TONO & THE DUST เอาใจแฟนเพลงปล่อย Live Performance เพลง ‘สะกดทัพ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/728599

TONO & THE DUST เอาใจแฟนเพลงปล่อย Live Performance เพลง 'สะกดทัพ'

TONO & THE DUST เอาใจแฟนเพลงปล่อย Live Performance เพลง ‘สะกดทัพ’

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 15.01 น.

TONO & THE DUST เอาใจแฟนเพลงปล่อย Live Performance เพลง “สะกดทัพ” พร้อมลุยทัวร์คอนเสิร์ตทั่วประเทศ

หลังเซอร์ไพรส์วงการเพลงด้วยโปรเจคเพลง “สะกดทัพ” การจับมือร่วมกันในการทำงานเพลงระหว่าง   TONO & THE DUST และ ค่าย Khaosan Play (ข้าวสาร เพลย์) เพลงที่มีดนตรีร็อกสุดเข้มข้น เนื้อหาเป็นการพูดถึงความทุ่มเทเพื่อคนที่เรารัก แม้จะต้องต่อสู้กับปัญหา หรือจะต้องเจออุปสรรคเพียงใดก็พร้อมจะฝ่าฟันมันไปเพื่อคนที่ตนเองรัก ซึ่งพอมีเวลาว่าง ทั้งโตโน่และ THE DUST รีบเจียดเวลา มาถ่าย Live Performance เพลง “สะกดทัพ” เพื่อปล่อยเอาใจแฟนคลับขาร็อค ได้ฟังกันทางช่อง You Tube : Khaosan Entertainment โปรเจคมันส์ๆ ที่ TONO & THE DUST พร้อมลุยทัวร์คอนเสิร์ตทั่วประเทศ

TONO & THE DUST  กล่าว “หลังจาก​ที่วงได้ปล่อยตัว​ mv ​เพลงสะกดทัพ​ ไปแล้ว​ วงก็เตรียมตัวซ้อมเพลงนี้เพื่อทัวร์คอนเสิร์ตทันที เพราะอยากให้โชว์ออกมาดีที่สุด​  ซึ่งเพลงนี้เป็นอีกโปรเจคที่พวกเราตั้งใจทำงาน เพื่อนำเพลงสะกดทัพ ขึ้นโชว์ในงานคอนเสิร์ต​แต่ละที่ด้วย เชื่อว่าจะทำให้โชว์บนเวทีเต็มไปด้วยความมันส์และโชว์สนุก เพราะด้วยเพลงนี้ เป็นแนวเพลงร็อคหนักแน่น แฟนเพลงสามารถโยกมันส์ตามไปกับโชว์ของวง ซึ่งปกติวงเราไม่เคยทำงานเพลงเร็วที่เกี่ยวกับความรักมาก่อนเลย เพลงสะกดทัพ ถือเป็นเพลงเร็วเพลงแรกเลยที่พูดถึงความรัก พอเราทำเพลงรักสไตล์ร็อคที่มีจังหวะ ก็จะทำให้โชว์ในคอนเสิร์ตมีสีสันขึ้นมา ซึ่งตอนนี้พวกเราพร้อมแล้วที่จะไปเจอแฟนคลับ พร้อมลุยทัวร์​คอนเสิร์ต​ทั่วประเทศ​ ใครอยู่จังหวัดไหน เตรียมตัวให้พร้อมที่จะมันส์ไปกับ เพลงสะกดทัพ และ TONO & THE DUST  ได้เลยครับ

ตอนนี้ผมและ THE DUST   ก็ได้ส่งงานเพลง “สะกดทัพ” Version Live Performance ปล่อยออกมาแล้วนะครับ ตามลิ้งนี้

???? https://youtu.be/klmx_JAAfz4

???? https://fb.watch/kdW5xiTYH0/?mibextid=v7YzmG

ฝากกดไลท์ กดแชร์ คอมเม้นท์กันด้วยนะครับ แล้วเจอกับเพลง สะกดทัพ แบบมันส์ๆ สดๆ ในทัวร์คอนเสิร์ต ของ TONO & THE DUST ทั่วประเทศครับ”

สำหรับสมาชิก Tono & The Dust ประกอบไปด้วย

ร้องนำ  : ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ (โตโน่)

กีตาร์ : อาทิตย์ ธนานุวัตรพงศ์(ซัน)

กีตาร์ : ณัฐ สุวรรณ โพธิ์  (ฝุ่น)

เบส : อิทธินันท์ธร ถนอมปัญญารักษ์ (นัท)

กลอง  : สงกรานต์ คำปัน (เท่ห์)

คีย์บอร์ด :  โสภณัฐ ฤกษ์สมุทร (ฮ๊อท)

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย และรับฟังเพลงได้ทาง Youtube : Tono & The Dust , Khaosan Entertainment และ Khaosan Play

#สะกดทัพ #Tonoandthedust #คณะวงดนตรีโตโน่แอนด์เดอะดัสท์ #TNTD #KHAOSANPLAY #KhaosanEntertainment

นายกฯจัดงานสโมสรสันนิบาต เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/728713

นายกฯจัดงานสโมสรสันนิบาต เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล

นายกฯจัดงานสโมสรสันนิบาต เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 21.02 น.

วันที่ 4 พฤษภาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรัฐมนตรี เป็นเจ้าภาพจัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2566 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

จุฬาฯ สานพลัง กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สธ. ผลิตหลักสูตรระยะสั้นด้านสุขภาพและการแพทย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/728662

จุฬาฯ สานพลัง กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สธ. ผลิตหลักสูตรระยะสั้นด้านสุขภาพและการแพทย์

จุฬาฯ สานพลัง กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สธ. ผลิตหลักสูตรระยะสั้นด้านสุขภาพและการแพทย์

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 18.10 น.

