ญี่ปุ่นประกาศยุติคำแนะนำเฝ้าระวังแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ หลังแผ่นดินไหว 7.7 แนะปชช.เตรียมพร้อมอยู่เสมอ

ญี่ปุ่นประกาศยุติคำแนะนำเฝ้าระวังแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ หลังแผ่นดินไหว 7.7 แนะปชช.เตรียมพร้อมอยู่เสมอ

28 เม.ย. 2569 09:59 น.

ญี่ปุ่นประกาศยุติคำแนะนำเฝ้าระวังแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ หลังแผ่นดินไหว 7.7 แนะปชช.เตรียมพร้อมอยู่เสมอ

ญี่ปุ่นประกาศยุติคำแนะนำเฝ้าระวังแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ หลังแผ่นดินไหวขนาด 7.7 แนะนำให้ประชาชนยังคงเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

วันที่ 28 เมษายน 2569 สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นประกาศยุติคำแนะนำเฝ้าระวังแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ หรือ “เมกะเควก” (Mega Quake) ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันจันทร์ หลังจากคำเตือนนี้ถูกประกาศขึ้นหลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.7 แมกนิจูด นอกชายฝั่งภูมิภาคซันริคุ เมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา

โดยในช่วงที่มีประกาศเตือน มีการแจ้งเตือนให้เทศบาลในฮอกไกโด และภูมิภาคโทโฮคุ รวมถึงคันโต รวม 182 แห่ง เตรียมมาตรการรับมือภัยพิบัติ

แม้จะยุติประกาศเตือนแล้ว แต่ผู้เชี่ยวชาญให้สัมภาษณ์กับ NHK ว่า แผ่นดินไหวยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในพื้นที่ และแนะนำให้ประชาชนยังคงเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง.

ที่มา NHK

ทำเนียบขาวปัดทฤษฎีสมคบคิด ปมลอบสังหารทรัมป์ ชี้ข้อมูลบิดเบือนแพร่ในโซเชียล

ทำเนียบขาวปัดทฤษฎีสมคบคิด ปมลอบสังหารทรัมป์ ชี้ข้อมูลบิดเบือนแพร่ในโซเชียล

28 เม.ย. 2569 09:36 น.

ทำเนียบขาวปัดทฤษฎีสมคบคิด ปมลอบสังหารทรัมป์ ชี้ข้อมูลบิดเบือนแพร่ในโซเชียล

ทำเนียบขาวออกโรงปฏิเสธทฤษฎีสมคบคิดที่อ้างว่าโดนัลด์ ทรัมป์ จัดฉากความพยายามลอบสังหารตัวเอง โดยระบุว่าเป็นข้อกล่าวหาที่ไร้เหตุผล

วันที่ 27 เมษายน 2569 นายเดวิส อิงเกิล โฆษกทำเนียบขาว สหรัฐฯ แถลงตอบโต้กระแสข่าวแพร่รสะพัดเกี่ยวกับทฤษฎีสมคบคิดว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จัดฉากเหตุลอบสังหารตัวเองจากเหตุความพยายามลอบสังหารระหว่างงานเลี้ยงผู้สื่อข่าวสายทำเนียบขาว เมื่อค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมา ว่าเป็นเรื่องไร้สาระสิ้นเชิง 

ด้าน นางวิทนีย์ ฟิลลิปส์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยโอเรกอน อธิบายว่า ในช่วงเกิดวิกฤตหรือเหตุการณ์ไม่ชัดเจน ผู้คนมักพยายามสร้างเรื่องราวเพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ในยุคข้อมูลข่าวสารมีความกระจัดกระจายอาจยิ่งทำให้เกิดความเข้าใจที่บิดเบือน

กระแสทฤษฎีสมคบคิดดังกล่าวกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ลอบสังหารทรัมป์เมื่อปี 2567 ที่เมืองบัตเลอร์ รัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยถูกตั้งข้อสงสัยในลักษณะเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การแพร่กระจายของข้อมูลที่ไม่มีหลักฐาน อาจยิ่งสร้างความสับสนในสังคม และทำให้ภาพรวมของเหตุการณ์ยิ่งคลุมเครือมากขึ้น.

