โผลเผยชาวยุโรปเชื่อ EU เสี่ยงล่มสลายในอีก 20 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/589279

  • วันที่ 16 พ.ค. 2562 เวลา 11:59 น.

โผลเผยชาวยุโรปเชื่อ EU เสี่ยงล่มสลายในอีก 20 ปี

ผลสำรวจเผยประชากรในหลายประเทศของยุโรปเชื่อว่า “สหภาพยุโรป” อาจล่มสลายภายในระยะเวลาไม่ถึง 20 ปี จากการเติบโตของฝ่ายขวาจัด

สภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสหภาพยุโรป (ECFR) ได้เผยผลการสำรวจล่าสุด ในช่วงก่อนที่สหภาพยุโรปจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภายุโรป กลับพบว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของชาวยุโรปเชื่อว่าสหภาพยุโปรมีแนวโน้มล่มสลายภายในชั่วอายุคน

รายงานจากเดอะการ์เดี้ยนระบุว่า ผลสำรวจประชากรในฝรั่งเศส เยอรมนี เบลเยี่ยม อิตาลี เนเธอร์แลนด์ ออสเตรีย สโลวาเกีย โรมาเนีย กรีซ สาธารรัฐเช็ก และโปแลนด์ เชื่อว่าการล่มสลายของสภาพยุโรปนั้นอาจเกิดขึ้นจริงได้ภายในระยะเวลา 10-20 ปีข้างหน้า

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฝรั่งเศสที่พบว่ากว่า 58% มีแนวโน้มอย่างมากที่จะล่มสลายในระยะเวลา 20 ปีข้างหน้า เป็นรองจากสโลวาเกียที่เชื่อมากที่สุดที่ร้อยละ 66%

ผลโพลดังกล่าวซึ่งเป็นการสำรวจของ YouGov กับ ECFR ยังระบุว่าขณะที่ประเทศที่ยังคงเชื่อมั่นในความเป็นเอกภาพของสหภาพยุโรปมีเพียงไม่กี่ประเทศเช่น สวีเดน เดนมาร์ก และสเปน

ตัวเลขดังกล่าวค่อนข้างน่าจับตาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการเติบโตของพรรคการเมืองที่มีแนวคิดขวาจัดโดยเฉพาะในฝรั่งเศส ที่พบว่าพรรค Rassemblement National (RN) ของนางมารี เลอแปง อาจครองเก้าอี้เสียงข้างมากของผู้แทนฝรั่งเศสในการเลือกตั้งรัฐสภายุโรปช่วงสัปดาห์หน้า

และเช่นเดียวกับพรรค Alternative für Deutschland (AfD) ที่ผลสำรวจพบว่าเกือบ 41% ของผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงจะเลือกพรรคขวาจัดของเยอรมนี

ผลสำรวจนี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับการเลือกตั้งในสัปดาห์หน้า โดยเฉพาะบรรดาผู้นำในยุโรปส่วนใหญ่ออกมาเตือนถึงประเด็นความเสถียรภาพที่จะส่งผลกระทบต่ออนาคตของอียูท่ามกลางกระแสการเกิดขึ้นของรัฐบาลฝ่ายขวาในหลายประเทศ

สหรัฐขึ้นบัญชีดำ”หัวเว่ย”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/589272

  • วันที่ 16 พ.ค. 2562 เวลา 10:15 น.

สหรัฐขึ้นบัญชีดำ"หัวเว่ย"

สหรัฐขึ้นบัญชีดำห้ามใช้ “หัวเว่ย” และบริษัทในเครืออีก 70 แห่งในรายชื่อ”แอนตี้ลิสต์” หลังทรัมป์ประกาศภาวะฉุกเฉินรับมือภัยคุกคามด้านไอทีจากต่างชาติ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐได้ประกาศใช้อำนาจพิเศษทางบริหารประกาศสภาการณ์ฉุกเฉินด้านเทคโนโลยี เพื่อปกป้องระบบอินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศของสหรัฐจากการคุกคามของเทคโนโลยีต่างชาติ

แม้การประกาศดังกล่าวจะไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนถึงบริษัทใด แต่หลายฝ่ายเชื่อว่าเป็นการมุ่งเป้ากีดกันทางเทคโนโลยีต่อบริษัทหัวเว่ย และ ZTE ของจีน และทางทำเนียบขาวยืนยันว่าคำสั่งดังกล่าวจะไม่ได้มุ่งเป้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

โดยหลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามในคำสั่งดังกล่าวเพียงไม่กี่ชั่วโมง ด้านกระทรวงพาณิยช์ได้เพิ่มรายชื่อของบริษัทหัวเว่ยรวมถึงบริษัทในเครืออีก 70 แห่งอยู่ในรายชื่อบัญชีดำ หรือ “แอนตี้ลิสต์” สั่งห้ามบริษัทเอกชนของสหรัฐทุกแห่งทำธุรกิจหรือใช้งานอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีใดๆของทางหัวเว่ยเด็ดขาด

