เยอรมนียอมแล้ว เตรียมส่งรถถัง ‘เลพเพิร์ด 2’ ให้ยูเครน หลังถูกกดดันหนัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2611506

เยอรมนียอมแล้ว เตรียมส่งรถถัง ‘เลพเพิร์ด 2’ ให้ยูเครน หลังถูกกดดันหนัก

25 ม.ค. 2566 03:15 น.

เยอรมนียอมแล้ว เตรียมส่งรถถัง ‘เลพเพิร์ด 2’ ให้ยูเครน หลังถูกกดดันหนัก

สื่อเยอรมนีเผย นายกรัฐมนตรีตัดสินใจที่จะส่งรถถัง เลพเพิร์ด 2 ให้ยูเครนแล้ว หลังจากลังเลมาตลอดจนถูกกดดันอย่างหนักทั้งจากภายในและนานาชาติ

เมื่อวันอังคารที่ 24 ม.ค. 2566 สื่อในประเทศเยอรมนีอย่าง ‘แดร์ ชปีเกล’ (Der Spiegel) รายงานอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวในรัฐบาลว่า นายโอลาฟ ชอลซ์ นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจที่จัดส่งรถถังประจัญบาน ‘เลพเพิร์ด 2’ (Leopard 2) ให้แก่ยูเครนแล้ว และอนุญาตให้ประเทศอื่นๆ ส่งรถถังรุ่นนี้ให้รัฐบาลเคียฟด้วย

อนึ่ง เยอรมนีเป็นผู้ผลิตรถถัง เลพเพิร์ด 2 และการที่ประเทศที่ 3 จะส่งออกรถถังรุ่นนี้จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากรัฐบาลเบอร์ลิน

ที่ผ่านมาเยอรมนีลังเลที่จะส่งรถถัง เลพเพิร์ด 2 แก่ยูเครนด้วยตัวเองหรืออนุญาตประเทศอื่นๆ ส่งออกรถถังรุ่นนี้ที่พวกเขาครอบครองอยู่ เนื่องจากกังวลว่าจะทำให้ความขัดแย้งกับรัสเซียรุนแรงขึ้น เป็นเหตุให้ โปแลนด์กับฟินแลนด์ ซึ่งสัญญากับยูเครนว่าจะส่งรถถังรุ่นนี้แก่เคียฟ ยังไม่สามารถดำเนินการได้

ล่าสุดสื่อในเยอรมนีรายงานว่า หลังจากถูกกดดันอย่างหนักจากทั้งภายในประเทศและจากนานาชาติ ในที่สุดนายกรัฐมนตรี โอลาฟ ชอลซ์ ก็ตัดสินใจส่ง เลพเพิร์ด 2 ให้ยูเครนเป็นจำนวนอย่างน้อย 14 คัน เท่ากับจำนวนรถถัง เลพเพิร์ด 2 ที่โปแลนด์ต้องการส่งให้ยูเครน และเท่ากับจำนวนรถถัง ชาเลนเจอร์ 2 ที่สหราชอาณาจักรสัญญาเอาไว้กับรัฐบาลเคียฟ

อย่างไรก็ตาม นอกจากรายงานของสื่อในเยอรมนี ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเรื่องนี้จากรัฐบาลเยอรมนีแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ยูเครนมองว่ารถถังเป็นอาวุธสำคัญสำหรับการฝ่าแนวป้องกันของรัสเซีย และจำเป็นต้องการเอาชนะการโจมตีครั้งใหญ่ระลอกใหม่ของรัสเซียที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในฤดูใบไม้ผลิ โดยประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครนเชื่อว่า รถถัง เลพเพิร์ด 2 จำนวน 300 คัน จะช่วยให้พวกเขาชนะรัสเซียได้

ที่มา : bbc

ช็อก อัฟกานิสถานหนาวเยือก 2 สัปดาห์ตายแล้ว 124 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2611495

ช็อก อัฟกานิสถานหนาวเยือก 2 สัปดาห์ตายแล้ว 124 ศพ

25 ม.ค. 2566 02:37 น.

ช็อก อัฟกานิสถานหนาวเยือก 2 สัปดาห์ตายแล้ว 124 ศพ

อัฟกานิสถานเผชิญฤดูหนาวรุนแรงสุดในรอบทศวรรษ มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 124 ศพ ความช่วยเหลือยังทำได้อย่างยากลำบาก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอังคารที่ 24 ม.ค. 2566 โฆษกกระทรวงจัดการภัยพิบัติของรัฐบาลตาลีบันแห่งอัฟกานิสถาน เปิดเผยว่า ประเทศกำลังเผชิญกับฤดูหนาวที่หนาวเย็นที่สุดในรอบทศวรรษ ทำให้มีประชาชนเสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 124 ศพ ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา และมีปศุสัตว์ตายไปอีกกว่า 70,000 ตัว

ขณะที่ นายมุลเลาะห์ โมฮัมหมัด อับบาส อัคฮุนด์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงจัดการภัยพิบัติ บอกกับสำนักข่าวบีบีซี ว่า ตอนนี้หลายพื้นที่ในอัฟกานิสถานถูกตัดขาดเนื่องจากหิมะ เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพถูกส่งไปช่วยเหลือแล้ว แต่พวกเขาไม่สามารถลงในพื้นที่ภูเขาได้

นายอัคฮุนด์ คาดการณ์ด้วยว่า ในช่วง 10 วันข้างหน้า อากาศจะอบอุ่นขึ้น แต่เขายังกังวลเกี่ยวกับการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนเลี้ยงแกะ หรือผู้ที่อาศัยอยู่ตามชนบท เพราะพวกเขาไม่สามารถเข้าถึงบริการทางสุขภาพได้ นอกจากนั้น เขายังเป็นห่วงผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ภูเขา ถนนลอดภูเขาหลายสายถูกปิดเพราะหิมะ รถจำนวนมากติดอยู่ที่นั่นและมีผู้โดยสารหลายรายตายเพราะความหนาว

