‘คุณหญิงกัลยา’ยกย่อง-ให้กำลังใจครู ในวันครูแห่งชาติ ประจำปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/704670

'คุณหญิงกัลยา'ยกย่อง-ให้กำลังใจครู ในวันครูแห่งชาติ ประจำปี 2566

‘คุณหญิงกัลยา’ยกย่อง-ให้กำลังใจครู ในวันครูแห่งชาติ ประจำปี 2566

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 20.55 น.

“คุณหญิงกัลยา”ยกย่องและให้กำลังใจครู ในวันครูแห่งชาติ ประจำปี 2566 ชู CODING สร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กไทย ชี้ภารกิจครูยุคใหม่เดินหน้าสร้างเด็กไทยตอบโจทย์ World Education

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2566 ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันครูแห่งชาติ ประจำปี 2566 ขออวยพร ขอบคุณ ส่งความปรารถนาดี และที่สำคัญให้กำลังถึงคุณครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกท่าน เพราะโลกในปัจจุบันนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีความผันผวน ไม่แน่นอน สลับซับซ้อน และคลุมเครือ หรือที่เรียกว่า VUCA WORLD ซึ่งเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ การเปลี่ยนแปลงของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมีความเจริญก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง เราจะทำอย่างไรที่จะสร้างเด็กไทยให้มีภูมิคุ้มกันที่ต้องเผชิญกับโลกนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า ภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดในขณะนี้ที่ผู้ใหญ่ที่เป็นครูสามารถให้กับเด็กได้ ก็คือภูมิคุ้มกันที่เรียกว่า การเรียน “CODING” คือการเน้นไปที่การคิดของเด็ก คิดวิเคราะห์ อย่างมีเหตุมีผล คิดอย่างมีตรรกะ แก้ปัญหาเป็นขั้นเป็นตอน เชิงวิทยาศาสตร์ เชิงคณิตศาสตร์ สอนให้เด็กสามารถตัดสินใจลมือทำ ทำผิดก็ทำใหม่ได้ บวกกับทักษะการอ่านเขียนอย่างมีวิจารณญาณ ทักษะทั้งหมดนี้เด็กในปัจจุบันและในอนาคตจะต้องมีจึงเป็นหน้าที่อันยิ่งใหญ่ของคุณครูและผู้ปกครองที่จะต้องปลูกฝังเด็กให้เรื่องดังกล่าว

“จริงๆ ทุกๆวันก็ถือเป็นวันครูอยู่แล้ว เพราะครูมีความหมายกับคนทุกคน หรืออาจพูดได้ว่าครูคือคนสร้างโลก เพราะครูคือคนสร้างคนให้เป็นคนดี มีความสามารถ มีความรู้ ครูจึงเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง ครูให้ความสุข ครูทำให้คนมีงานทำ ครูทำให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ครูเป็นผู้ที่ทำให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้าในทุกๆด้าน  ขอเป็นกำลังใจแด่ผู้ซึ่งทำหน้าที่ครูทุกแห่งหนด้วยใจ ขอให้คุณครูภาคภูมิใจในบทบาทที่ได้ทำมาตลอดชีวิต” ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าว

ทั้งนี้ ดร.คุณหญิงกัลยา ได้ฝากถึงคุณครูว่า แนวโน้มการศึกษาโลกต่อจากนี้ไปจะต้องมีเป้าหมายสำคัญ 4 ประการ ซึ่งครูจะสอนวิธีไหนแบบ Active Learning หรือ Project Based Learning ก็ตามคุณครูจะต้อง 1.มุ่งเน้นให้เด็กเรียนอย่างสนุก คือเรียนสิ่งที่เด็กสนใจ เด็กต้องเรียนอย่างมีความสุข ครูต้องมีความสุขในการสอน 2.ระหว่างเรียนต้องมีรายได้ 3.จบแล้วมีงานทำ หรือเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่ทันสมัย 4.มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น แข่งขันได้ ทั้ง 4 ประการนี้จึงเป็นหน้าที่ใหม่ของคุณครูที่จะต้องสอนเด็ก ซึ่งเป็นเป้าหมายของการศึกษาโลกจากนี้ไป

ทูตซาอุฯ-พสกนิกรชาวไทยร่วมลงนามถวายพระพร’เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/704674

ทูตซาอุฯ-พสกนิกรชาวไทยร่วมลงนามถวายพระพร'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา'

ทูตซาอุฯ-พสกนิกรชาวไทยร่วมลงนามถวายพระพร’เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 18.29 น.

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2566 ที่ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย คณะบุคคลและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน มูลนิธิ ผู้นำท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา นักเรียน นิสิต นักศึกษา พระสงฆ์ ประชาชนทั่วไปทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดพร้อมใจนำแจกันดอกไม้พวงมาลัยและสิ่งของมาทูลเกล้าถวายหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และลงนามถวายพระพรขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงในเร็ววัน อาทิ นายอับดุลเราะห์มาน อัลซุไฮบานี เอกอัครราชทูตซาอุดิอาระเบีย ประจำประเทศไทย, คณะผู้บริหาร ครู โรงเรียนปิยะพงษ์วิทยา ซ.ลาดปลาเค้า กรุงเทพฯ, นพ.สุชาติ ตันตินิรามัย ผู้อำนวยการ และผู้บริหารโรงพยาบาลตราด จ.ตราด, คณะผู้บริหารอาจารย์ ตัวแทนผู้ปกครอง นักเรียน โรงเรียนนานาชาติสิงค์โปร์, ศูนย์ไซเบอร์กองทัพอากาศ, คณะผู้บริหาร ครู โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย กรุงเทพฯ, ชมรมคนรักในหลวง, บ้านเรียนชวนชื่นเพื่อเด็กพิเศษ จ.ปทุมธานี,

คณะองค์การบริหารส่วนตำบลสาคู อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี, นางนภาพร แสนนาม เมืองพัทยา จ.ชลบุรี, ราษฎรอาสารักษาหมู่บ้านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จ.สงขลา, คณะผู้บริหาร ครู โรงเรียนเทศบาล 3 ชุมชนวัดจันทราวาส จ.เพชรบุรี, ศูนย์ศึกษายุทธ์ศาสตร์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ, กองทุนแม่ของแผ่นดิน เขตประเวศ กรุงเทพฯ, คณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จ.นครราชสีมา, ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เป็นต้น

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง จะเปิดให้ลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ถึงวันที่ 31 ม.ค.2566 นี้ และเปิดให้ลงนามถวายพระพรผ่านทางระบบออนไลน์ที่ เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ https://wellwishes.royaloffice.th ได้ทุกวัน

– 006

‘ในหลวง’พระราชทานหนังสือบทเจริญพระพุทธมนต์ แก่กระทรวงมหาดไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/704651

'ในหลวง'พระราชทานหนังสือบทเจริญพระพุทธมนต์ แก่กระทรวงมหาดไทย

‘ในหลวง’พระราชทานหนังสือบทเจริญพระพุทธมนต์ แก่กระทรวงมหาดไทย

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.44 น.

