Dead fish smeared with oil found on beach in Songkhla #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/news/30381074?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Dead fish smeared with oil found on beach in Songkhla

Jan 26. 2020
By The Nation

Several fish were found dead Sunday (January 26) on the beach in Sathing Phra district in Songkhla province.

Locals suspect leak from an oil rig in the sea had caused their deaths as the scales of the fish look smeared with oil.

ชอบดีดกีตาร์ เตะฟุตบอลยิงประตู ได้ดูงานกระทรวงที่ถูกใจ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/people/412441?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=people

ชอบดีดกีตาร์ เตะฟุตบอลยิงประตู ได้ดูงานกระทรวงที่ถูกใจ

24 มกราคม 2563 – 12:30 น.
สาธิต ปิตุเตชะ,ฟุตบอล,ของโปรดคนดัง,ประชาธิปัตย์
เปิดอ่าน 256 ครั้ง

ชอบดีดกีตาร์ เตะฟุตบอลยิงประตู ได้ดูงานกระทรวงที่ถูกใจ คอลัมน์…  ของโปรดคนดัง  โดย… ปราโมทย์ ฝ่ายอุประ

ชีวิตนี้อยู่ในแวดวงการเมืองมาตลอด “บิ๊กตี๋” สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ส.ส. 4 สมัยจากระยอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ภาคกลาง

เป็นคนปักธงประชาธิปัตย์ใน จ.ระยอง คนแรก ยึดพื้นที่ได้มาตลอด และยังไม่เคยคิดย้ายพรรค โดดหนีไปอยู่พรรคไหน

อ่านข่าว…  บอลของแท้ “ระยองฮิ” ต้อง “ปิตุเตชะ”

ในวัย 52 ปี ที่ยังหนุ่มแน่นฟิตเปรี๊ยะ เกิดเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2510 ในตระกูลนักการเมือง เป็นลูกชายของ “สาคร ปิตุเตชะ” อดีตกำนันตำบลบางบุตร อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เป็นน้องของ “ปิยะ ปิตุเตชะ” นายกอบจ.ระยอง เป็นลูกเขยของ “สมเกียรติ นพเกตุ” อดีตนายกอบจ.ระยอง

โดดเข้าสู่แวดวงการเมืองเพราะได้แรงบันดาลใจจากการเข้าร่วมชุมนุมในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ปี 2535 ที่ “มหาจำลอง” พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นำพลังมวลชนขับไล่ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่ต่อท่ออำนาจมาจากการปฏิวัติ หลังจบกฎหมายจากรามคำแหงมาหมาดๆ เป็นทนายความเด็กฝึกหัดอยู่

“ผมเข้าร่วมชุมนุม เหมือนผู้เข้าร่วมชุมนุมทั่วไป ไปกับเพื่อนหลายๆ คน มีบางคนวันนี้เป็นดารา เป็นนักแสดง อย่างศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง” รัฐมนตรีตี๋ เล่าถึงวันร่วมต่อสู้

ที่ยังจำติดตา…ถูกทำร้ายร่างกายจากทหาร ถูกตบหน้าด้วยด้ามปืน แต่ไม่ได้ติดใจเพราะมันผ่านไปนานแล้ว

ถ้าพูดถึงเรื่องเรียนหนังสือ ท่านรัฐมนตรีกระทรวงหมอก็ไม่ธรรมดา แม้ว่าตอนจบมัธยมสอบเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐไม่ติดเลย แต่จบนิติศาสตร์จากรามคำแหง จบปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตร์จากมหาวิทยาลัยบูรพา และจบปริญญาเอกดุษฎีบัณฑิตเป็นดอกเตอร์สาขาบริหารธุรกิจอุตสาหกรรมจากเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

          ของโปรดที่ชื่นชอบมากที่สุดของรัฐมนตรีตี๋ ถ้าจะให้ฟันธงต้องเป็นเรื่องการออกกำลังกาย กีฬา โดยเฉพาะฟุตบอล

เพราะที่เห็นตั้งแต่มาเป็น ส.ส.สมัยแรกๆ ก็จับกลุ่มเพื่อน ส.ส.ที่รู้จักมักคุ้นกันมาเตะฟุตบอลกระชับมิตรกับกลุ่มต่างๆ

สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เป็นจุดนัดพบ ฟาดแข้งกันเดือนละครั้ง ถ้าช่วงไหนว่างงานการเมืองก็นัดมาล้างตากันมากหน่อย

ทีมฟุตบอลที่ “บิ๊กตี๋” สังกัดก็ไม่ธรรมดา ในทีมมี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ส.ส.หนุ่มๆของพรรค แล้วยังมีลูกทีมที่เป็นเจ้าหน้าที่พรรค และผู้ติดตาม ส.ส.ที่ชื่นชอบเตะฟุตบอลมาร่วมทีม

เป็น “สปอร์ตแมน” จริงๆ

เล่นฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก ตำแหน่งที่ถูกโฉลกคือกองหน้า ใส่เสื้อเบอร์ 11…ชอบยิงประตู

สโมสรฟุตบอลที่ชื่นชอบคือ…อาร์เซนอล

สิ่งที่ชื่นชอบอีกอย่าง ชอบมาตั้งแต่เด็ก…ชอบดีดกีตาร์ เล่นดนตรี

  สมัยนักเรียนก็ร่วมกับเพื่อนตั้งวงดนตรี วงดนตรีที่ชอบที่สุดคือวง…สกอร์เปี้ยน

วันนี้เป็นรัฐมนตรีสาธารณสุข ประกาศจะผลักดันเรื่องการออกกำลังกาย จะรณรงค์ให้ประชาชนเน้นการดูแลสุขภาพตนเอง

ผลักดันเรื่องที่ตัวเองถนัด ที่ตัวเองทำมาตลอด

ผลสำเร็จ…มองเห็นรออยู่ข้างหน้า

ชีวิตง่ายๆ กินง่ายนอนง่ายพิธีรีตองไม่ต้อง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/people/412214?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=people

ชีวิตง่ายๆ กินง่ายนอนง่ายพิธีรีตองไม่ต้อง

23 มกราคม 2563 – 14:25 น.
ของโปรดคนดัง,วันมูหะมัดนอร์ มะทา,ชีวิตง่ายๆ
เปิดอ่าน 663 ครั้ง