ทั้งนี้ อัฟกานิสถานมักเผชิญฤดูหนาวรุนแรง แต่ครั้งนี้เลวร้ายที่สุดในรอบกว่า 10 ปี ไม่เพียงเท่านั้น ปฏิบัติการบรรเทาภัยพิบัติในประเทศยังได้รับผลกระทบจากคำสั่งเมื่อเดือนก่อนของรัฐบาลตาลีบัน ที่ห้ามผู้หญิงทำงานในองค์กรเอ็นจีโอต่างๆ จนทำให้พวกเขาต้องระงับปฏิบัติการช่วยเหลือในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม นายอัคฮุนด์ ยืนยันว่า จะไม่มีการยกเลิกคำสั่งดังกล่าว และประชาคมนานาชาติต้องยอมรับในวัฒนธรรมอิสลามของอัฟกานิสถาน “ผู้ชายมากมายกำลังทำงานในปฏิบัติการช่วยเหลืออยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นที่ผู้หญิงจะมาทำงานกับเรา ผู้ชายจากทุกครอบครัวเข้าร่วมในความพยายามบรรเทาภัยพิบัติแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องให้ผู้หญิงเข้าร่วม”

ที่มา : bbc

เกาหลีเหนือเตือนอากาศหนาวสุดขั้ว อุณหภูมิอาจดิ่งต่ำกว่า -30 องศา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2611473

เกาหลีเหนือเตือนอากาศหนาวสุดขั้ว อุณหภูมิอาจดิ่งต่ำกว่า -30 องศา

25 ม.ค. 2566 01:18 น.

เกาหลีเหนือเตือนอากาศหนาวสุดขั้ว อุณหภูมิอาจดิ่งต่ำกว่า -30 องศา

ทางการเกาหลีเหนือประกาศเตือนภัยหนาวสุดขั้ว หลังคลื่นความเย็นเคลื่อนตัวเข้าสู่คาบสมุทรเกาหลี โดยคาดว่า อุณหภูมิในภาคเหนือจะลดต่ำกว่า -30 องศาเซลเซียส

เมื่อวันอังคารที่ 24 ม.ค. 2566 รัฐบาลเกาหลีเหนือออกแถลงการณ์ผ่านสถานที่โทรทัศน์วิทยุของประเทศ เตือนประชาชนให้ระวังสภาพอากาศสุดขั้ว เนื่องจากคลื่นความเย็นที่ถาโถมเข้าสู่คาบสมุทรเกาหลี ซึ่งอาจทำให้พื้นที่ภาคเหนือของประเทศมีอุณหภูมิลดต่ำกว่า -30 องศาเซลเซียส ส่วนพื้นที่ชายฝั่งอาจเผชิญกับลมแรง

คลื่นความเย็นดังกล่าวยังทำให้เกาหลีใต้ประกาศเตือนภัยความหนาวเช่นเดียวกัน ขณะที่ทางเหนือของประเทศจีนเริ่มเผชิญสภาพอากาศหนาวเย็นทุบสถิติแล้ว ส่วนที่ญี่ปุ่นคาดว่าในสัปดาห์นี้ อุณหภูมิในประเทศจะดิ่งลงต่ำสุดในรอบทศวรรษ

ด้านเกาหลีเหนือไม่เปิดเผยผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศเลวร้ายมากนัก แต่จังหวัดรยังกัง, ฮัมกยองเหนือ และฮัมกยองใต้ ซึ่งเป็นจังหวัดที่ยากจนที่สุดในแดนโสมแดง และอ่อนแอต่อสภาพอากาศรุนแรงต่างๆ มากที่สุด ล้วนอยู่ในภาคเหนือของประเทศ

สำนักข่าว เอ็นเค นิวส์ (NK News) ในสหรัฐฯ ซึ่งคอยรายงานข่าวเกี่ยวกับเกาหลีเหนือ ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่มีไฟฟ้าใช้ ครัวเรือนต่างๆ มักใช้การเผาไม้เพื่อให้ความอบอุ่นในฤดูหนาว นอกจากนั้น หลายครอบครัวยังใช้เพียงพลาสติกเป็นฉนวนกันความหนาวแก่บ้านของตัวเองเท่านั้น

เครือข่ายข่าวของ ‘Radio Free Asia’ องค์กรไม่แสวงกำไรซึ่งได้รับทุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ รายงานเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาว่า ประชาชนจำนวนมากในเกาหลีเหนือหายตัวไปในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ระหว่างเกิดภาวะอากาศหนาวสุดขั้วครั้งก่อน ซึ่งหลายฝ่ายคาดกันว่าพวกเขาอาจหนาวตาย ท่ามกลางภาวะขาดแคลนอาหาร

ที่มา : bbc

แผ่นดินไหว 5.6 เขย่าเนปาล ตาย 1 สะเทือนไกลถึงนิวเดลี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2611465

แผ่นดินไหว 5.6 เขย่าเนปาล ตาย 1 สะเทือนไกลถึงนิวเดลี

24 ม.ค. 2566 23:37 น.

