไปได้ในการลดจำนวนทหารในเยอรมนี ด้วยเช่นกัน

“ใช่ ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น” ทรัมป์กล่าวเสริม “ทำไมผมถึงจะไม่ทำล่ะ? อิตาลีไม่ได้ช่วยอะไรเลย ส่วนสเปนน่ะเหรอ แย่มาก แย่จริงๆ” อนึ่ง ผู้นำสเปนปฏิเสธที่จะให้ความช่วยเหลือสหรัฐฯ ในการทำสงครามกับอิหร่าน และแสดงความคัดค้านเรื่องนี้มาตลอด

ทรัมป์มีความขัดแย้งอย่างรุนแรงกับบรรดาผู้นำพันธมิตรในยุโรป กรณีที่พวกเขาไม่ให้ความช่วยเหลือในสงครามอิหร่าน และในห้องทำงานรูปไข่วันนี้ เขายังตำหนินาย ฟรีดริช แมร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนีซ้ำอีกครั้ง

“คุณคงคิดว่าพวกเขาจะพูดว่า “เรายินดีอย่างยิ่งที่จะช่วยคุณ”” ทรัมป์กล่าว “ผมหมายความว่า เขา (แมร์ซ) ทำหน้าที่ได้แย่มาก”

ขณะที่เมื่อต้นสัปดาห์นี้ นายแมร์ซกล่าวว่าสหรัฐฯ กำลังถูกอิหร่านทำให้ต้องอับอาย อย่างไรก็ตาม เขายังระบุด้วยว่าความสัมพันธ์ของเขากับทรัมป์นั้นยังคง “ดี” อยู่

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

เที่ยวบินพาณิชย์ เริ่มบินจากสหรัฐฯ ไปเวเนซุเอลา ครั้งแรกในรอบเกือบ 7 ปี

เที่ยวบินพาณิชย์ เริ่มบินจากสหรัฐฯ ไปเวเนซุเอลา ครั้งแรกในรอบเกือบ 7 ปี

1 พ.ค. 2569 02:52 น.

เที่ยวบินพาณิชย์ เริ่มบินจากสหรัฐฯ ไปเวเนซุเอลา ครั้งแรกในรอบเกือบ 7 ปี

เที่ยวบินพาณิชย์เดินทางจากสหรัฐฯ ไปยังเวเนซุเอลาเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 7 ปี หลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ยกเลิกคำสั่งห้ามเดินทางที่บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2562

เมื่อ 30 เม.ย. 2569 เครื่องบินโดยสารพาณิชย์ออกเดินทางจากสหรัฐอเมริกาไปยังเวเนซุเอลาเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 7 ปี ในขณะที่ทั้งสองประเทศเดินหน้าฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง หลังจากนาย นิโกลัส มาดูโร ผู้นำเผด็จการของเวเนซุเอลาถูกโค่นอำนาจเมื่อเดือนมกราคม

เที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบิน อเมริกัน แอร์ไลน์ส ใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 3.5 ชั่วโมง โดยออกเดินทางจากเมืองไมอามีมุ่งหน้าสู่กรุงการากัสเมื่อเวลา 10:16 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออก (ET) และลงจอดที่สนามบินนานาชาติ “ซีมง โบลิบาร์” ในเวลา 13:36 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีกำหนดการบินกลับสู่ไมอามีในช่วงบ่ายวันพฤหัสบดี

อเมริกัน แอร์ไลน์ส ระบุว่า พวกเขาเป็นสายการบินแห่งแรกของสหรัฐฯ ที่กลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินรายวันไปยังเวเนซุเอลาอีกครั้ง โดยใช้เครื่องบินรุ่น Embraer 175 แบบสองชั้นโดยสาร ดำเนินการโดย Envoy ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่ทางสายการบินเป็นเจ้าของทั้งหมด

บรรยากาศที่สนามบินนานาชาติไมอามีก่อนการเดินทางเต็มไปด้วยความตื่นเต้น มีการเปิดเพลงเสียงดังสนั่นที่ประตูทางออกขึ้นเครื่องเมื่อเช้าวันพฤหัสบดี พนักงาน TSA (หน่วยงานความมั่นคงด้านการขนส่ง) รายหนึ่งมองไปที่บัตรขึ้นเครื่องแล้วพูดกับนักข่าว CNN ว่า “การากัสเหรอ? ผมไม่ได้เห็นจุดหมายปลายทางนี้มานานมากแล้ว”

บนเครื่องบินมีผู้โดยสารจับจองที่นั่งประมาณ 2 ใน 3 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักข่าวและเจ้าหน้าที่รัฐ