นักวิเคราะห์บางฝ่ายมองว่าการขึ้นบัญชีดำหัวเว่ยครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มแรงกดดันกับจีนจากกรณีเจรจาสงครามการค้า

ขณะที่อีกฝ่ายมองว่า การกีดกันหัวเว่ยไม่ได้ส่งผลให้สหรัฐมีความมั่นคงทางไซเบอร์มากขึ้น หรือปลอดภัยยิ่งขึ้น แต่จะยิ่งทำให้การพัฒนาด้านเทคโนโลยี 5G ของสหรัฐล้าหลังและมีราคาแพงกว่าเดิม

ด้านสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น อ้างแหล่งข่าวในกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า หลังจากนี้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะดำเนินการออกกฎเฉพาะเพิ่มเติมภายใน 150 วันถึงมาตรการกีดกันหัวเว่ยในประเด็นต่างๆต่อไป

ดานังกลายเป็นดาวเด่น พัทยาถูกนักท่องเที่ยวเกาหลีเทแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/589242

  • วันที่ 15 พ.ค. 2562 เวลา 20:00 น.

ดานังกลายเป็นดาวเด่น พัทยาถูกนักท่องเที่ยวเกาหลีเทแล้ว

เวียดนามปั้นดานังแข่งภูเก็ต บาหลี

แต่ไหนแต่ไรมาเวียดนามขึ้นชื่อว่าเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวแบบแบ็กแพ็คเกอร์ เพราะมีสตรีทฟู้ดที่หลากหลาย แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยสีสัน ภูมิประเทศที่สวยงาม แต่บรรยากาศการท่องเที่ยวของเวียดนามกำลังเปลี่ยนไป เมื่อเมืองชายทะเลที่หลับใหลอย่างดานังถูกพลิกโฉมให้เป็นรีสอร์ทระดับห้าดาว ถนนที่เคยเต็มไปด้วยโฮมสเตย์หรือโฮสเทลถูกแทนที่ด้วยแหล่งช็อปปิ้งหรือโรงแรมหรู มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวครบครัน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการของเวียดนามขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมื่อปี 2017 องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ ประกาศให้เวียดนามเป็นหนึ่งในสิบจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก คือมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 29.1%

การขยายตัวแบบก้าวกระโดดส่วนหนึ่งเป็นเพราะนักท่องเที่ยวเกาหลีที่เดินทางเข้าเวียดนามเพิ่มขึ้น เมื่อปีที่แล้วเวียดนามต้อนรับชาวเกาลีใต้ถึง 3.16 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 46.50% สายการบินต่างๆ ของเกาหลีใต้พากันเปิดเส้นทางการบินจากหัวเมืองหลักๆ ของเกาหลีใต้มายังเมืองดานัง ที่ขึ้นชื่อเรื่องชายหาดที่สวยงาม ส่งผลให้เมืองแห่งนี้ขึ้นแท่นเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ของนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ จากการจัดอันดับของ Ticket Monster เว็บไซต์จำหน่ายตั๋วเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวของเกาหลีใต้

 

เมืองดานังเพิ่งเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตของนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้หลังจากมีรายการทีวีบางรายการนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ รวมทั้งการที่ influencer หรือผู้มีอิทธิพลในโลกโซเชียลแห่แชร์ภาพวิวสวยๆ จากแลนด์มาร์กของเมือง เช่น Golden Bridge สะพานสีทองบนอุ้งมือยักษ์ใหญ่เหนือยอดเขาบานาฮิลล์ ที่สวยงามอลังการและแปลกใหม่จนเป็นกระแสในโลกโซเชียล ทำให้เกิดกระแสตามรอยคนดังขึ้นมา

เมืองดานังยังมีชายหาดที่ขึ้นชื่อจนนิตยสารธุรกิจ ฟอร์บส์ถึงกับยกให้ชายหาดที่นั่นเป็นหนึ่งในชายหาดที่สวยที่สุดในโลก ที่เป็นแบบนี้ได้เพราะทางการท้องถิ่นตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการรักษาความสะอาดแหล่งท่องเที่ยว เมื่อปี 2015 เมืองดานังจัดโครงการอบรมให้ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวให้กับคนในท้องถิ่น หลังจากมีรูปนักท่องเที่ยวต่างชาติช่วยกันเก็บขยะบนชายหาดเผยแพร่ในโลกโซเชียลมีเดีย รวมทั้งใช้โทษปรับคนที่ทิ้งขยะไม่เป็นที่

