#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
ในประเทศ – ‘สถ.’จับมือ‘กสศ.’ระดมช่วยเหลือ นร.ทุนเพื่อมความเสมอภาค (naewna.com)

‘สถ.’จับมือ‘กสศ.’ระดมช่วยเหลือ นร.ทุนเพื่อมความเสมอภาค
วันพฤหัสบดี ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 19.04 น.
3 ธ.ค.63 นายทวี เสริมภักดีกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมชี้แจงการดำเนินงานการขอรับเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข (นักเรียนทุนเสมอภาค) ประจำภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 ให้แก่กองการศึกษาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้อำนวยการสถานศึกษา และบุคคลากรทางการศึกษา โรงเรียนในสังกัด อปท.กว่า1,700 แห่งทั่วประเทศ ผ่านระบบ Teleconference ว่า
ในการดำเนินการภาคเรียนที่1ปีการศึกษา 2563 สถ.ร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.)ได้พัฒนาหลักเกณฑ์กระบวนการคัดกรองนักเรียนยากจนด้วยวิธีการวัดรายได้ทางอ้อม และการจัดสรรเงินอุดหนุนเป็นรายบุคคลที่สอดคล้องกับสถานการณ์ COVID-19เพื่อบรรเทาการมาเรียนและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีนักเรียนในสังกัด อปท.ได้รับเงินช่วยจาก กสศ.จำนวน 9,214 คน ครอบคลุมโรงเรียน 475 โรงเรียน ทั้งนี้ในภาคเรียนที่ 2/2563สถ.ตั้งเป้าหมายร่วมกับสถานศึกษาสังกัด อปท.ค้นหานักเรียนยากจนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 และยังไม่ได้เข้าสู่ระบบการคัดกรองที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้น พร้อมเน้นย้ำให้สถานศึกษาให้ความสำคัญและทำความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินงานเพื่อไม่ให้นักเรียนเสียสิทธิ์จากการช่วยเหลือของ กสศ.

นายทวี กล่าวว่า นอกจากนี้ ในช่วงเดือนที่ผ่านมา สถ.และกสศ.ได้มีการติดตามการดำเนินงานของสถานศึกษา และมีการเร่งรัดให้กองการศึกษาท้องถิ่นติดตามการดำเนินงานของสถานศึกษาให้ถูกต้องครบถ้วนตามเงื่อนไขของ กสศ.2 เรื่องสำคัญ คือ 1) การติดตามการบันทึกใบสำคัญรับเงิน (กสศ.06) กรณีที่นักเรียนรับเงินสดผ่านสถานศึกษา 2) การบันทึกเงื่อนไขการรับเงินอุดหนุนฯ คือ การบันทึกการมาเรียน และน้ำหนักส่วนสูง ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่จะเป็นประโยชน์ในการติดตามนักเรียนและช่วยเหลือต่อไป จึงขอความร่วมมือกองการศึกษาท้องถิ่นในการติดตามสถานศึกษาที่ด้วย
“วันนี้ความร่วมมือเรื่องฐานข้อมูลถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะข้อมูลสถานะนักเรียนรายบุคคล เพราะนักเรียนที่จะได้รับเงินอุดหนุนฯต้องอยู่ในเกณฑ์ยากจนครัวเรือนมีรายได้ไม่เกิน 3.6 หมื่นบาทต่อปี และจากการให้ครูได้ไปติดตามลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนักเรียนทำให้เห็นสภาพปัญหาของเด็กว่าจะช่วยเหลือตรงไหนได้บ้าง กสศ.ก็จะสนับสนุนเรื่องเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข ส่วนอปท.จะดูเรื่องมิติทางสังคมการช่วยเหลือทางกายภาพที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการประสานงานข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปช่วยเหลือด้านสวัสดิการต่างๆอย่างเหมาะสม” รองอธิบดี สถ. กล่าว

ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 หลายครอบครัวของเด็กนักเรียนยากจนพิเศษหรือนักเรียนทุนเสมอภาคต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจ ที่อาจกระทบไปถึงตัวเด็กนักเรียนจนเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา ซึ่ง กสศ.ได้ติดตามเฝ้าระวังผลกระทบจากสถานการณ์โควิท-19 ต่อครัวเรือนนักเรียนทุนเสมอภาคมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนเมษายน ที่ผ่านมา โดยได้ปรับปรุงการทำงาน และกระบวนการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และจากการวิเคราะห์ข้อมูลล่าสุดจากการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านของครูทั่วประเทศในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค.ที่ผ่านมา ที่พบว่ารายได้เฉลี่ยต่อคนต่อวันของครัวเรือนนักเรียนทุนเสมอภาคลดลงเหลือเพียงวันละ36บาท และมีอัตราการว่างงานเฉลี่ยในครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้นจากร้อยละ44 เป็นร้อยละ73
“จึงอยากขอความร่วมมือจากท้องถิ่นจังหวัด ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้อำนวยการโรงเรียน ครู และบุคลากรที่เกี่ยวข้องระดมความร่วมมือในการค้นหาและคัดกรองนักเรียนยากจน เพื่อไม่ให้มีนักเรียนหลุดออกจากระบบการศึกษาเพราะขาดแคลนทุนทรัพย์ ดังนั้นการคัดกรองข้อมูลนักเรียนถือเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญมาก เพราะจะเป็นฐานการทำงานร่วมกันระหว่าง กสศ. และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เด็กๆที่ยากจนที่สุดในประเทศได้มีโอกาสรับเงินอุดหนุน จาก กสศ.เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาในระดับที่สูงขึ้นได้ ทั้งนี้ปีการศึกษา2563 กสศ. ได้ขยายความช่วยเหลือนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาตอนต้น ครอบคลุมทั้ง76จังหวัดทั่วประเทศแล้ว” ดร.ไกรยส กล่าว

รองผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า ขณะเดียวกันกสศ. ยังได้ดำเนินการปรับปรุงระบบการทำงานเพื่อลดภาระงานของคุณครูทั่วประเทศใน 2 เรื่องคือการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการติดตามการดำเนินงานของสถานศึกษาในสังกัด ผ่านแอพพลิเคชั่น CCT MONITOR เพื่อเสริมการทำงานของกองการศึกษาท้องถิ่น ในการสร้างความเข้าใจ ติดตามการดำเนินงานของสถานศึกษา รวมทั้งการลดภาระการทำงานด้านข้อมูลของครู และทำความร่วมมือกับธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ทุกสาขาทั่วประเทศ ให้นักเรียนทุนเสมอภาคสามารถเข้าถึงการเปิดบัญชีพร้อมเพย์ โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมการเปิดบัญชีและค่ารักษาบัญชี (บัญชี 0 บาท) กับทั้ง 3 ธนาคารได้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่เด็กและครอบครัว และช่วยให้ครูมีเวลาในการสอนในห้องเรียนได้อย่างเต็มที่
ดร.ไกรยส กล่าวว่า ส่วนสถานศึกษาที่รับรองข้อมูลนักเรียนไม่ทันตามกำหนดระยะเวลา สามารถดำเนินการได้ในช่วงเปิดเทอมภาคเรียนที่ 2/2563 เมื่อผ่านกระบวนการรับรองตามเวลาที่กำหนด จะได้รับเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไขได้ทันในภาคเรียนที่ 2 อย่างแน่นอน ขอให้คุณครูทุกท่านรีบดำเนินการส่งข้อมูลเข้ามา และในปีการศึกษา 2/2563 นี้ ทาง กสศ. จะจัดสรรทุนเสมอภาคในส่วนที่เหลืออีก1,000 บาท ตรงให้แก่ครอบครัวนักเรียนทุนเสมอภาคเช่นเดิม










.jpg)

Prof. Dr. Prasit Watanapa (left), Dean of Faculty of Medicine Siriraj Hospital, receives the CommunicAsia Award from Sanchai Noombunnam, Deputy Managing Director of Informa Markets Thailand. 





EMS and firefighters in Washington D.C. prepare for a shift. MUST CREDIT: Washington Post photo by Jahi Chikwendiu
Angela Hunter