Crocs คอลเลคชั่นตรุษจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/253936

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เริ่มต้นก้าวแรกให้สดใสซาบซ่าไปตลอดทั้งปีกับ Crocs สองรุ่นใหม่ CitiLane Slip-on สนีกเกอร์ทรงวินเทจสไตล์แคชชวล ฉลองตรุษจีน กับการพิมพ์ลายดอกไม้สีแดงบนผ้าใบ ที่ถูกสร้างสรรค์มาเพื่อเทศกาลแห่งความสุขสดใส โดยได้รับแรงบันดาลใจในการดีไซน์จากรองเท้าสนีกเกอร์ วินเทจ ซึ่งยังคงเอกลักษณ์ของแบรนด์ Crocs สวมใส่สบายเท้าได้ทุกโอกาส ด้วยหน้าผ้ารองเท้าที่ยืดหยุ่น พื้นรองเท้าคงเอกลักษณ์ด้วยเทคโนโลยีเฉพาะ Croslite™ ที่รังสรรค์แผ่นโฟมสุดนุ่ม รองรับน้ำหนักจากการเดินอันหนักหน่วงได้อย่างดีเยี่ยม ภายในเย็บแซมผ้ายางยืดสามเหลี่ยมที่ด้านบนรองเท้า ช่วยให้สวม และถอดง่ายขึ้น แถมใส่แล้วเท้าดูเพรียวมากขึ้นกว่ารุ่นเดิมอีกด้วย

สำหรับสายเท่ สายลุย ต้องรุ่นนี้ Swiftwater Clog รองเท้าลำลองผู้ชายจาก CROCS สีดำ-เขียวสะท้อนแสงที่มาพร้อมดีไซน์ฟังก์ชันนอล น้ำหนักเบาสวมใส่สบาย ด้วยโครงสร้างรองเท้าที่ผลิตจากโฟม Croslite™ จึงช่วยเพิ่มความรู้สึกนุ่มสบายเมื่อสวมใส่ สามารถใส่ลุยน้ำลุยโคลนได้โดยไม่ต้องกลัวพังและอับชื้น เพราะมีรูระบายอากาศช่วยลดกลิ่นอับ และช่วยให้น้ำไหลผ่านได้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถทำความสะอาดได้อย่างง่ายดายแม้ว่าลุยโคลนมาหนักแค่ไหนก็ตาม อีกทั้ง สายรัดส้นเท้าแบบปรับได้ ช่วยให้คุณสวมใส่รองเท้าได้อย่างแน่นหนา

สาวกรองเท้า Crocs ตามไปอัพเดทได้ที่ร้าน Crocs ทั่วประเทศ หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.facebook.com/crocs.thailand

 

‘เมจิ-อโณมา’ แนะเคล็ดลับสุขภาพดี ด้วย เรียลฟู้ด สมู้ทตี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/253933

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ไม่ค่อยได้ออกงานเท่าไหร่ แต่ออกงานที ก็มีคนติดตามในอินสตาแกรม@meiji_27anorma กันแน่น

สำหรับ เมจิ-อโณมา ศรัณย์ศิขริน เนตไอดอล อดีตนักแสดง พิธีกรดัง ที่หันมาสนใจเรื่องสุขภาพ เดินสายฟิตหุ่นสวยย่างไม่มีที่ติ

ครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่แฟน เมจิ-อโณมาได้ดูการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊คไลฟ์เผยการทำ “เรียลฟู้ด สมู้ทตี้” ที่ดีต่อสุขภาพ และคุณค่าอาหารเพียบ ซึ่ง เรียลฟู้ด สมู้ทตี้ นี้มีส่วนผสมสำคัญคือ สับปะรดปัตตาเวียจากบ้านคา ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ทานแล้วไม่กัดลิ้น หวานฉํ่า

“คนทั่วไปคิดว่า ทานสับปะรด แค่ทานสดแล้วจบ หรือบางคนคิดว่าทานแทนมื้ออาหารหลัก ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่ เพราะสับปะรดมีเอนไซม์ ซึ่งมีข้อดีคือช่วยย่อยอาหาร ควรรับประทานเป็นตัวเสริมมากกว่าหลัก โดยเมนูที่อยากแนะนำและมีส่วนผสมจากสับปะรดนี้ทำได้ง่ายและมีคุณค่าครบครัน”

สำหรับ วัตถุดิบในการทำก็หาง่าย คือ สับปะรดปัตตาเวีย, นํ้าผักคะน้าปั่นแยกกาก, ไข่ต้มเต็มใบ, ไข่ขาวต้มสุกแล้ว,
นํ้ามะพร้าว, นํ้าแข็ง, นํ้าผึ้ง, มะนาว

เริ่มจากนำไข่ต้ม 3 ใบ กับไข่ขาวต้มสุก 3 ฟอง ลงเครื่องปั่น โดยไข่ต้มเป็นโปรตีน ที่ใช้แทนมื้ออาหารหลักแถมเป็นไขมันดีมีวิตามินบีและโฟร์เลทสูง จากนั้นใส่นํ้ามะพร้าว เพื่อดับกลิ่นคาวจากไข่ต้ม ตามด้วยสับปะรดปัตตาเวีย ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีเมื่อทานคู่กับโปรตีนทำให้ร่างกายดูดซึมโปรตีนได้ดี