แผ่นดินไหว 5.6 เขย่าเนปาล ตาย 1 สะเทือนไกลถึงนิวเดลี

เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.6 แมกนิจูดในภาคตะวันตกของประเทศเนปาล ทำให้บ้านเรือนเสียหายหลายสิบหลัง พบผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ

เมื่อวันอังคารที่ 24 ม.ค. 2566 เกิดแผ่นดินไหวความรุนแรงระดับ 5.6 แมกนิจูด ในภาคตะวันตกของเนปาลเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1 ศพ ในเขตห่างไกลของประเทศ บ้านเรือนพังเสียหายหลายสิบหลัง ขณะที่แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวสามารถรู้สึกได้ไกลถึงกรุงนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดีย

ตามรายงานของสำนักข่าว รอยเตอร์ส ทีมทหารและตำรวจถูกส่งไปยังเขตบาจูรา ทางตะวันตกของประเทศ และกำลังร่วมมือกับกลุ่มอาสาสมัครขนย้ายซากปรักหักพังเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต ขณะที่ นายเดบ บาฮาดูร์ โรคายา เจ้าหน้าที่ของหมู่บ้านเกามุล เผยว่า หญิงคนหนึ่งซึ่งขึ้นเนินเขาไปเก็บอาหารสัตว์ถูกหินที่ถล่มลงมาทับเสียชีวิต

สำนักสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่า จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวครั้งนี้อยู่ที่ความลึก 25 กม. ห่างจากเขตจุมลา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเนปาล ประมาณ 63 กม. และห่างเมืองหลวงกรุงกาฐมาณฑุมากกว่า 300 กม.

เจ้าหน้าที่เขตบาจูรา ซึ่งได้รับความเสียหายมากที่สุด ระบุว่า บ้านเรือนหลายสิบหลังถูกทำลาย หรือเกิดรอยร้าว เนื่องจากส่วนใหญ่สร้างจากดินและหิน

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นสามารถรู้สึกได้ไกลถึงกรุงนิวเดลี เมืองหลวงของประเทศอินเดีย โดยผู้ใช้การเครือข่ายสังคมออนไลน์ในอินเดียหลายคนออกมาแสดงความเห็นว่า รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนรุนแรง อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานความเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน.

ที่มา : cna

รอยรักรอยแค้น “ทักษิณ” ตกหลุมแผนลับ “ตู่ จตุพร”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/541652

ขุนน้ำหมึก

25 ม.ค. 2566

รอยรักรอยแค้น “ทักษิณ” ตกหลุมแผนลับ “ตู่ จตุพร”

แค้นจุกอก “ทักษิณ” เก็บทรงไม่อยู่ ตกหลุมพราง “ตู่ จตุพร” ระยะหลังเหินห่างจากนายใหญ่ ตั้งแต่ปั้นพรรคเพื่อชาติ ส่วนสหายร่วมรบ อารี ไกรนรา ชิงไปซบภูมิใจไทย

ปมแค้นข้ามปี “ทักษิณ” เก็บทรงไม่อยู่ ตกหลุมพราง “ตู่ จตุพร” เปิดสงครามปากถล่มนายเก่า แดงสายบ้านแจ้งวัฒนะ แฉกลับแผนสกัดแลนด์สไลด์     

“ตู่ จตุพร” มีระยะห่างจาก “ทักษิณ” ตั้งแต่ปั้นพรรคเพื่อชาติ ก่อนแยกวงมาจับมือทนายนกเขา ส่วนสหายร่วมรบ อารี ไกรนรา ชิงไปซบภูมิใจไทย

ค่ำวันที่ 24 ม.ค.2566 โทนี่ หรือ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาพบกับเอฟซีที่รายการแคร์ คิด เคลื่อนไทย โดยหนนี้เปิดให้คนทางบ้านเป็นคนตั้งคำถามเข้ามา

ช่วงท้ายรายการ มีคนฟังทางบ้านถามถึงกรณีจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน และประธาน นปช. วิพากษ์วิจารณ์ทักษิณ อย่างต่อเนื่อง ในตอนแรก ทักษิณก็เลี่ยงที่จะไม่พูดถึงเรื่องนี้ แต่สุดท้ายก็หลุดมาประโยคหนึ่ง

“ผมโดนประจำ 16 ปีแล้ว เป็นเรื่องธรรมดา ผมเฉย ๆ ผมโดนมาเยอะ โดนอีกสักตัวสองตัว ก็ไม่เป็นไร ผมปลง ผมเฉย โดนมาเยอะแล้ว”

คำว่า “ตัวสองตัว” ส่งผลให้ จตุพร พรหมพันธุ์ ไลฟ์เฟซบุ๊กตอบโต้ทันควัน โดยไม่มีเกรงใจกันอีกต่อไปแล้ว ชัดกันด้วยภาษาบ้านบ้าน เรียกว่า ตัดญาติขาดมิตรกันเลย 

แกนนำแดงสายบ้านแจ้งวัฒนะ ตั้งข้อสงสัยว่า ตู่ จตุพร ออกมาเคลื่อนไหวโจมตีนายใหญ่รายวัน ในช่วงใกล้ยุบสภาฯ น่าจะมีแผนลับลวงพราง เพื่อสกัดแลนด์สไลด์ 

‘ปมเด็กเจ๊แดง’

ไม่ใช่ครั้งแรกที่ “ตู่ จตุพร” เปิดศึกวิพากษ์ “ทักษิณ” และวงศาคณาญาติ โดยเฉพาะในสนามเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงใหม่ นัยว่า กรณีดังกล่าว นายใหญ่ไม่พอใจเอามากๆ

ปลายปี 2563 จตุพร พรหมพันธุ์ นำคณะแกนนำ นปช.สายพีซทีวี ไปเปิดเวทีปราศรัยช่วย บุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ แข่งกับ พิชัย เลิศพงศ์อดิศร พรรคเพื่อไทย 

  ปมแค้นลีก ทักษิณไม่พอใจที่ตู่ จตุพร ไปช่วยบุญเลิศ หาเสียงนายก อบจ.เชียงใหม่ปมแค้นลีก ทักษิณไม่พอใจที่ตู่ จตุพร ไปช่วยบุญเลิศ หาเสียงนายก อบจ.เชียงใหม่

