ช็อก กลุ่มวากเนอร์ เสียทหารรับจ้าง 2 หมื่นศพ กว่ารัสเซียจะได้ครองบักห์มุต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696747

ช็อก กลุ่มวากเนอร์ เสียทหารรับจ้าง 2 หมื่นศพ กว่ารัสเซียจะได้ครองบักห์มุต

25 พ.ค. 2566 11:25 น.

ช็อก กลุ่มวากเนอร์ เสียทหารรับจ้าง 2 หมื่นศพ กว่ารัสเซียจะได้ครองบักห์มุต

หัวหน้ากลุ่มวากเนอร์ ของฝ่ายรัสเซีย เผยสูญเสียทหารรับจ้างถึง 2 หมื่นศพ ในสมรภูมิรบที่เมืองบักห์มุต ทางตะวันออกของยูเครน หลังสู้รบนานหลายเดือนกว่าจะยึดเมืองได้

เมื่อ 25 พ.ค. 2566 สำนักข่าวอัลจาซีรารายงาน นายเยฟเกนี ปริโกซิน หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้าง วากเนอร์ ในรัสเซีย ออกมาเปิดเผยความสูญเสียของกลุ่มวากเนอร์ ในปฏิบัติการที่ได้รับมอบหมายจากกองทัพรัสเซีย ให้เป็นแกนนำบุกโจมตียึดเมืองบักห์มุต ทางภาคตะวันออกของยูเครนว่า กลุ่มวากเนอร์ ต้องสูญเสียทหารรับจ้างไปเป็นจำนวนถึงประมาณ 20,000 คนในการสู้รบ กว่าจะยึดครองเมืองบักห์มุตได้สำเร็จ

ปริโกซิน หัวหน้ากลุ่มวากเนอร์ กล่าวด้วยว่า เขาได้เกณฑ์นักโทษถึงราว 50,000 นายมาร่วมสู้รบกับกลุ่มวากเนอร์ในสงครามที่ยูเครน โดยนักโทษประมาณ 20% หรือราว 10,000 คนได้ถูกฆ่าตายระหว่างการสู้รบ ขณะเดียวกัน ทหารรับจ้างที่ทำสัญญามาร่วมรบกับกลุ่มวากเนอร์ ก็ถูกสังหารไปมากมายพอๆ กันคือประมาณ 10,000 คน

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มวากเนอร์และเจ้าหน้าที่ทหารรัสเซียอ้างว่าสามารถยึดเมืองบักห์มุตได้ทั้งหมดแล้ว และจะส่งมอบการครอบครองเมืองบักห์มุตให้แก่กองทัพรัสเซียในวันที่ 1 มิถุนายน นี้ หลังจากกลุ่มวากเนอร์ได้สู้รบเพื่อยึดเมืองนี้มานานหลายเดือนจนเกิดการปะทะกับทหารยูเครนอย่างดุเดือด ในขณะที่ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซียได้แสดงความยินดีกับกองทัพรัสเซียและกลุ่มวากเนอร์สำหรับชัยชนะที่เมืองบักห์มุต ซึ่งตามความเห็นของบรรดานักวิเคราะห์ชี้ว่า เมืองบักห์มุตไม่ได้มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ แต่ชัยชนะของรัสเซียถือเป็นชัยชนะเชิงสัญลักษณ์ หลังปูตินทำสงครามในยูเครนมานานกว่า 15 เดือน

อย่างไรก็ตาม ด้านรัฐบาลยูเครนยังคงปฏิเสธคำอ้างของรัสเซีย และกลุ่มวากเนอร์ ที่บอกว่ายึดเมืองบักห์มุตไว้ได้ทั้งหมดแล้ว โดยรัฐบาลยูเครนโต้แย้งว่าขณะนี้ทหารยูเครนยังคงสู้รบเพื่อรักษาเมืองบักห์มุต

ชายอัมพาตเดินได้อีกครั้งหลังการปลูกถ่ายสมอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696772

ชายอัมพาตเดินได้อีกครั้งหลังการปลูกถ่ายสมอง

25 พ.ค. 2566 13:23 น.

ชายอัมพาตเดินได้อีกครั้งหลังการปลูกถ่ายสมอง

ชายที่เป็นอัมพาตสามารถกลับมาเดินได้อีกครั้ง หลังเข้ารับการปลูกถ่ายสมองแบบอิเล็กทรอนิกส์ การแพทย์แรกที่เขาบอกว่าได้เปลี่ยนชีวิตของเขา

เกิร์ต ยาน-ออสแคม ชายชาวดัตช์วัย 40 ปี เป็นอัมพาตจากอุบัติเหตุจักรยานเมื่อ 12 ปีที่แล้ว แต่กลับมายืน เดิน และขึ้นบันไดได้อีกครั้ง หลังเข้ารับการปลูกถ่ายสมองด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งผ่านส่งความคิดของเขาไปยังขาและเท้าแบบไร้สายผ่านการปลูกถ่ายครั้งที่สองที่กระดูกสันหลัง

ออสแคมกล่าวว่า “ผมรู้สึกเหมือนเด็กกำลังหัดเดินอีกครั้ง” และตอนนี้เขาสามารถยืนและขึ้นบันไดได้แล้ว “มันเป็นการเดินทางที่ยาวนาน แต่ตอนนี้ผมสามารถยืนขึ้นและดื่มเบียร์กับเพื่อนได้ มันเป็นความสุขที่หลายคนไม่เคยสัมผัส”