 

https://www.instagram.com/p/Bxe1vPjBbaz/

นอกจากนี้ เมื่อปีที่แล้วคณะกรรมการท้องถิ่นของเมืองดานังยังจัดโครงการเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงคุณภาพของสินค้าและบริการ จัดการสิ่งอำนวยความสะดวก สถานที่ท่องเที่ยว และตัวแทนท่องเที่ยวให้รัดกุมยิ่งขึ้น เพื่อให้ดานังได้เปรียบเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ทั้งยังรุกหนักเข้าร่วมเทศกาลท่องเที่ยวที่จัดขึ้นทั้งในและต่างประเทศ เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว โดยเวียดนามมุ่งมั่นจะปั้นเมืองดานังมาแข่งกับชายหาดขึ้นชื่อ เช่น ภูเก็ต บาหลี

เมื่อเทียบกับไทยที่เคยเป็นเบอร์ต้นๆ ด้านทะเลมาตลอด ปีที่แล้วนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้เดินทางเข้าไทย 1.796 ล้านคน แต่ไปเวียดนามถึง 3.485 ล้านคน อีกทั้งในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีของเวียดนามยังแซงหน้าไทยไปกว่า 2 เท่าแล้ว เมืองดานังได้เปรียบพัทยาในเรื่องการเดินทางที่มีสายการบินจากเกาหลีใต้มาลงที่ดานังโดยตรง และเวียดนามยังเตรียมจะขยายสนามบินดานัง ก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 เพิ่มเติมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในอนาคตอีกด้วย

 

นอกจากนี้ พัทยายังประสบปัญหาการจัดเก็บขยะบริเวณชายหาดและในทะเล เนื่องจากเป็นเมืองที่มีการขยายตัวค่อนข้างสูง ความหนาแน่นของประชากรมาก ทำให้การจัดการขยะขาดประสิทธิภาพ รวมทั้งปัญหาในด้านภาพลักษณ์ที่มักจะถูกมองเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เน้นการค้าประเวณี หรือมีกลุ่มมาเฟียรีดไถนักท่องเที่ยวจนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะเกาหลีใต้เลือกที่จะไปเยือนชายหาดของดานังมากกว่า ไทยเราจะประมาทเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามไม่ได้แล้ว

ท้องจากข่มขืนก็ทำแท้งไม่ได้ รัฐอลาบามาผ่านกฎหมายห้ามทำแท้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/589233

  • วันที่ 15 พ.ค. 2562 เวลา 18:03 น.

ท้องจากข่มขืนก็ทำแท้งไม่ได้ รัฐอลาบามาผ่านกฎหมายห้ามทำแท้ง

ส.ว.รัฐอลาบามาของสหรัฐ ลงมติรับรองกฎหมายห้ามทำแท้งในแทบทุกกรณี ผู้ฝ่าฝืนต้องโทษอย่างน้อย 10 ปี

วุฒิสมาชิกของสภารัฐอลาบามาได้มีมติเอกฉันท์ที่ 25 ต่อ 6 เสียง รับรองกฎหมายห้ามทำแท้งในทุกกรณี ไม่เว้นแม้แต่ว่าสตรีรายนั้นจะตั้งครรภ์จากการข่มขืนก็ตาม แต่จะอนุญาตให้ทำแท้งได้เฉพาะกรณีว่าการตั้งครรภ์นั้นก่อให้เกิดอันตรายแก่มารดา หรืออันตรายต่อทารกในครรภ์เท่านั้น

ผู้ฝ่าฝืนจะเจอโทษในคดีอาญา ส่วนแพทย์ผู้ทำแท้งมีสิทธิ์ถูกตัดสินจำคุกอย่างน้อย 10 ปี ถึงสูงสุดที่ 99 ปี การลงมติดังกล่าวจะส่งผลให้ร่างกฎหมายส่งต่อไปยังนาย Kay Ivey ผู้ว่าการรัฐลงนามต่อไปและจะมีผลบังคับใช้ภายใน 6 เดือนหลังจากลงนามแล้ว

 

NBC wvtm

 

มีการตั้งข้อสังเกตว่าในวุฒิสภาของรับอลาบามานั้นประกอบด้วยสมาชิกทั้งหมด 35 คน จำนวนนี้ 27 คนเป็นสมาชิกสังกัดพรรครีพับลิกกัน ซึ่งบรรดาส.ว.ที่ลงคะแนนเสียงเห็นชอบ 25 เสียงห้ามทำแท้งนั้น เป็นส.ว.ชายผิวขาวทั้งหมดจากสังกัดรีพับลิกกันทั้งหมด