ครั้งแรกในไทย!! จุฬาฯ สานพลัง กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สธ. ผลิตหลักสูตรระยะสั้นด้านสุขภาพและการแพทย์ สำหรับผู้บริหารระดับสูงและผู้ประกอบการด้านสุขภาพ ผลักดันอุตสาหกรรมการแพทย์ไทยสู่นานาชาติ

เมื่อวันพุธที่ 3 พฤษภาคม 2566 ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา (จามจุรี 10) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ พัฒนาหลักสูตร Lifelong Learning ด้านสุขภาพและการแพทย์ สำหรับบุคลากรสาธารณสุขและภาคธุรกิจที่เกี่ยวกับสุขภาพและการแพทย์ทุกระดับ เพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพบุคลากรในอุตสาหกรรมการแพทย์ของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ และมีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของวิทยาศาสตร์และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสมัยใหม่ สอดรับกับกระแสโลก ตลอดจนร่วมกันจัดทำโครงการจัดการความรู้ การพัฒนางานวิจัย รวมทั้งพัฒนานวัตกรรมที่เป็นผลิตภัณฑ์ และ/หรือ นวัตกรรมการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขต่อไปในอนาคต โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต
เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายแพทย์สุระ วิเศษศักดิ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมลงนามความร่วมมือในครั้งนี้

การลงนามความร่วมมือระหว่าง 2 องค์กรในครั้งนี้เกิดจากวิสัยทัศน์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและกรมสนับสนุนบริการสุขภาพที่สอดคล้องกันที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของวิทยาการความก้าวหน้าทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดในระดับโลกถือเป็นโอกาสของประเทศไทยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยด้วยอุตสาหกรรมการแพทย์ จึงจำเป็นต้องพัฒนาบุคลากรในด้านการธุรกิจและบริการด้านสุขภาพรองรับการเติบโต โดยเน้นรูปแบบการเรียนรู้ที่ครอบคุลมทุกช่วงวัย มีความยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ ได้แก่ การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) จึงเป็นที่มาของผนึกกำลังระหว่างองค์กร เพื่อร่วมพัฒนาหลักสูตรประกาศนียบัตรระยะสั้นภายใต้ของตกลงความร่วมมือทางวิชาการในครั้งนี้

ศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมุ่งหวังที่จะนำความรู้วิชาการทางด้านสุขภาพและการแพทย์ใหม่ ๆ ที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ และเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติมาถ่ายทอดสู่ผู้นำของประเทศที่มีสมรรถนะในการสร้างสรรค์องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน มุ่งสู่ “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) 17 เป้าหมาย การที่จุฬาฯ ได้ผนึกกำลังร่วมกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพในครั้งนี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพบุคลากรในอุตสาหกรรมการแพทย์ของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ และเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนในการพัฒนากำลังคนของประเทศที่มีประสิทธิภาพสูงของประเทศต่อไป

นายแพทย์สุระ วิเศษศักดิ์ อธิบดี กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข มีพันธกิจที่มุ่งพัฒนากำลังคนคุณภาพในระบบเศรษฐกิจสุขภาพ หลักสำคัญคือการผลักดันและส่งเสริมให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศได้เพิ่มพูนทักษะ ประสบการณ์ และเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ซึ่งจะช่วยในการขับเคลื่อนในการพัฒนากำลังคนของประเทศที่มีประสิทธิภาพสูง ได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาองค์ความรู้ในรูปแบบหลักสูตรการศึกษาตลอดชีวิต จึงเกิดความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยจะมีความร่วมมือกันในการพัฒนาหลักสูตรการจัดการความรู้ พัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ตลอดจนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างบุคลากร

เพื่อตอกย้ำเจตนารมย์ของความร่วมมือดังกล่าว จึงได้เปิดตัวแนะนำหลักสูตรระยะสั้นสำหรับผู้บริหารระดับสูงด้านการแพทย์และธุรกิจสุขภาพ หลักสูตรแรกของประเทศไทย หลักสูตร “เวฬา” หรือ “Vitality Enhancement & Longevity Academy (VELA)” ซึ่งเป็นหลักสูตรภายใต้ความร่วมมือระหว่างระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ โดยรวมองค์ความรู้ล้ำสมัย เช่น การแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) เวชศาสตร์ฟื้นฟูสภาวะเสื่อม (Reverse Aging) สุขภาพเพศกับการมีอายุยืน (Sexual Health & Longevity) เวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) การนอนหลับ และสุขภาพจิต (Sleep and Mental Health) เป็นต้น เพื่อยกระดับศักยภาพของผู้บริหาร/ผู้ประกอบการด้านธุรกิจและการให้บริการด้านสุขภาพทั้งในภาครัฐและเอกชนได้นำความรู้ที่ได้จากการอบรมหลักสูตรนี้ไปใช้พัฒนาองค์กรและพัฒนาธุรกิจให้มีความโดดเด่นในด้านมาตรฐานการให้บริการทัดเทียมกับกลุ่มอุตสาหกรรมการแพทย์ระดับนานาชาติ

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับรายละเอียดหลักสูตร หลักสูตร “เวฬา”
หรือ “Vitality Enhancement & Longevity Academy (VELA)”  และหลักสูตรอื่น ๆ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข
ได้ที่ เว็บไซต์ https://lifelong.chula.ac.th/vela

ปลัดมท.เชิญชวนพี่น้องปชช.ร่วมโครงการเดิน-วิ่ง เฉลิมพระเกียรติ’พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/728591

ปลัดมท.เชิญชวนพี่น้องปชช.ร่วมโครงการเดิน-วิ่ง เฉลิมพระเกียรติ'พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว'

ปลัดมท.เชิญชวนพี่น้องปชช.ร่วมโครงการเดิน-วิ่ง เฉลิมพระเกียรติ’พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว’

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 14.31 น.

