‘อุ้ม ทวีพร’เคลียร์ทุกประเด็นดราม่า! พร้อมเปิดเรื่องสถานะหัวใจ ยอมรับว่าเป็น LGBTQ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/731704

'อุ้ม ทวีพร'เคลียร์ทุกประเด็นดราม่า! พร้อมเปิดเรื่องสถานะหัวใจ ยอมรับว่าเป็น LGBTQ

‘อุ้ม ทวีพร’เคลียร์ทุกประเด็นดราม่า! พร้อมเปิดเรื่องสถานะหัวใจ ยอมรับว่าเป็น LGBTQ

วันพฤหัสบดี ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 17.57 น.

อุ้ม ทวีพร เคลียร์ประเด็นดราม่า คนมงไม่ปัง! พร้อมเปิดเรื่องสถานะหัวใจ ยอมรับว่าเป็น LGBTQ

อุ้ม ทวีพร พริ้งจำรัส มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2023 เปิดใจหลังได้รับตำแหน่งมิสแกรนด์ไทยแลนด์คนล่าสุด  พร้อมเคลียร์ทุกประเด็นดราม่า กระแสแฟนคลับนางงามบูลลี่ ตอบคอมเมนท์ชาวเน็ต คนมงไม่ปัง เหมือนรุ่นพี่ อิงฟ้า วราหะทำเอาสาวอุ้มเครียดสุดๆ พร้อมเล่าวีรกรรมสุดแสบในวัยเด็ก พร้อมเปิดใจเรื่องความรักและยอมรับว่าเป็น LGBTQ ทุกประเด็นในรายการคุยแซ่บshow ทางช่องOne31 ที่มี บูม สุภาพร และพีเค ปิยวัฒน์ ดำเนินรายการ 

ต้องปรับตัวเยอะมั้ย?

อุ้ม : ปรับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลย ก่อนหน้านี้ไม่มีใครรู้จัก แต่วันนี้เราไปไหนมาไหนมีคนรู้จักมากขึ้น ตรงนี้ต้องปรับตัวเยอะมาก แต่เป็นสิ่งที่ดีและอุ้มก็ดีใจมากๆ วันนี้หน้าที่การงานมีมากขึ้น มันเปลี่ยนชีวิตอุ้มมากจริงๆ

วันที่ได้ตำแหน่ง วินาทีนั้นคิดอะไร?

อุ้ม :ตอนที่ตอบคำถามเสร็จ ค่อนข้างมั่นใจว่าจะมง ตอนแรกไม่มั่นใจขนาดนั้นคิดว่าแค่น่าจะเข้าลึก ด้วยประสบการณ์อะไรหลายๆอย่าง เราถือเป็นตัวเต็งคนนึงเลย แต่พอไปตอบคำถามเสร็จแล้วเดินกลับมาเราเห็นหน้าเพื่อนก็คิดว่ามงแน่ๆ

สลับตำแหน่งบนเวทีเพราะเป็นเคล็ด?

อุ้ม : หนูกับเทียทำฟาร่าคนละฝั่ง ถ้ายืนแล้วเราหันข้างเหมือนกัน ถ้าไม่สลับผมจะบังหน้า เลยสลับกัน ไม่ได้ถือเคล็ดอะไร

ได้มงดราม่าหนักกว่าเดิม?

อุ้ม :วันที่มงกระแสตอบรับดีมาก พอตื่นเช้ามาอีกวันดราม่าเยอะมาก ดราม่าพอกผิวไม่ภูมิใจในตัวเองหรอ หนูได้รับคำแนะนำจากบอสมาว่าให้เปลี่ยนลุคมั้ย ลองหวานดูมั้ย เราปรึกษากับทีมว่าจะทำอะไร เราเป็นคนผิวแทนเลยคิดว่างั้นลงผิวขาวไปเลย แต่มันไม่ได้ผิดกฏ หนูก็ปล่อยผ่านไม่ได้ทำให้ซีเรียส

คอมเมนท์อะไรที่ทำให้เราซีเรียส?

อุ้ม :หนูเป็นคนที่ตัดเรื่องพวกนี้ได้เก่งมาก เรื่องที่เค้าว่ามันไม่ได้รุนแรงหรือส่งผลกระทบต่อใครมากขนาดนั้นค่ะ ส่วนเรื่องที่กระทบจิตใจหนูมากๆ เป็นเรื่องดราม่ากับพี่ณวัฒน์ อันนั้นทำให้หนูเครียด ตอนนั้นหนูยังอยู่ในฐานะผู้เข้าประกวด อีกอย่างหนูทำให้องค์กรถูกพาดพิง เป็นสิ่งที่ทำให้หนูซีเรียสมาก หนูก็ขอโทษและก็โพสต์ในโซเชียลให้ชัดเจนว่าเป็นความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเรา คนที่ผิดในเรื่องนี้มีหนูคนเดียว 

คิดว่าจะถูกเด้งมั้ย?

อุ้ม :หนูคิดเลยจังหวะนั้น หนูกลับเข้ามาประกวดคิดอย่างเดียวว่าต้องมง พอเจอดราม่าคือทำให้หนูสบายใจขึ้น หนูลดความคาดหวังไปเลย หนูบอกแฟนคลับว่าโอเคมั้ยถ้าหนูไม่ได้ไปถึงที่พวกเค้ากำลังซัพพอร์ต เค้าบอกไม่เป็นไร แล้วพี่สู้มั้ย ถ้าเราสู้เค้าก็สู้ ตอนนั้นมันเสียใจกับตัวเอง ทำไมเราคิดน้อยอย่างนั้น เราทำการบ้านมาดี แต่ทำไมเราพลาดในส่วนนั้นไป

อะไรทำให้ปีนี้รู้สึกว่าต้องมง?

อุ้ม :เวทีเป็นเวทีประกวดแรกของชีวิตหนู ตั้งใจจะมาปิดเส้นทางการประกวดนางงามในเวทีแรกให้เป็นเวทีสุดท้ายเช่นกัน เลยเลือกจะมาที่นี่ หนูมั่นใจว่ากลับมาครั้งนี้เตรียมตัวมาดีมาก หนูอยากกกลับมาเวทีที่เป็นเหมือนบ้านของหนูอยากกลับมาในปีที่มั่นใจว่าสวยที่สุด

มีดราม่ากับอิงฟ้า วราหะ?

อุ้ม : ปีพี่อิงฟ้าคืออิงฟ้ามหาชนจริงๆ ทุกคนรู้จัก แล้วไม่ใช่แค่ในประเทศรวมถึงต่างประเทศ มันเป็นปีที่บูมมากๆ พอมาถึงปีหนูคนก็เริ่มคาดหวัง ปังไม่เท่า ดังไม่เท่า เค้าตีข่าวเข้ามา แต่ตัวหนูไม่เครียด ไม่รู้สึกอะไรเลย ที่หนูตัดสินใจมาประกวดหนูรู้อยู่แล้วค่ะว่าหายาก นางงามที่จะเป็นแบบพี่ฟ้า ไม่เคยเอาตัวเองไปเทียบกับเค้าเลย ความสวยเป็นเรื่องปัจเจก แต่สุดท้ายแล้วโชคชะตาไม่เหมือนกัน หนูอยากจะทำให้ดีที่สุดในเวลย์ของหนู หนูไม่เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับพี่เค้าเลยสักครั้ง แต่อยากกลับเข้ามาสร้างตัวตนใหม่ มาหาจุดยืนของตัวเอง แล้วก็มาหาเงิน หนูไม่ได้เก็เอามาเป็นปมในใจ

เป็นลูกรักของบอส?

อุ้ม :ไม่อยากให้มองว่าเป็นลูกรัก อยากให้ถามว่าทำยังไงให้เค้ารักและเอ็นดูหนูมากกว่า เพราะหนูเป็นคนไม่เถียงแต่เป็นคนทำ หนูพยายามปรับพยายามแก้ไข และหนูเป็นคนมีความพยายาม บางอย่างมันเหนื่อยมาก สุดท้ายอุปสรรคมันทำให้มงเราขลัง

กระแสจิ้น?