ทั้งนี้ อเมริกัน แอร์ไลน์ส ประกาศความตั้งใจที่จะกลับมาเปิดเที่ยวบินไปเวเนซุเอลาอีกครั้งเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ในวันเดียวกับที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ สั่งการให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการขั้นตอนต่างๆ เพื่อฟื้นฟูการบริการทางอากาศไปยังเวเนซุเอลา

ราคาตั๋วเครื่องบินไปยังการากัสจะแตกต่างกันไปตามวันที่ออกเดินทาง, ประเภทตั๋ว และเส้นทาง จากการตรวจสอบบนเว็บไซต์ของ อเมริกัน แอร์ไลน์ส พบว่าตั๋วไป-กลับที่ออกเดินทางจากไมอามีในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมและกลับในช่วงปลายเดือน มีราคาสูงกว่า 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 32,500 บาท)

อนึ่ง สหรัฐฯ สั่งห้ามเที่ยวบินโดยสารและเที่ยวบินขนส่งสินค้าเดินทางไปยังเวเนซุเอลาในปี 2562 เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองระหว่างทั้งสองประเทศ แต่หลังจากสหรัฐฯ ส่งทหารไปจับกุมตัวนายมาดูโรถึงในกรุงการากัสเมื่อ 3 ม.ค. ทั้งสองฝ่ายก็ค่อย ๆ ปรับความสัมพันธ์ทางการทูตและเศรษฐกิจ ก่อนที่ทรัมป์จะยกเลิกคำสั่งห้ามบินเมื่อสองสัปดาห์ก่อน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิสราเอลเผย โดรนฮิซบอลเลาะห์โจมตีโดนทหารเสียชีวิต 1 นาย

อิสราเอลเผย โดรนฮิซบอลเลาะห์โจมตีโดนทหารเสียชีวิต 1 นาย

1 พ.ค. 2569 01:35 น.

อิสราเอลเผย โดรนฮิซบอลเลาะห์โจมตีโดนทหารเสียชีวิต 1 นาย

กองทัพอิสราเอลเผยว่า การโจมตีด้วยโดรนของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ทำให้ทหารของพวกเขาเสียชีวิต 1 นาย ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายโจมตีตอบโต้กันไปมามากขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

เมื่อ 30 เม.ย. 2569 กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) แถลงว่า ทหารอิสราเอลนายหนึ่งเสียชีวิตหลังจากถูกโดรนของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์โจมตี ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในภาคใต้ของเลบานอน โดยทั้งสองฝ่ายกลับมาโจมตีกันอีกครั้ง แม้ว่าจะมีการประกาศมาตรการหยุดยิงก็ตาม

IDF ระบุว่า ทหารที่เสียชีวิตคือ สิบเอก เลียม เบน ฮาโม อายุเพียง 19 ปี เป็นทหารหน่วยรบในกองพันที่ 13 กองพลน้อยโกลานี (Golani Brigade) โดยกองทัพระบุว่าได้แจ้งข่าวให้ครอบครัวของทหารผู้ล่วงลับทราบแล้ว

“ในเหตุการณ์ที่สิบเอก เลียม เบน ฮาโม เสียชีวิตนั้น มีทหาร IDF อีกนายหนึ่งได้รับบาดเจ็บระดับปานกลาง” แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติม และเสริมว่า “ทหารที่ได้รับบาดเจ็บถูกส่งตัวไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว และครอบครัวของเขาก็ได้รับแจ้งเรื่องนี้แล้วเช่นกัน”

ก่อนหน้านี้ กองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่า ในอีกเหตุการณ์หนึ่ง โดรนของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์พุ่งชนยานพาหนะของกองทัพ ในพื้นที่ทางตอนเหนือของอิสราเอล ส่งผลให้ทหารได้รับบาดเจ็บ 12 นาย

ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขของเลบานอนระบุว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา การโจมตีของอิสราเอลในพื้นที่ทางใต้ของเลบานอน สังหารผู้คนไปอย่างน้อย 9 ศพ รวมเด็ก 2 ราย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิสราเอลสกัดขบวนเรือขนเสบียงไปกาซา รวบนักเคลื่อนไหว 175 คน

อิสราเอลสกัดขบวนเรือขนเสบียงไปกาซา รวบนักเคลื่อนไหว 175 คน

30 เม.ย. 2569 23:50 น.