ในระหว่างการดีเบตเรื่องนี้ หนึ่งในส.ว.ชายที่สนับสนุนระบุว่า “ไม่มีสตรีคนไหนไม่รู้ว่าตนเองท้อง พวกเธอต้องตรวจการตั้งครรภ์ก่อนทุกครั้งอยู่แล้ว ซึ่งก็กฎหมายจะไม่มีผลอยู่แล้วในช่วงเวลานั้น” หมายความว่าหากสตรีคนใดรู้ว่าตนเองท้องอยู่แล้วและไปทำแท้งภายหลังจะเท่ากับมีความผิดในข้างต้น

เรื่องดังกล่าวส่งผลให้เกิดความไม่พอใจในหมู่นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนอยู่พอสมควรที่ประกาศจะขวางการประกาศใช้กฎหมายนี้ด้วยการยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาสหรัฐฯต่อไป

เปลี่ยนขยะล้นเมืองเป็นเงินล้นกระเป๋า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/589221

  • วันที่ 15 พ.ค. 2562 เวลา 16:47 น.

เปลี่ยนขยะล้นเมืองเป็นเงินล้นกระเป๋า

ในแต่ละปีประชากรทั่วโลกทิ้งขยะกันมากกว่า 1.3 ล้านล้านกิโลกรัม หรือเทียบเท่ากับน้ำหนักของตึกเอ็มไพร์สเตตในนิวยอร์กของสหรัฐรวมกัน 7,000 ตึก โดยที่ขยะเหล่านี้จบลงที่การกำจัดด้วยการฝังกลบเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ยังพบว่าในแต่ละปีขยะพลาสติกราว 8 ล้านตัน ถูกทิ้งลงสู่มหาสมุทรทั่วโลก และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่าในอีก 1 ทศวรรษข้างหน้า และแม้ว่า 75% ของขยะจากทั่วโลกนั้นสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ แต่เรารีไซเคิลกันเพียง 30% เท่านั้น

และในจำนวน 30% ที่ถูกรีไซเคิลเป็นผลงานของสตาร์ทอัพสัญชาติอเมริกันที่มีชื่อว่า TerraCycle

เมื่อต้นสัปดาห์นี้ มีข่าวว่าสภาท้องถิ่นในอังกฤษกำลังนำย้ายขยะไปถมที่ดิน แต่ปรากฎว่ามีอาสามัครจำนวนหนึ่ง จู่ๆ บุกเข้าไปคุ้ยหาขยะที่จะถูกนำไปทิ้ง พวกเขาไม่ได้เข้ามาสร้างความวุ่นวาย แต่เข้ามาค้นหาขยะที่จะนำกลับไปใช้ใหม่ได้ แทนที่จะนำไปถมที่แล้วโลกเราต้องผลิตขยะขึ้นมาใหม่อีก

ปรากฎว่าอาสามัครกลุ่มนี้สามารถค้นสิ่งของที่นำมากลับมาใช้ใหม่ได้อีกเป็นจำนวนมาก และจะส่งไปให้กับ TerraCycle เพื่อรับไม้ต่อ

TerraCycle ก่อตั้งโดยทอม ซากี้ กับจอน บีเยอร์ ช่วงปลายปี 2002 โดยเงินทุนเริ่มต้นมาจากครอบครัวและเพื่อนของเขาทั้ง 2 คน รวมถึงรางวัลจากการนำแผนธุรกิจไปประกวด และต่อมายังเปิดให้นักลงทุนคนอื่นๆ ด้วย และภายในปีถัดมาบริษัทก็สามารถซื้อระบบหมักปุ๋ยอินทรีย์ต่อเนื่องที่คิดค้นโดยแฮร์รี่ วินเดิล ชาวเมืองเกนส์วิลล์ รัฐฟลอริดาด้วยราคาถึง 20,000 เหรียญสหรัฐเพื่อนำขยะอินทรีย์ไปแปรรูปเป็นปุ๋ยโดยใช้หนอนประเภทต่างๆ ช่วยในการหมัก หรือที่เรียกว่ากระบวนการ Vermicompost โดยแรกเริ่มนั้น พวกเขานำแหล่งขยะมาจากห้องอาหารของมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน นี่คือขจุดเริ่มต้นของธุรกิจขยะร้อยล้านของคนหนุ่มไฟแรง

TerraCycle

คนหนุ่มทั้ง 2 มีความุ่งมั่นมากถึงขนาดที่ปฏิสธการลงทุนมูลค่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐจากบริษัทดัง เพราะไม่สามารถรับได้กับเงื่อนไขที่จะเข้ามาเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ การปฏิเสธเงินล้านทำให้ชื่อของ TerraCycle เป็นที่โด่งดังขึ้นมา และดึงดูดให้นักลงทุนรายอื่นๆ เข้ามาร่วมสานฝัน และในอนาคตพวกเขาจะไม่ผิดหวังกับการตัดสินใจทิ้งเงินล้าน เพราะการยึดมั่นกับโมเดลธุรกิจเดิมทำให้พวกเขาได้มากกว่าล้าน แต่เป็นสิบ และร้อยล้าน