อุ้ม : กับมีนาค่ะ มีนเบ๊บ ด้อมของหนูจะเรียกกันเตงเบ๊บ จนกลายเป็นติด เวลาเค้าเรียกเบ๊บ เราก็หันเลยเพราะรู้ว่าเค้าเรียกเรา มันเกิดมาจากคนเอาคลิปหนูมาตัดกันแล้วใส่เพลงให้มันน่ารัก แต่บทสนทนาไม่ได้น่ารักเลย หนูกับมีนาสนิทกันอยู่แล้ว นิสัยคล้ายๆกัน คุยกันรู้เรื่อง 

ก็อปกระแสจิ้น?

อุ้ม :อุ้มกับมีนามาอย่ด้วยกันจนเกิดกระแสคู่จิ้น มันเกิดตามธรรมชาติ โดยที่เราไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเกิดขึ้นได้ยังไง ตัวอุ้มเลยเคยปรึกษากับมีนามันจะอึดอัดมั้ยคนเค้าคาดหวังอยู่ด้วยกัน อยากให้มีความรู้สึกดีๆต่อกันอยากให้เป็นแฟนกัน เพื่อนก็บอกไม่เป็นไรหรอก เราก็เป็นตัวเราเองดีกว่า ถ้าจะมองเป็นการแสดงหรือจัดฉากแต่อยากบอกคนที่รักมากกว่าดีใจที่เป็นส่วนนึงที่ทำให้มีความสุข เราจะเป็นตัวเราในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด ขอบคุณการซัพพอร์ตค่ะ

ตอนเด็กๆเกือบไม่ได้เรียนต่อ?

อุ้ม :บ้านอยู่ต่างจังหวัด สมัยที่เรียนช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อบางคนมีครอบครัวไปเร็ว มันเป็นเรื่องปกติมากในยุคของหนูแม่ค่อนข้างจะเลี้ยงหัวโบราณหวงมาก รอบบ้านไปมีครอบครัวไปหมดแล้ว เค้าอยากตัดไฟตั้งแต่ต้นลมงั้นไม่ต้องไปเรียนแล้วกันให้อยู่ทำไร่ หวงมาก หนูก็ไม่ยอมหนูอยากเรียน หนูอยากมาเป็นสาวกรุงเทพ

มาประกวดแม่หวงมั้ย?

อุ้ม :ญาติก็ช่วยให้ไปเถอะ ความฝันคืออยากสวย หนูบอกไม่ต้องส่งหนูเรียนก็ได้ หลังจากนี้จะรับผิดชอบชีวิตตัวเอง พี่สาวก็ช่วย แม่ก็โอเคเพราะหลายคนช่วยกันพูด เรามาสอบได้ที่เรีนก็เข้ามาอยู่กรุงเทพ เราก็เป็นนักศึกษาทั่วไปประกวดดาวเดือน เริ่มจับทางถูกเราก็ไปทำงานที่ได้ค่าขนมมาบ้าง ก็เก็บเงินทำจมูก หนูจะสวยคิดว่าต้องสวย

ทำจมูกชีวิตเปลี่ยน?

อุ้ม :เปลี่ยนเลย มาเจอกับคุณแม่คนนึงเค้าบอกประกวดนางงามมั้ย ก็ขอทำหน้าอกก่อน หลังจากนั้นเข้าเวทีมิสแกรนด์2017 หนูไปดูมิสแกรนด์อินเตอร์ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพได้บัตรฟรี บอกพี่ๆตรงนั้นว่า คอยดูนะวันนึงหนูจะไปยืนตรงนั้น ทุกอยางในชีวิตมันมีสตอรี่ว่าหนูเคยพูดไว้จะทำให้ได้ อาจจะช้าไป แต่วันนึงเราทำสำเร็จ 

ประกาศเป็น LGBTQ สเปคเป็นยังไง?

อุ้ม : สเปคผิวเผินคือชอบคนขาว แต่ไม่ได้ติดต้องเป็นเพศอะไร คบคนเลือกที่ตัวบุคคล 

ถ้าจะมีใครต้องไปขอบอสมั้ย?

อุ้ม : บอสไม่ห้ามหนูเลยนะ แต่ยังไม่ได้เข้าไปนั่งเปิดใจคุย หนูโสดอยู่แล้วไงคะ ทำงานก่อน

ไปทาง LGBTQ เพราะมูเตลู?

อุ้ม : ไปฮ่องกง ครั้งแรกที่ไป ไปผูกด้ายแดง มัวแต่ถ่ายรูป จะมีคนบอกว่าต้องทำยังไงบ้างเราไม่ได้ฟัง ก็ไปผูกเสร็จก็วิ่งออกมา เราผูกผิดฝั่งไปผูกฝั่งผู้หญิง แต่ปกติชีวิตหนูไปไหนมาไหนก็มีผู้ชายเข้ามาจีบ ไม่คิดว่าตัวเองเป็นเทสของกลุ่มLGBTQ พอกลับมาจากฮ่องกง มาจากไหนไม่รู้ ผู้ชายหายไปหมดเลย ใช้คำว่ากระเจิง

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์  เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

‘แทค ภรัณยู’ทนไม่ไหว! ชวน’พี่ศรี’สวมนวมคุย หลังจ่อร้องกกต. ยุบพรรคจัดตั้งรบ.ก้าวไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/731633

'แทค ภรัณยู'ทนไม่ไหว! ชวน'พี่ศรี'สวมนวมคุย หลังจ่อร้องกกต. ยุบพรรคจัดตั้งรบ.ก้าวไกล

‘แทค ภรัณยู’ทนไม่ไหว! ชวน’พี่ศรี’สวมนวมคุย หลังจ่อร้องกกต. ยุบพรรคจัดตั้งรบ.ก้าวไกล

วันพฤหัสบดี ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 14.57 น.

วันที่ 18 พฤษภาคม 2566 นายศรีสุวรรณ จรรยา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า “สงสัย เอก-ป๊อก-ช่อ ไปร่วมวงสนทนาการตั้งรัฐบาลในนามพรรคอะไร? ในเมื่อตนไม่ใช่สมาชิกพรรคการเมืองใด และหมดสถานะผู้ช่วยหาเสียงแล้ว”

พร้อมระบุด้วยว่า “เรื่องนี้ต้องถึง กกต.” อาจเข้าข่ายไปครอบงำ ชี้นำ กิจกรรมของพรรคการเมือง หรือพรรคการเมืองปล่อยให้บุคคลที่ไม่ใช่สมาชิกพรรคมาครอบงำ ชี้นำได้ อันอาจเป็นการฝ่าฝืน ม.28 ม.29 แห่ง พรป.พรรคการเมือง 2560 เป็นเหตุให้ กกต.สามารถเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมืองทั้ง 6 พรรคที่ร่วมหารือกันตั้งรัฐบาลได้ ตาม ม.92(3) ของกฎหมายข้างต้น

ด้านดาราหนุ่ม แทค ภรัณยู ก็ได้เข้าไปคอมเมนต์ใต้โพสต์ดังกล่าวด้วยว่า “พี่ศรี ว่างมาเรียนเขิญ มาถ่ายรายการผมสักยกไหม เดียวจัด ให้อย่างงามเลย พูดเคยเฉยๆๆ ข้างหลังเป็น เวทีมวย สนใจทักมานะพี่ศรี”

พร้อมกันโพสต์ข้อความในเฟซบู๊กอีกว่า “กูอยาก นั่งถ่ายรายการ กับ พี่ศรี จริงๆ อยากจะลองสักยก มาเป็นไง ชีวิตเป็นแบบไหน โตมายังไง ตะบี้ตะบัน ฟ้องไปทั่ว ค” และ “มาพี่ อยากสุดมานี้ ทักไปละนะ แชร์ไปทุกคนอยากคุยด้วย”

‘ยิปซี’อวดความฮอตในชุดบิกินี ร้อนแรงยิ่งกว่าอากาศเมืองไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

'ยิปซี'อวดความฮอตในชุดบิกินี ร้อนแรงยิ่งกว่าอากาศเมืองไทย

‘ยิปซี’อวดความฮอตในชุดบิกินี ร้อนแรงยิ่งกว่าอากาศเมืองไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 14.39 น.

