Science Update : สวีเดนพบแหล่งแร่ธาตุหายากใหญ่สุดในยุโรป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704275

Science Update : สวีเดนพบแหล่งแร่ธาตุหายากใหญ่สุดในยุโรป

Science Update : สวีเดนพบแหล่งแร่ธาตุหายากใหญ่สุดในยุโรป

วันอาทิตย์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สวีเดนสำรวจพบแหล่งแร่ธาตุหายากที่ใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญของการผลิตสินค้าด้านเทคโนโลยี และการทหาร โดยพบแหล่งแร่ธาตุหายากปริมาณมากกว่า1ล้านตัน นับเป็นแหล่งแร่ธาตุหายากขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป แต่ตามการประมาณการของสหรัฐฯ ถือว่าเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของปริมาณสำรองทั่วโลกที่มีอยู่ 120 ล้านตัน โดยจีน มีปริมาณสำรองแร่ธาตุหายากมากที่สุดในโลก 44 ล้านตัน ตามด้วย เวียดนามและบราซิล มีปริมาณสำรองเท่ากันที่ 22 ล้านตัน รัสเซีย มี 12 ล้านตัน อินเดีย 6.9 ล้านตัน และ สหรัฐฯ 1.4 ล้านตัน

แร่ธาตุหายาก หมายถึงกลุ่มแร่ธาตุ 17 ชนิด รวมทั้ง สแกนเดียม และกลุ่มธาตุแลนทาไนด์ที่ใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์หลากหลายและระบบโครงสร้างพื้นฐานที่มีส่วนสำคัญต่อการใช้ชีวิตประจำวันของมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน, ฮาร์ดไดรฟ์ของคอมพิวเตอร์ และรถไฟ และยังมีส่วนสำคัญของเทคโนโลยีสีเขียว รวมทั้งกังหันลมและรถไฟฟ้า และอื่นๆ รวมทั้งเครื่องมือด้านการทหาร อย่าง ระบบนำวิถีของขีปนาวุธ

รมว.กระทรวงพลังงานของสวีเดน แถลงว่า อียูพึ่งพาประเทศอื่นๆมากเกินไปในเรื่องแร่ธาตุหายาก จึงจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยน อย่างไรก็ดี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารหรือซีอีโอ ของบริษัทเหมือง แอลเคเอบี ระบุว่า แหล่งแร่ธาตุหายากที่ค้นพบใหม่อาจไม่ได้ใช้กันภายใน 10-15 ปี เพราะกระบวนการขออนุญาตต้องใช้เวลาเนื่องจากต้องประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตะลอนเที่ยว : เด็กเอ๋ย เด็กน้อย เธอคือทรัพยากรล้ำค่าของแผ่นดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704246

ตะลอนเที่ยว : เด็กเอ๋ย เด็กน้อย เธอคือทรัพยากรล้ำค่าของแผ่นดิน

ตะลอนเที่ยว : เด็กเอ๋ย เด็กน้อย เธอคือทรัพยากรล้ำค่าของแผ่นดิน

วันอาทิตย์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ถ้าคนเราทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าเด็กๆ ทุกคนคือทรัพยากรล้ำค่าของโลกใบนี้เราจะไม่มีวันรังแก กดขี่ เอาเปรียบเด็ก เราจะรักและเมตตาเด็กทุกๆ คน ไม่ใช่แค่รักและเมตตาเฉพาะเด็กที่เป็นลูกหลานของเราเท่านั้น สังคมของเราจะปราศจากการกดขี่เอาเปรียบเด็กน้อยและเยาวชน ปราศจากการใช้แรงงานเด็กน้อย และปราศจาคการมีเพศสัมพันธ์กับเด็กและเยาวชนอย่างสิ้นเชิง

วันเด็กแห่งชาติเพิ่งผ่านพ้นไป แต่เราก็ต้องให้ความสำคัญ และช่วยกันดูแลเด็กๆ ทุกคนทุกๆ วัน ไม่ใช่ให้ความสำคัญและความเอาใจใส่กับเด็กแค่เพียงวันเดียวคือในวันเด็ก เพราะเด็กต้องการความรักทุกๆ วัน เพื่อให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีใจเมตตาต่อทุกสิ่งทุกที่อยู่รอบตัว

คณะของผู้อ่านแนวหน้ากลุ่มหนึ่ง รวมถึงคณะของผู้ฟังรายการ Good Time (สถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 101.5 MHz. ออกอาการวันจันทร์ถึงศุกร์ 21.00-22.00 น.) และกัลยาณมิตรทั้งหลายได้ร่วมกันไปทำอาหารกลางวันเลี้ยงเด็กนักเรียน และมอบสิ่งของต่างๆ อาทิ รองเท้านักเรียน สมุด ดินสอ เครื่องเขียน หนังสืออ่านประกอบเพิ่มทักษะการใช้ชีวิต เครื่องกีฬาเสื้อผ้า ของเล่น ขนม ไอศกรีม เครื่องดื่มและเสื้อผ้า รวมถึงเครื่องปรุงอาหาร ข้าวสารน้ำตาล น้ำมันพืช ให้โรงเรียน ตชด. บ้านถ้ำหินอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่13 มกราคม 2566 (ซึ่งในการนี้ผู้อ่านแนวหน้ายังมีใจคิดถึงคุณครูและเจ้าหน้าที่โรงเรียน ตชด. บ้านถ้ำหินทุกคน จึงมอบผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่เนื้อดีให้คุณครูและเจ้าหน้าที่ด้วย)

กลุ่มคุณหมอและพยาบาล รวมถึงผู้ประกอบสัมมาชีพอื่นๆ ซึ่งเป็นกัลยาณมิตรของ Mr.Flower ได้ตั้งใจไปผัดข้าวผัด และทำก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ผัดซีอิ๊ว โดยผัดกันสดๆ ใหม่ๆ เพื่อให้นักเรียนและคุณครู ได้รับประทานอาหารใหม่สดถูกสุขลักษณะ และอุดมไปด้วยสารอาหารครบถ้วน พี่ๆ ผู้เป็นแม่ครัวอาสาสมัครตั้งใจสรรหาวัตถุดิบที่สด สะอาด ไปเพื่อการนี้โดยเฉพาะ แล้วยังมีความเป็นห่วงเด็กๆ ที่อาจจะแพ้อาหารทะเล เนื่องจากเป็นเด็กที่อยู่บนดอยบริเวณตะเข็บชายแดนไทย-เมียนมา ด้านจังหวัดราชบุรี จึงเตรียมยาสำหรับแก้อาการแพ้ไปด้วย แต่นับว่าเป็นเรื่องดีมาก ที่เด็กนักเรียนทุกคนรับประทานอาหารที่คณะของเราทำให้อย่างเอร็ดอร่อยมีความสุข โดยที่ทุกคนไม่มีปัญหาแพ้อาหารทะเล เพียงแค่นี้คณะของเราก็สบายใจแล้ว แล้วยิ่งได้เห็นรอยยิ้มเสียงหัวเราะอย่างเบิกบานของเด็กๆ ก็ยิ่งทำให้พวกเรามีความสุขมากยิ่งขึ้น