ที่มา Washington Post

จนท.กู้ภัยอินโดนีเซีย เร่งช่วยคนติดในซากรถไฟชนกัน ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 7 ศพ

จนท.กู้ภัยอินโดนีเซีย เร่งช่วยคนติดในซากรถไฟชนกัน ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 7 ศพ

28 เม.ย. 2569 08:54 น.

จนท.กู้ภัยอินโดนีเซีย เร่งช่วยคนติดในซากรถไฟชนกัน ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 7 ศพ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยอินโดนีเซียเร่งทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยคนติดในซากขบวนรถไฟ หลังเกิดเหตุรถไฟสองขบวนชนกัน ชานกรุงจาการ์ตา ล่าสุดจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 7 ศพ มีผู้บาดเจ็บกว่า 80 ราย

วันที่ 28 เมษายน 2569 เกิดเหตุรถไฟ 2 ขบวนชนประสานงากันอย่างรุนแรงบริเวณสถานีเมืองเบากาซี ชานกรุงจาการ์ตา เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 ศพ และบาดเจ็บ 81 ราย ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งช่วยเหลือผู้โดยสารที่ติดอยู่ภายในซากขบวน โดยหน่วยกู้ภัยระบุว่า แรงกระแทกทำให้ผู้โดยสารจำนวนหนึ่งติดอยู่ภายในตู้ เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างเพื่อช่วยเหลือ

นางแอนนา ปูร์บา โฆษกบริษัทการรถไฟแห่งชาติอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า ยังมีผู้โดยสารอย่างน้อย 2 คนติดอยู่ในซากรถไฟ และยังมีชีวิต เจ้าหน้าที่กำลังเร่งเข้าช่วยเหลือ และยอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากการกู้ภัยยังดำเนินต่อเนื่อง

ขณะที่นายอาเซป เอดี ซูเฮรี ผู้บัญชาการตำรวจจาการ์ตา เปิดเผยว่า รถไฟที่พุ่งชนได้ชนเข้ากับตู้โดยสารหญิงล้วนของรถไฟชานเมือง โดยผู้เสียชีวิตทั้งหมดอยู่ในขบวนนี้ ส่วนผู้โดยสารราว 240 คนในรถไฟอีกขบวนอพยพออกมาได้อย่างปลอดภัย

ส่วนบรรยากาศที่โรงพยาบาลเต็มไปด้วยความโกลาหล ญาติผู้บาดเจ็บจำนวนมากเดินทางไปรอรับข่าว ขณะที่แพทย์ต้องเร่งคัดแยกผู้ป่วยตามอาการ

ทั้งนี้ อินโดนีเซียเผชิญอุบัติเหตุด้านคมนาคมบ่อยครั้ง ส่วนหนึ่งมาจากโครงสร้างพื้นฐานที่เก่าและการบำรุงรักษาที่ไม่เพียงพอ โดยก่อนหน้านี้ในปี 2567 ก็เคยเกิดเหตุรถไฟชนกันในชวาตะวันตก มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก.

รูบิโอประกาศกร้าว สหรัฐฯจะไม่ยอมให้อิหร่านคุมช่องแคบฮอร์มุซ

รูบิโอประกาศกร้าว สหรัฐฯจะไม่ยอมให้อิหร่านคุมช่องแคบฮอร์มุซ

28 เม.ย. 2569 08:52 น.

