ผู้พิการทางการได้ยิน ปลื้ม อว. เปิดโอกาสให้ทำงานในโครงการ U2T ม.บูรพา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/595021

ผู้พิการทางการได้ยิน ปลื้ม อว. เปิดโอกาสให้ทำงานในโครงการ U2T ม.บูรพา

ผู้พิการทางการได้ยิน ปลื้ม อว. เปิดโอกาสให้ทำงานในโครงการ U2T ม.บูรพา

วันเสาร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 21.14 น.

ผู้พิการทางการได้ยิน ปลื้ม อว. เปิดโอกาสให้ทำงานในโครงการ U2T ม.บูรพา หลังสมัครงานแล้วไม่มีหน่วยงานใดรับเพราะตนพิการ ผู้บริหาร อว.ลงพื้นที่อ่างศิลา ชลบุรี ติดตาม U2T พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ฝากความปรารถนาดีและห่วงใยมาให้ทุกคน พร้อมรับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ชี้เรื่องไหนวิจารณ์ถูกก็รับไปแก้ทันที ปรับปรุงทันที เชื่อสถานการณ์โควิดในไทยเริ่มดีขึ้น

14 สิงหาคม 2564 ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) พร้อม ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. และผู้บริหาร อว. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบลสร้างรากแก้วให้ประเทศ หรือ U2T ที่ ต.อ่างศิลา อ.เมือง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ในความดูแลของมหาวิทยาลัยบูรพา ที่รับผิดชอบดำเนินโครงการในพื้นที่ 104 ตำบล ของ 7 จังหวัดภาคตะวันออก

โดยปัจจุบันได้มีการจ้างงานคนในพื้นที่ไปแล้วกว่า 2,000 ตำแหน่ง หลังการตรวจเยี่ยม ได้มีนักศึกษาที่ได้รับการจ้างงานโครงการ U2T ใน ต.หนองตำลึง ชื่อนายพีรณัฐ อินทรารักษ์สกุล จากวิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล ได้มายื่นหนังสือถึง ศ.ดร.เอนก โดยเนื้อหาในหนังสือระบุว่า “เคยสมัครงานราชการหรือบริษัท แต่ไม่รับคนพิการ ก่อนมาสมัครโครงการ U2T และได้รับโอกาสทำงาน อยากขอบคุณ ศ.ดร.เอนก ที่ให้โอกาสเรียนรู้การทำงานเพื่อพัฒนาศักยภาพและอยากให้จัดหางานให้หลังหมดสัญญา เพราะหางานได้ยากเนื่องจากเหตุผลที่เป็นคนหูหนวก”

ศ.ดร.เอนก กล่าวว่า โครงการ U2T เริ่มมาตั้งแต่เดือน ก.พ.2564 เป็นโครงการที่ทำให้คน 6 หมื่นคนมีงานทำในช่วงวิกฤติโควิด มีมหาวิทยาลัย 76 แห่งทั่วประเทศ เข้ามาร่วมในโครงการ เพื่อทำงานในพื้นที่ 3,000 ตำบล และตอนนี้ U2T ได้เดินมาถึงครึ่งทางแล้ว ที่สำคัญ U2T เป็นทีมแนวหน้าของ อว. ในช่วงสถานการณ์โควิดที่ลงพื้นที่ทำงานในชุมชนโดยปรับเพิ่มการทำงานให้มาช่วยสนับสนุนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโควิด เช่น การรณรงค์ป้องกันโควิดในชุมชน สนับสนุนการคัดกรอง ตรวจเบื้องต้นโดยวิธีหาแอนติเจน (ATK) ฉีดวัคซีน รวมทั้งทำกลไกกักตัวที่บ้านและชุมชน ขอชื่นชม ม.บูรพา ที่ทุ่มเทสรรพกำลังทุกด้านในการดำเนินในโครงการนี้เพื่อช่วยท้องถิ่น