Mr.Flower ขออนุญาตเล่าให้ฟังคร่าวๆว่าโรงเรียนนี้มีนักเรียน 222 คน โดยทุกคนได้รับของแจกเหมือนกันทั้งหมด ส่วนรางวัลใหญ่ที่มีผู้มอบให้เป็นพิเศษคือ จักรยาน 7 คัน และพัดลมไฟฟ้า และมอบหนังสือแบบ pop upหนึ่งชุดมีสามเล่ม ซึ่งนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับโครงการในพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และหนังสืออื่นๆที่เกี่ยวข้องกับหลักการทรงงานของเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศของพระองค์ท่าน จำนวน 50 ชุด รวมถึงหนังสือบทพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี30 ชุด โดยมอบให้ห้องสมุดโรงเรียน และหารือกับครูว่าควรจะนำหนังสือที่นำเสนอโครงการพระราชดำริ ซึ่งเป็นหนังสือ pop up ไปใช้สอนด้วยการเล่มเกมกันนักเรียน เพื่อให้นักเรียนได้เกิดความเข้าใจในโครงการพระราชดำริมากยิ่งขึ้น และเพื่อปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน การค้นคว้าหาความรู้จากตำราด้วยการเข้าหอสมุดให้นักเรียน

สิ่งสำคัญประการหนึ่งที่ Mr.Flower ได้จากการไปพูดคุยกับเด็กนักเรียนในครั้งนี้คือ นักเรียนบอกว่ารู้สึกขอบคุณที่ลุงๆ ป้าๆทั้งหลายซึ่งอยู่ห่างไกลจากชุมชนของพวกเขายังมีใจนึกถึงพวกเขา และขอบคุณที่กรุณานำสิ่งของต่างๆ ทั้งของใช้ ของกิน มามอบให้ ซึ่ง Mr.Flower ก็ย้ำกับหนูๆ ไปว่า อย่าคิดว่านี้คือการได้รับของฟรี แต่ขอให้นึกว่านี้คือของแทนความเป็นห่วงจากเพื่อนร่วมแผ่นดิน แล้วก็บอกกับเด็กๆ ว่า วันนี้หนูๆ ยังเป็นเด็กน้อย ยังเป็นผู้รับ แต่วันหนึ่งเมื่อหนูๆ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ หนูก็จะต้องเป็นผู้ให้ผู้แบ่งปันให้กับผู้คนที่ด้อยกว่า เพื่อบอกให้เขาเหล่านั้นรู้ว่า การแบ่งปัน การเผื่อแผ่คือการแสดงน้ำใจของกันและกัน ผู้ที่มีมากกว่าต้องแบ่งปันให้ผู้ที่ขาดแคลน ส่วนผู้ขาดแคลนที่เป็นผู้รับก็ต้องไม่คิดว่านี่คือของฟรี แต่ต้องบอกกับตัวเองว่านี่คือน้ำใจและไมตรีจากเพื่อนร่วมแผ่นดินของเราเราสามารถแบ่งปันและช่วยเหลือกันได้ตลอดเวลา สังคมของเราจะมีความสุขเมื่อทุกคนแบ่งปันให้กันและกัน

ก่อนจะลาจากกันในวันนั้น เด็กๆ ให้คำสัญญาว่า จะตั้งใจเรียนหนังสือเพื่อสั่งสมความรู้ให้สามารถนำไปประกอบสัมมาชีพได้ในอนาคต จะตั้งใจประพฤติตนเป็นผู้ช่วยเหลือสังคม แต่ก่อนจะช่วยเหลือสังคมก็ต้องสามารถดูแลช่วยเหลือตนเองและคนในครอบครัวได้ก่อนเป็นอันดับแรก

แล้วเด็กๆ ก็กล่าวขอบคุณในความมีเมตตาและไมตรีจิตที่คณะของเรามอบให้กับเธอทั้งหลายผู้เป็นเสมือนทรัพยากรล้ำค่าของแผ่นดินของเรา

หากคุณๆ ผู้อ่านมีความประสงค์จะร่วมโครงการแบ่งปันเพื่อช่วยเหลือทั้งเพื่อนมนุษย์และสัตว์ร่วมโลกกับ Mr.Flower สามารถติดต่อสอบถามได้ที่หนังสือพิมพ์แนวหน้า หมายเลข 091-7233615 คณะของเราร่วมกันทำโครงการช่วยเหลือเด็กนักเรียน คนชรา คนพิการ คนยากไร้ด้อยโอกาส และสัตว์จรจัด สัตว์บาดเจ็บพิการ และสัตว์แก่อนาถา ในชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ

โซไซตี้ : PRINC ลุยตรวจโควิด-19 ชาวจีน-ต่างชาติ 24 ชม. พร้อมเสริมทัพรับ ‘ผู้ป่วยกัมพูชา-ลาว’ ปักธง ‘อีสานเมดิคัลฮับ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704256

โซไซตี้ : PRINC ลุยตรวจโควิด-19 ชาวจีน-ต่างชาติ 24 ชม.  พร้อมเสริมทัพรับ ‘ผู้ป่วยกัมพูชา-ลาว’ ปักธง ‘อีสานเมดิคัลฮับ’

โซไซตี้ : PRINC ลุยตรวจโควิด-19 ชาวจีน-ต่างชาติ 24 ชม. พร้อมเสริมทัพรับ ‘ผู้ป่วยกัมพูชา-ลาว’ ปักธง ‘อีสานเมดิคัลฮับ’

วันอาทิตย์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ธานี มณีนุตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท พริ้นซิเพิลแคปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ PRINC ผู้ประกอบธุรกิจบริหารโรงพยาบาลเอกชนและธุรกิจสุขภาพในนาม “เครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์” กล่าวถึงแผนการให้บริการสาธารณสุข หลังจีนเปิดประเทศ พร้อมขยายความร่วมมือกับพันธมิตรในเพื่อนบ้านกัมพูชา ว่า หลังจากบริษัทตั้งศูนย์ให้บริการผู้ป่วยต่างประเทศ (Inter-national Customer Services) ขึ้นในโรงพยาบาลในเครือ 3 แห่ง ในช่วงไตรมาสที่ 3/65 ที่ผ่านมา ได้แก่ โรงพยาบาลพริ้นซ์ อุบลราชธานี, โรงพยาบาลพริ้นซ์ ศรีสะเกษ และโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์รับชาวต่างชาติทั้งรูปแบบ Fly-inและ Drive-in ทำให้ปัจจุบันสามารถอำนวยความสะดวกและเพิ่มผู้ป่วยชาวต่างชาติได้ตามเป้าหมายและยังมีแนวโน้มเติบโตก้าวกระโดด ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้รับบริการชาวต่างชาติจากเดิม 80 เป็น 100% ในปี 2566 โดยเฉพาะหลังจากเมื่อจีนเปิดประเทศ และกระทรวงสาธารณสุขยกเลิกวัคซีน 2 เข็ม เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2566 ที่ผ่านมา พร้อมกันนี้โรงพยาบาลในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จึงปรับแผนการให้บริการอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่เดินทางมาเที่ยวที่ประเทศไทยและขากลับยังมีข้อกำหนดตรวจโควิด-19 ด้วยวิธี PCR โดยโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ ซึ่งถือเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ และอยู่ใกล้สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิมากที่สุด ประกาศเปิดให้บริการตรวจโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งแบบปกติ และแบบ Express ซึ่ง Express ผลได้ภายใน 2 ชั่วโมง พร้อมมีการจัดตั้งทีมล่ามภาษาจีน เพื่อให้บริการในศูนย์ให้บริการผู้ป่วยต่างประเทศพร้อมให้บริการรองรับกรณีผู้ป่วยชาวจีนเข้ารับการรักษาโควิด-19

“โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ เป็น 1 ในโรงพยาบาลที่ทางสถานทูตจีนวางใจ มีการปรึกษา ติดตามคนไข้อย่างใกล้ชิด ที่สำคัญ เรามีเครือข่ายและคู่สัญญาประกันและความช่วยเหลือต่างประเทศ พร้อมประสานเรื่องการรักษาและการดูแลสินไหมผ่าน Medical Assistant Company ทั้งของจีนและระดับนานาชาติมีคู่สัญญากับโรงแรมทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล หากเจ็บป่วยหรือต้องการความช่วยเหลือสามารถจัดความช่วยเหลือไปได้ทันที รวมถึงจัดหาสถานที่แยกกักตัวกรณีที่ติดเชื้อในรูปแบบ Hotel Isolation หรือสามารถประสานรักษาตัวที่โรงพยาบาลได้ขึ้นกับความประสงค์ของผู้ป่วย” ธานีกล่าว

ส่วนอัตราการเติบโตผู้ป่วยชาวต่างชาติกลุ่ม CLMV โดยเฉพาะชาวกัมพูชา รวมทั้งนักธุรกิจจีนที่ทำงานอยู่ในแถบประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามารับการรักษาในรูปแบบ Drive-in ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2565 ที่ผ่านมา ทางเครือพริ้นซิเพิลเฮลท์แคร์ได้มุ่งขยายความร่วมมือการพัฒนาคุณภาพระหว่างประเทศเพื่อส่งต่อผู้ป่วยจากกัมพูชา มารับการรักษาที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ อุบลราชธานี และโรงพยาบาลพริ้นซ์ ศรีสะเกษ ในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ โดยร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันกับหน่วยงาน โรงพยาบาล คลินิก และหอการค้าจังหวัดเสียมเรียบ-อุดรมีชัย เพื่อสร้างเครือข่ายส่งต่อผู้ป่วยมอบสิทธิ์การรักษาเทียบเท่าคนไทย พร้อมบริการการแพทย์ครบวงจรทั้งศูนย์ตรวจสุขภาพ ผ่าตัด รักษามะเร็งและให้เคมีบำบัด โดยแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทาง และมีแผนงานร่วมมือพัฒนาคุณภาพการให้บริการด้านสุขภาพระหว่างไทย-กัมพูชา

“เราตั้งเป้าให้ “กลุ่มพริ้นซ์อีสาน” ให้เป็นอีสานเมดิคัลฮับของชาวอีสาน ชาวลาวและกัมพูชา ซึ่งปัจจุบันมีโรงพยาบาลในเครือของพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์รวม3 แห่ง ประกอบด้วย รพ.พริ้นซ์ ศรีสะเกษ, รพ.พริ้นซ์ อุบลราชธานี และพริ้นซ์ สกลนคร ที่เตรียมเปิดให้บริการ ปี 2566 และมีแผนขยายรพ.เพิ่มอีก เพื่อมุ่งขยายบริการสาธารณสุขและให้บริการการแพทย์เฉพาะทางในสาขาที่ขาดแคลน โดยเฉพาะโรคมะเร็งและการรักษาโดยให้เคมีบำบัด โรคทางจักษุ กระดูกและข้อ ฯลฯ เพื่อการเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานอย่างเท่าเทียม ตามปณิธานขององค์กรที่มุ่งสร้างคนที่มีจิตใจของผู้ให้” ธานีกล่าว

สำหรับศูนย์ให้บริการผู้ป่วยต่างประเทศ (Inter-national Customer Services) เพื่ออำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำผู้รับบริการชาวต่างชาติ ฯลฯ เกี่ยวกับแผนการรักษา การเดินทาง ค่าใช้จ่าย ภาษาและวัฒนธรรมฯลฯ ทำให้สามารถดูแลผู้ป่วยร่วมกันตั้งแต่การคัดกรอง วินิจฉัยโรคที่แม่นยำ เพื่อการรักษาที่ตรงจุด ตลอดจนการติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประโยชน์ในการรักษาสูงสุด และยังมีการติดตามอาการเมื่อผู้ป่วยกลับบ้านอีกด้วย ผู้ที่สนใจข้อมูลสามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ https://inter.princhealth.com/

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘บ้านแหลมสัก’ ชุมชนต้นแบบสามวัฒนธรรมหนึ่งเดียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704235

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘บ้านแหลมสัก’ ชุมชนต้นแบบสามวัฒนธรรมหนึ่งเดียว

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘บ้านแหลมสัก’ ชุมชนต้นแบบสามวัฒนธรรมหนึ่งเดียว

วันอาทิตย์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ท่าเรือเดินทางเที่ยวทะเล

อาทิตย์นี้ตามรอยสยามไปตามหาภูมิบ้านภูมิเมืองที่ “บ้านแหลมสัก” ซึ่งเป็นชุมชนขนาดเล็กที่มีทะเลล้อมรอบสามด้าน และมีกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีสามวัฒนธรรมร่วมกัน คือ มีทั้งชาวไทยพุทธ ไทยมุสลิมไทยเชื้อสายจีน ที่ตําบลแหลมสัก อําเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ประวัติการของชุมชนนั้นได้ถูกเล่าต่อกันว่าเริ่มจากชาวจีนมาจากฮกเกี้ยน และชาวจีนมาจากปีนัง ได้พากันเดินทางมากับเรือโดยขึ้นบกที่ชายฝั่งทะเลแหลมสัก และอีกส่วนหนึ่งออกเดินทางทะเลอันดามันไปตั้งถิ่นฐานที่พังงา ภูเก็ต และระนอง

สำหรับชาวไทยพุทธนั้นเดินเท้า และลากเกวียนมาจากนครศรีธรรมราช โดยเดินทางตามเส้นทางค้าช้างของพระยานคร (น้อย) เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณพื้นที่ปลายแหลมสักแห่งนี้ ขณะเดียวกันได้มีกลุ่มมุสลิม อีกกลุ่มหนึ่ง เดินทางโดยทางเรือ จากเมืองปะลิส คือรัฐเปอร์ลิส มาเลเซีย ซึ่งมีมุสลิมบางส่วนนั้นแวะอยู่ที่แถบสตูล ที่เหลือบางส่วนเดินทางท่องทะเลมาจนถึงปลายแหลมสัก จึงได้ลงหลักปักฐานตั้งบ้านเรือนที่นี่ ในครั้งแรกนั้นต่างยึดอาชีพตัดไม้โกงกางเผาเป็นถ่านส่งปีนัง ต่อมาได้มีการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมระหว่างไทยพุทธกับชาวจีน ไทยพุทธกับมุสลิม มุสลิมกับจีน ทำให้มีความเป็นเครือญาติกันและส่งผลให้ชุมชนแห่งนี้มีความโดดเด่นของสามวัฒนธรรมจนเป็นต้นทุนตามอย่างบรรพชนที่สร้างไว้ คือ มีรูปแบบของประเพณีต่างๆ ที่เป็นพหุวัฒนธรรม เช่น ประเพณีถือศีลกินเจ ของคนไทยเชื้อสายจีน ประเพณีทําบุญเดือนสิบ ของคนไทยพุทธ ประเพณีถือศีลอดของไทยมุสลิมในเดือนรอมฎอน