รูบิโอประกาศกร้าว สหรัฐฯจะไม่ยอมให้อิหร่านคุมช่องแคบฮอร์มุซ

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกา แสดงจุดยืนแข็งกร้าวต่ออิหร่าน ย้ำว่าวอชิงตันจะไม่ยอมรับเงื่อนไขใด ๆ ที่เปิดทางให้อิหร่านควบคุมหรือเรียกเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซเด็ดขาด

รูบิโอให้สัมภาษณ์กับ Fox News เมื่อวันจันทร์ (27 เม.ย.) ว่า หากคำว่าเปิดช่องแคบของอิหร่าน หมายถึงการที่เรือต้องขออนุญาตหรือจ่ายเงินให้อิหร่านเพื่อผ่านเส้นทางดังกล่าว ก็ไม่ถือว่าเป็นการเปิดเสรีอย่างแท้จริง พร้อมย้ำว่า สหรัฐฯ จะไม่ยอมให้อิหร่านสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่สามารถกำหนดได้ว่าใครจะใช้เส้นทางนี้ได้ และต้องจ่ายเท่าไร

ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของโลก โดยมีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวราว 1 ใน 5 ของปริมาณการค้าทั่วโลกต้องผ่านจุดนี้ ทำให้ทุกความเคลื่อนไหวในพื้นที่ดังกล่าวส่งผลต่อความมั่นคงด้านพลังงานโลกโดยตรง

ในวันเดียวกัน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เรียกประชุมทีมที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อเสนอจากอิหร่าน ซึ่งมีรายงานว่าอาจเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ควบคู่ไปกับการเดินหน้าเจรจาในภาพรวมเกี่ยวกับสงครามและโครงการนิวเคลียร์ของเตหะราน

ด้าน แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ยืนยันว่าข้อเสนอดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณา แต่ปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีทรัมป์จะยอมรับหรือไม่ พร้อมย้ำว่าเส้นแดงของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านนั้นชัดเจนมาโดยตลอด

ขณะที่สื่อสหรัฐฯ อย่าง Axios และ ABC News รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ข้อเสนอของอิหร่านยังไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขหลักของวอชิงตัน โดยเฉพาะประเด็นอ่อนไหวเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์.

ที่มา :channelnewsasia

กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 เยือนสหรัฐฯ ฉลอง 250 ปีเอกราช ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยเข้ม

 กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 เยือนสหรัฐฯ ฉลอง 250 ปีเอกราช ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยเข้ม

28 เม.ย. 2569 08:27 น.

กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 เยือนสหรัฐฯ ฉลอง 250 ปีเอกราช ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยเข้ม

สมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร เสด็จเยือนสหรัฐฯอย่างเป็นทางการ โดยทรัมป์และเมลาเนียให้การต้อนรับที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

การเยือนระดับรัฐครั้งนี้มีขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 250 ปีการประกาศเอกราชของสหรัฐฯ และตอกย้ำความสัมพันธ์พิเศษระหว่างสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร อย่างไรก็ตาม บรรยากาศกลับตึงเครียดมากขึ้น หลังเกิดเหตุยิงปืนในงานเลี้ยงที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันเสาร์ ซึ่งมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เข้าร่วม ส่งผลให้ต้องมีการทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยในนาทีสุดท้ายก่อนการเยือน

พระราชวังบักกิงแฮมเปิดเผยว่า พระเจ้าชาร์ลส์ทรงโล่งพระทัยอย่างยิ่ง ที่ประธานาธิบดี นางเมลาเนีย ทรัมป์ และแขกทุกคนปลอดภัยจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ และสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ให้การต้อนรับพระเจ้าชาร์ลส์และสมเด็จพระราชินีคามิลลา ที่บริเวณด้านใต้ของทำเนียบขาว ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะร่วมพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการภายในอาคาร และออกไปเยี่ยมชมรังผึ้งรูปทรงทำเนียบขาว ซึ่งเมลาเนียเพิ่งติดตั้งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ พระเจ้าชาร์ลส์และพระราชินีคามิลลาทรงเป็นผู้สนับสนุนการเลี้ยงผึ้งและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยพระองค์ทรงมีรังผึ้งอย่างน้อย 3 แห่งที่พระตำหนักส่วนพระองค์ในอังกฤษ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางส่งเสริมความยั่งยืน

การเยือนครั้งนี้จึงไม่เพียงสะท้อนความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศเท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นท่ามกลางบริบทความท้าทายด้านความมั่นคง ที่อาจมีผลต่อภาพรวมความร่วมมือในอนาคต.

