We Love King Bhumibol Adulyadej

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/256245

วันจันทร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ประวรา เอครพานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท บูติคนิวซิตี้ จำกัด (มหาชน) จัดงาน We Love King Bhumibol Adulyadej โดยมีครอบครัวโชควัฒนา คณะผู้พิพากษาสมทบ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ รุ่น 1-5 สมาคมสตรีเพื่อสตรี สมาคมสตรีไทยแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ กลุ่มเพื่อนเซนต์โยเซฟฯ 03 เพื่อนเตรียมอุดมรุ่น 24 ชมรมเพื่อนรักเพลง ฯลฯ อัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์มาขับร้อง เพื่อน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชซึ่งพสกนิกรน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระราชสมัญญาว่า “อัครศิลปิน” ณ สตาร์รี่ มิวสิค ฮอลล์ เดอะ พุด อิงลิช การ์เด้นประดิษฐ์มนูธรรม 26

งานนี้ได้อัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์ “รัชกาลที่ 9 กษัตริย์ผู้ทรงเป็นคีตกวี ได้พระราชนิพนธ์ถึง 48 เพลง มาขับร้องโดยคณะสมาคมนักธุรกิจระดับแนวหน้าและคนดังในสังคม ได้แก่บุญเกียรติ-บุญชัย โชควัฒนา, สุวิทย์ อังศวานนท์ วิรัชอมตกุลชัย, ดร.การุญ จันทรางศุ, ดร.ปารย์รินทร์ อมรถาวรศักดิ์,มณีรัตน์ วัฒนสมบัติ ฯลฯ พร้อมด้วยการแสดงลีลาศประกอบบทเพลงพระราชนิพนธ์ ได้รับเกียรติจาก คุณหญิงกิ่งแก้วเอื้อทวีกุล และ นนทชัย เมฆสวัสดิ์ พลิ้วไหวในเพลง “รัก ขับร้องโดย พิสิษฐ์ สิทธิเชาวพันธ์,ปัญจะ เสนาดิสัยสุนันทา ต่างใจ แสดงลีลาศในเพลง แสงเทียน ที่ขับร้องโดย บุญเกียรติโชควัฒนา และ พล.ต.อ. เฉลิมเดช ชมพูนุท-ดร.ดนยา หงสกุลโชว์ลีลาในเพลง “Oh I Say” โดย สุมาลี ทวิวรดิลก

Star Of the Night สำหรับสุภาพสตรี 10 คนที่แต่งกายสวยงาม โดย คุณหญิงกิ่งแก้ว เอื้อทวีกุล,คุณหญิงกัญญา หงส์ลดารมภ์,รัชนิบูล ปราณีประชาชน, สุมณี คุณะเกษม, สุวรรณี-จำเนียร-ทิพาภรณ์ โชควัฒนา เป็นผู้มอบรางวัล ผู้ได้ครองตำแหน่ง อาทิ คุณหญิงเยาวรัตน์ เตชะเวช, กลอเรีย มหาดำรงค์กุล, มณีรัตน์ วัฒนสมบัติ, ยุวดี เลี่ยวไพรัตน์, ปรางทิพย์ ทวีพาณิชย์, ผุดผ่อง อุชชินและ บัณพร เอี่ยมอมรพันธ์ ปิดงานด้วยการรวมใจถวายความอาลัย ในหลวง รัชกาลที่ 9” โดยสมาคมหรือคณะบุคคล ได้แก่ ครอบครัวโชควัฒนา สมาคมสตรีเพื่อสตรี สมาคมสตรีไทยแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ กลุ่มเพื่อนเซนต์โยฯ 03 เพื่อนเตรียมอุดมรุ่น 24ชมรมเพื่อนรักเพลง นำบทเพลงของศิลปินที่แต่งขึ้นเพื่อสรรเสริญ ในหลวง รัชกาลที่ 9 มาขับร้อง อันประกอบด้วยเพลง ในหลวงของแผ่นดิน, ราชาผู้ทรงธรรม, หนึ่งในโลก, ราชาเป็นสง่าแห่งแคว้น,รูปที่มีทุกบ้าน, ต้นไม้ของพ่อ และ ของขวัญจากก้อนดิน ฯลฯ

 

ลอฟท์ชวนบอกรักสไตล์ญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/256261

วันจันทร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ลอฟท์ ไลฟ์สไตล์ช็อปชื่อดังจากญี่ปุ่น ชวนมาบอกรัก มอบของขวัญชิ้นพิเศษให้กับคนพิเศษ ต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ กับสินค้าหลากหลายไอเท็มที่จะช่วยเติมเต็มให้กับผู้รับประทับใจ นอกจากนี้ลอฟท์ ยังเผยถึงวิธีเซอร์ไพรส์การบอกรักสไตล์ญี่ปุ่นอีกด้วย

กฤษดา รินทรานุกูล ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานบริหารธุรกิจค้าปลีก บริษัท สยาม สเปเชียลลิตี้ จำกัด ผู้บริหารร้าน “Loft” ไลฟ์สไตล์ช็อปชื่อดังจากญี่ปุ่นเผยว่า ปัจจุบันญี่ปุ่นมีวัน White Day ตรงกับวันที่ 14 มีนาคม คือหนึ่งเดือนถัดจากวันวาเลนไทน์ โดยวัน White Dayจะเป็นวันที่ผู้ชายที่เคยได้รับช็อกโกแลต จะคืนของขวัญให้กับผู้หญิง ซึ่งคนญี่ปุ่นจะไม่นิยมให้ดอกไม้แก่กัน ซึ่งวิธีการเซอร์ไพรส์ของคนญี่ปุ่นนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นฝ่ายหญิงที่มอบของขวัญให้โดยแอบไว้ใต้โต๊ะหรือตู้รองเท้า โดยมอบ
เป็นช็อกโกแลตทำเอง นอกจากนี้สาวญี่ปุ่นจะมีธรรมเนียมสนุกๆ ด้วยการแจก Giri choco (Giri คือการรักษาความผูกผัน หรือ รักษาน้ำใจ) ให้กับเพื่อนๆ ในออฟฟิศเดียวกัน ซึ่งเป็นช็อกโกแลตที่ที่ขายกันทั่วไปราคาไม่แพง

สำหรับใครที่กำลังมองหาไอเดียของขวัญที่จะไปมอบให้คนพิเศษ ร้านลอฟท์ นำเสนอของขวัญบอกรักสไตล์ญี่ปุ่นหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำหอม Juliet Love Letter Love Passport และน้ำหอม Juliet Kiki Clair Love Passport ขนาด 40 ml. น้ำหอมโรแมนติกที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวของโรมิโอและจูเลียต กลิ่นที่สะท้อนความโรแมนติกผสมผสานกับกลิ่นผลไม้ อาทิสตรอเบอร์รี่, BlackBerry และค็อกเทลส้ม ลิปเพิ่มความชุ่มชื้น Creer Beaute Miracle Romance Twin ที่มาในแพ็กเกจน่ารักและหรูหรา เหมาะกับหญิงสาวที่ีรักสวยรักงามและรักในงานดีไซน์

เครื่องประดับ กำไลข้อมือ Lovers Collectionกำไลสีทองรูปหัวใจ หรือแทนความรักที่มีความหมายด้วย “แหวนคู่ INORI” สลักบนแหวนด้วยประโยคสร้างความประทับใจ พร้อมเอาใจวัยรุ่นกับ แหวน Kangaroom UNME collection ด้านในตัวแหวนสลักด้วยหัวใจ คอนเซ็ปต์หยิน หยาง นาฬิกาข้อมือ หน้าปัดทำจากไม้วอลนัตสายหนังแท้

เพลิดเพลินไปกับ กล่องดนตรี Wooderful Life Lover’s Lock หรือ เสื้อยืดสื่อรักแทนใจ ผ้าคอตตอนเนื้อดีกับลายคู่รักสุดน่ารัก รวมทั้ง ปลอกหมอน Human Touch ให้คู่รักหนุนนอนและนึกถึงกันตลอดเวลา อัลบั้มรูป ลายหัวใจและดาว เพื่อเก็บความประทับใจทุกช่วงเวลาดีๆกับคนพิเศษ การ์ดบอกรัก ดีไซน์สุดเก๋ นำเข้ามาจากญี่ปุ่น