ชีวิตง่ายๆ กินง่ายนอนง่ายพิธีรีตองไม่ต้อง คอลัมน์…  ของโปรดคนดัง   โดย…  ปราโมทย์ ฝ่ายอุประ

ชีวิตกินง่าย นอนง่าย สบายๆ

“วันมูหะมัดนอร์ มะทา” นักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่จากปลายด้ามขวาน

เรียกแบบนี้ไม่น่าจะเกินจริง เพราะ “อาจารย์วันนอร์” เป็นหัวหน้ากลุ่มวาดะห์ ที่ยึดฐานที่มั่นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาตั้งแต่สมัยอยู่พรรคความหวังใหม่ กับ “พี่จิ๋ว” พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ

แม้ย้ายพรรคมาร่วมงานกับ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ที่พรรคไทยรักไทย ก็ยังยึดครองพื้นที่ได้อยู่

การเลือกตั้งล่าสุด ตั้งพรรคประชาชาติ ก็กวาดที่นั่งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ถึง 6 ที่นั่ง จาก 11 เขตเลือกตั้ง

อีกทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งใหญ่โตทางการเมืองมานักต่อนักแล้ว

ไม่ว่าจะเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รวมถึงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร

การจะเรียก “อาจารย์วันนอร์” เป็นนักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่จึงไม่เกินเลยความเป็นจริง

แต่การใช้ชีวิตของ “อาจารย์วันนอร์” เรียบง่ายไม่หวือหวา ต่างกับ “บ้านศรียะลา” บ้านที่อยู่หลังใหญ่โตใจกลางเมืองยะลา เสียจริงๆ

ไม่ว่าไปดำรงตำแหน่งใหญ่ที่ไหน สิ่งที่กำชับข้าราชการตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าไปทำงานทุกที่คือ ไม่ต้องมีพิธีจัดเลี้ยง ไม่มีงานปีใหม่ ไม่มีงานวันเกิด เพราะไม่ต้องการให้ข้าราชการต้องเตรียมอะไรให้วุ่นวาย

ส่วนอาหารการกิน “อาจารย์วันนอร์” เป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย ไม่ซีเรียสในเรื่องนี้

มีอะไรก็กินอย่างนั้น เป็นอาหารจานเดียวไม่ต้องพิธีรีตองมากมาย เพราะถ้าซีเรียสต้องตามหาของกินของถูกใจ ก็จะเป็นทุกข์กันไปเสียเปล่าๆ

ทุกวันนี้ที่ชายอายุ 75 ปี ยังเดินเหินคล่องแคล่ว เพราะออกกำลังกายสม่ำเสมอด้วยการเดิน และวิ่งจ๊อกกิ้งในบริเวณบ้านของตัวเอง จะมีออกรอบตีกอล์ฟบ้างบางครั้ง

         แต่ที่ดีจนน่าอิจฉาคือเรื่องของการนอน ที่เจ้าตัวเล่าว่า “เป็นคนหลับง่าย เข้านอนหัวถึงหมอนก็หลับได้ทันที”

ยึดถือหลักอย่าไปเครียดอะไรให้มาก จบวันนี้ก็นอนหลับ พรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาก็ทำงานต่อ

แต่ที่น่าอิจฉายิ่งกว่านั้นคือเป็นคนที่ไม่จำเป็นต้องใช้นาฬิกาปลุกเลย มีนาฬิกาชีวิตที่แม่นยำ รู้ว่ามีงานตอนไหนก็ตื่นตอนนั้นได้

จึงไม่แปลกที่เห็นการทำงานของ “อาจารย์วันนอร์” จะสบายๆ แทบไม่มีหน้าตาตึงเครียดออกมาให้เห็นเลย

แถมงานที่ออกมาก็ได้เนื้อได้หนัง

อย่างการอภิปราย “นายกฯ ตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประเด็นเรื่องจริยธรรม ที่ออกมาจาก “อาจารย์วันนอร์” ก็เป็นเรื่องหนึ่ง ที่ฝ่ายค้านนำมาต่อยอดได้

แม้กระทั่งศึกงบประมาณ ก็ไม่น้อยหน้า ไม่ว่ารุ่นไหน…

พญาครุฑ ของศรัทธา ซูเปอร์ฮีโร่ คือเป้าหมาย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/people/412059?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=people

พญาครุฑ ของศรัทธา ซูเปอร์ฮีโร่ คือเป้าหมาย

22 มกราคม 2563 – 13:35 น.
ศรีสุวรรณ จรรยา,พญาครุฑ,ของโปรดคนดัง
เปิดอ่าน 283 ครั้ง

พญาครุฑ ของศรัทธา ซูเปอร์ฮีโร่ คือเป้าหมาย คอลัมน์… ของโปรดคนดัง  โดย… ปราโมทย์ ฝ่ายอฺประ

ชีวิตนี้ขอเป็นขี้ข้าประชาชน มากกว่าขี้ข้านักการเมือง “พี่ศรี…ช่วยได้” ศรีสุวรรณ จรรยา นักฟ้องอาชีพในวันนี้

ทำมามากกว่า 4,000 คดี ชีวิตวนเวียนกับการขอเป็นปากเป็นเสียงแทนประชาชน

“ศรีสุวรรณ จรรยา” ติดเทรนด์อันดับต้นๆ ในเรื่องการต่อสู้…ประเด็นสาธารณะ ด้านสิ่งแวดล้อม และการเมือง

เรียนที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นนายกองค์การนักศึกษา ต่อสู้กับความไม่ถูกต้องมาตลอด เมื่อเรียนจบปุ๊บก็โดดมาเป็น “NGO” ด้านสิ่งแวดล้อมแถมเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทางการเมือง อยู่กับ ”ดร.โจ” พิจิตต รัตตกุล สมัยเป็นผู้ว่าฯ กทม.

สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน และสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย 2 องค์กรที่ “พี่ศรี..ช่วยได้” ร่วมตั้งมากับมือ ขับเคลื่อนประเด็นสาธารณะด้านสิ่งแวดล้อมและด้านการเมือง เกาะติดตรวจสอบการทำงานของทุกรัฐบาล

“Super Hero นอกสภา” บทบาทที่ตั้งใจทำในวันนี้

…หันมามองเรื่องส่วนตัวบ้าง

ของโปรดของสะสมของ “พี่ศรี” ถือว่าไม่ธรรมดา

แทบทุกพื้นที่ของบ้าน ตั้งแต่ประตูรั้วเข้าบ้านเลย มองซ้ายมองขวาปกคลุมไปด้วยต้นไม้ดอกไม้หลากหลาย ตัดสลับกับของสะสม

ทั้งภาพถ่าย ภาพวาด งานไม้ งานปั้น งานหล่อ

แบบโบราณก็มี

ศิลปะร่วมสมัยก็ไม่ขาด

มีของสะสมพิเศษที่ “พี่ศรี” ตื่นเช้า…ต้องมาลูบคลำและบูชา…คือ ”ครุฑ”

มีมากกว่า 100 องค์ที่บ้าน

“เริ่มจากความชอบและความผูกพันจากงานที่ต้องเจอกับการฟ้องร้อง เลยสะสมมาเรื่อยๆ มีทั้งแบบโลหะ ทองเหลือง ไม้..” พี่ศรีนักฟ้องบอกถึงความศรัทธา

“ผมมองครุฑเป็นศิลปะมากกว่าเชิงไสยศาสตร์ เครื่องรางของขลัง”

“เพราะครุฑแต่ละองค์จะมีความงามทางศิลปะแตกต่างกันไปตามคนปั้น พอเห็นแล้วชอบ สวยดี ซื้อทันที” พี่ศรีบอกถึงที่มา

“พญานาค” ก็เป็นของสะสมอีกอย่าง เพียงแต่ไม่ได้เอามาตั้งโชว์

“พญาครุฑกับพญานาค เขาไม่ถูกกัน” พี่ศรีหัวเราะฮือๆ บอกถึงสาเหตุที่ไม่เอาออกมาโชว์

ของสะสมที่สะดุดตาที่สุดถ้าใครเข้าไปเยี่ยมเยือนถึงบ้าน “พี่ศรี..ช่วยได้” จะเห็นหุ่น Super Hero “เดอะฮัลค์”(The Hulk) มนุษย์ตัวเขียวจอมพลัง ขนาดใหญ่กว่าตัวคนยืนผงาดต้อนรับ

ถ้าเดินเข้ามาในบ้านก็จะเจออีก …จะเห็นยอดมนุษย์อุลตร้าแมน (Ultraman) ยอดนักรบจากลำแสง

“ผมเอามาตั้งไว้ ให้คอยปล่อยลำแสง..ทำลายล้างคนไม่ดีออกไป” พี่ศรี ยิ้มแป้นบอกถึงตัวช่วยสุดท้ายในบ้าน

….สรุปได้เลยว่าการทำหน้าที่นักฟ้องของ “พี่ศรี” ไม่เกรงกลัวใครแน่นอน

…มี Super Hero คอยปกป้อง

ของโปรดที่น่าทึ่งรถโบราณ รถคลาสสิกรถประวัติศาสตร์การเมืองไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/people/411731?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=people

21 มกราคม 2563 – 11:00 น.
รถโบราณ,รถคลาสสิก,ของโปรดคนดัง,รถประวัติศาสตร์การเมืองไทย,อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี
เปิดอ่าน 774 ครั้ง

ของโปรดที่น่าทึ่ง รถโบราณ รถคลาสสิกรถประวัติศาสตร์การเมืองไทย คอลัมน์… ของโปรดคนดัง  โดย… ปราโมทย์ ฝ่ายอุประ

ในวัย 42 “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” อดีตส.ส.กทม. 2 สมัย ของประชาธิปัตย์ และอดีตคณะทำงานฝ่ายเศรษฐกิจของ กรณ์ จาติกวณิช ที่โดดหนีจากประชาธิปัตย์ตามลูกพี่ ”กรณ์”

จัดเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่น่าจับตา

นอกจากบทบาททางการเมืองแล้วชีวิตไลฟ์สไตล์ หรืองานอดิเรกที่สนใจมาตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือก็ถือว่าไม่ธรรมดา

สนใจรถโบราณ รถคลาสสิก รถเก่าทั้งโซนยุโรปและอเมริกัน

สนใจมาตั้งแต่เรียนหนังสือ มารับตำแหน่งเป็นเลขาธิการสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดเป็นสมาคมรถโบราณที่เก่าแก่ที่สุดของเอเชีย ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 หรือตั้งมานานร่วม 47 ปีแล้ว

แน่นอนว่า เป็นถึงเลขาธิการสมาคมรถโบราณฯ ก็ต้องมีรถโบราณ รถเก่า รถคลาสสิก

“อรรถวิชช์” เล่าถึงของชอบของโปรดว่า สะสมเล่นรถโบราณโดยแบ่งออกเป็น ยุคบรรพบุรุษ รถยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 รถยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และรถยุคคลาสสิก

ซึ่งมีสะสมอยู่หลายสิบคันและรักชอบทุกคันพอๆ กัน แต่ที่ภาคภูมิใจและจัดว่าเป็นรถเก่าที่สุดที่มีอยู่ในสะสม คือรถยี่ห้อแบล็ก (BLACK) สัญชาติอเมริกัน ซึ่งผลิตในปี ค.ศ. 1904 มีอายุปัจจุบัน 116 ปี จัดเป็นปู่ทวดของรถก็ว่าได้

เพราะรถคันนี้มีลักษณะพิเศษ คือเป็นต้นแบบของรถในปัจจุบัน ตัวรถเป็นรูปลักษณ์ของเกวียน 4 ล้อ มีหลังคา แต่ที่พิเศษสุดคือ มีการติดตั้งเครื่องยนต์เพื่อขับเคลื่อนรถ แทนใช้สัตว์พวกม้า วัว ชักลาก รถเกวียนนี้จึงจัดเป็นต้นแบบของการพัฒนาการมาเป็นรถในปัจจุบัน

อีกคันคือ รถยี่ห้อจากัวร์ “jaguar XK120 roadster” ผลิตปี ค.ศ.1950 ซึ่งจัดเป็นรถในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นโปรดักชั่นคาร์ รถเพื่อจำหน่ายใช้วิ่ง ใช้งานในยุคนั้นที่สามารถวิ่งทำความเร็วได้สูงสุดในโลกในยุคปี 1950

อีกคันที่ “อรรถวิชช์” ค่อนข้างจะภูมิใจ เพราะเป็นรถที่มีประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับการเมืองไทยช่วงหนึ่ง และเป็นรถของอดีตผู้นำของชาติคนสำคัญ ในยุคขุนศึกหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง

เป็นรถเมอร์เซเดส เบนซ์ (Mercedes Benz 300c 1952) ผลิตในปี ค.ศ. 1952 สัญชาติเยอรมัน นำเข้ามาเพื่อ “จอมพล ป. พิบูลสงคราม” อดีตนายกฯ โดยเฉพาะ

“อรรถวิชช์” อธิบายด้วยความภูมิใจว่า…คันนี้ผูกพันเป็นพิเศษเพราะเป็นรถสภาพเดิมไม่เคยถูกรื้อซ่อมสภาพ เรียกว่าสภาพที่โชว์และขับได้จนถึงทุกวันนี้อยู่ในสภาพเดิมจากโรงงาน และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ไทยที่อดีตท่านผู้นำใช้เป็นประจำคันหนึ่ง ใช้จนถึงวันสุดท้ายส่งขึ้นเครื่องบินไปลี้ภัยต่างประเทศ

จากเรื่องรถ “อรรถวิชช์” เล่าต่อแบบหักมุมว่า ในระยะ 5-6 ปีที่ผ่านมา สนใจในทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง ได้ไปซื้อที่ดินใน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี 10 กว่าไร่ มีภรรยาลูกสาวอีก 3 คน ร่วมกันทำนา ดำนา ปลูกข้าวหอมมะลิไว้กินเอง พร้อมกับทำคอกเลี้ยงม้าแคระ พันธุ์เชทแลนด์ (Shetland pony horse) สายพันธุ์อังกฤษ ตั้งเป้าจะเพาะพันธุ์ขายลูกม้าแคระ

สำหรับอาหารโปรด “อรรถวิชช์” บอกว่าเป็นคนเมืองลุง ”พัทลุง” หลงไหลในอาหารใต้ คือ ผัดสะตอหมูสับ ผัดสะตอกุ้ง แกงคั่วกลิ้งหมู สไตล์ปักษ์ใต้ที่เผ็ดร้อน จากครัวที่เปิดเองเป็นสนามไดรฟ์กอล์ฟ และสอนตีกอล์ฟคือ พาร์ 3 มาสเตอร์ กอล์ฟ คลับ ในซอยเสือใหญ่อุทิศ

ครัวที่นี่มีแม่ครัวสั่งตรงจากปักษ์ใต้ จึงได้รับประทานอาหารเมนูใต้ที่ถูกปาก ไม่ค่อยออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน

  สรุปได้ว่า…ชีวิตของชอบ ของโปรด…ชีวิตในบ้านของ “อรรถวิชช์” ครบเครื่องจริงๆ

เหลือแต่เรื่องการเมืองที่ยังต้องลุ้น!!!

กนกวรรณ จ่องานเข้า ศรีสุวรรณ ยื่น ป.ป.ช. สอบรุกป่า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/412941?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

กนกวรรณ จ่องานเข้า ศรีสุวรรณ ยื่น ป.ป.ช. สอบรุกป่า

26 มกราคม 2563 – 20:30 น.
หนังสือพิมพ์ข่าววันนี้,รุกป่าเขาใหญ่,ศรีสุวรรณร้อง ปปช
เปิดอ่าน 23 ครั้ง

กนกวรรณ จ่องานเข้า ศรีสุวรรณ ยื่น ป.ป.ช. สอบรุกป่า ผิดจริงเจอโทษหนักถึงจำคุก ซัดฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง

ศรีสุวรรณ ขยับร้อง ป.ป.ช. จี้สอบ กนกวรรณ รมช.ศึกษาฯ ปมรุกป่าเขาใหญ่ 27 ม.ค. ชี้หากผิดจริงเจอโทษหนักถึงจำคุก ซัดฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง

อ่านข่าว ศรีสุวรรณ จ่อร้อง ป.ป.ช.สอบ รมช.ศึกษา รุกป่าเขาใหญ่

ปมร้อนกรณี นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จากพรรคภูมิใจไทยถูกกล่าวหารุกป่าเขาใหญ่ใน จ.ปราจีนบุรี กำลังเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายจับตามองอย่างใกล้ชิด

ซึ่งเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลเป็นอย่างมาก เพราะการปราบปรามผู้มีอิทธิพลรุกป่าสงวนถือเป็นนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีืและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มกราคม นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน. สนธิกำลังกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เข้าตรวจสอบที่ดินของนายสุนทร วิลาวัลย์ อดีตส.ส.ปราจีนบุรี และที่ดินของนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ

หลังได้รับแจ้งจากสายข่าวว่ามีการนำรถแบ็กโฮ 3 คัน เข้าไปขุดปรับพื้นที่บนเนินเขาและใช้รถดันต้นไม้ล้มเป็นบริเวณกว้างและนำมากองรวมกันและจุดไฟเผา

นายศรีสุวรณ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า มีการออกโฉนดทับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 6 จุด รวม 11 ไร่เศษ ครอบคลุมด่านเนินหอมไปจนถึงอ่างเก็บน้ำคลองไม้ปล้อง หมู่ 14 ต.เนินหอม จ.ปราจีนบุรี เป็นบริเวณกว้าง

ซึ่งต่อมาผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปราจีนบุรี เพื่อแจ้งความกล่าวหาว่าบุกรุกอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น เข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองและทำให้เสื่อมสภาพ หรือเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ไปจากเดิม ทำประการใดๆให้เสื่อมสภาพซึ่งทรัพยากรธรรมชาติ เข้าไปดำเนินการใดๆ เพื่อหาผลประโยชน์ในเขตอุทยานแห่งชาติ

นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า การกระทำดังกล่าวหากพิสูจน์ได้ว่าเป็นความจริง นางกนกวรรณ ซึ่งดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นถึง รมช.ศึกษาธิการ และ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ย่อมรู้หรือควรจะรู้ได้ว่าการบุกรุก เข้ายึดถือครอบครองป่า และทำให้เสื่อมสภาพอุทยาน ฯลฯ