18 พ.ค.66 แซ่บซี๊ดไม่มีใครเกินจริงๆ สำหรับนักแสดงสาว “ยิปซี คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์” ที่มักจะเห็นเจ้าตัวในชุดสุดแซ่บ อวดหุ่นเป๊ะผ่านอินสตาแกรมอยู่บ่อยๆ

ล่าสุด สาวยิปซี ก็ได้ควงแฟนหนุ่มไปเที่ยว พร้อมกับโพสต์ภาพสุดสวีทจูบปากกันหวานชื่น และแน่นอนไปเที่ยวทั้งทีเจ้าตัวก็ไม่พลาดที่จะงัดชุดว่ายน้ำมาแชะภาพโชว์ความแซ่บ โดยครั้งนี้สาวยิปซีหยิบบิกินีสีชมพูบานเย็นมาแชะภาพริมสระน้ำ โชว์หุ่นสุดเป๊ะ อกเป็นอกเอวเป็นเอว ทำเอาไอจีแทบลุกเป็นไฟจริงๆ

.-011

‘ชมพู่ อารยา’เฉิดฉายวันที่ 2 เดินพรมแดงเมืองคานส์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/731599

'ชมพู่ อารยา'เฉิดฉายวันที่ 2 เดินพรมแดงเมืองคานส์

‘ชมพู่ อารยา’เฉิดฉายวันที่ 2 เดินพรมแดงเมืองคานส์

วันพฤหัสบดี ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 12.02 น.

18 พ.ค.66 เข้าสู่วันที่ 2 เป็นที่เรียบร้อย สำหรับเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ครั้งที่ 76 สำหรับวันนี้ซุปตาร์สาว “ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต” มาในลุคสุดอลังการกับชุดเกาะอกกระโปรงยาวประดับคริสตัล พร้อมชายกระโปรงฟูฟ่องโทนสีอ่อน จากแบรนด์ Nicolas Jebarn ของดีไซเนอร์ชาวเลบานอน พร้อมเครื่องประดับชั้นสูงสร้อยคอและแหวนตัวเรือนแพลทินัมประดับ คอลเลกชั่น Le Magnifiche จากแบรนด์ Bulgari

โดยลุคนี้ประดับด้วยเมคอัพที่อินเทรนด์กับ Second Line หรือ เล่นกับอายไลเนอร์ทั้งบนและล่าง พร้อมริมฝีปากสีแดงขอบปากเบลอ เรียกได้ว่าดูหรูอยู่แพง ทั้งชุดและเมคอัพ เรียกความสนใจจากช่างภาพและผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก

.-011

ภาพจาก lofficielthailand

ภาพจาก lofficielthailand

ภาพจาก lofficielthailand

ภาพจาก lofficielthailand

ภาพจาก lofficielthailand

ภาพจาก lofficielthailand

ภาพจาก lofficielthailand

ภาพจาก lofficielthailand

ภาพจาก lofficielthailand

ภาพจาก lofficielthailand

ภาพจาก gettyimages

ภาพจาก gettyimages

ภาพจาก gettyimages

ภาพจาก gettyimages

ภาพจาก gettyimages

ภาพจาก gettyimages

ภาพจาก gettyimages

ภาพจาก gettyimages

ภาพจาก gettyimages

ภาพจาก gettyimages

ดีต่อใจ! ‘ใบเฟิร์น’จัดทริปทะเล สวมชุดว่ายน้ำแจกความสดใส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/731584

ดีต่อใจ! 'ใบเฟิร์น'จัดทริปทะเล สวมชุดว่ายน้ำแจกความสดใส

ดีต่อใจ! ‘ใบเฟิร์น’จัดทริปทะเล สวมชุดว่ายน้ำแจกความสดใส

วันพฤหัสบดี ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 10.36 น.

18 พ.ค.66 เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งดาราขวัญใจหนุ่มๆ อีกคนหนึ่ง สำหรับสาว “ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์” โดยล่าสุดเจ้าตัวได้จัดทริปไปเที่ยวทะเลกับแก๊ง โดยในทริปนี้ใบเฟิร์นมาในชุดว่ายน้ำสีขาวเล่นน้ำทะเล พร้อมกับแจกความสดใส อวดหุ่นสวยสับเอวบางๆ ผิวขาวเนียนตา โพสท่าให้ตากล้องแชะภาพแบบรัวๆ กันเลยทีเดียว

.-011

กศน.ยกระดับเป็น กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ตั้งศูนย์การเรียนรู้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ดูแลปชช.ทุกช่วงวัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/731635

กศน.ยกระดับเป็น กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ตั้งศูนย์การเรียนรู้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ดูแลปชช.ทุกช่วงวัย

กศน.ยกระดับเป็น กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ตั้งศูนย์การเรียนรู้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ดูแลปชช.ทุกช่วงวัย

วันพฤหัสบดี ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 15.21 น.

“กศน.” ยกระดับเป็น “กรมส่งเสริมการเรียนรู้” ตั้งศูนย์การเรียนรู้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ดูแลประชาชนทุกช่วงวัย

วันที่ 18 พฤษภาคม 2566 ที่กระทรวงศึกษาธิการ  มีการโอนบรรดากิจการ อำนาจหน้าที่ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ และภาระผูกพันทั้งปวง ระหว่าง สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ( กศน.) สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) ให้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ โดย นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวผ่านระบบออนไลน์จากประเทศฝรั่งเศส ว่า ยินดีเป็นอย่างยิ่งกับพี่น้องชาว กศน. ในการยกระดับจาก “สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย” หรือ “กศน.” สู่การเป็น “กรมส่งเสริมการเรียนรู้” ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 มีหน้าที่จัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ 3 รูปแบบ คือ การเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ ซึ่งการส่งเสริมการเรียนรู้ ตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ มุ่งพัฒนาบุคคลให้มีทักษะการเรียนรู้ ทักษะอาชีพ และทักษะชีวิตที่สอดคล้องและเท่าทันพัฒนาการของโลก มีโอกาสพัฒนาหรือเพิ่มพูนทักษะของตนให้สูงขึ้นหรือปรับเปลี่ยนทักษะของตนตามความถนัดหรือความจำเป็น ผ่านการมีส่วนร่วมของ 3 เสาหลัก ได้แก่ รัฐ  เอกชน และท้องถิ่น

นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ฉบับนี้ ถือเป็นการปฏิรูปการศึกษาใหม่  ที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเรียนรู้ของประชาชนคนไทยทุกช่วงวัย ตั้งแต่แรกเกิดจนเสียชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาส จะสามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ทุกรูปแบบ ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ซึ่งจุดเด่นของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ คือ การเชื่อมโยงเครือข่ายการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยเดิม จัดตั้งเป็น “ศูนย์การเรียนรู้” ที่จะขยายตัวรองรับทุกพื้นที่ ตอบโจทย์ความต้องการของคนยุคใหม่ ตั้งแต่ระดับปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับอาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเพิ่มทักษะชีวิต เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตามแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่านแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆในรูปแบบที่หลากหลาย โดยมีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือจากหน่วยงานในระดับพื้นที่และระดับประเทศ ดังนั้น กรมส่งเสริมการเรียนรู้ จึงเป็นหน่วยงานที่ต้องมีการปรับตัวให้ตอบสนองความต้องการทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง 

“เมื่อกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นกรมใหม่ล่าสุดของประเทศไทย ที่มีภารกิจสำคัญอย่างยิ่ง และมีความคาดหวังว่าจะเป็นกำลังสำคัญที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงในการจัดการศึกษาของประเทศไทย รูปแบบการทำงานจึงต้องเป็นแบบบูรณาการทั้งแนวระนาบเดียวกัน และแนวตั้ง ทั้งในกระทรวง และระหว่างกระทรวง ที่สำคัญ คือ ต้องทำงานร่วมกับภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการร่วมจัดและส่งเสริมการเรียนรู้ ซึ่งจะนำไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง ดิฉันเชื่อว่า กรมส่งเสริมการเรียนรู้จะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษา ไปสู่การเรียนรู้ของคนไทยตลอดช่วงชีวิต เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นให้กับประชาชนทุกคนได้”  นางสาวตรีนุช กล่าว