“ปลัดมหาดไทย”เชิญชวนพี่น้องประชาชน-ทุกภาคีเครือข่าย ร่วมโครงการเดิน-วิ่ง เฉลิมพระเกียรติ”พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” เนื่องในวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2566 รายได้ส่วนหนึ่งสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา และมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2566 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เนื่องในวันที่ 4 พฤษภาคม 2566 เป็นวันฉัตรมงคล ซึ่งเป็นวันสำคัญที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี และพระราชทานพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” โดยทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานับประการ  อาทิ ด้านการศึกษา ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ด้านสังคมสงเคราะห์ ด้านการต่างประเทศ ด้านเกษตรกรรม ด้านพระศาสนา ด้านกีฬา ด้านการทหาร ด้านการบิน และด้านราชการ โดยพระองค์ท่านให้ความสำคัญทุกด้าน โดยเฉพาะด้านการศึกษาทรงเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษา ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชทรัพย์ร่วมสนับสนุนก่อตั้งโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร และทรงรับโรงเรียนไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ พระราชทานวัสดุอุปกรณ์การศึกษาที่ทันสมัย เช่น คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ วีดิทัศน์ อีกทั้ง มอบทุนช่วยเหลือเยาวชนที่เรียนดี ขยันหมั่นเพียร ประพฤติดี มีคุณธรรม และฐานะยากจน ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง โดยสนับสนุนทุนการศึกษาแก่เยาวชนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงด้านสังคมสงเคราะห์ ทรงพระกรุณาห่วงใยการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนที่ด้อยโอกาส

“เพื่อเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสืบสานพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน กระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจึงได้จัดโครงการเดิน-วิ่ง เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2566 โดยกำหนดจัดโครงการตั้งแต่วันที่ 1 – 31 พฤษภาคม  2566 ณ สถานที่ที่จังหวัดกำหนด โดยมี วัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2566 2) เพื่อนำเงินรายได้จากการดำเนินงานเป็นทุนในการช่วยเหลือเด็ก เยาวชน และประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถพึ่งพาตนเองได้ 3) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็ก เยาวชน และประชาชนได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ โดยรายได้ ส่วนหนึ่งสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา และ มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน  ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เพื่อเป็นทุนการศึกษาแก่เยาวชนผู้ยากไร้ ด้อยโอกาสทุกจังหวัด ให้มีโอกาสได้รับการศึกษา มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถพึ่งพาตนเองได้” ปลัด มท.กล่าวเพิ่มเติม

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวในช่วงท้ายว่า กระทรวงมหาดไทย ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน ภาคีเครือข่ายต่าง ๆ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อสารมวลชน มูลนิธิ สมาคม ชมรม บริษัท ห้างร้าน และผู้มีจิตศรัทธาในทุกจังหวัดเข้าร่วมโครงการเดิน-วิ่งเฉลิมพระเกียรติ ปี 2566 ณ สถานที่ที่จังหวัดกำหนด เพื่อมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเด็ก เยาวชน และประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนต่อไป

– 006

เปิดผลเนชั่นโพล รอบ 2 ‘พิธา’ แซง ‘อุ๊งอิ๊ง’ เพื่อไทยผงาด สส.เขต+ปาร์ตี้ลิสต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548270

05 พ.ค. 2566

เปิดผลเนชั่นโพล รอบ 2 'พิธา' แซง 'อุ๊งอิ๊ง' เพื่อไทยผงาด สส.เขต+ปาร์ตี้ลิสต์

เลือกตั้ง66 : เปิดผลสำรวจเนชั่นโพล ครั้งที่ 2 พร้อมบทวิเคราะห์ แคนดิเดตนายกฯ ‘พิธา แซง อุ๊งอิ๊ง’ แต่คะแนน สส.ทั้งเขตและปาร์ตี้ลิสต์ เพื่อไทยยังแกร่ง ส่วน ‘ลุงตู่’ ยื่นหนึ่งในพื้นที่ภาคใต้

ผลสำรวจเนชั่นโพลครั้งที่ 2 “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคก้าวไกล ทำคะแนนแซง “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร” แต่ทว่าพรรคเพื่อไทย ยังคงนำโด่งมีโอกาสชนะเลือกตั้งแบบถล่มทลายในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ มาตั้งแต่ผลสำรวจเนชั่นโพลทั้งสองรอบ ไม่มีปาฏิหาริย์ให้กับพรรคอื่นแน่ แม้ว่าพรรคก้าวไกลจะมาแรงในช่วงท้ายก็ตาม

เนชั่นโพลครั้งที่ 2 ทำการสำรวจจากกลุ่มตัวอย่าง 114,457 ตัวอย่างระหว่างวันที่ 24 เม.ย. – 3 พ.ค. ในพื้นที่เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ 367 เขต( 78,214 ตัวอย่าง) และ กรุงเทพมหานคร ซึ่งทำการสำรวจระหว่างวันที่  28 เม.ย. – 3 พ.ค.  (36,243 ตัวอย่าง) มีค่าความคลาดเคลื่อน 3% ใน33 เขตของกทม.  5% ในเขตเมืองสำคัญต่างจังหวัด 8 เขต  และ 7% ในเขตเลือกตั้งที่เหลืออีก 359 เขต  

(ถ่ายทอดสด เปิดเผลเนชั่นโพล ครั้งที่ 2 ชมสดทางเนชั่นทีวี คลิก )

ผลสำรวจของเนชั่นโพล วิเคราะห์เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2566 มีรายละเอียดที่น่าสนใจหลายประการดังนี้

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ก้าวขึ้นมานำแพทองธาร ชินวัตร ในตำแหน่ง แคนดิเดต (candidate) ที่คนอยากให้เป็นนายกรัฐมนตรีทั่วประเทศ จากที่เคยตามหลังอยู่ 17% จากผลสำรวจเนชั่นนโพลรอบแรก เมื่อสองสัปดาห์ก่อน 

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังเป็นอันดับหนึ่งในภาคใต้ 11 จังหวัดที่คนอยากให้เป็นนายกรัฐมนตรี รองลงมาคือพิธาจากพรรคก้าวไกล

เลือกตั้ง66 : ผลสำรวจเนชั่นโพล ครั้งที่ 2  วันที่ 5 พ.ค. 66เลือกตั้ง66 : ผลสำรวจเนชั่นโพล ครั้งที่ 2 วันที่ 5 พ.ค. 66

ขณะที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส) นายวันมูฮัมหมัดนอร์มะทา พรรคประชาชาติคือคนที่ประชาชนในพื้นที่นี้อยากให้เป็นนายกรัฐมนตรีมากที่สุด