เป็นการฝ่าฝืนนโยบายของรัฐบาลที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 โดยตรง และเป็นการกระทำที่ส่อไปในทางที่ผิดกฎหมายหลายฉบับและมีโทษหนักโดยเฉพาะพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ 2504 และฉบับ 2562 ม.19(1) ประกอบ ม.41 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี หรือปรับตั้งแต่สี่แสนบาทถึงสองล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนั้นการกระทำดังกล่าวยังส่อเป็นการขัดหรือฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม 2561 อย่างร้ายแรงในข้อ 7 ข้อ 8 และข้อ 9 ที่ระบุว่าต้องถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เพื่อตนเองหรือผู้อื่นและหรือประโยชน์อื่นใดในประการที่อาจทำให้กระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่

ซึ่งหากป.ป.ช.วินิจฉัยว่ามีความผิด ก็อาจนำไปสู่การสิ้นสุดลงของตำแหน่ง รมช.และส.ส. ตามมาตรา 101(7) ประกอบ ม.160 ม.185 และ ม.186 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ได้

“ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมจึงจะนำความไปร้องเรียนต่อป.ป.ช.เพื่อให้ดำเนินการไต่สวน สอบสวน และเอาผิด ตามครรลองของกฎหมายต่อไป โดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันจันทร์ที่ 27 มกราคม 2563 เวลา 10.30 น. ที่สำนักงาน ป.ป.ช. ถนนสนามบินน้ำ นนทบุรี” นายศรีสุวรรณ กล่าว

จตุพร เตือน ณฐพร ชักจะมากเกินไป ร้องยุบ อนค. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/412900?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

จตุพร เตือน ณฐพร ชักจะมากเกินไป ร้องยุบ อนค.

26 มกราคม 2563 – 17:15 น.
จตุพร,อนาคตใหม่,ณฐพร,บิ๊กตู่,ขอโทษ ปชช,เสียบบัตรแทนกัน,ชักจะมากเกินไป,ข่าววันนี้,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 748 ครั้ง

“จตุพร” เตือน “ณฐพร” ชักจะมากเกินไป ให้หยุดได้แล้ว ปมร้องยุบ อนาคตใหม่ พร้อมจี้ “บิ๊กตู่” แสดงความรับผิดชอบ ขอโทษ ปชช.หลังเกิดเหตุเสียบบัตรแทนกันของพรรครัฐบาล

เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2563 ที่ร้านกาแฟ พีซคอฟฟี่แอนด์ ไลบรารี่ อิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น 5 มีการจัด รายการลมหายใจ พีซทีวี เวทีทัศน์  ที่ออกอากาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีซทีวี โดยมีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.มาพบปะพูดคุย ร้องรำทำเพลงกันสนุกสนานกันเป็นประจำทุกสัปดาห์

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า วันนี้สนทนากันในลักษณะของการวิเคราะห์ทางการมเมืองในหัวข้อ ตั้งสติกับการเมืองตอนขาลง โดยระบุว่า สถานการณ์ของประเทศไทยตั้งแต่ประเทศเจอกับวิกฤตเศรษฐกิจปากท้องอย่างรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ เจอกับภัยแล้งมากที่สุดในรอบกว่าครึ่งศตวรรษและล่าสุด มีเรื่องไวรัสโคโรน่าที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อการท่องเที่ยว แต่หากดูทางการของจีนที่สั่งปิดเมืองอู่ฮั่นจะเห็นถึงมาตรการ เบ็ดเสร็จเด็ดขาดถึงขั้นคนในห้ามออกคนนอกห้ามเข้า สภาพเมืองเหมือนกับเมืองร้าง ทุกอย่างทางการจีนมีมาตรการอย่างเด็ดขาด แต่ยังมีการแพร่เชื่อจากคนอู่ฮั่นที่เดินทางไปยังที่ต่างๆ ทั่วโลกทำให้มีการติดเชื้อ ไวรัสโคโรน่ากว่า 2000 คนทั่วโลกและเสียชีวิต 56 ราย แต่ไม่ใช่จะต้องวิตกกังวลเกินเหตุ เพราะสาระสำคัญคือ การวางแผนรับมือกันอย่างเป็นระบบของประเทศไทยนั้นเป็นอย่างไร
นายจตุพร กล่าวว่า ในทางการเมืองที่ตนบอกว่า ต้องตั้งสติกันในช่วงขาลง ตนอยู่กับเหตุการณ์ในหลายรัฐบาลและมองเห็นในจุดศูนย์กลางของช่วงเวลาคำว่าขาลง ซึ่งมีผลตรงกันข้ามกับเวลาช่วงขาขึ้น เพราะขาขึ้นทำผิดคนก็ยังเห็นว่าเป็นถูกและการขึ้นก็ขึ้นอย่างช้าๆ แต่หากเป็นขาลงก็จะลงอย่างรวดเร็ว วันนี้ชัดเจนว่า การเมือง อยู่ในช่วงของขาลงกันจริงๆ ดังนั้นการวิเคราะห์ของตนต่อไปนี้จะเป็นการวิเคราะห์ในเชิงการเมืองที่เป็นวิทยาศาสตร์ การตั้งหลักทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านรวมถึงประชาชนจะดำเนินชีวิตกันต่อไปอย่างไร ซึ่งตนพยายามอธิบายมาตลอดว่ารัฐบาลเมื่อได้โอกาสจะด้วยวิธีการใดก็ตาม รัฐบาลจะต้องมีภาระหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนและหากรัฐบาลใดไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตามที่สัญญาไว้กับประชาชนแม้รัฐบาลจะมีเสียงข้างมากก็ตามรัฐบาลนั้น ก็ไม่สามารถอยู่ได้
วันนี้ไม่เห็นหนทางว่ารัฐบาลจะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างไร มาตรการการแก้ไขภัยแล้งไม่มีระบบมาตั้งแต่ต้นและแก้ไขกันในลักษณะเฉพาะหน้าจะพูดปัญหาภัยแล้งและจะหยุดพูดเมื่อฝนมา สภาพของประเทศไทยเป็นแบบนี้มาโดยตลอดแม้จะพยายามอธิบายเรื่องราวต่างๆก็เป็นเพียงแค่คำพูด คือร้อยคำพูดสู้ 1 การกระทำไม่ได้ จนถึงขณะนี้เห็นได้ชัดเจนว่า การกระทำในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องและการแก้ไขภัยแล้งล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งยังมีการปล่อยปละละเลย ให้สมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลไปกดบัตรแทนกัน โดยเฉพาะเรื่อง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ซึ่งการกระทำในลักษณะเช่นนี้ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัย และคนที่กดบัตรแทนถูกถอดถอนในชั้นวุฒิสภา และป.ป.ช.ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดดำเนินคดีอาญาในศาลฎีกาเเผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ดังนั้นวันนี้หากไม่มีคำวินิจฉัยเดิม ที่เกิดเหตุในปี 2556 และศาลวินิจฉัยในปี 2557 เรื่อง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยในกรณีเดียวเท่านั้น คือ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล มีภาพและคลิปปรากฏกรณีการกดบัตรแทนกัน จนที่สุดแล้วศาลวินิจฉัยว่า เป็นการออกเสียงลงคะแนนไม่สุจริต ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่แท้จริงของผู้แทนปวงชนชาวไทย เมื่อกระบวนการออกเสียงลงคะแนนในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญจึงถือว่ามติของสภาผู้แทนราษฎรในกระบวนการตราร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นมติไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญส่งผลให้ร่างพ.ร.บ.เงินกู้ ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ แม้จะมีการโต้แย้งในประเด็นต่างๆ ศาลรัฐธรรมนูญก็ตีตกทุกกรณี ดังนั้นการที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ส่งคำร้องของทั้งสองฝ่าย ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านให้ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยก่อนนำความกราบบังคมทูลนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้อง