ด้าน นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรางศึกษาธิการ(ปลัด ศธ.) กล่าวว่า มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับชาว กศน. กับการก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงในบ้านหลังใหม่ ซึ่งเป็นการยกระดับ จากสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัยาศัย ( กศน.) ให้เป็น “กรมส่งเสริมการเรียนรู้” ซึ่งเมื่อปี พ.ศ. 2546 ได้มีการปฏิรูประบบราชการ และมีการยุบรวมกรมต่าง ๆ ของกระทรวงศึกษาธิการ จากเดิม 14 กรม เหลือเพียง 5 สำนักงาน ทำให้ กรมการศึกษานอกโรงเรียนถูกยุบรวมเป็น “สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน” สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวง
ศึกษาธิการ ต่อมาเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการทำงานมากขึ้น พร้อมทั้งสามารถรองรับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายในทุกพื้นที่ จึงได้มีการประกาศใช้ “พระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พุทธศักราช 2551” เมื่อวันที่ 4 มีนาคมพ.ศ. 255 1 จึงทำให้สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน ถูกปรับเปลี่ยนเป็น “สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย” หรือ “สำนักงาน กศน.” เป็นหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดการศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย และการเรียนรู้ตลอดชีวิตในประเทศไทย จนกระทั่งวันที่ 18 มีนาคม พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ตราพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 โดยมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 60 วัน นับแต่วันประกาศในราซกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป และให้ยกเลิกพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551 โดยยกระดับจากสำนักงาน กศน. เป็น “กรมส่งเสริมการเรียนรู้” มีหน้าที่จัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ 3 รูปแบบ 

ปลัดศธ. กล่าวว่า สำนักงานปลัด ศธ. ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลสำนักงานกศน. จึงขอส่งมอบและโอนบรรดากิจการ อำนาจหน้าที่ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ และภาระผูกพันทั้งปวง รวมถึงข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และอัตรากำลังของสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับสำนักงาน กศน. ไปเป็นของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ “ตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้
พ.ศ.2566″

“ผมเชื่อมั่นว่าการยกฐานะเป็นกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ถือเป็นโอกาสดีในการสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ให้แก่ประชาชนทุกเพศทุกวัย มีโอกาสเรียนรู้ตลอดชีวิต ได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียมและเป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ” ปลัด ศธ. กล่าว

 ขณะที่ นายคมกฤช จันทร์ขจร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวว่า การจัดการศึกษาสำหรับผู้ใหญ่ได้เริ่มมีอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2483 โดยรัฐบาลได้จัดตั้ง “กองการศึกษาผู้ใหญ่” สังกัด สป.ศธ. เพื่อรับผิดชอบงานการศึกษาผู้ใหญ่โดยตรง ก่อนจะเกิดการปรับเปลี่ยนอีกหลายครั้ง เป็น “กรมการศึกษานอกโรงเรียน” ต่อมาเป็น “สำนักงานบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน” จนล่าสุดเป็น “สำนักงาน กศน.” ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551 และเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2566 ได้มีการเผยแพร่ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 60 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา และให้ยกเลิก พ.ร.บ.ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551 โดยยกระดับจาก สำนักงาน กศน. เป็น กรมส่งเสริมการเรียนรู้

“การโอนบรรดากิจการ อำนาจหน้าที่ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ และภาระผูกพันต่างๆ ให้กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ ในวันนี้ เป็นการเปลี่ยนสถานะสู่ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ อย่างเต็มตัว ตามมาตรา 28 ที่จะช่วยให้ขับเคลื่อนภารกิจต่อไปได้ และในขณะที่ประชาชนกำลังให้ความสนใจกับการเปลี่ยนแปลงของ สำนักงาน กศน. ไปสู่กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ว่าเมื่อเปลี่ยนแปลงแล้วประชาชนจะได้อะไรบ้าง ซึ่งกรมส่งเสริมการเรียนรู้ และบุคลากรของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ทุกคน ขอยืนยันว่าจะมุ่งดำเนินงานให้เป็นรูปธรรม เต็มสรรพกำลังความสามารถ ผลักดันให้กรมส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นหน่วยงานที่มีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษา และนำไปสู่การเรียนรู้ของคนไทยตลอดช่วงชีวิต เพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกช่วงวัย และยกระดับสังคมในภาพรวมของประเทศต่อไป ” นายคมกฤช กล่าว

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2694690

"กรณ์ ณรงค์เดช" จัดงาน Exclusive Preview เปิดให้ชมห้องตัวอย่างดีไซน์ใหม่

18 พ.ค. 2566 05:01 น.