“รู้สึกดีใจมากคือวันนี้ตนได้พบกับผู้พิการทางการได้ยิน ว่า U2T ได้ช่วยให้เขามีงานทำ จากเดิมไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับ นอกจากนี้ ยังมีเสียงเรียกร้องอยากให้มีการจ้างงานในโครงการนี้ต่อ แต่รัฐบาลมีความรับผิดชอบในหลายทาง จึงอยากให้ทุกคนโดยเฉพาะสื่อมวลชนหากเห็นว่าโครงการนี้ดี มีประโยชน์ ก็อยากให้ช่วยสนับสนุน ยืนยันว่า อว. ยังทำงานอย่างหนัก พร้อมเป็นกองหนุนที่มีทั้งคุณภาพและปริมาณ และร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อฝ่าฟันวิกฤตินี้ไปให้ได้ โควิดแม้จะเป็นวิกฤติ เป็นปัญหา แต่อีกด้านก็เป็นโอกาสให้ อว. ได้พัฒนาความสามารถและศักยภาพที่มีอยู่อย่างเต็มที่ และยังทำได้ในเวลาอันรวดเร็วอีกด้วย” ศ.ดร.เอนก กล่าวและว่า

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กับรัฐบาลฝากความปรารถนาดี ความห่วงใยมาให้ทุกคน และรัฐบาลยังทำงานอย่างหนัก แม้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์บ้างเป็นธรรมดา ซึ่งเรื่องไหนมีความถูกต้อง ก็พร้อมรับไปแก้ทันที ปรับปรุงทันที ตนเชื่อว่า สถานการณ์โควิดในไทยกำลังเริ่มดีขึ้น ตัวเลขผู้ติดเชื้อเริ่มน้อยกว่าตัวเลขคนหายป่วยกลับบ้านติดต่อมาหลายวัน แสดงว่าล็อคดาวน์ได้ผล และยังมีการระดมฉีดวัคซีนกันอย่างเต็มที่อีกด้วย เราต้องมีความหวัง รักษาตัวเองไว้ให้ดี เพื่อจะได้ไปชื่นชมกับชัยชนะหลังโควิด

วัดระฆังฯ ช่วยเกษตรกรเจอพิษโควิดเหมาแตงโม 10 ตันแจกชาวบ้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/660490

วันที่ 13 ส.ค. 2564 เวลา 16:21 น.

วัดระฆังฯช่วยเกษตรกรเจอพิษโควิดเหมาแตงโม10ตันแจกชาวบ้านวัดระฆังฯร่วมกับสภาสตรีแห่งชาติฯและพช.ช่วยเกษตรกรเหมาแตงโม10ตันมาแจกชาวบ้านชุมชนรอบวัดและบุคลากรทางการแพทย์ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อวันที่ 13 ส.ค.พระครูสมุห์วัชระ ภทฺทธมฺโม(พระครูต้น) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม พร้อมด้วย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน(พช.) ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ แจกแตงโม 10 ตันให้ชาวบ้านในพื้นที่ชุมชนรอบวัดระฆังฯ และบุคลากรทางการแพทย์ เขตบางกอกน้อยโดยเหมามาจากจ.พิจิตร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2564 และสนองดำริเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชฯให้วัดทุกวัดตั้งโรงทานขึ้นเพื่อบรรเทาความทุกข์แก่ญาติโยมและเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบความยากลำบากจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

พระครูสมุห์วัชระ ภทฺทธมฺโม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม กล่าวว่า จากวิกฤตโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาด ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นคนหาเช้ากินค่ำ ขาดรายได้ไปจุนเจือครอบครัว วัดถือเป็นสถานที่ที่เป็นที่พึ่งด้านจิตใจ และเป็นสถานสาธารณสงเคราะห์ของชุมชน ซึ่งมีศักยภาพเพียงพอที่จะอนุเคราะห์ประชาชนผู้ประสบความยากลำบาก ทางวัดระฆังฯ จึงได้จัดตั้งโรงทานช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์โรคระบาด มาตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่กรกฎาคมจนถึงปัจจุบัน วันละ 1,200 กล่อง มอบให้บุคลากรทางการแพทย์และโรงพยาบาลสนาม ชุมชนและถวายพระภิกษุสามเณร แม่ชี ภายในวัดระฆัง โดยได้รับการสนับสนุนจากสภาสตรีแห่งชาติและกรมการพัฒนาชุมชนและร้านคอระฆังและภาคีเครือข่ายต่างๆร่วมด้วยช่วยกัน