ที่มา : AP

อัฟกานิสถานกล่าวหาปากีสถาน โจมตีมหาวิทยาลัยดับ 7 ศพเจ็บอื้อ

อัฟกานิสถานกล่าวหาปากีสถาน โจมตีมหาวิทยาลัยดับ 7 ศพเจ็บอื้อ

28 เม.ย. 2569 05:20 น.

อัฟกานิสถานกล่าวหาปากีสถาน โจมตีมหาวิทยาลัยดับ 7 ศพเจ็บอื้อ

เกิดเหตุโจมตีมหาวิทยาลัยและย่านที่อยู่อาศัยในจังหวัดคูนาร์ จนมีผู้เสียชีวิตแล้ว 7 ศพ บาดเจ็บอีกหลายสิบราย โดยอัฟกานิสถานกล่าวหาปากีสถานว่าเป็นผู้ก่อเหตุ

เมื่อ 27 เม.ย. 2569 สำนักข่าว บีบีซี (BBC) รายงานอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวหลายรายระบุว่า เกิดเหตุโจมตีในจังหวัดคูนาร์ ทางตะวันออกของอัฟกานิสถาน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 ศพ และบาดเจ็บอีก 75 ราย โดยในจำนวนผู้บาดเจ็บมีทั้งนักศึกษาและศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยคูนาร์รวมอยู่ด้วย

ด้านรัฐบาลตาลีบันของอัฟกานิสถานระบุว่า มีการยิงปืนใหญ่และจรวดเข้าใส่จังหวัดคูนาร์ ขณะที่แหล่งข่าวอื่น ๆ บอกกับ BBC ว่ามีการใช้ทั้งเครื่องบินเจ็ทและโดรนในการโจมตีครั้งนี้

ตาลีบันบอกด้วยว่า ในบรรดาผู้ได้รับบาดเจ็บนั้น มี 30 รายที่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย พร้อมกล่าวหาปากีสถานว่าเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีมหาวิทยาลัยและย่านที่พักอาศัยในจังหวัดคูนาร์

อย่างไรก็ตาม กระทรวงสารสนเทศของปากีสถานออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาของอัฟกานิสถาน โดยระบุว่าเป็นข่าวปลอม

รายงานเรื่องการโจมตีในจังหวัดคูนาร์ครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ หลังจากเหตุการณ์ที่ปากีสถานส่งเครื่องบินรบโจมตีศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติดในกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน ซึ่งข้อมูลจากสหประชาชาติระบุในภายหลังว่าเหตุการณ์นั้นมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 269 ศพ

ด้านนาย มาติอุลเลาะห์ ชาฮับ นักข่าวอิสระและนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนในเมืองอาซาดาบัด เผยว่า เขาอยู่ห่างจากจุดที่มหาวิทยาลัยถูกโจมตีเพียง 1 กิโลเมตร และได้ยินเสียงเหมือนการทิ้งระเบิดเมื่อเวลาประมาณ 14:00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น)

ขณะที่แถลงการณ์จากกระทรวงการอุดมศึกษาของอัฟกานิสถานระบุว่า อาคารต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัยและพื้นที่โดยรอบได้รับความเสียหายอย่างหนัก

ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการสู้รบตามแนวชายแดนระหว่างปากีสถานและอัฟกานิสถาน จำนวนหลายร้อยคน

ช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ หลังจากที่จีนเข้ามาช่วยเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยจนนำไปสู่การเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายที่เมืองอุรุมชี เมืองเอกของเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ในประเทศจีน

ในระหว่างช่วงหยุดยิงนี้ บรรดาผู้นำของรัฐบาลตาลีบันตัดสินใจที่จะไม่ให้สัมภาษณ์ต่อสาธารณะเกี่ยวกับปากีสถานหรือเหตุโจมตีทางอากาศที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เพื่อไม่ให้เป็นการทำลายบรรยากาศของการเจรจา