ตามด้วยผักใบเขียวอย่างคะน้าซึ่งคัดเอาแต่นํ้าและมีส่วนใบเพื่อเป็นกาก จะได้คลอโรฟิลซึ่งมีคุณสมบัติดักจับสารพิษในเลือด ขณะที่ผักคะน้าเป็นไฟเบอร์ที่หากทานพอเหมาะจะช่วยทำความสะอาดลำไส้ของเราได้ จากนั้นใส่นํ้าแข็ง นํ้าผึ้ง มะนาว แล้วปั่นให้ทุกอย่าง

“สมู้ทตี้สูตรนี้ ทานง่าย มีความครีม ทานแล้วได้พลังงาน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน เป็นการทำเมนูเรียลฟู้ดซึ่งได้จากพืชที่โตจากดินโดยที่ไม่ผ่านการแปรรูปมาเลยที่สำคัญประหยัดเวลา ประหยัดเงิน เพราะส่วนผสมแต่ละอย่าง อาทิ สับปะรดราคาไม่แพง หาซื้อง่าย”

ยิ่งในช่วงเทศกาลตรุษจีนเช่นนี้ สับปะรด ซึ่งเป็นผลไม้ไหว้เจ้าชนิดหนึ่งนั้นหาซื้อง่าย โดยสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียจากบ้านคา ที่ได้สัญลักษณ์ GI หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่มีรสชาติเฉพาะ สามารถหาซื้อได้แล้วที่ เทสโก้ โลตัส ทุกสาขาตลอดทั้งปี หลังจากที่ เพิ่งจรดปากกาเซ็นเอ็มโอยู รับซื้อสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียจากกลุ่มเกษตรสับปะรดแปลงใหญ่ จังหวัดราชบุรี ภายใต้โครงการเทสโก้ โลตัส ประชารัฐร่วมใจ กว่าปีละ 100,000 กิโลกรัม

“บางคนอาจมองว่าเป็นเมนูสิ้นคิด แต่เรียลฟู้ด สมู้ทตี้ สูตรนี้ ไม่สิ้นในเรื่องสรรพคุณนะคะ” เมจิ-อโณมา กล่าวทิ้งท้าย

 

ตึงเครียด! เกาหลีเหนือ ทดสอบยิงขีปนาวุธ ตกทะเลญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 มี.ค. 2560 08:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/875477


ตึงเครียด! เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธ หลายลูก ตกในทะเลญี่ปุ่น ยังไม่ทราบเป็นขีปนาวุธชนิดใด ทำอุณหภูมิการเมืองในภูมิภาคพุ่งอีกรอบ

วันที่ 6 มี.ค. มีรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 05.36 น.ที่ผ่านมา ตรวจพบ เกาหลีเหนือยิงทดสอบขีปนาวุธ หลายลูก จากบริเวณฐานปล่อยจรวดในเมืองตงจางรี ใกล้พรมแดนจีน ไปตกลงในทะเลญี่ปุ่น ขณะนี้ผู้เชี่ยวชาญของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้กำลังพยายามระบุว่า เป็นขีปนาวุธชนิดใด

อย่างไรก็ตาม เป็นที่คาดการณ์กันว่า กรณีดังกล่าวจะทำให้บรรยากาศการเมืองคาบสมุทรเกาหลีมีความร้อนแรงขึ้นมาอีกครั้ง โดยเฉพาะประเทศข้างเคียงอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ที่ต้องจับตามองการกระทำดังกล่าวของเกาหลีเหนืออย่างใกล้ชิด

(ภาพจาก : AFP)

 

อดีตผอ.ข่าวกรองมะกันยัน ‘โอบามา’ ไม่ได้ดักฟังโทรศัพท์ ‘ทรัมป์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 มี.ค. 2560 05:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/875401


อดีตผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ ออกมาปฏิเสธอคำกล่าวอ้างของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่อ้างว่าบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐฯ คนก่อนสั่งให้ดักฟังเขาในช่วงเลือกตั้งประธานาธิบดีปีก่อน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเจมส์ แคลปเปอร์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ ผู้ดำรงตำแหน่งในช่วงการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2016 ออกมายืนยันว่า อดีตประธานาธิบดี บารัค โอบามา ไม่ได้ดักฟังโทรศัพท์ของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ หรือทีมหาเสียงของเขา ตามที่นายทรัมป์กล่าวอ้างโดยไม่มีหลักฐาน

ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีทรัมป์ทวีตข้อความบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์อ้างว่า อดีตประธานาธิบดีโอบามาสั่งให้มีการดักฟังโทรศัพท์ในอาคารทรัมป์ ทาวเวอร์ ในช่วงเดือนตุลาคม 2016 หรือราว 1 เดือนก่อนจะมีการเลือกตั้งสหรัฐฯ แต่ไม่อ้างหลักฐานใดๆ ขึ้นมาสนับสนุนคำกล่าวอ้างของเขา นายทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า ควรมีการสอบสวนกรณี การสืบสวนเรื่องรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งตามคำสั่งของโอบามา ซึ่งเขามีส่วนพัวพันด้วยว่าเกินขอบเขตอำนาจคำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีหรือไม่