อิสราเอลสกัดขบวนเรือขนเสบียงไปกาซา รวบนักเคลื่อนไหว 175 คน

กองทัพเรืออิสราเอลสกัดกองเรือของนักเคลื่อนไหวที่พยายามจะขนเสบียงไปยังฉนวนกาซา พร้อมกับกุมตัวนักกิจกรรมกว่า 175 คนในน่านน้ำสากล ใกล้เกาะครีต ของกรีซ

เมื่อ 30 เม.ย. 2569 กลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อปาเลสไตน์ระบุว่า เรือ 22 ลำจากขบวนเรือขนส่งความช่วยเหลือไปยังฉนวนกาซา ถูกกองทัพอิสราเอลสกัดกั้นในน่านน้ำสากลใกล้กับเกาะครีตของประเทศกรีซ และมีนักเคลื่อนไหวถูกจับกุมตัวกว่า 175 คน

ผู้จัดตั้งขบวนเรือ Global Sumud Flotilla (GSF) ซึ่งต้องการช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ และต่อต้านการปิดล้อมฉนวนกาซาของอิสราเอล ประณามการกระทำดังกล่าวว่าเป็นการปล้นสะดมทางทะเล โดยระบุว่าผู้ที่อยู่บนเรือถูกควบคุมตัวอย่างผิดกฎหมาย ณ จุดที่ห่างจากฉนวนกาซากว่า 965 กิโลเมตร

ด้านกระทรวงการต่างประเทศของอิสราเอลระบุว่า มีนักเคลื่อนไหวประมาณ 175 รายถูกควบคุมตัว และอ้างว่าขบวนเรือนี้เป็นเพียง “การสร้างกระแสเพื่อประชาสัมพันธ์” ขณะที่นายกิเดียน ซาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่าคนเหล่านี้จะถูก “นำไปขึ้นฝั่งที่ชายหาดของกรีซ” ภายในวันพฤหัสบดีนี้

ข้อมูลจาก GSF แสดงให้เห็นว่าเรือที่เหลืออีก 36 ลำในขบวน ส่วนใหญ่อยู่ใกล้กับชายฝั่งทางตอนใต้ของเกาะครีตในขณะนี้

อนึ่ง ขบวนเรือของ GSF ออกเดินเรือเมื่อสองสัปดาห์ก่อน โดยมีเรือทั้งหมด 58 ลำเข้าร่วมจากสเปน ฝรั่งเศส และอิตาลี มีเป้าหมายเพื่อฝ่าฟันการปิดล้อมฉนวนกาซาของอิสราเอล

เมื่อวันพฤหัสบดี GSF ระบุว่า กองทัพเรือของอิสราเอลได้ “สกัดกั้น ขึ้นไปบนเรือ และทำลายระบบรวมถึงสร้างความเสียหายให้กับเรือหลายลำ” ในขบวน ระหว่างการ “บุกจู่โจมอย่างรุนแรงในน่านน้ำสากล” ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะครีตเมื่อคืนที่ผ่านมา

“หลังจากควบคุมตัวผู้เข้าร่วม ทุบทำลายเครื่องยนต์ และรบกวนสัญญาณสื่อสาร [กองทัพอิสราเอล] ได้ถอนกำลังออกไป พร้อมกับลักพาตัวผู้เข้าร่วม หรือจงใจทิ้งพลเรือนให้ติดค้างอยู่บนเรือที่ไร้กำลังไฟและพังเสียหาย ซึ่งอยู่ในเส้นทางที่พายุลูกใหญ่กำลังเคลื่อนตัวเข้าหาโดยตรง” GSF ระบุ

กระทรวงการต่างประเทศของอิสราเอลระบุว่า “เนื่องจากมีเรือจำนวนมากเข้าร่วมในขบวนเรือครั้งนี้ และมีความเสี่ยงที่จะเกิดการลุกลามของสถานการณ์ รวมถึงความจำเป็นในการป้องกันการฝ่าฝืนมาตรการปิดล้อมที่ชอบด้วยกฎหมาย จึงจำเป็นต้องมีการดำเนินการล่วงหน้า”

“ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นในน่านน้ำสากลอย่างสันติและไม่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ จากการตรวจสอบเรือในเบื้องต้นพบวัสดุที่ดูเหมือนจะเป็นยาเสพติดและอุปกรณ์คุมกำเนิด” กระทรวงฯ ระบุเสริม

นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังได้กล่าวหาผู้จัดตั้งขบวนเรือว่า “ร่วมมือ” กับกลุ่มฮามาสซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธของปาเลสไตน์ “โดยมีเป้าหมายเพื่อขัดขวางแผนสันติภาพ [ฉนวนกาซา] ของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระยะที่สอง และตั้งใจที่จะเบี่ยงเบนความสนใจจากการที่กลุ่มฮามาสปฏิเสธที่จะวางอาวุธ”