  • อินทรีเหล็ก

“กรณ์ ณรงค์เดช” จัดงาน Exclusive Preview เปิดให้ชมห้องตัวอย่างดีไซน์ใหม่

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 18 พฤษภาคม 2566 

  • การจับขั้วรัฐบาลหลังเลือก ตั้ง….ตามสูตร รัฐบาล ฝั่งประชาธิปไตยฝ่ายค้าน…พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประกาศเป็น ว่าที่นายกฯคนที่ 30 ของประเทศไทย….ต่อสายเชิญ เพื่อไทย ผ่าน แพทองธาร ชินวัตร…..พรรคไทยสร้างไทย ของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ…..พรรคเสรีรวมไทย ที่ ส.ส.หนึ่งเดียว พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เป็นหัวหน้าพรรค….พรรคประชาชาติ ของ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่คุมพื้นที่สามจังหวัดภาคใต้ เอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น…พรรคสุดท้าย พรรคเป็นธรรม ที่มี ปิติพงศ์ เต็มเจริญ อดีตโฆษกพรรคเสรีรวมไทย เป็นหัวหน้าพรรค และ กัณวีร์ สืบแสง เป็นเลขาธิการพรรค เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่ออันดับ 1 ของพรรค….รวมคะแนน ส.ส. ทั้ง 5 พรรค ได้จำนวน 310 เสียงพอดิบพอดี…..เป็น รัฐบาลเสียงข้างมาก ที่มีเสียงเกินครึ่ง อยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพ
คู่รักคู่สวีต - พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงานวิวาห์ระหว่างเจสสิก้า อมรกุลดิลก กับ ปิยพันธ์ บุตร พล.ต.ต.ประจวบ เปาอินทร์ โดยมี วินิจ เปาอินทร์, สำรวย เปาอินทร์ และ โยธิน เปาอินทร์ มาร่วมอวยพรด้วย ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ วันก่อน.
คู่รักคู่สวีต – พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงานวิวาห์ระหว่างเจสสิก้า อมรกุลดิลก กับ ปิยพันธ์ บุตร พล.ต.ต.ประจวบ เปาอินทร์ โดยมี วินิจ เปาอินทร์, สำรวย เปาอินทร์ และ โยธิน เปาอินทร์ มาร่วมอวยพรด้วย ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ วันก่อน.
  • แต่ การโหวตนายกฯในสภา ที่ต้องใช้เสียง ส.ว. และ ส.ส.ในสภาเกินครึ่ง จากจำนวน 750 เสียง…หรือ 376 เสียงขึ้นไป ถึงจะส่ง พิธา ให้ นั่งเก้าอี้นายกฯคนที่ 30 ของประเทศไทย ได้สำเร็จ….การบ้าน สำหรับการก้าวขึ้นเป็นนายกฯของ พิธา…..มีอยู่แค่สองทางเลือก (ในกรณีที่ 5 พรรคร่วมรัฐบาลยอมเซ็น MOU กับก้าวไกลในการตั้งรัฐบาล)…..ต้องเอาเสียง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น ภูมิใจไทย 70 เสียง หรือ ประชาธิปัตย์ 25 เสียง พลังประชารัฐ 40 เสียง รวมไทยสร้างชาติ 36 เสียง…..หรืออีกประตู ต้องได้เสียงสนับสนุนจาก ส.ว.อีกไม่น้อยกว่า 66 เสียง…..“อินทรีเหล็ก” มองว่า การจับขั้วรัฐบาลไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด…..แค่เพิ่งเริ่มต้นนับหนึ่ง
วิวาห์ชื่นมื่น - ปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริษัท ช.การช่าง เป็นประธานในงานวิวาห์ระหว่าง สุพิชชา บุตรี วิไลนาฎ สุภาชีพ กับ พิชญะ บุตร เจริญ–บังอร ตรีวิศวเวทย์ ท่ามกลางบรรยากาศของความชื่นมื่น ที่ห้องอัศวิน แกรนด์ เอ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น วันก่อน.
วิวาห์ชื่นมื่น – ปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริษัท ช.การช่าง เป็นประธานในงานวิวาห์ระหว่าง สุพิชชา บุตรี วิไลนาฎ สุภาชีพ กับ พิชญะ บุตร เจริญ–บังอร ตรีวิศวเวทย์ ท่ามกลางบรรยากาศของความชื่นมื่น ที่ห้องอัศวิน แกรนด์ เอ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น วันก่อน.
  • ตาม ไทม์ไลน์ กว่าจะได้เป็นนายกฯคนใหม่ ของ พิธา ในเวลา ไม่ต่ำกว่า 2 เดือน อะไรก็เกิดขึ้นได้…..การประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.อย่างเป็นทางการตามกรอบรัฐธรรมนูญ ภายใน 60 วัน…นับจาก วันลงคะแนนเลือกตั้ง คือ ภายในวันที่ 13 ก.ค. …และหลังจากนั้น จะต้องได้ ส.ส. จำนวนร้อยละ 95 ถึงจะ เปิดประชุมสภาครั้งแรก เพื่อ เลือกประธานสภา และ รองประธานสภา ภายในเวลา 15 วัน นับจากวันที่มีการประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ คือภายในวันที่ 27 ก.ค. …..กว่าจะเปิดประชุมรัฐสภา เพื่อโหวตเลือกนายกฯคนที่ 30 ได้ ก็ต้องเป็นเดือน ส.ค. ….เลือกนายกฯได้แล้วก็จะต้องมา ต่อรองโควตา ครม. เพื่อตั้งรัฐบาล และ แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เข้าปฏิบัติหน้าที่……จะได้รัฐบาลตัวจริงเสียงจริง….ไม่หนีเดือน ก.ย. ไตรมาสสุดท้ายของปี พอดี…….ในระหว่างนี้ มีขวากหนามการเป็นนายกฯคนที่ 30 ของพิธา….คือการพิจารณา การถือหุ้นสื่อ ของ พิธา ตามข้อร้องเรียนถึง กกต. …ขาดคุณสมบัติการลงสมัคร ส.ส.หรีือไม่……บอกแล้วว่า การเมืองไทย ไม่ธรรมดาแน่นอน
บุกตลาดโลก - อรพินทร์ พญาพิทักษ์สกุล และ ฮิเดโตชิ อูเมกิ ลงนามในสัญญาการผลิตและจำหน่ายสินค้าแบรนด์ “เอนโดก้า” เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สารสกัด CBD จากกัญชา กัญชงออร์แกนิกสู่ตลาดโลก โดยมี ผศ.ดร.ญาฤๅดา คุนผลิน มาร่วมในพิธีด้วย ที่อาคารเพิร์ล แบงก์ค็อก วันก่อน.
บุกตลาดโลก – อรพินทร์ พญาพิทักษ์สกุล และ ฮิเดโตชิ อูเมกิ ลงนามในสัญญาการผลิตและจำหน่ายสินค้าแบรนด์ “เอนโดก้า” เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สารสกัด CBD จากกัญชา กัญชงออร์แกนิกสู่ตลาดโลก โดยมี ผศ.ดร.ญาฤๅดา คุนผลิน มาร่วมในพิธีด้วย ที่อาคารเพิร์ล แบงก์ค็อก วันก่อน.
  • การแสดงสปิริตของ เพื่อไทย ที่ แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ออกมาประกาศสนับสนุนพรรคที่ได้เสียงอันดับ 1 ตั้งรัฐบาล โดย เพื่อไทย จะไม่ตั้งรัฐบาลแข่ง….ก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายอยู่ดี…..ในเมื่อ ถ้า ก้าวไกลตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ….พรรคอันดับสอง ก็คือ เพื่อไทย ก็ต้องทำหน้าที่ในการตั้งรัฐบาลต่อไป…..“อินทรีเหล็ก” ดูจากปฏิกิริยาของ ส.ว.250 อาทิ วันชัย สอนศิริ ระบุ เป็นหน้าที่ของ ส.ส.ที่จะไปว่ากันเอง…อย่าโยนภาระให้ ส.ว. ….ถ้า ก้าวไกลรวมเสียงได้ 376 เสียง….ส.ว.ก็ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย….หรือ ส.ว. อีกหลายคน ออกมาประกาศ ปิดสวิตช์ตัวเอง งดลงมติเลือกนายกฯในสภา …..ก็เท่ากับว่า เสียงรัฐบาล 310 เสียง ก็โหวตเลือกนายกฯไม่ได้อยู่ดี…..ในเมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดบทบาทในการทำหน้าที่ ร่วมโหวตเลือกนายกฯ ในสภา….การปฏิเสธทำหน้าที่สำคัญในครั้งนี้….จึงเป็นที่มาของแฮชแท็ก มี ส.ว. เอาไว้ทำไม
  • การประกาศความชัดเจนของ พิธา เป็นว่าที่ นายกฯคนที่ 30 ของประเทศไทย ด้วยความมั่นใจในเสียงของประชาชน….พร้อมที่จะเป็นนายกฯ….หรือถ้ามีความจำเป็น จะนั่งควบในกระทรวงต่างๆ ก็พร้อมควบทุกตำแหน่ง….สิ่งสำคัญ การปฏิรูปกองทัพ ยกเลิกเกณฑ์ทหาร…โฟกัสไปที่ กระทรวงกลาโหมตรงๆ…ยอมรับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะ ม.112…ต้องไปแก้ไขกันในสภา…และยอมรับผลกระทบจากการบังคับใช้…เป็นห่วงความสัมพันธ์ของคนรุ่นใหม่กับสถาบันพระมหากษัตริย์…..ปฏิเสธต่อสายเชิญ ภูมิใจไทย ที่นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล เข้าร่วมรัฐบาล……ตามประสาคนหาข่าว…..โรดแม็ป การจับขั้วรัฐบาล และ การนั่งเก้าอี้นายกฯ คนที่ 30 ของประเทศไทย….คาดว่าจะเชิญ พรรคการเมืองทุกพรรค….ยกเว้น พลังประชารัฐ รวมไทยสร้างชาติ และ ภูมิใจไทย เข้าร่วมรัฐบาล…..จะได้เสียง ส.ส.สนับสนุนทั้งสิ้น 354 เสียง ….ขอเสียงสนับสนุน จาก ส.ว.อีกประมาณ 23 เสียง ขึ้นไป….พิธา จะไปถึงดวงดาวทันที….ใช่ไม่ใช่
เปิดศาลา - ดร.แสงชัย โสตถีวรกุล นายกกิตติมศักดิ์ถาวรสมาคมแต้จิ๋ว เป็นประธานเปิด ศาลาประเสริฐ เนาถาวร โดยมี พิทยากร เนาถาวร, กิตติพงษ์ เตรัตนชัย, สว่าง วงศ์ศรีรุ่งเรือง, กวี หัสดินไพศาล และ ชาญวิทย์ หิรัญอัศว์ มาร่วมงานด้วย ที่วัดธาตุทอง วันก่อน.
เปิดศาลา – ดร.แสงชัย โสตถีวรกุล นายกกิตติมศักดิ์ถาวรสมาคมแต้จิ๋ว เป็นประธานเปิด ศาลาประเสริฐ เนาถาวร โดยมี พิทยากร เนาถาวร, กิตติพงษ์ เตรัตนชัย, สว่าง วงศ์ศรีรุ่งเรือง, กวี หัสดินไพศาล และ ชาญวิทย์ หิรัญอัศว์ มาร่วมงานด้วย ที่วัดธาตุทอง วันก่อน.
น่าอยู่ - กรณ์ ณรงค์เดช จัดงาน Exclusive Preview เปิดชมห้องตัวอย่าง Iconic Suite ดีไซน์ใหม่ของคอนโดลักชัวรีสำหรับคนรักสัตว์ เทตต์ สาทร ทเวลฟ์ โดยมี ฉลองรัฐ นอบสำโรง, กฤษณพงศ์ สุนทรชัชเวช และ พิชญา ส่งสกุลชัย มาร่วมงานด้วย ที่สำนักงานขายประมวญ วันก่อน.
น่าอยู่ – กรณ์ ณรงค์เดช จัดงาน Exclusive Preview เปิดชมห้องตัวอย่าง Iconic Suite ดีไซน์ใหม่ของคอนโดลักชัวรีสำหรับคนรักสัตว์ เทตต์ สาทร ทเวลฟ์ โดยมี ฉลองรัฐ นอบสำโรง, กฤษณพงศ์ สุนทรชัชเวช และ พิชญา ส่งสกุลชัย มาร่วมงานด้วย ที่สำนักงานขายประมวญ วันก่อน.
  • ณ จุดนี้ ถึงเวลาที่สาม ป.จะลงจากตำแหน่งอย่างสง่างาม….พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา…พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา….เป็นไปตามวิถีของระบอบประชาธิปไตย…..ข่าวประชาสัมพันธ์ ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ เชิดชูเกียรติ นาวาอากาศโท นพ.เกรียงศักดิ์ จิรสิริโรจนากร และ ทันตแพทย์หญิงชรินญา กาญจนเสวี บุคลากรทางการแพทย์ ผู้สร้างชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่ดีกับประเทศไทยในระดับโลกที่มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมและผลักดันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย สอดคล้องกับทิศทางขับเคลื่อน ปีท่องเที่ยวไทย 2566 ไปเรียบร้อย…..สรัสวดี อาสาสรรพกิจ ผอ.ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมดัวย วันชัย จันทร์พร ผู้ว่าฯนครพนมและ นิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม เชิญชวนสัมผัสบรรยากาศริมฝั่งโขง การแสดงสีเสียง วิจิตร@ นครพนมนครแห่งความสุขริมฝั่งโขง ระหว่าง 27 พ.ค.-4 มิ.ย.นี้
  • วันนี้ 09.30 น. รองนายกฯ วิษณุ เครืองาม ปาฐกถาพิเศษ สถาบันพัฒนาสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคมไทย ที่ห้องแมจิก 3 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น
  • สวดพระอภิธรรม พญ.ฉวี สิงหวิสัย ภรรยา ดร.อภิลาศ สิงหวิสัย 18.00 น. ศาลา 10 วัดพระศรีมหาธาตุ ถึงวันที่ 20 พ.ค. พระราชทานเพลิง 21 พ.ค. 16.00 น. 
ให้มูลนิธิ - ไชยวัฒน์–กรรณิกา ศิวสิริการุณย์ มอบเงินจำนวน 2,000,000 บาท เพื่อสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดี โครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี โดยมี มาลี สังวาลย์เล็ก รอง ผจก.มูลนิธิ เป็นผู้รับมอบ ที่ห้องรับรองมูลนิธิ อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ วันก่อน.
ให้มูลนิธิ – ไชยวัฒน์–กรรณิกา ศิวสิริการุณย์ มอบเงินจำนวน 2,000,000 บาท เพื่อสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดี โครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี โดยมี มาลี สังวาลย์เล็ก รอง ผจก.มูลนิธิ เป็นผู้รับมอบ ที่ห้องรับรองมูลนิธิ อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ วันก่อน.
นอนเพลิน - ฟา เบเนเดทตี้ เปิดตัว “Rivolta Carmignani” แบรนด์ผ้าปูที่นอนจากอิตาลี ผลิตจากผ้าลินินคุณภาพเยี่ยมผนวกกับการตัดเย็บประณีตขั้นสูง โดยมี เปาโล ดีโอนีซี, ญาณินทร เตมียบุตร, จริยดี สเปนเซอร์ และ กรกนก ยงสกุล มาร่วมงานด้วย ที่สยามพารากอน วันก่อน.
นอนเพลิน – ฟา เบเนเดทตี้ เปิดตัว “Rivolta Carmignani” แบรนด์ผ้าปูที่นอนจากอิตาลี ผลิตจากผ้าลินินคุณภาพเยี่ยมผนวกกับการตัดเย็บประณีตขั้นสูง โดยมี เปาโล ดีโอนีซี, ญาณินทร เตมียบุตร, จริยดี สเปนเซอร์ และ กรกนก ยงสกุล มาร่วมงานด้วย ที่สยามพารากอน วันก่อน.