และอีกมากมายที่จะเติมเต็มความรักของทุกคู่ คลิกไปชมได้ที่ http://www.loftbangkok.com, Facebookที่ loftbangkok, Line @loftbangkok และ Instagram : LoftBangkok

หนังสือเด่น : ดาวซานถี่ อุบัตการณ์สงครามล้างโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/256166

วันอาทิตย์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ใครที่ติดตามอ่านนิยายจีนมาอย่างต่อเนื่อง คงจะเห็นเหมือนผมว่า จินตนาการของ นักประพันธ์จีนยุคใหม่ก้าวล้ำวิทยาการเข้าไปสู่ประเทศต้นแบบทางวิทยาการหลายเรื่อง ในทำนองเปลี่ยนแนวคิดให้คนอ่าน สับสนถึงความเป็นไป เป็นมาในวิวัฒนาการของวิชาการ อาทิ จากเรื่อง ปัญจมหาโจรจินตนาการของผู้ประพันธ์ บอกเล่าให้คนอ่านรับรู้ว่า “ระเบิดปรมาณู ที่ อเมริกาใช้ถล่มญี่ปุ่น” นั้นเป็นผลงานของชาวจีน ที่ไปอาศัยอยู่ในอเมริกา เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่า ด้วยลีลาและคุณภาพของนักประพันธ์ทำให้ผู้อ่านไขว้เขวได้ไม่น้อยเหมือนกัน

ในเรื่อง ดาวชานถี่ เล่มนี้ ก็เช่นเดียวกัน จินตนาการของ “หลิวฉือซิน”ผู้ประพันธ์ ก็สร้างเรื่องราว การบุกรุกโลกมนุษย์ของ มนุษย์ต่างดาวให้คนอ่านคล้อยตามได้ถึงความเป็นไปได้ไม่น้อย

หลิวฉือซิน เป็นวิศวกร ที่เรียนจบ และทำงานอยู่ในอาชีพวิศวกร ทางด้านไฟฟ้าและพลังงานมานาน จึงมีความรอบรู้ในแนวทางของวิทยาศาสตร์ที่ค่อนข้างเป็นรูปธรรม การสร้างจินตนาการของเขา จึงอยู่บนพื้นฐานของวิชาการทางด้านวิทยาศาสตร์ที่เป็นความจริง เรื่องราวที่ถูกสร้างขึ้นมาจึง เต็มไปด้วยเหตุและผลของความเป็นได้ นิยายเรื่องนี้จึงมีพลังที่ทำให้คนอ่านคล้อยตามได้ในทุกวินาที

เรื่องราวกล่าวถึง ดวงดาวในจักรวาลดวงหนึ่งที่เรียกว่า ดาวซานถี่ต้องการจะเข้ามาครอบครองโลกมนุษย์เพราะเห็นว่า เป็นแผ่นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ พวกเขาจึงวางแผนที่จะยึดครองโลก โดยอาศัยปัญหาที่เกิดขึ้นในวิถีชีวิตของชาวโลก ด้วยการสร้างค่านินม เชื่อมโยงปัญหา และคลี่คลายปัญหา หลักการเฉพาะของชาวซานถี่ กล่าวคือ สร้างลัทธิซานถี่ให้ฝังอยู่ในจิตวิญญาณของชาวโลก โดยคาดหวังว่า หากพวกเขาสามารถเปลี่ยนค่านิยมของชาวโลกให้อยู่ในกรอบความคิดของ ลัทธิซานถี่แล้ว ทุกอย่างที่จะทำลายยึดครอง หรือสั่งการอะไรก็ย่อมทำได้สำเร็จทั้งสิ้น

จุดเด่นที่สร้างแรงคล้อยตามได้อย่างมีเหตุผลคือ นิยายเรื่องนี้ ใช้ ปัญหามาเป็นตัวนำเรื่อง โดยเริ่มจากประเทศจีนในยุค 1967 เมื่อ พรรคคอมมิวนิสต์ มีการปฏิวัติทางวัฒนธรรม สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในประเทศส่วนใหญ่เป็นอย่างมาก ด้วยพฤติกรรมที่รุนแรง โหดเหี้ยมกับผู้ต่อต้าน จนกลายเป็นหลุมดำในจิตใจของชาวจีนหลายร้อยล้านคน และด้วยปัญหานี้เอง สิ่งมีชีวิตใน ดาวซานถี่จึงเริ่มสร้างอุบัติการณ์ขึ้นในโลก ท่ามกลางฝูงชนที่ต้องการ สิ่งยึดเหนี่ยวเพื่อหนีปัญหาจากการกระทำของ พวกเรดการ์ด ในการปฏิวัติวัฒนธรรม ซึ่งต้องยอมรับว่า เป็นเหตุเป็นผล ที่จะโน้มน้าวให้คนในสังคมหันมายึดถือ ลัทธิใหม่เพื่อความอยู่รอดของตนเองหนังสือเล่มนี้เพิ่งออกมาเป็นเล่มที่หนึ่ง เรื่องราวต่อไปจะดำเนินเป็นเหตุเป็นผลมากน้อย จนสามารถเป็นพลังจูงใจให้คนเกิดความเชื่อถือได้มากแค่ไหน คงต้องตามอ่านในเล่มต่อๆ ไป แต่ที่แน่ๆ นิยายเรื่องนี้ ได้รับรางวัล ฮูโก ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับนิยายวิทยาศาสตร์ ก็น่าประเมินได้ว่า แกนของเรื่องคงไม่เพ้อฝันจนหลุดโลกไปจากความเป็นจริงแน่นอน

รักเจ็บปวดที่ยากจะลืมเลือน

มีไหมที่วันแห่งความรักจะกลับคืนมา

“ตะวันเร้นรัก” เขียนโดย “ยามาระตี” เป็นนิยายรักโรแมนติก ที่กล่าวถึงเงื่อนงำของความรักที่ฝังใจในความเจ็บปวดจากอดีต จนทำให้ชายหนุ่มไม่ยอมพบกับความรักอีกเลยในชีวิต แม้กับหญิงสาวที่ช่วยชีวิตเขาไว้ ยังถูกตราหน้าว่าทำเพื่อเงิน ทำให้ชีวิตของเขาและเธอกลายเป็นเส้นขนาน แต่ด้วย ความกตัญญูของผู้เป็นแม่ กลับชักพาให้เธอและเขาต้องผูกพันกัน ความรักที่แสนหวานกลายเป็นรักขมที่ระทมทุกข์จากผู้ชายที่ไร้หัวใจรัก แล้วชีวิตรักของ เธอกับเขาจะลงเอยกันได้อย่างไร จะมีวันที่ท้องฟ้าสดใส เมื่อวันแห่งความรักกลับคืนมาไหม ราคาเล่มละ 280 บาท

สอนเด็กให้รู้จักวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล

ชี้ให้เห็นถึงปัญหาในชีวิตประจำวันด้วยการ์ตูน

“เข็มทิศ KID เก่ง” เป็นหนังสือการ์ตูนของเกาหลี เขียนโดย “Bae,II-Yeong” วาดภาพโดย “Park, Geun-Yong” แปลเป็นไทยโดย “เฉลิมพล ผลไม้” จำหน่ายเล่มละ 175 บาท เป็นเรื่องราวที่ต้องการสอนให้เด็กรู้จักคิดและวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล ถึงปัญหา และคำถามที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำตัว อาทิ ฉันเป็นหัวหน้าห้องนะ, ทำอย่างไรฉันจึงจะอึดกว่าคนอื่นๆ หรือ การทำตัวให้ทุกคนยอมรับว่า ฉันนี่แหละเพอร์เฟ็กต์ ทุกเรื่องทุกปัญหาจะบอกถึงทางออกและแนวคิด ที่สืบทอดมาจากนักปราชญ์ที่โลกยกย่อง เพื่อเป็นการปลูกฝังข้อคิดดีๆ ให้ติดอยู่ในตัวเด็ก และเพื่อให้เด็กนำเอาแนวทางแห่งปรัชญาไปใช้ในชีวิตประจำวัน