‘พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว’ พระราชทานหนังสือบทเจริญพระพุทธมนต์ จำนวน 15,200 เล่ม แก่กระทรวงมหาดไทย เพื่อมอบแก่พุทธศาสนิกชนในการสวดสาธยายเป็นพระราชกุศลถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทั่วประเทศ 

16 ม.ค.2566 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.ต.สุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง เป็นผู้อัญเชิญหนังสือบทเจริญพระพุทธมนต์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จัดรวบรวม และจัดพิมพ์ เพื่อสวดสาธยายเป็นพระราชกุศลถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ตั้งแต่วันที่ 14 ธ.ค.2565 จำนวน 15,200 เล่ม พระราชทานแก่นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และนายสมคิด จันทมฤก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านบริหาร ร่วมพิธี ณ ห้องรับรองปลัดกระทรวงมหาดไทย อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย 

นายสุทธิพงษ์ เปิดเผยว่า สำหรับหนังสือบทเจริญพระพุทธมนต์ฯ พระราชทานฉบับนี้ หน้าปกเป็นภาพวาดฝีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ล้อมรอบด้วยกรอบรูปหัวใจสีเหลืองและสีฟ้า อยู่ด้านบนปก เหนือพระปรมาภิไธย วปร. ช่วงกลางหน้าปก เป็นข้อความ “บทเจริญพระพุทธมนต์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จัดรวบรวม และจัดพิมพ์ เพื่อสวดสาธยายเป็นพระราชกุศลถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2565” ด้านล่างปกหนังสือ เป็นภาพพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงอุ้มสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ ด้านข้างพระวรกายเป็นต้นพระศรีมหาโพธิ์ ที่ใบโพธิ์มีข้อความ “โพธิ โพชฺฌงฺโค” และต้นไม้รูปหัวใจ มีข้อความ “กำลังใจ” และใบไม้สีธงชาติไทย และใต้ภาพ เป็นรูปหัวใจสีเหลือง พร้อมข้อความ ทูลกระหม่อมพ่อ จะคอยอุ้มชูทูลกระหม่อมภา เสมอ และหัวใจสีแดง พร้อมลงพระปรมาภิไธย 14 ธ.ค. 65 

“ภายในเล่มบทเจริญพระพุทธมนต์ฯ พระราชทาน ประกอบด้วยบทเจริญพระพุทธมนต์ จำนวน 22 บท ได้แก่ 1. บทบูชาพระรัตนตรัย (อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา) 2. บทชุมนุมเทวดา  3. บทนอบน้อมพระผู้มีพระภาคเจ้า (นะโม ตัสสะ) 4. บทพระไตรสรณคมน์ (พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ) 5. บทนะโมการอัฏฐกคาถา (นะโม อะระหะโต สัมมา) 6. บทกรณียเมตตสูตร (กะระณียะมัตถะกุสะเลนะ) 7. บทอาฏานาฏิยปริตร (วิปัสสิสสะ นะมัตถุ) 8. บทอังคุลิมาลปริตร (ยะโตหัง ภะคินิ) 9. บทโพชฌังคปริตร (โพชฌังโค สะติสังขาโต) 10. บทอุณหิสสวิชยคาถา (อัตถิ อุณหิสสะ วิชะโย) 11. บทวะชิระกิตติยาภาราชะธีตาวะระทานะคาถา (วชิระกิติยาภา) ของมหาเถรสมาคม 12. บทวะชิระกิตติยาภาราชะธีตาวะระทานะคาถา (ระตะนัตตะยานุภาเวน) ของวัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร 13. บทวะชิระกิตติยาภามะหาวะชิระราชะธีตาปะสิทธิวะระทานะคาถา ของวัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร 14. บทกิติยาภาคุณะกิตตะนะคาถา (ราชะธีตา กิติยาภา) ของมหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย 15. บทอภยปริตร (ยันทุนนิมิตตัง) 16. บทมงคลจักรวาลใหญ่ (สิริธิติมะติเตโช) 17. บทเทวตาอุยโยชนคาถา (ทุกขัปปัตตา จะ นิททุกขา) 18. บทอนุสสรณปาฐะ (อิติปิโส) 19. บทพุทธชัยมงคลคาถา (พาหุง สหัสสะมะภินิมมิตะสาวุทันตัง) 20. บทชยปริตร (มหาการุณิโก นาโถ) 21. บทภวตุ สัพพมังคลัง (ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง) และ 22. บทนักขัตตยักข์ (นักขัตตะยักขะภูตานัง) ซึ่ง ในหนังสือบทเจริญพระพุทธมนต์ฯ พระราชทานนี้ ได้รวบรวมการรจนาบทเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวชิรราชธิดา จำนวน 4 บท คือ บทที่ 11 บทวะชิระกิตติยาภาราชะธีตาวะระทานะคาถา (วชิระกิติยาภา) จัดทำโดย มหาเถรสมาคม บทที่ 12 บทวะชิระกิตติยาภาราชะธีตาวะระทานะคาถา (บทถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวชิรราชธิดา) จัดทำโดยคณะสงฆ์วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร ประพันธ์โดย พระมหานพพร อริยญาโณ ป.ธ.9 ตรวจแก้โดย พระพรหมวัชรเมธี (สมเกียรติ โกวิโท ป.ธ.9) บทที่ 13 บทวะชิระกิตติยาภามะหาวะชิระราชะธีตาปะสิทธิวะระทานะคาถา (บทถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวชิรราชธิดา) จัดทำโดยคณะสงฆ์วัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร และบทที่ 14 บทกิติยาภาคุณะกิตตะนะคาถา (คาถาถวายพระพรกำลังใจแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวชิรราชธิดา) โดยเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี เป็นที่ปรึกษา ตรวจสำนวน ปรับปรุง และรจนา สวดสาธยาย โดยคณาจารย์ มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย” นายสุทธิพงษ์ กล่าว

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวด้วยว่า กระทรวงมหาดไทย จะได้อัญเชิญหนังสือบทเจริญพระพุทธมนต์ฯ พระราชทาน จำนวน 15,200 เล่ม ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้ มอบให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด จังหวัดละ 200 เล่ม เพื่ออัญเชิญไปถวายแก่คณะสงฆ์และประชาชนในพื้นที่จังหวัด เพื่อใช้เจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลถวายพระพรแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร และทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์ แข็งแรง ในเร็ววัน

นายกรัฐมนตรีสุดปลื้ม! ชื่นชมผลงานวิจัยกองทุน ววน. ย้ำนำงานวิจัยชูการท่องเที่ยวไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/704571

นายกรัฐมนตรีสุดปลื้ม! ชื่นชมผลงานวิจัยกองทุน ววน. ย้ำนำงานวิจัยชูการท่องเที่ยวไทย

นายกรัฐมนตรีสุดปลื้ม! ชื่นชมผลงานวิจัยกองทุน ววน. ย้ำนำงานวิจัยชูการท่องเที่ยวไทย

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.03 น.

นายกรัฐมนตรี สุดปลื้ม! ชื่นชมผลงานวิจัยกองทุน ววน. ย้ำนำงานวิจัยชูการท่องเที่ยวไทย 

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประธานเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2566 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พร้อมเยี่ยมชมบูธ “วัฒนธรรมอาหาร 7 ลุ่มน้ำ ทั่วถิ่นไทย” กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.)  โดยมี รศ. ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. พร้อมคณะผู้บริหาร สกสว. บพข. ให้การต้อนรับ และแนะนำเสนอผลงานวิจัยกองทุน ววน. 