“อินทรีเหล็ก”

สหรัฐฯ ส่อผิดนัดชำระหนี้? จะเกิดอะไรขึ้นหากขยายเพดานหนี้ไม่ทัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2694886

สหรัฐฯ ส่อผิดนัดชำระหนี้? จะเกิดอะไรขึ้นหากขยายเพดานหนี้ไม่ทัน

18 พ.ค. 2566 09:30 น.

สหรัฐฯ ส่อผิดนัดชำระหนี้? จะเกิดอะไรขึ้นหากขยายเพดานหนี้ไม่ทัน

  • ขุนคลังออกโรงเตือนสหรัฐฯ มีความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ เส้นตายกำลังจะมาถึงในวันที่ 1 มิ.ย. พร้อมเรียกร้องสภาขยายเพดานหนี้ให้สำเร็จ
  • สหรัฐฯ กู้เงินมาใช้จ่ายจนเต็มเพดานไปตั้งแต่ปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมาแล้ว จนกระทรวงการคลังต้องงัดมาตรการพิเศษมาใช้เพื่อซื้อเวลา แต่จนถึงตอนนี้ฝ่ายเดโมแครตกับรีพับลิกันก็ยังตกลงกันไม่ได้
  • สหรัฐฯ ไม่เคยผิดนัดชำระหนี้จริงๆ มาก่อน แต่หากมันเกิดขึ้น นักวิเคราะห์มองว่า จะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อเศรษฐกิจในประเทศ และอาจลุกลามไปสู่ระดับโลก

เกมอันตราย ใครถอยก่อนแพ้ ระหว่างประธานาธิบดี โจ ไบเดน กับ พรรครีพับลิกันผู้ควบคุมสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ เอาไว้ เรื่องการเจรจาเพื่อขยายขีดจำกัดเพดานหนี้สินของประเทศ เข้าสู่ภาวะชะงักงัน เมื่อทั้งสองฝ่ายไม่ยอมโอนอ่อนในข้อต่อรอง ขณะที่เส้นตายกำลังขยับใกล้เข้ามามากขึ้น

สหรัฐฯ กู้เงินมาใช้จ่ายจนเต็มเพดานไปตั้งแต่ปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมาแล้ว ทำให้กระทรวงการคลังต้องงัดมาตรการพิเศษออกมาใช้เพื่อให้รัฐบาลมีเงินใช้จ่ายต่อไปได้ แต่มาตรการนี้ไม่ได้ไร้ขีดจำกัด

ล่าสุดรัฐมนตรีคลังของสหรัฐฯ ออกมาเตือนเป็นครั้งที่ 2 ในสัปดาห์นี้ว่า สภาคองเกรสต้องขยายเพดานหนี้ให้ได้เร็วสุดภายใน 1 มิถุนายน มิฉะนั้นรัฐบาลจะไม่เหลือเงินจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงหนี้ธนบัตร และทุกสิ่งทุกอย่าง ไล่ตั้งแต่ค่าดูแลสวนสาธารณะไปจนถึงเช็คประกันสังคม และอาจขยายวงกว้างไปเป็นวิกฤติการเงินระดับโลก

เพดานหนี้คืออะไร

เพดานหนี้ คือ ตัวเลขที่กำหนดโดยสภาคองเกรส เป็นหนี้สินสูงสุดที่รัฐบาลกลางได้รับอนุญาตให้ก่อได้ จากการกู้มาเพื่อใช้จ่ายในการบริหารประเทศ ทั้งการจ่ายหนี้สินต่างๆ, ดอกเบี้ยหนี้สาธารณะ, สิทธิประโยชน์ประกันสังคม, เงินเดือนลูกจ้างรัฐและกองทัพ, ประกันสังคม และอื่นๆ ซึ่งหากรัฐบาลต้องการกู้เกินขีดจำกัด ก็ต้องขยายเพดานหนี้