เทพบุตรเดินดินถึงเทพบุตรมาเฟีย

จากผู้หญิงที่รุมล้อมเข้าสู่ศัตรูคู่แค้น

“เทพบุตรมาเฟีย” งานเขียนของ “ม่ออู่” แปลเป็นไทยโดย “เกาเฟย” เป็นอาชญนิยายที่ต่อมาจากภาคแรกในชื่อ เทพบุตรเดินดินเรื่องราวของ เย่เฟิง บุรุษ ผู้ไม่มีใครรู้หัวนอนปลายเท้า แวดล้อมไปด้วยมวลหมู่ของหญิงสาวที่หลงใหลในเสน่ห์และความประหลาดของเขา ในภาคที่สอง หลังจากที่เขารื้อฟื้นความทรงจำได้แล้ว เขาก็ก้าวเข้าสู่ชีวิตแห่งความเป็นจริง ในดงของมาเฟียที่เต็มไปด้วย ศัตรูคู่แค้นที่ต้องการล้มระบบเจ้าพ่อ และช่วงชิงความเป็นใหญ่ เรื่องราวในภาคที่สองนี้ จึงเป็นการเผยชีวิตในแวดวงมาเฟียที่ต้องห้ำหั่นกันด้วยเล่ห์เหลี่ยม กลโกง และพละกำลังเพื่อความอยู่รอดขององค์กร “ม่ออู่” ยังคงดำเนินเรื่องได้อย่างเข้มข้น ชวนให้ติดตามไม่แพ้ภาคแรก จำหน่ายเล่มละ 280 บาท

เผยภาพและเรื่องครอบครัว ติ๊ก-เจษฎาภรณ์

เป็นครั้งแรกรับวันวาเลนไทน์พร้อมแจกเพชร

นิตยสารแพรว ฉบับ 10 กุมภาพันธ์ 2560 พาสมาชิกบ้านผลดี ยกทีมพ่อแม่ลูก นำทีมโดย พ่อติ๊ก-เจษฎาภรณ์ แม่พีช-สิตมน และน้องเต็นท์ มาเผยความรัก ความอบอุ่นรับวาเลนไทน์ กับการถ่ายแฟชั่นครั้งแรกของบ้านผลดีและสัมภาษณ์ อย่างละเอียดยิบ นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวความรักของคู่รักในวงการบันเทิงอีกคู่อย่าง นัท-อั้ม ที่มาแชร์ไลฟ์สไตล์การอ่านในคอลัมน์ “I Read, U Read” พร้อมยังหอบหนังสือดีมาแจกผู้อ่านอีกด้วย เริ่มจากกิจกรรมแจกแหวนเพชรที่ทุกคนรอคอย คูปองแหวนเพชรชิ้นที่ 1 ให้ผู้อ่านสะสมให้ครบ 6 ชิ้น ได้ตั้งแต่ฉบับนี้ ถึง ฉบับ 25 เม.ย. 2560

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘เมืองอุตรดิตถ์’ ภูมิการค้าท่าน้ำแห่งเมืองเหนือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/256173

วันอาทิตย์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก

สังคมการเรียนรู้ทุกวันนี้สามารถสืบค้นข้อมูลและศึกษาได้จากแหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่มากมายหลายแห่ง  แต่การเรียนรู้ที่แหล่งความรู้เคลื่อนที่เข้าหากลุ่มผู้เรียนนั้นเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียน ครูและประชาชนได้เข้าถึงแหล่งข้อมูลความรู้ในคราวเดียวกันนั้น หาได้ยาก อาทิตย์นี้ได้ตามการจัดงานวัฒนธรรมศาสนา วิทยาศาสตร์ สร้างโอกาสให้เด็กจังหวัดอุตรดิตถ์  ที่กระทรวงวัฒนธรรมและมูลนิธิเผยแผ่ศาสนาและพัฒนาคุณภาพชีวิตร่วมกับจังหวัดอุตรดิตถ์  ซึ่งเป็นโครงการที่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันจัดทุกปี โดยหมุนเวียนไปจังหวัดต่างๆ ครั้งนี้ เป็นครั้งที่ ๑๗ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ในวันที่๘-๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา

เมืองอุตรดิตถ์ในอดีตนั้น เป็นพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์ มีที่ราบลุ่มอันเกิดจากดินตะกอนจากแม่น้ำน่านจึงทำให้เป็นพื้นที่เหมาะแก่การตั้งถิ่นฐานและประกอบกสิกรรมมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ มีหลักฐานว่ารอบตัวเมืองอุตรดิตถ์นั้นมีร่องรอยการเคลื่อนไหวและการตั้งถิ่นฐานของแหล่งชุมชนมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่มีอายุมากกว่า ๒,๐๐๐ ปี โดยสำรวจพบเครื่องมือหินขัดและโครงกระดูกมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ที่บ้านบุ่งวังงิ้วซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามตำบลบางโพ-ท่าอิฐ และการค้นพบกลองมโหระทึกสำริด, กาน้ำและภาชนะสำริดที่ในเขตตำบลบางโพ  ตามริมแม่น้ำน่านนั้นมีท่าน้ำสำคัญ ๓ แห่ง คือ ท่าเซา ท่าอิด และท่าโพธิ์ ที่บอกถึงความสำคัญและเจริญรุ่งเรืองมาแต่สมัยที่ขอมปกครองดินแดนนี้ตั้งแต่พ.ศ.๑๔๐๐ ท่าอิด นั้นคือ บริเวณท่าอิฐบนและท่าอิฐล่างปัจจุบัน  ท่าโพธิ์ คือ บริเวณวัดท่าถนน ตลาดบางโพ เนื่องจากมีต้นโพธิ์มาก มีคลองไหลผ่าน เรียกว่า คลองบางโพธิ์ (เพี้ยนมาเป็นบางโพ)และท่าเสาคือ บริเวณตลาดท่าเสา  อันเป็นกลุ่มชนสุโขทัยดั้งเดิมที่ใช้กลุ่มภาษาไทยกลุ่มเมืองในแคว้นสุโขทัย เช่นเดียวกับชาวสุโขทัย นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก กำแพงเพชร เช่นเดียวกับกลุ่มคนในตำบลทุ่งยั้ง บ้านพระฝาง เมืองพิชัย บ้านแก่ง และบ้านคุ้งตะเภา เป็นกลุ่มคนแคว้นสุโขทัยเดิมเช่นเดียวกัน สมัยอยุธยานั้นประวัติศาสตร์เมืองนี้มีเรื่องเมืองสวางคบุรีและชุมนุมพระฝาง มีบุคคลสำคัญที่รู้จักกันดีคือ พระยาพิชัยดาบหัก บุคคลตัวอย่างความกล้าหาญในการสู้รบและความซื่อสัตย์ที่ไม่ยอมเป็นข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย สมัยพระเจ้าตากสิน ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นนั้นท่าอิฐและท่าเสานับเป็นท่าค้าขายที่มีความเจริญทางการค้าในภาคเหนือ และภาคกลาง ซึ่งรวมถึงเชียงตุง เชียงแสน หัวพันทั้งห้าทั้งหก สิบสองปันนาสิบสองจุไทยด้วย เมื่อแควน่านเปลี่ยนทางเดิน จึงทำให้หาดท่าอิดมีพื้นที่เปลี่ยนแปลงเป็นหาดท่าอิดล่าง ท่าอิดเดิมเรียกว่าท่าอิดบน  ท่าอิดล่างนั้นยังคงเป็นศูนย์การค้าสำคัญของภาคเหนือมาตลอดจนถึงสมัยรัชกาลที่ ๖ ด้วยเหตุนี้สินค้าพื้นเมืองและภูมิปัญญาโบราณโดยเฉพาะงานศิลปหัตถกรรมของเมืองนี้จึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าสนใจ ในปีพ.ศ. ๒๔๓๐ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ ได้พระราชทานนามเมืองท่าอิดไว้ว่า “อุตรดิฐ”แปลว่า “ท่าน้ำแห่งทิศเหนือ” ซึ่งมีการเปลี่ยนเป็น“อุตตรดิตถ์” และ “อุตรดิตถ์” ในปัจจุบัน  ด้วยพระองค์ทรงให้ความสำคัญว่าเมืองแห่งนี้เป็นศูนย์กลางการค้าขายของแถบภาคเหนือตอนล่าง หรือเมืองท่าที่ตั้งอยู่ปลายเหนือสุดของการควบคุมด้วยอำนาจโดยตรงของอาณาจักรนั่นเอง สำหรับแหล่งโบราณสถานที่สำคัญนั้นมีแหล่งโบราณคดีเวียงเจ้าเงาะ วัดพระแท่นศิลาอาสน์ และวัดพระธาตุทุ่งยั้ง  เป็นต้น ซึ่งในอดีตนั้นได้มีการศึกษาใหม่ว่า เมืองนี้น่าจะเป็นเมืองราดของพ่อขุนผาเมือง ผู้ร่วมคิดกับพ่อขุนบางกลางหาว สถาปนาแคว้นสุโขทัยเป็นอาณาจักรของคนไทย นอกจากนี้ยังมีแหล่งเหล็กน้ำพี้ บ่อแสนขัน ที่ใช้สร้างดาบรบกู้ชาติบ้านเมือง และอาหารพื้นถิ่นแห่งเดียวคือ หมี่พัน ข้าวหลามลับแล  แล้วยังมีทุเรียนหลงลับแล ที่ใครต่อใครหลายคนใคร่ชิมลิ้มรส แม้จะราคาแพงก็ตามไม่ต่างกับความงามของสาวเมืองลับแล ที่ชวนให้ใครต่อใครอยากพบเธอนั่นแหละ