พูดถึงบริษัทแล้วจะไม่พูดถึงผู้ก่อตั้งบริษัทก็คงไม่ได้ เขาคนนี้เป็นชายหนุ่มที่ให้ความสนใจกับการรีไซเคิลขยะ จนเป็นแรงผลักดันให้เขาก่อตั้งบริษัทขึ้นเพื่อแปรรูปขยะไร้ค่าให้กลายเป็นเงิน พร้อมทั้งเป็นการลดปริมาณขยะของโลกไปด้วยในตัว

ทอม ซากี้ เกิดที่ประเทศฮังการี จากนั้นเมื่ออายุได้ 4 ขวบ ครอบครัวได้ย้ายไปตั้งรกรากยังต่างประเทศ สุดท้ายพากันไปอยู่ที่ประเทศแคนาดา

ซากี้ เล่าย้อนความหลังว่า ฮังการีในสมัยนั้นเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ ประชาชนต้องได้รับอนุญาตจากทางการก่อนจึงจะสามารถซื้อทีวีได้ ซึ่งอาจต้องรอถึง 1 ปี ขณะที่ในแคนาดานั้นการเป็นเจ้าของทีวีสักเครื่องง่ายดายมาก จนผู้คนทิ้งทีวีเครื่องเก่าเปลี่ยนเป็นเครื่องใหม่กันเป็นว่าเล่น

ในทุกวันศุกร์ที่เขาและพ่อขับรถออกไปชมวิวกันเสมอนั้น จะเห็นทีวีที่คนไม่ใช้แล้วนำมาทิ้งกองโตไม่ต่างจากภูเขาขนาดย่อม เขาและพ่อจึงจอดรถลงไปเลือกเครื่องที่สภาพยังดีอยู่เพื่อนำกลับบ้าน

เหตุการณ์นี้ทำให้เขาเริ่มมีแนวคิดเรื่องขยะเหล่านี้ขึ้นมา ประกอบกับได้รับแรงบันดาลใจจากพ่อของเพื่อนที่เป็นผู้ประกอบการในแคนาดา จึงตั้งใจแน่วแน่ว่าจะสร้างธุรกิจเป็นของตัวเอง

TerraCycle

ซากี้ วัย 19 ในขณะนั้น ลาออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อสานต่อไอเดียที่เขาคิดไว้ โดยก่อตั้ง TerraCycle ในปี 2002 ที่สหรัฐ สินค้าตัวแรกของบริษัทคือ ปุ๋ยอินทรีย์จากมูลไส้เดือน แม้ว่าภายใน 5 ปีหลังก่อตั้ง บริษัทจำหน่ายปุ๋ยได้ราว 3-4 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ก็ยังประสบภาวะขาดทุน จึงต้องหันมาวางกลยุทธ์ทางธุรกิจกันใหม่

รูปแบบธุรกิจครั้งใหม่นี่คือ การเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นสิ่งของที่มีประโยชน์ใช้สอยอีกครั้ง ในขณะเดียวกันก็ทำกำไรให้กับบริษัทด้วย โดยการรวบรวมสิ่งที่คนทั่วไปคิดว่านำกลับมารีไซเคิลได้ยาก เช่น ก้นบุหรี่ แคปซูลใส่กาแฟ ซองห่อขนมบิสกิต แล้วนำมาผ่านกระบวนการแปรรูปเป็นวัตถุดิบต่างๆ ส่งจำหน่ายต่อให้ผู้ผลิตสินค้า รวมทั้งเปลี่ยนขยะเหล่านั้นเป็นถุง ม้านั่ง หรือถังขยะ และการนำก้นบุหรี่มาผลิตเป็นพาเลตพลาสติก โดยขยะทั้งหมดมาจากการทำสัญญารับขยะมากำจัดกับบริษัทต่างๆ

โมเดลนี้เริ่มต้นในปี 2007 และปรากฎว่าพวกเขามาถูกทาง จึงยังใช้โมเดลนี้จนถึงปัจจุบัน และมีผลิตภัณฑ์จการเปลี่ยนขยะเป็นสิ่งของต่างๆ ถึง 200 ประเภท วิธีการนี้ไม่ใช่รีไซเคิล แต่เรียกว่า อัพไซเคิล (Upcycling) หรือเรียกอีกอย่างว่า การนำมากลับมาใช้ใหม่แบบสร้างสรรค์ (creative reuse) ส่วนที่นำกลับมาอัพไซเคิลไม่ด้ ก็จะนำไปรีไซเคิลเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตเป็นผลิคภัณฑ์อื่นๆ