ทั้งนี้ จึงอยากส่งเสียงไปถึงรัฐบาลว่า อย่าดื้อดึงกันอีกเลย อย่าได้ใช้อภินิหารทางกฎหมาย หรือข้อยกเว้น เพราะหากไม่มีการวินิจฉัย ร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2ล้านล้านบาทก็อาจจะมีการแถไปอย่างไรก็ได้ แต่นี่ คำวินิจฉัยตำตาและโมฆะทั้งฉบับ วันนี้ก็เช่นเดียวกัน แต่ตนจะไม่ก้าวล่วงว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยอย่างไร แต่หลายปีมานี้ เรามีความรู้สึกสูญเสียความเชื่อมั่น ในเรื่องการวินิจฉัยในแต่ละเรื่องราว เราจะพูดเรื่อง 2 มาตรฐาน ซ้ำแล้วซ้ำอีกเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง แต่ก็ไม่มีการแก้ไข แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องนี้ไม่มีใครไปทำอะไรรัฐบาล แต่รัฐบาลใช้บัตรเชือดคอตัวเอง ตนก็ไม่เชื่อว่าเรื่องนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข จะรู้เห็นเรื่องนี้ แต่เมื่อเกิดเรื่องขึ้นมาแล้วคนเป็นหัวหน้ารัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบ วันนี้ตนอยากเห็น พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลออกมาขอโทษกรณีการกดบัตรแทน แม้ว่าจะไม่รู้เห็นก็ตาม

นายจตุพร กล่าวถึงการที่นายณฐพร โตประยูร เดินทางไปยื่นเอกสารฟ้องร้องยุบพรรคอนาคตใหม่เพิ่มเติมอีก หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยไม่ยุบพรรคอนาคตใหม่เมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านว่า อยากให้เสียงนี้ไปถึงนายณฐพร ที่ยังไม่หยุดทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไม่ยุบพรรคอนาคตใหม่ไปแล้ว ซึ่งตนก็เข้าใจว่า เป็นความพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความแตกร้าวขึ้นในแผ่นดิน เมื่อเขาถอดสลักกันเรื่องนี้ นายณฐพร ควรจะหยุดได้แล้ว แต่กลับไม่หยุด ซึ่งตนมีความรู้สึกว่ามันชักจะมากไป ดังนั้น การต่อสู้ทางการเมืองควรที่จะพอกันได้แล้ว ในกรณีที่พยายามสร้างความแตกแยก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่ทุกฝ่ายพยายามทำกันในช่วงที่ผ่านมานั้น คือการเป็นพสกนิกรของพระเจ้าแผ่นดินกันทุกชีวิตทุกคน การที่จะไปแบ่งแยกกันว่าคนนี้ไม่ใช่พสกนิกร นี่เป็นเรื่องของความเสียหายทั้งปวง ดังนั้น ตนได้แต่ภาวนาว่า กกต. จะไม่ไปเพิ่มอุณหภูมิความขัดแย้งทางการเมือง ฉะนั้นสิ่งที่อยากได้ยินคือ นายณฐพรได้แสดงความรับผิดชอบหยุดเรื่องนี้กันเสียที อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตนพูดในวันนี้หวังว่าทุกฝ่ายจะได้ยินกันว่า ควรจะเห็นแก่ชาติบ้านเมือง มากกว่าเห็นแก่ตัวกันเสียที.

‘หม่อมเต่า’ลุยถนนเยาวราช มอบอั่งเปา ม.40 คุ้มครองแรงงานไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/412894?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

26 มกราคม 2563 – 16:35 น.
่มอบอั่งเปา ม40,หม่อมเต่า,ประกันสังคม,ตรุษจีน
เปิดอ่าน 62 ครั้ง

‘หม่อมเต่า’ลุยถนนเยาวราช  มอบอั่งเปา ม.40 ใน 3 ทางเลือก คุ้มครองแรงงานไทยเข้าถึงประกันสังคม

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2563 หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานร่วมงาน “เดินรณรงค์มอบความห่วงใย แรงงานไทย ต้องมีหลักประกัน” (ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้) ณ ชุมชนเล่งบ้วยเอี๊ยะ ย่านเยาวราช ซอย 6 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร

 อ่านข่าว: มาตรา 40 ทางเลือกที่ 3 รับโบนัสเงินชราภาพ

โดยมี นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย นายธนกฤติ อังสุปาลี ประธานชุมชนเล่งบ้วยเอี๊ยะ

ให้การต้อนรับและรับมอบของที่ระลึกจาก รมว.แรงงาน สำหรับกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ต้องการให้ดำเนินการในเรื่องนี้โดยใช้เครือข่ายต่างๆ เพื่อมอบความห่วงใยแก่แรงงานอิสระของไทยให้มีหลักประกันความมั่นคงในชีวิต (ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้) โดยมอบอั่งเปาสิทธิประโยชน์ดีๆ จากประกันสังคมโดยการสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40