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมชมกิจกรรมภายในบูธ ที่มีการจัดกิจกรรมให้เด็กและเยาวชนได้ร่วมสนุกตลอดทั้งวัน อาทิเช่น กิจกรรมทำขนมไทย ทำลูกชุบ กิจกรรมระบายสีอาหาร 7 ลุ่มน้ำ พร้อมแจกพาสปอร์ตวันเด็กแห่งชาติ ปี 2566 ที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่เด็ก ๆ ด้วยสโลแกน ที่ว่า “เรียนรู้ พัฒนา ก้าวไกล เยาวชนสร้างไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม” รวมทั้งของรางวัลต่าง ๆ มากมาย ที่ล้วนเป็นผลงานจากการวิจัยภายใต้กองทุน ววน. ที่แสดงถึงวัฒนธรรมอาหาร 7 ลุ่มน้ำ ทั่วถิ่นไทย ประกอบด้วย พื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขงตอนบน และอาหารมงคล, อยุธยารัฐเมืองท่า และอัตลักษณ์ดั้งเดิมของอาหารอยุธยา, เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า กับอัตลักษณ์อาหารชาวเกาะ, มะม่วงคลองเขื่อน ผลผลิตของความอุดมสมบูรณ์ ลุ่มแม่น้ำบางปะกง, เกาะรัตนโกสินทร์ และวิถีการกินจนถึงปัจจุบัน, ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา และอาหารสะท้อนตัวตนคนแดนใต้, และจังหวัดลำปาง พื้นที่เชื่อมโยง และอัตลักษณ์อาหารในท้องถิ่น 

นอกจากนี้ บูธกองทุน ววน. ยังได้มีโอกาสต้อนรับคณะผู้บริหารจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่ให้ความสนใจและเข้ามาเยี่ยมชมที่บูธกันอย่างต่อเนื่อง และน้อง ๆ หนู ๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมภายในบูธกันอย่างคึกคัก รวมทั้งผู้ปกครอง ประชาชนทั่วไป ที่ได้เข้าร่วมชมงานวันเด็กในครั้งนี้อย่างหนาแน่นตลอดทั้งวัน

“สกสว. เป็นหน่วยงานกลางของประเทศ ที่มีหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุน และขับเคลื่อนระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศในทุกด้าน เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน ภายใต้การกำกับของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตามพระราชบัญญัติสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2562”

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2603331

"พิชัย จิราธิวัฒน์" มอบเงินจำนวน 300,000 บาท สมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ

16 ม.ค. 2566 05:02 น.

  • อินทรีเหล็ก

“พิชัย จิราธิวัฒน์” มอบเงินจำนวน 300,000 บาท สมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 16 มกราคม 2566