อย่างไรก็ตาม ความเงียบดังกล่าวสิ้นสุดลงแล้ว โดยนาย ฮัมดุลเลาะห์ ฟิตรัต รองโฆษกรัฐบาลตาลีบัน กล่าวว่าพวกเขาถือว่าการโจมตีในจังหวัดคูนาร์เป็น “อาชญากรรมสงครามที่ร้ายแรงและไม่อาจยอมรับได้ เป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมอย่างชัดเจน และเป็นการกระทำที่ยั่วยุ”

อนึ่ง ในอดีต ปากีสถานเคยเป็นผู้สนับสนุนหลักของกลุ่มตาลีบัน แต่ความสัมพันธ์เริ่มเสื่อมถอยลงหลังจากที่รัฐบาลปากีสถานกล่าวหาว่า กลุ่มตาลีบันให้ที่พักพิงแก่กลุ่มติดอาวุธ “เตห์ริก อี ตาลีบัน ปากีสถาน” (Tehrik-i-Taliban Pakistan) ซึ่งคอยก่อความไม่สงบและใช้อาวุธโจมตีกองทัพรัฐบาลปากีสถาน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

มือปืนยิงงานเลี้ยง ถูกตั้งข้อหาพยายามลอบสังหารทรัมป์

มือปืนยิงงานเลี้ยง ถูกตั้งข้อหาพยายามลอบสังหารทรัมป์

28 เม.ย. 2569 04:00 น.

มือปืนยิงงานเลี้ยง ถูกตั้งข้อหาพยายามลอบสังหารทรัมป์

ชายผู้ก่อเหตุยิงปืนในงานเลี้ยงของสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว ถูกตั้งข้อหาพยายามลอบสังหารประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอาจมีโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 27 เม.ย. 2569 ว่า นายโคล โทมัส อัลเลน ชายผู้ถูกกล่าวหาว่าเปิดฉากยิงในงานเลี้ยงอาหารค่ำของสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว ที่โรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ถูกตั้งข้อหาพยายามลอบสังหารประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

หากถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง นายอัลเลนวัย 31 ปี ซึ่งมาจากเมืองทอร์แรนซ์ รัฐแคลิฟอร์เนีย อาจเผชิญโทษจำคุกตลอดชีวิต

นายอัลเลนปรากฏตัวต่อศาลรัฐบาลกลางในวอชิงตันเป็นครั้งแรกในวันจันทร์ โดยระหว่างการไต่สวน อัยการ โจเซลิน บัลแลนไทน์ กล่าวว่า อาวุธที่อัลเลนพกพามายังวอชิงตันประกอบด้วย ปืนลูกซองแบบปั๊มแอคชั่นขนาด 12 เกจ และมีดอีก 3 เล่ม

“เขาพยายามลอบสังหารประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา นายโดนัลด์ เจ. ทรัมป์” บัลแลนไทน์กล่าวในชั้นศาล

ตามคำแถลงของแมทธิว ชาร์บอห์ ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐฯ นายอัลเลน ยังต้องเผชิญกับข้อหาขนย้ายอาวุธปืนข้ามรัฐโดยผิดกฎหมาย และใช้อาวุธปืนในระหว่างการก่ออาชญากรรมรุนแรงด้วย

นายอัลเลนไม่ได้กล่าวตอบโต้ข้อกล่าวหาใดๆ ในระหว่างการพิจารณาคดี เขาให้ข้อมูลเพียงว่าตนเองสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ ขณะที่ น.ส. เตซีรา อาเบ ทนายความฝ่ายจำเลย ระบุในชั้นศาลว่า นายอัลเลนไม่เคยมีประวัติการถูกจับกุมหรือถูกตัดสินความผิดมาก่อน

ผู้พิพากษาชาร์บอห์มีคำสั่งให้ควบคุมตัวอัลเลนไว้จนถึงวันพฤหัสบดีเป็นอย่างน้อย โดยจะมีการนัดไต่สวนแยกอีกครั้งเพื่อพิจารณาคำร้องของอัยการที่ขอให้ควบคุมตัวเขาไว้ระหว่างรอการพิจารณาคดี