ม.ร.ว.จัตุมงคล กล่าวว่า สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 40 คือ ผู้ประกอบอาชีพอิสระทั่วไปที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์และไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ เป็นการสร้างหลักประกันให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระได้รับความคุ้มครอง โดยมีสิทธิประโยชน์ 3 ทางเลือก ดังนี้ ทางเลือก 1 จ่ายเงินสมทบ 70 บาทต่อเดือน

ได้รับสิทธิประโยชน์ 3 กรณี คือ ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้สูงสุด 300 บาท/วัน ทุพพลภาพ รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 500 – 1,000 บาท/เดือน (ไม่เกิน 15 ปี) ค่าทำศพ 20,000 บาท ทางเลือก 2 จ่ายเงินสมทบ 100 บาท/เดือน ได้รับสิทธิ 3 กรณีเหมือนทางเลือก 1 และเพิ่มบำเหน็จชราภาพ 50 บาท/เดือน ออมเพิ่มได้ 1,000 บาท/เดือน ทางเลือก 3 ได้รับสิทธิ 3 กรณีเช่นเดียวกับทางเลือก 1 และเพิ่มบำเหน็จชราภาพ 150 บาท/เดือน เพิ่มค่าทำศพเป็น 40,000 บาท ได้รับสิทธิสงเคราะห์บุตร 200 บาท/คน/เดือนคราวละไม่เกิน 2 คน

สำหรับช่องทางการสมัคร สามารถสมัครได้ที่ 7- eleven สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 1 สำนักงานประกันสังคม เคาน์เตอร์ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำนักงานประกันสังคมทุกแห่งทั่วประเทศ รวมทั้งหน่วยเคลื่อนที่ของเจ้าหน้าที่อีกด้วย

อุตตม ไม่รู้เห็นลูกพรรคเสียบบัตรแทนกัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/412861?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

อุตตม ไม่รู้เห็นลูกพรรคเสียบบัตรแทนกัน

26 มกราคม 2563 – 14:43 น.
ธนกร,อุตตม,เสียบบัตรแทนกัน,สส,พปชร,ยื่นซักฟอก,ฝ่ายค้าน,ข่าววันนี้,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 83 ครั้ง

“ธนกร” ป้อง “อุตตม” ไม่รู้เห็นปมฝ่ายค้านขู่ยื่นซักฟอกปล่อยลูกพรรคเสียบบัตรแทนกัน แจงพรรคกำชับส.ส.ให้ปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัดมาตลอด

เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2563 – นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ระบุว่าเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยจะเพิ่มนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐเข้าไปด้วย ในประเด็นส.ส.เสียบบัตรแทนกัน ซึ่งจะส่งผลให้ร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 63 เกิดความล่าช้า ว่า นายอุตตมไม่ได้รู้สึกกังวลอะไร เพราะเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล

ทั้งนี้ การยื่นบัตรให้คนอื่นเสียบแทนนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ แม้มีข้อจำกัดในเรื่องของเครื่องเสียบบัตรก็ตาม ส.ส.ต้องปฏิบัติตามระเบียบและข้อบังคับของการประชุม พรรคก็ได้มีการกำชับให้ส.ส.ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับอย่างเคร่งครัดมาตลอด ซึ่งเท่าที่ตนทราบ ส.ส.คนดังกล่าวก็ไม่ได้มีเจตนา และเป็นเรื่องเฉพาะตัว คงไม่ทำให้ร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ต้องเป็นโมฆะ

นายธนกร กล่าวต่อไปว่า การที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะนำมาเป็นประเด็นในการอภิปรายนายอุตตมนั้น ตนมองว่าไม่ค่อยสมเหตุสมผล และไม่เป็นธรรม เนื่องจากนายอุตตมไม่ทราบเรื่อง และไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำดังกล่าว ที่ผ่านมานายอุตตมก็ได้กำชับ ส.ส.ให้ปฎิบัติตามข้อบังคับการประชุมอย่างเคร่งครัด อีกทั้งส.ส.ก็ทำไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่มีเจตนาพิเศษอะไร อยากให้พรรคร่วมฝ่ายค้านได้เข้าใจ เพราะหากอภิปรายในประเด็นที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนแล้ว ประชาชนอาจเบื่อหน่าย อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายอะไร ตนมั่นใจว่ารัฐบาลจะสามารถชี้แจงได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะนายอุตตมที่ทำงานด้วยความตั้งใจ ทุ่มเท เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก โปร่งใส ตรวจสอบได้ ตนเชื่อมั่นในตัวนายอุตตมว่าท่านไม่ได้ทำผิดอะไร.

พระสมเด็จจิตรลดาหรือ พระกำลังแผ่นดิน และจุดพิจารณา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/612897

  • วันที่ 26 ม.ค. 2563 เวลา 20:07 น.

พระสมเด็จจิตรลดาหรือ พระกำลังแผ่นดิน และจุดพิจารณา

โดย อาจารย์ชวินทร์ chavintapoti@gmail.com

“ให้ปิดทองที่หลังองค์พระปฏิมา แล้วเอาไว้บูชาตลอดไป ให้ทำความดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ ขณะปิดทองให้ตั้งจิตเป็นสมาธิอธิษฐานขอให้ความดีงามที่มีอยู่ในตัว จงดำรงอยู่ต่อไป และขอให้ยังความเป็นสิริมงคล จงบังเกิดแก่ตัวยิ่งขึ้น อีกทั้งให้ประสบแต่ความสุขความเจริญในทางที่ดีงาม”

การปิดทองด้านหลังองค์พระ เป็นปริศนาธรรมบางอย่างที่ทรงมีพระราชดำริในการปลูกฝังนิสัยให้ผู้รับพระราชทาน นำไปคิดเป็นทำนองว่า การที่บุคคลใดจะทำกุศลหรือประโยชน์สาธารณะ พึงมุ่งหวังให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่นโดยแท้จริง มิได้หวังลาภยศ ชื่อเสียง ตามคติโบราณที่ว่า “ปิดทองหลังพระ” เป็นพระราชดำรัสที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ตรัสแก่ผู้รับพระราชทานพระสมเด็จจิตรลดา

วันนี้ได้นำพระสมเด็จจิตรลดาหรือพระกำลังแผ่นดิน พิมพ์ใหญ่ ปี 2509 และ ปี 2510 มาให้ชม ภาพรวมของพระเครื่องสมเด็จจิตรลดานั้น เมื่อพบเห็นเป็นพระเครื่องที่พุทธพิมพ์มีความสวยงาม สวยคม เรียบง่ายครับ