ขณะที่สื่อสหรัฐฯ บางสำนักรายงานว่า ศาลสืบราชการลับต่างประเทศ (Fisa) ออกหมายคำสั่งให้มีการสังเกตการณ์สมาชิกทีมหาเสียงของนายทรัมป์ ว่ามีการติดต่อที่ไม่ปกติกับเจ้าหน้าที่ของรัสเซียหรือไม่ด้วย

ล่าสุด นายแคลปเปอร์ ผู้ออกจากตำแหน่งหลังจากนายทรัมป์รับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ปฏิเสธข้อกล่าวหาของนายทรัมป์ ในรายการ ‘Meet the Press’ ของสถานีโทรทัศน์ เอ็นบีซี โดยระบุว่า ไม่มีปฏิบัติการดักฟังอะไรเช่นนั้นกับนายทรัมป์ ที่ในขณะนั้นเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่ง รวมทั้งทีมหาเสียงของเขา นายแคลปเปอร์ยังยืนยันด้วยว่า ตัวเขาในฐานะผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองสามารถปฏิเสธเรื่องนี้ได้ เพราะถ้ามีคำสั่งศาลให้ดักฟังนายทัรมป์จริง เขาก็ควรทราบเรื่อง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ทรัมป์’ โวย! โดน ‘โอบามา’ ดักฟักโทรศัพท์เดือนเดียวก่อนชนะเลือกตั้ง

 

สำรวจจักรวาลใหม่ เทียบโลกกับ 7 ดาว Trappist-1 ความหวังลุ้นเจอเอเลี่ยน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 มี.ค. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/875131


คำถาม…ที่ถูกถาม…สืบต่อกันมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่ กาลิเลโอ เป็นนักวิทยาศาสตร์คนแรกที่ใช้กล้องดูดาว ส่องดูท้องฟ้า พร้อมทั้งยืนกรานในแนวคิดที่ว่า

โลกสีน้ำเงินของเราใบนี้ หาใช่ศูนย์กลางแห่งจักรวาลแต่อย่างใด

กระทั่ง…ตัวของเขาเอง ต้องถูกรับโทษทัณฑ์จากคริสตจักรอย่างรุนแรง เนื่องจาก ถือเป็น “ความคิดนอกรีต” ที่ขัดแย้งกับคัมภีร์ไบเบิลเมื่อหลายร้อยปีก่อน

ใช่แล้วครับ แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ทุกท่าน ….คำถามนั้นก็คือ เราคือหนึ่งเดียวในจักรวาลอันกว้างใหญ่และไร้ขอบเขตจริงๆ กระนั้นหรือ?

ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว โลกของเราเป็นเหมือนดั่ง 1 เม็ดทรายในมหึมากองทราย ที่ มากมายคณานับ เกินกว่าจะจินตนาการได้ถึง

เช่นนั้นแล้ว จะเป็นไปได้จริงๆ หรือ ในหลากหลายดวงดาวที่มากมายก่ายกองขนาดนั้น ซึ่งบางดวงห่างไกลกับเรา จนถึงขั้นเรียกได้ว่า นั่นคือ อนาคตของเรา ในอีกหลายล้านปีข้างหน้า จะไม่มีสิ่งมีชีวิตอันทรงสติปัญญาเหมือนเช่นเราใน A Galaxy far far away นี้ แม้เพียงสักดวงเดียวเชียวหรือ…..

คำตอบของคำถามนั้น กำลังใกล้เข้ามาทุกทีๆ แล้ว หลังจากล่าสุด องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา หรือ นาซา ค้นพบระบบสุริยะใหม่ที่มีชื่อว่า “แทรปปิสต์ – วัน” (Trappist-1) ซึ่งอยู่ห่างจากโลกของเราไปเพียงแค่ 40 ปีแสง หรือพูดง่ายๆ หากเราสามารถเดินทางไปด้วยความเร็วของแสง จะไปถึงระบบที่ว่า ภายใน 40 ปี …(แค่นั้นเอง)

อืม….ว่าแต่..ได้ข่าวว่า แสงมันเดินทางด้วยความเร็ว ประมาณ 3 แสนกิโลเมตรต่อวินาทีนะ 

แต่การค้นพบครั้งนี้ ที่ทำให้เกิดเสียงฮือฮาไปทั่วโลก หาใช่เพราะไปพบระบบสุริยะใหม่แต่อย่างใด แต่มันเป็นเพราะ ไอ้เจ้า “แทรปปิสต์ – วัน” ที่ว่านี้ ดันเกิดมีดวงดาวที่มีมวลและขนาด รวมถึงระยะทางที่ห่างจากดวงอาทิตย์ของระบบสุริยะนี้ ใกล้เคียงหรือแทบไม่แตกต่างจากโลกสีน้ำเงินของเราเลยถึง 7 ดวง

เป็นเหตุให้บรรดานักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาตร์ หรือแม้กระทั่งมนุษย์เดินดินทั่วโลก อดเกิดปุจฉาในใจไม่ได้ว่า ……..อยู่ใกล้กันถึงเพียงนี้แล้ว เป็นไปได้ไหมที่จะพิสูจน์ให้สิ้นสงสัยเสียทีว่า มนุษย์โลก ….อาจมีเพื่อนบ้านแฝงตัวอยู่ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้จริงๆ

เมื่อเกิดคำถามแบบนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จึงต้องรีบต่อสายตรงไปที่ รอง ศจ.ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล ยอดนักวิทยาศาสตร์ผู้เรืองนาม ขาประจำของไทยรัฐออนไลน์ เพื่อให้มาช่วยไขคำตอบของจักรวาลอันไกลโพ้นในครั้งนี้….