โดยผลสำรวจเนชั่นโพล ครั้งที่ 2 ‘คนไทยอยากได้ใครเป็นนายกฯ’ ผลสำรวจมีดังนี้ 

  1. พิธา ลิ้มเจริญรัตน์  29.37% 
  2. แพทองธาร ชินวัตร  27.55%
  3. เศรษฐา ทวีสิน 13.28 %
  4. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 8.85%
  5. ยังไม่ตัดสินใจ 5.35 %
  6. อนุทิน ชาญวีรกูล 4.05%
  7. จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ 2.49%
  8. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ 2.38 %
  9. ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ 1.66 %
  10. วันมูหะมัดนอร์ มะทา 1.56 % 
  11. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 1.23%
  12. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส 1.11 %
  13. วราวุธ ศิลปอาชา 0.5%
  14. กรณ์ จาติกวณิช 0.38%
เปิดผลเนชั่นโพล รอบ 2 'พิธา' แซง 'อุ๊งอิ๊ง' เพื่อไทยผงาด สส.เขต+ปาร์ตี้ลิสต์

เลือก สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ในสังกัดพรรคใด มีผลสำรวจดังนี้

  1. เพื่อไทย 38.48%
  2. ก้าวไกล 28.03%
  3. ยังไม่ตัดสินใจ 8.67%
  4. รวมไทยสร้างชาติ 6.8 %
  5. ภูมิใจไทย 5.62%
  6. ประชาธิปัตย์ 4.3%
  7. พลังประชารัฐ 3.65%
  8. ประชาชาติ 1.45 %
  9. ไทยสร้างไทย 0.97 %
  10. เสรีรวมไทย 0.79 %
  11. ชาติไทยพัฒนา 0.69%
  12. ชาติพัฒนากล้า 0.34%
  13. อื่นๆ 0.13%
  14. เพื่อชาติ 0.04%
  15. ประชาธิปไตยใหม่ 0.03%
เปิดผลเนชั่นโพล รอบ 2 'พิธา' แซง 'อุ๊งอิ๊ง' เพื่อไทยผงาด สส.เขต+ปาร์ตี้ลิสต์

เลือก สส. แบบบัญชีรายชื่อ ในสังกัดพรรคใด ผลสำรวจออกมาดังนี้ 

  1. เพื่อไทย 39.83%
  2. ก้าวไกล 29.18%
  3. รวมไทยสร้างชาติ 7.45%
  4. ยังไม่ตัดสินใจ 7.09%
  5. ภูมิใจไทย 4.84%
  6. ประชาธิปัตย์ 3.97%
  7. พลังประชารัฐ 3.18%
  8. ประชาชาติ 1.48%
  9. ไทยสร้างไทย 0.99%
  10. เสรีรวมไทย 0.82%
  11. ชาติไทยพัฒนา 0.68%
  12. ชาติพัฒนากล้า 0.34%
  13. ไทยภักดี 0.07%
  14. อื่นๆ 0.05%
  15. ไทยศรีวิไลย์ 0.05%
เปิดผลเนชั่นโพล รอบ 2 'พิธา' แซง 'อุ๊งอิ๊ง' เพื่อไทยผงาด สส.เขต+ปาร์ตี้ลิสต์

จำนวนเขตเลือกตั้งที่พรรคนั้น ๆ มีคะแนนนำ (ยังไม่ได้หมายถึงผู้ชนะเด็ดขาดในแต่ละเขต)

  • เพื่อไทย 248 เขต
  • ก้าวไกล 78 เขต
  • ไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ 18 เขต
  • ประชาธิปัตย์ 15 เขต
  • ภูมิใจไทย 12 เขต
  • ประชาชาติ 12 เขต
  • รวมไทยสร้างชาติ 7 เขต
  • พลังประชารัฐ 5 เขต
  • ชาติไทยพัฒนา 4 เขต
  • ชาติพัฒนากล้า 1 เขต

รวมทั้งหมด 400 เขต ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามค่าความคลาดเคลื่อนของการสำรวจ และมีแง่มุมที่น่าสนใจประกอบด้วย 

บทวิเคราะห์เนชั่นโพล

กรณีที่พรรคฝั่งเสรีนิยมที่เป็นตัวแปร ได้แก่

  • เพื่อไทย มีโอกาสลงมาในระดับ 229 เขต
  • ก้าวไกล มีโอกาสลงมาในระดับ 52 เขต 

(หมายถึงเขตที่สูสีกัน เพื่อไทย หรือก้าวไกลตกเป็นอันดับ 2 ในเขตเหล่านั้นทุกเขต)

พรรคฝั่งอนุรักษ์นิยมที่เป็นตัวแปร หากรวมคำตอบในส่วน ไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ ที่มาเป็นอันดับ 1 ของเขตนั้น ๆ ซึ่งอาจมีเพิ่มได้ถึง 23 เขต

  • ประชาธิปัตย์ มีโอกาสขยับขึ้นระหว่าง 19 ถึง 42 เขต
  • รวมไทยสร้างชาติ มีโอกาสขยับขึ้นระหว่าง 13 ถึง 36 เขต
  • ภูมิใจไทย มีโอกาสขยับขึ้นระหว่าง 16 ถึง 39 เขต
  • พลังประชารัฐ มีโอกาสขยับขึ้นระหว่าง 6 ถึง 29 เขต

ขณะที่พรรคชาติไทยพัฒนา มีโอกาสขยับขึ้นระหว่าง 4 ถึง 27 เขต แต่มีเงื่อนไขว่าพรรคนั้น ๆ ต้องช่วงชิงเขตที่ ไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจมาเป็นของตนให้ได้

พรรคก้าวไกลคือ ตัวตึงการเลือกตั้งระบบเขตในครั้งนี้อย่างแท้จริง จากผลสำรวจเนชั่นโพลรอบนี้ ถือเป็นการผงาดขึ้นมาในระบบเขตของพรรคก้าวไกลในทุกภูมิภาค

พบว่าพรรคก้าวไกลสามารถเจาะเขตของพรรคเพื่อไทยในภาคเหนือและภาคอีสานได้หลายเขต เจาะเขตภาคใต้ของพรรคประชาธิปัตย์และรวมไทยสร้างชาติได้บางเขต

การเมืองบนฐานวัฒนธรรมยังมีบทบาทนำในพื้นที่พิเศษกลุ่ม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากพบว่าพรรคประชาชาติสามารถขยายผลในการครองเขตเลือกตั้งเกือบทุกพื้นที่

เกิดปรากฏการณ์ เสาไฟฟ้าหัก และเสาโทรเลขเสียบแทน ในภาคใต้ 11 จังหวัด พบว่า เขตที่พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยแซงพรรคฝั่งอนุรักษ์นิยมนั้น จะเป็นเขตที่ฝั่งอนุรักษ์นิยมตัดกันเองจำนวนมาก โดยเฉพาะการตัดฐานเสียงกันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรครวมไทยสร้างชาติ 