โดยสมเด็จจิตรลดา ปี 2509 ได้รับความเอื้อเฟื้อจากนายทหารท่านหนึ่ง(ไม่ประสงค์ออกนาม)ซึ่งรับพระราชทานมาในปี 2509 และได้บูชาขึ้นคอตลอดมา เมื่อสัมผัสกับเหงื่อ ทำให้สีองค์พระเข้มขึ้นอาจจะด้วยมวลสารที่พระองค์ท่านจัดสร้างมีส่วนผสมที่แตกต่างกัน แต่ความสวยงาม เข้มขลัง เต็มร้อย

ส่วนสมเด็จจิตรลดา ปี 2510 ได้รับความเอื้อเฟื้อจากข้าราชบริพารชั้นผู้ใหญ่ในพระราชสำนักท่านหนึ่ง ได้เอื้อเฟื้อมา โดยได้รับพระราชทานมาในปี 2510 และตั้งแต่ได้รับพระราชทานมา ไม่ได้นำมาบูชาขึ้นคอ เก็บเอาไว้ตลอดมา จะเห็นมวลสารที่ผสมชัดเจน สวยงามคมชัด ทั้งสององค์นี้มีใบกำกับมาพร้อม แต่ไม่ประสงค์จะเปิดเผยนามครับ

มาดูจุดพิจารณาของสมเด็จจิตรลดาด้านหน้า

พระพักตร์จะเป็นผลมะตูมได้สัดส่วน

พื้นผิวจะเป็นเหมือนผิวส้มแต่เรียบตึง

ไหล่ทางด้านซ้ายของพระจะยกสูงกว่าไหล่ทางด้านขวา

เนื้อหาหนึกนุ่ม

เม็ดบัวจะมีขนาดไม่เท่ากัน บางเม็ดจะฝ่อ

ด้านข้างจะเห็นรอยเจียนส่วนล่าง ทำให้มองเห็นเหมือนเป็นเนื้อ 2 ชั้น

ส่วนพื้นผิวด้านหลังนั้นจะเห็นรอยพรุนฟองอากาศกระจายไปทั่ว

เมื่อนำมาบูชาขึ้นคอและสัมผัสเหงื่อ เนื้อองค์พระจะยิ่งหนึกนุ่ม มองแล้วสบายตา ด้านพุทธคุณล้นเหลือ ด้วยบารมีของในหลวงรัชกาลที่ 9 ครูบาอาจารย์ที่สำเร็จทางด้านวิปัสสนา กรรมฐานแนะนำให้บูชาขึ้นคอได้เลย เพราะเป็นพระเปลี่ยนดวง ใครที่ดวงตกจะเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้น,ทุกอย่างจากร้ายจะกลายเป็นดี

สมเด็จจิตรลดา จัดสร้างจากมวลสารศักดิ์สิทธิ์ อาทิ เส้นพระเจ้า (เกศาของพระองค์) ดอกไม้ พวงมาลัยแห้งหน้าเครื่องถวายองค์พระแก้วมรกต ,ดอกไม้แห้งจากมาลัยที่แขวนพระมหาเศวตฉัตร, สีที่ขูดจากเรือใบพระที่นั่ง,ดิน ตะไคร่น้ำ ผงธูป จากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และน้ำจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดทั่วประเทศ

เป็นพระพุทธรูปพิมพ์นั่งปางสมาธิแบบขัดราบ พระบาทขวาทับพระบาทซ้าย ประทับเหนือดอกบัวบาน บน 5 กลีบ ล่าง 4 กลีบ รวมเป็น 9 กลีบ รูปทรงสามเหลี่ยมหน้าจั่ว มี 2 ขนาดพิมพ์ คือพิมพ์ใหญ่ กว้าง 2.2 เซนติเมตร สูง 3.2 เซนติเมตรหนา 0.5- 1.0 เซนติเมตร ,พิมพ์เล็กสำหรับบุตรหลานข้าราชบริพารขนาดกว้าง 1.4 เซนติเมตร สูง 2.1 เซนติเมตร หนา 0.5 เซนติเมตร

พระสมเด็จจิตรลดา หรือ พระกำลังแผ่นดิน เป็นพระเครื่องที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงสร้างด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง เป็นพระเครื่องศักดิ์สิทธิ์หนึ่งเดียวที่รวมไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เรียกว่า พระกำลังแผ่นดิน อันมาจากความหมายของพระนามในหลวงรัชกาลที่ 9 คือ “ ภูมิ ”แปลว่าแผ่นดิน “ พล “แปลว่า กำลัง ซึ่งรวมกันแล้วก็คือ พระกำลังแผ่นดินนั่นเอง

พระองค์ท่านพระราชทานแก่ ข้าราชการ,ทหาร,ตำรวจ และพลเรือน ในช่วงระหว่าง พ.ศ. 2508 – พ.ศ.2513 มีทั้งสิ้นประมาณ 3,000 องค์ พระองค์พระราชทานด้วยพระหัตถ์พระองค์เอง และเท่าที่สอบถามผู้ที่ได้รับพระราชทานมาจะไม่มีกล่องกำมะหยี่มา

ใบกำกับพระสมเด็จจิตรลดา สำนักพระราชวังจะแจ้งให้ไปรับเอกสารกำกับในภายหลัง เป็นเอกสารกว้าง 12.7 เซนติเมตร ยาว 15.8 เซนติเมตร มีภาพพระพิมพ์ส่วนพระองค์ประกอบ พร้อมตราจักรี (จักรและตรี) ระบุลำดับที่ ชื่อผู้รับ พระราชทาน วันที่ เดือน พ.ศ. ที่ได้รับพระราชทาน

ด้านสีพระสมเด็จจิตรลดา ที่สร้างนั้น เป็นพระเนื้อออกสีน้ำตาลแก่ ,น้ำตาลแก่ออกสีดำ และน้ำตาลอมเหลือง ความหนาบาง และความคมลึกชัดขององค์พระในแต่ละปีไม่เท่ากัน เนื้อถึงจะสีเข้ม แต่จะใส หนึกนุ่ม ของปลอมจะขาดสิ่งเหล่านี้ และของปลอมมักจะมีตำนานเรื่องเล่าพร้อมกล่องกำมะหยี่ประกอบมาด้วย