รอง ศจ.ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล ยอดนักวิทยาศาสตร์ผู้เรืองนาม

ระบบสุริยะแทรปปิสต์-วัน คืออะไร?

รอง ศจ.ดร.ชัยวัฒน์ เริ่มต้นการเลกเชอร์ตามแบบฉบับ กระชับแต่เข้าใจง่ายว่า ระบบสุริยะแทรปปิสต์-วัน ก็เหมือนกับระบบสุริยะอื่นๆ ในจักรวาล รวมทั้งระบบสุริยะของเรา ที่มีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง หากแต่ของระบบแทรปปิสต์-วัน นั้น ดวงฤกษ์ หรือ ดวงอาทิตย์ของเขาจะมีขนาดพอๆกับดาวพฤหัสบดีเท่านั้น ส่วนดาวบริวารนั้น จะมีทั้งสิ้น 7 ดวง ตามชื่อเรียกเรียงกันดังต่อไปนี้ A คือ ดวงอาทิตย์ ส่วนถัดไปอีก 7 ดวง คือ b c d e f g และ h ตามลำดับ

แต่จุดที่นักวิทยาศาสตร์ และนักดาราศาสตร์ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจแทบจะอยากผลิตเครื่องเคลื่อนย้ายมวลสารไปยังดาวที่อยู่ห่างออกไป 40 ปีแสง ซะในวันนี้พรุ่งนี้ก็คือ …เจ้าดาว e f และ g

เพราะอะไรน่ะหรือ? …..

นักวิทยาศาสตร์ผู้เรืองนาม เว้นระยะให้พอใคร่อยากรู้ แล้วจึงเฉลยด้วยเสียงดังฟังชัดว่า “ก็เพราะไอ้เจ้า 3 ดวงนี้ มันมีความเป็นไปได้สูงมากว่า อาจจะมีสภาพที่เหมาะสม ที่จะมีสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นมาได้!”

นอกจากนี้ การค้นพบดังกล่าว ยังถือเป็นครั้งแรกที่มีการพบ ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะของเรา ที่มีมวลและขนาดใกล้เคียงกันกับโลกสีน้ำเงินจำนวนมากที่สุด นั่นก็คือ 7 ดวง …และอาจจะไม่สิ้นสุดลงเพียงแค่ 7 ดวงเสียด้วย …นั่นเป็นเพราะ ผลการศึกษาระบบสุริยะแทรปปิสต์-วัน ในเวลานี้ ได้มาจากการใช้กล้องจากโลก สังเกตการเปลี่ยนแปลงของแสง เวลาดาวเคราะห์โคจรตัดหน้าดวงอาทิตย์ของระบบ แทรปปิสต์-วัน เท่านั้น

ซึ่งนั่นแปลว่า ในอนาคตข้างหน้า ด้วยเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยขึ้น รวมถึงมีการสำรวจอย่างละเอียดจริงจัง อาจทำให้พบว่า ระบบแทรปปิสต์-วัน มีดาวเคราะห์ดวงอื่นอยู่อีกก็เป็นได้…

ดาว 7 ดวง ของระบบสุริยะแทรปปิสต์-วัน เหมือนกับโลกของเราอย่างไร?

1.ระยะห่างจากดวงอาทิตย์ที่เหมาะสม

เบื้องต้น ทั้ง 7 ดวง โคจรรอบดวงอาทิตย์ของเขา ไม่ไกลมากนัก โดย ดาว h ซึ่งอยู่ในระยะที่ไกลที่สุด ยังอยู่ในระยะห่างจากดวงอาทิตย์ เมื่อเปรียบเทียบกับระบบสุริยะของเรา ก็จะเท่ากับระยะทางระหว่าง ดวงอาทิตย์ และดาวพุธ เท่านั้น!

หา…ดาวพุธ ดาวที่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด ซึ่งว่ากันว่าเต็มไปด้วยความร้อนขนาดเข้าใกล้ยังยาก แล้วไอ้เจ้า 7 ดวงนี้ที่อยู่ใกล้ขนาดนี้ มันจะไม่ร้อนมากเสียจนถูกเผาหรือ แล้วจะมีสิ่งมีชีวิตดำรงชีพอยู่ได้อย่างไร?

อ.ชัยวัฒน์ ยิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนตอบคำถามนี้ว่า ไม่ร้อนขนาดนั้นหรอก! เพราะหากเป็นระบบของเรา ก็ใช่เลย ใกล้ขนาดนั้นโดนเผาแน่ แต่ของระบบสุริยะแทรปปิสต์-วัน ดวงอาทิตย์มีขนาดเล็กกว่าของระบบสุริยะของเรามาก โดยมีขนาดใกล้เคียงกับดาวพฤหัสบดีของเราแค่นั้น ด้วยเหตุนี้ ดาวเคราะห์ทั้ง 7 ดวง ซึ่งโคจรอยู่ใกล้ขนาดนั้น จึงได้รับทั้งแสงสว่างและความร้อนที่เหมาะสม! โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจ้าดาว e f และ g ซึ่งน่าจะมีของเหลวที่เรียกกันตามประสาชาวบ้านว่า “น้ำ” อยู่บนดาวทั้งสามดวงได้

“ด้วยองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ของเราในปัจจุบัน ที่ใดมีน้ำ ที่นั่น…โอกาสที่อาจจะมีสิ่งมีชีวิตก็ย่อมสูงมาก”

เบื้องต้น ทั้ง 7 ดวง มีออกซิเจนอยู่หรือไม่?