ทั้งนี้ ได้ร่วมกับนายสุทธิพงษ์และดร.วันดีวันนี้ได้แจกแตงโม 10,000 กิโลกรัม 10 ตัน ให้กับโรงพยาบาลสนามราชพิพัฒน์2 (ศูนย์วัดศรีสุดาราม),ศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อของเขตบางกอกน้อยและเขตพระนคร ,เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางกอกน้อย ซึ่งได้ซื้อมาจากเกษตรกรผู้ปลูกแตงโมพื้นที่อ.วังทรายพูน จ.พิจิตรซึ่งประสบปัญหาขายผลผลิตไม่ได้ เป็นผลพวงมาจากไวรัสโควิด-19 ทางวัดจึงได้ร่วมกับผู้มีจิตศรัทธาเหมาซื้อมา 10 ตัน นำมาแจกจ่ายแก่ชาวบ้าน ที่ได้รับผลกระทบ 1 คนจะได้ 2-3 ลูก เพื่อให้ทั่วถึงกันทุกคน แจกจนกว่าจะหมด ส่วนชาวบ้านที่มารับแตงโม ทางวัดได้ขอความร่วมมือให้สวมหน้ากากอนามัยทุกคน ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ที่ทางวัดจัดไว้ให้ และรักษาระยะห่างเพื่อป้องกันการติดเชื้อ โดยน.ส.กรกวรรณ เอี่ยมลิ้ม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตบางกอกน้อย และนางธราพร อำนวยสาร ผู้ช่วยเขต ผอ.เขตบางกอกน้อย,ตำรวจ สน.บางกอกน้อยได้จัดเจ้าหน้าที่มาอำนวยความสะดวกในครั้งนี้ด้วย

อย่างไรก็ตามนายสุรเดช ลิ้มพานิช (หมึก ท่าพระจันทร์ ) รองนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ,นาสยศุทธดา เนติภานนท์ และ มะนาว ศรศิลป์ มณีวรรณ ดารานักแสดง ร่วมทำบุญซื้อแตงโมในครั้งนี้ด้วย

วัดสุทธิฯตั้ง “Temple Isolation” 120 เตียงดูแลผู้ป่วยโควิดสีเขียว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/659753

วันที่ 04 ส.ค. 2564 เวลา 17:46 น.

วัดสุทธิฯตั้ง"Temple Isolation"120เตียงดูแลผู้ป่วยโควิดสีเขียว สสส.หนุนวัดสุทธิวราราม ตั้ง “Temple Isolation”เตรียม 120 เตียง รับผู้ป่วยโควิดสีเขียว แนะ 5 ระบบสร้างวัดต้นแบบดูแลผู้ติดเชื้อ พร้อมสร้างแกนนำ”พระไม่ทิ้งโยม”

เมื่อวันที่ 4 ส.ค.พระสุธีรัตนบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดสุทธิวราราม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และผู้จัดการโครงการพัฒนาเครือข่ายองค์กรสุขภาวะวิถีพุทธเชิงสร้างสรรค์ สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มีสถิติผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ทำให้ผู้ป่วยโควิด-19 ล้นโรงพยาบาล ผู้ป่วยเข้าไม่ถึงการรักษา จึงได้ปรับโครงการโครงการพัฒนาเครือข่ายองค์กรสุขภาวะวิถีพุทธเชิงสร้างสรรค์ ภายใต้การสนับสนุนของ สสส. ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร และภาคีเครือข่าย มาช่วยแก้ไขวิกฤตโควิด-19 ในกรุงเทพฯ โดยดำเนินการปรับศูนย์การเรียนรู้พระพุทธศาสนาและการพัฒนาสังคม อาคารขนาด 3 ชั้นของวัดสุทธิวราราม จัดตั้งเป็นศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 สำหรับดูแลผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวที่ไม่มีอาการ เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2564 ถือเป็นการใช้มาตรการดูแลผู้ป่วยที่วัด (Temple Isolation) เพื่อรอนำส่งต่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล โดยมีพระนักพัฒนาการสาธารณสงเคราะห์ กลุ่ม “พระไม่ทิ้งโยม” กว่า 20 รูป พร้อมทีมแพทย์ พยาบาลอาสาสมัครคอยดูแลผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเขียวที่ตกค้างให้ได้รับการเข้าถึงการรักษาที่ศูนย์พักคอยโดยแยกออกจากคนในครอบครัว มุ่งลดการแพร่ระบาดในชุมชมวงกว้าง