เหตุการณ์ล่าสุดยิ่งตอกย้ำด้วยบรรยากาศความรุนแรงทางการเมืองในสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

เมื่อเดือนกันยายนปี 2568 ชาร์ลี เคิร์ก นักเคลื่อนไหวทางการเมืองฝ่ายอนุรักษนิยมถูกยิงเสียชีวิตในงานปราศรัย ไม่กี่เดือนหลังเหตุลอบสังหารนาง เมลิสซา ฮอร์ตแมน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรัฐมินนิโซตาจากพรรคเดโมแครตและสามี เมื่อเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน

“ความรุนแรงไม่มีที่ยืนในสังคมที่เจริญแล้ว” ท็อดด์ แบลนช์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังการพิจารณาคดี “ความรุนแรงไม่สามารถและจะไม่ถูกนำมาใช้เพื่อขัดขวางสถาบันประชาธิปไตย และที่แน่นอนคือ จะต้องไม่ถูกนำมาใช้กับประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาอีกต่อไป”

ทั้งนี้ ทรัมป์เคยเผชิญกับความพยายามลอบสังหารมาแล้ว 2 ครั้งในช่วงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2567

ด้านนาง จานีน ปีร์โร หัวหน้าอัยการรัฐบาลกลางประจำกรุงวอชิงตันบอกกับผู้สื่อข่าวว่า จะมีการยื่นฟ้องร้องนายอัลเลนในข้อหาอื่นๆ เพิ่มเติม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

รถไฟชนประสานงา ที่ชานกรุงจาการ์ตา ดับแล้ว 4 ศพเจ็บหลายสิบ

รถไฟชนประสานงา ที่ชานกรุงจาการ์ตา ดับแล้ว 4 ศพเจ็บหลายสิบ

28 เม.ย. 2569 03:04 น.

รถไฟชนประสานงา ที่ชานกรุงจาการ์ตา ดับแล้ว 4 ศพเจ็บหลายสิบ

เกิดเหตุรถไฟ 2 ขบวนพุ่งชนกันในพื้นที่ชานกรุงจาการ์ตา ของอินโดนีเซีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ศพ และมีผู้บาดเจ็บอีกหลายสิบราย โดยเจ้าหน้าที่กำลังช่วยเหลือผู้ที่อาจติดอยู่ในซากรถไฟ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุรถไฟ 2 ขบวนพุ่งชนกันบริเวณเมืองเบกาซี ซึ่งเป็นเขตปริมณฑลติดกับกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อกลางดึกวันจันทร์ที่ 27 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ศพ และมีผู้บาดเจ็บอีกหลายสิบราย

นางคารินา อะแมนดา โฆษกบริษัทผู้ให้บริการรถไฟขบวนที่เกิดเหตุ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Reuters ว่า เหตุชนกันดังกล่าวเกิดขึ้นที่สถานีรถไฟเบกาซี ระหว่างรถไฟระยะสั้นกับรถไฟทางไกล พร้อมระบุเสริมว่า “ขณะนี้เรากำลังมุ่งเน้นไปที่การอพยพผู้โดยสารและพนักงานประจำรถไฟ”

ด้านนาง แอน เพอร์บา โฆษกของการรถไฟอินโดนีเซีย กล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์ Kompas TV ว่า พบผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงแล้ว 38 ราย

“เนื่องจากการอพยพและกู้ภัยยังคงดำเนินอยู่ จึงเป็นไปได้ที่จำนวนผู้เคราะห์ร้ายอาจเพิ่มสูงขึ้น แต่เราหวังว่าการดำเนินการจะเสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด” ซุฟมี ดาสโก อาหมัด รองประธานสภาผู้แทนราษฎรอินโดนีเซีย กล่าวกับผู้สื่อข่าว ณ จุดเกิดเหตุ

นายซุฟมีกล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังใช้เครื่องมือตัดซากรถไฟเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ยังติดอยู่ภายในอีกอย่างน้อย 6 หรือ 7 คน

ขณะที่นางคารินาระบุว่า ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้รถไฟชนกัน ขณะที่นายอาเซป เอดี ซูเฮรี ผู้บัญชาการตำรวจกรุงจาการ์ตา บอกกับผู้สื่อข่าวว่าการสอบสวนกำลังดำเนินต่อไป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

กลุ่มมือปืนไนจีเรียบุกสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ลักพาตัวเด็กหลายสิบราย

กลุ่มมือปืนไนจีเรียบุกสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ลักพาตัวเด็กหลายสิบราย

28 เม.ย. 2569 02:00 น.