การพัฒนาเทคนิคดังกล่าว ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร “เนเจอร์” นำโดยนักวิจัยชาวสวิส ศาสตราจารย์โจเซลีน โบลช แห่งมหาวิทยาลัยโลซานน์ ซึ่งเป็นศัลยแพทย์ระบบประสาทที่ทำการผ่าตัดที่ละเอียดอ่อนเพื่อใส่รากฟันเทียม เน้นย้ำว่าระบบยังอยู่ในขั้นตอนการวิจัยขั้นพื้นฐาน และต้องใช้อีกหลายปีกว่าจะพร้อมสำหรับผู้ป่วยที่เป็นอัมพาต แต่เธอกล่าวว่า ทีมงานมีเป้าหมายในการนำเทคนิคนี้จากห้องปฏิบัติการและนำไปใช้งานในโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

การผ่าตัดเพื่อฟื้นฟูการเคลื่อนไหวของเกิร์ต-แจน มีขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2564 ศ.โบลชได้เจาะรูกลมสองรูที่ด้านข้างของกะโหลกศีรษะ ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 ซม. เหนือบริเวณของสมองที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการเคลื่อนไหว จากนั้น เธอใส่อุปกรณ์ฝังเทียมรูปแผ่นดิสก์ 2 ชิ้น ซึ่งส่งสัญญาณสมองแบบไร้สาย ไปยังเซนเซอร์สองตัวที่ติดอยู่บนหมวกนิรภัยบนศีรษะของเขา

ทีมงานชาวสวิสได้พัฒนาอัลกอริทึมที่แปลสัญญาณเหล่านี้เป็นคำสั่งในการขยับกล้ามเนื้อขาและเท้า ผ่านวัสดุเสริมที่สองที่สอดเข้าไปรอบๆ ไขสันหลังของเกิร์ต-แจน ซึ่งศาสตราจารย์โบลชได้ติดไว้อย่างประณีตกับปลายประสาทที่เกี่ยวข้องกับการเดิน

นักวิจัยพบว่าหลังจากฝึกไม่กี่สัปดาห์ เขาสามารถยืนและเดินได้โดยใช้วอล์กเกอร์ช่วย แม้การเคลื่อนไหวของเขาเป็นไปอย่างเชื่องช้าแต่ก็ราบรื่น 

ศาสตราจารย์ เกรกอร์ คอร์ทีน จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งสหพันธ์สวิส-ในเมืองโลซานน์ (EPFL) ซึ่งเป็นผู้นำโครงการนี้ กล่าวว่า “การได้เห็นเขาเดินอย่างเป็นธรรมชาตินั้นน่าประทับใจมาก เป็นการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในสิ่งที่มีมาก่อน”

การปลูกถ่ายสมองสร้างขึ้นจากผลงานก่อนหน้านี้ของ ศ.คอร์ทีน ซึ่งใช้เฉพาะการปลูกถ่ายกระดูกสันหลังเพื่อฟื้นฟูการเคลื่อนไหว การปลูกถ่ายกระดูกสันหลังจะขยายสัญญาณที่อ่อนแอจากสมองไปยังส่วนที่เสียหายของกระดูกสันหลัง และได้รับการกระตุ้นเพิ่มเติมด้วยสัญญาณที่ตั้งโปรแกรมไว้ล่วงหน้าจากคอมพิวเตอร์.

ไต้ฝุ่นมาวาร์ พัดเข้าเกาะกวม ทำฝนตกหนัก ลมพัดแรง กระแสไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696706

ไต้ฝุ่นมาวาร์ พัดเข้าเกาะกวม ทำฝนตกหนัก ลมพัดแรง กระแสไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง

25 พ.ค. 2566 09:56 น.

ไต้ฝุ่นมาวาร์ พัดเข้าเกาะกวม ทำฝนตกหนัก ลมพัดแรง กระแสไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง

พายุไต้ฝุ่น “มาวาร์” ที่มีความรุนแรงระดับ 4 พัดเข้าเกาะกวม เกาะเล็กๆ ที่เป็นดินแดนของสหรัฐฯ ในมหาสมุทรแปซิฟิก ด้วยความเร็วลม 225 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้มีฝนตกหนัก กระแสลมแรง สร้างความเสียหายหลายพื้นที่ทั่วทั้งเกาะ

เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2566 เว็บไซต์ข่าวอัลจาซีราห์ รายงานว่า พายุไต้ฝุ่น “มาวาร์” (Mawar) ที่มีความรุนแรงระดับ 4 พัดเข้าเกาะกวม เกาะเล็กๆ ที่เป็นดินแดนของสหรัฐฯ ในมหาสมุทรแปซิฟิก ด้วยความเร็วลม 225 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้มีฝนตกหนัก กระแสลมแรง สร้างความเสียหายหลายพื้นที่ทั่วทั้งเกาะ ขณะเดียวกันมีรายงานว่าเกิดกระแสไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง บ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหาย เนื่องจากบ้านส่วนใหญ่สร้างจากวัสดุจำพวกไม้และสังกะสี ไม่ทนต่อพายุกระแสลมแรง

หน่วยงานด้านสภาพอากาศแห่งชาติบนเกาะกวม แจ้งว่า พายุได้พัดเข้าเกาะกวม และมีทิศทางเคลื่อนตัวไปทางเหนือของเกาะขณะเคลื่อนตัวด้วยความเร็วลมถึง 225 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าพายุลูกนี้จะทวีกำลังแรงขึ้นอีกในช่วงวันพฤหัสบดีที่ 25 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น โดยล่าสุดศูนย์กลางของพายุลูกนี้ได้เคลื่อนผ่านขึ้นไปทางตอนเหนือของเกาะ พร้อมเตือนประชาชนถึงความเสี่ยงจากการเกิดสตอร์มเซิร์จ ฝนตกหนักและดินถล่ม น้ำท่วมฉับพลัน ขณะที่ เกาะโรตา ซึ่งอยู่ในหมู่เกาะมารีอานาเช่นเดียวกับเกาะกวม ก็ได้มีการประกาศให้ประชาชนเตรียมเฝ้าระวังพายุไต้ฝุ่นลูกนี้เช่นเดียวกัน

ก่อนหน้านี้ ผู้ว่าการเกาะกวม สั่งอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยระบุว่า เกาะกวม ซึ่งมีประชากรอยู่อาศัยประมาณ 150,000 คน จะได้รับผลกระทบจากพายุลูกนี้ พร้อมระบุว่า ขณะนี้ประชาชนเริ่มอพยพไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงหลบพายุที่ทางการจัดเตรียมจนเริ่มเต็มแล้ว.