กระชังเลี้ยงกุ้ง-ปลา-สาหร่ายในทะเล

นอกจากนี้ ยังสร้างวิถีให้ปรากฏใน อาหารพื้นถิ่น ได้แก่ ข้าวคลุกกะปิ ปลาจุกเครื่อง ห่อหมกปลาและอาหารของบาบ๋า เครื่องแต่งกาย แบบไทยพุทธที่สวมเสื้อลูกไม้ นุ่งผ้าปาเต๊ะ แบบไทยมุสลิม ที่มีชุดผ้าปาเต๊ะสวมฮิญาบ แบบไทยเชื้อสายจีนบาบ๋า เป็นเสื้อลูกไม้คอตั้งแขนจีบ นุ่งผ้าปาเต๊ะ และสถาปัตยกรรม ได้มีการสร้างบ้านเรือนแบบพื้นถิ่นและอาคารแบบชิโนโปรตุกีส (SinoProtugese)ที่จัดเครื่องเรือน เช่นเดียวกับอาคารในปีนังหรือภูเก็ตแม้จะไม่วิจิตรเท่าก็มีสีสันในพื้นที่ ประการสำคัญชุมชนมีศาสนสถานสําคัญของแต่ละศาสนาเป็นจุดเชื่อมโยงศรัทธา ความเชื่อและกติกาของชุมชนไว้ด้วยกันคือ วัดมหาธาตุแหลมสัก ศาลเจ้าซกโป้ซีเอี๋ยและมัสยิดซอลาฮุดดีน ทำให้การอยู่ร่วมกันด้วยสามสายของพหุวัฒนธรรมบนผืนแผ่นดินเดียวกันแห่งนี้มีความร่มเย็นอบอุ่น เป็นมิตรไมตรีตามบรรพชนที่มีความรัก สามัคคีกัน และภาคภูมิใจในถิ่นที่อยู่อาศัยและถิ่นเกิดที่นี่ (เปอนากัน) ที่ต่างยอมรับความแตกต่างซึ่งกันและกัน กระทรวงวัฒนธรรมจึงได้ประกาศให้เป็นชุมชนต้นแบบของประเทศใน ปี ๒๕๖๕ โดยดร.ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดสุดยอดชุมชนต้นแบบบ้านแหลมสัก ร่วมกับ นายภาสกร บุญญลักษม์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด ผู้นำทางวัฒนธรรมในพื้นที่ สำหรับการท่องเที่ยวของชุมชนแห่งนี้สามารถเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวทางทะเลไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญได้หลายพื้นที่ ด้วยบ้านแหลมสัก นี้เป็นปลายแหลมที่มีทะเลล้อมรอบเป็น “ดินแดนทะเลสามด้าน” ที่อุดมสมบูรณ์จากป่าชายเลน ซึ่งเป็นแหล่งสัตว์ทะเลหลายสร้างงานสร้างอาชีพประมงชายฝั่ง ได้แก่การออกเรือ วางอวนกุ้ง-ปลา การช้อนกุ้งเคยเพื่อทํากะปิ แปรรูปอาหารทะเล การเลี้ยงกุ้งมังกร และการเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นในกระชังกลางทะเล เป็นต้น

ส่วนอาชีพเกษตรกรรมมีการทําสวนยางพารา สวนปาล์ม เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามของ “ทะเลใน” จนทำให้บ้านแหลมสัก มีวิถีชุมชนแตกต่างและมีเสน่ห์น่ายลไม่เหมือนใคร โดยท่องทะเลอันดามันไปตามแนวเหนือ-ใต้ และอยู่ด้านในของอ่าวพังงา ซึ่งเป็นเส้นทางประจำที่ชาวทะเลใช้เดินทางเข้า-ออก โดยลงเรือ ณ ท่าเทียบเรือแหลมสักไปยังเกาะแก่งต่างๆ ของจังหวัดกระบี่ เกาะยาวน้อยเกาะยาวใหญ่ของพังงา ส่วนทางบกก็เชื่อมโยงเส้นทางรถไปชุมชนอื่นๆ เช่น ชุมชนวัดมหาธาตุวชิรมงคล(วัดบางโทง) ชุมชนวัดราษฎร์รังสรรค์ ซึ่งมีสระธารโบกขรณีเป็นแหล่งเที่ยว และชุมชนบ้านถ้ำเสือ เป็นต้นนับเป็นสุดยอดชุมชนที่น่าท่องเท่ี่ยวเรียนรู้มาก

ท่าเรือแหลมสัก

ท่าเรือแหลมสัก

ปลายแหลมสัก

ปลายแหลมสัก

คณะผู้นำทางวัฒนธรรมบ้านแหลมสัก

คณะผู้นำทางวัฒนธรรมบ้านแหลมสัก

ศาลเจ้าซกโป้ซีเอี๋ย

ศาลเจ้าซกโป้ซีเอี๋ย

วัดมหาธาตุแหลมสัก

วัดมหาธาตุแหลมสัก

เรือหัวโทงท่องทะเล

เรือหัวโทงท่องทะเล

พิธีเปิดชุมชนบ้านแหลมสัก

พิธีเปิดชุมชนบ้านแหลมสัก

ผ้าปาเต๊ะฝีมือนงนุช ปานละเอียด

ผ้าปาเต๊ะฝีมือนงนุช ปานละเอียด

ส้มตำสาหร่ายพวงองุ่น

ส้มตำสาหร่ายพวงองุ่น

บ้านสีน้ำเงินของตระกูลเพิ่มทรัพย์

บ้านสีน้ำเงินของตระกูลเพิ่มทรัพย์

เที่ยวตามถ้ำบนเกาะ

เที่ยวตามถ้ำบนเกาะ

ชุดพื้นบ้านไทยมุสลิม

ชุดพื้นบ้านไทยมุสลิม

คุณแหน : 15 มกราคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704253

วันอาทิตย์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll เพื่อนๆ วารสาร ธรรมศาสตร์ ของ  อ.อรุณีประภา หอมเศรษฐี (รุ่นเข้ามธ.ปี 2510) ยินดีอย่างสุดๆ กับ “ดร.อรุณีประภา” ซึ่งทำงานด้านวิชาชีพ แต่หนักไปในทางการกุศลทั้งนั้น เช่นเพื่อกาชาดเพื่อศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย และนานาการกุศล แจงไม่หมด  นัดเลี้ยงแสดงความยินดีให้ในโอกาสได้รับดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาสื่อสารมวลชนจากม.รามคำแหง นัดเลี้ยงวันศุกร์ 27 ม.ค.มื้อเที่ยงที่โรงแรมเอเชีย ราชเทวี…

