ย้อนที่มา ‘กกต.’ ในระหว่างรอ รับรอง ‘ผลการเลือกตั้ง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549702

25 พ.ค. 2566

ย้อนที่มา 'กกต.' ในระหว่างรอ รับรอง 'ผลการเลือกตั้ง'

ลุ้น ‘ผลการเลือกตั้ง’ ‘กกต.’ ก็ยังมีฤทธิ์ แค่มีหลักฐาน อันควรเชื่อได้ว่าทุจริต สส. ก็มีสิทธิถูกสอย ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ หากศาลฎีการับคำร้อง

คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ประกอบด้วยกรรมการ 7 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภา จากผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาการต่างๆ ที่จะยังประโยชน์แก่การบริหารและจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม จำนวน 5 คน

เป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านกฎหมาย มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และเคยดํารงตําแหน่งไม่ต่ํากว่าอธิบดีผู้พิพากษา หรือตําแหน่งไม่ต่ํากว่าอธิบดีอัยการมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จํานวน 2 คน มีวาระดำรงตำแหน่ง 7 ปี ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว

 

กรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. มีอำนาจหน้าที่ดังนี้

  1. จัดหรือดําเนินการให้มีการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การเลือกสมาชิกวุฒิสภาการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น และการออกเสียงประชามติ
     
  2. ควบคุมดูแลการเลือกตั้งและการเลือก ให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมและควบคุมดูแลการออกเสียงประชามติให้เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อการนี้ ให้มีอํานาจสืบสวนหรือไต่สวนได้ตามที่จําเป็นหรือที่เห็นสมควร
     
  3. สั่งระงับ ยับยั้ง แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกการเลือกตั้งหรือการเลือก หรือการออกเสียงประชามติ และสั่งให้ดําเนินการเลือกตั้ง เลือก หรือออกเสียงประชามติใหม่ในหน่วยเลือกตั้งบางหน่วย หรือทุกหน่วยเมื่อพบเห็นการกระทําที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าการเลือกตั้งหรือการเลือกหรือการออกเสียงประชามติม มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม เป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
     
  4. สั่งระงับการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือผู้สมัครรับเลือกไว้เป็นการชั่วคราวเป็นระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปี เมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้นั้นกระทําการหรือรู้เห็นกับการกระทําของบุคคลอื่น ที่มีลักษณะเป็นการทุจริต หรือทําให้การเลือกตั้งหรือการเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม
     
  5. ดูแลการดําเนินงานของพรรคการเมืองให้เป็นไปตามกฎหมาย
     
  6. หน้าที่และอํานาจอื่นตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย

ภายหลังการประกาศผลการเลือกตั้งหรือการเลือกแล้ว มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือผู้สมัครรับเลือกผู้ใดกระทําการทุจริตในการเลือกตั้งหรือการเลือกหรือรู้เห็นกับการกระทําของบุคคลอื่น ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งยื่นคําร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น

หากศาลฎีกาพิพากษาว่าบุคคลตามวรรคหนึ่งกระทําความผิดตามที่ถูกร้อง ให้ศาลฎีกาสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นเป็นเวลาสิบปี และต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ เมื่อศาลฎีการับคำร้องไว้พิจารณา จนกว่าจะมีคำพิพากษาว่ามิได้กระทำความผิด

ในระหว่างที่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ห้ามมิให้จับกุมคุมขัง กกต. หรือ เรียกตัวไปสอบสวน เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือในกรณีที่จับในขณะกระทําความผิด

ที่มา : รัฐธรรมนูญ 2560

‘ศิริกัญญา’ มั่นใจ หลัง กกต. รับรองผลเลือกตั้ง ‘ตั้งรัฐบาล’ได้เร็ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549694

25 พ.ค. 2566

'ศิริกัญญา' มั่นใจ หลัง กกต. รับรองผลเลือกตั้ง 'ตั้งรัฐบาล'ได้เร็ว

‘ศิริกัญญา’ มั่นใจ หลังกกต.รับรองผลเลือกตั้ง จัดตั้งรัฐบาลได้เร็ว เล็งหารือพรรคร่วมฯ เคลียร์นโยบายค่าแรง-เงินดิจิทอลวอเล็ต ก่อนแถลงนโยบาย พร้อม เตรียมคุ้มครองผู้ประกอบการที่ทำถูกกฎหมาย หลังโยกกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด

ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงชี้แจงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาล หลัง 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจระหว่างกันแล้วว่า ได้รับความตอบรับในเชิงบวก ทั้งจากพรรคร่วมฯ และประชาชน ที่มีความชัเเจนทั้งจุดยืน และนโยบาย รวมถึงสมาชิกวุฒิสภา หรือ สส.ส่วนหนึ่ง มีความเข้าใจมากขึ้น

ก้าวไกลมี สว.อยู่ในมือ19 เสียง

และยอมรับหลักการในการสนับสนุนให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้เป็นนายกรัฐมนตรีมากขึ้น แต่พรรคก้าวไกล ก็จะยังคงเดินหน้าเจรจากับ สว. เป็นรายบุคคลต่อเนื่อง เพื่อให้ได้เสียงสนับสนุนที่เพียงพอ และยังมั่นใจว่า จะได้รับเสียงสนับสนุนจาก สว.เพียงพอ ซึ่งเสียง สว.ที่พรรคก้าวไกลรวบรวมได้ขณะนี้ มีแล้วประมาณ 19 เสียง