อาลัย “ทีนา เทอร์เนอร์” นักร้องดังร็อกแอนด์โรลล์ในตำนาน เสียชีวิตในวัย 83 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696701

อาลัย "ทีนา เทอร์เนอร์" นักร้องดังร็อกแอนด์โรลล์ในตำนาน เสียชีวิตในวัย 83 ปี

25 พ.ค. 2566 08:45 น.

อาลัย “ทีนา เทอร์เนอร์” นักร้องดังร็อกแอนด์โรลล์ในตำนาน เสียชีวิตในวัย 83 ปี

ทีนา เทอร์เนอร์ นักร้องดังชาวอเมริกัน เจ้าของฉายาราชินีร็อกแอนด์โรลล์ในตำนาน เสียชีวิตอย่างสงบที่บ้านพักในสวิตเซอร์แลนด์ ขณะมีอายุ 83 ปี

เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2566 เว็บไซต์ข่าว CNN รายงานว่า ตัวแทนของ ทีนา เทอร์เนอร์ นักร้องหญิงชาวอเมริกัน ผู้ได้ชื่อว่าเป็นราชินีร็อกแอนด์โรลล์ในตำนาน แจ้งข่าวว่า ทีนา เทอร์เนอร์ เสียชีวิตเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 พฤษภาคม ขณะมีอายุ 83 ปี โดยเธอจากไปอย่างสงบด้วยอาการเจ็บป่วยเรื้อรังที่บ้านพักของเธอ ในเมืองคุชนากท์ ใกล้กับเมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ทีนา เทอร์เนอร์ หรือ แอนนา เม บุลล็อค เกิดเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน ปี 2482 ในรัฐเทนเนสซีของสหรัฐฯ เธอได้เข้าสู่วงการดนตรีในช่วงยุคแรกเริ่มของดนตรีแนวร็อกแอนด์โรลล์ และโด่งดังอย่างมากในเวลาต่อมาด้วยเพลง “What’s Love Got to Do with It” ก่อนเป็นเจ้าของรางวัลแกรมมี่ อวอร์ด 8 รางวัล และยังสร้างตำนานเป็นศิลปินหญิงผิวสีคนแรกที่ขึ้นปกนิตยสารโรลลิงสโตนส์ นอกจากนี้ เทอร์เนอร์ ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในร้อยศิลปินดังตลอดกาล

เมื่อหลายปีก่อน ทีนา เทอร์เนอร์ ได้ประกาศอำลาวงการ และเผชิญปัญหาสุขภาพรุมเร้า ตลอดจนปัญหาครอบครัว และการสูญเสียสมาชิกในครอบครัวอย่างลูกชายทั้ง 2 คน ก่อนที่เธอเองจะเสียชีวิต.

ระทึก เรือสอดแนมทันสมัยที่สุดของปูติน โดนโจมตีด้วยโดรน ในทะเลดำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696635

ระทึก เรือสอดแนมทันสมัยที่สุดของปูติน โดนโจมตีด้วยโดรน ในทะเลดำ

24 พ.ค. 2566 21:55 น.

ระทึก เรือสอดแนมทันสมัยที่สุดของปูติน โดนโจมตีด้วยโดรน ในทะเลดำ

เรือสอดแนมทันสมัยที่สุดของปูติน ถูกโจมตีด้วยโดรน ขณะแล่นอยู่ในทะเลดำ แหล่งข่าวในรัสเซียเผยเรือลาดตระเวน ‘Ivan Khurs’ ของกองทัพรัสเซียได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีทหารบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

เมื่อ 24 พ.ค. 2566 เดลี่เมล รายงาน หนึ่งในเรือลาดตระเวนสอดแนมทันสมัยที่สุดของกองทัพเรือรัสเซียถูกโจมตีด้วยโดรนทางทะเลถึง 3 ลำ ขณะเรือลาดตระเวนทันสมัยที่สุดลำนี้ของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน กำลังแล่นอยู่ในทะเลดำ

Rybar Telegram สื่อที่เป็นพันธมิตรกับกระทรวงกลาโหมรัสเซีย รายงานทางแอปแชต Telegram (เทเลแกรม) ว่า เรือลาดตระเวนของกองทัพรัสเซีย ‘Ivan Khurs’ ถูกโจมตีด้วยโดรนทางทะเล 3 ลำ ขณะกำลังแล่นอยู่บริเวณน่านน้ำสากล ห่างจากช่องแคบบอสฟอรัสไปทางเหนือประมาณ 40 ไมล์ทะเล