ll สุวิชสุทธิประภา อดีตผอ.วิทยุ อสมท แม้เกษียณมาหลายปีแล้ว แต่รายการวิทยุ FM 100.5 มีคนติดตามรายการคุยโขมง บ่ายสามโมง มาก (เฉพาะรายการนี้ออกทีวี.อสมท ช่อง 9 (MCOT 30 HD) ได้รับรางวัล ด้านสื่อฯมากมาย ล่าสุดรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯสรรหาเลือกให้เป็น1 ใน 8 ผู้ทรงคุณวุฒิ ให้คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการซึ่งจะมีผลต่อสังคมโดยรวมต่อไป..ยินดีด้วยค่ะ…

ll ส่วน สันติสุข มะโรงศรีพิธีกรข่าว รุ่นก่อตั้งของท็อปนิวส์ และทีมข่าวท็อปนิวส์นำเสนอข่าวเรื่องลอตเตอรี่ สลากกินแบ่งรัฐบาล นำเสนอได้ละเอียดมากจนคนฟังข่าวท็อปนิวส์ ช่อง 77 เห็นด้วยว่าถ้ากองสลากขืนปล่อยให้ คนหาซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลไปเปิดร้านขายต่อได้เกินราคา 80 บาท ทำให้มันรวยเป็นร้อยเป็นพันล้านได้โดยไม่ยาก เรียกว่าชุบมือเปิบ แบบนี้ยอมไม่ได้เด็ดขาด..ควรส่งเข้าไปเป็นกก.ในกองสลากนะ เหลือบจะได้หมด…

ll มีเพื่อนฝากประชาสัมพันธ์ว่าหากพบเห็นผู้พิการ ผู้สูงอายุ ที่ลำบากยากไร้ที่มีความจำเป็นต้องการใช้รถเข็น สามารถติดต่อได้ที่…สถานี Facebook สื่ออาสาประชาชน 081-7159551-3 หรือ ID LINE  sueasa เพียงบอกเล่า…ความจำเป็นที่ต้องการใช้ก็พิจารณาให้ได้เลย…

ll ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ไปบรรยายพิเศษเรื่องการพัฒนากระบวนการยุติธรรมด้วยหลักคุณธรรม จริยธรรม จัดโดยสถาบันพัฒนาการบุคลากรให้บุคคลระดับสูงจากหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ยธส. 14 ณ วิทยาลัยกิจการยุติธรรม บรรยายเสร็จยังได้มอบค่าวิทยากรเพื่อการสาธารณประโยชน์ของหลักสูตรต่อไป…

ll ศิษย์เก่าวัฒนาฯรุ่น 92 ชวนกันไปเลี้ยงวันเกิด ให้ สายสัมพันธ์ ฮิลตัน พร้อมกับเลี้ยงรับ อ้อยทิพย์ เรมองต์ จากโลซานน์ บินมาเยี่ยมหลังห่างเหินด้วยโควิดปิดกั้นไป 3 ปี ที่ห้องอาหารจีน โรงแรมแกรนด์ ไชน่า เขาว่าอาหารจีนอร่อยมาก แถวเยาวราช 19 ม.ค. …

ll เนื่องจากปีชง อุไร คุณานันทกุล พาตัวเองเบียดเสียดฝูงชนเข้าไปไหว้พระที่วัดมังกรกมลาวาส(เล่งเน่ยยี่) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่าน เรียบร้อยเพื่อความสุขความเจริญ รุ่งเรืองในชีวิตต่อไปตลอดปี…

ll 10 โมงวันเสาร์ที่ท็อปนิวส์ ดร.เสรีวงษ์มณฑา เล่าเรื่องราวของพระราชวงศ์ให้ฟังเข้าใจง่าย และสนุกน่าติดตาม บอกว่า อยากไปสอนนักเรียนวิชานี้จัง เงินก็จะไม่คิด..รัฐมนตรีศึกษาฯ ฟังไว้ น่าจะเชิญท่านอัดรายการแล้วส่งให้รร.เปิดสอนนักเรียน ทุกรร.จะได้รับความรู้้ดีจำใส่ใจไว้ได้

คุณแหน

ยูนิเซฟและสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กฯ จับมือส่งเสริมสิทธิเด็กและบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704257

ยูนิเซฟและสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กฯ  จับมือส่งเสริมสิทธิเด็กและบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

ยูนิเซฟและสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กฯ จับมือส่งเสริมสิทธิเด็กและบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

วันอาทิตย์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ธันยพร กริชติทายาวุธ ผู้อำนวยการ สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย และ คยองซอน คิม ผู้อำนวยการ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เป็นตัวแทนลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เพื่อร่วมกันสนับสนุนสิทธิเด็กและบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศไทย โดยบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันเสาร์ที่ 14 มกราคม 2566 ซึ่งตรงกับวันเด็กแห่งชาติปีนี้ โดยมี อาทิมา จันทรงาม ฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย, วิภาวี อนันตศักดิ์ผู้จัดการโปรแกรมฯ, เซเวอรีน เลโอนาร์ดีรองผู้อำนวยการ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และอมรชัย แจวเจริญวัฒนา เจ้าหน้าที่ด้านพันธมิตรภาคเอกชน องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ร่วมในพิธี

ความร่วมมือครั้งนี้ มุ่งสนับสนุนสิทธิเด็กในด้านต่างๆ เช่น การส่งเสริมนโยบายและหลักปฏิบัติของภาคเอกชนให้เป็นมิตรต่อครอบครัวยิ่งขึ้น,การพัฒนาทักษะที่จำเป็นและการจ้างงานให้แก่เยาวชน โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา ว่างงาน หรือขาดการฝึกอบรม, การร่วมมือกับบริษัทต่างๆ ด้านเทคโนโลยีและโทรคมนาคม เพื่อคุ้มครองเด็กจากภัยอันตรายบนโลกดิจิทัล นอกจากนี้ ยังเน้นการระดมแรงสนับสนุนจากภาคเอกชนในประเด็นอื่นๆ ที่เด็กและเยาวชนให้ความสนใจ เช่น การศึกษา สุขภาพกายและสุขภาพจิต และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ดอยคำ ชวนเยาวชนรักษ์โลก ในวันเด็ก 2566 ผ่านกิจกรรม แกะ ล้าง เก็บ สร้างสุขเพื่อโลกสีเขียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704307

ดอยคำ ชวนเยาวชนรักษ์โลก ในวันเด็ก 2566 ผ่านกิจกรรม แกะ ล้าง เก็บ สร้างสุขเพื่อโลกสีเขียว

ดอยคำ ชวนเยาวชนรักษ์โลก ในวันเด็ก 2566 ผ่านกิจกรรม แกะ ล้าง เก็บ สร้างสุขเพื่อโลกสีเขียว

วันเสาร์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2566, 18.45 น.