พ่อเลี้ยงบุญเลิศ เปิดเวทีให้ตู่ จตุพร ถึง 7 อำเภอ โดยย้ำประเด็น บุญเลิศอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย และไม่ได้ย้ายฝั่งไปสวามิภักดิ์กลุ่มเผด็จการ 

ประธาน นปช.ยังพาดพิงถึงทักษิณ และเยาวภา ในกรณีที่ไม่ดูแลพวกเดียวกัน เมื่อบุญเลิศเจอปัญหากับ คสช. ก็ผลักให้ตระกูลบูรณุปกรณ์ ไปอยู่ฝั่งเผด็จการ

การเคลื่อนไหวของตู่ จตุพร สร้างความไม่พอใจให้ทักษิณเป็นอย่างมาก ช่วงโค้งสุดท้าย ทักษิณลงทุนเขียนจดหมายถึงชาวเชียงใหม่ให้เลือกพิชัย เป็นนายก อบจ.เชียงใหม่ จึงเอาชนะบุญเลิศ ได้เป็นนายก อบจ.เชียงใหม่

ใครก็รู้ว่า พิชัย เลิศพงศ์อดิศร เป็นสายตรงเจ๊แดง-เยาวภา วงษ์สวัสดิ์ และได้มีวางตัวพิชัยให้ลงสนามท้องถิ่นมานานแล้ว

มีรายงานข่าวว่า ช่วงปลายปีที่แล้ว แกนนำเพื่อไทยบางกลุ่มไปพบทักษิณที่ฮ่องกง นายใหญ่ก็ยังหยิบเอาเรื่องนี้มาพูดซ้ำ และตำหนิการกระทำของจตุพรอย่างรุนแรง

คำพูดของทักษิณในวงรับประทานอาหารที่ฮ่องกง มีหรือตู่ จตุพร จะไม่รับรู้ เพราะประธาน นปช.ทราบทุกการเคลื่อนไหวของคนแดนไกล มีใครไปพบบ้าง ทั้งซีกเพื่อไทย และซีก 3 ป.

‘เสื้อแดง-เสื้อสีน้ำเงิน’

“ตู่ จตุพร” เจอกลเกมของ “ทักษิณ” มาหลายครั้ง บางคราวก็ต้องกลืนเลือด อย่างกรณีพรรคเพื่อชาติ ที่เริ่มก่อการจากร้านกาแฟพีซ คอฟฟี่ แอนด์ไลบรารี่ ชั้น 5 อิมพีเรียล ลาดพร้าว ช่วงกลางปี 2561 โดยผู้ชายสามคนคือ จตุพร พรหมพันธุ์, สงคราม กิจเลิศไพโรจน์ และยงยุทธ ติยะไพรัช

จตุพรเคยเล่าเบื้องหลังการตั้งพรรคเพื่อชาติว่า มาจากแนวคิดแตกแบงก์พันเป็นแบงก์ร้อยของคนแดนไกล โดยที่พวกเขามิรู้เลยว่า นายใหญ่ได้ซ้อนแผนตั้ง พรรคไทยรักษาชาติ ไว้อีกชั้นหนึ่ง

หลังเลือกตั้งปี 2562 พรรคเพื่อชาติ ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 5 คน ประกอบด้วย สงคราม กิจเลิศไพโรจน์, ลินดา เชิดชัย, เพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล, ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช (ลูกสาวของยงยุทธ) และอารี ไกรนรา

เมื่อภารกิจหาเสียงให้พรรคเพื่อชาติเสร็จสิ้น ตู่ จตุพร ก็แยกทางกับยงยุทธ และสงคราม ไปสร้างอาณาจักรพีซทีวี

ปัจจุบัน อารี ไกรนรา อดีตหัวหน้าการ์ด นปช. ได้ทิ้งพรรคเพื่อชาติไปอยู่พรรคภูมิใจไทย โดยแกนนำ ภท.มอบให้อารี รับผิดชอบพื้นที่นครศรีธรรมราช

ถามว่า จตุพรกับอารี ยังคบหากันอยู่หรือไม่ นัยว่าสองคนนี้ ไม่ได้เจอกันมานานกว่า 2 ปี แต่ปัจจุบัน ไม่มีใครยืนยันข้อมูลเดิม จึงสันนิษฐานไว้ว่า น่าจะมีคนกลางคอยเชื่อมประสานสหายเสื้อแดงทั้งคู่

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ                   โดย … ขุนน้ำหมึก 

ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จากการโยนระเบิด ‘คนเสื้อแดง’ ถูกถีบหัวส่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/kom-daily/541629

25 ม.ค. 2566

ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จากการโยนระเบิด 'คนเสื้อแดง' ถูกถีบหัวส่ง

เชื่อ’แลนด์สไลด์’ไม่สะดุด หลังจตุพรจุดพลุ ทักษิณ ไม่เห็นหัวคนเสื้อแดง เรียกใช้เมื่อได้ประโยชน์ทางการเมือง

การขยับ อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ขึ้นมารั้งว่าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในนามพรรคเพื่อไทย  และมีชื่อติดลมบนในทุกโพลสำรวจทางการเมือง มีเหตุผลสำคัญสำคัญ 2-3ประการ นอกจากการการันตี ว่าทักษิณ ไม่ทิ้งการเมือง ไม่ทิ้งเพื่อไทย สืบทอดกันทางสายเลือด   มีความเป็นคนรุ่นใหม่ใส่ใจเทคโนโลยี ตามหน้าที่ประธานนวัตกรรมและการมีส่วนร่วมแล้ว ยังช่วยร้อยรัดอารมณ์ของแฟนคลับให้กลับมาคิดถึงทักษิณ จากม๊อตโต้แดงทั้งแผ่นดิน มาสู่แลนด์สไลด์ พร้อมๆกับเปิดปฏิบัติการถ่ายเลือดใหม่ โดยอดีตขุนพลไทยรักไทย  เป็นผู้ให้คำปรึกษา ซึ่งถูกมองว่าทำให้เกิดปัญหาทั้งภายในและภายนอก