ทั้งนี้ Temple Isolation ของวัดสุทธิวราราม มีรูปแบบการจัดการและวางระบบที่มีความพร้อม 5 ด้าน คือ 1.ด้านสถานที่ วัดรองรับผู้ป่วย 120 เตียง ปัจจุบันมีผู้ป่วย 60 คน และยังมีผู้ป่วยในชุมชนเจริญกรุง 57 กว่า 100 คน ซึ่งกลุ่ม “พระไม่ทิ้งโยม” ให้ความช่วยเหลือดูแลครอบคลุมทั้งผู้ป่วยโควิด-19 ในวัดและชุมชนรอบข้าง 2.ด้านการดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วย ร่วมกับ โรงพยาบาลสงฆ์ และโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ จัดทีมแพทย์ พยาบาล เฝ้าสังเกตอาการผู้ป่วยในศูนย์พักคอยตลอด 24 ชั่วโมง แบ่งเป็นกลางวัน 3 คน และกลางคืน 3 คน 3.ด้านอาหาร วัดรับบริจาควัตถุดิบเพื่อนำมาประกอบอาหารให้แก่ผู้ป่วย 3 มื้อ และรับบริจาคอาหารแห้ง อาหารกล่อง น้ำดื่ม เพื่อนำไปแบ่งปันให้ผู้ป่วย รวมถึงกลุ่มคนเปราะบางในชุมชน 4.ด้านการค้นหาผู้ป่วย กลุ่ม “พระไม่ทิ้งโยม” ร่วมลงพื้นที่เชิงรุกในชุมชนรอบข้างค้นหาผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มเปราะบางที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เพื่อให้เข้าถึงการรักษาเร็วที่สุด และ 5.ด้านการสื่อสาร มีการพัฒนาสื่อรูปแบบอินโฟกราฟิกที่เข้าใจง่าย กระจายสู่คนในพื้นที่ โดยจะขยายการผลิตสื่อชุดความรู้ในรูปแบบคลิปวิดีโอ เพื่อสื่อสารสร้างความเข้าใจให้สังคมไทยสู้กับสถานการณ์โควิด-19 ในวงกว้างต่อไป

ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สสส. กล่าวว่า สสส. มุ่งพัฒนาสุขภาวะองค์กรสงฆ์และชุมชน โดยผลักดันให้เกิดศูนย์การเรียนรู้พระพุทธศาสนาและการพัฒนาสังคม ภายในวัดสุทธิวรารามขึ้น โดยในช่วงวิกฤตโควิด-19 ได้ผลักดันให้จัดตั้งศูนย์พักคอยเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่วัด เพื่อรองรับผู้ป่วยในชุมชน ระบบ Temple Isolation ของวัดสุทธิวราราม ถือเป็นต้นแบบดูแลผู้ป่วยในวัดหรือสถานศึกษาสงฆ์พื้นที่อื่นๆ ได้ เนื่องจากขณะนี้มีผู้ป่วยโควิด-19 ไม่มีอาการกลับไปรักษาตัวที่ภูมิลำเนาของตัวเองจำนวนมาก โดย สสส. จะประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เพื่อขยายแนวทางการจัดทำระบบ Temple Isolation ให้ได้มากที่สุด ขณะนี้ สสส. สานพลังภาคีธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติเสนอมหาเถรสมาคมผลักดันแนวคิดนี้ให้เกิดขึ้นอย่างน้อย 1 วัด 1 ตำบลทั่วประเทศ เพื่อช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพ ลดภาระปัญหาผู้ป่วยล้นโรงพยาบาล ตัดวงจรการระบาดและลดจำนวนผู้เสียชีวิตของไทย

อย่างไรก็ตาม องค์กรที่มีความพร้อมหรือสนใจ ติดต่อได้ที่เว็บไซต์ https://stopcovid.anamai.moph.go.th/dashbord_center/  เพื่อแจ้งความประสงค์จัดตั้ง Community Isolation โดยจะมีทีมงานประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหาแนวทางการจัดการวางระบบที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานต่อไป

วัดระฆังฯเปิด “โรงครัวปันน้ำใจ สู้ภัยโควิด-19” บรรเทาทุกข์คนเดือดร้อน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/657449

วันที่ 07 ก.ค. 2564 เวลา 20:57 น.