 

‘ทำดี ตามรอยพ่อ’ รวมพลังผู้บริหาร-พนักงาน ปลูกจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม ตอบแทนสังคม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/256170

วันอาทิตย์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

 

Science Update : พบตุ๊กแกลอกเกล็ดหนีศัตรู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/256164

วันอาทิตย์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นักวิทยาศาสตร์เยอรมนีจากมหาวิทยาลัยลุดวิก แม็กซิมิเลียนแห่งนครมิวนิค รายงานการค้นพบ “ตุ๊กแกเกล็ดปลา” ซึ่งได้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Geckolepis megalepis ในวารสาร PeerJ โดยระบุว่า ตุ๊กแกชนิดนี้มีเกล็ดขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมาในสัตว์วงศ์จิ้งจก-ตุ๊กแก และเกล็ดดังกล่าวสามารถหลุดออกได้ง่ายในกรณีที่ศัตรูเข้าคาบกัดตัวตุ๊กแกชนิดนี้ ซึ่งเป็นกลไกการป้องกันตัวที่ดีเยี่ยม เกล็ดแต่ละชิ้นของตุ๊กแกชนิดพันธุ์ใหม่นี้ มีพื้นที่แปะติดอยู่กับผิวหนังเพียงเล็กน้อย แผ่นเกล็ดขนาดใหญ่ยังช่วยเพิ่มแรงดึงให้ศัตรูผู้ล่า จนชั้นผิวหนังบางใต้เกล็ดที่มีรอยปรุพร้อมฉีกขาดอยู่แล้วหลุดออกได้ง่ายแม้เพียงงับเบาๆ ตุ๊กแกชนิดนี้จึงสามารถลอกคราบอย่างรวดเร็วเมื่อถูกศัตรูโจมตี สัตว์ในวงศ์จิ้งจก-ตุ๊กแกส่วนใหญ่ จะสลัดหางทิ้งเพื่อเป็นการอำพรางศัตรูในขณะที่หนีภัย มีบางส่วนที่สามารถลอกผิวหนังเพื่อหนีเอาตัวรอด แต่ทำได้ไม่บ่อยและรวดเร็วเท่าตุ๊กแกเกล็ดปลานี้ มันสามารถสร้างผิวหนังและเกล็ดขึ้นมาปกคลุมตัวใหม่ได้ โดยไม่มีร่องรอยแผลเป็น ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์

ตะลอนเที่ยว : ‘ทอง’ผู้สร้างรอยยิ้มให้ทุกคนที่ได้พบเห็น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/256176

วันอาทิตย์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คุณเคยเห็นลูกกระบือตัวเล็กๆ ที่เพิ่งคลอดได้ประมาณเดือนเศษๆ หรือไม่

หากไม่เคยเห็นคุณคงจินตนาการได้ไม่ชัดว่าเขาจะมีสภาพเช่นไร

แต่สำหรับ “ทอง” ลูกกระบือเพศผู้ตัวน้อย อายุประมาณ 1 เดือนเศษ ผู้มีขนสีทองนวลๆ เป็นที่น่ารักน่าชังแก่ผู้พบเห็น จนหลายคนซึ่งบอกว่าไม่เคยคิดจะชอบกระบือเลย เพราะกลัวว่าเขาจะวิ่งไล่ขวิดจนเราไส้ทะลัก กลับบอกว่า หลงรัก “ทอง” มากมาย พอได้เห็นแล้วก็อยากเข้าไปกอด

“ทอง” คือลูกกระบือที่คณะผู้อ่านแนวหน้าได้ร่วมกันไถ่ชีวิตแม่ของเขาออกมาจากโรงฆ่าสัตว์เมื่อประมาณช่วงกลางปีที่ผ่านมา ซึ่งในครั้งนั้นคณะผู้อ่านได้ไถ่ชีวิตกระบือมาทั้งหมด 3 ตัว โดยมีแม่กระบือซึ่งมีท้องอ่อนๆ มาด้วยหนึ่งตัว แล้วคณะได้นำไปมอบให้กับโครงการสวนบำบัด 2 ที่อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี

อันที่จริง คณะของเรายังได้ไถ่ชีวิตวัวจากโรงฆ่าสัตว์แล้วมอบให้กับโครงการสวนบำบัดอีก 5 ตัวด้วย โดยได้มอบวัวให้ก่อน แล้วจากนั้นอีกประมาณ3 เดือน จึงได้มอบควาย 3 ตัว ให้กับโครงการดังกล่าว

หลังจากมอบโค-กระบือให้กับผู้รับแล้ว เราก็ได้ตกลงกับคณะผู้บริจาคว่า เราจะไปเยี่ยมพวกเขาเป็นระยะๆ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ คณะของเราประมาณ 20 คน ได้รวมตัวกันไปเยี่ยมโค-กระบือที่ได้บริจาคให้กับสวนบำบัดฯ ซึ่งภาพที่ผู้ร่วมบริจาคได้พบเห็นคือ โคและกระบือ ที่คณะของเราช่วยให้พวกเขามีชีวิตรอดจากโรงฆ่าสัตว์ พวกเขามีความสุข มีร่างกายที่อ้วนท้วนสมบูรณ์ มีอาหารการกินที่สมบูรณ์ มีที่อยู่อาศัยที่นับได้ว่าสุขสบาย และที่สำคัญคือมีคนดูแลเอาใจใส่เขาเป็นอย่างดี

เมื่อได้เห็นภาพเช่นนี้ ก็ทำให้คณะผู้ร่วมบริจาครู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ และยิ้มได้เต็มใบหน้า หลายคนบอกว่า ขอให้โค-กระบือเหล่านี้มีความสุขมากๆ

นี่คือความสุขของการให้ ซึ่งเป็นการให้โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน แต่ทุกคนก็ได้รับสิ่งตอบแทนอย่างคุ้มค่านั่นคือความสุขใจ ความอิ่มเอมใจ และรอยยิ้ม

ขอย้อนกลับไปที่ “ทอง” ลูกควายตัวน้อย หรือบางคนเรียกว่า “ลูกแหง่” ขนของ “ทอง” มีสีทองนวลๆ ถึงแม้ขนจะไม่นิ่ม ไม่ปุย แต่หลายคนก็บอกว่า “ทอง”น่ารักมาก

“ทอง” จะอยู่ใกล้และคลอเคลียกับแม่ตลอดเวลา เพราะยังไม่หย่านม

ผู้ร่วมไปเยี่ยมโค-กระบือในวันนั้นหลายคนพยายามจะเข้าไปใกล้และสัมผัสตัวของ “ทอง” แต่ทว่าลูกควายตัวน้อยมีอาการตื่นและกลัวคนพอสมควร “ทอง” แอบมองกลุ่มผู้ไปเยี่ยมอยู่ข้างหลังแม่ และไม่ค่อยยอมให้ใครถูกตัวเขา ยิ่งเมื่อเราพยายามจะเข้าไปใกล้เขา เขาก็จะยิ่งแอบซุกเข้าไปอยู่ในฝูงควาย แล้วก็แอบมองว่าเราเป็นใคร

“ทอง” อาจจะตื่นเต้น และตกใจ เนื่องจากคณะของเราไปกันประมาณ 20 คน ซึ่งนับว่ามากพอสมควร เพราะชีวิตประจำวันของ “ทอง” นั้น เขาจะอยู่กับฝูงควาย 8 ตัว โดยมีผู้เลี้ยงดู 1 คน เมื่อกลุ่มของเราไปกันมากมายเช่นนี้ก็เป็นธรรมดาที่ “ทอง” จะตกใจ และตื่นกลัว