Rybar Telegram ชี้ว่า มีเหตุผลที่จะทำให้เชื่อว่าโดรนเหล่านี้ถูกยิงมาจากเรือพาณิชย์ พร้อมทั้งยังระบุด้วยว่า เรือลาดตระเวนรัสเซียได้ตอบโต้การถูกโจมตีครั้งนี้ที่เรือได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีทหารบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ด้านช่อง One Telegram อ้างว่า เรือลาดตระเวน ได้ถูกโจมตีจากเรือบรรทุกธัญพืชลำหนึ่ง แต่ถูกโต้แย้งโดยแหล่งข่าวรัสเซีย ขณะที่ช่อง One Telegram อ้างว่า เรือลาดตระเวน ได้ถูกโจมตีจากเรือบรรทุกธัญพืชลำหนึ่ง แต่ถูกโต้แย้งโดยแหล่งข่าวรัสเซีย

ข่าวเรือสอดแนมทันสมัยที่สุดของปูตินถูกโจมตีด้วยโดรนทางทะเลถึง 3 ลำ เกิดขึ้น ขณะที่มีคนเห็นควันลอยขึ้นมาจากสะพานไครเมีย สะพานยักษ์เชื่อมระหว่างภาคใต้ของรัสเซียกับคาบสมุทรไครเมีย มูลค่านับ 1.4 แสนล้านบาท ซึ่งทำให้เกิดความสงสัยว่าสะพานแห่งนี้ถูกโจมตีด้วย หลังจากเมื่อ 8 ตุลาคม ปี 2565 สะพานไครเมียได้ถูกโจมตีด้วยรถบรรทุกระเบิดจนเกิดไฟไหม้ และบางส่วนของสะพานพังถล่มลงมา หลังจากประธานาธิบดีปูตินเปิดฉากทำสงครามในยูเครนตั้งแต่ 24 ก.พ. 2565

Cr ภาพ:@MoDRussia/e2w

สงครามยูเครนเดือด นาโตทำ ‘War Game’ ซ้อมรบครั้งใหญ่ในเอสโตเนีย (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696310

สงครามยูเครนเดือด นาโตทำ ‘War Game’ ซ้อมรบครั้งใหญ่ในเอสโตเนีย (คลิป)

24 พ.ค. 2566 21:45 น.

สงครามยูเครนเดือด นาโตทำ ‘War Game’ ซ้อมรบครั้งใหญ่ในเอสโตเนีย (คลิป)

นาโต ทำ ‘War Game’ ซ้อมรบครั้งใหญ่ในเอสโตเนีย ข่มขวัญรัสเซียอย่าคิดมาโจมตีชาติเพื่อนบ้านที่เป็นสมาชิกนาโตตามอำเภอใจ เหมือนกับที่กำลังทำสงครามหฤโหดในยูเครนมากว่า 15 เดือนแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด หลังจากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เปิดฉากส่งกองทหารรัสเซียทำสงครามอย่างเต็มรูปแบบในยูเครน ตั้งแต่ 24 ก.พ. 2565 จนส่งผลให้บรรดาชาติเพื่อนบ้านที่เป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ(นาโต) และมีพรมแดนติดรัสเซียพากันหวั่นวิตก กลัวว่าจะบุกโจมตีเหมือนกับที่ยูเครนกำลังประสบอยู่ในขณะนี้

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=476&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fthairath%2Fvideos%2F998149051183641%2F&show_text=true&width=476&t=0

และสิ่งที่นาโตกำลังทำอยู่ในขณะนี้ คือ ‘War Game’ การซ้อมรบข่มขวัญรัสเซีย ไม่ให้เหิมเกริม คิดจะมาบุกโจมตีชาติสมาชิกนาโตตามอำเภอใจ โดยระหว่างวันที่ 15-26 พ.ค.2566 นาโตได้จัดให้มีการซ้อมรบใหญ่ประจำปี ‘Spring Storm’ (สปริงสตอร์ม : พายุฤดูใบไม้ผลิ) ในเอสโตเนีย ซึ่งมีชายแดนด้านตะวันออก ติดกับรัสเซีย

และปีนี้ กองทัพเอสโตเนีย ได้ส่งทหารร่วมซ้อมรบครั้งใหญ่ที่สุด ในขณะที่มีทหารถึง 14,000 นาย จาก 11 ประเทศ ถูกส่งมาร่วมซ้อมรบ ได้แก่ เอสโตเนีย, แคนาดา, เดนมาร์ก, ฝรั่งเศส, จอร์เจีย, เยอรมนี, อิตาลี, ลัตเวีย, โปแลนด์, สหราชอาณาจักร (UK) และสหรัฐอเมริกา โดยสหราชอาณาจักรได้ส่งกำลังทหารมาร่วมซ้อมรบ สปริงสตอร์มถึง 1,500 นาย ในขณะที่สถานที่ซ้อมรบ คือ ฐานทัพทาปา ฐานทัพใหญ่ที่สุดของเอสโตเนีย

การซ้อมรบประจำปี ‘Spring Storm’ เป็นหนึ่งในการซ้อมรบของนาโต ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจน ไปถึงทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย หรือที่รู้จักกันในชื่อเรียกว่า ‘วังเครมลิน’ ว่าอย่าคิดมาโจมตีชาติสมาชิกนาโต ในขณะที่การซ้อมรบ ‘Spring Storm’ ยังมีขนาดใหญ่ขึ้นและมีความซับซ้อนมากขึ้นด้วย

จากข้อมูลจากนาโตแสดงให้เห็นว่า นาโตมีแผนจะซ้อมรบถึง 18 ครั้ง โดยจะมีการส่งทหารร่วมซ้อมรบ หลายหมื่นนาย ระหว่างเดือน พ.ค.-ก.ย. 2566 เพื่อเป็นการปรามรัสเซีย ที่กำลังทำสงครามในยูเครน และไม่มีทีท่าจะยุติลงในอนาคตอันใกล้

ที่มา : Dailymail

ขนลุก UFO ปริศนา สีดำ รูปสามเหลี่ยม มีแสงไฟ บินเหนือฐานทัพในสหรัฐฯ (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696612

ขนลุก UFO ปริศนา สีดำ รูปสามเหลี่ยม มีแสงไฟ บินเหนือฐานทัพในสหรัฐฯ (คลิป)

24 พ.ค. 2566 20:02 น.