ยังไม่มีข้อมูลในเรื่องนี้ …. แต่…ออกซิเจน ไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด แม้มันจะจำเป็นสำหรับสิ่งมีชีวิตบนโลกของเราก็ตาม

แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ เมื่อดวงอาทิตย์ของระบบแทรปปิสต์ – วัน มีขนาดเล็ก ดาวเคราะห์ทั้ง 7 ดวง ที่แม้จะโคจรอยู่ใกล้ค่อนข้างมาก จึงได้ไม่ได้รับความร้อนและแสงสว่างมากมายอะไรนัก นึกภาพง่ายๆ ก็คือ ในช่วงเวลากลางวัน สว่างเต็มที่ บนดาวทั้ง 7 ดวง จะเท่ากับความสว่างในเวลาช่วงใกล้ค่ำ หรือช่วงเย็นๆ บนโลกของเราเท่านั้น!

และด้วยความที่ ดวงอาทิตย์ มีขนาดเล็กกว่าของระบบสุริยะเรา หากมนุษย์บนโลกเกิดไปอาศัยอยู่บนดาวทั้ง 7 ดวง อาจเกิดความมึนงง เรื่องอายุ วันเดือนปีเกิด เอาได้ง่าย ๆ นั่นเป็นเพราะ การนับวัน-เวลา โดยอาศัยวิถีการโคจรรอบดวงอาทิตย์ ตามแบบฉบับของโลกเรา มันจะผิดเพี้ยนไปกันหมด

ก็มันจะไม่ผิดเพี้ยนไปได้อย่างไร ในเมื่อ 1 ปีที่นั่น สั้นที่สุดมันจะเท่ากับแค่ 1.5 วัน บนโลกสีน้ำเงินของเราแค่นั้น!

1.ดาว b มีวิถีโคจร 1 ปี เท่ากับ 1.5 วัน บนโลก
2.ดาว c มีวิถีโคจร 1 ปี เท่ากับ 2.42 วัน บนโลก
3.ดาว d มีวิถีโคจร 1 ปี เท่ากับ 4 วัน บนโลก
4.ดาว e มีวิถีโคจร 1 ปี เท่ากับ 6 วัน บนโลก
5.ดาว f มีวิถีโคจร 1 ปี เท่ากับ 9.2 วัน บนโลก
6.ดาว g มีวิถีโคจร 1 ปี เท่ากับ 12.3 วัน บนโลก
7.ดาว h มีวิถีโคจร 1 ปี เท่ากับ 20 วัน บนโลก

ดาว 7 ดวง ด้านมืด-มืดตลอด ด้านสว่าง-สว่างตลอด

นอกจากนี้ การที่ทั้ง 7 ดวงอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มาก อิทธิพลของแรงดึงดูดจากดวงอาทิตย์จึงส่งผลให้ดาวเคราะห์ทั้ง 7 ดวง จะหันหน้าด้านเดียวเข้าหาดวงอาทิตย์ตลอดไป

พูดง่ายๆ คือ ด้านใดที่สว่าง ก็จะสว่างไปตลอด ส่วนด้านใดที่มืด ก็จะมืดไปตลอด ซึ่งประเด็นนี้จึงต้องเป็นประเด็นที่นำไปวิเคราะห์อยู่เหมือนกันว่า มันเป็นเรื่องดี หรือ ไม่ดี ต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต หากว่าทั้ง 7 ดวง เกิดมีสิ่งมีชีวิตขึ้นมา

ขณะเดียวกัน ประเด็นดังกล่าวนี้ยังทำให้โอกาสมีสิ่งมีชีวิตบนดาวทั้ง 7 ดวง ลดความน่าจะเป็นลงไปเล็กน้อยด้วย

ดวงอาทิตย์ เล็กกว่า ระบบสุริยะของเรา แปลว่าจะอยู่ได้อีกไม่นานใช่ไหม?

“NO….ไม่เป็นแบบนั้นเลย” จอมนักวิทยาศาสตร์อุทานเสียงดัง ก่อนเลกเชอร์วิทยาศาสตร์ให้ฟังต่อไปว่า

ถ้าเปรียบเทียบกับดวงอาทิตย์เรา ดวงอาทิตย์ของเราเกิดมาแล้ว 4,600 ล้านปี จะอยู่ได้อีกอย่างน้อย 5 พันล้านปี ถึงจะเปลี่ยนสภาพไปเป็น ดาวยักษ์แดง จากนั้นโลกของเราก็จะตาย เพราะโดนดวงอาทิตย์ขยายมากลืนกินโลกเข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง ส่วนดวงอาทิตย์ ของระบบใหม่นี้ เนื่องจากเป็นดาวฤกษ์ที่มีขนาดเล็กมาก และเพิ่งมีอายุประมาณ 500 ล้านปี และจะอยู่ต่อไปอีกยาวนานกว่าดวงอาทิตย์ของเรา ถึง ประมาณ 1 พันเท่า