ชีวิตประจำวันของ “ทอง” กับฝูงควายฝูงนี้ จะอยู่ในท้องทุ่งกว้าง เดินและเล็มกินหญ้าไปเรื่อยๆ พอตกบ่ายร้อนจัดก็จะลงนอนคลุกโคลนในปลัก และลงแช่ในหนองน้ำ พอตกเย็นก็จะถูกต้อนกลับเข้าคอก

เมื่อสังเกตดูก็จะเห็นได้ว่า ควายตัวอื่นๆ ที่คณะของเราได้ไถ่ชีวิตของเขาออกมาจากโรงฆ่าสัตว์ พวกเขามีสุขภาพจิตดี บางตัวยอมให้คนในคณะของเราจับตัว และลูบหัวได้ ถึงแม้บางคนจะไม่เคยพบเจอพวกเขามาก่อนเลยก็ตาม แต่ก็มีบางตัวเช่นกันที่ยังมีความรู้สึกตื่นนิดๆ เมื่อคณะของเราเข้าไปใกล้ชิดกับพวกเขา

ผู้ร่วมคณะคนหนึ่งบอกว่า “ขอถูกตัวหน่อยนะ ไม่ต้องกลัว เราไม่ทำร้ายหรอก เราคือคนที่ช่วยชีวิตเจ้าจากโรงฆ่าสัตว์” พอพูดแล้วก็ยื่นมือไปจับหัวของเขา น่าประหลาดใจที่เขายอมให้จับ นั่นคงเป็นเพราะว่าเมื่อเขามั่นใจว่าเราไม่ทำอันตรายกับเขา เขาก็ลดความตื่นกลัวลงไปได้

นี่คือความอัศจรรย์ของจิตบริสุทธิ์ที่สามารถสื่อสารถึงกันได้ ถึงแม้คนกับควายจะไม่เคยพบเจอกันมาก่อนเลยก็ตาม

คณะของเราใช้เวลาเยี่ยมโคกระบือนานประมาณ 2 ชั่วโมงเศษ แล้วก็นั่งรถต่อไปยังวัดญาณสังวราราม อำเภอสัตหีบ เพื่อไปทำบุญไหว้พระ แล้วกลับเข้ากรุงเทพฯ โดยถึงกรุงเทพฯ ประมาณ 21 นาฬิกา

ทุกคนอิ่มเอมใจ ทุกคนมีรอยยิ้มเต็มใบหน้า ทุกคนดีใจมากที่เห็นว่าสัตว์ที่เราทุกคนและผู้อ่านแนวหน้าอีกหลายร้อยคนได้ร่วมกันไถ่ชีวิตจากโรงฆ่าสัตว์มีชีวิตที่ดี มีความสุขสมบูรณ์ และสามารถขยายพันธุ์ได้ เพียงเท่านั้นก็สุขใจจนเกินบรรยายแล้ว

โครงการไถ่ชีวิตโคกระบือจากโรงฆ่าสัตว์แล้วมอบให้ผู้ใจบุญและเกษตรกรนำไปเลี้ยงดูจนสิ้นอายุขัย โดยมีสัญญาผูกพันว่าไม่ฆ่า ไม่ขาย และไม่ทำร้ายสัตว์ที่ได้รับไปอย่างเด็ดขาด โครงการนี้จัดทำมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 โดยได้รับการบริจาคจากผู้อ่านแนวหน้าล่าสุดได้ไถ่ชีวิตโคกระบือมาแล้วรวม 43 ชีวิต โดยมอบให้เกษตรกรในจังหวัดสุพรรณบุรี ขอนแก่น นครปฐม และชลบุรี

ส่วนโครงการต่อไปคือการมอบโคกระบือให้กับเกษตรกรในจังหวัดยะลา โดยการประสานงานกับหน่วยทหารพรานที่ 47 จังหวัดยะลา ถ้าหากผู้อ่านรายใดต้องการร่วมบริจาคเงินสมทบโครงการนี้ โปรดติดต่อที่หมายเลข 091-7233615 ขณะเดียวกันหากผู้อ่านรายใดมีที่ดิน มีทุ่งหญ้า มีแหล่งน้ำ มีโรงเรือนเลี้ยงโคกระบือ และมีผู้ดูแลสัตว์ สามารถติดต่อขอรับโคกระบือไปดูแลได้เช่นกัน หากคุณมีคุณสมบัติครบถ้วน คณะผู้จัดทำโครงการนี้ก็ยินดีมอบสัตว์ให้คุณไปเลี้ยงดู

ขอขอบคุณ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ที่ให้การสนับสนุนรถยนต์และค่าน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับการเดินทางไปเยี่ยมโคกระบือตลอดทุกทริปที่ผ่านมา

 

‘ตระหนักสักนิด ก่อนคิดที่จะเลี้ยง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/256178

วันอาทิตย์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

มีคำถามจากผู้ที่กำลัง “คิด” จะเลี้ยงสัตว์ หรือคิดจะหา “สัตว์”มา “เลี้ยง”  ว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไร หรือต้องประเมินตัวเองก่อนอย่างไร เรื่องนี้เป็นคำถามยอดฮิตสำหรับผู้เลี้ยงมือใหม่ ซึ่งเราเคยคุยกันไปเมื่อหลายปีก่อน แต่ยังเป็นเรื่องที่สามารถหยิบยกมาเป็นหัวข้อการคุยได้เรื่อยๆ วันนี้ ผมขอคุยเรื่องนี้กันอีกครั้งครับ

การเลี้ยงสุนัขในปัจจุบัน ผมมองว่าแตกต่างจากสมัยก่อนมากจากเดิมที่เคยเลี้ยงแบบ “สุนัขใต้ถุนเรือน” ปล่อยให้หากินเอง หาที่นอนเองตามยถากรรม ก็พัฒนาขึ้นมากลายเป็น “สุนัขบนเรือน” (แต่ไม่ได้ขี้บนหลังคา) เลี้ยงดูกันแบบดูแลเอาใจใส่มากขึ้น

ซึ่งถือว่าในยุคนี้ คนที่รักสัตว์ (อย่างจริงจัง) มีเพิ่มขึ้นกว่ายุคก่อนๆ ดังจะเห็นได้จาก คลินิกรักษาสัตว์ ร้านเสริมสวยและสปาสำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น อาหารสัตว์ อุปกรณ์และผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงที่หาซื้อได้ง่ายตามเพ็ทช็อปและร้านสะดวกซื้อทั่วไป

ผมมองว่าการเลี้ยงสัตว์นั้น ถือเป็นการฝึกและการขัดเกลาจิตใจคนให้มีความเมตตา อ่อนโยน มีระเบียบวินัยในการจัดสรรเวลา (ที่ต้องเจียดไปดูแลสัตว์เลี้ยง) แต่ถึงกระนั้น ก็ยังคงมีคนกลุ่มหนึ่งที่ปล่อยเจ้าตูบให้เผชิญกับชะตากรรมที่น่าสงสาร

เราจะเห็นเจ้าสี่ขาจรจัดมากมายถูกทิ้งไว้ตามข้างถนน ตามวัดวาอารามและแหล่งชุมชนต่างๆ บ้างก็ผอมโซ บาดเจ็บ หรือพิการ  เพียงแค่เพราะความน่ารักที่เคยมีในช่วงที่เป็นลูกสุนัขนั้นลดลง หรือเริ่มรับไม่ได้กับนิสัยที่เปลี่ยนไป เริ่มรำคาญเสียงเห่า เริ่มบ่นเรื่องค่าใช้จ่าย ทั้งที่ตอนเอามาเลี้ยงใหม่ๆ ก็ดูแลแบบไม่อั้น แต่พอหมดช่วงโปรโมชั่น ก็ผลักภาระสู่สังคม โดยการเอาไป “ปล่อยวัด”

ขอฝากไปถึงท่านผู้อ่านที่กำลังคิดจะหาเจ้าหมาน้อยหรือเจ้าแมวน้อยมาเลี้ยง ว่าก่อนที่นำลูกสุนัขมาเลี้ยงสักตัว เราต้องตั้งคำถามกับตัวเอง และตอบให้ได้ในเรื่องเหล่านี้ก่อน