แน่นอนว่าการขยับปรับเปลี่ยนผู้สมัครส.ส.หลายแห่ง แม้พรรคจะมีเหตุผลแต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมตามมา ยกตัวอย่าง เขตสี่นครพนม และ ดอนเมืองกรุงเทพ ที่อดีตคนเพื่อไทย ย้ายตามไปสมทบคุณหญิงสุดารัตน์ ซึ่งแตกหน่อออกไปสร้างอาณาจักรใหม่   การุณไม่ทิ้งใคร โยนระเบิดไว้กับนักรบในห้องแอร์ มีคนเสื้อแดงคัดค้านผู้สมัครที่มาแทน ณ เมืองชายแดนริมฝั่งโขง  ปรากฏการณ์เดียวกันนี้ กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดา  พรึ่บมาและวูบไป ในทุกพื้นที่ ที่มีการเปลี่ยนแปลง

ปรากฏการณ์ แดงชายแดน มิแน่ว่าจะเป็นเชื้อเพลิงหรือไม่ แต่ก็ทำให้มีปฏิกิริยา จากแดงรุ่นใหญ่ ย่านนวลจันทร์  จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ  ออกมาฟาดถึงนายเก่าว่าเล่นการเมืองน้ำเน่าเกี๊ยเซี๊ยะกับผู้มีอำนาจ  เริ่มจากการแยก นปช.ออกไปตั้งพรรคไทยรักษาชาติเมื่อการเลือกตั้งที่ผ่านมา  โดยไม่มีขบวนการคนเสื้อแดงเข้าไปเป็นสมกา ร เข้าทำนองไม่จำเป็นก็ไม่สนใจ อยากแลนด์สไลด์ก็เรียกหา ซึ่งเห็นว่าไม่แฟร์กับคนเสื้อแดง ที่ควรได้รับความเป็นธรรมจากการต่อสู้กว่าสิบปี และการเลือกตั้งครั้งนี้ มีท่าทีจะจบลงที่พรรคเพื่อไทย จับมือกับพรรคพลังประชารัฐ กลุ่มอำนาจที่กระทำกับคนเสื้อแดงอีกครั้ง

ภสพปนะกอบจากเพจ จตุพร พรหมพันธุ์ภสพปนะกอบจากเพจ จตุพร พรหมพันธุ์

จะว่าไปแล้วจตุพรบาดหมางกับทักษิณชัดเจน ตั้งแต่การเลือกตั้งนายกฯอบจ.โดยเฉพาะที่เชียงใหม่ จตุพร ซึ่งร่วมกับทนายนกเขา ก่อตั้งคณะหลอมรวมประเทศไทยเดินหน้าเคลื่อนไหวทางการเมืองเห็นว่า ทักษิณ ไม่แฟร์กับตระกูลบูรณุปกรณ์ ที่ยอมมอบกายถวายชีวิตทางการเมืองให้  การออกมาโยนระเบิดลูกใหญ่ยังคงอยู่ในบริบท น้อยใจแทนคนที่ถูกถีบหัวส่ง 

ภาพประกอบจากเพจ CAREคิดเคลื่อนไทยภาพประกอบจากเพจ CAREคิดเคลื่อนไทย

ในรายการแคร์ คิดเคลื่อนไทย ทักษิณ ส่งแมสเสจ นิยามคนเสื้อแดงว่า คือหัวใจที่รักความเป็นธรรมและประชาธิปไตย ความเป็นมนุษย์สำคัญที่สุดต้องรู้จักคุณรู้จักโทษ รู้จักเกลียดชังและให้อภัย นอกจาก อารี ไกรนรา จะหนีไปอยู่พรรคภูมิใจไทย เพื่อนฟ้องน้องพี่ที่อยู่พรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็น ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ก่อแก้ว พิกุลทอง  วิภูแถลง พัฒนาภูมิไทย และธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ์ ล้วนถนอมน้ำมิตร ไม่โต้ตอบ  สื่อสารออกมาในทำนองว่าการขยับตัวของจตุพร เพื่อนฝูง เข้าใจ   เพื่อดำรงเป้าหมายชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ ส่วนคนเสื้อแดงบางพื้นที่ออกมาเคลื่อนไหว  พรรคเพื่อไทยคงให้ราคาประมาณดาราประกอบฉาก  อย่างมากก็แค่กวนน้ำให้ขุ่น

บ้านใหญ่ลูกหมีอุ้ม “ประยุทธ์” ชน “ประวิตร” ชิงชุมพร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/541589

ขุนน้ำหมึก

25 ม.ค. 2566

บ้านใหญ่ลูกหมีอุ้ม "ประยุทธ์" ชน "ประวิตร" ชิงชุมพร

ศึกชิงชุมพร “ประยุทธ์” ยกทัพใหญ่ รทสช.บุกประตูสู่ภาคใต้ “ประวิตร” สู้ไม่ถอย ส่งทีมบ้านใหญ่ท้องถิ่นลงสู้ ส่วนลูกหมี ไฟต์บังคับต้องชน ส.ส.ตาร์ท หลานเมีย

ศึกคนกันเอง “ประยุทธ์” ยกทัพใหญ่ รทสช.บุกชุมพร “ประวิตร” สู้ไม่ถอย ส่งนักการเมืองท้องถิ่นเกรดเอ สวมเสื้อ พปชร. ชนทีมลูกหมี