กลุ่มมือปืนไนจีเรียบุกสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ลักพาตัวเด็กหลายสิบราย

กลุ่มมือปืนในไนจีเรียบุกโจมตีสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในพื้นที่ตอนกลางของประเทศ และลักพาตัวเด็กไปหลายสิบคน โดยที่ส่วนหนึ่งได้รับความช่วยเหลือแล้ว แต่ยังมีอีก 8 คนที่ยังหาไม่พบ

เมื่อ 27 เม.ย. 2569 รัฐบาลไนจีเรียเปิดเผยว่า กลุ่มมือปืนบุกโจมตีสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เปิดโดยไม่ได้รับอนุญาตแห่งหนึ่งในรัฐโคกี ทางตอนกลางของประเทศ และลักพาตัวเด็กๆ ไป 23 คน ขณะที่เจ้าของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าก็ถูกลักพาตัวไปด้วย

นายคิงส์ลีย์ แฟนโว กรรมาธิการข้อมูลข่าวสารของรัฐโคกี ระบุว่ามีเด็ก 15 คนที่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว เนื่องจากการตอบโต้ที่รวดเร็วและมีการประสานงานอย่างดี ของหน่วยงานความมั่นคง แต่ยังมีเด็กสูญหายอีก 8 ราย ซึ่งรัฐบาลยังคงมุ่งมั่นอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือเหยื่อทั้งหมดออกมาได้

จนถึงตอนนี้ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีดังกล่าว แต่แหล่งข่าวจากฝ่ายความมั่นคงระบุว่า รัฐโคกีมีเครือข่ายของกลุ่มติดอาวุธ “โบโก ฮาราม” (Boko Haram) เคลื่อนไหวอยู่ และเคยมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นในพื้นที่หลายครั้ง

นายแฟนโวย้ำด้วยว่า สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้เปิดอย่าง “ผิดกฎหมาย” ในสภาพแวดล้อมที่เป็นป่ารก โดยที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้รับทราบ

เขายังเรียกร้องให้ผู้ดำเนินกิจการสถานสงเคราะห์, โรงเรียน และสถาบันที่คล้ายคลึงกัน เข้าประสานงานกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อขออนุญาตอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะภายใต้สถานการณ์ด้านความมั่นคงในปัจจุบัน

ทั้งนี้ เหตุลักพาตัวหมู่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในไนจีเรีย โดยเฉพาะในภาคเหนือของประเทศที่กำลังเผชิญกับปัญหาความไม่สงบ แต่ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าตกเป็นเป้าหมาย

เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 เคยเกิดเหตุสะเทือนขวัญเมื่อนักเรียนและครูกว่า 300 คน ถูกลักพาตัวไปจากโรงเรียนมัธยมคาทอลิกแห่งหนึ่งในรัฐไนเจอร์ ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนกลางค่อนไปทางเหนือของไนจีเรีย ก่อนที่เหยื่อจะได้รับการปล่อยตัวโดยแบ่งเป็น 2 ชุด ซึ่งชุดที่ 2 ได้รับอิสรภาพหลังจากถูกคุมขังนานกว่าหนึ่งเดือน

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไนจีเรียยืนยันว่าไม่มีการจ่ายเงินค่าไถ่ให้คนร้าย หรือมีการปล่อยตัวผู้บัญชาการกลุ่มโบโก ฮาราม สองราย เพื่อแลกกับการปล่อยตัวตัวประกัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิหร่านเสนอ ให้สหรัฐฯ ยุติสงครามก่อน ค่อยคุยเรื่องเปิดช่องแคบ

อิหร่านเสนอ ให้สหรัฐฯ ยุติสงครามก่อน ค่อยคุยเรื่องเปิดช่องแคบ

28 เม.ย. 2569 00:34 น.