14 มกราคม 2566 บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ร่วมสร้างสุขผ่านงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2566 โดยนำผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ได้แก่ เครื่องดื่มจากน้ำผลไม้ ขนมปังทาแยมผลไม้ ดอยคำ พิซซาโดยซอสพิซซาสเปรด ดอยคำ พร้อมด้วยเกมปาบอล โยนห่วง โยนโบว์ลิ่ง สร้างความสนุกสนานให้กับเด็กๆ ที่มาร่วมงาน ณ บริเวณสำนักงานปลัดนายกรัฐมนตรี ภายในทำเนียบรัฐบาล

พร้อมกันนี้ นายปริวรรตน์ คณากัมพลสิทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร ได้เล็งเห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับกิจกรรมวันเด็ก ได้จัดซุ้มกิจกรรมรักษ์โลก ในกิจกรรม “แกะ ล้าง เก็บ” ภายใต้โครงการสร้างโลกสีเขียว โดยให้เด็กๆ ได้รู้จักวิธีการจัดการกับกล่องยูเอชที ตราดอยคำ ด้วยการแกะกล่องหลังดื่ม ก่อนนำมาตัดและล้างให้สะอาด ก่อนจะเช็ดให้แห้ง จากนั้นเก็บเพื่อนำมาเป็นส่วนลดซื้อสินค้าดอยคำ โดยกล่องยูเอชทีดอยคำทุกขนาดมีมูลค่า 1 บาท หรือนำมาบริจาคให้กับทางดอยคำ ผ่านร้านดอยคำ ทุกสาขา โดยร่วมกิจกรรมได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566 ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าว มีเด็กๆ เยาวชนให้ความสนใจจำนวนมาก

นายปริวรรตน์ เปิดเผยว่า ดอยคำให้ความสำคัญกับเรื่องการจัดการขยะ โดยเฉพาะกล่องยูเอชที ที่มาจากการผลิตน้ำผลไม้พร้อมดื่มของดอยคำ โดย 1 ปี จะมีปริมาณ 50 – 60 ล้านกล่อง จึงอยากเชิญชวนทุกคนมาเรียนรู้วิธีการ แกะ ล้าง เก็บ โดยเฉพาะเด็กๆ ที่เป็นกำลังของชาติ เพื่อเป็นพลังในการบอกต่อในวิถีสีเขียว (Living Green) ตามนโยบายการดำเนินงานของดอยคำ และเป็นการเดินหน้าสู่วิถีการรักษ์โลกในอนาคตต่อไป

สำหรับกิจกรรม แกะ ล้าง เก็บ ภายใต้สร้างโลกสีเขียว ได้ริเริ่มตั้งแต่ปี 2561 ตลอด 5 ปี ตั้งแต่ปี 2561 – 2565 สามารถรวบรวมกล่องยูเอชทีได้จำนวน ทั้งสิ้น 2,715,900 กล่อง ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 92,452.00 กิโลกรัม คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCo2eq)

โดยดอยคำได้นำกล่องยูเอชทีที่ผ่านการ “แกะ ล้าง เก็บ” มาผ่านกระบวนการอัพไซคลิ่ง (Upcycling) เป็นพาเลทดอยคำ เก้าอี้อเนกประสงค์ทรงโอ่ง กรวยจราจร และกระถางต้นไม้รักษ์โลก เป็นการต่อยอดขยะให้เกิดประโยชน์

ผู้สนใจสามารถดูขั้นตอนการ แกะ ล้าง เก็บ ได้ที่ https://www.doikham.co.th/pr-news-234/

ติดตามโครงการสร้างโลกสีเขียวได้ที่ เฟสบุ๊ก : สร้างโลกสีเขียว และอินสตาแกรม : doikham.go.green

-(016)

ภาคีการอ่าน สสส.มอบนิทานเสริมจินตนาการ-ความคิดสร้างสรรค์ หยุดภาวะ Learning Loss

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704299

ภาคีการอ่าน สสส.มอบนิทานเสริมจินตนาการ-ความคิดสร้างสรรค์ หยุดภาวะ Learning Loss

ภาคีการอ่าน สสส.มอบนิทานเสริมจินตนาการ-ความคิดสร้างสรรค์ หยุดภาวะ Learning Loss

วันเสาร์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2566, 18.37 น.

14 มกราคม 2566 นางสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. เปิดเผยว่า เนื่องจากการอ่านเป็นกิจกรรมที่ช่วยเสริมจินตนาการและการเรียนรู้ ซึ่งภาคีเครือข่ายได้รณรงค์สื่อสารมาตลอด เพื่อเชิญชวนครอบครัวยุคใหม่เลี้ยงลูกด้วยหนังสือ ปลูกฝังให้เป็นนักอ่าน ดังนั้นในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ วันที่ 14 มกราคม 2566 แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส.  ร่วมกับ โครงการอ่านสร้างชาติ และภาคีอ่านยกกำลังสุขทั่วประเทศ จัดกิจกรรมมอบนิทาน มอบความสุข เป็นของขวัญวันเด็ก ทั่วประเทศ โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น คลินิก Read Aloud : ฝึกเทคนิคอ่านออกเสียงให้ลูกฟัง อ่านเล่มไหน ได้เล่มนั้น, DIY ออกแบบมุมหนังสือในบ้าน : ให้เจ้าตัวเล็กหลงรักการอ่าน , สร้าสรรค์กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน  เพื่อพัฒนาทักษะชีวิตและสร้างเสริมสุขภาพเด็ก , กิจกรรมหนอนน้อยนักอ่าน นำนิทานที่บ้านมาแลกนิทานเล่มใหม่ฟรี , ร่วมระดมทุนจัดตั้งกองทุนสวัสดิการหนังสือ 3 เล่มในบ้านเด็กเล็ก ร่วมแก้วิกฤติ Learning Loss และ กิจกรรมสแกนคิวอาร์โค้ด กดไลค์ กดแชร์ เพจ “อ่านยกกำลังสุข” รับของที่ระลึกฟรี

นางสุดใจ กล่าวต่อว่า จึงขอเชิญพ่อ แม่ผู้ปกครอง พาลูกหลานมาร่วมกิจกรรมวันเด็ก ใกล้ที่ไหนไปที่นั่น ซึ่ง สสส. และเครือข่ายมีการจัดกิจกรรมดังกล่าวทั่วประเทศ โดยในพื้นที่กรุงเทพฯ จัดที่ ห้างไอทีสแควร์ หลักสี่, สถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส, ฝั่งตรงข้ามเยื้องๆ พิพิธภัณฑ์แรงงานไทย , ชุมชนน้อมเกล้า, คอนโดเมโทรพาร์คสาทร, ชุมชนทรัพย์สินใหม่, ชุมชนเทพลีลา, สหกรณ์เคหสถานปทุมธานีโมเดล จำกัด ,  ชุมชนเก้าพัฒนา, ชุมชนบึงพระรามเก้าพัฒนา, ชุมชนบึงพระรามเก้าบ่อ3, ชุมชนคลองพลับ 46 ไร่, ชุมชนหมู่บ้านพลับพลา30ไร่, ชุมชนร่วมสามัคคี, ชุมชนกัลยาณมิตร, ชุมชนสหกรณ์ฟ้าใหม่, ชุมชนทรัพย์สินเก่า, ชุมชนรุ่งมณีพัฒนา