ขนลุก UFO ปริศนา สีดำ รูปสามเหลี่ยม มีแสงไฟ บินเหนือฐานทัพในสหรัฐฯ (คลิป)

คนกว่าครึ่งร้อยเห็น UFO ปริศนารูปสามเหลี่ยมสีดำ มีแสงไฟด้านล่างบินเหนือฐานทัพในสหรัฐฯ จนถึงขณะนี้ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่ ขณะที่นาวิกโยธินนายหนึ่งเผยไม่เคยพบเคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน

เมื่อ 24 พ.ค.2566 เดอะซัน สื่อแนวสีสันยักษ์ใหญ่ในอังกฤษรายงาน มีการพบวัตถุบินที่ไม่สามารถระบุอัตลักษณ์ได้ (UFO) ปริศนาสีดำ และมีแสงไฟเรียงเป็นรูปสามเหลี่ยม บินอยู่เหนือฐานทัพในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดยมีประจักษ์พยานเห็นวัตถุบินได้ปริศนานี้กว่า 50 คน

เจเรมี คอร์เบลล์ ผู้สร้างภาพยนตร์สารคดีและจอร์จ แนป นักข่าวรุ่นเก๋าในสหรัฐฯ ได้เผยแพร่คลิปมีวัตถุปริศนาบินได้และมีแสงไฟเรียงเป็นสามเหลี่ยม ทางช่องพอดแคสต์ Weaponized โดยรูปถ่ายและวิดีโอแสดงให้เห็นว่ามีวัตถุบินได้รูปทรงสามเหลี่ยมสีดำ และมีดวงไฟขนาดใหญ่เรียงอยู่ด้านล่าง กำลังบินเหนือทะเลทรายโมฮาวี ในรัฐแคลิฟอร์เนีย 

คอร์เบลล์ และแนป บอกว่า วัตถุบินปริศนานี้มีขนาดใหญ่โตราวๆ กับครึ่งสนามฟุตบอล มีคนสังเกตเห็นขณะที่มันกำลังบินใกล้ฐานฝึกทหารและค่ายทหาร โดยวัตถุบินปริศนานี้บินอยู่นานถึงประมาณ 10 นาที หลังจากปรากฏตัวครั้งแรก เมื่อเวลาประมาณ 20.20 น.ของค่ำคืนนั้น ก่อนที่มันจะบินหายไปอย่างรวดเร็ว

มีรายงานอ้างว่าทหารได้ยิงกระสุนหลายนัดใส่วัตถุบินได้ปริศนานี้ และใช้เวลานานนับ 3 ชั่วโมง ในการบินค้นหาว่ามันคืออะไร ขณะที่หน่วยสืบสวน UFO ใหม่ ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้รับแจ้งเหตุการณ์นี้แล้ว และอยู่ระหว่างการสืบหาความจริงว่าวัตถุบินปริศนานี้น่าจะเป็นอะไร

นาวิกโยธินในสหรัฐฯ คนหนึ่ง อธิบายถึงวัตถุบินปริศนานี้ว่า มีรูปร่างสามเหลี่ยมสีดำ และมีดวงไฟด้านล่าง ซึ่งแสงนี้ไม่มีเปลวไฟ หรือไม่ใช่แสงที่มาจากเทคโนโลยีการส่องสว่างทางทหารประเภทอื่นๆ ขณะที่นาวิกโยธินอีกคนหนึ่ง บอกว่า นี่เป็นอะไรบางอย่างที่พวกเราไม่เคยเห็นมาก่อนเลย

ขณะที่ตามรายงานระบุว่าเหตุการณ์ระทึกครั้งนี้ซึ่งมีคนกว่า 50 คนเห็น UFO ปริศนาสีดำรูปสามเหลี่ยม มีแสงไฟด้านล่าง บินเหนือฐานทัพสหรัฐฯ เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2564 แต่คลิปนี้เพิ่งถูกนำมาเปิดเผยต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกโดยคอร์เบลล์ และแนป เมื่อคืนวันที่ 23 พ.ค.2566 ตามเวลาท้องถิ่น.

ชมคลิป:ที่นี่

ทัพ ‘ทุเรียนไทย’ บุกตลาดจีน ยอดขายพุ่งทะยาน ‘หมอนทอง’ คือนัมเบอร์วัน (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696551

ทัพ ‘ทุเรียนไทย’ บุกตลาดจีน ยอดขายพุ่งทะยาน ‘หมอนทอง’ คือนัมเบอร์วัน (คลิป)

24 พ.ค. 2566 17:02 น.