  • ความตอนหนึ่งของ ความในใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ….หลังการรัฐประหารโดย คสช. เมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 ภายใต้การนำ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ขณะนั้น….ต้องออกจากกรมกองมายุติวิกฤติบ้านเมือง…ขณะนั้นผมเกษียณอายุราชการจาก ผบ.ทบ.ตั้งแต่ปี 2548 ได้แต่เฝ้าติดตามสถานการณ์ด้วยความเป็นห่วง…เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จัดตั้งรัฐบาล ผมก็ตอบรับเข้าร่วมรัฐบาลในตำแหน่งรองนายกฯและ รมว.กลาโหม…ต้องยอมรับความจริงว่า คสช.ภายใต้การนำ ของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านการเมือง เพราะต่างก็เป็นทหารอาชีพมาทั้งชีวิต…ตัวผมเองแม้จะเคยเป็น รมว.กลาโหม ใน รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่ก็ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านการเมือง จึงทำได้เพียงช่วยดูแลเหล่าทัพให้มีเสถียรภาพเท่านั้น
"พิชัย จิราธิวัฒน์" มอบเงินจำนวน 300,000 บาท สมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ
เปิดใหม่ต้องไป – สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล เปิด “ไอซีเอส มิกซ์ยูส ไลฟ์สไตล์ ทาวน์” แลนด์มาร์กใหม่ย่านฝั่งธนบุรี พร้อมร้านเด็ด แบรนด์ดังตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ครบทุกมิติ โดยมี แคโรไลน์ เมอร์ฟีย์, สมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย และ ณริสาห์ วิวัฒนกิจเจริญ มาร่วมงานด้วย ที่ถนนเจริญนคร วันก่อน.
  • เมื่อกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นเตรียม พร้อมเข้าสู่การเลือกตั้ง…พล.อ.ประยุทธ์ แสดงความประสงค์ที่จะทำงานการเมือง โดยอ้างว่าเพื่อสานต่อภารกิจที่ดำเนินการไว้ให้สำเร็จ ผมจึงตัดสินใจสนับสนุนให้มีการตั้ง พรรคพลังประชารัฐ และเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ให้ กลับมาเป็นนายกฯ ตามที่เจ้าตัวปรารถนา…ในช่วงเวลาของการเป็นแกนนำรัฐบาลมีทั้งเรื่องที่ผมเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจใน ครม. แต่จำเป็นต้องสงวนท่าทีตามมรรยาททางการเมือง…บัดนี้ชัดเจนแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ แสดงจุดยืนทางการเมืองว่าจะแยกทางจาก พลังประชารัฐ ที่เคยสนับสนุนให้ขึ้นเป็นนายกฯ เพื่อไปร่วมงานการเมืองกับ รวมไทยสร้างชาติ ที่ตั้งขึ้นมาเป็นพรรคสำรองให้ พล.อ.ประยุทธ์…ผมเคยกล่าวไว้ว่า 3 ป. Forever มาวันนี้ผมก็ยังมีความรู้สึกเช่นเดิม…….ก่อนที่จะวิเคราะห์ในมุมมองทางการเมือง
"พิชัย จิราธิวัฒน์" มอบเงินจำนวน 300,000 บาท สมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ
ช้อปเพลิน – ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา และ โอลิวิเยร์ บรง เปิดแคมเปญ “The Great Chinese New Year 2023” ฉลองตรุษจีนสุดยิ่งใหญ่ พร้อมร่วมโครงการช้อปดีมีคืน จัดถึง 19 ก.พ. โดยมี ภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ และ นภิศ สุวรรณสาร มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
  • “อินทรีเหล็ก” อยากตั้งข้อสังเกตว่า จดหมายออนไลน์เปิดใจ ของ พล.อ.ประวิตร ย่อมต้องมีคนที่ใกล้ชิดเรียบเรียงขึ้นเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้กับ พล.อ.ประวิตร โดยที่ พล.อ.ประวิตร ไม่ได้เขียนด้วยตัวเอง….เพจเฟซบุ๊กของ พล.อ.ประวิตร ที่เผยแพร่จดหมายออนไลน์ฉบับนี้ อยู่ภายใต้การควบคุม ดูแล ของ สัญญา สถิรบุตร ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา และ อันวาร์ สาและ อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ที่เพิ่งย้ายเข้าพลังประชารัฐ….โดยคนอื่นในพรรคหรือแม้แต่โฆษกกลาโหม พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ ในฐานะโฆษกส่วนตัว พล.อ.ประวิตร ก็ไม่ทราบเรื่องนี้…ต้องรีบออกมาชี้แจงว่าเป็น เพจปลอม ที่ต้องการสร้างความเสียหายให้กับ พล.อ.ประวิตร….จนกระทั่ง พล.อ.ประวิตร การันตีกับสื่อด้วยตัวเองว่า เป็นเพจจริง….เรื่องเลยโอละพ่อ…..ภาพ ต้องการแยก พล.อ.ประวิตร ออกจาก พล.อ.ประยุทธ์ และ รวมไทยสร้างชาติ ให้ชัดเจน…ผล ก็คือทำให้ ช่องว่าง ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ กับ พล.อ.ประวิตร ห่างกันมากขึ้น….จะเป็นผลดีผลเสียทางการเมืองในอนาคตอันใกล้นี้อย่างไรเป็นอีกเรื่อง…..แต่คำว่า สาม ป. Forever จืดจางลงทุกวัน….มีแต่ภาพความขัดแย้งที่ชัดเจนขึ้นทุกขณะ
"พิชัย จิราธิวัฒน์" มอบเงินจำนวน 300,000 บาท สมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ
แฮปปี้เบิร์ธเดย์ – ปิแอร์ อังเดร เพเลเทียร์ มอบช่อดอกไม้อวยพรแก่ คุณหญิงทิพยวรรณ ตันตกิตติ์ ในวันเกิดครบ 76 ปี โดยมี มณเฑียร ตันตกิตติ์, เณศราภา ทับสุวรรณ, แกรนท์ ฮีลลี่, ทำนุ ตู้จินดา และ กัจจาณี เพ็งจันทร์ มาร่วมอวยพรด้วย ที่โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ วันก่อน.
"พิชัย จิราธิวัฒน์" มอบเงินจำนวน 300,000 บาท สมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ
เซ็นทรัลจัดให้ – พิชัย จิราธิวัฒน์ กก.บห.กลุ่มเซ็นทรัล มอบเงินจำนวน 300,000 บาท ให้ สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี สุพัตรา จิราธิวัฒน์, พรพรรณ พจนพริ้ง, ไพลิน ศิริพัฒน์, สิรญา แก้วพรรณา และ ศศิธร แย้มศิลา มาร่วมในพิธีด้วย ที่ สนง.นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.
  • เสียงเชียร์จาก วิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ….ชู พล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯคนต่อไปด้วยเหตุผลที่ว่า…เหมาะเป็นนายกฯ โซ่ข้อกลาง…..ไม่มีอะไรผิด…..แต่ โซ่ข้อกลาง คือ คนกลาง ที่ไม่ใช่คู่กรณีความขัดแย้งกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง….ใช่ไม่ใช่
  • ประเด็นที่เป็น ดาบสองคม สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ โดยเฉพาะ….ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.กทม. ก้าวไกล ออกมาปูด กรณี สมาชิก ส.ว. ออกมายอมรับ มีการศึกษาแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 158 ว่าด้วยการดำรงตำแหน่งนายกฯครบ 8 ปี…เกิดจากความเกี่ยวโยงกันระหว่าง การตั้ง ส.ว. ของ คสช. และเสียง 1 ใน 3 ของ ส.ว. เป็นส่วนสำคัญในการแก้รัฐธรรมนูญ…..ผู้สื่อข่าวไปถาม พล.อ.ประยุทธ์ เจ้าตัวปฏิเสธ ไม่เกี่ยวกับผม…ที่ก่อนหน้านี้ เสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา…ยอมรับได้เสนอ ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำหนด วาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี เพราะบางประเทศยอมรับเสียงประชาชนเป็นผู้กำหนด….การตีความกฎหมาย แบบศรีธนญชัย นำไปสู่วิกฤติการเมืองที่ซ้อนวิกฤติจนเป็นชนวนการเมืองรอบใหม่….ตั้งแต่ การเป็นนายกฯต่อไปได้อีก 2 ปีจนถึงการปลดล็อกนายกฯ 8 ปี…..ประกอบกับท่าทีของ ส.ว. อาทิ กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ…ถ้านายกฯดี ก็ไม่ควรจะไปกำหนดวาระ 8 ปี ส่วนถ้าได้นายกฯไม่ดีประชาชนก็สามารถตัดสินได้ แต่หากเพื่อไทยสามารถรวบ รวมเสียงได้เกิน 250 เสียง ส่วนตัวจะ งดออกเสียง…..ส่อเจตนาชัดเจน ระวังจะทำให้เกิดกลียุค
"พิชัย จิราธิวัฒน์" มอบเงินจำนวน 300,000 บาท สมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ
น่าซื้อน่าใส่ – แฟรงก์ แคนเซลโลนี เปิดตัวโปรเจกต์ “Artists in Residence” ดึง 3 ศิลปินของไทยร่วมดีไซน์คอลเลกชันสุดพิเศษ พร้อมแนะนำคอลเลกชัน Jim Thompson X Pichaya Osothcharoenpol โดยมี พิมดาว พานิชสมัย มาร่วมงานด้วย ที่จิม ทอมป์สัน เฮอริเทจ ควอเตอร์ วันก่อน.
"พิชัย จิราธิวัฒน์" มอบเงินจำนวน 300,000 บาท สมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ
ลายสวย – วิเศษ สิงห์สัจจเทศ และ วิลาสินี สิงห์สัจจเทศ เปิดคอลเลกชัน “JASPAL x Orla Kiely” เสื้อผ้าและแอคเซสเซอรีเพิ่มกลิ่นอายเทศกาลตรุษจีนและวาเลนไทน์ด้วยลายพริ้นต์อันเป็นเอกลักษณ์ โดยมี ออร์ล่า คีลี่ และ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ มาร่วมงานด้วย ที่ไอคอนสยาม วันก่อน.
  • เรื่องที่คาราคาซัง ข้อหาการรับสินบนของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ รัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา….ได้รับคำตอบแบบเบาๆจาก จตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพย์ฯ ….เบื้องต้นมอบหมายให้ เถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ รองปลัดกระทรวงทรัพย์ฯ เป็นประธานการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง….โดยจะมีกรอบระยะเวลาภายใน 120 วัน…..เรื่องนี้ ถ้าจะจบลงด้วยคำตอบที่ว่า เป็นเงินบริจาคสร้างพระ และ ช่วยช้าง…..ก็ต้องถือว่าเป็นกรรมของคนไทย…….ที่เพิ่งจะเริ่มต้น ส.ส.176 คน เข้าชื่อร้องถึง ชวน หลีกภัย แสดงความไม่พอใจ การบริการอาหารและเครื่องดื่มของ ส.ส.ในสภา…ทั้งเรื่องคุณภาพและมาตรฐาน….และปรากฏเป็นข่าว มีการติดสินบนระหว่างการคัดเลือกผู้ประกอบการ….เรื่องนี้โยงไปถึง ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง เป็นเรื่องการเมืองจนได้
  • หนังสือพิมพ์บราซิล รายงานว่า ตำรวจบราซิลพบร่าง พ.ร.ฎ.ให้มีการแทรกแซงและล้มล้างผลการเลือกตั้ง ที่ทำให้ ลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีบราซิล เอาชนะ ฌาอีร์ โบลโซนารู อดีตประธานาธิบดีไปได้…หลังมีการส่งมวลชนไปบุกทำเนียบ …การเมืองที่ไหนก็เหมือนกัน….วันนี้เวลา 08.30 น. สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหิดล จัดประชุมการบริการดูแลหญิงตั้งครรภ์ด้วยอาหารเสริม MMS ตามแนวทางแนะนำโดยองค์การอนามัยโลก ที่ห้องแมจิก 1 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น
"พิชัย จิราธิวัฒน์" มอบเงินจำนวน 300,000 บาท สมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ
ช่วยชีวิตดีขึ้น – วิญญู ไชยวรรณ จัดงานเปิดตัว มูลนิธิไทยเครดิต เพื่อส่งเสริมสังคมและเศรษฐกิจผู้ประกอบการรายย่อยและผู้ด้อยโอกาสให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น โดยมี รอย ออกุสตินัส กุนารา และ วีรเวท ไชยวรรณ มาร่วมงานด้วย ที่ธนาคารไทยเครดิต อาคารอาร์เอส ทาวเวอร์ วันก่อน.