ภาคเหนือ จังหวัดลำพูน จัดที่ เทศบาลตำบลวังผาง บูธกิจกรรมมหัศจรรย์การอ่าน ร่วมกับ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และ กศน.อำเภอ, จังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรมย่านจริงใจเซ็นทรัล ร่วมกับโครงการเชียงใหม่อ่าน, จังหวัดพะเยา  จัดที่โรงพยาบาลปงและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ร่วมกับโครงการอ่านปันรัก จังหวัดลำปาง ที่สวนสาธารณะหนองกระทิง โดยร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัด และภาคีเครือข่ายต่างๆ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดมหาสารคาม จัดที่ชุมชนตำบลพระธาตุ ร่วมกับภาคีเครือข่ายเด็กปฐมวัยตำบลพระธาตุ , จังหวัดชัยภูมิ ร่วมกับอ่านเด้อดี๊ดีและคณะทำงานส่งเสริมสุขภาวะเด็กปฐมวัยตำบลกะฮาด, จังหวัดเลย โครงการอ่านยกกำลังสุข ดีจังเลย ร่วมจัดกิจกรรมวันเด็กกับเทศบาลตำบลเอราวัณ และจังหวัดสุรินทร์ โดยสถาบันครอบครัวเข้มแข็งจังหวัดสุรินทร์ ร่วมจัดกิจกรรมวันเด็กกับองค์การบริหารส่วนตำบลกุดหวาย

ส่วนภาคใต้ ที่จังหวัดยะลา โดยอ่าน เล่น เล่า เฝ้าดูพัฒนาการเด็กชายแดนใต้ ร่วมกับ อบต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา และภาคกลาง – ภาคตะวันออก จังหวัดนครปฐม จัดที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดวังตะกู โดยร่วมกับ ศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม, อบต.วังตะกู, วัดวังตะกู, ศพด.วัดวังตะกู, ไร่รัชยา เกษตรอินทรีย์, กลุ่มต้นกล้าปันสุข, Young Food Thailand และจังหวัดระยอง จัดที่โรงเรียน-โรงเล่น กลุ่มรักษ์เขาชะเมา (บ้านดิน)

ทั้งนี้สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่เพจเฟสบุ๊ค “อ่านยกกำลังสุข”

-(016)

ทั่วไทยร่วมอนุโมทนาบรรพชาอุปสมบทพระสงฆ์ 7,813 รูป ถวายพระพรเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/704346

ทั่วไทยร่วมอนุโมทนาบรรพชาอุปสมบทพระสงฆ์ 7,813 รูป ถวายพระพรเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

ทั่วไทยร่วมอนุโมทนาบรรพชาอุปสมบทพระสงฆ์ 7,813 รูป ถวายพระพรเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

วันอาทิตย์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2566, 10.34 น.

ประชาชนทั่วไทยร่วมอนุโมทนาในพิธีบรรพชาอุปสมบทพระสงฆ์ จำนวน 7,813 รูป เพื่อถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน

15 มกราคม 2566 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2565 ให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินโครงการบรรพชาอุปสมบท 99 รูป ถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ วัดที่จังหวัดกำหนด ทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและมีพลานามัยแข็งแรงในเร็ววัน โดยได้รับเมตตาจากเจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม โปรดเมตตาประทานผ้าไตร 76 ไตร ให้กับจังหวัด จังหวัดละ 1 ไตร โดยเสด็จพระกุศลในโครงการฯ นี้ด้วย ซึ่งในช่วงวันที่ 8-14 มกราคม 2566 ที่ผ่านมาได้มีการจัดพิธีบรรพชาอุปสมบทไปแล้ว 75 จังหวัดทุกภาคทั่วประเทศ รวม 7,703 รูป

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า วันนี้ จังหวัดน่าน ที่วัดมิ่งเมือง ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน พระราชศาสนาภิบาล เจ้าอาวาสวัดพญาภู พระอารามหลวงเจ้าคณะจังหวัดน่าน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ประกอบบรรพชาอุปสมบท 110 รูป ถวายพระพรชัยมงคล แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งเป็นจังหวัดสุดท้าย โดยในห้วงวันที่ 13-14 มกราคม 2566 มีจังหวัดประกอบพิธีบรรพชาอุปสมบท เพื่อถวายเป็นพระกุศลถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและทรงมีพลานามัยแข็งแรงในเร็ววัน จำนวน 13 จังหวัด รวม 1,346 รูป ได้แก่

1. จังหวัดพิษณุโลก วัดคูหาสวรรค์ ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก พระราชรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายภูสิต สมจิตต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ประชาชนชาวพิษณุโลก ร่วมอนุโมทนาในพิธีบรรพชาอุปสมบท 99 รูป เพื่อถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและมีพลานามัยแข็งแรงในเร็ววัน

2. จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่วัดไตรธรรมาราม พระอารามหลวง อ.เมืองสุราษฎร์ธานี พระธรรมวิมลโมลี เจ้าคณะภาค 16 เจ้าอาวาสวัดไตรธรรมาราม พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พิธีบรรพชาอุปสมบท 104 รูป ถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณี สิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและมีพระพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรงในเร็ววัน

3. จังหวัดปทุมธานี ที่วัดบางหลวง ต.บางหลวง อ.เมืองปทุมธานี พระราชสุทธิธรรมาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เจ้าอาวาสวัดประยูรธรรมาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยพระมหาถาวร ถิรจิตฺโต เจ้าคณะอำเภอเมืองปทุมธานี เจ้าอาวาสวัดบางหลวง นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พิธีบรรพชาอุปสมบท 99  รูป เพื่อถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและมีพลานามัยแข็งแรงโดยเร็ววัน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ และประชาชนชาวปทุมธานี ร่วมพิธี

4. จังหวัดสมุทรสงคราม ที่วัดเพชรสมุทรวรวิหาร ต.แม่กลอง อ.เมืองสมุทรสงคราม พระเทพสุเมธี เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม เจ้าอาวาสวัดเกตการาม พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายสมนึก พรหมเขียว ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยนางมณีรัตน์ พรหมเขียว นายกเหล่ากาชาดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการและประชาชนชาวสมุทรสงคราม ร่วมพิธีบรรพชาอุปสมบท 99 รูป ถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

5. จังหวัดสมุทรสาคร ที่วัดยกกระบัตร อ.บ้านแพ้ว พระเทพสาครมุนี เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พิธีบรรพชาอุปสมบท 149 รูป เพื่อถวายพระพรแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและมีพลานามัยแข็งแรงโดยเร็ววัน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ ภาคเอกชน และประชาชน เข้าร่วมพิธี

6. จังหวัดแพร่ ที่วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร ต.ในเวียง อ.เมืองแพร่ พระราชเขมากร เจ้าคณะจังหวัดแพร่ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายชุติเดช มีจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พิธีบรรพชาอุปสมบท 99 รูป เพื่อถวายพระพรแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและมีพลานามัยแข็งแรงโดยเร็ววัน โดยมีข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชน ร่วมพิธี