2. ขนาดและมวล ใกล้เคียงกับโลกสีน้ำเงิน

จากข้อมูลใหม่ของนาซา พบว่า ทั้ง 7 ดวง เมื่อเปรียบเทียบกับโลกเรา ดวงที่มีมวลน้อยที่สุด คือ ดาวเคราะห์ ดาว  d มีมวล 0.41 เท่าของโลก หรือมีมวลน้อยกว่าโลกเกือบครึ่งหนึ่ง ส่วนดาวเคราะห์ที่มีมวลมากที่สุด คือ ดาว c มีมวล 1.38 เท่า ของโลก

ขณะที่ ดาว e f และ g ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจ นั้น 1.ดาว e มีมวล 0.62 เท่าของโลก 2.ดาว f มีมวล 0.68 เท่าของโลก 3.ดาว g มีมวล 1.34 เท่าของโลก

“พูดง่ายๆ ว่า สามารถเดินอยู่บนดาวทั้ง 7 ดวง โดยมีความรู้สึกไม่ต่างไปจากการเดินบนโลกของเราเลย”

ทำไมต้องนำ ขนาด มวล รวมทั้งองค์ประกอบอื่นๆ ในโลกไปใช้เปรียบเทียบสำหรับการค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก

“ง่ายๆ เลย…” อ.ชัยวัฒน์ กลั้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ก่อนตอบคำถามนี้ว่า “ก็นักวิทยาศาสตร์ใช้โลกของเราเป็นเกณฑ์มาตรฐานน่ะสิ!”

ที่ผ่านมา เราไม่มีข้อมูลหรือองค์ความรู้อื่นใดที่บ่งชี้ถึงการพบสิ่งมีชีวิตได้ดีที่สุด นอกเสียจากบนโลกของเราเท่านั้น ฉะนั้นการค้นหาสิ่งมีชีวิตบนดาวในระบบสุริยะอื่นๆ จึงต้องทุ่มเทในการสร้างเทคโนโลยีสำหรับการค้นหาไปที่ดาวเคราะห์ที่มีขนาดใกล้เคียงกับโลก รวมถึงอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ใกล้ หรือไกลจากดวงอาทิตย์ของเขามากเกินไปนัก

ห่างไกล 40 ปีแสง เป็นไปได้ไหมจะเดินทางไปสำรวจ

“เบื้องต้น ต้องถือว่า ใกล้มากๆ นะ” จอมนักวิทยาศาสตร์ไทยครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่อไปว่า ที่บอกว่าใกล้ เพราะระบบสุริยะที่เราเคยพบอื่นๆ นั้น ไกลกว่านี้มาก แต่แน่นอน… สำหรับเทคโนโลยีของมนุษยชาติในเวลานี้ ต้องบอกว่า การจะเดินทางไป ย่อม “เป็นไปไม่ได้” แต่ส่วนตัวเชื่อมั่นว่า อีกสักประมาณ 100 ปีข้างหน้า มนุษยชาติน่าจะพัฒนาเทคโนโลยีได้ก้าวหน้าพอ จนทำเรื่องที่ ณ วันนี้ บอกว่า “เป็นไปไม่ได้” ให้ “เป็นไปได้”

การค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกระบบสุริยะของเรา คือ เรื่องที่ไกลเกินฝัน?

“มันก็ไม่ถึงกับขนาดนั้นหรอก…” อ.ชัยวัฒน์ กล่าวอย่างหนักแน่น

เพราะเมื่อปี 2015 ที่ผ่านมา นายยูริ มิลเนอร์ นักธุรกิจชาวรัสเซีย ได้จับมือกับ สตีเฟน ฮอว์กิง นักวิทยาศาสตร์เอกของโลก ประกาศตั้งโครงการ Breakthrough Initiatives โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การค้นหาสัญญาณจากดาวเคราะห์ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ การค้นหามนุษย์ต่างดาวนั่นแหละ!

รวมทั้งมีแผนจะส่งยานอวกาศรูปแบบใหม่ เรียก StarChip ซึ่งจะเป็นยานอวกาศขนาดจิ๋วนับพันๆ ลำ ติดกล้องและเครื่องมือวิทยาศาสตร์ต่างๆ ซึ่งสามารถเดินทางด้วยความเร็ว 20 เท่าของความเร็วแสง ไปยัง ดาวเคราะห์พร็อกซิมา บี (Proxima b) ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ ซึ่งขณะนี้มีความเป็นไปได้สูงเหลือเกินว่า อาจปกคลุมด้วยมหาสมุทรลึกถึง 200 กิโลเมตร และมีบรรยากาศห่อหุ้ม ที่อยู่ห่างออกไปเพียง 4.2 ปีแสง!