“อินทรีเหล็ก”

เหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ยุโรป ร่วมพิธีพระบรมศพ อดีตกษัตริย์กรีซองค์สุดท้าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2604521

เหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ยุโรป ร่วมพิธีพระบรมศพ อดีตกษัตริย์กรีซองค์สุดท้าย

16 ม.ค. 2566 19:54 น.

เหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ยุโรป ร่วมพิธีพระบรมศพ อดีตกษัตริย์กรีซองค์สุดท้าย

พระบรมวงศานุวงศ์จากหลายประเทศในยุโรป เสด็จฯ ร่วมพิธีพระบรมศพ อดีตกษัตริย์คอนสแตนตินที่ 2 กษัตริย์องค์สุดท้ายของกรีซ ที่กรุงเอเธนส์

เมื่อ 16 ม.ค. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานบรรดาพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงในหลายประเทศของยุโรป ทั้งราชวงศ์อังกฤษ สเปน เนเธอร์แลนด์ เสด็จพระราชดำเนินมาร่วมในพิธีพระบรมศพอดีตกษัตริย์ คอนสแตนตินที่ 2 ซึ่งเป็นกษัตริย์พระองค์สุดท้ายแห่งกรีซ ที่จัดขึ้นที่โบสถ์ Metropolitan Cathedral of Athens ในกรุงเอเธนส์ วันนี้ (16 ม.ค.) หลังจากอดีตกษัตริย์คอนสแตนตินที่ 2 ได้เสด็จสวรรคต ด้วยภาวะสโตรก หรือโรคหลอดเลือดสมอง ขณะพระชนมพรรษา 82 พรรษา ณ โรงพยาบาล Hygeia ในกรุงเอเธนส์ เมืองหลวงของกรีซ เมื่อวันอังคารที่ 10 มกราคม ที่ผ่านมา

อดีตกษัตริย์คอนสแตนตินที่ 2 แห่งกรีซ สวรรคต เมื่อ 10 มกราคม 2566  ขณะพระชนมพรรรษา 82 พรรษา
อดีตกษัตริย์คอนสแตนตินที่ 2 แห่งกรีซ สวรรคต เมื่อ 10 มกราคม 2566 ขณะพระชนมพรรรษา 82 พรรษา
อดีตมกุฎราชกุมาร พาฟลอส และอดีตสมเด็จพระราชินีแอนน์ มารี แห่งกรีซ
อดีตมกุฎราชกุมาร พาฟลอส และอดีตสมเด็จพระราชินีแอนน์ มารี แห่งกรีซ

อดีตมกุฎราชกุมาร พาฟลอส และอดีตสมเด็จพระราชินีแอนน์ มารี แห่งกรีซ ได้ให้การต้อนรับบรรดาพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงจากหลายประเทศในยุโรปที่เสด็จพระราชดำเนินมาร่วมในพิธีพระบรมศพอดีตกษัตริย์คอนสแตนตินที่ 2 ด้วยความโศกเศร้า อาทิ สมเด็จพระราชาธิบดีเฟลิเปที่ 6 และสมเด็จพระราชินีเลติเซียแห่งสเปน พระชายา พร้อมทั้ง อดีตสมเด็จพระราชาธิบดีฌวน คาร์ลอส และอดีตสมเด็จพระราชินีโซเฟีย แห่งสเปน พระราชบิดาและพระราชมารดา รวมทั้ง สมเด็จพระราชาธิบดีฟีลิปและพระราชินีมาธิลด์แห่งเบลเยียม และเจ้าหญิงแอนน์ แห่งราชวงศ์อังกฤษ

ทั้งนี้ อดีตกษัตริย์คอนสแตนตินที่ 2 ทรงอภิเษกสมรสเจ้าหญิงแอนน์-มารีแห่งเดนมาร์ก และทรงมีพระราชโอรสพระราชธิดา 5 องค์ โดยอดีตกษัตริย์คอนสแตนตินที่ 2 ทรงขึ้นครองราชย์ ท่ามกลางช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายในประวัติศาสตร์ของกรีซ และได้ทวีความตึงเครียดจนมาถึงจุดสูงสุด เมื่อกลุ่มทหารนำโดยผู้พันจอร์จิออสก์ ได้ก่อรัฐประหารในปี 1967 หลังจากพระองค์ทรงครองราชบัลลังก์ได้เพียง 3 ปี

อดีตสมเด็จพระราชินีเบียทริกซ์ (ขวา) พร้อมด้วย สมเด็จพระราชาธิบดีวิลเล็ม อเล็กซานเดอร์ และสมเด็จพระราชินีแม็กซิมาแห่งเนเธอร์แลนด์ (ซ้าย)
อดีตสมเด็จพระราชินีเบียทริกซ์ (ขวา) พร้อมด้วย สมเด็จพระราชาธิบดีวิลเล็ม อเล็กซานเดอร์ และสมเด็จพระราชินีแม็กซิมาแห่งเนเธอร์แลนด์ (ซ้าย)
สมเด็จพระราชาธิบดีเฟลิเปที่ 6 และสมเด็จพระราชินีเลติเซียแห่งสเปน
สมเด็จพระราชาธิบดีเฟลิเปที่ 6 และสมเด็จพระราชินีเลติเซียแห่งสเปน
 อดีตสมเด็จพระราชาธิบดีฌวน คาร์ลอส และอดีตสมเด็จพระราชินีโซเฟีย แห่งสเปน
อดีตสมเด็จพระราชาธิบดีฌวน คาร์ลอส และอดีตสมเด็จพระราชินีโซเฟีย แห่งสเปน

8 เดือนต่อมา อดีตกษัตริย์คอนสแตนตินที่ 2 แห่งกรีซ พยายามก่อการรัฐประหารยึดอำนาจจากคณะเผด็จการคืน แต่ล้มเหลว ทำให้พระองค์และครอบครัว รวมทั้งสมาชิกพระราชวงศ์องค์อื่นๆ ต้องถูกบังคับให้ลี้ภัยไปต่างประเทศ โดยได้ลี้ภัยไปยังกรุงโรม ในปี 1973 ก่อนจะย้ายมาพำนักที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษในปี 1974

สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ แห่งสวีเดน
สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ แห่งสวีเดน
 สมเด็จพระราชาธิบดีฟีลิปและพระราชินีมาธิลด์แห่งเบลเยียม
สมเด็จพระราชาธิบดีฟีลิปและพระราชินีมาธิลด์แห่งเบลเยียม
เจ้าหญิงแอนน์ แห่งราชวงศ์อังกฤษ และพระสวามี พลเรือโท ทิโมที ลอเรนซ์
เจ้าหญิงแอนน์ แห่งราชวงศ์อังกฤษ และพระสวามี พลเรือโท ทิโมที ลอเรนซ์

จากนั้น อดีตกษัตริย์คอนสแตนตินที่ 2 ทรงถูกถอดถอนพระอิสริยยศจากคณะเผด็จการทางทหาร ขณะที่ผู้พันจอร์จิออสก์ ได้แต่งตั้งตนเองเป็นประธานาธิบดีกรีซ ในวันที่ 29 ก.ค. 1973 ถือเป็นการล่มสลายของราชวงศ์กรีซที่ปกครองประเทศมายาวนานนับศตวรรษ.