“ประยุทธ์” ได้ลูกหมี ชุมพล บ้านใหญ่พลังชุมพร จัดทีมชิงเก้าอี้ ส.ส. 3 ที่นั่ง ไม่หลบหลานเมีย ส.ส.ตาร์ท ค่าย ปชป. สู้กันตามวิถีประชาธิปไตย

เป็นครั้งแรกในชีวิตอดีตนายทหารใหญ่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ จะขึ้นเวทีปราศรัยกลางแจ้ง บริเวณด้านหน้าเทศบาลเมืองชุมพร เย็นวันเสาร์ที่ 28 ม.ค.2566

ผู้จัดเวทีปราศรัยในครั้งนี้คือ ลูกหมี-สุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร อดีต ส.ส.ชุมพร ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ร่วมกับทีมงานนายกโต้ง-นพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร 

ด้านพรรคพลังประชารัฐ ก็มีกระแสข่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค จะลงพื้นที่ อ.ปะทิว และ อ.สวี เพื่อช่วยผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร พรรค พปชร.เช่นกัน

พล.อ.ประวิตร ได้เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร ครบทั้ง 3 เขตแล้ว โดยตั้งเป้าที่จะปักธงในเขต 1 และเขต 2 

ย้อนไปในการเลือกตั้งปี 2562 เสธ.แอ๊ด-พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เพื่อนรัก ตท.12 ของพล.อ.ประยุทธ์ จัดทัพผู้สมัคร ส.ส.ชุมพรทั้ง 3 เขต ในนามพลังประชารัฐ 

ภายหลัง พรรค พปชร.มีการเปลี่ยนแปลงผู้ดูแลพื้นที่ภาคใต้ เสธ.แอ๊ด-พล.ต.กลชัย จึงถอนตัวออกมา แต่ก็ยังสนับสนุน สมบูรณ์ หนูนวล อดีตผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร เขต 2 พปชร. ที่ย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทย 

‘ทีมพลังตู่’

ลูกหมี-ชุมพล อดีตแกนนำ กปปส. ชื่นชอบ “ประยุทธ์” มากกว่า “ประวิตร” จึงทุ่มเทสรรพกำลังช่วยพรรค รทสช.


เขต 3 (อ.หลังสวน อ.ละแม อ.พะโต๊ะ อ.ทุ่งตะโก) เป็นฐานที่มั่นของลูกช้าง-สุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร และพี่ชายลูกหมี น่าจะเป็นสนามที่บ้านใหญ่จุลใส คิดว่ามีแต้มต่อเหนือคู่แข่งทุกพรรค

ส่วนเขต 1 อ.เมือง และ อ.สวี เป็นฐานเดิมของลูกหมี มีความแหลมคมและละเอียดอ่อนในการต่อสู้ครั้งใหม่ของบ้านใหญ่จุลใส

สืบเนื่องจากตอนเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ชุมพร เขต 1 แทนลูกหมี บ้านใหญ่จุลใส ได้สนับสนุน ตาร์ท-อิสรพงษ์ มากอำไพ จนได้รับชัยชนะ และได้เป็น ส.ส.ชุมพร ในสีเสื้อพรรค ปชป.

เมื่อลูกหมี พาพี่ชาย-ลูกช้าง สุพล จุลใส และนพพร อุสิทธิ์นายก อบจ.ชุมพร ไปร่วมงานกับพรรค รทสช. ปรากฏว่า ส.ส.ตาร์ท ไม่ยอมย้ายตามไปด้วย 

 ลูกหมี ชุมพล จุลใส นำทีมพลังชุมพร มาร่วมงานเปิดตัว พล.อ.ประยุทธ์ ลูกหมี ชุมพล จุลใส นำทีมพลังชุมพร มาร่วมงานเปิดตัว พล.อ.ประยุทธ์

ด้วยเหตุนี้ ลูกหมีจึงส่งคนสนิท สจ.ชัย-วิชัย สุดสวาทดิ์ สวมเสื้อพรรค รสทช.ลงแข่งกับ ส.ส.ตาร์ท-อิสรพงษ์ มากอำไพ พรรค ปชป.

ส.ส.ตาร์ท-อิสรพงษ์ มากอำไพ เป็นลูกชายของโกหีต-อำไพ และมารยาท มากอำไพ เจ้าของสัมปทานรังนกแถวหาดทรายรี และเจ้าของร้านทองเพชรนพเก้า หลายสาขาในชุมพร โดยภรรยาของลูกหมี ก็คือคนในตระกูลมากอำไพ

ว่ากันว่า ลูกหมีพยายามเจรจาให้ ส.ส.ตาร์ท หลานภรรยา ย้ายมาอยู่พรรค รทสช. พร้อมให้ สจ.ชัย ถอนตัว แต่หากว่า ส.ส.ตาร์ท ยังตัดสินใจอยู่พรรค ปชป. ก็ต้องสู้กัน

ดังนั้น สมัยหน้า สนามชุมพร เขต 1 จะเป็นศึกคนกันเอง ระหว่าง สจ.ชัยตัวแทนบ้านใหญ่จุลใส กับ ส.ส.ตาร์ท ลูกชายโกหีต บ้านใหญ่ท่ายาง ต.ท่ายาง อ.เมือง จ.ชุมพร

 ส.ส.ลูกช้าง สุพล จุลใส เต็งหนึ่งของ รทสช.ส.ส.ลูกช้าง สุพล จุลใส เต็งหนึ่งของ รทสช.