ในเวลาต่อมา ทางกระทรวงฯ ยังระบุด้วยว่าขบวนเรือดังกล่าวยังจงใจ พยายามขวางเรือสินค้าของอิสราเอลอีกด้วย

ด้านนายพาฟลอส มารินาคิส โฆษกรัฐบาลกรีซ แถลงข่าวก่อนหน้านี้ว่า เรือรบของอิสราเอลอยู่นอกเขตน่านน้ำของกรีซในขณะที่เกิดการสกัดกั้น และไม่มีการปรึกษาหารือล่วงหน้าระหว่างทางการอิสราเอลและกรีซแต่อย่างใด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิหร่านประหารชีวิตผู้เห็นต่าง 21 ราย จับอีก 4,000 นับตั้งแต่สงครามเริ่ม

อิหร่านประหารชีวิตผู้เห็นต่าง 21 ราย จับอีก 4,000 นับตั้งแต่สงครามเริ่ม

30 เม.ย. 2569 22:47 น.

อิหร่านประหารชีวิตผู้เห็นต่าง 21 ราย จับอีก 4,000 นับตั้งแต่สงครามเริ่ม

สหประชาชาติเผยว่า อิหร่านประหารชีวิตผู้เห็นต่างไปแล้ว 21 ราย และจับกุมอีก 4,000 คน นับตั้งแต่สงครามเริ่ม ขณะที่ฝ่ายอิหร่านอ้างความชอบธรรมในการสำเร็จโทษดังกล่าว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อ 29 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) เปิดเผยว่า ทางการอิหร่านประหารชีวิตผู้เห็นต่างไปแล้วอย่างน้อย 21 ศพ และจับกุมตัวไว้อีกกว่า 4,000 คน นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มทิ้งระเบิดถล่มประเทศเมื่อกว่าสองเดือนก่อน

นาย โวลเคอร์ เติร์ก ผู้อำนวยการด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (UN) ประณามมาตรการเหล่านี้ว่าเป็นการลิดรอนสิทธิของชาวอิหร่าน “ด้วยวิธีการที่รุนแรงและโหดร้าย”

เพื่อตอบโต้คำวิจารณ์ดังกล่าว นายโกลัมฮอสเซน มอห์เซนี เอเจอี หัวหน้าฝ่ายตุลาการของอิหร่าน ผู้มีแนวคิดสายเหยี่ยวและที่มีบทบาทสำคัญในการปราบปรามผู้เห็นต่าง กล่าวอ้างว่าการประหารชีวิตในวงกว้างนั้นสะท้อนถึง “ความต้องการอันชอบด้วยกฎหมายของประชาชน”

“ฝ่ายตุลาการของอิหร่านจะไม่มีความประมาทเลินเล่อหรือผ่อนปรนอย่างแน่นอน ในการไต่สวนและการลงโทษตามกฎหมายต่ออาชญากรคนใดก็ตามที่มือเปื้อนเลือดของประชาชนของเรา” นายเอเจอีกล่าว “เราไม่ให้ความสนใจกับวาทกรรมของมหาอำนาจที่หยิ่งยโสและสื่อโฆษณาชวนเชื่อของพวกเขา”

การประหารชีวิตที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงนี้ เกิดขึ้นไม่กี่เดือนหลังจากเหตุการณ์ปราบปรามการชุมนุมอย่างรุนแรงเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งกองกำลังความมั่นคงของอิหร่านสังหารผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลไปหลายพันคน

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา สำนักข่าว Mizan ซึ่งสังกัดฝ่ายตุลาการของอิหร่านรายงานว่า ทางการได้ประหารชีวิตผู้ที่เกี่ยวข้องกับการประท้วงดังกล่าวอีกราย ขณะที่สำนักข่าวนักกิจกรรมเพื่อสิทธิมนุษยชน (HRANA) ซึ่งมีสำนักงานในสหรัฐฯ ระบุว่า ผู้เสียชีวิตคือ ซาซาน อาซัดวาร์ จอนกานี นักกีฬาคาราเต้วัย 21 ปี

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ผู้นำอิหร่านอ้าง สหรัฐฯ แพ้ยับในสงคราม โวยปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ

ผู้นำอิหร่านอ้าง สหรัฐฯ แพ้ยับในสงคราม โวยปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ

30 เม.ย. 2569 21:59 น.