ที่มา : Dailymail

R.I.P. สาวสวยรัสเซีย โพสต์รูปเซลฟี่สุดท้าย ก่อนเครื่องบินตกที่เนปาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2604330

R.I.P. สาวสวยรัสเซีย โพสต์รูปเซลฟี่สุดท้าย ก่อนเครื่องบินตกที่เนปาล

16 ม.ค. 2566 17:57 น.

R.I.P. สาวสวยรัสเซีย โพสต์รูปเซลฟี่สุดท้าย ก่อนเครื่องบินตกที่เนปาล

บล็อกเกอร์ท่องเที่ยว สาวสวยรัสเซีย โพสต์รูปเซลฟี่บนเครื่องบิน พร้อมแคปชั่น ‘Go to Nepal’ ทางโซเชียลมีเดีย แต่กลายเป็นโพสต์สุดท้าย ก่อนเครื่องบินจะตกที่เนปาล ยืนยันผู้เสียชีวิตแล้ว 68 ศพ

เมื่อ 16 ม.ค. 2566 สื่อต่างประเทศรายงานข่าวเศร้า ‘เอลีนา แบนดูโร’ หญิงสาวชาวรัสเซีย วัย 33 ปี ซึ่งเป็นบล็อกเกอร์ท่องเที่ยว เล่าเรื่องราวการผจญภัยท่องเที่ยวในต่างแดนที่เธอชื่นชอบ  เป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 68 ศพ จากโศกนาฏกรรมเครื่องบินโดยสารของสายการบินเยติ แอร์ไลน์ ตกใกล้สนามบินเมืองโพคารา ในประเทศเนปาล เมื่อวันที่ 15 มกราคม ที่ผ่านมา

ที่น่าสะเทือนใจมากยิ่งขึ้น เพราะเอลีนา แบนดูโรเพิ่งแชร์รูปการเดินทางครั้งล่าสุดของเธอ ที่ได้ถ่ายเซลฟี่ใบหน้าอมยิ้มอย่างมีความสุขอยู่บนเครื่องบิน ผ่านทางช่องทางโซเชียลมีเดีย พร้อมกับเขียนข้อความภาษาอังกฤษว่า ‘Go to Nepal’ (ไปเนปาล) ก่อนที่เครื่องบินลำนี้จะทะยานขึ้นจากสนามบินที่กรุงกาฐมาณฑุ มุ่งหน้าไปยังเมืองโพคารา เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมที่อยู่ในวงล้อมของเทือกเขาหิมาลัย ที่ใช้เวลาเดินทางเพียง 27 นาที

สมาชิกในครอบครัวและญาติของผู้โดยสารที่ประสบเหตุเครื่องบินตกในเนปาล ร่ำไห้ด้วยความเสียใจ
สมาชิกในครอบครัวและญาติของผู้โดยสารที่ประสบเหตุเครื่องบินตกในเนปาล ร่ำไห้ด้วยความเสียใจ

หลังจากผู้คนบนโลกออนไลน์ ทราบข่าวร้ายเกิดเหตุเครื่องบินตกที่เนปาล และเอลินา แบนดูโร เป็นหนึ่งในผู้โดยสารที่เดินทางไปกับเที่ยวบินนี้ ต่างพากันตกใจและเข้ามาแสดงความเสียใจผ่านทางโซเชียลมีเดียในวันนี้อย่างมากมาย โดยมีคนหนึ่งเขียนข้อความชื่นชมเอลินา แบนดูโร ซึ่งทำงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายโซเชียลมีเดีย และท่องเที่ยว ในกรุงมอสโกว่า เป็นคนที่มีความสดใสและใจดีที่สุดเท่าที่พวกเรารู้จักมา


ทั้งนี้ มีผู้โดยสาร 68 คน และลูกเรือ 4 คน รวม 72 คนบนเครื่องบินลำนี้ ซึ่งมีผู้โดยสารชาวเนปาล 53 คน และลูกเรืออีก 4 คนเป็นชาวเนปาลทั้งหมด ขณะที่มีผู้โดยสารต่างชาติจำนวน 15 คน ประกอบด้วยชาวรัสเซีย 4 คน ชาวอินเดีย 5 คน ชาวเกาหลีใต้ 2 คน นอกจากนั้นเป็นชาวไอร์แลนด์ ชาวออสเตรเลีย ชาวอาร์เจนตินาและชาวฝรั่งเศส ชาติละ 1 คน โดยจนถึงเย็นวันที่ 16 มกราคม 2566 มีรายงานยืนยันจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุเครื่องบินตกแล้ว 68 ศพ จนนับเป็นโศกนาฏกรรมเครื่องบินตกที่เนปาลครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบกว่า 30 ปี

Cr ภาพ : Facebook

ที่มา : DailymailMetro

ร้ายแรงแค่ไหน กรณีพบเอกสารชั้นความลับที่ ปธน.ไบเดน ซุกไว้หลายฉบับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2603316

ร้ายแรงแค่ไหน กรณีพบเอกสารชั้นความลับที่ ปธน.ไบเดน ซุกไว้หลายฉบับ

16 ม.ค. 2566 14:19 น.

ร้ายแรงแค่ไหน กรณีพบเอกสารชั้นความลับที่ ปธน.ไบเดน ซุกไว้หลายฉบับ

  • ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ กำลังถูกตั้งคำถาม กรณีมีการพบเอกสารชั้นความลับของรัฐบาลที่สำนักงานส่วนตัวและบ้านพักของเขาในเมืองเดลาแวร์ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังโดนสอบสวนเรื่องซุกเอกสารลับของทางราชการพอดี
  • คณะกรรมาธิการตุลาการ ของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ขีดเส้นตายว่าในวันที่ 27 มกราคมนี้ จะต้องมีการเปิดเผยเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับกรณีเอกสารลับทั้ง 3 ชุด ของประธานาธิบดีไบเดน ซึ่งผลการตรวจสอบล่าสุดยังพบว่า เอกสารบางฉบับในเอกสารลับชุดแรกประทับตราว่า “ลับที่สุด”

เอกสารลับชุดแรกจำนวน 10 ฉบับ เป็นเอกสารสมัยที่นายไบเดน ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีในรัฐบาลบารัค โอบามา ถูกพบเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีที่แล้ว ใน เพ็นน์ ไบเดน เซนเตอร์ สำนักงานเก่าส่วนตัวของนายไบเดน ใกล้กับทำเนียบขาว ในกรุงวอชิงตันดีซี โดยไบเดนใช้สำนักงานแห่งนี้เป็นสถานที่ทำงานในช่วงหลังพ้นจากการเป็นรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ จนถึงปี 2563