ทัพ ‘ทุเรียนไทย’ บุกตลาดจีน ยอดขายพุ่งทะยาน ‘หมอนทอง’ คือนัมเบอร์วัน (คลิป)

ทัพทุเรียนไทย บุกตลาดจีน ยอดขายพุ่งทะยานเพิ่มขึ้นทุกวัน ขณะที่ทุเรียนพันธุ์ ‘หมอนทอง’ ของไทย มียอดจำหน่ายสูงสุด

เมื่อ 24 พ.ค. 2566 สำนักข่าวซินหัวรายงาน ตลาดค้าส่งผลไม้หนานหนิง ไห่จี๋ซิง ซึ่งเป็นตลาดค้าส่งผลไม้ขนาดใหญ่ที่สุดในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของจีน มีชีวิตชีวาตั้งแต่ยามเช้ามืด รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์คันใหญ่วิ่งเข้าออกและหยุดจอดขนถ่ายสินค้าหน้าแผงทุเรียน โดยมีผู้ซื้อจับกลุ่มรออยู่ก่อนแล้ว

บรรดาพ่อค้าแม่ขายรายใหญ่ต่างคึกคักกระปรี้กระเปร่า หลังจากเข้าสู่ “ฤดูทุเรียน” ซึ่งปีนี้ทุเรียนไทยบุกตลาดจีนเร็วกว่าปีก่อน โดยทุเรียนจากจังหวัดจันทบุรีจะถูกเก็บเกี่ยวและขนส่งถึงชั้นวางสินค้าของซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วแผ่นดินใหญ่ของจีน ภายในเวลาเพียงราวหนึ่งสัปดาห์

ขณะนี้จีนได้กลายเป็นตลาดผู้บริโภคทุเรียนขนาดใหญ่ และปริมาณการบริโภคเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี โดยทุเรียนไทยครองตำแหน่ง “ราชาผลไม้นำเข้า” ของจีน ตั้งแต่ปี 2562 และปริมาณการนำเข้าในปี 2565 สูงถึง 8.25 แสนตัน มูลค่า 4.03 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.36 แสนล้านบาท) ซึ่งเป็นทุเรียนไทยถึง 7.8 แสนตัน

กวน ฉ่ายเสีย ผู้ค้าขายทุเรียนมานานหลายปี และเล็งเห็นความสำคัญของการสร้างแบรนด์ ได้ร่วมมือกับโรงงานไทยในการออกแบบแบรนด์และบรรจุภัณฑ์ โดยมีการใช้อักษรจีน “ปั้ง” (棒) ตัวใหญ่เตะตาบนกล่องทุเรียน ซึ่ง กวน ชี้ว่า สอดคล้องกับคุณภาพ “ยอดเยี่ยม” ของทุเรียนไทย

การคลุกคลีอยู่กับการค้าขายทุเรียนไทยมานานถึง 20 ปี ทำให้ กวน ได้เห็นการเติบโตของทุเรียนไทยในจีน และเชื่อว่าทุเรียนไทยจะยังคงเป็นทุเรียนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ที่ครองส่วนแบ่งมากที่สุดในตลาดจีน รวมถึงมีข้อได้เปรียบจากความร่วมมือระหว่างสองประเทศ

ข้อมูลจากตลาดค้าส่งผลไม้หนานหนิง ไห่จี๋ซิง ระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ค้าส่งทุเรียนในตลาด 32 ราย ยอดค้าส่งในปีก่อนอยู่ที่ 24,000 ตัน ส่วนยอดจำหน่ายในปีนี้อยู่ที่ 17,000 ตัน เมื่อนับถึงวันที่ 5 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 4 เท่า โดยทุเรียนหมอนทองของไทยมียอดจำหน่ายสูงสุด

โม่ เจียหมิง ผู้จัดการทั่วไปของบริษัท กว่างซี โยวเซียนหยวน อะกรีคัลเจอรัล เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำเข้าผลไม้อาเซียนสู่จีนจำนวนมาก เผยว่า ทุเรียนจากภาคตะวันออกของไทยมียอดจำหน่ายดีมาก แต่ละวันนำเข้าตู้คอนเทนเนอร์ 5-6 ตู้ บางช่วงสูงถึง 10 ตู้ และอาจสูงขึ้นอีกในอนาคต

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีการจัดตั้งห่วงโซ่อุปทานผลไม้อาเซียนอย่าง ทุเรียน มะพร้าว และลำไย โดยบริษัทฯ ทำการค้าส่งการจำหน่ายผ่านไลฟ์สตรีมมิง และการวางจำหน่ายตามซูเปอร์มาร์เก็ต ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักอย่างมาก ส่งผลให้ปริมาณการนำเข้าทุเรียนเพิ่มขึ้นเกือบ 10 เท่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

“ปีนี้บริษัทฯ วางแผนนำเข้าทุเรียนจากภาคตะวันออกของไทย ราว 15,000-20,000 ตัน หรืออาจแตะ 25,000 ตัน” โม่ กล่าว

แต่ละปีทุเรียนไทยเริ่มส่งออกสู่ตลาดจีนในเดือนเมษายน และพุ่งแตะระดับสูงสุดช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม

“ครอบครัวของผมซื้อทุเรียนหมอนทองของไทยเป็นประจำ ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ชอบรับประทานกันมาก ราคาและคุณภาพของทุเรียนในปีนี้น่าพอใจมากๆ จนอาจจะได้ซื้อบ่อยขึ้น” เหลียง เจ๋อหลิน ชาวเมืองหนานหนิง กล่าว

เฮ่อ เยี่ยน รองผู้จัดการร้านค้าปลีกแซมส์คลับ เผยว่า สินค้าทุเรียนเป็นที่ต้องการมากทุกวัน โดยทุเรียนที่ขนส่งมาถึงใหม่ๆ มักจะขายหมดภายในครึ่งวัน ทำให้ร้านค้าต้องกำหนดเพดานการซื้อของลูกค้าแต่ละคน ซึ่งแห่มาซื้อกันตั้งแต่หัววัน

“ปีนี้ทุเรียนได้รับความนิยมอย่างมาก มีราคาเหมาะสม ครอบครัวทั่วไปล้วนอยากซื้อไปรับประทาน” จาง อี้เฉียว จากบริษัทการค้านำเข้าและส่งออกหนานหนิง เจี๋ยรุ่ย จำกัด กล่าว โดยบริษัทฯ ยังทำธุรกิจค้าส่งทุเรียนในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเมืองเจียซิงของเจ้อเจียงด้วย