วัดระฆังฯเปิด“โรงครัวปันน้ำใจ สู้ภัยโควิด-19”บรรเทาทุกข์คนเดือดร้อนอธิบดีพช.ตรวจเยี่ยม“โรงครัวปันน้ำใจ สู้ภัยโควิด-19” วัดระฆังฯ พร้อมให้กำลังใจภาคีเครือข่ายประชาชนผู้มีจิตอาสาร่วมปรุงอาหารช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบพิษโควิด

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน(พช.) กระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พระครูสมุห์ วัชระ ภทฺทธมฺโม (พระครูต้น) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมการพัฒนาชุมชน ศิษยานุศิษย์วัดระฆังฯ ตลอดจนภาคีเครือข่ายและพี่น้องประชาชนผู้มีจิตอาสา ที่ร่วมกันปรุงอาหาร และบรรจุข้าวกล่อง ตามโครงการ “โรงครัวปันน้ำใจ ต้านภัยโควิด-19” เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 69 พรรษา 28 กรกฎาคม 2564 เพื่อนำข้าวบรรจุกล่องไปแจกจ่ายให้กับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อยจากโควิด ณ อาคารจอดรถ ชั้น 6 วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร  เขตบางกอกน้อย 

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2564 กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และภาคีเครือข่าย น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีน้ำพระราชหฤทัย บำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อความผาสุกของพสกนิกรชาวไทย เพื่อดำเนินการตามพระราโชบาย “สืบสาน รักษา และต่อยอด” แนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาสู่พระราชกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระราชวิริยะอุตสาหะ โดยมิทรงย่อท้อ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุข แก่อาณาประชาราษฎร์ และบ้านเมืองเสมอมา ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ทั้งนี้ กรมการพัฒนาชุมชน และสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้เชิญชวนข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชนทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมทั้งภาคีเครือข่ายและพี่น้องประชาชน ได้ร่วมกันทำความดีเป็นปฏิบัติบูชา เพื่อแสดงความจงรักภักดีร่วมกัน ตลอดทั้งเดือนกรกฎาคม 2564 โดยจัดตั้ง “โรงครัวปันน้ำใจ ต้านภัยโควิด-19” เพื่อประกอบอาหารปรุงสุก วันละ 1,000 กล่อง เพื่อมอบให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ที่ได้รับกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ในเขตชุมชนวัดระฆังฯ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2564 ซึ่งในแต่ละจุดนั้นจะมีตัวแทนมารับข้าวกล่องไปแจกจ่ายให้บุคลากรและประชาชน ดังนี้ 1. โรงพยาบาลศิริราช จำนวน 300 กล่อง 2. โรงพยาบาลกลาง จำนวน 200 กล่อง 3. โรงพยาบาลสวนเบญจกิติเฉลิมเกียรติ 84 พรรษา จำนวน 170 กล่อง 4. โรงพยาบาลสนามราชพิพัฒน์ (ศูนย์วัดศรีสุดาราม) เขตบางกอกน้อย จำนวน 200 กล่อง 5. พระภิกษุ สามเณร แม่ชี วัดระฆังฯ จำนวน 100 กล่อง 6. เจ้าหน้าที่กวาดขยะ สำนักงานเขตบางกอกน้อย จำนวน 30 กล่อง

อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมการพัฒนาชุมชน ศิษยานุศิษย์วัดระฆังฯ ตลอดจนภาคีเครือข่ายและพี่น้องประชาชนผู้มีจิตอาสาทุกท่าน ที่มีจิตเป็นกุศล ได้ร่วมใจกัน ในการทำความดีครั้งนี้