จากการสอบสวนพบว่า เอกสารลับบางฉบับของชุดแรก อยู่ในชั้นความลับ ระดับ “ลับสุดยอด” (top secret) ซึ่งเป็นเอกสารชั้นความลับระดับสูงสุด จากทั้งหมด 3 ระดับ ซึ่งรองลงมาระดับ 2 คือ “ลับมาก” (secret) และระดับ 1 คือ “ลับ” (confidential)

ส่วนเอกสารลับชุดที่ 2 ถูกพบในโรงรถที่เก็บรถสปอร์ต เชฟโรเล็ต คอร์เวตต์ ปี 1960 ที่บ้านพักส่วนตัวของนายไบเดน ในเมืองวิลลิงตัน รัฐเดลาแวร์ ตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีเอกสารลับระดับ “ลับสุดยอด”

นอกจากนี้ เอกสารลับชุดที่ 3 เพิ่งถูกพบเพิ่มเติมเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาคือ เอกสารที่มีจำนวน 5 หน้า โดยถูกพบที่บ้านพักของนายไบเดน ในรัฐเดลาแวร์ โดย นายริชาร์ด ซอเบอร์ ทนายความของประธานาธิบดีไบเดน เปิดเผยว่า เอกสารชุดล่าสุดนี้ มีความเกี่ยวข้องกับช่วงที่ นายไบเดน ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีในรัฐบาลของประธานาธิบดีโอบามา และเอกสารทั้งหมดรวมกว่า 20 ฉบับ ได้ถูกส่งให้กับทางกระทรวงยุติธรรม เพื่อทำการตรวจสอบในทันทีที่ถูกพบ

ร้ายแรงแค่ไหน

ความอันตรายร้ายแรงของความผิดพลาดในการจัดเก็บเอกสารชั้นความลับของทางการทั้งแบบไฟล์เอกสาร และแบบดิจิทัล จะขึ้นอยู่กับระดับความลับของเอกสารนั้นๆ หากยิ่งเป็นเอกสารลับสุดยอดข้อมูลสำคัญที่มีความอ่อนไหวต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ และเป็นการเปิดเผยการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ หากถูกเผยแพร่ออกไปก็จะก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง

ขณะเดียวกัน การพบเอกสารระดับลับสุดยอดที่โผล่ออกมาเรื่อยๆ ระหว่างการถูกตรวจสอบนี้ นำมาซึ่งความเสียหน้าทางการเมืองครั้งใหญ่สำหรับประธานาธิบดีไบเดน และอาจสร้างความเสียหายอย่างมาก เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นข้อมูลชั้นความลับของรัฐบาล และเป็นบันทึกข่าวกรอง ตลอดจนรายงานสรุปเกี่ยวกับสงครามการสู้รบในยูเครน ความสัมพันธ์กับอิหร่าน และสหราชอาณาจักร ซึ่งอาจนำไปสู่การสร้างปัญหาใหญ่ให้กับนายไบเดนที่เตรียมตัวจะลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 2 ในปีหน้า ในขณะที่การหาเสียงก็ใกล้จะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้แล้ว ขณะที่กรณีของนายไบเดน ได้ถูกคณะกรรมการพิเศษสอบสวน นำโดย นายโรเบิร์ต เฮอร์ อัยการที่ได้รับการแต่งตั้งโดยอดีตประธานาธิบดีทรัมป์

ด้านแครีน ฌอง ปิแอร์ โฆษกทำเนียบขาวตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า กรณีการพบเอกสารลับของไบเดน จะนำไปสู่การตรวจค้นเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ซึ่งโฆษกบอกว่า ในตอนนี้ต้องเข้าใจได้ว่ามันเสร็จสิ้นแล้ว อย่างไรก็ตาม ในอดีตทางกระทรวงยุติธรรมเคยสอบสวนกรณีความผิดพลาดในการจัดการข้อมูลเอกสารลับด้วยการดำเนินการทางกฎหมายสูงสุด เป็นการดำเนินคดีอาญา

เทียบกับกรณีของ “โดนัลด์ ทรัมป์”

หากเทียบกับกรณีของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ถูกกระทรวงยุติธรรมสอบสวนกรณีเก็บเอกสารลับของรัฐบาลไว้ในสถานที่ส่วนตัว ในคฤหาสน์มาร์ อะลาโก ในรัฐฟลอริดา เรียกได้ว่ากรณีของนายไบเดน มีความรุนแรงน้อยกว่า เนื่องจากของทรัมป์มีมากมายถึงกว่า 300 ฉบับ รวมไปถึงชั้นความลับสุดยอด และชั้นความลับ ซึ่งบางส่วนถูกเจ้าหน้าที่เอฟบีไอยึดไประหว่างการเข้าตรวจค้นตามหมายค้น เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว

ทั้ง ไบเดน และ ทรัมป์ ถูกตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการจัดเก็บเอกสารลับของรัฐบาลกลางไม่ใช่ของส่วนตัว โดยมีคณะกรรมการพิเศษถูกตั้งขึ้นมาตรวจสอบความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎหมายรัฐบัญญัติว่าด้วยบันทึกของประธานาธิบดี (The Presidential Records Act) ภายใต้กฎหมายฉบับนี้ ภายหลังจากสิ้นสุดการทำงานของรัฐบาล เอกสารบันทึกของรัฐบาลจะถูกนำไปเก็บไว้ภายใต้การดูแลรักษาอย่างดีที่สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ แยกตามลำดับชั้นความลับของเอกสารแต่ละฉบับ  

แจ็ค สมิธ อดีตอัยการด้านอาชญากรรมสงคราม ที่กำลังตรวจสอบว่าทำไมเอกสารหลายร้อยฉบับถึงไปอยู่ที่คฤหาสน์ของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ และทีมงานของเขามีความพยายามที่จะนำเอกสารกลับไปเก็บคืนให้กับทางการหรือไม่ ซึ่งจนถึงตอนนี้ยังไม่ได้รับความร่วมมือจากทีมงานของทรัมป์

ด้านผู้เชี่ยวชาญระบุว่า กรณีของไบเดนต่างจากกรณีของทรัมป์ แต่กลับไปคล้ายกับกรณีของนางฮิลลารี คลินตันมากว่า เพราะถูกมองว่าเป็นความประมาทเลินเล่อในการจัดการเอกสารในอีเมลส่วนตัว ในขณะที่กรณีของทรัมป์มีความพยายามที่จะครอบครองเอกสาร และยื้อไม่ส่งคืนเอกสารลับหลายร้อยฉบับคืนแก่ทางการ แม้ว่าทางหอจดหมายเหตุแห่งชาติจะเตือนไปหลายครั้งให้จัดส่งคืนเอกสารก็ตาม .

ผู้เขียน :เพ็ญโสภา สุคนธรักษ์ 

ข้อมูล : Politico AP

จีนเตรียมรับมือยอดโควิดพุ่งช่วงตรุษจีน หลังปชช.เดินทางกลับภูมิลำเนา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2604176

จีนเตรียมรับมือยอดโควิดพุ่งช่วงตรุษจีน หลังปชช.เดินทางกลับภูมิลำเนา

16 ม.ค. 2566 13:55 น.