สหรัฐฯ เริ่มใช้กลไกเพดานหนี้มาตั้งแต่ปี 2450 การขยายเพดานหนี้ทำได้โดยให้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาโหวตสนับสนุน ซึ่งการโหวตไม่ได้มีข้อผูกมัดเรื่องการใช้จ่ายของภาครัฐ เพียงเพิ่มขีดจำกัดที่รัฐบาลสามารถกู้เงินมาจ่ายในสิ่งที่สภาตกลงเอาไว้ก่อนแล้วว่าจะจ่าย

แต่หลายปีที่ผ่านมาทั้งฝ่ายเดโมแครตกับรีพับลิกันกลับนำเรื่องการใช้จ่ายของรัฐบาลมาผูกโยง และใช้เพดานหนี้เป็นข้อต่อรองเพื่อบีบให้ประธานาธิบดีลดค่าใช้จ่าย หรือทำให้สิ่งที่พวกเขาต้องการ อันเป็นสาเหตุที่ทำให้สหรัฐฯ มาถึงจุดนี้

เพดานหนี้ปัจจุบันของสหรัฐฯ อยู่ที่ 31.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรัฐบาลกู้ชนเพดานไปตั้งแต่เดือนมกราคม ทำให้จำเป็นต้องขยายขีดจำกัด ฝ่ายรีพับลิกันซึ่งครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรจึงเสนอจะโหวตขยายเพดานหนี้ให้ แลกกับการที่รัฐบาลต้องลดการใช้จ่าย ซึ่งฝ่ายประธานาธิบดีไบเดนกับวุฒิสภาซึ่งอยู่ในมือเดโมแครตไม่ยอม

เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ
เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าขยายเพดานหนี้ไม่ทัน?

ตอนนี้สหรัฐฯ อยู่ภายใต้มาตรการพิเศษของกระทรวงการคลัง ซึ่งทำให้รัฐบาลยังมีเงินใช้ แต่ เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลัง คาดว่าเงินพิเศษนี้น่าจะหมดลงในช่วงต้นเดือนมิถุนายน หรืออย่างเร็วคือในวันที่ 1 มิ.ย. ด้วยซ้ำ

ผลกระทบในกรณีที่สภาคองเกรสขยายเพดานหนี้ไม่ทันยังไม่ชัดเจน แต่นักวิเคราะห์คาดว่าจะทำให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวง เพราะรัฐจะไม่สามารถจ่ายเงินเดือนให้ลูกจ้างรัฐบาลกลางและกองทัพได้อีกต่อไป รวมถึงเช็คประกันสังคม การจ่ายเงินบำนาญแก่ชาวอเมริกันหลายล้านคนก็จะหยุดชะงัก บริษัทกับองค์กรการกุศลที่ต้องพึ่งทุนจากรัฐบาลก็จะตกอยู่ในอันตราย

สหรัฐฯ เคยผิดนัดชำระหนี้ในช่วงสั้นๆ มาแล้วเมื่อปี 2522 แต่ตอนนั้นกระทรวงการคลังโทษว่าเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในกระบวนการออกเช็ค จนรอดพ้นวิกฤติมาได้ และยังทำให้ธนบัตรสหรัฐฯ ถูกมองว่าเป็นการลงทุนที่ปลอดภัยมาจนถึงทุกวันนี้ การผิดนัดชำระหนี้สินจะทำให้ความเชื่อมั่นนั้นพังทลาย กระทบต่อเศรษฐกิจทั้งภายในประเทศและทั่วโลก

ตัวอย่างที่ใกล้เคียงที่สุดเกิดขึ้นในปี 2556 รัฐบาลสหรัฐฯ เข้าใกล้การผิดชำระหนี้อย่างมาก ก่อนที่สภาคองเกรสลงมติขยายเพดานหนี้สำเร็จในวินาทีสุดท้าย แต่เหตุการณ์นี้ก็ทำให้ GDP ของสหรัฐฯ ลดลงไป 1%

สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชื่อดังของโลกอย่าง มูดีส์ อนาลีติกส์ คาดว่า หากผิดชำระหนี้เป็นเวลานาน จะทำให้ราคาหุ้นของสหรัฐฯ ลดลงเกือบ 1 ใน 5 ขณะที่เศรษฐกิจอาจถดถอยมากกว่า 4% นำไปสู่การสูญเสียของงานมากกว่า 7 ล้านตำแหน่ง และในระยะยาว นักลงทุนจะเริ่มมองหนีสหรัฐฯ เป็นความเสี่ยง สหรัฐฯ ต้นทุนการกู้ยืมของรัฐจะสูงขึ้น ต้นทุนการกู้ยืมก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ
โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ใช้บทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งที่ 14 กู้วิกฤติ?

ความหวาดกลัวว่ารัฐบาลกับสภาคองเกรสจะตกลงขยายเพดานหนี้ไม่สำเร็จเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ทำเนียบขาวเริ่มพิจารณาใช้ตัวเลือกสุดท้ายอย่าง บทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งที่ 14 (14th Amendment) ซึ่งเป็นทฤษฎีทางกฎหมายที่ยังไม่เคยมีการใช้มาก่อน โดยโจ ไบเดน ยืนยันว่าเขาไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะใช้กฎหมายนี้

นื้อหาของบทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งที่ 14 ส่วนใหญ่จะเน้นหนักเรื่องการคุ้มครองพลเมืองอย่างเท่าเทียม แต่มาตราที่ 4 ในบทกฎหมายนี้ระบุว่า “ความสมบูรณ์ของการใช้หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ซึ่งได้รับอำนาจตามกฎหมาย รวมถึงหนี้ที่ก่อเพื่อจ่ายเงินบำนาณ และค่าแรงสำหรับการทำงานเพื่อหยุดยั้งการจลาจลหรือกบฏ จะไม่ถูกตั้งคำถาม”

นักวิชาการกฎหมายบางคนเชื่อว่า ไบเดนอาจใช้กฎหมายนี้เพื่ออ้างว่า ตัวเขามีอำนาจสั่งการให้กระทรวงการคลังจ่ายหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ได้ โดยไมต้องรอสภาคองเกรสขยายเพดานหนี้ แต่การทำเช่นนี้ ซึ่งรัฐบาลโอบามาก็เคยคิดจะทำมาก่อนแต่ล้มเลิกไป จะนำไปสู่การต่อสู้ในชั้นศาลอย่างแน่นอน

(จากซ้าย) เควิน แมกคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรและผู้นำเสียงข้างมากรีพับลิกัน, คามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดี และ โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ
(จากซ้าย) เควิน แมกคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรและผู้นำเสียงข้างมากรีพับลิกัน, คามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดี และ โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ข้อต่อรองของรีพับลิกัน

เมื่อเดือนก่อน ฝ่ายรีพับลิกันเสนอข้อตกลงเพื่อระงับขีดจำกัดหนี้สินชั่วคราวไม่เกิน 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือจนถึงวันที่ 31 มี.ค. แต่แลกกับการที่รัฐบาลต้องจำกัดการใช้จ่ายของหน่วยงานสำคัญในปีงบประมาณหน้าให้เท่ากับระดับของปี 2565 และจำกัดการเพิ่มค่าใช้จ่ายไม่ให้เกิน 1% ต่อปีไปตลอด 10 ปีข้างหน้า ซึ่งจะช่วยประหยัดเงินได้ถึง 4.8 ล้านล้านดอลลาร์

ข้อตกลงดังกล่าวจะขัดขวางนโยบายสำคัญหลายอย่างของรัฐบาลไบเดน เช่น แผนยกเลิกหนี้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาให้แก่นักเรียนนักศึกษาที่มีรายได้น้อย และการปรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อดึงดูดให้คนหันมาซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ทำเนียบขาวยังบอกด้วยว่า ข้อตกลงนี้บีบให้ชนชั้นกลางและครอบครัวแรงงานต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยที่ลดให้แก่กลุ่มคนร่ำรวยที่สุดในประเทศ และไม่มีทางที่มันจะกลายเป็นกฎหมายได้





ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี

ที่มา : usatoday , bbc

ประมูลคัมภีร์ไบเบิล 1,100 ปี เก่าแก่ที่สุดในโลก เคาะแล้ว 38 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2694884

ประมูลคัมภีร์ไบเบิล 1,100 ปี เก่าแก่ที่สุดในโลก เคาะแล้ว 38 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

18 พ.ค. 2566 09:19 น.