จาง กล่าวว่า หากดูจากตลาดหลายแห่ง พบยอดจำหน่ายทุเรียนเพิ่มขึ้น แต่ละวันบริษัทฯ สามารถจัดจำหน่ายทุเรียนตามตลาดแห่งต่างๆ ราว 3-4 ตู้คอนเทนเนอร์ โดยยอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าเมื่อเทียบปีต่อปี และทุเรียนหมอนทองขายดีที่สุด ส่วนทุเรียนกระดุมทองราคาแพงกว่า แต่ก็ขายดีเช่นกัน

ทั้งนี้ “ทุเรียน+มังคุด” เป็นผลไม้ที่มักขายได้คู่กันตามตลาดหลายแห่ง โดยลูกค้าที่มาซื้อทุเรียนมักซื้อมังคุดด้วย โดย จาง อธิบายว่า ชาวจีนตอนใต้ไม่น้อยมองว่าทุเรียนเป็นผลไม้ฤทธิ์ร้อน การรับประทานมังคุดที่เป็นผลไม้ฤทธิ์เย็น จะช่วยลดฤทธิ์ร้อนดังกล่าว

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทุเรียนอาเซียนได้เข้าสู่ตลาดจีนอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันแหล่งทุเรียนนำเข้าหลัก ได้แก่ ไทย มาเลเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ขณะเดียวกันผู้บริโภคชาวจีนมองหาทุเรียนสายพันธุ์ใหม่ๆ มาลองลิ้มชิมรสชาติกันเพิ่มขึ้นด้วย

ด้าน โม่ เจียหมิง เสริมว่า บริษัทฯ มุ่งปรับปรุงโครงสร้างผลิตภัณฑ์ มีการลงทุนจัดตั้งโรงงานรับซื้อทุเรียนในเวียดนาม 2 แห่ง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินงานเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมนี้ และหลังจากหมดฤดูทุเรียนตะวันออกของไทย จะหันไปนำเข้าทุเรียนเหนือและทุเรียนใต้ของไทย ควบคู่กับทุเรียนเวียดนามบางส่วน

การก่อสร้างระเบียงการค้าทางบก-ทางทะเลระหว่างประเทศใหม่ เส้นทางตะวันตก การเปิดใช้ทางรถไฟจีน-ลาว และการมีผลบังคับใช้ของความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ในช่วงไม่นานนี้ ช่วยพัฒนาระบบโลจิสติกส์ข้ามพรมแดนเพิ่มขึ้น และเกื้อหนุนการค้าข้ามภูมิภาค

ตัวอย่างเช่น “ทุเรียนไทย” นอกจากถูกนำเข้าสู่จีนทางอากาศ ยังมีการนำเข้าทางบก รวมถึงทางทะเลจากท่าเรือแหลมฉบังของจังหวัดชลบุรี ไปยังท่าเรือชินโจวของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง และท่าเรือหนานซาของมณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) อีกด้วย

“ยามสถานการณ์โรคระบาดใหญ่ทั่วโลกทยอยคลี่คลาย มีการปรับปรุงประสิทธิภาพของพิธีการศุลกากรขาเข้า-ขาออก ช่วยให้ทุเรียนเข้าสู่ตลาดอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น” กวน ฉ่ายเสีย กล่าว พร้อมเสริมว่ามีการนำเข้าทุเรียนผ่านด่านบกโหย่วอี้ในกว่างซี ซึ่งถูกขนส่งต่อทางถนนและทางรางในจีน

ปัจจุบัน ทุเรียนกลายเป็นผลไม้ที่เข้าถึงหลายครอบครัวทั่วไปในจีน แตกต่างจากก่อนหน้านี้ที่มีผู้บริโภคกระจุกตัวอยู่เป็นกลุ่มเล็กเท่านั้น ซึ่งทั้งหมดเป็นผลจากการพัฒนาการค้าเสรี และการยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน.

ขอบคุณ ข้อมูล -คลิป : Xinhua

ฝรั่งเศสเริ่มแบนเที่ยวบินระยะสั้น หวังลดปล่อยก๊าซคาร์บอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696530

ฝรั่งเศสเริ่มแบนเที่ยวบินระยะสั้น หวังลดปล่อยก๊าซคาร์บอน

24 พ.ค. 2566 15:56 น.

ฝรั่งเศสเริ่มแบนเที่ยวบินระยะสั้น หวังลดปล่อยก๊าซคาร์บอน

ฝรั่งเศสเอาจริง สั่งยกเลิกเที่ยวบินพาณิชย์ระยะสั้น หวังลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน แก้ปัญหาโลกร้อน

สายการบินแอร์ฟรานซ์ ของฝรั่งเศส นำร่องประกาศยกเลิกเที่ยวบินพาณิชย์ในเส้นทางระยะสั้นภายในประเทศแล้ว หลังจากได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมาธิการยุโรป เพื่อหวังลดการปล่อยคาร์บอน หนึ่งในความพยายามล่าสุด เพื่อเป็นผู้บุกเบิกแก้ปัญหาโลกร้อน

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จะทำให้เที่ยวบินระหว่างปารีสและ 3 เมืองหลัก ได้แก่ เมืองน็องต์ ลียง หรือบอร์กโดซ์ ลดลงหลายสิบเที่ยวต่อวัน โดยผู้ที่เดินทางจากปารีสไปบอร์กโดซ์ จะต้องใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมงครึ่งโดยรถไฟ แทนการเดินทางด้วยเครื่องบินที่ใช้เวลาเดินทาง 75 นาที โดยในระยะเริ่มต้น เที่ยวบินระยะสั้นที่ถูกยกเลิก จะอยู่ที่ 3 เส้นทางนี้เท่านั้น เนื่องจากการเดินรถไฟในเมืองอื่นๆ ยังไม่มีความถี่เพียงพอที่จะทดแทนเที่ยวบินได้ ขณะที่เที่ยวบินเชื่อมต่อจะไม่ได้รับผลกระทบจากประกาศครั้งนี้