จีนเตรียมรับมือยอดโควิดพุ่งช่วงตรุษจีน หลังปชช.เดินทางกลับภูมิลำเนา

ชาวจีนจำนวนมากกำลังทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาเนื่องในวันหยุดเทศกาลตรุษจีน ทำให้สถานีรถไฟและสนามบินในเมืองใหญ่หลายแห่งของจีนคลาคล่ำไปด้วยผู้คนจำนวนมาก ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเตือนว่าอาจทำให้การระบาดของโควิด-19 รุนแรงขึ้น 

ด้านกระทรวงคมนาคมของจีนคาดว่า การเดินทางในช่วงเทศกาลตรุษจีนจะอยู่ที่ราว 2,000 ครั้ง ส่วนรัฐบาลฮ่องกงเปิดเผยว่า เตรียมเพิ่มจำนวนประชาชนที่สามารถเดินทางผ่านด่านพรมแดนไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ จากเดิม 50,000 คน เป็น 65,000 คน ในระหว่างวันที่ 18-21 ม.ค. 

จีนได้ยกเลิกนโยบาย “โควิดเป็นศูนย์” อย่างกะทันหันเมื่อต้นเดือนธันวาคม หลังบังคับใช้มาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มงวดมานานกว่า 3 ปี ส่งผลให้เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว

เมื่อวันเสาร์ เจ้าหน้าที่ระบุว่า มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประมาณ 60,000 คนเสียชีวิตในโรงพยาบาลระหว่างวันที่ 8 ธ.ค. ถึง 12 ม.ค. ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากตัวเลขก่อนหน้านี้ หลังองค์การอนามัยโลกวิจารณ์ว่าตัวเลขดังกล่าวไม่สะท้อนขนาดและความรุนแรงของการระบาด

แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้อาจจะไม่รวมถึงผู้คนจำนวนมากที่เสียชีวิตที่บ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชนบทที่มีระบบสาธารณสุขที่อ่อนแอ ผู้เชี่ยวชาญหลายคนคาดการณ์ว่าผู้คนในจีนมากกว่าหนึ่งล้านคนจะเสียชีวิตจากโรคนี้ในปีนี้

ก่อนวันหยุดตรุษจีนหรือที่เรียกว่าเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเริ่มอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 มกราคม สื่อของรัฐต่างเต็มไปด้วยเรื่องราวของโรงพยาบาลและคลินิกในชนบทที่กำลังจัดเตรียมยาและเครื่องมือต่างๆ

แพทย์ในมณฑลส่านซีรายหนึ่ง กล่าวในบทความของสำนักข่าวระดับภูมิภาค “เรด สตาร์ นิวส์” ว่า จุดสูงสุดของการติดเชื้อโควิด-19 ในหมู่บ้านผ่านพ้นไปแล้ว แต่เทศกาลฤดูใบไม้ผลิกำลังใกล้เข้ามา และยังคงมีชาวบ้านที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทุติยภูมิ แต่หากมียาต้านไวรัสและยาอื่นๆ มากขึ้น เขาก็จะมั่นใจมากขึ้น

นอกเหนือจากยาแก้ไข้และออกซิเจน คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีนกล่าวว่า จะติดตั้งเครื่องวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดที่คลินิกทุกแห่ง ซึ่งเป็นอุปกรณ์สวมปลายนิ้วที่ใช้กันทั่วไปในช่วงที่มีการระบาดใหญ่เพื่อตรวจสอบระดับออกซิเจนอย่างรวดเร็ว.

ญี่ปุ่นเตรียมลดระดับโควิดเทียบเท่าไข้หวัด จ่อยกเลิกการสวมหน้ากากในอาคาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2604143

ญี่ปุ่นเตรียมลดระดับโควิดเทียบเท่าไข้หวัด จ่อยกเลิกการสวมหน้ากากในอาคาร

16 ม.ค. 2566 13:55 น.

ญี่ปุ่นเตรียมลดระดับโควิดเทียบเท่าไข้หวัด จ่อยกเลิกการสวมหน้ากากในอาคาร

รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมพิจารณาปรับลดระดับโรคโควิด-19 ให้อยู่ในระดับพอๆ กับไข้หวัดตามฤดูกาล พร้อมจะยกเลิกข้อบังคับสวมหน้ากากในอาคารเร็วๆ นี้

หลังจากเผชิญกับการระบาดของโควิด-19 มานาน 3 ปี ล่าสุด รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมพิจารณามาตรการที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 ใหม่ โดยจะให้โรคโควิด-19 อยู่ในระดับเทียบเท่ากับไข้หวัดตามฤดูกาล รวมทั้งการยกเลิกข้อบังคับสวมหน้ากากในอาคารเร็วๆ นี้ ยกเว้นคนที่มีอาการป่วยโควิด-19 ที่ยังต้องสวมหน้ากากอยู่ โดยคาดว่าทางการจะนำเรื่องนี้เข้าพิจารณาในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้

คาดว่าหลังจากที่รัฐบาลมีมติอนุมัติเห็นชอบ จะทำให้มีการขยายจำนวนโรงพยาบาลที่รองรับผู้ป่วยโควิด-19 ได้มากขึ้น จากเดิมที่จะมี รพ.หรือศูนย์การแพทย์ขนาดใหญ่เท่านั้นที่จะรับผู้ป่วยโควิดได้ และรัฐบาลจะตัดงบประมาณในการจัดหาวัคซีนต้านโควิด-19 ฟรีให้แก่พลเมือง

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนแสดงความกังวลเกี่ยวกับการยกเลิกการสวมหน้ากาก อาจจะทำให้เกิดการระบาดระลอกใหม่ขึ้นมาได้อีก

โดยเมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลญี่ปุ่นได้ยกเลิกข้อบังคับการสวมหน้ากากตามท้องถนน ยกเว้นเฉพาะผู้ที่ต้องมีการสนทนากับผู้อื่นตลอดเวลา ขณะที่ชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ยังคงสวมหน้ากากตลอดเวลา ไม่ว่าจะอยู่ในอาคาร หรือนอกอาคาร และยังคงใช้แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อล้างมือ ขณะที่ตามร้านอาหารยังคงมีการกั้นพลาสติกใสในแต่ละโต๊ะ เพื่อไม่ให้มีการนั่งร่วมกัน

สำหรับยอดผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 ในญี่ปุ่นในช่วงไม่นานมานี้ นับว่าเพิ่มสูงขึ้นมาก โดยแค่ในช่วงกลางเดือนธันวาคมปีที่แล้ว มีรายงานผู้เสียชีวิตถึง 10,000 ศพ หรือคิดเป็น 16 เปอร์เซ็นต์ของผู้เสียชีวิตทั้งหมดตลอดช่วงของการระบาดที่ผ่านมา และมีผู้ติดเชื้อทั้งประเทศนับตั้งแต่เริ่มการระบาดราว 30 ล้านคน ขณะที่จำนวนผู้ที่รับวัคซีนโควิด 2 โดส ในญี่ปุ่นอยู่ที่อย่างน้อย 80 เปอร์เซ็นต์.

ที่มา : เจแปนไทมส์