‘ทีมพลังป้อม’

พรรคของ “ประยุทธ์” วาดหวังจะชนะยกจังหวัดชุมพร แต่ “ประวิตร” คงไม่ยอมให้ทีมลูกหมี กวาดเก้าอี้ ส.ส.ไปได้ง่ายๆ

พรรค พปชร.ภายใต้การนำของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังมั่นใจว่า นโยบายบัตรประชารัฐ 700 บาทยังขายได้ เฉพาะสนามชุมพร พรรค พปชร.ตั้งเป้าไว้ 2 เขต

นายกโท้ง-สุรชัย แดงละอุ่น นายก อบต.สวี อ.สวี จ.ชุมพร ได้เปิดตัวเป็นผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร เขต 1 โดยนายกโท้ง มีฐานเสียงแน่นใน อ.สวี เพราะเคยเป็นกำนัน ต.ปากแพรก และนายก อบต.สวี มาแล้ว 2 สมัย

ส่วนเขต 2 พรรค พปชร. ส่ง สจ.เล็ก-สมมิตร ทองเหลือ ส.อบจ.ชุมพร เขต อ.ปะทิว ลงสนาม ซึ่งเดิมที สจ.เล็ก เคยอยู่ในกลุ่มพลังชุมพร ของกลุ่มลูกหมี-ลูกช้าง 

ชุมพร เขต 2 (อ.ท่าแซะ, อ.ปะทิว) เป็นฐานเสียงของ สราวุธ อ่อนละมัย ส.ส.ชุมพร พรรค ปชป. โดย ส.ส.เอก สราวุธ เป็น ส.ส.ชุมพร มาแล้ว 3 สมัย

ในช่วงการเลือกตั้งนายก อบต. ลูกช้าง-สุพล ได้ส่งทีมพลังชุมพร เข้าไปยึด อบต.ในเขต อ.ท่าแซะ และ อ.ปะทิว ไว้ได้หลายแห่ง 

ด้วยเหตุนี้ ลูกหมี-ลูกช้าง จึงส่ง สันต์ แซ่ตั้ง รองนายก อบจ.ชุมพร และมือขวาลูกหมี ลงสนามเขต 2 ชนกับ ส.ส.เอก สราวุธ และ สจ.เล็ก เด็กปั้นของลุงป้อม

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ                  โดย … ขุนน้ำหมึก

เคาะแล้ววัน”ซักฟอก”รัฐมนตรี 15-16 ก.พ.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541674

25 ม.ค. 2566

เคาะแล้ววัน"ซักฟอก"รัฐมนตรี 15-16 ก.พ.นี้

วิป 3 ฝ่าย หารือกำหนดการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 วันที่ 15-16 ก.พ.นี้ ฝ่ายค้าน 24 ช.ม. ฝ่ายรัฐบาล 8 ช.ม.

เป็นที่ถกเถียงถึงการกำหนดวันอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 โดยก่อนหน้านี้ฝ่ายค้าน เสนอให้เป็นช่วงต้นเดือน ก.พ.66 แต่ฝ่ายรัฐบาลกลับแจ้งขอเป็นหลัง 15 ก.พ. เนื่องจากรัฐมนตรีหลายท่านติดภารกิจ 

ล่าสุดมีความคืบหน้าจากที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย คือ คณะรัฐมนตรี,วิปฝ่ายค้าน และวิปรัฐบาล เห็นพ้องตรงกันกำหนดวันอภิปรายทั่วไปฯ คือ วันที่ 15 และ 16 กุมภาพันธ์ 2566 ฝ่ายค้านได้เวลา 24 ชั่วโมง ภายใต้ยุทธการ “ถอดหน้ากากคนดี” และรัฐบาลได้เวลา 8 ชั่วโมง

นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน เผยว่า แม้จะมีกระแสข่าวอาจเกิดการยุบสภาในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ แต่ในที่ประชุมวันนี้ไม่ได้มีการหยิบยกมาหารือ

สำหรับระยะเวลาของการอภิปรายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ จะเริ่มประชุมตั้งแต่เวลา 09:30 น. จนถึงเวลา 02:30 น. ของอีกวันนึง ซึ่งฝ่ายค้านจะใช้เวลาในการอภิปราย ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงในกรอบเวลาไม่เกิน 23:00 น. และเวลาจากนั้นจัดสรรให้คณะรัฐมนตรีตอบคำถามชี้แจง

ส่วนวันที่ 16 กุมภาพันธ์ จะเริ่มอภิปรายในเวลา 09:00 น. และให้แล้วเสร็จภายใน 24:00 น. 

ไม่มีกฎหมาย ติดเงื่อนไขเวลา ยัง’ยุบสภา’ไม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541654

25 ม.ค. 2566

ไม่มีกฎหมาย ติดเงื่อนไขเวลา ยัง'ยุบสภา'ไม่ได้

กกต.เตรียมพร้อมทุกอย่างแล้ว แจงไทม์ไลน์ต้องใช้เวลา 45 วัน จัดการ’เลือกตั้ง’ยังไม่ได้ และจะยิ่งวุ่นวายหากมีการยุบสภา

แสวง บุญมี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งยืนยันว่า กกต.ร่างกฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับการเลือกตั้งไว้ทั้งหมดแล้ว ขณะนี้ รอเพียงกฎหมายเลือกตั้งบังคับใช้ โดยอายุสภาจะครบวันที่ 23 มีนาคม66 ตามแผนเลือกตั้งวันที่ 7 พฤษภาคม แต่ก่อนที่อายุสภาจะครบ  ต้องมีเขตเลือกตั้งก่อน

โดย กกต.จะมีเวลา 25 วันหลังกฎหมายเลือกตั้งมีผลบังคับใช้เพื่อแบ่งเขต  แบ่งเป็นการดำเนินการในส่วนของจังหวัดจะมีเวลาดำเนินการแบ่งเขต 5-7 วัน นับจากอายุสภาสิ้นสุดลง รับฟังความเห็นประชาชน พรรคการเมือง 10 วัน ขั้นตอนการพิจารณาของ กกต.อีก 7 วัน รวม 25 วัน  หากยุบสภาช่วงนี้ ก็หวาดเสียวเพราะจะไม่มีเขต และสมัครรับเลือกตั้งไม่ได้  เนื่องจากยังไม่มีกฎหมายเลือกตั้ง