แนวโน้มจากผลโพลพบว่าพรรคขั้วอนุรักษ์นิยมเดิมแม้จะมีความนิยมสูงมากในพื้นที่ แต่เมื่อแข่งกันเองจึงตัดฐานเสียงกันและกัน ทำให้สัดส่วนฐานเสียงแตกกันกระเจิง พรรคก้าวไกลที่มีความนิยมเพิ่มขึ้นมาจึงพลิกแซงนำในหลายเขต

แต่ถ้าหากนับรวมฐานเสียงฝั่งอนุรักษ์นิยมรวมกันทั้งหมด ยังมีมากกว่าฝั่งเสรีนิยมรวมกัน ประมาณสองเท่าตัวในพื้นที่ 11 จังหวัดภาคใต้

เกิดปรากฏการณ์บ้านใหญ่ฝั่งอนุรักษ์นิยมกุมขมับทั่วไทย ประสบภาวะล่มสลาย จะมีที่ยกจังหวัดฝ่ากระแสมาได้ เช่น พะเยา  สุพรรณบุรี เมืองหลวงพรรคการเมืองสำคัญถูกตีแตกทุกแห่ง

อาทิ บุรีรัมย์ของภูมิใจไทย เชียงใหม่ของเพื่อไทย สงขลาของประชาธิปัตย์ สุพรรณบุรีของชาติไทยพัฒนา เจ้าของพื้นที่ เริ่มสั่นคลอน ขณะที่พรรคก้าวไกล มีโอกาสชนะเลือกตั้งแบบยกจังหวัด

มีเพียงสองพรรคที่ครอบครองการนำในพื้นที่ 33 เขตในกรุงเทพมหานคร  ได้แก่ เพื่อไทยและก้าวไกล โดยพรรคเพื่อไทยมีสัดส่วนในการเป็นพรรคนำของเขต มากกว่าก้าวไกล

กลุ่มคนที่ไม่ตัดสินใจเลือก สส.ระบบเขตเลือกตั้งลดลงอย่างมากในการสำรวจโพลรอบสองเมื่อเทียบกับการเก็บข้อมูลเนชั่นโพลรอบแรก โดยลดลงเหลือ 8.62% จากเดิมราว ๆ 32 %

เป็นไปตามทฤษฎีการเลือกตั้งที่ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง ผู้ลงคะแนนจะยิ่งมีความชัดเจนในการตัดสินใจ แต่ในแง่ความมั่นคงในการตัดสินใจเลือก ยังมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้จนถึงวันลงคะแนนจริง

ฝั่งอนุรักษ์นิยมวางยุทธศาสตร์ผิดพลาดของที่ไม่สามารถสมานสามัคคีทางยุทธศาสตร์เลือกตั้งตั้งแต่แรกเริ่ม แต่มุ่งแข่งขันกันเองจนทำให้ภาพรวมจำนวน สส.ระบบเขตได้รับผลกระทบอย่างหนัก ปรากฏชัดเจนจากการที่ภาคใต้ 11 จังหวัด คะแนนตัดกันเองระหว่างประชาธิปัตย์ รวมไทยสร้างชาติ  พลังประชารัฐ หลายเขต

หลายเขตเลือกตั้งในต่างจังหวัดคะแนนอันดับหนึ่งและสองหรือสามห่างกันไม่เกิน 7% ตามค่าความคลาดเคลื่อน การสำรวจโพลรอบนี้ นั่นหมายความถึงช่วงโค้งสุดท้ายในอีก 11 วันที่เหลือ สามารถพลิกผันได้ทุกเมื่อ

ข้อสังเกตจากทีมลงพื้นที่ พบว่ามีคนจำนวนมากให้ข้อมูลในระดับที่มีนัยสำคัญว่ายังมีเวลาอีกหลายวันกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง จึงรอดูก่อนว่าใครให้มากกว่า ดังนั้นปัจจัยธนกิจการเมือง (money politics) ยังปรากฏอยู่ในการเลือกตั้งครั้งนี้และอาจเป็นตัวแปรหนึ่งในการเปลี่ยนเกมชิงความได้เปรียบช่วงโค้งสุดท้าย 

ระยเวลาหลังการทำโพลจนถึงวันเลือกตั้งยาวนานเพียงพอที่พรรคการเมืองต่าง ๆ จะแก้เกมส์เพื่อดึงคะแนนเสียงสู่พรรคตนและเปลี่ยนผลคะแนนได้ จึงขึ้นกับว่าพรรคใดจะทำได้ดีกว่ากันในช่วงสัปดาห์สุดท้าย 

แนวโน้มฐานเสียงข้ามขั้วเริ่มมีบ้างแล้วจากการสำรวจโพลรอบสอง ซึ่งอาจซ้ำรอยปรากฏการณ์ ชัชชาติแลนด์สไลด์ เมื่อปีที่แล้ว เพียงแต่ไม่ได้ตกอยู่กับพรรคใดพรรคหนึ่งแต่เป็นลักษณะขั้วใหญ่แทนนั่นคือปรากฏการณ์เสรีนิยมแลนด์สไลด์


ผลสำรวจของเนชั่นโพลรอบสองสรุปได้ว่า

แนวโน้มเป็นความพ่ายแพ้ของฝ่ายอนุรักษ์นิยมโดยสิ้นเชิง ขั้วฝ่ายเสรีนิยมก้อนใหญ่มีฐานเสียงที่เติบโตขึ้นจากเดิมในช่วงโค้งสุดท้าย  รัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ฝั่งเสรีนิยมมีโอกาสรวมกันเกิน 300 เสียง

ผลสำรวจเนชั่นโพลครั้งที่ 2 วันที่ 5 พ.ค. 66 (กราฟฟิกโดย กรุงเทพธุรกิจ)

เช็ก เลือกตั้งล่วงหน้า ‘เลือกตั้ง 66’ กาเครื่องหมายยังไงเป็น บัตรดี บัตรเสีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548267

05 พ.ค. 2566

เช็ก เลือกตั้งล่วงหน้า 'เลือกตั้ง 66' กาเครื่องหมายยังไงเป็น บัตรดี บัตรเสีย

เช็กก่อน เลือกตั้งล่วงหน้า ‘เลือกตั้ง 66’ กาเครื่องหมายลงบนบัตรเลือกยังไงกลายเป็น บัตรดี บัตรเสีย ตรวจสอบให้ดีก่อนเดินเข้าคูหาเลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบ

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดวัน “เลือกตั้ง 66” ในวันที่ 14 พ.ค. 2566  โดยผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งสามารถเดินทางไปใช้สิทธิตามเขตและจังหวัดตามสำเนาทะเบียนบ้านของตัวเองได้ตั้งแต่เวลา 08.00 น.- 17.00 น. 