ผู้นำอิหร่านอ้าง สหรัฐฯ แพ้ยับในสงคราม โวยปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ

ผู้นำสูงสุดของอิหร่านออกมาอ้างว่า สหรัฐฯ ประสบความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ในสงคราม ขณะที่ประธานาธิบดีอิหร่านเตือนสหรัฐฯ ว่า มาตรการปิดล้อมทางทะเลจะจบลงด้วยความล้มเหลว

เมื่อ 30 เม.ย. 2569 โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านประกาศว่า สหรัฐอเมริกาประสบกับความพ่ายแพ้อันน่าอัปยศ พร้อมปฏิเสธคำขู่ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ว่า มาตรการปิดล้อมทางทะเลที่สหรัฐฯ บังคับใช้เพื่อลงโทษทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน อาจดำเนินต่อไปอีกหลายเดือน

“วันนี้ 2 เดือนหลังจากที่กลุ่มผู้ระรานโลกได้วางกำลังทหารและรุกรานภูมิภาคครั้งใหญ่ที่สุด และความพ่ายแพ้อันน่าอัปยศของสหรัฐฯ ในแผนการต่าง ๆ ของพวกเขา หน้าประวัติศาสตร์บทใหม่ของอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ กำลังจะเริ่มต้นขึ้น” โมจตาบา คาเมเนอี ระบุในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ

โมจตาบา คาเมเนอี ระบุอีกว่า ขณะนี้อิหร่านเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบในวิกฤตการณ์ครั้งนี้ พร้อมยกย่องกองทัพอิหร่านที่สามารถควบคุมเส้นทางเดินเรือในช่องแคบดังกล่าวเอาไว้ได้

อนึ่ง โมจตาบา คาเมเนอี ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีระลอกแรกโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งส่งผลให้ อาลี คาเมเนอี บิดาของเขาเสียชีวิต และเขายังไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะเลยนับตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุดเมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา

สหรัฐฯ เริ่มมาตรการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ในขณะที่สาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้ยังคงควบคุมช่องแคบฮอร์มุซอันเป็นจุดยุทธศาสตร์ไว้อย่างเหนียวแน่น นับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้นเมื่อ 28 ก.พ.

“ความพยายามใดๆ ในการปิดล้อมทางทะเลหรือข้อจำกัดต่างๆ ถือว่าขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ… และมีชะตากรรมที่ต้องล้มเหลว” นาย มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่านกล่าวเตือน และเสริมว่า การปิดล้อมของสหรัฐฯ ถือเป็นการขัดขวางเสถียรภาพในอ่าวเปอร์เซียอย่างไม่มีกำหนด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

“ปตท.-บางจาก” ปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล เบนซิน มีผลตี 5 พรุ่งนี้ 1 พฤษภาคม 2569

"ปตท.-บางจาก" ปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล เบนซิน มีผลตี 5 พรุ่งนี้ 1 พฤษภาคม 2569

30 เม.ย. 2569 21:22 น.

“ปตท.-บางจาก” ปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล เบนซิน มีผลตี 5 พรุ่งนี้ 1 พฤษภาคม 2569

“ปตท.-บางจาก” ประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ 0.85 บาทต่อลิตร ส่วนน้ำมันกลุ่มดีเซลปรับขึ้น 0.60 บาทต่อลิตร มีผลตี 5 พรุ่งนี้ (1 พฤษภาคม 2569)

วันที่ 30 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบปรับเพิ่มการชดเชยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา (บี 7) 0.94 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 3.12 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเพิ่มขึ้น 0.60 บาทต่อลิตร เป็น 40.80 บาทต่อลิตร ส่วนน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี20 เพิ่มการชดเชย 0.74 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 9.18 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเพิ่มขึ้น 0.60 บาทต่อลิตร เป็น 33.80 บาทต่อลิตร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 

ล่าสุด “พีทีที สเตชั่น” และ บมจ.บางจากปิโตรเลียม หรือ BCP ประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันกลุ่มดีเซล 0.60 บาทต่อลิตร ขณะที่น้ำมันกลุ่มเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.85 บาทต่อลิตร มีผลวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป

ราคาน้ำมัน “ปตท.” วันที่ 1 พฤษภาคม 2569

  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 33.80 บาท/ลิตร
  • ดีเซล อยู่ที่ 40.80 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO อยู่ที่ 32.24 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO อยู่ที่ 36.30 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO อยู่ที่ 42.93 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO อยู่ที่ 43.30 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 52.89 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล 62.10 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95 อยู่ที่ 52.39 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมัน “ปั๊มบางจาก” วันที่ 1 พฤษภาคม 2569

  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 33.80 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S อยู่ที่ 40.80 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียมดีเซล S อยู่ที่ 62.10 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 98 อยู่ที่ 56.04 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO อยู่ที่ 32.24 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO อยู่ที่ 36.30 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO อยู่ที่ 42.93 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO อยู่ที่ 43.30 บาท/ลิตร