ประมูลคัมภีร์ไบเบิล 1,100 ปี เก่าแก่ที่สุดในโลก เคาะแล้ว 38 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

คัมภีร์ไบเบิลภาษาฮีบรู 1,100 ปี ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเอกสารต้นฉบับทางประวัติศาสตร์เก่าแก่ที่สุดในโลก ถูกประมูลขายแล้วที่นิวยอร์ก ด้วยราคา 38 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนเตรียมส่งไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ในอิสราเอล

เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2566 เว็บไซต์ข่าวอัลจาซีราห์ รายงานว่า “เดอะ โคเด็กซ์ แซสซูน” (The Codex Sassoon) พระคัมภีร์ไบเบิลเขียนด้วยลายมือภาษาฮีบรู สภาพสมบูรณ์ หน้าปกหุ้มด้วยหนัง อายุเก่าแก่กว่า 1,100 ปี ซึ่งได้รับการบันทึกว่าเป็นเอกสารต้นฉบับทางประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ได้รับการประมูลซื้อไปด้วยราคา 38 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,300 ล้านบาท ระหว่างการประมูลที่สถาบันโซเธอบีส์ ในนครนิวยอร์ก ของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมา 

รายงานข่าวระบุว่า ผู้ประมูลคือ นายอัลเฟร็ด เอช.โมเสส อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศโรมาเนีย ซึ่งเข้าร่วมการประมูลครั้งนี้ในฐานะตัวแทนของสถาบัน “อเมริกัน เฟรนด์ส แห่งเอเอ็นยู” (American Friends of ANU) ผู้ดำเนินการพิพิธภัณฑ์ชาวยิว (Museum of the Jewish People) ในนครเทล อาวีฟ ของอิสราเอล

ทางสถาบันประมูลเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ คัมภีร์ไบเบิลเล่มนี้ได้ถูกนำออกแสดงให้ผู้สนใจได้เข้าชมที่พิพิธภัณฑ์เอเอ็นยู เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา อันเป็นส่วนหนึ่งของการนำออกแสดงทั่วโลกก่อนที่จะถึงวันประมูล 

ชารอน ลิเบอร์แมน มินซ์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องราวเกี่ยวกับชาวยิว เปิดเผยว่า ราคาที่ประมูลไป 38 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นจำนวนที่รวมค่าธรรมเนียมประมูลแล้ว และการประมูลครั้งนี้สะท้อนถึงพลังอันลึกซึ้ง ทรงอิทธิพล และมีความสำคัญของคัมภีร์ไบเบิลภาษาฮีบรูเล่มนี้ ซึ่งถือเป็นเสาหลักที่สำคัญของมนุษยชาติ   

ทั้งนี้ คัมภีร์ไบเบิลภาษาฮีบรู เป็นหนึ่งในเอกสารทางประวัติศาสตร์เก่าแก่ที่ถูกประมูลไปด้วยราคาสูงที่สุด ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2564 เพิ่งมีการประมูลเอกสารรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ไปด้วยราคา 43 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,470 ล้านบาท และย้อนไปเมื่อปี 2537 เคยมีการประมูลเอกสารบันทึกด้วยลายมือ “Codex Leicester” ของ ลีโอนาร์โด ดา วินชี ไปด้วยราคา 31 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,060 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันราคาพุ่งมาอยู่ที่ประมาณ 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว.  

ปี 2565 สหรัฐฯ ใช้ยาเกินขนาดตายเฉียด 1.1 แสนศพ เพิ่มขึ้นเล็กน้อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2694859

ปี 2565 สหรัฐฯ ใช้ยาเกินขนาดตายเฉียด 1.1 แสนศพ เพิ่มขึ้นเล็กน้อย

18 พ.ค. 2566 04:50 น.

ปี 2565 สหรัฐฯ ใช้ยาเกินขนาดตายเฉียด 1.1 แสนศพ เพิ่มขึ้นเล็กน้อย

ซีดีซีของสหรัฐฯ เผยว่า เมื่อปีก่อน มีผู้เสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาดในประเทศเกือบ 1.1 แสนศพ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเล็กน้อย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ (ซีดีซี) เปิดเผยในวันพุธที่ 17 พ.ค. 2566 ว่าเมื่อปี 2565 มีผู้เสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาดในสหรัฐฯ ถึง 109,680 ศพ เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ซึ่งมีสถิติอยู่ที่ 107,622 ศพอยู่ราว 2% ต่างจากปี 2 ปีก่อนหน้านี้ที่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 30% และ 15% ตามลำดับ

ผู้เชี่ยวชาญยังไม่แน่ใจว่า ตัวเลขที่ออกมาทรงตัวหมายความว่า การเสียชีวิตเพราะใช้ยาเกินขนาดครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ นี้ มาถึงจุดพีกแล้วหรือไม่ หรือเป็นเพียงความสงบก่อนพุ่งทะยานเหมือนเมื่อไม่กี่ปีก่อน

“ข้อเท็จจริงที่ว่า กราฟมันดูเหมือนจะแบนราบ อย่างน้อยก็ในระดับประเทศ เป็นเรื่องที่สร้างกำลังใจ” แคทเธอรีน คียส์ ศาสตราจารย์ด้านระบาดวิทยาจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียกล่าว “แต่ตัวเลขเหล่านี้ยังสูงกว่าปกติมาก เราจะไม่พูดว่าวิกฤติจบลงแล้วไม่ว่าจะทางใดก็ตาม”

ถึงแม้จำนวนผู้เสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาดทั่วประเทศระหว่างปี 2564-2565 จะใกล้เคียงกัน แต่จุดที่ต่างกันอย่างมากคือ จำนวนรัฐ โดยมีรัฐที่ผู้เสียชีวิตน้อยลง 23 แห่ง มี 1 รัฐที่ไม่เปลี่ยนแปลงคือ ไอโอวา ส่วนที่เหลือสถิติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

8 รัฐได้แก่ ฟลอริดา, อินเดียนา, เคนทักกี, แมรีแลนด์, มิชิแกน, โอไฮโอ, เพนซิลเวเนีย และ เวสต์ เวอร์จิเนีย  มีผู้เสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาดลดลงจากปีก่อนประมาณ 100 รายหรือมากกว่า แม้ว่าบางรัฐในจำนวนนี้ทำสถิติมีผู้เสียชีวิตเพราะใช้ยาเกินขนาดสูงที่สุดในช่วงการระบาดของโควิด-19

ศ.คียส์ ระบุว่า นี่อาจเป็นสัญญาณว่า ความพยายามแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่องหลายปีเริ่มผลิดอกออกผล ขณะที่เจ้าหน้าที่ประจำรัฐอ้างปัจจัยหลายข้อที่ทำให้ผู้เสียชีวิตลดลง เช่น การจัดแคมเปญบนโซเชียลมีเดียกับการศึกษาด้านสุขภาพ เพื่อเตือนสังคมเกี่ยวกับอันตรายของการใช้ยา, การขยายขอบเขตการรักษาการติดยา เช่นบริการสาธารณสุขทางไกล และกระจายยา นาลอกโซน (Naloxone) สำหรับแก่อาการใช้ยาเกินขนาดให้กว้างขวางขึ้น

ด้าน ดร.โจเซฟ แคนเทอร์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขรัฐลุยเซียนา ระบุว่า การตราหน้าของสังคมซึ่งที่ผ่านมาทำให้ผู้ติดยาไม่กล้าขอความช่วยเหลือ หรือทำให้แพทย์และตำรวจบางคนไม่กล้าช่วยเหลือ ก็เริ่มลดน้อยลง เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ผู้เสียชีวิตในรัฐของเขาลดลง 4% ในปีก่อน

ทั้งนี้ การเสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาดเมื่อปี 2565 ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการใช้ยา เฟนทานิล (fentanyl) และสารสกัดจากฝิ่น โดยมีผู้เคราะห์ร้ายราว 75,000 ราย เพิ่มจากปีก่อนหน้านั้น 4% นอกจากนั้น การเสียชีวิตเพราะโคเคนก็เพิ่มขึ้น 11% ขณะที่การเสียชีวิตเพราะยาไอซ์และสารกระตุ้นอื่นๆ เพิ่มขึ้น 3%

ที่มา : cna