1.เวลา : คุณมีเวลาให้เขามากแค่ไหน อย่าลืมว่าเจ้าตูบและเจ้าเหมียวนั้นเป็น “สิ่งมีชีวิต”  ต้องการความรัก ความเอาใจใส่ และการดูแลเหมือนเด็กเล็กๆ คนหนึ่ง   อย่าเลี้ยงเขาเพียงเพราะรู้สึกว่า “ช่วงนี้เหงา” ให้พึงระลึกเสมอว่า นี่คือ “การรับผิดชอบชีวิตเพิ่มอีก 1 ชีวิต” ต้องมีเวลาให้เขา ไม่ว่าจะเป็นการให้อาหาร การออกกำลัง การดูแลสุขภาพ ต้องคอยสังเกตอาการเจ็บป่วย และต้องมีเวลาพาไปพบสัตวแพทย์ตามกำหนดด้วย

2.สถานที่ : ที่อยู่ของเราเอื้อต่อการเลี้ยงหรือไม่ เรามีพื้นที่เพียงพอสำหรับการเลี้ยงสุนัขหรือไม่ หรือสถานที่พักอนุญาตให้เลี้ยงสุนัขได้หรือไม่ ถ้าบ้านมีเนื้อที่กว้างขวางก็เหมาะที่จะเลี้ยงสุนัขพันธุ์ใหญ่ เช่น โกลเด้น ลาบราดอร์ดัลเมเชียน หรือบางแก้วได้ สุนัขพันธุ์ใหญ่พวกนี้ต้องการสถานที่วิ่งออกกำลัง (หรือหากว่าบ้านใครใหญ่แต่อยากจะเลี้ยงน้องหมาตัวเล็กกระจิริดก็ไม่ผิดนะครับ)  ในกรณีที่อยู่คอนโดฯ ทาวน์เฮาส์ ตึกแถว หรือห้องเช่าที่มีเนื้อที่ไม่มากนั้น การเลี้ยงแมวหรือสุนัขพันธุ์เล็ก เช่น ชิวาวา ปอม ปั๊ก ชิห์สุ ยอร์คเชียร์ หรือพุดเดิ้ล ก็จะเหมาะสมกว่าครับ แต่หากบางท่านอยู่คอนโดหรืออพาร์ตเม้นต์ที่ไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ก็อย่าฝืนแอบเลี้ยงเลยครับ

3.วัตถุประสงค์ : ประเด็นหลักของการเลี้ยงคืออะไร จะเลี้ยงเป็นเพื่อนหรือเพื่อเฝ้าบ้าน หากต้องการเอาไว้เป็นยามเฝ้าบ้าน ก็ต้องสุนัขพันธุ์ที่ดูน่าเกรงขามสักนิด เช่น พันธุ์ไทย บางแก้ว โดเบอร์แมน ร็อตไวเลอร์ อเมริกันพิทบูล แต่ก็ควรมีมาตรการในการควบคุมไม่ให้เจ้าตูบของเราไปวางมวยกับสุนัขนอกบ้าน หรือไปขย้ำน่องคนอื่นเป็นอันขาด มิฉะนั้นเกิดเรื่องราวตามมาแน่นอน  แต่ถ้าต้องการเลี้ยงไว้เป็นเพื่อน หรือหวังแค่ให้ช่วยส่งเสียงเตือนภัย ในยามมีคนแปลกหน้าเข้าบ้านเท่านั้น สุนัขพันธุ์เล็กแต่ปากเปราะ เช่น ปอม ชิวาวา พุดเดิ้ล มิเนียเจอร์พินเชอร์ ก็เพียงพอครับ

4.สถานภาพทางเศรษฐกิจของเรา : อย่าลืมว่าเมื่อมีสมาชิกในครอบครัวเพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูก็จะเพิ่มขึ้นตาม เนื่องจาก “สัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งมีค่า” ไม่ว่าจะเป็น ค่าอาหาร ค่าอุปกรณ์ต่างๆ ค่าสถานที่อยู่ ค่ารักษายามเจ็บป่วย ตลอดจนค่าฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดต่อต่างๆ  รวมถึงค่าใช้จ่ายกรณีฉุกเฉินอื่นๆ  ดังนั้นเราคงต้องเตรียมเงินและเตรียมใจไว้สำหรับค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ด้วย

5.คนในครอบครัวคุณรักสุนัขเหมือนคุณหรือไม่ :  เขาเหล่านั้นมีเวลาช่วยคุณดูแลสุนัขหรือไม่ เพราะเมื่อเวลาที่เราติดธุระจำเป็นจริงๆ คนในครอบครัวของคุณนั่นแหละที่จะเป็นผู้ดูแลสัตว์เลี้ยงของเราต่อ หากไม่มีความชอบสัตว์เลี้ยงแล้วคงฝากเขาลำบากครับ

6.ข้อมูลของสัตว์ที่จะเลี้ยง : เราได้ศึกษาข้อมูลเบื้องต้นของชนิด เพศ และพันธุ์ที่จะเลี้ยงดีพอหรือยัง เพราะสัตว์ต่างชนิดกัน หรือสุนัขพันธุ์ต่างกัน ก็จะต้องการการดูแลต่างกัน ข้อควรปฎิบัติ ข้อควรระวัง และปัญหาที่พบบ่อยในแต่ละพันธุ์ก็จะมีแตกต่างกันด้วย เช่น สุนัขค็อกเกอร์ และชิห์สุกับปัญหาโรคผิวหนังจากเชื้อราและยีสต์ สุนัขดัลเมเชี่ยนกับโรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ สุนัขพุดเดิ้ลกับโรคต้อกระจก แมวกับอันตรายจากยาลดไข้พาราเซตามอล สุนัขกับอันตรายของกาแฟ ช็อกโกแลต และหอมหัวใหญ่ สุนัขคอลลี่ อัฟกันด์ฮาวนด์ และเซตแลนด์ชีพด็อกกับยากำจัดเห็บที่มีตัวยาไอเวอร์เมกตินเป็นส่วนประกอบ เป็นต้น

ขอย้ำอีกครั้งว่า สุนัขและแมวเป็นสิ่งมีชีวิต ไม่ใช่ตุ๊กตาหรือของเล่น เพราะฉะนั้น ถ้าตัดสินใจจะเลี้ยงเขาแล้ว ขอให้รับผิดชอบชีวิตเขาเสมือนหนึ่งเขาเป็น “สมาชิกในครอบครัว”  ถ้าคุณรักเขาจริง คุณจะไม่ทอดทิ้งเขา และปัญหาน้องหมาถูกปล่อยทิ้งจนกลายเป็นหมาจรจัดในสังคมเราก็จะลดลงไป

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร
ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

บุคคลในข่าว 01/10/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย กระสุนทอง 30 ก.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/739051


การแก้แค้น ทำให้ความถูกต้องกลายเป็นความผิด …หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เพื่อท่านผู้อ่าน ฉบับนี้ ประจำวันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม 2559.

เป็นอันว่า ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดสะเด็ดน้ำ คำถามพ่วงประชามติ นอกจากให้ ส.ว.ร่วม ส.ส.ลงมติ ตั้งนายกรัฐมนตรีนอก บัญชีพรรคการเมือง ในระหว่าง 5 ปีแรกของรัฐสภาชุดแรก ตามร่าง กรธ.ของ มีชัย ฤชุพันธุ์ แล้วยัง ให้สิทธิ ส.ว. ร่วมเข้าชื่อเสนอขอยกเว้นให้นายกฯไม่ต้องอยู่ในบัญชีของพรรคการเมือง ก็ได้ด้วย ..

เป็นผลให้ กรธ.ต้องแก้ไข โดย เพิ่มเติม ให้สิทธิการเข้าชื่อฯของ ส.ว.นี้เข้าไปด้วย นอกเหนือจากการให้สิทธิ ส.ว.ร่วมลงมติ ตั้งนายกฯ.

เรียกว่า กรธ.มองคำถามพ่วง แค่เหลี่ยมเดียว ให้ ส.ว.ร่วมลงมติตั้งนายกฯ แต่ศาลรัฐธรรมนูญ มองเพิ่มอีกเหลี่ยม คือ ความหมายคำว่า “พิจารณาร่วม” นั้น ให้ ส.ว.มีสิทธิ เสนอขอยกเว้น ให้นายกฯมาจากนอกบัญชีพรรคการเมืองได้ มิใช่แค่ได้สิทธิ ร่วมลงมติ อย่างเดียว.

แต่ถึงกระนั้น ส.ว.ก็ไม่มีสิทธิเสนอชื่อบุคคลที่จะเป็นนายกฯ ตามที่ พวกห้อยพวกโหน เรียกร้องกันดังกระหึ่มมาก่อนนั้นแต่อย่างใด ในคำวินิจฉัยกลางของ ศาลรัฐธรรมนูญ ระบุให้ ส.ส.เป็นผู้เสนอชื่อนายกฯ เพื่อยึดโยง กับประชาชน.

เป็นอันว่าโรดแม็ปรัฐธรรมนูญ อีก 15 วัน จะส่งถึงมือ นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา จากนั้นภายใน 30 วัน จะนำขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย.

จึงคาดได้ว่า ปลายพฤศจิกา-ต้นธันวา ได้ฤกษ์ประกาศใช้บังคับ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ 20.

ส่วน โรดแม็ปเลือกตั้ง จำเป็นต้องรอกำเนิดร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับ พื้นฐานสำคัญ ถ้าเลือกตั้งเกิดขึ้น ปลายปี 2560 กว่าจะได้ รัฐบาลใหม่ ก็ต้นปี 2561 โน่น.

ครับ…ยังอีกไกลกว่าจะได้ใช้ เหลี่ยมคำถามพ่วง ประชามติที่ประชาชนให้ไว้กับ นายกฯลุงตู่ ย่อมมี ตัวแปร เกิดขึ้นได้ ดังนั้นจากวันนี้ ไปอีกปีกว่า ช่วยกัน สร้างภูมิคุ้มกัน ประเทศไทย ประกันความเสี่ยงเอาไว้มากๆจะดีที่สุด.

ศาลอาญาคดีทุจริตและ ประพฤติมิชอบกลาง เปิดวันนี้ แต่ตรงกับวันเสาร์-อาทิตย์ จึงเปิดทำการวันแรก 3 ตุลาคม ที่ซอยสีคาม ถ.นครชัยเสรี ศรีย่าน สามเสน ดุสิต มี อำนาจ พวงชมภู เป็นอธิบดีศาลคนแรก.

ศาลนี้ต่อไปจะตั้งขึ้นในแต่ละภาคอีก 9 แห่ง องค์คณะผู้พิพากษา หัวหน้าคณะต้องเป็นหัวหน้าศาลมาแล้วอย่างน้อย 20 ปี ลูกคณะอย่างน้อย 10 ปี การพิจารณาคดี ใช้ระบบไต่สวน ยึดสำนวนจาก ป.ป.ท. และ ป.ป.ช.เป็นหลัก.

คดีที่จะเข้าสู่การพิจารณาคือความผิดเกี่ยวกับ การทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้อง ส่วน นักการเมืองทุจริต ยังอยู่ในอำนาจศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง .

การกำเนิดศาลปราบทุจริตโดยตรงนี้ ใช้เวลาไม่มาก “กระสุนทอง” ยกให้ เป็นโบแดงของรัฐบาลอำนาจพิเศษ ซึ่ง นายกฯประยุทธ์ และรัฐมนตรียุติธรรม พล.อ. ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผลักดันทุกขั้นตอน ตอกย้ำ ปฏิรูป ส่วนไหนลงมือทำได้ ต้องลงมือ ทำทันที.

ต่อไปนี้ สุจริตชน รอพิสูจน์จุดมุ่งหมายของการ ตั้งศาลปราบทุจริต จะทรงประสิทธิภาพ จบคดี เอาคนทุจริตติดคุกได้รวดเร็ว ขนาดไหน เพราะที่ผ่านมา ล่าช้าเป็น 10 ปี จนความล่าช้าของคดีกลายเป็น ความไม่เป็นธรรม แก่ผู้ เสียหาย.

โอ้โฮ…ป.ป.ช.กล้าหาญ ส่องกระจกดูตัวเอง ในส่วนของ คุณธรรม ความโปร่งใส ได้คะแนน 73.52 รั้งอันดับที่ 100 ขณะที่ ธ.ก.ส.ได้อันดับ 1 คะแนน 96.02 จากการประเมิน 115 หน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ 2559 โดย ป.ป.ช. จัดประเมินเอง.

“กระสุนทอง” ยกนิ้วโป้งให้ สรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. บอกไม่ตกใจกับผลประเมิน เพราะรู้อยู่แล้ว ก่อนประเมินไม่ได้เปิดเผยให้ใครภายในรู้ว่าจะต้องถูกประเมินอะไรบ้าง คะแนนที่ออกมาจึง วัดผลได้จริง ไม่หลอกตัวเอง เพื่อจะได้แก้ไข.

ฮื่อ…ป.ป.ช. เป็นองค์กรอิสระ ตรวจสอบ การทุจริตแห่งชาติ เมื่อได้คะแนนคุณธรรมความโปร่งใสออกมาเช่นนี้ ทำให้น่าเป็นห่วง ศรัทธาความเชื่อมั่น จากสังคมเป็นอย่างยิ่ง ถือว่า สอบตกโบ๋เบ๋ จะสอบซ่อม ได้แค่ไหน ขึ้นอยู่กับ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ผู้เป็นประธาน และ คณะเปาบุ้นจิ้น ป.ป.ช. นั่นแหละ.

การเมืองอเมริกัน กำลังเจอทางตีบ ในทางเลือก ประธานาธิบดี คนใหม่แฮะ โดนัลด์ ทรัมป์ ของใหม่หวือหวาน่าลอง แต่ก็น่ากลัวและ เสี่ยงมาก ขณะที่ ฮิลลารี คลินตัน ก็เหมือน อาหารจานเก่าที่ไม่เรียกน้ำย่อยสักเท่าไร .

ถึงกระนั้น ประเด็นสำคัญในการ ดีเบต ครั้งแรก คลินตัน ได้คะแนนดีกว่า มาก คือ เรื่องภาษี ที่ ทรัมป์ ไม่ยอมเปิดเผย ข้อมูลการจ่ายภาษีของตัวเอง ซึ่งประเด็นเช่นนี้ ควรนำมาใช้ ตรวจสอบนักการเมืองไทย ให้จริงจังขึ้น

ข่าวงานมงคล สุวิทย์-ลาวัณย์ คุณกิตติ จะฉลองสมรสลูกสาว ธนพรรณ คุณ-กิตติ กับ ยุทธศักดิ์ ศิลปรัสมี ลูกชาย นพ.ยุทธนา-พญ.ศุภกาญจน์ ศิลปรัสมี8 ต.ค.นี้ ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี.

ข่าวทั่วไปประจำวันนี้ 17.00 น. มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ ผู้บริหารสยามพารากอน ร่วมกับ ปราชญ์ อรุณรังษี ผู้บริหารปราชญ์มิวสิค กรุ๊ป จัดประกวดตีกลองชิงแชมป์ประเทศไทย รอบชิงชนะเลิศ เงินรางวัล 100,000 บาท ที่ชั้นเอ็ม สยามพารากอน.

18.00 น. สุรัตน์ สุวชิตวงศ์ อานุภาพ ธีรณิศรานนท์ ดร.สมยศ แสงสุวรรณ นัดศิษย์เก่าดรุณพิทยา ทุกรุ่น สังสรรค์ที่โรงแรม S 31 สุขุมวิท ซ.31.

หนังสือกำลัง วางตลาด สองชาติภพ หกคู่ครอง โลหิตผูกชะตา ด้ายแดงร่วมวาสนา โดย ชลันตี และ จุมพิต ฟาโรห์ โดย ซ่อนกลิ่น.

ศพ อรุณี พลกุล มารดา ดร.โภคิน พลกุล อยู่ศาลา 13 วัดพระศรีมหาธาตุ พระราชทานเพลิง 4 ต.ค. 17.00 น. .