ส่วนวันเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 7 พ.ค. 2566 ผู้ที่ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าสามารถเดินทางไปเลือกตั้งได้ที่เขตที่ลงทะเบียนไว้ได้ตั้งแต่เวลา 08.00 น.- 17.00 น. ตามหน่วยเลือกตั้งที่ลงทะเบียนไว้

ก่อนจะเดินเข้าคูหา “เลือกตั้ง 66” เพื่อกาคนที่รัก กาพรรคที่ชอบ ลองเช็กวิธีกาบัตรเลือกตั้งยังให้ถูกต้องเป็นบัตรดีและไม่กลายเป็นบัตรเสีย

สำหรับ บัตรดี บัตรเสีย จะมีลักษณะดังนี้

บัตรดี

ผู้เลือกตั้งจะต้องทำเครื่องหมายในการลงคะแนน ต้องเป็นเครื่องหมาย “กากบาท” หรือเครื่องหมายที่มีจุดตัดตรงกลาง และต้องอยู่ในช่องทำเครื่องหมาย และต้องมีเครื่องหมายเดียวเท่านั้น 

บัตรเสีย

  • บัตรที่ไม่ได้ทำเครื่องหมายลงคะแนน
  • บัตรที่ลงคะแนนเกิน 1 เครื่องหมาย
  • บัตรที่ทำเครื่องหมายอื่นนอกจาก กากบาท เช่น เครื่องหมายขัดถูก รูปหัวใจ จุด วงกลม สามเหลียม เครื่องหมายดอกจันทร์ รูปดาว
  • บัตรที่ลงคะแนนในช่องที่ไม่มีผู้สมัคร หรือบัตรที่กากบาทในช่องที่ไม่มีผู้สมัคร หรือผู้สมัครที่ถูกถอนชื่อออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัคร
  • ทำเครื่องหมายนอกช่อง และบัตรที่มีการเขียนตัวอักษรลงไป
  • ไม่ใช่บัตรที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งมอบให้

ตัวอย่างบัตรดี บัตรเสียตัวอย่างบัตรดี บัตรเสีย

สำหรับการ “เลือกตั้ง 66” ครั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งล่วงหน้าที่จะเกิดขึ้นในวันที่อาทิตย์ที่ 7 พ.ค. 66 หรือ วันเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค. 66 ประชาชนจะได้บัตร 2 บัตร คือ

บัตรเลือกตั้งสีม่วง เป็นบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต ในบัตรจะระบุหมายเลขผู้สมัคร และช่องสำหรับกากบาทเท่านั้น

บัตรเลือกสส.แบบแบ่งเขตบัตรเลือกสส.แบบแบ่งเขต

บัตรเลือกตั้งสีเขียว เป็นบัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ มีสัญลักษณ์ หรือ เครื่องหมายของพรรคการเมือง และมีชื่อพรรคในบัตรเลือกตั้ง

บัตรเลือกสส.แบบบัญชีรายชื่อบัตรเลือกสส.แบบบัญชีรายชื่อ

เสื้อเกราะ อาวุธ คุ้มกัน ‘บัตรเลือกตั้ง’ ส่งทั่วไทย เลือกตั้ง66 14 พ.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548259

ขวัญเรียม​ แก้ว​สุวรรณ​

04 พ.ค. 2566

เสื้อเกราะ อาวุธ คุ้มกัน 'บัตรเลือกตั้ง' ส่งทั่วไทย เลือกตั้ง66 14 พ.ค.นี้

รถบรรทุก 19 คัน ลำเลียง “บัตรเลือกตั้ง” ส่ง 400 เขตทั่วประเทศ ตำรวจคุ้มกันเข้ม เสื้อเกราะ อาวุธ แผนรับมือเผชิญเหตุการณ์พร้อม

ภารกิจส่ง “บัตรเลือกตั้ง” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ปี 2566 ไปยัง 400 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ ภายใต้การดูแลของศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) 

“พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ” ผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ศลต.ตร. บอกถึงความคืบหน้าภารกิจขนส่ง “บัตรเลือกตั้ง” ล่วงหน้าไปยังหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ  ระหว่างวันที่ 1 – 4 พ.ค. 2566  ว่า ขบวนรถขน “บัตรเลือกตั้ง” สส.ล่วงหน้า ได้ออกจากศูนย์ประสานงานไปยังหน่วยเลือกตั้ง 400 หน่วย ทั่วประเทศแล้ว เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของตำรวจตลอดเส้นทาง

เตรียมส่งบัตรเลือกตั้งไปยัง 400 เขตทั่วประเทศเตรียมส่งบัตรเลือกตั้งไปยัง 400 เขตทั่วประเทศ

วันนี้ (4 พ.ค. 2566) รถขน “บัตรเลือกตั้ง” ทั่วไปพร้อมกันทั่วประเทศ ขบวนที่ 1 และ 2 รวม 19 คัน ได้ออกจากศูนย์ฯ ที่กรุงเทพมหานครแล้ว มุ่งหน้าปลายทางยังหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้ โดยมีกำลังตำรวจคุ้มกันอย่างรัดกุม 


ศลต.ตร.ได้ส่งกำลังตำรวจ ทั้งตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1–9 และตำรวจทางหลวง ดูแลความปลอดภัย รักษาความสงบเรียบร้อยตลอดเส้นทาง โดยรถไปรษณีย์ขน “บัตรเลือกตั้ง” ทุกคันมีตำรวจตระเวนชายแดน พร้อมอาวุธ และเสื้อเกราะทำหน้าที่ดูแลคุ้มกัน มีรถตำรวจทางหลวงนำขบวน