เดิมทีคำสั่งยกเลิกเที่ยวบินระยะสั้นที่เสนอเมื่อปี 2021 นี้ จะรวมถึงการเดินทางที่สามารถทดแทนโดยรถไฟที่เดินทางน้อยกว่า 4 ชั่วโมง แต่ต้องเผชิญกับกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงจากอุตสาหกรรมการบิน จนต้องลดมาเป็นการเดินทางที่น้อยกว่า 2 ชั่วโมงครึ่งแทน

ประเทศฝรั่งเศสนับว่าเป็นประเทศที่มีเครือข่ายรถไฟขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของยุโรป และนับว่าการเดินทางในประเทศมีค่าใช้จ่ายไม่สูง และยังสะดวกและรวดเร็วด้วย โดย นายเคลมองต์ โบน รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมกล่าวในการแถลงข่าวว่า นับเป็นก้าวสำคัญของนโยบายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และภูมิใจที่ฝรั่งเศสเป็นผู้บุกเบิกในด้านนี้ โดยความเคลื่อนไหวในครั้งนี้มีขึ้น หลังจากที่สหราชอาณาจักรเพิ่งประกาศตัดลดภาษีเที่ยวบินภายในประเทศลงกว่าครึ่ง.

ที่มา : skynews

คาเธ่ย์ แปซิฟิค ลงดาบ ไล่ออก 3 แอร์โฮสเตส เหยียด ผดส.พูดภาษาอังกฤษผิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696518

คาเธ่ย์ แปซิฟิค ลงดาบ ไล่ออก 3 แอร์โฮสเตส เหยียด ผดส.พูดภาษาอังกฤษผิด

24 พ.ค. 2566 15:25 น.

คาเธ่ย์ แปซิฟิค ลงดาบ ไล่ออก 3 แอร์โฮสเตส เหยียด ผดส.พูดภาษาอังกฤษผิด

สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค ลงดาบ ไล่ 3 แอร์โฮสเตสออกแล้ว หลังโดนร้องเรียนพูดเหยียดหยามผู้โดยสารที่ต้องการขอผ้าห่ม แต่พูดภาษาอังกฤษผิดจากคำว่า blanket เป็น carpet

เมื่อ 24 พ.ค. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค สายการบินยักษ์ใหญ่ในฮ่องกง ออกคำสั่งไล่ แอร์โฮสเตส หรือพนักงานต้อนรับหญิง 3 คนออกจากงานแล้ว จากกรณีแสดงพฤติกรรมดูหมิ่นเหยียดหยามผู้โดยสารที่พูดภาษาอังกฤษผิด ต้องการขอผ้าห่ม (blanket) แต่ใช้คำผิดว่า carpet ซึ่งแปลว่า พรม ทว่าพนักงานต้อนรับเหล่านี้ กลับพูดกับผู้โดยสารหญิงในเชิงดูหมิ่นและขบขันว่า ‘ถ้าคุณไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษคำว่า blanket ได้ คุณก็จะไม่ได้ผ้าห่ม’ และ ‘พรมอยู่บนพื้น ตามสบายเลย ถ้าคุณต้องการนอนบนนั้น’

‘Ronald Lam’ CEO ของบริษัทคาเธ่ย์ แปซิฟิค ออกแถลงการณ์ว่า พนักงานต้อนรับทั้ง 3 คน ได้ถูกทางบริษัทออกคำสั่งไล่ออกแล้ว หลังจากบริษัทสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค มีการดำเนินการสอบสวนภายในเกี่ยวกับคำร้องเรียนของผู้โดยสารคนหนึ่ง ที่ได้แจ้งถึงพฤติกรรมเหยียดหยามของพนักงานต้อนรับทั้ง 3 คน ต่อผู้โดยสารหญิงคนหนึ่งที่พูดภาษาอังกฤษผิด บนเที่ยวบินระหว่างนครเฉิงตู มณฑลเสฉวนของจีน มายังฮ่องกง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา

‘ผมขอย้ำว่า คาเธ่ย์ แปซิฟิค จะไม่อดทนต่อการละเมิดหลักการและจริยธรรมของบริษัทอย่างร้ายแรงโดยพนักงานรายบุคคล และจะไม่อดทนต่อพวกเขาเหล่านั้น’ Ronald Lam CEO ของบริษัทคาเธ่ย์ แปซิฟิค ออกแถลงการณ์ทางบริษัทคาเธ่ย์ แปซิฟิค ได้ไล่พนักงานต้อนรับทั้ง 3 ออกแล้ว หลังจากก่อนหน้าได้ออกแถลงการณ์ขอโทษต่อการแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของแอร์โฮสเตสทั้ง 3 ต่อผู้โดยสารที่พูดภาษาอังกฤษผิด

ทั้งนี้ หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ได้มีคลิปเสียงเหตุการณ์แอร์โฮสเตสของสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค พูดจาเชิงดูหมิ่นผู้โดยสารที่พูดภาษาอังกฤษผิด ถูกนำมาเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์พนักงานต้อนรับหญิงเหล่านี้ของสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค อย่างหนัก อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวอัลจาซีรา ได้ระบุว่า เบื้องต้น ไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องของคลิปเสียงดังกล่าวได้.

ที่มา : Aljazeera