TerraCycle

นอกจากนี้ TerraCycle ยังมีโครงการรีไซเคิล ที่ช่วยให้บุคคลทั่วไปหรือกลุ่มกิจกรรม สามารถรวบรวมวัสดุเหลือทิ้งที่กำหนดไว้ เพื่อนำมาแลกกับเงินบริจาคให้กับโรงเรียนหรือหน่วยงานอื่นๆ โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะลงทะเบียนผ่านทางอินเทอร์เน็ต จากนั้นทำการเก็บขยะตามเป้าหมาย โดยที่บริษัทที่ร่วมโครงการกับ TerraCycle จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการขนส่งขยะและนำเงินบริจาคตามเป้า ไปมอบให้กับโรงเรียน

ล่าสุด ในการประชุม World Economic Forum ที่สวิตเซอร์แลนด์ปีนี้ TerraCycle ยังได้เปิดตัว Loop ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มรองรับและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ สำหรับป้อนบริษัทผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์สินค้าบริโภค ไม่ว่าจะเป็น อาหาร, ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดของใช้ในครัวเรือน, ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล โดยล่าสุดวันที่ 14 พฤษภาคม มีข่าวว่า Carrefour ห้างสรรพสินค้าสัญชาติฝรั่งเศส จะร่วมโครงการนี้เพื่อลดขยะในกรุงปารีส

ไม่เฉพาะแนวทางของบริษัทเท่านั้นที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากร ซากี้ ในวัย 37 ปียังมีแนวคิดค่อนข้างแหวกแนวไม่เหมือนใคร เพราะเจ้าตัวจะใส่กางเกงยีนส์ตัวเดิมทุกวัน ยกเว้นในช่วงวันหยุดที่ต้องนำไปซักทำความสะอาด โดยให้หตุผลว่าต้องการบริโภคทรัพยากรของโลกให้น้อยลง

ตลอด 17 ปีที่ก่อตั้งบริษัทเป็นต้นมา ซากี้ ช่วยโลกลดปริมาณขยะไปแล้วเกินกว่า 2,500 ล้านชิ้น

นักการเมืองเดนมาร์ก ขึ้นโฆษณาหาเสียงบนเว็บโป๊

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/589220

  • วันที่ 15 พ.ค. 2562 เวลา 16:34 น.

นักการเมืองเดนมาร์ก ขึ้นโฆษณาหาเสียงบนเว็บโป๊

นักการเมืองเดนมาร์ก ลงโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งบนเว็บไซต์ Pornhub

นาย Joachim B. Olsen อดีตนักกีฬาทุ่มน้ำหนักทีมชาติเดนมาร์ก และเป็นผู้ลงสมัครชิงตำแหน่งสมาชิกผู้แทนราษฎรสังกัดพรรค Liberal Alliance ของเดนมาร์ก กลายเป็นที่กล่าวถึงบนโลกโซเชียล จากการที่มีผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตพบโฆษณาหาเสียงของเขาปรากฎอยู่บนเว็บไซต์โป๊ชื่อดัง Pornhub ซึ่งต่อมาเขาได้ยอมรับผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ใช่นั้นคือเขาเอง กว่าครึ่งของเนื่้อหาบนโลกอินเตอร์เน็ตคือสื่อลามก และคุณต้องรู้ว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งอยู่ที่ไหนเป็นส่วนใหญ่รวมถึงเว็บไซต์โป๊ด้วย”

สำหรับนาย Joachim B. Olsen เป็นอดีตนักกีฬาทุ่มน้้ำหนักซึ่งเคยได้รับเหรียญเงินจากการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ปี 2004 จากนั้นในปี 2011 ได้รับการเลือกตั้งเข้าเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรของเดนมาร์ก ซึ่งเดนมาร์กกำลังจะมีการเลือกตั้งทั่วประเทศในวันที่ 5 มิถุนายนที่จะถึงนี้

ทั้งนี้ จากข้อมูลของเว็บไซต์Pornhub ระบุว่ามีผู้เข้าใช้งานในเว็บไซต์เฉลี่ยถึง 100 ล้านครั้งต่อวัน ในจำนวนนี้เป็นการเข้าใช้งานจากประเทศเดนมาร์กอันดับที่ 28

อย่างไรก็ดี Olsen ยอมรับกับสื่อท้องถิ่นว่าเขาได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อยู่บ้าง แต่ส่วนตัวเขายึดหลักจริงจังกับการรณรงค์หาเสียงที่ 95% ส่วนที่เหลือเว้นไว้ให้กับเรื่องสนุกสนานบ้าง

ภาพ : WIkipedia

หนูน้อยเขียนจดหมายขอรัฐบาลนิวซีแลนด์วิจัยเรื่องมังกร พร้อมติดสินบนนายก 5 ดอลลาร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/589202

  • วันที่ 15 พ.ค. 2562 เวลา 14:50 น.