 ตำรวจคุ้มกันขบวนนำส่งบัตรเลือกตั้ง สส. ไปยัง 400 เขตทั่วประเทศตำรวจคุ้มกันขบวนนำส่งบัตรเลือกตั้ง สส. ไปยัง 400 เขตทั่วประเทศ

ปิดท้ายขบวนโดยกำลังตำรวจท้องที่ เฝ้าระวังดูแลระหว่างจอดพัก และคอยดูแลความปลอดภัยตลอดเส้นทาง และยังควบคุมการเดินทางโดยระบบ GPS ติดตาม แจ้งพิกัดแบบเรียลไทม์ และเตรียมพร้อมรับหากเผชิญเหตุทุกสถานการณ์

เทศมนตรีดอนเกาะกา แจ้งความเอาผิด ‘ผู้สมัครสส.เพื่อไทย’ ฐานรุกล้ำทางน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548251

04 พ.ค. 2566

เทศมนตรีดอนเกาะกา แจ้งความเอาผิด 'ผู้สมัครสส.เพื่อไทย' ฐานรุกล้ำทางน้ำ

เทศมนตรีตำบลดอนเกาะกา จังหวัดฉะเชิงเทรา แจ้งความผู้สมัครสส. เขต 2 พรรคเพื่อไทย ฐานรุกล้ำทางน้ำสาธารณะบึงขุนรักษ์ 

นายคมสันต์ ชูชื่น รองนายกเทศมนตรีตำบลดอนเกาะกา รับมอบอำนาจจากนายกิตติ เก่งพานิช นายกเทศมนตรีตำบลดอนเกาะ เข้าแจ้งความที่สภ.ฉิมพลี จ.ฉะเชิงเทราว่า มีผู้ทำผิดกฎหมายอาญา บุกรุกเข้าไปยึดถือ ครอบครอง บึงขุนรักษ์ อันเป็นทางน้ำ สาธารณะของแผ่นดิน ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน เพราะเป็นการรักษาประโยชน์ ของชาวบ้าน การดำเนินการครั้งนี้เป็นการแก้ไขปัญหานายทุนเข้าบุกรุกที่ดินสาธารณะ เพื่อประโยชน์ส่วนตน 

โดยข้อกล่าวหาที่เทศมนตรีตำบลดอนเกาะระบุว่า เดือน เม.ย.62 นายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 2 พรรคเพื่อไทย และ นายพันธุ์พงศ์ อัศวชัยโสภณ ซึ่งเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน โฉนดที่ดินเลขที่ 9007 ได้ทำการถมคันดิน สองคันดินบริเวณทิศใต้ของโฉนดที่ดินดังกล่าว 

โดยรุกล้ำเข้าไปในทางน้ำสาธารณะบึงขุนรักษ์ บริเวณหมู่ที่ 2 ตำบลดอนเกาะกา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน 

โดยนายพงศ์ศรัณย์ ยึดถือครอบครองทางน้ำสาธารณะบังขุนรักษ์ใน และเมื่อวันที่ 22 ก.พ.66 ยังได้ทำการตักเสริมคันดินที่รุกล้ำเข้าไปในทางน้ำสาธารณะบึงขุนรักษ์โดยไม่ได้รับอนุญาตอีก ซึ่งคันดินยังกีดขวางทางน้ำบึงขุนรักษ์ ฝั่งทิศตะวันออกและทิศตะวันตกมาจนถึงปัจจุบัน

นายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 2 พรรคเพื่อไทยนายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 2 พรรคเพื่อไทย

ทำให้บึงขุนรักษ์ในบริเวณดังกล่าวเสื่อมสภาพซึ่งการใช้งานในทางน้ำสาธารณะนั้น ทำให้ประชาชนและเกษตรกรผู้ใช้ประโยชน์จากทางน้ำสาธารณะดังกล่าวได้รับความเดือนร้อน 

ทั้งนี้ เทศบาลตำบลดอนเกาะกา ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการบำรุงรักษาและพัฒนาพื้นที่เพื่อให้ประชาชนใช้ร่วมกันได้อย่างสะดวก การกระทำของนายพงศ์ศรัณย์ และนายพันธุ์พงศ์ อัศวชัยโสภณ จึงเป็นการ กระทำผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 108 ทวิวรรคสอง ประกอบมาตรา 9(1) (2) และตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 ซึ่งเป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายอาญา 

จึงขอร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีกับนายพงศ์ศรัณย์ และนายพันธุ์พงศ์ อัศวชัยโสภณ ตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด จึงได้มาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานต่อพนักงานสอบสวน

เทศมนตรีดอนเกาะกา แจ้งความเอาผิด 'ผู้สมัครสส.เพื่อไทย' ฐานรุกล้ำทางน้ำ
เทศมนตรีดอนเกาะกา แจ้งความเอาผิด 'ผู้สมัครสส.เพื่อไทย' ฐานรุกล้ำทางน้ำ

เพจลุงตู่ตูน ปลุกกองเชียร์สูงวัย เลือก ‘ประยุทธ์’ อยู่ต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548248

04 พ.ค. 2566

เพจลุงตู่ตูน ปลุกกองเชียร์สูงวัย เลือก 'ประยุทธ์' อยู่ต่อ

แฟนเพจเฟซบุ๊กลุงตู่ตูน ทำคลิป ปลุกกองเชียร์สูงวัย เชียร์ ‘ลุงตู่อยู่ต่อ’ยกเป็นนายกฯดีที่สุดเท่าที่เคยมี 

“เพจลุงตู่ตูน” สัมภาษณ์ “เอฟซีรุ่นใหญ่” ประสานเสียงสนับสนุน “นายกฯลุงตู่” อยู่ต่อนานๆ ยกเป็นนายกฯดีที่สุดเท่าที่เคยมี ระบุเป็นคนจริงใจ-เป็นกันเอง-ไม่ทุจริต-มีประสบการณ์ ที่สำคัญเป็นคนที่รักชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์ ชวนออกไปเชือกตั้งเยอะๆเชียร์ “ลุงตู่” อยู่ต่อ

แฟนเพจเฟซบุ๊กลุงตู่ตูน ซึ่งเป็นเพจสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โพสต์คลิปวิดีโอสัมภาษณ์กลุ่มผู้สูงอายุถึงความคิดเห็นต่อ พล.อ.ประยุทธ์