ซึ่งใกล้กว่าดาวในระบบสุริยะแทรปปิสต์ – วัน และที่สำคัญยังอาจมีน้ำจำนวนมหาศาล สัญลักษณ์สำคัญของการมีสิ่งมีชีวิต

และจะใช้เวลาในการเดินทางทั้งสิ้นเพียงประมาณ 20 ปี บวกกับเวลาสำหรับการส่งภาพและข้อมูลกลับมายังโลก ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอีก 4.2 ปี นับเวลารวมทั้งสิ้น เพียง 24 ปีเท่านั้น ฉะนั้นนี่คือความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญอย่างยิ่งที่ชาวโลกจะต้องจับตามอง

นอกจากนี้ ในปี 2018 นาซา จะมีของเล่นชนิดใหม่ที่เป็นกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Jame Webb Space Telescope ซึ่งจะมีระบบคล้ายๆ กล้องฮับเบิ้ล แต่จะมีประสิทธิภาพสูงกว่ามาก มาใช้งาน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การค้นหาดาวเคราะห์ที่มีสภาพใกล้เคียงกันกับโลกของเรา

และแน่นอน การที่ได้เจอดาวเคราะห์อื่นๆ ที่มีสภาพเหมาะสมสำหรับการเกิดสิ่งมีชีวิต เพิ่มมากขึ้นๆ เท่าไร!

คำถามที่ว่า มีใครอีกไหมในจักรวาล มีความเป็นไปได้สูงมากขึ้นเท่านั้น!

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน 

 

สมาชิกใหม่ของครอบครัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 มี.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/874926


ภาพของครอบครัวช้างในสวนสัตว์เมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยแม่ช้างนั้นเพิ่งให้กำเนิดลูกช้างตัวใหม่และเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกของเจ้าช้างตัวน้อยที่มีความสูงแค่ต้นขาคู่หน้าของพ่อกับแม่ ซึ่งลูกช้างตัวนี้กลายเป็นขวัญใจล่าสุดของชาวเมืองซูริก สามารถยืนได้แต่ไม่มีทีท่าซุกซนออกห่างจากพ่อและแม่ที่เดินขนาบข้างลูกน้อยออกมาอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวชมความสุขสันต์ของครอบครัวตัวช้าง.

 

ฟิลิปปินส์พบแล้ว ศพตัวประกันชาวเยอรมันโดน ‘อาบูไซยาฟ’ ฆ่าตัดคอ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 มี.ค. 2560 04:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/875390


เจ้าหน้าที่ของประเทศฟิลิปปินส์พบศพของตัวประกันชาวเยอรมันที่ถูกกลุ่มอาบูไซยาฟฆ่าตัดคอเมื่อสัปดาห์ก่อนแล้ว และกำลังประสานงานเพื่อส่งศพคืนประเทศบ้านเกิดต่อไป…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของประเทศฟิลิปปินส์เผยว่า มีผู้พบศพของนาย เยอร์เกน แคนท์เนอร์ ชายชาวเยอรมันผู้ถูกกลุ่มติดอาวุธอาบูไซยาฟจับเป็นตัวประกัน และถูกสังหารด้วยการตัดคอเมื่อสัปดาห์ก่อนแล้ว เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่จังหวัดซูลู ทางใต้ของประเทศ

พลตรี การ์ลิโต จี. กัลเบซ จูเนียร์ จากกองบัญชาการกองทัพภูมิภาคมินดาเนาตะวันตก ระบุว่า พวกเขากำลังประสานงานกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อขอรับศพของนายแคนท์เนอร์

ทั้งนี้ ทางการฟิลิปปินส์กับเยอรมนียืนยันเมื่อสัปดาห์ก่อนว่านายแคนท์เนอร์ ซึ่งถูกอาบูไซยาฟจับตัวเอาไว้นานกว่า 3 เดือน ถูกสังหารแล้ว หลังจากพ้นกำหนดจ่ายเงินค่าไถ่ โดยกลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้เผยแพร่คลิปวิดีโอแสดงให้เห็นภาพการฆ่าตัดคอนายแคนท์เนอร์ลงบนโลกออนไลน์ด้วย

เหตุการณ์นี้ทำให้ประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตร์เต แห่งฟิลิปปินส์ต้องออกมาขอโทษเยอรมนีที่กองทัพของเขาช่วยเหลือนายแคนท์เนอร์ไม่ได้ “ผมเสียใจอย่างยิ่งที่ตัวประกันสัญชาติของประเทศคุณ ถูกตัดคอ” “มีการออกปฏิบัติการครั้งใหญ่ เราพยายามอย่างดีที่สุดจริงๆ แล้วเราก็พลาด นั่นเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับ”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สลด! ‘อาบูไซยาฟ’ ตัดคอสังหารตัวประกันชาวเยอรมันแล้ว

 

‘แอร์อินเดีย’ จัดเที่ยวบินลูกเรือหญิงล้วนวนรอบโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 มี.ค. 2560 04:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/875367


สายการบินแอร์อินเดียเปิดเผยเมื่อ 5 มี.ค.ว่า แอร์อินเดียจัดเที่ยวบินพิเศษขึ้นบินรอบโลกโดยใช้ลูกเรือเป็นผู้หญิงทั้งหมด โดยประสบผลสำเร็จบินรอบโลก โดยเริ่มจากสนามบินในกรุงนิวเดลีข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกไปยังนครซานฟรานซิสโกของสหรัฐฯ เมื่อ 27 ก.พ. และขากลับบินจากนครซานฟรานซิสโกข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกถึงกรุงนิวเดลี เมื่อ 3 มี.ค. แอร์อินเดียยังยื่นขอรับรองบันทึกสถิติโลกจากหนังสือกินเนสส์ บุ๊ก ออฟ เวิลด์ เรคคอร์ดด้วย