หนูน้อยเขียนจดหมายขอรัฐบาลนิวซีแลนด์วิจัยเรื่องมังกร พร้อมติดสินบนนายก 5 ดอลลาร์

จาซินดา อาร์เดิน ปฏิเสธรับสินบน 5 ดอลลาร์จากหนูน้อยวัย 11 ขวบ ที่ขอให้รัฐบาลของเธอทำวิจัยเรื่องมังกร

มีรายงาานว่า นางจาซินดา อาร์เดิน นายกรัฐมนตรีของนิวซีแลนด์ได้ตอบจดหมายปฏิเสธพร้อมคืนเงินจำนวน 5 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ หรือราว 103 บาท แก่ผู้ปกครองของเด็กหญิงวัย 11 ขวบรายหนึ่งที่ระบุเพียงว่าชื่อ วิคตอเรีย จากการที่หนูน้อยวัย 11 ขวบได้เขียนจดหมายพร้อมมอบเงินจำนวน 5 ดอลลาร์ให้กับนางอาร์เดิน เพื่อให้รัฐบาลของเธอทำวิจัยเรื่องมังกร

ภาพของจดหมายที่ตอบกลับโดยสำนักนายกนิวซีแลนด์ถูกโพสต์ผ่านเว็บไซต์ Reddit ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเป็นภาพของจดหมายที่นายกนิวซีแลนด์ปฏิเสธจะรับเงินจำนวน 5 ดอลลาร์ที่หนูน้อยส่งมาให้เพื่อขอให้รัฐบาลของเธอทำโครงการศึกษาวิจัยเรื่องพลังจิตและมังกร เธอนางอาร์เดินชี้แจงว่า ขณะนี้รัฐบาลยังไม่มีโครงการวิจัยในเรื่องนี้ พร้อมทั้งอวยพรให้หนูน้อยประสบความสำเร็จในการศึกษาที่ตนเองสนใจ รวมถึงลงท้ายว่า “ป.ล. ฉันจะจับตาดูมังกรเหล่านี้ให้ .. มังกรพวกนี้ใส่สูทรึเปล่า”

Nissan and Delta pioneer Thailand’s first partnership to enable EV home charging

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/detail/Auto_ADO/30369762

Nissan and Delta pioneer Thailand’s first partnership to enable EV home charging

Auto & Audio May 21, 2019 19:19

By The Nation

Nissan in Thailand on Tuesday announced the official appointment of Delta Electronics (Thailand) as its primary provider of electric-vehicle (EV) charging systems.

The deal supports Thailand’s electrification goal of 1.2 million units on the road by 2036 and will provide Nissan Leaf owners in Thailand international-standard charging facilities with Delta’s quality standard of service, certified by Nissan.

“Nissan Motor Thailand is committed to helping drive an electric-vehicle Nissan Leaf vehicle ecosystem in Thailand for the benefit of our customers, and Thai people, by supporting a greener future through electric mobility,” said Ramesh Narasimhan, president of Nissan Motor Thailand.

“To ensure this, we are honored to welcome Delta, one of the world’s leading power supply producers and thermal management solutions providers, on board to join us and drive Thailand toward an all-electric vehicle future.

“We believe an even more exciting future lies ahead through the goal of electrifying Thailand. That has already started through deals like the one here today with Delta and our recent ground-breaking collaboration with Thailand’s Metropolitan Electricity Authority that brings home charging options to ensure the proper infrastructure is in place for Nissan Leaf customers,” he said.

The partnership is supported by a Frost & Sullivan report which found that, for Thai consumers, having convenient and flexible charging options was one of the top three motivating factors to purchase an EV in Thailand.

As such, this deal gives access to Delta’s comprehensive EV charging and site management solutions already available to EV drivers in the US, Europe, Asia and Australia.

In addition, the exclusive partnership comes as the Nissan Leaf, the best-selling EV globally with more than 400,000 vehicles sold worldwide, started shipping to Thai customers this month.

“We leverage our core competencies in power conversion and management to develop and install world-class charging solutions for the global EV community, and now in Thailand. Owners of the all-new Nissan Leaf in Thailand can now confidently take to the roads supported by our safe and efficient charging solutions and localised service,” said Hsieh Shen-yen, president of Delta Electronics Thailand.

The agreement directly seeks to help pioneer green transportation in Thailand by giving consumers more options, allowing easier EV adoption.

For home and workplace charging, the Delta AC EV charger (7.36kW) will be available, and public charging stations will be serviced by Delta DC Quick EV chargers (50kW).

Nissan is also making the Delta AC and DC EV chargers available at 32 certified showrooms nationwide, while Delta will also provide onsite survey, installation and after-sales services.