โดยทุกเสียงต่างสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกสมัย เพราะประทับใจผลงานที่ผ่านมา รวมไปถึงบุคลิกที่เป็นคนจริงใจ และไม่ทุจริต พร้อมเชิญชวนให้ทุกคนออกมาเลือกตั้งมากๆ เพื่อสนับสนุนให้ พล.อ.เป็นนายกรัฐมนตรี

“ที่ชอบเป็นพิเศษคือ ความจริงใจ และตรงไปตรงมาของท่าน ฟังแล้วไม่ต้องแปล ชัดเจนมาก พูดอย่างไรทำอย่างนั้น มีวิสัยทัศน์ดี ฉลาดรอบรู้ มีประสบการณ์ วันนี้นายกฯตู่เป็นมาแล้ว 8 ปี ผมว่ายิ่งนานยิ่งดี อยากให้ท่านอยู่ต่อนานๆ เหมือนคนเป็นครูที่ยิ่งเก่า ยิ่งนานก็ยิ่งดี เพราะมีความรู้ มีประสบการณ์ ดูอย่างประเทศอื่นที่เจริญทั้งสิงคโปร์ หรือจีน ว่าผู้นำของเขาอยู่กันมากี่ปี อยากให้ประเทศอยู่ต่ออย่างมั่นคง เราต้องมีผู้นำที่แข็งแรง” ประชาชนที่เป็นอดีตครู ระบุ

“นายกฯลุงตู่รักประชาชน แก้ไขปัญหาวิกฤตต่างๆเพื่อประชาชน นายกฯคนนี้ดีที่สุดเท่าที่ผ่านมา … พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนกันเองกับประชาชนดี การทำงานก็ไม่มีทุจริตอะไร และทำผลประโยชน์ให้กับประชาชนเยอะ อย่างรถไฟฟ้า การคมนาคมขนส่ง และที่สำคัญยังเป็นคนที่รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์” ประชาชน ระบุ

แฟนเพจเฟซบุ๊กลุงตู่ตูน ยังระบุข้อความด้วยว่า “สูงวัย” ปลุกเลือก “ลุงตู่” นั่งนายกฯ รวมพลังปกป้องประเทศไทย ให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปด้วยความสงบ หากสงบประเทศจะพัฒนาไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

พลังประชารัฐ เปิดนโยบายเศรษฐกิจ อัดฉีดรากหญ้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548246

04 พ.ค. 2566

พลังประชารัฐ เปิดนโยบายเศรษฐกิจ อัดฉีดรากหญ้า

โค้งสุดท้าย ก่อนเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ อัดนโยบายเศรษฐกิจ ตั้งเป้าให้ทุนเพาะปลูก 30,000 บาท 8 ล้านครัวเรือน

พลังประชารัฐ ชูนโยบาย 3 เร่งด่วนทำทันที แก้ปัญหาเศรษฐกิจ-ปากท้อง เขตเศรษฐกิจพิเศษปาล์ม น้ำมัน ยกระดับเกษตรกรไทยเป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์ พร้อมเสนอนโยบายสาธารณสุขครบวงจร  พาหมอไปหา เอายาไปส่งถึงบ้าน

สรุปนโยบาย โค้งสุดท้าย สู่การเลือกตั้งเป็นรัฐบาล ของพลังประชารัฐ ประกอบไปด้วย การกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นอย่างแท้จริง และทันที เร่งเศรษฐกิจให้โต และ  เร่งรัดการวางพื้นฐานการพัฒนาที่ยั่งยืนให้ประเทศและคนไทย

พร้อมแก้ปัญหาความยากจน และความเหลื่อมล้ำอย่างครบวงจร ด้วยการแก้หนี้ เติมทุน เพิ่มทักษะและโอกาสให้ประชาชนคนตัวเล็กมีโอกาสทำมาหากินได้

อุตตม สาวนายน ประธานคณะจัดทำนโยบายพรรคบอกว่าในการปรับโครงสร้างระบบเศรษฐกิจ ต้องให้ความสำคัญตั้งแต่ระบบฐานราก โดยมุ่งเน้นให้เข้มแข็งตั้งแต่ฐานราก ไปจนถึงการพัฒนาเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ๆ ซึ่งวันนี้ ประเทศไทยต้องการการลงทุนขนาดใหญ่ 

ประเทศไทยยังมีหลายอย่างที่เป็นจุดแข็งและสามารถขับเคลื่อนได้ทั้งเรื่อง BCG สุขภาพ รถยนต์ไฟฟ้า ดิจิทัล และการพัฒนาพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ เช่น การต่อยอด EEC สิ่งเหล่านี้พรรคมีแนวนโยบายที่ชัดเจน และสามารถทำได้จริง

สนธิรัตน์ สนธิจิรวงษ์ ประธานยุทธศาสตร์การเมืองบอกว่า เรื่องแรกที่จะทำคือใช้โครงสร้างกองทุนหมู่บ้าน (กทบ.) ดำเนินโครงการที่เคยทำไว้แล้ว โดยสนับสนุนเงินทุนให้กองทุนหมู่บ้าน กองทุนละ 2 แสนบาท ภายใต้วงเงินงบประมาณ 16,000 ล้านบาท เพื่อสร้างความเข้มแข็งของฐานราก

นโยบายปุ๋ยคนละครึ่งเพื่อลดค่าใช้จ่ายให้พี่น้องเกษตรกร พร้อมตั้งกองทุนปุ๋ยประชารัฐ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาปุ๋ย นอกจากนั้น ยังมีนโยบายที่จะให้ทุนการเพาะปลูกของเกษตรกร ครัวเรือนละ 30,000 บาท ครอบคลุม 8 ล้านครัวเรือน เพื่อแก้หนี้ และเพิ่มผลผลิตในพื้นที่



ขณะที่นโยบายด้านสาธารณสุข พรรคพลังประชารัฐมีนโยบายที่ครอบคลุม และได้ดำเนินการไปแล้วหลายเรื่อง โดยเน้นการป้องกันก่อนป่วยมากกว่าการรักษา เราจะใช้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.) เป็นฐานหลัก เป็นเหมือนโรงพยาบาลหน้าบ้าน