นอกจากลูกเรือบนเครื่องล้วนเป็นผู้หญิงแล้ว พนักงานส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้องก็เป็นผู้หญิงด้วยเช่นกัน รวมทั้งพนักงานรับเช็กอินและพนักงานภาคพื้นอื่นๆเช่นเดียวกับพนักงานควบคุมการบินทางอากาศ

สายการบินแอร์อินเดียระบุด้วยว่า จะจัดเที่ยวบินอื่นๆที่ใช้ทีมพนักงานเป็นผู้หญิงล้วนอันเป็นส่วนหนึ่งของวันสตรีสากล ซึ่งมีการจัดเฉลิมฉลองในวันที่ 8 มี.ค.ของทุกปี อีกทั้งเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา แอร์อินเดียได้กันส่วนที่นั่งขายตั๋วโดยสารเฉพาะผู้หญิงด้วยหลังมีรายงานผู้หญิงบางคนถูกผู้โดยสารอื่นจับลูบคลำหน้าอกระหว่างเดินทาง.

 

สลด! ฮ.กู้ภัยญี่ปุ่นตก ดับ 3 ศพ สูญหายอีก 4 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 มี.ค. 2560 02:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/875307


เฮลิคอปเตอร์กู้ภัยของญี่ปุ่นตกโดยไม่ทราบสาเหตุบนภูเขาในพื้นที่ภาคกลางของประเทศเมื่อวันอาทิตย์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย และสูญหายอีก 4 คน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 มี.ค. เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยของประเทศญี่ปุ่นตกบนภูเขาฮาจิบุสะ ในจังหวัดนากาโนะ ตอนกลางของประเทศ ซึ่งกำลังถูกปกคลุมด้วยหิมะ ระหว่างการฝึกออกปฏิบัติการณ์โดยมีผู้โดยสาร 9 คน ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 ราย และมีผู้สูญหายอีก 4 คน

ตามการเปิดเผยของตำรวจจังหวัดนากาโนะ เฮลิคอปเตอร์ลำนี้บรรทุกเจ้าหน้าที่ดับเพลิง 7 นาย นักบิน 1 คน และวิศวกรอีก 1 คน ออกฝึกซ้อมปฏิบัติการกู้ภัยบนภูเขาฮาจิบุสะเมื่อวันอาทิตย์ แต่ขาดการติดต่อในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ก่อนจะได้รับการยืนยันว่าเครื่องตก

ทั้งนี้ ตำรวจระบุว่า มีชาย 3 คนได้รับความช่วยเหลือออกจากซากเฮลิคอปเตอร์ และถูกส่งตัวทางอากาศไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียง อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดถูกประกาศว่าเสียชีวิตในเวลาต่อมา จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงพบผู้รอดชีวิต 2 คน ส่วนผู้สูญหายอีก 4 คนเจ้าหน้าที่เชื่อว่ายังอยู่ใต้ซากเฮลิคอปเตอร์ ขณะที่สาเหตุการณ์ตกกำลังอยู่ระหว่างสืบสวน

 

เครื่องบินรบตกใกล้พรมแดนตุรกี-ซีเรีย เคราะห์ดีนักบินดีดตัวทัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 มี.ค. 2560 00:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/875287


เครื่องบินรบของประเทศซีเรียตกบริเวณชายแดนตุรกีและซีเรียเมื่อวันเสาร์ แต่เคราะห์ดีนักบินดีดตัวทัน โดยล่าสุดถูกพบตัวและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในจังหวัดทางใต้ของตุรกีแล้ว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครื่องบินรบของประเทศซีเรียตกบริเวณพรมแดนระหว่างประเทศตุรกีและซีเรียเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม นักบินสามารถดีดตัวออกจากเครื่องได้ ซึ่งหน่วยกู้ภัยตุรกีพบตัวเขาห่างจากจุดตกของเครื่องบินประมาณ 40 กม. และส่งตัวเขาไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลในจังหวัดฮาไต ทางใต้ของตุรกี

นักบินรายนี้ถูกระบุชื่อว่า เมห์เหม็ด ซูฟฮาน อายุ 56 ปี โดยเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลระบุว่า เขาได้รับบาดเจ็บกระดูกสันหลังร้าว แต่อาการไม่ถือว่าวิกฤติ

ทั้งนี้ ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเครื่องบินรบลำนี้ตกเพราะเหตุขัดข้องทางเทคนิค หรือถูกยิงตก เนื่องจากในปัจจุบัน ปฏิบัติการสู้รบระหว่างกองทัพรัฐบาลซีเรียและกลุ่มติดอาวุธขยับเข้าใกล้ชายแดนตุรกีมากขึ้น ขณะที่สื่อของซีเรียรายงานอ้างแหล่งข่าวในกองทัพว่า เครื่องบินรบลำหนึ่งของพวกเขาขาดการติดต่อระหว่างปฏิบัติภารกิจบริเวณชายแดนตุรกี แต่ไม่ให้รายละเอียดอื่นๆ