นอกจากนี้ในส่วนของพรรคการเมืองเอง ยังมีขั้นตอนต้องทำไพรมารี่โหวต 6-7 ขั้นตอน ใช้เวลาประมาณ 20 วัน จึงจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ โดยตามข้อมูลขณะนี้มีพรรคที่มีสาขาหรือตัวแทนครบทุกจังหวัดซึ่งจะสามารถส่งผู้สมัครได้ครบทุกเขต เพียง 3 พรรค   หากพูดตามทฤษฎีเราต้องมีเวลา 25+20 วัน ก่อนสภาหมดวาระ ถึงจะทำให้จัดการเลือกตั้งได้เรียบร้อย โดย 45 วันดังกล่าวจะต้องนับจากวันที่กฎหมายเลือกตั้ง มีผลใช้บังคับในราชกิจจานุเบกษา

เลขาฯกกต.ยอมรับว่ามีความกังวลอยู่เหมือนกันว่าจะมีเวลา 45 วัน ก่อนครบวาระสภา หรือยุบสภาหรือไม่ ทั้งนี้หากจะให้การเลือกตั้งปลอดภัยต้องนับจากวันที่ 23 มีนาคม ย้อนขึ้นมา 45 วัน ซึ่งคือประมาณต้นเดือนกุมภาพันธุ์ และหากยุบสภาก็จะเร็วขึ้นกว่าเดิม

ทั้งนี้ถ้ากฎหมายมีผลใช้บังคับแล้วยุบสภาเลย กกต.จะไม่มีเวลาในการทำงานเลย เพราะหลังยุบสภา 5 วันต้องเปิดรับสมัคร แต่กกต.ยังไม่ได้แบ่งเขต และพรรคการเมืองเองก็จะไม่มีเวลาทำไพรมารีโหวต ซึ่งถือเป็นข้อจำกัดทางการเมือง ที่ได้แจ้งเตือนพรรคการเมืองไปแล้ว

เลขาฯกกต.บอกว่า ด้วยกติกาที่เปลี่ยนไป การเมืองที่เปลี่ยนไป แม้การแข่งขันจะสูสีเข้มข้น แต่เงื่อนไขเอื้อต่อการทำงานของ กกต. มากขึ้น โดยสิ่งที่จะทำให้เราได้รับความน่าเชื่อถือต้องทำคือการทำหน่วยเลือกตั้งให้ดี ในช่วงเวลา 12-15 ช.ม. ตั้งแต่เปิดหีบจนถึงการรายงานผลคะแนน ซึ่งต้องมีประสิทธิภาพ มีการจัดการที่ดี โปร่งใส ให้ทุกคนมีส่วนร่วม ตรวจสอบได้หากเกิดปัญหา

“องอาจ” โต้ แจก500เข้าคูหา แนะสร้างจิตสำนึกไม่เลือกพวกขายเสียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541620

25 ม.ค. 2566

"องอาจ" โต้ แจก500เข้าคูหา แนะสร้างจิตสำนึกไม่เลือกพวกขายเสียง

“องอาจ” โต้ แจก500เข้าคูหาเลือกตั้ง ไม่ได้ผล ควรตอบแทนแผ่นดินด้วยวิธีอื่น แนะสร้างจิตสำนึกไม่เลือกพวกขายเสียง

เป็นที่วิพากษ์ วิจารณ์ กันอย่างมาก สำหรับการเสนอแจกเงิน 500 บาท ให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อแก้ปัญหาซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งหากประเด็นดังกล่าวผ่าน จะต้องใช้งบประมาณถึง 20,000 ล้านบาท 

โดยนายวงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี ส.ว. ในฐานะเลขานุการ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ได้ชี้แจง ว่า การเข้าคูหาเลือกตั้ง เป็นการตอบแทนแผ่นดิน เลือกคนดี ประชาธิปไตยกินได้ 

วันที่ 25 ม.ค.2566 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส. และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตอบกลับในประเด็นนี้ เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น ควรตอบแทนคุณแผ่นดินด้วยวิธีการอื่นๆ อีกมากมายหลายวิธีจะดีกว่า 

ส่วนการแจกเงินเพื่อให้คนออกมาใช้สิทธิ์มากขึ้นนั้น ปัจจุบันเลือกตั้ง ส.ส. จะมีคนออกมาใช้สิทธิ ประมาณ 70-80 เปอร์เซนต์กันอยู่แล้ว ไม่ควรคิดเพียงว่าให้คนออกมาใช้สิทธิเยอะๆเท่านั้น แต่ควรช่วยกันทำให้คนออกมาใช้สิทธิในเชิงคุณภาพมากกว่า ดีกว่าจ่าย 500 บาท 

สำหรับการซื้อสิทธิขายเสียง มองว่า เป็นเรื่องที่วนเวียน วงจรออุบาทว์มาตลอด เพราะผู้ซื้อเสียง เมื่อได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. และมีโอกาสเข้าไปมีอำนาจบริหารราชการแผ่นดิน ก็ย่อมใช้อำนาจในทางมิชอบ กอบโกยโกงกินแล้วนำเงินจากการทุจริตมาซื้อเสียง เพื่อให้กลับเข้าไปมีอำนาจจะได้ทุจริตแล้วนำเงินส่วนหนึ่งมาซื้อเสียง ดังนั้นควรช่วยกันรณรงค์ดัดหลัง ไม่เลือกนักการเมืองเหล่านี้ ให้สอบตก