อิหร่านเสนอ ให้สหรัฐฯ ยุติสงครามก่อน ค่อยคุยเรื่องเปิดช่องแคบ

สื่อหลายสำนักทั้งของสหรัฐฯ และอิหร่าน รายงานว่า ฝ่ายอิหร่านได้ยื่นข้อเสนอใหม่เพื่อยุติสงครามให้ฝ่ายสหรัฐฯ พิจารณาแล้ว โดยระบุให้สหรัฐฯ ต้องยุติสงครามก่อน ค่อยเจรจาเรื่องเปิดช่องแคบและนิวเคลียร์

เมื่อ 27 เม.ย. 2569 สื่อต่างประเทศหลายสำนักรายงานอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวระบุว่า ทางการอิหร่านได้ยื่นข้อเสนอใหม่ให้แก่ฝ่ายสหรัฐฯ แล้ว ท่ามกลางความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับสถานะการเจรจารอบใหม่ระหว่างเตหะรานกับวอชิงตัน ที่ตอนนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะเกิดขึ้น

สถานีโทรทัศน์ “อัล มายาดีน” (Al Mayadeen) ของเลบานอน ซึ่งมีแนวคิดฝักใฝ่อิหร่าน กับสำนักข่าว “ทัสนิม” (Tasnim) ของทางการอิหร่าน รายงานว่า ข้อเสนอของอิหร่านมีเงื่อนไขให้วอชิงตันต้องยุติสงครามก่อนเป็นอันดับแรก พร้อมทั้งรับประกันว่าจะไม่มีการกลับมาสู้รบกันอีก

ส่วนการเจรจาเรื่องการสัญจรผ่านช่องแคบและการจัดการโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลทรัมป์ให้ความสำคัญมากที่สุดนั้น จะเกิดขึ้นในขั้นตอนต่อ ๆ ไปเท่านั้น

“หากสามารถบรรลุข้อตกลงได้ กระบวนการจะเคลื่อนเข้าสู่ระยะที่สอง เพื่อหารือเกี่ยวกับวิธีการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซหลังสิ้นสุดสงคราม” อัล มายาดีน รายงาน และเสริมว่า การหารือเรื่องโครงการนิวเคลียร์จะเริ่มต้นขึ้นก็ต่อเมื่อเงื่อนไขเหล่านั้นได้รับการตอบสนองแล้วเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว Axios เป็นสื่อแรกที่รายงานว่าทำเนียบขาวได้รับข้อเสนอที่อิหร่านเรียกร้องให้มีการยุติสงครามก่อนที่จะมีการหารือเรื่องโครงการนิวเคลียร์ นอกจากนี้รายงานยังอ้างว่า ผู้นำอิหร่านมีความเห็นที่แตกแยกกันในเรื่องที่ว่า ควรจะยอมอ่อนข้อในประเด็นนิวเคลียร์มากน้อยเพียงใด

ทางด้านทำเนียบขาวสหรัฐฯ ย้ำว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีแผนจะเรียกประชุมทีมความมั่นคงแห่งชาติในวันจันทร์เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อเสนอและทางเลือกต่าง ๆ คือผู้ที่ “ถือไพ่เหนือกว่า”

โอลิเวีย เวลส์ ผู้ช่วยเลขานุการฝ่ายสื่อสารมวลชน ระบุในแถลงการณ์ที่ส่งถึง CNN ว่า “นี่เป็นการหารือทางการทูตที่ละเอียดอ่อน และสหรัฐฯ จะไม่ทำการเจรจาผ่านสื่อ ดังที่ท่านประธานาธิบดีได้กล่าวไว้ สหรัฐอเมริกาถือไพ่เหนือกว่า และจะทำข้อตกลงที่ยึดถือผลประโยชน์ของชาวอเมริกันเป็นอันดับแรกเท่านั้น โดยจะไม่มีวันยอมให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในครอบครอง”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn