ตะลอนเที่ยว : กิน อยู่ เที่ยว แบบ Clean & Green ที่ไต้หวัน (ตอนเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/305263

ตะลอนเที่ยว : กิน อยู่ เที่ยว แบบ Clean & Green ที่ไต้หวัน (ตอนเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ)

ตะลอนเที่ยว : กิน อยู่ เที่ยว แบบ Clean & Green ที่ไต้หวัน (ตอนเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ)

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บ่อออนเซนส่วนตัวในห้องโรงแรมหยางหมิงซาน เทียน หลาย ไทเป

มีข้อมูลเชิงวิชาการระบุว่า คนไต้หวัน (ซึ่งคนไต้หวันไม่ชอบให้เรียกเขาว่าคนจีน) มีอายุเฉลี่ย 80 ปี (อ้างอิงจาก Radio Taiwan International) สาเหตุที่ทำให้คนไต้หวันมีอายุค่อนข้างยืนเมื่อเทียบกับคนชาติอื่นๆ ในเอเชีย (ยกเว้นคนญี่ปุ่น) ก็เพราะว่ามีคุณภาพชีวิตที่ดี กินดี อยู่ดี มีสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่สะอาดบริสุทธิ์ และมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เจริญก้าวหน้าทันสมัย

ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจที่เมื่อเวลาไปเที่ยวไต้หวัน โดยเฉพาะเมื่อออกไปในเขตนอกเมือง เช่นทางตอนเหนือของไต้หวัน ซึ่งเป็นเขตป่าเขาที่อุดมไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อย เหล่าสรรพสัตว์ น้ำตกน้อยใหญ่ และทะเล แล้วเราจะพบเห็นว่ามีผู้สูงอายุของไต้หวันเดินขึ้นเขากันแบบชนิดที่เรียกได้ว่า “ตัวปลิว” เพราะแม้อายุอายุเกือบจะ 80 ปี แล้วก็ตาม แต่ผู้สูงอายุเหล่านั้นก็ยังเดินขึ้นเนินเขา เพื่อออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน แถมยังมีการพบปะสังสรรค์กับหมู่เพื่อนฝูง อันทำให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีต่อกันอีกด้วย

นอกจากนั้น ในเขตทางตอนเหนือ และทางตะวันออกเฉียงเหนือของไต้หวัน ยังอุดมไปด้วยแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติชนิดน้ำแร่ร้อน ที่เหมาะสำหรับการนอนแช่แบบออนเซน แถมสภาพของบ้านเรือน และสภาพแวดล้อมก็ยังดูละม้ายคล้ายคลึงกับบ้านและสิ่งแวดล้อมของชาวญี่ปุ่นในชนบทเป็นอย่างมาก ดังนั้นหลายคนที่ไปเที่ยวในเขตตอนเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของไต้หวันจึงหลงใหลกับการได้ลงแช่ออนเซนเป็นอย่างมาก ซึ่งก็ต้องบอกว่าเป็นออนเซนแบบญี่ปุ่นโดยแท้ เพราะเวลาลงแช่นั้น ร่างกายต้องเปลือยเปล่าร้อยเปอร์เซนต์ แต่บ่อออนเซนแยกเป็นบ่อของชายและหญิง (เมืองที่ผู้คนนิยมไปแช่ออนเซนมีหลายเมือง แต่ที่ขึ้นชื่อมากๆ ก็คือเมืองเป่ยโถว ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากไทเปมากนัก นั่งรถยนต์ไปเพียง 40 นาทีก็ถึงแล้ว)

นอกจากแช่ออนเซนแล้ว ผมก็ขับรถต่อไปเพื่อไปปีนภูเขาขึ้นไปดูปากปล่องภูเขาไฟเสี่ยวโหย่วคัง ซึ่งยังคงพ่นควันบางๆ ออกจากปากปล่อยตลอดเวลา แถมในบริเวณใกล้ปากปล่องก็ยังมีความร้อนจากใต้พิภพปรากฏให้เห็น เช่น บ่อน้ำร้อนที่ยังคงเดือด และแอ่งดินที่ยังคงร้อนจนควันลอยขึ้นตลอดเวลา ความน่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของบริเวณนี้คือ ได้ออกกำลังกายด้วยการเดินแล้วได้สูดอากาศบริสุทธิ์ เพราะอยู่บนยอดเขาที่มีลมสะอาดพัดเวียนอยู่ตลอดเวลา บางคนอาจสงสัยว่าไม่มีกลิ่นกำมะถันหรือก๊าซอื่นๆ ผสมด้วยหรือ ก็ต้องตอบว่ามีบ้าง แต่ได้กลิ่นน้อยมาก ส่วนบางคนถามว่าไม่กลัวภูเขาไฟระเบิดหรือ ก็ต้องบอกว่า ไม่กลัว เพราะเขามีการ monitor การไหวตัวของเปลือกโลกอยู่ตลอดเวลา

นอกจากการเดินเที่ยว ขึ้นเขาลงห้วย ดูปากปล่องภูเขาไฟ แล้วก็ยังไปดูน้ำตก ดูทะเล (จากมุมสูง) ดูนก ดูผีเสื้อ ดูต้นไม้แล้ว ผมก็ได้กินอาหารอร่อยแบบ Clean & Green โดยเลือกเฉพาะอาหารทะเลเป็นหลัก ซึ่งรูปลักษณ์ของการจัดอาหารก็ดูละม้ายคล้ายกับแบบของญี่ปุ่นมาก ซึ่งถ้าหากนำเสนอแค่เพียงรูป แล้วไม่บอกว่าถ่ายจากที่แห่งใด ผู้ชมภาพก็อาจจะเข้าใจผิดคิดว่าถ่ายจากญี่ปุ่นได้ (ซึ่งก็ไม่ประหลาด เพราะญี่ปุ่นเข้าไปมีอิทธิพลเหนือไต้หวันในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง อยู่ระยะเวลาหนึ่ง)

หลายคนอาจจะถามว่าไปไต้หวันแล้วทำไมกินอาหารแบบญี่ปุ่น ทำไมไม่กินอาหารไต้หวัน ก็ต้องบอกว่า กินด้วยครับ โดยขึ้นไปกินอาหารไต้หวันสไตล์ญี่ปุ่นบนตึกไทเป 101 (ตึกที่สูงที่สุดของไต้หวัน) แล้วก็ยังไปกินอาหารไต้หวันแบบไต้หวันแท้ๆ ตามร้านอาหารซึ่งตั้งอยู่ในชุมชน ซึ่งบางคนอาจเรียกว่าร้านริมถนน แต่รสชาติถูกปากมาก แม้บางอย่างอาจจะไม่เผ็ดจัดจ้านเท่าอาหารรสชาติแบบไทย แต่เราก็มีพริกขี้หนูไว้เพิ่มความเผ็ดด้วย แถมบางโรงแรมยังมีน้ำจิ้มแจ่วไว้บริการอีกด้วย แซ่บ! หลายเด้อ ครับ

เขียนเรื่องอาหารมากไปนิดหนึ่ง พื้นที่สำหรับเขียนบรรยายก็หมดเสียแล้ว จึงยังไม่ได้พูดถึงการพาไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งจูหมิง และหมู่บ้านแสดงงานศิลปวัฒนธรรมอี้หลาน แต่ชมภาพไปก่อนนะครับ ส่วนคำถามที่ว่าแล้วจะได้นอนในไทเป และได้เที่ยวในไทเปด้วยไหม รับรองว่าได้นอนและได้เที่ยว แน่นอนครับ

สำหรับทริปเที่ยวไต้หวันแบบ Clean & Green กับแนวหน้า by Mr.Flower จะเกิดขึ้นในวันที่ 9-14 มกราคม (นอนที่ไต้หวัน 4 คืนเต็ม ไม่นับการนอนบนเครื่องบินเหมือนทัวร์อื่นๆ ที่ชอบนับกันจัง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะนับไปเพื่ออะไร) ทัวร์กับ Mr.Flower เน้นเที่ยวแบบกลุ่มเล็กๆ ไม่เกิน 14 คน ไม่เที่ยวแบบเร่งร้อนเพียงแค่ดมๆ แต่ไม่ได้สาระอะไรเลย ไม่ต้องเก็บกระเป๋าย้ายโรงแรมทุกวัน ไม่เน้นตื่นเช้า กลับดึก แต่เน้นเที่ยวแบบอ่อนละไมนุ่มละมุน กินดี นอนดี เที่ยวกับกลุ่มคนน่ารัก อัธยาศัยดี ถ้าหากคุณสนใจไปเที่ยวละไมกับเรา โปรดติดต่อ 09-1723-3615

กินดี สุขภาพดี

กินดี สุขภาพดี

ปากปล่องภูเขาไฟเสี่ยวโหย่วคัง

ปากปล่องภูเขาไฟเสี่ยวโหย่วคัง

หมู่บ้านแสดงงานศิลปวัฒนธรรมอี้หลาน

หมู่บ้านแสดงงานศิลปวัฒนธรรมอี้หลาน

คุณแหน : 26 พฤศจิกายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/305246

คุณแหน : 26 พฤศจิกายน 2560

คุณแหน : 26 พฤศจิกายน 2560

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll “มันไม่มีอะไรที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ มันไม่มีอะไรถูกใจคนร้อยเปอร์เซ็นต์ อาจจะมีคนชอบ คนไม่ชอบ ดีไม่ดี แต่เห็นคนในสังคมบอกว่าในเมื่อนายกฯเป็นคนรับผิดชอบ ปรับเองนายกฯต้องเป็นรับผิดชอบถ้าไม่ดี” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ได้มีการปรับรัฐมนตรีใหม่แล้ว อาจจะมีทั้งชมและติ โดยเฉพาะนักการเมืองนักวิชาการและนักทั้งหลาย ฯลฯ…

ll คงจะค่อยทุเลาในเรื่องต่างๆ เมื่อได้ฟังวาทะของ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ “ผมดูหมดทุกเรื่องผลประโยชน์ต่างๆไม่มีคนใกล้ชิดผมจะไปรับผลประโยชน์อะไร บาทหนึ่งก็ไม่มีรับ” หรือยังจะมีเสียงนินทาสารพัดอีก ??…

ll ยูเนสโก..ได้ประกาศยกย่องให้ ผอ.กำพล วัชรพลผู้ก่อตั้งและเจ้าของนสพ.ไทยรัฐเป็นบุคคลสำคัญใน ด้านการศึกษาและสื่อสารมวลชน พ.ศ.๒๕๖๑-๒ คุณงามความดีในการสร้างโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ให้ถึง๑๑๑ โรงเรียน ภายในปี ๒๕๖๒ ตามปณิธานของท่านในโอกาสร้อยปีชาตกาลโดยมี คุณหญิงประณีตศิลป์และลูกๆเป็นผู้สืบทอดเจตนารมณ์…

ll อายุครบยี่สิบสองขวบ เมื่อ ๒๓ พ.ย. เอรียา จุฑานุกาล คว้าแชมป์แอลพีจีเอทัวร์ ที่ฟลอริด้า สหรัฐฯ ขึ้นมาเป็นอันดับ ๕ของโลกมีเป้าหมายใหม่ในปีหน้า “มีความสุขที่ได้เล่นกอล์ฟ ดูสบายๆ ในสนาม สนุกกับสิ่งที่อยากทำและทำได้”…

ll ให้ชื่นชมและมอบช่อดอกไม้ใหญ่ให้แก่ ด.ต.ธนาธิปประเสริฐ และจ่าสิบตรีมาโนช ทองดีผบ.หมู่จราจรดอนเมืองที่ได้ช่วยเหลือทำซีพีอาร์ ให้แก่ชายผู้หนึ่งที่แต่งตัวคล้ายทหารและรอดชีวิตได้ นี่แหละตำรวจที่ทำคุณงามความดีให้ประจักษ์…

ll เลขาธิการป.ป.ช.คนใหม่ วรวิทย์ สุขบุญ ลูกหม้อของป.ป.ช. รับราชการเมื่อเมษายน ๒๕๒๖ ถูกคัดเลือกจากคณะกรรมการสรรหา พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง และกรรมการลงมติให้ดำรงตำแหน่งนี้…

llชาวธรรมศาสตร์ทั้งหลาย มาฟัง อธิการบดีธรรมศาสตร์คนใหม่ ดร.เกศินี วิฑูรชาติกล่าว “ปรัชญาเสรีภาพทุกตารางนิ้วก็ยังคงเป็นอยู่นโยบายไม่ได้เปลี่ยนแปลง แต่ขอให้เป็นการแสดงออกที่เป็นไปอย่างเข้าใจ มีความรับผิดชอบ”…ll

น้องโน้ต

Health News : ดื่มกาแฟวันละ 3-4 ถ้วยส่งผลดีต่อสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/305266

Health News : ดื่มกาแฟวันละ 3-4 ถ้วยส่งผลดีต่อสุขภาพ

Health News : ดื่มกาแฟวันละ 3-4 ถ้วยส่งผลดีต่อสุขภาพ

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
การศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์บีเอ็มเจ ระบุว่า การดื่มกาแฟในระดับที่ไม่มากหรือน้อยเกินไป มีความปลอดภัย โดยการดื่มกาแฟวันละ 3-4 แก้วอาจส่งผลดีต่อสุขภาพหลายประการ โดยในกลุ่มผู้ดื่มกาแฟมีความเสี่ยงของการเป็นโรคตับและมะเร็งต่ำลง รวมถึงการเสียชีวิตจากอาการเส้นเลือดในสมองด้วย แต่นักวิจัยไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ากาแฟคือสาเหตุที่ช่วยลดความเสี่ยงลง นอกจากนี้ การศึกษายังคงยืนยันว่า การดื่มกาแฟมากเกินไประหว่างการตั้งครรภ์อาจเป็นอันตรายได้ สตรีมีครรภ์ว่าไม่ควรรับกาเฟอีนมากกว่า 200 มิลลิกรัมต่อวัน หรือปริมาณกาแฟสำเร็จรูป 2 ถ้วย เพราะการรับกาเฟอีนมากเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงของการแท้งได้ ส่วนผู้ใหญ่ทั่วไป การรับกาเฟอีนในปริมาณปานกลางอยู่ที่ระดับไม่เกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเท่ากับการดื่มกาแฟประมาณ 3-4 ถ้วย แต่ต้องคำนึงถึงการบริโภคเครื่องดื่มหรืออาหารชนิดอื่นที่มีกาเฟอีนด้วย

Science Update : แสงสว่างจากหลอดไฟปกคลุมทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/305265

Science Update : แสงสว่างจากหลอดไฟปกคลุมทั่วโลก

Science Update : แสงสว่างจากหลอดไฟปกคลุมทั่วโลก

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการไซแอนซ์ แอดวานเซส อาศัยข้อมูลจากเครื่องวัดรังสีที่ติดตั้งบนดาวเทียมของนาซา ซึ่งออกแบบมาเพื่อวัดค่าแสงในเวลากลางคืนโดยเฉพาะ ภาพถ่ายแสดงให้เห็นว่า แสงสว่างจากหลอดไฟกำลังเพิ่มขึ้นและครอบคลุมบริเวณกว้างขึ้นทั่วโลกทุกปี บางประเทศที่ส่องสว่างเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกอยู่แล้วอย่างสหรัฐและสเปน ไม่เปลี่ยนแปลง แต่ประเทศส่วนใหญ่ในอเมริกาใต้ แอฟริกา และเอเชียมีแสงสว่างเพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดผลกระทบที่คาดไม่ถึงต่อสุขภาพของมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม ผลการศึกษาพบว่าแสงจากหลอดไฟ เป็นภัยต่อการผสมเกสรของพืช มีผลทำให้แมลงที่หากินในเวลากลางคืนผสมเกสรน้อยลง ต้นไม้ในบริเวณที่มีไฟส่องสว่าง จะออกดอกเร็วกว่าปกติ 1 สัปดาห์ เมื่อเทียบกับต้นไม้ที่ไม่ได้อยู่ในบริเวณที่มีแสงไฟ อีกทั้งยังมีส่วนทำให้นกที่อพยพในเวลากลางคืน มีพฤติกรรมเปลี่ยนไป ขณะที่ความสว่างของไฟสีฟ้าที่จ้าเกินไป จะกระทบต่อฮอร์โมนเมลาโทนินซึ่งทำให้ง่วงนอน ส่งผลให้คนเรานอนหลับไม่เพียงพอในเวลากลางคืน

หนังสือเด่น : บันทึกปิ่น มีอะไรมากกว่าที่คาดคิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/305269

หนังสือเด่น : บันทึกปิ่น มีอะไรมากกว่าที่คาดคิด

หนังสือเด่น : บันทึกปิ่น มีอะไรมากกว่าที่คาดคิด

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ในช่วงสมัยแห่งราชวงศ์ต้าถัง ชื่อเสียงของสตรีนางหนึ่งนามว่า “หวงจื่อเสีย” ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ช่วงหนึ่ง เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม ที่เธอต้องพยายามดิ้นรน หาทางออกเพื่อไม่ให้ความผิดของเธอต้องลามและเดือดร้อนไปทั้งวงศ์ตระกูล

วันนี้ “เช่อเช่อชิงหาน” นักเขียนชาวจีน ได้เขียนเรื่องราวของเธอออกมาในรูปแบบของ นิยาย โดยใช้ชื่อว่า “บันทึกปิ่น” เป็นเรื่องราวที่ เมื่อเผยแพร่สู่นักอ่าน กลายเป็นที่สนใจอย่างมากทั้งจีนแผ่นดินใหญ่ และไต้หวันจนถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ทีวี และตอนนี้ สำนักพิมพ์ สยามอินเตอร์ ได้ให้ “อรจิรา” แปลนิยายเรื่องนี้ออกมาเป็นภาไทย วางตลาดเล่มที่ 1 ดูเชิงว่าจะได้รับความนิยมเช่นเดียวกับในประเทศจีนหรือไม่

บันทึกปิ่น โดยภาพรวม เป็นเรื่องราวของ “หวงจื่อเสีย” ที่ต้องคดีว่า เข้าไปพัวพันกับการฆ่าบุคคลสำคัญในเชื้อพระวงศ์แห่งต้าถัง จึงสร้างความเดือดร้อนให้เกิดกับเธอเอง และลุกลามต่อไปถึงระดับต้อง ล้างแค้นฆ่าล้างตระกูลกันทีเดียว

แต่เพราะ หวงจื่อเสีย ไม่ใช่หญิงสาวที่ สวยแต่โง่ เธอทั้งฉลาดและงดงาม ดังนั้น เธอจึงไม่ปล่อยให้อันตรายที่เธอไม่ได้สร้างขึ้นมาเกิดขึ้นกับตัวเธอเองแน่นอน ด้วยความสามารถแห่งปัญญา และเลือดแห่งนักสู้เธอต้องค้นหาสืบสวนเรื่องราวทุกอย่างให้กระจ่างขึ้นมาให้ได้ เรื่องราวที่สนุกชวนให้ติดตามจึงอยู่ที่ประเด็นนี้

ตอนแรกอ่านแล้วคิดว่าจะเป็นเรื่องราวการสืบสวนสอบสวนที่ต้องเครียดและซับซ้อนซ่อนเงื่อนจนอาจจะเกิดอาการงง แต่เมื่ออ่านไปได้สิบหน้ากว่าๆพบว่า นิยายเรื่องนี้ แฝงอารมณ์ขัน และอารมณ์โรแมนติกเอาไว้เต็มอัตภาพทีเดียว จึงทำให้ อารมณ์ของการอ่าน ไม่เครียด แต่ผ่อนคลาย และอดยิ้มไปกับลูกเล่นของตัวละครแต่ละตัวไม่ได้ โดยเฉพาะฉากหวานแหว๋วแทบอยากจะออกไปหาซื้อเวอร์ชั่นที่เป็นภาพยนตร์มาดูให้เต็มตา

ด้วยรูปเล่มที่มีความหนาประมาณ สองร้อยแปดสิบหน้า ทำให้การใช้เวลาอ่านไม่ต้องนานมากนัก จึงทำให้รู้สึกว่าเป็นหนังสือที่ สมดุลระหว่าง ราคา และ ระยะ เวลาอ่าน แต่พออ่านจบแล้ว อดนึกไม่ได้ว่า มันเล่มเล็กไปหน่อย อ่านไม่จุใจ….ก็เป็นแบบนี้แหละครับ อะไรที่มันสนุก มันอยากติดตาม และรู้สึกว่า มัน จบเร็วเหลือเกิน แต่อะไรที่อยากให้จบเร็วๆ แม้เรื่องราวจะนิดหน่อยก็ดูเหมือนว่าจะยาวเหลือเกินไม่รู้จักจบจักสิ้นเสียที

เขียนออกมาอย่างนี้ก็เพื่อจะถามว่า แล้วเล่มสองจะออกมาเมื่อไรครับ

สาวสวยกับดอกไม้งาม ใน‘แพรว’

พร้อมเรื่องราวของเครือข่ายสตรีอาเซียน

“นิตยสารแพรว” ขึ้นปกอั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ ในลุคสวยดูแพงกับดอกไม้งามระดับลักชัวรี่สุดอลัง โดยดึงอินสไปเรชั่นความงามมาประชันกับความปังระดับขุ่นแม่อั้ม ด้วยฝีมือเนรมิตสวนดอกไม้สไตล์ยุโรปของเอก-สันติพงษ์ คงรักษ์ เจ้าของบริษัทกรุงชิง ผู้เชี่ยวชาญการจัดแต่งสวนดอกไม้ประดิษฐ์ พร้อมด้วย บาว-ณัฎฐวรณัน ปัญชาน์สุพิชญา ที่ช่วยคัดสรรดอกกุหลาบสวยๆ มาเสริมทัพ นอกจากความสวยงามของแฟชั่นแล้ว ยังมีเรื่องเกี่ยวกับเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน (ASEAN WOMEN Entrepreneurs Network) หรือ AWEN เพื่อสร้างเครือข่ายและความเข้มแข็งทางทักษะการทำธุรกิจให้ผู้หญิง อีกด้วย

เรียนรู้จุลินทรีย์ตัวเล็กในโลกใบใหญ่

ด้วยรูปแบบการนำเสนอในรูปเล่มการ์ตูน

“แจ๋วแหววกับเดอะแก๊งชีวภาพ 2 : จุลินทรีย์ตัวเล็กในโลกใบใหญ่” เขียนโดย “พันธุ์วงค์ คุณธนะวัฒน์”เป็นหนังสือการ์ตูนวิทยาศาสตร์ สี่สี ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ชีวภาพ แบ่งออกเป็น 3 ตอน คือ ตอนที่ 1 แมตช์หยุดโลก ต้นคิด VS แจ๋วแหวว ตอนที่ 2 อีโคไลตัวร้ายกับนายเพนิซิลลิน และตอนที่ 3 รัสเซียนรูเล็ต ที่สอดแทรกความรู้เกี่ยวกับจุลชีววิทยา ครอบคลุมสาระความหมายและชนิดของจุลินทรีย์ อาทิ แบคทีเรีย ยีสต์ และเชื้อรา นอกจากนี้ยังกล่าวถึงความสำคัญของจุลินทรีย์ โทษที่เกิดจากจุลินทรีย์ จุลินทรีย์ก่อโรค ความพยายามของมนุษย์ในการควบคุมจุลินทรีย์ ยาปฏิชีวนะ และการใช้ประโยชน์จากจุลินทรีย์ เป็นต้น จำหน่ายเล่มละ 220 บาท

พบกับสัตว์โลกชื่อยากกว่า 100 ชนิด

ฝึกให้เด็กรู้จักและเรียกชื่อที่ถูกต้อง

หนังสือ” สัตว์โลก A-Z” เป็นหนังสือภาพสี่สีสำหรับเด็กเล็กอายุตั้งแต่สามขวบขึ้นไป เขียนโดย “คริสโตเฟอร์ไรท์” นักเขียน นักพูด สายเลือด อังกฤษ-ไทย ที่จัดทำหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเพื่อต้องการนำเสนอให้เด็กๆ ได้รู้จักชื่อของสัตว์โลกมากกว่า 100 ชนิด ที่มักจะออกเสียงกันไม่ค่อยถูกในภาษาอังกฤษ ด้วยการจัดลำดับเริ่มต้นตั้งแต่ พยัญชนะ A ไปจนถึง Z พร้อมทั้งเน้นการออกเสียงที่ถูกต้องเอาไว้ให้ฟังอย่างชัดเจน ด้วยภาพวาดสี่สีสะดุดตาสำหรับเด็กๆ โดยมีชื่อกำกับสองภาษาคือไทยและอังกฤษ จึงเหมาะสำหรับคนไทยที่ต้องการออกเสียงให้ตรงกับภาษาอังกฤษ และเหมาะกับคนที่ใช้ภาษาอังกฤษต้องการจะออกเสียงให้ตรงกับภาษาไทย จำหน่ายเล่มละ 195 บาท

เรื่องและภาพของเจ้าเวหาเมื่อ 162 ล้านปี

ลึกแต่ไม่ลับว่าทำไมคนสิงคโปร์จึงมีความสุข

“เนชั่นแนล จีโอกราฟิก” ฉบับภาษาไทย เดือนพฤศจิกายน 2560 เต็มอิ่มกับสาระการค้นพบใหม่ๆ ของ เทอโรซอร์ ผู้ครองท้องฟ้าเป็นเวลา 162 ล้านปี และเผยความลี้ลับสุดพิสดารของสัตว์เลื้อยคลานบินได้ในมหายุคมีโซโซอิก, ภารกิจพิทักษ์ปากแม่น้ำโอกาวางโกแห่งแอฟริกา โครงการสำรวจที่เผยให้เห็นภัยคุกคามดินดอนสามเหลี่ยมอันยิ่งใหญ่, เจาะเคล็ดลับของดินแดนแห่งความสุขของ 3 ประเทศนี้ ได้แก่ เดนมาร์ก, คอสตาริกา และเรื่องราวที่คนหลายประเทศอยากรู้ว่า อะไรทำให้ผู้คนในประเทศสิงคโปร์มีความสุข พร้อมแถมแผ่นพับ กว่าจะมาเป็น เทอโรซอร์ ยักษ์ใหญ่ครองเวหา แบบครบถ้วนสมบูรณ์และสวยงาม ควรแก่การเก็บไว้เพื่อการเรียนรู้ได้อย่างดี

Tech for life : 26 พฤศจิกายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/305268

Tech for life : 26 พฤศจิกายน 2560

Tech for life : 26 พฤศจิกายน 2560

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เมืองอนาคต

บรรยากาศงานนิทรรศการเมืองอัจฉริยะ The Smart City Exhibition ในงาน China Hi-Tech Fair (CHTF)เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการเซิน เจิ้น

งานนี้มีการนำเสนอโซลูชั่น ผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และแนวคิดแปลกใหม่ในภาคอุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ และผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับโมบายอินเตอร์เนต อินเตอร์เนตออฟธิงส์ (IoT) บิ๊กดาต้า และคลาวด์คอมพิวติ้ง

หูฟังนักวิ่ง

นี่คือตัวหูฟังIn-Ear ของซัมซุง ที่มีชื่อว่า Gear IconX ออกแบบสำหรับผู้ชื่นชอบออกกำลังกายโดยเฉพาะ Gear IconX เชื่อมกับ
สมาร์ทโฟนผ่าน Bluetooth มาพร้อมความจุ 4GB สามารถเก็บไฟล์MP3ไว้ฟังเพลงไป วิ่งไปแบบจุใจ ควบคุมการทำงานผ่านปุ่มกด ส่วนราคาในบ้านเรายังไม่กำหนด ในเบื้องต้นคาดว่าจะอยู่ที่ 6,700 บาท จำหน่ายในปีนี้

เกมต่อสู้

Knives Out เป็นเกมที่พัฒนาขึ้นโดย NetEase Games บริษัทเกมชั้นแนวหน้าของจีน เกมนี้เปิดตัว เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 มียอดดาวน์โหลดแล้ว 50 ล้านครั้ง โหลดผ่านแอพสโตร์ของ Apple หรือ Google

โดยเนื้อหาเกม ผู้เล่น 100 รายถูกปล่อยบนเกาะร้าง ผู้เล่นสามารถเดินเก็บอาวุธ วิ่งแข่งกับก๊าซพิษที่ฟุ้งกระจาย โดยมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่จะอยู่รอด

แปลได้

MARS เป็นหูฟังแปลภาษาแบบเรียลไทม์ ที่เคยคว้ารางวัล Best of Innovations ในประเภทหูฟัง จากงาน CES 2018ที่นิวยอร์กมาแล้ว โดยเป็นนวัตกรรมจาก LINE Corporation รองรับการแปลได้ทั้งหมด 10 ภาษา ได้แก่ เกาหลี อังกฤษ ญี่ปุ่น จีน สเปน ฝรั่งเศส เวียดนาม ไทย และอินโดนีเซีย มีกำหนดเปิดตัวต้นปีหน้า โดยวางจำหน่ายในเกาหลีใต้ก่อน โดยหลังจากนั้นจะเริ่มออกวางจำหน่ายในญี่ปุ่น และประเทศอื่นๆ ต่อไป

pet care : เรื่องของตู้ปลา ตอนที่ 1: ชนิดของยาและสารเคมีในการเลี้ยงปลาสวยงาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/305291

pet care : เรื่องของตู้ปลา ตอนที่ 1: ชนิดของยาและสารเคมีในการเลี้ยงปลาสวยงาม

pet care : เรื่องของตู้ปลา ตอนที่ 1: ชนิดของยาและสารเคมีในการเลี้ยงปลาสวยงาม

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ในปัจจุบัน “ปลา” เป็นสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเนื่องจากใช้พื้นที่และระยะเวลาในการดูแลไม่มาก แต่หลายคนก็วิตกว่า เมื่อเราสังเกตุเห็นว่าปลาเริ่มแสดงอาการป่วย เราจะมีวิธีการปฐมพยาบาลและการดูแลเบื้องต้นอย่างไร โดยเฉพาะความรู้พื้นฐานเรื่องยาและสารเคมีที่ใช้ในสัตว์น้ำ วันนี้ผมมีข้อมูลดีๆ จากรศ.สพ.ญ.ดร.อรัญญา พลพรพิสิฐ จากศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ มาฝากครับ

ยาและสารเคมีที่มีการใช้ในการเลี้ยงปลาตู้สวยงามนั้นมีจำนวนมากที่วางขายกันอยู่ตามร้านขายอุปกรณ์เลี้ยงปลา ซึ่งเราสามารถแบ่งกลุ่มยาและสารเคมีที่ใช้ได้เป็น 5 กลุ่มดังนี้

1.ยาหรือสารเคมีที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในน้ำ

ตัวอย่างสารในกลุ่มนี้ ได้แก่ อะคริฟลาวินโซลูชั่นหรือยาเหลือง โพแทสเซียมเปอร์มังกาเนตหรือด่างทับทิม ไอโอดีนโซลูชั่น ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ เมทธิลีนบลู เป็นต้น

สารเคมีกลุ่มนี้เป็นที่นิยมใช้อย่างกว้างขวาง มีความปลอดภัยสูง ราคาถูก ใช้ในการลดปริมาณหรือฆ่าเชื้อแบคทีเรียในน้ำที่ใช้ในการเลี้ยงปลา การฆ่าเชื้อที่ปนเปื้อนมากับอาหารมีชีวิตสำหรับปลากินเนื้อ การฆ่าเชื้ออุปกรณ์ พรรณไม้น้ำ วัสดุและสิ่งตกแต่งตู้ปลา การตกค้างของสารเคมีในกลุ่มนี้เมื่อใช้โดยวิธีการจุ่มในการฆ่าเชื้ออุปกรณ์ต่างๆ ไม่มีอันตรายต่อปลา

ก่อนที่จะนำอาหารมีชีวิตหรือวัสดุต่างๆใส่ลงในตู้ปลา ควรมีการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่อาจเป็นสาเหตุการเกิดโรคและติดมากับอาหารมีชีวิตหรือวัสดุ อาจนำมาใช้ในกรณีที่นำน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติมาใช้ในการเลี้ยงปลา เนื่องจากน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติส่วนใหญ่มีแบคทีเรียปนเปื้อนอยู่ แต่ไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีในกลุ่มนี้ในกรณีที่นำน้ำประปามาใช้ในการเลี้ยงปลา ยกเว้นเมื่อไม่มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำเป็นเวลานาน
มีของเสียในตู้ปลามาก และไม่สามารถเปลี่ยนถ่ายน้ำได้เป็นเวลานาน

2.สารเคมีที่มีฤทธิ์ฆ่าปรสิตภายนอก

ตัวอย่างสารในกลุ่มนี้ได้แก่ ฟอร์มัลดีไฮด์หรือฟอร์มาลิน โซเดียมคลอไรด์หรือเกลือแกง ออร์กาโนฟอสเฟต คอปเปอร์ซัลเฟต โพแทสเซียมเปอร์มังกาเนตหรือด่างทับทิม

3.สารเคมีที่มีฤทธิ์ฆ่าปรสิตภายใน

สารในกลุ่มนี้เป็นกลุ่มยาถ่ายพยาธิภายใน ได้แก่ เมทโทรนิดาโซล พราซิควอนเทล  มีเบนดาโซล เฟนเบนดาโซล ลีวาไมโซล

4.ยาปฏิชีวนะและยาที่มีฤทธ์ฆ่าหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียในร่างกายปลา

ตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ได้แก่ กลุ่มกานามัยซิน  คลอแรมเฟนิคอลเจนต้ามัยซิน ซัลฟาไตรเมโทพริม เซฟฟาเลกซิน นีโอมัยซินไนโตรฟูราโซน เพนนิซิลลิน ฟลอเฟนนิคอล ฟูราโซลิโดนสเตรปโตมัยซิน ออกซีเตตร้าซัยคลิน อะมอกซีซิลลิน อะมิกาซินอิริโทรมัยซิน  แอมพิซิลิน เอนโรฟล๊อกซาซิน นอร์ฟล๊อกซาซิน เป็นต้น

5.สารเคมีที่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ

ตัวอย่างสารเคมีในกลุ่มนี้ได้แก่โซเดียมไธโอซัลเฟตใช้เพื่อกำจัดคลอรีนในน้ำ คลอรีนใช้เพื่อฆ่าเชื้อบ่อเลี้ยงและอุปกรณ์ติดเชื้อ ใบหูกวางใช้เป็นสมุนไพรในการรักษาแผลที่ผิวหนังปลากัดโปรไบโอติคใช้เพื่อกระต้นการเจริญเติบโตและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในสัตว์น้ำ เป็นต้น

จะเห็นว่าสารเคมีหรือยาที่ใช้กันมีจำนวนมาก ซึ่งมีฤทธิ์และข้อบ่งใช้ที่แตกต่างกัน แต่ที่สำคัญก่อนจะใช้ยาอะไรก็ตาม ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนใช้ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงที่สุด และส่งผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยง คน และสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด สัปดาห์หน้า เรามารู้จักวิธีและช่องทางการให้ยาสัตว์น้ำกันต่อครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร

คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

แหวกฟ้าหาฝัน : Warsaw Uprising Museum

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/305237

แหวกฟ้าหาฝัน : Warsaw Uprising Museum

แหวกฟ้าหาฝัน : Warsaw Uprising Museum

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์ และชอบศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับสงครามที่ได้มีโอกาสไปเยือนกรุงวอร์ซอร์ มิวเซียมหนึ่งที่ควรไปเยี่ยมเยือนให้ได้คือ UprisingMuseum มิวเซียมที่จัดตั้งขึ้น ณ สถานีรถรางเก่าเพื่อระลึกถึง 60 ปีของผู้เสียสละชีวิตในการจลาจลเพื่อต่อต้านเยอรมนี ณ วอร์ซอร์นี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับการโหวตจากเว็บดังๆ ให้เป็นมิวเซียมอันดับหนึ่งของกรุงวอร์ซอร์

มิวเซียมที่เกี่ยวเนื่องกับการจลาจลในปี 1944 ซึ่งจัดตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 1983 นี้มีเป้าหมายที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ในการจลาจลอย่างถูกต้องที่สุด ของจัดแสดงภายใต้พื้นที่มากถึง 3,000 กว่าตารางเมตรจึงเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับการสู้รบ ชีวิตประจำวันระหว่างการจลาจล ความรุนแรงที่เกิดขึ้น สถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศในช่วงเวลานั้น ช่วงเวลาหลังจากการจลาจลที่โปแลนด์ตกอยู่ภายใต้การปกครองแบบคอมมิวนิสต์ และชะตากรรมของผู้ก่อการจลาจล ของจัดแสดงเรื่องราวเหล่านี้ประกอบด้วยอาวุธ ภาพถ่าย และภาพยนตร์ที่ถูกบันทึกในช่วงเวลานั้น

ส่วนที่สองของการจัดแสดงซึ่งเปิดในเดือนพฤษภาคมปี 2006 ในอาคาร B นั้นเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการทิ้งระเบิด โดยมีการจัดแสดงการจำลองการทิ้งระเบิด Liberator B-24J ด้วย นอกจากนี้เรื่องราวส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเยอรมนีและพันธมิตรในกรุงวอร์ซอร์โดยเอกสารส่วนใหญ่เป็นบันทึกเรื่องราวส่วนตัวของผู้อยู่ในเหตุการณ์ของรัฐบาลใต้ดินโปแลนด์ที่ภายหลังพ่ายแพ้และการกระด้างกระเดื่องครั้งนั้นได้ชื่อว่าการจลาจลอย่างละเอียดทีละวันระหว่างเดือนสิงหาคมถึง 2 ตุลาคมปี 1944

เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจ ภัณฑรักษ์ได้แบ่งการจัดแสดงเป็นส่วนๆ ดังนี้

-ห้องผู้ก่อการจลาจล เป็นห้องจัดแสดงที่อุทิศให้กับกลุ่มก่อการจลาจลรุ่นเยาว์และเด็กๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์จลาจล ในห้องจะมีอนุสาวรีย์การจลาจลจำลอง และรูปถ่ายสีของ Roza Maria Gozdziewska ผู้มีฉายาว่านางพยาบาลน้อย

-ห้องภาพยนตร์ จะจัดแสดงภาพยนตร์ที่ถูกถ่ายทำโดยผู้ก่อการจลาจลในช่วงปี 1944 อย่างต่อเนื่อง

-แบบจำลองท่อน้ำทิ้งเพื่อแสดงให้เห็นถึงประสบการณ์การใช้ท่อระบายน้ำในการเคลื่อนที่เข้าหาพื้นที่ของชาวเยอรมันโดยที่ผู้อพยพไม่ได้รับความสกปรกจากท่อน้ำทิ้ง

-โรงพยาบาลของกลุ่มก่อการจลาจล

-หอเก็บ Liberator B-24J ของจริงซึ่งถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของมิวเซียม

-ห้องแสดงภาพยนตร์ขนาดใหญ่บนชั้นหนึ่งที่ฉายภาพยนตร์เกี่ยวกับข่าวในช่วงเวลานั้น

-หอคอยสังเกตการณ์ซึ่งตั้งอยู่ด้านบนสุดของอาคาร เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ชมทิวทัศน์ของ Freedom Park และเมืองวอร์ซอร์ในมุมสูงด้วย

-ห้องเครื่องพิมพ์จัดแสดงเครื่องพิมพ์ดีดและแท่นพิมพ์ที่กลุ่มจลาจลใช้

-เมืองหายนะ เป็นภาพยนตร์ 3 มิติที่ถูกถ่ายทำให้เห็นถึงกรุงวอร์ซอร์หลังการถูกโจมตีทางอากาศในปี 1945

-ส่วนของนาซี เป็นการแสดงถึงความน่าสะพรึงกลัวของการยึดครองของเยอรมันและการสังหารโหดที่กระทำโดยชาวเยอรมันและผู้ทำงานร่วมกันระหว่างการจลาจล

-ส่วนของคอมมิวนิสต์ เมื่อสหภาพโซเวียตยึดครองโปแลนด์ รัฐบาลหุ่นเชิดของสตาลิน และชะตากรรมของผู้กระด้างกระเดื่องหลังสงคราม

นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสเยี่ยมเยือนมิวเซียมจะรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับวิธีการจัดแสดงและสามารถเข้าใจถึงเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบราวกับได้อยู่ร่วมในสถานการณ์ในห้วงเวลานั้นจวบจนกระทั่งผู้ก่อการจลาจลหลบหนีออกจากกรุงวอร์ซอร์ และรวมไปถึงชะตากรรมของผู้ก่อการอย่างละเอียดละออเลยทีเดียว

‘เครือซีพี’ เดินหน้าต่อยอดความยั่งยืน เผยแผนกองทุนช่วยสังคม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/305248

‘เครือซีพี’ เดินหน้าต่อยอดความยั่งยืน เผยแผนกองทุนช่วยสังคม

‘เครือซีพี’ เดินหน้าต่อยอดความยั่งยืน เผยแผนกองทุนช่วยสังคม

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

หลังจาก 3 บริษัทในเครือซีพี ได้แก่ CPF, CPALL และ True ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิก DJSI (Dow Jones Sustainability Indices) หรือ ดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ ในปี 2560 ซึ่งนับว่าประสบความสำเร็จอย่างยิ่งด้านความยั่งยืนต่อสังคม ตั้งเป้าอีก 10 ปี ติดอันดับ Top ต้นๆ ของโลก

ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือซีพี และบริษัทในเครือฯ ทั้งหมด กล่าวว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา เครือซีพีมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และกระบวนการภายในองค์กรหลายประการสู่เส้นทางของการพัฒนาที่ยั่งยืน ดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของการรักษาสมดุลทั้ง 3 ด้านได้แก่ เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงมุ่งมั่นที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ โดยมีนโยบายผลักดันการพัฒนาอย่างยั่งยืนของชุมชนและสังคมในทุกแห่งที่เครือฯ เข้าไปดำเนินธุรกิจ พร้อมทั้งนำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ หรือ SDGs (Sustainable Development Goals) เข้าไปไว้ในเป้าหมายของการดำเนินธุรกิจ

นอกจากนี้ ศุภชัย ยังประกาศเป้าหมาย ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์กรต่อสาธารณะ โดยที่ทุกบริษัทย่อยในเครือฯ ที่เคยมีกลยุทธ์ของตนเอง จากนี้ต่อไปจะมีแนวทางที่ต้องบรรลุร่วมกัน ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกทั้งต่อการดำเนินธุรกิจของเครือฯ ประเทศไทย และสังคมโลกอีกทั้งตั้งเป้าหมาย 10 ปีข้างหน้าให้เครือฯ ได้รับคัดเลือกเป็นบริษัทที่มีความยั่งยืนอยู่ในระดับ Top 20 หรือ Top 30ของโลกด้วย

ด้าน สุขสันต์ เจียมใจสว่างฤกษ์ ประธานคณะผู้บริหารธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) ซีพีเอฟ กล่าวว่า DJSI ไม่เพียงเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันเท่านั้น แต่ติดตามพัฒนาการและเป้าหมายการดำเนินงานของบริษัทควบคู่ไปด้วย ฉะนั้นการเข้าร่วมประเมินผลการดำเนินงานในแต่ละปี เราต้องศึกษาแนวทางการดำเนินงานของบริษัทอื่นๆ ด้วย เพื่อนำมาประกอบการกำหนดแผนพัฒนาการดำเนินงาน เพื่อให้ครอบคลุมทั้งมิติเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและสังคม

ทั้งนี้ ซีพีเอฟเริ่มจัดกรอบงานความยั่งยืนตั้งแต่พ.ศ. 2554 พร้อมกำหนดทิศทาง กลยุทธ์ นโยบาย รวมถึงจัดตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานชุดต่างๆ ที่จะมาช่วยผลักดันการดำเนินงานภายใต้ 3 เสาหลัก คือ “อาหารมั่นคง สังคมพึ่งตน ดินน้ำป่าคงอยู่” ประกอบด้วย 6 เป้าหมาย 11 เป้าประสงค์ จนทำให้ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกติดต่อกันเป็นปีที่ 3

อย่างไรก็ตาม เครือซีพีฯ ยังมีแผนที่จะจัดตั้งกองทุน Social Impact Fund ใน 5 ปี ซึ่งจะลงทุนในกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) และโครงการ CSR ทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคม อีกส่วนหนึ่งจะเป็นการแสวงหาผู้ประกอบการที่ดำเนินกิจการเพื่อสังคมหรือมีโครงการที่จะทำเพื่อแก้ไขความเหลื่อมล้ำของสังคม และสามารถต่อยอดเพื่อสร้างความยั่งยืน ซึ่งเครือซีพีจะช่วยส่งเสริมด้านองค์ความรู้และการตลาด เพื่อให้กิจการดำเนินไปได้อย่างยั่งยืน โดยเชื่อว่าแนวทางนี้จะช่วยยกระดับการดำเนินการในการสร้างคุณค่าทางสังคม ให้สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