“This is an important first step in Thailand, for Nissan to build electrification infrastructure to support lowering carbon emissions. We are confident that this joint effort will meet the requirements of our valued customers as they look to buy a full-battery EV, and create confidence and peace of mind about the many charging options available to them,” Nissan Motor Thailand’s president explained.

“Delta is excited to collaborate with Nissan Motor Thailand and to encourage EV adoption, that leads the country’s vehicle electrification. We believe in forging the most effective partnerships for a sustainable future that benefits every stakeholder and delivers on our brand promise of ‘Smarter. Greener. Together.’,” Delta Electronics Thailand’s head added.

The all-new Nissan Leaf, which launched at the “Thailand International Motor Expo 2018” for delivery in May this year, is the best-selling electric vehicle in the world with 25-per-cent global market share and the icon of Nissan Intelligent Mobility, the company’s vision to transform the way people drive and live.

The new e-powertrain gives the new Nissan Leaf 110kW of power output and 320nm of torque, improving acceleration and driver enjoyment.

Delta’s EV chargers come with a three-year warranty, nationwide technical support and free charging-box replacement under warranty.

Google v Huawei hits millions of smartphone users

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/detail/Startup_and_IT/30369719

A Huawei logo is displayed at a retail store in Beijing on May 20, 2019.
A Huawei logo is displayed at a retail store in Beijing on May 20, 2019.

Google v Huawei hits millions of smartphone users

Tech May 20, 2019 20:56

By AFP

2,904 Viewed

Hundreds of millions of smartphone users will be affected by Google’s decision to sever its Android operating system ties with Chinese handset maker Huawei.

The decision, in the midst of a US trade war with China, means that Huawei users will start losing access to Google’s proprietary services such as Gmail and Maps, and be shut out of future upgrades to Android on their phones.

The move by the California internet giant on the software front was compounded by news that US chipmakers have stopped supplying Huawei, hitting the hardware of its phones.

Many customers affected

Huawei sold nearly 203 million phones last year, up from 150 million in 2017, according to data tracking firm Gartner, overtaking Apple to threaten Samsung atop the global charts.

For the first quarter of 2019, before its recent run-in with President Donald Trump’s administration, Huawei sold 59 million handhelds, IDC calculated.

Those users risk losing access to important upgrades to Android released by Google in future, although for now Huawei said it would continue to provide security updates.

The Chinese company will only be able to access software patches and distribute them from Android’s open source project, not proprietary information retained by Google, meaning that apps on Huawei phones could become unusable.

No easy fix for Huawei

To get around the Google ban, Huawei would ultimately have to build its own operating system, as Apple has for its iPhones. That cannot be done in a hurry.

Microsoft offers a salutary example. Between 2010 and 2017, the US company tried to entice users to buy phones built on its own Windows mobile operating system. But the phones never took off and the company pulled the plug on the OS.

Huawei does have a big advantage over Microsoft, given the bigger scale of its mobile market penetration.

Software developers might feel compelled to offer a Huawei-specific version of their apps. Or the Chinese manufacturer could start a new branch of the Android family based on the open source version available now.

But that will all take time.

Risks for Google too

The widespread mobile usage of Maps, Gmail and Google’s other services has helped the US company build a market-leading position with Android alongside its crushing dominance in desktop browsing.

But in cutting off Huawei, Google risks being deprived of the revenue-generating data of all those phone owners around the world.

And other Chinese smartphone makers, such as Xiaomi, Oppo and OnePlus, will be watching closely.

Should Huawei build its own system, it’s conceivable that those companies might join it, in a bid to end their own vulnerability to future actions by the US government or companies.

Sansiri to develop Krungthep Kreetha as ‘next best district’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/detail/Real_Estate/30369737

Sansiri to develop Krungthep Kreetha as ‘next best district’

Real Estate May 21, 2019 15:19

By The Nation

Real estate developer Sansiri has announced a new ambition to develop the “next best district in which to live” on a 300-rai land plot in Bangkok’s Krungthep Kreetha area.

Promoted as the “well-living town for the next generation,” the 48-hectare community will offer residential projects, common areas and purpose-built facilities aimed to promote the well-being of all residents.

Sansiri sees the project as offering the optimal development for the next generation of people and in pursuit of that is partnering with Samitivej Hospital and Brighton College Bangkok and will also pursue a community mall in the future.

The first residence to be launched is Setthasiri Krungthep Kreetha 2, a single-house project of 169 units worth Bt3.5 billion set on a 54-rai land plot, said Somkiat Hongsuppinyo, executive vice president of the low-rise project development division of Sansiri Public Co Ltd.

Presales will be available June 1-2 at a price range of Bt14 million to Bt36 million, he added.