“กระสุนทอง”

 

บุคคลในข่าว 30/09/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย กระสุนทอง 30 ก.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/737851


รู้จักผิดชอบชั่วดี คือพื้นฐานสำคัญของการปฏิรูป…หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เพื่อท่านผู้อ่าน ฉบับนี้ ประจำวันศุกร์ที่ 30 กันยายน 2559

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “สมเด็จ พระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรม ราชชนก กับการสาธารณสุขไทย : ความรู้เชิงประยุกต์เพื่อมวลมนุษยชาติ” พร้อมพระราชทานรางวัลแก่บัณฑิตแพทย์ บัณฑิตทันตแพทย์ และบัณฑิตเภสัชศาสตร์ดีเด่น ประจำปี 2559 ณ ชั้น 2 สยามพารากอน เวลา 17.30 น. วันนี้ (นิทรรศการมีถึง 2 ต.ค.)

วันนี้ วันสิ้นปีงบประมาณ วันทำงาน วันสุดท้าย ของ ข้าราชการเกษียณ แต่เป็นวันเริ่มตำแหน่งใหม่ของผู้มารับหน้าที่ต่อ เป็น วัฏจักรแห่งหัวโขน มี “สวม” ก็ต้องมี “ถอด” เฉพาะผู้ที่ “ถอดหัวโขน” จะเหลือไว้ก็แต่ ดีชั่วในตัวตน ให้ผู้คนเขาไล่ส่งหรือเสียดาย

จากนี้ไปครึ่งเดือนเข้าสู่สภาพอากาศ ปลายฝนต้นหนาว อีกรอบปี ขณะที่น้ำต้นทุนในเขื่อนใหญ่ เหนือ และอีสาน ยังไม่มากนัก รอยล จิตรดอน ผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำ ระบุปีนี้บริหารจัดการน้ำให้ลงตัวได้ยากพอสมควร เพราะฝนตกท้ายเขื่อนไม่เป็นไปตามค่าเฉลี่ย

แต่ ปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ กลับเพิ่มระดับขึ้นรวดเร็ว ทำให้ต้อง เร่งระบาย น้ำออก กรมชลประทาน ถึงกับประกาศเตือน 7 จังหวัด ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและป่าสัก ที่จะได้รับผลกระทบ น้ำล้นตลิ่ง ให้เตรียมรับสถานการณ์ ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สุพรรณบุรี

ครับ…อีกด้านหนึ่ง ระยะนี้เข้า เทศกาลกินเจ พอดี ผู้บริโภคผัก ถือศีลกินเจ จึงต้องเจอภาวะ ราคาผักแพง 2 เด้ง คือเด้งกินเจกับเด้งน้ำท่วม เอ้า…กรมการค้าภายใน สอดส่องราคาผัก อย่าให้มี ฉวยโอกาสซ้ำเติมชาวบ้าน

เปิดไฟไล่โกง แสงไฟจาก ส่วนกลาง ยังไปไม่ค่อยถึง ท้องถิ่นไกลปืนเที่ยง นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา และ ประมนต์ สุธีวงศ์ กับคณะองค์กรเครือข่ายต่อต้าน คอร์รัปชันต้องเพิ่มกระแสไฟปราบโกงให้แรงขึ้นอีกมากๆ

“กระสุนทอง” ไม่ได้ว่าเอง แต่ยืนยันจาก เจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย การออกใบอนุญาตต่างๆ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีเรียกรับผลประโยชน์มาก เป็นกระแสแรงยิ่งขึ้น แม้ 2 ปีที่ผ่านมาปัญหานี้ ดีขึ้นในส่วนกลาง ซึ่งลดระยะเวลาขั้นตอนและมีการช่วยแนะนำมากขึ้น

ท้องถิ่นต่างๆ เป็นพื้นที่ซึ่งมี กระทรวงมหาดไทย เป็นหูเป็นตา เมื่อวันที่ 11 กันยายน “วันต่อต้านคอร์รัปชัน” ที่ผ่านมา มท.1 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ก็เคียงบ่าเคียงไหล่ นายกฯประยุทธ์ ไปยืนกำหมัดสองแขนไขว้หน้าอก ประกาศ เปิดไฟไล่โกง…กรรมสนองโกง ที่สนามหลวง งานนี้ไม่จี้ลงไปที่ “บิ๊กป๊อก” แล้วจะให้จี้ไปที่ใคร…หือ

กฎหมายเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องรับผิดทางละเมิด ชดใช้ค่าเสียหายจากโครงการ รับจำนำข้าว เป็นประเด็นที่ผู้ถูกกล่าวหา ต่อสู้ด้วยการชี้นำ ให้สังคมเห็นว่า รัฐบาลทหาร ของ นายกฯประยุทธ์ ใช้อำนาจกลั่นแกล้งรังแก ไม่เป็นธรรม

เรื่องนี้เปราะบางมากในความรู้สึก คนขี้สงสาร แต่ “กระสุนทอง” อยากให้ชาวบ้านฟังความให้ ครบด้าน เพราะจริงๆแล้ว อำนาจใดๆ ก็ไม่เหนือกว่า กฎหมาย เหมือนกับ เสียงข้างมาก จากเลือกตั้งก็ไม่เหนือกว่า กฎหมาย

ผู้ถูกกล่าวหา บุญทรง เตริยาภิรมย์ กับพวก 6 คน และผู้กำลังจะถูกกล่าวหา อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อย่างไรเสียก็ต้อง ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครอง และศาลปกครองย่อมให้คุ้มครองระหว่างพิจารณาคดี นั่นก็คือ จะถูกยึดทรัพย์ชดใช้ หรือไม่ ต้องเป็นการตัดสิน ของ “ศาล” อยู่ดี

จำนวนเงินเป็นหมื่นๆ ล้านบาทที่ต้องชดใช้ค่าเสียหายนั้น ถ้าคิดจาก ยอดรวมของความเสียหาย จาก รับจำนำข้าว 4 ฤดูกาลเกือบ 600,000 ล้านบาท ถือว่าน้อย

อย่างกรณีของ อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ซึ่งไม่ใช่เรื่องทุจริต แต่เป็นเรื่อง ไม่ใช้อำนาจ นายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นประธาน กนข. ระงับยับยั้งความเสียหาย ทั้งที่ ป.ป.ช.มีหนังสือ เตือนแล้วเตือนอีก

เอาละ…2 ฤดูกาลปลูกข้าวที่รับจำนำ ก่อน ป.ป.ช.เตือนให้ระงับ ไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหาย ให้ชดใช้เฉพาะ 2 ฤดูกาลหลัง ที่เตือนแล้วยังดื้อปล่อยให้ทำต่อ และให้ชดใช้ แค่ 20% คือ 35,570 ล้านบาท จาก 178,000 ล้านบาท

ข่าวทั่วไปประจำวันนี้ 16.00 น. อภิรมย์ จันทรกุล ผอ.เขตบางกะปิ เป็นประธานเปิดงานเทศกาลเจมหากุศล “ทานเจ…ไม่จำเจ…” ประจำปี 2559 ที่ศูนย์การค้าแฮปปี้แลนด์ เชิญร่วมลงชื่อถือศีลกินเจและร่วมผัดข้าวผัด 8 เซียนมหามงคล พร้อมสักการะพระธาตุพนมจำลอง จากนครพนม … งานนี้ ใช้ภาชนะผลิตจากชานอ้อย ปราศจากโฟม 100%(ก่อนพิธีเปิดมีขบวนแห่ประธานพร 14.20 น.) งานมีถึง 8 ต.ค.นี้

18.00 น. ดร.ปรีชา ถิรกิจพงศ์ ประธานกรรมการโรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ เป็นประธานจัดงานเลี้ยงสังสรรค์พนักงานประจำปี ภายใต้บรรยากาศ “สไตล์ใคร สไตล์มันส์” ที่แกรนด์บอลรูม โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์

สุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิด “ศูนย์การค้า BLÙPORT Hua Hin Resort Mall” ที่ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน มี ศุภลักษณ์ อัมพุช รองประธาน และ พสุ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัทหัวหินแอสเสท ให้การต้อนรับ

ศพ วีรวรรณ สุวรรณวิภัช กันภัย ภรรยา ชิต กันภัย อยู่วัดจักรวรรดิฯ เผา 15.00 น. 2 ต.ค.นี้

ศพ ตีระ สีบุญเรือง อยู่วัดมหาบุศย์ อ่อนนุช พระราชทานเพลิง 5 ต.ค. 17.00 น.

ศพ อนันต์ วิจักรชน บิดา กมล วิจักรชน อยู่วัดศรีเอี่ยม บางนา ศาลา 9 เผา 2 ต.ค.15.00 น.

“กระสุนทอง”