สถาบันดนตรียามาฮ่า จับมือ ROCKSCHOOL ตอบโจทย์ดนตรียุค 4.0 ชูศักยภาพการสอบวัดระดับดนตรีสมบูรณ์ที่สุดในเมืองไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/305249

สถาบันดนตรียามาฮ่า จับมือ ROCKSCHOOL ตอบโจทย์ดนตรียุค 4.0 ชูศักยภาพการสอบวัดระดับดนตรีสมบูรณ์ที่สุดในเมืองไทย

สถาบันดนตรียามาฮ่า จับมือ ROCKSCHOOL ตอบโจทย์ดนตรียุค 4.0 ชูศักยภาพการสอบวัดระดับดนตรีสมบูรณ์ที่สุดในเมืองไทย

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สถาบันดนตรียามาฮ่า โดยโรงเรียนดนตรียามาฮ่า จับมือศูนย์สอบพันธมิตร ROCKSCHOOL จากอังกฤษชูคอนเซ็ปต์ YAMAHA ROCKSCHOOL การทดสอบวัดระดับทักษะขีดความสามารถทางดนตรีสมบูรณ์แบบที่สุดในเมืองไทย ตอบโจทย์ดนตรีในยุค 4.0 เอาใจดนตรีแนวร็อกและก้าวสู่นักดนตรีมืออาชีพ

การเปิดตัว YAMAHA ROCKSCHOOL โดยโรงเรียนดนตรียามาฮ่า สถาบันดนตรียามาฮ่า ผู้นำหลักสูตรดนตรีศึกษาแรกของเมืองไทย ให้ความสำคัญกับองค์กรต่างๆที่คำนึงถึงการพัฒนาบุคลากรด้านดนตรี ที่ต้องมีใบรับรองคุณภาพมาตรฐานการทำงาน โดยทางสถาบันฯ พร้อมสนับสนุนการทดสอบความสามารถทางดนตรีต่างๆ ทุกประเภท อาทิ กลอง, กีตาร์, เบส,ร้อง, เปียโน และร้องเพลง ซึ่งเป็นการวัดระดับในรูปแบบของ ROCK SCHOOL ที่มีมาตรฐานระดับโลกจากประเทศอังกฤษ

จุดเด่นของ ROCKSCHOOL นับเป็นองค์กรให้บริการด้านการสอบ Rock & Pop ชั้นนำทั่วโลก เพื่อทดสอบวัดระดับการสอบวิชาดนตรีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมีการพัฒนาจุดแข็งควบคู่ไปกับการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของทุกคนให้มีความเป็นตัวเองสูง และเปิดกว้างก้าวสู่ยุคดนตรี 4.0 ที่จะทำให้คุณลืมภาพการเล่นดนตรีแบบเดิมๆ กล้าแสดงออก และท้าทายศักยภาพ โดยการทดสอบตนเองผ่านการประเมินดนตรีขั้นพื้นฐานจนถึงขั้นสูง ไม่ว่าจะเป็นมือกีตาร์แนวอินดี้ หรือจะเป็นนักเปียโนสายป๊อปการสอบจะช่วยให้คุณไปถึงเป้าหมายอย่างรวดเร็ว และเพิ่มความมั่นใจในการสอบวัดผลมากขึ้น และพัฒนาดนตรีในเมืองไทยเทียบเท่าระดับสากล

ROCKSCHOO มีศิลปินที่เป็นไอดอลทางดนตรี ได้ผ่านการสอบจาก ROCKSCHOOL อย่างหนุ่ม เอ็ด ชีแรน (Ed Sheeran) นักร้องระดับโลก เจ้าของอัลบั้ม “X” ที่ขายได้มากกว่า 10 ล้านก๊อบปี้ทั่วโลกที่เคยสอบวัดทักษะทางดนตรีในระดับ Level 4 Diploma สำหรับ Creative Practitioners โดย Yamaha RockSchool ทางเลือกของคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการพิสูจน์ฝีมือดนตรีขั้นเทพ ได้ที่โรงเรียนดนตรียามาฮ่า ทั่วประเทศกับนิยามที่ว่า “เราไม่ใช่แค่ศูนย์สอบดนตรีทั่วไปแต่เรายังเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งความร็อก!”สนใจสอบถามได้ที่ สถาบันดนตรียามาฮ่า โทร.02-2152626 ต่อ 1701 www.th.yamaha.com หรือติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่เฟสบุ๊ค Yamaha Music Thailand

ดร.พีรวัฒน์ ชูเกียรติ กก.ผจก.บจ.สยามดนตรียามาฮ่า

ดร.พีรวัฒน์ ชูเกียรติ กก.ผจก.บจ.สยามดนตรียามาฮ่า
ครูสอนดนตรีที่พร้อมกับ YAMAHA ROCK SCHOOL

ครูสอนดนตรีที่พร้อมกับ YAMAHA ROCK SCHOOL
ทีมเจ้าของธุรกิจโรงเรียนดนตรียามาฮ่า

ทีมเจ้าของธุรกิจโรงเรียนดนตรียามาฮ่า
ทีมนักวิชาการและทีมผู้บริหาร

ทีมนักวิชาการและทีมผู้บริหาร
ถ่ายภาพที่ระลึก แสงชัย เมธีธนกุล ผจก.ทั่วไปฝ่ายสถาบันดนตรียามาฮ่า และ Education Marketing ดร.พีรวัฒน์ ชูเกียรติ, Mr.Hisanori Murakami, ดร.สรัล ภาชื่น

ถ่ายภาพที่ระลึก แสงชัย เมธีธนกุล ผจก.ทั่วไปฝ่ายสถาบันดนตรียามาฮ่า และ Education Marketing ดร.พีรวัฒน์ ชูเกียรติ, Mr.Hisanori Murakami, ดร.สรัล ภาชื่น
ทีมนักวิชาการสถาบันดนตรียามาฮ่า

ทีมนักวิชาการสถาบันดนตรียามาฮ่า
Mr.Hisanori Murakami ตัวแทนจาก ศูนย์สอบพันธมิตร ROCKSCHOOLจากประเทศอังกฤษ

Mr.Hisanori Murakami ตัวแทนจาก ศูนย์สอบพันธมิตร ROCKSCHOOLจากประเทศอังกฤษ
โชว์ร็อกแบบการตีกลองและกีตาร์

โชว์ร็อกแบบการตีกลองและกีตาร์