7. จังหวัดบึงกาฬ ที่วัดเซกาเจติยาราม พระอารามหลวง อ.เซกา พระราชภาวนาโสภณ วิ. (หลวงปู่เทพา ภูริปญฺโญฺ) เจ้าคณะจังหวัดบึงกาฬ เจ้าอาวาสวัดเซกาเจติยาราม พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมทั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนร่วมในพิธีบรรพชาอุปสมบท 99 รูป ทุกจังหวัดทั่วประเทศนั้น เพื่อถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและมีพระพลานามัยแข็งแรงโดยเร็ววัน

8. จังหวัดบุรีรัมย์ ที่วัดกลาง พระอารามหลวง อ.เมืองบุรีรัมย์ พระเทพปริยัตยาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์  เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พิธีบรรพชาอุปสมบท 99 รูป ถวายพระพรแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและมีพลานามัยแข็งแรงในเร็ววัน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ครอบครัวและญาติของผู้ที่เข้าพิธีบรรพชาอุปสมบท ร่วมอนุโมทนาบุญด้วยความปลื้มปีติ

9. จังหวัดสุโขทัย ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร อ.ศรีสัชนาลัย พระเทพวชิรเวที เจ้าคณะจังหวัดสุโขทัย เจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายสุชาติ ทีคะสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยนางพร้อมจันทร์ ทีคะสุข ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสุโขทัย หัวหน้าส่วนราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ และประชาชน ประกอบในพิธีบรรพชาอุปสมบท 99 รูป เพื่อถวายพระพรแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและมีพลานามัยแข็งแรงในเร็ววัน

10. จังหวัดจันทบุรี ที่พุทธมณฑล ต.บางกะจะ อ.เมืองจันทบุรี พระราชธรรมเมธี เจ้าคณะจังหวัดจันทบุรี ฝ่ายมหานิกาย เจ้าอาวาสวัดโค้งสนามเป้า และพระครูวิบูล ธรรมานุศาสตร์ เจ้าคณะจังหวัดฝ่ายธรรมยุติ เจ้าอาวาสวัดวิเวการามเขาน้อยท่าแฉลบ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พิธีบรรพชาอุปสมบท 105 รูป ถวายพระพรแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและมีพลานามัยแข็งแรงในเร็ววัน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนชาวจังหวัดจันทบุรี ร่วมพิธี

11. จังหวัดตราด ที่วัดหนองบัว ต.วังกระแจะ อ.เมืองตราด พระบุรเขตธรรมคณี เจ้าคณะจังหวัดตราด เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พิธีบรรพชาอุปสมบท 99 รูป ถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและมีพลานามัยแข็งแรงโดยเร็ววัน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนชาวตราด ร่วมพิธี

12. จังหวัดตาก ที่วัดส้มเกลี้ยง ต.ป่ามะม่วง อ.เมืองตาก และพระประสิทธิศีลคุณ เจ้าคณะจังหวัดตาก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย นางวรรณฤดี กิจเจริญรุ่งโรจน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดตาก หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน ร่วมประกอบพิธีปลงผมโครงการบรรพชาอุปสมบท 99 รูป เพื่อถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร และมีพลานามัยแข็งแรงในเร็ววัน

13. จังหวัดกระบี่ ที่วัดมหาธาตุวชิรมงคล อ.อ่าวลึก พระเทพวชิรากร รองเจ้าคณะภาค 17  เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุวชิรมงคล เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายภาสกร บุญญลักษม์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีบรรพชาอุปสมบท 99 รูป ถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวร และทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงในเร็ววัน โดยมีข้าราชการตุลาการ ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ เหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และพุทธศาสนิกชน ประชาชน เข้าร่วมพิธี

“ในขณะนี้ พี่น้องประชาชนได้ร่วมกันอนุโมทนาพระภิกษุสงฆ์ที่ทำการอุปสมบทถวายพระพรฯ ตั้งแต่วันที่ 8 -15 มกราคม 2566 จำนวน 76 จังหวัด จำนวน 7,813 รูป ซึ่งการจัดโครงการบรรพชาอุปสมบท 99 รูป เพื่อถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ของกระทรวงมหาดไทยใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ อันเป็นการร้อยรวมพลังแห่งความจงรักภักดีและความรักของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าที่ตั้งใจปฏิบัติบูชาบำเพ็ญกุศลน้อมถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร และทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงในเร็ววัน ซึ่งในห้วงของการอุปสมบททุกภาคส่วนจะได้ร่วมกันทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหารเช้า ถวายภัตตาหารเพล ถวายน้ำปานะ ตลอดจนประกอบศาสนกิจ เพื่อถวายพระกุศลและถวายพระพรโดยพร้อมเพรียงกันตลอดระยะเวลาการจัดโครงการฯ ของแต่ละจังหวัดต่อไป” นายสุทธิพงษ์ กล่าว

SMEW ฉลองยอด 1 ล้านวิว เพลง ‘Drivethru’ จากค่าย XOFLOW

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/704236

SMEW ฉลองยอด 1 ล้านวิว เพลง ‘Drivethru’ จากค่าย XOFLOW

SMEW ฉลองยอด 1 ล้านวิว เพลง ‘Drivethru’ จากค่าย XOFLOW

วันอาทิตย์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ประเดิมต้นปี 2023 ฉลองยอด 1 ล้านวิว ให้กับ SMEW หรือ ทีม-ฐนิศร์ แก้วสุริวงษ์ เจ้าของตำแหน่งแชมป์จากรายการ The Rapper ศิลปินแร็ปสังกัดค่าย XOFlow (ในเครือ XOXO entertainment) หลังจากปล่อยเพลง “Drivethru” ก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีอย่างมาก จนทำให้ยอดวิวของเพลง “Drivethru” ทะลุ 1 ล้านวิว เป็นที่เรียบร้อยในระยะเวลา 2 เดือนซึ่งถือได้ว่าเป็นยอดวิวล้านแรกในชีวิตของสมิวอีกด้วย

สำหรับเพลง “Drivethru” เป็นการแร็ปบนบีทของดนตรี Rock, Emo trapถือเป็นการปล่อยของ โชว์พลังเสียงไปกับดนตรีมันส์ๆ สาดๆ ถ่ายทอดให้เห็นศักยภาพและความสามารถที่หลากหลายของ SMEW ที่ไม่ว่าจะแร็ปกับดนตรีหรือบีทแบบใดก็ตาม และยังคงสไตล์ของตัวเองไว้เป็นเอกลักษณ์ ของฉายาแร็พเปอร์เป็ดน้อย

สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณแฟนเพลงที่ชื่นชอบและให้การตอบรับที่ดีกับผลงานเพลงของสมิวมาโดยตลอด จนทำให้วันนี้สมิวได้ก้าวผ่านความสำเร็จไปอีกขั้น และถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้สมิวทำผลงานเพลงต่อๆ ไป ให้มีคุณภาพและถูกใจแฟนเพลงมากยิ่งขึ้น สามารถติดตามฟังเพลง “Drivethru” ได้ทาง YouTube : https://www.youtube.com/watch?v=Ov9tRsjPiJM และ Music Streaming ทุก Platform