ถกนโยบายค่าแรง450บาท-ดิจิตอลวอเล็ต

ส่วนเดินสายของพรรคก้าวไกลในการพบผู้บริหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. โดยยืนยันว่า พรรคก้าวไกล เน้นการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรม ส่งเสริมแรงงาน และผู้ประกอบการให้เติบโตได้ และลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งหลังจากนี้ พรรคก้าวไกล จะยังคงเดินหน้าพบสภาแรงงาน สภาหอการค้าไทย และภาคส่วนต่าง ๆ ต่อไป เพราะพรรคก้าวไกล มั่นใจว่า การเดินหน้าพูดคุย จะสร้างความเข้าใจระหว่างพรรคฯ กับภาคส่วนต่าง ๆ มากขึ้น

หลังจากนี้จะเป็นหารือนโยบาย เพราะที่ผ่านมามีทั้งเห็นร่วม และมีนโยบายที่เห็นต่างจึงต้องทำการหารือ โดยเฉพาะค่าแรง 450 บาท โดยพรรคเพื่อไทยไม่ได้ขั้นข้อง แต่ยังมีอีกหลายนโยบายที่ต้องพูดคุย อย่างดิจิตอลวอเล็ต10,000 บาท และจะต้องดูนโยบายอื่นๆที่จะทำร่วมกันเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ โดจะต้องพูดคุยก่อนที่จะแถลงต่อรัฐสภา

ส่วนนโยบายการขึ้นค่าแรง 450 บาทนั้น หลายผู้ประกอบการอาจมีความกังวลกับต้นทุนที่อาจจะสูงขึ้น แต่เรายังเดินหน้ายืนยันว่า จะต้องมีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาอย่างเหมาะสม สำหรับหลายบริษัทที่กังวลว่าการเยียวยาอาจจะไม่เพียงพอ ก็ยินดีเปิดรับฟังความคิดเห็น ว่าทำอย่างไรจึงจะเดินหน้าไปด้วยกันได้ในค่าแรงที่เพิ่มขึ้น ซึ่งพรรคก้าวไกลพูดได้เต็มที่ ว่าจะสามารถขึ้นค่าแรงได้ทันที ภายใน 100 วันแรกหลังได้เป็นรัฐบาล เพราะได้รับการบรรจุเป็นนโยบายหลักของพรรคแล้ว และยังต้องมีการหารือพูดคุยกับพรรคร่วมอื่นๆ ด้วย

ทั้งนี้ไม่อยากส่งสัญญาณว่ามีการเลือกกระทรวงกัน เพราะการเจรจาจัดตั้งตำแหน่งยังไม่เสร็จสิ้น การที่พรรคก้าวไกลยึดเอานโยบายของพรรคเป็นหลัก อาจเป็นการไม่ให้เกียรติพรรคร่วมรัฐบาล

เก้าอี้รมต.ยังอยู่ขั้นตอนเจรจา

ส่วนกระแสข่าวว่า การจัดคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีการแบ่งเอากระทรวงด้านเศรษฐกิจให้พรรคเพื่อไทย และกระทรวงด้านการเมืองและความมั่นคงเป็นของพรรคก้าวไกล ศิริกัญญา ยืนยันว่า ช่วงนี้อาจมีการปล่อยโผออกมา เพราะแต่ละคนอาจจะคาดการณ์หรือคาดหวังจะเห็น ครม. ที่ต้องการ แต่กระบวนการจัดสรร ครม. ยังอยู่ระหว่างการเจรจา

ศิริกัญญา ยังบอกถึงประเด็นเรื่องกัญชาที่อยู่ใน MOU ด้วยว่า กระบวนการที่จะตามมา หลังออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขให้กัญชากลับไปอยู่ในบัญชีรายชื่อยาเสพติดแล้ว ก็จะต้องออกกฎหมายคุ้มครองผู้ประกอบการที่ทำถูกต้องตามกฎหมายในช่วงเวลาที่ผ่านมา ให้สามารถทำมาหากินดำเนินธุรกิจต่อไปได้ และในระหว่างการคุ้มครองนั้น

จะเร่งจัดทำกฎหมายเพื่อควบคุม และออกกฎระเบียบในการใช้กัญชา คือ พ.ร.บ.กัญชา กัญชงฯ และยังต้องมีบทเฉพาะกาลเพื่อคุ้มครองความเสียหายต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น กรณีมีการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ ทั้งนี้เพื่อเป็นการควบคุมความเสียหายที่เป็นผลพวงจากรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ซึ่งดำเนินนโยบายจนเกิดช่องโหว่

กกต.รับรองผลเลือกตั้งเร็ว-ตั้งรัฐบาลได้เร็ว

ทั้งนี้่ กกต.เตรียมรับรองผลการเลือกตั้ง ซึ่งพรรคก้าวไกล ชนะการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต 112 เขตการเลือกตั้งว่า พรรคก้าวไกล ยืนยันตามจำนวนของ กกต. และเมื่อรวม สส.บัญชีรายชื่อ จำนวน สส.ของพรรคขณะนี้ มีทั้งสิ้น 151 ที่นั่ง ซึ่งจะไม่กระทบต่อการคาดการ และการจัดตั้งรัฐบาลแต่อย่างใด 

พร้อมมองว่า การรับรองผลการเลือกตั้งของ กกต. ที่รวดเร็วนี้ ทำให้พรรคก้าวไกล สามารถเดินหน้าตั้งรัฐบาลได้เร็วขึ้น และการเจรจาต่าง ๆ คาดว่า น่าจะเสร็จสิ้นลงได้อย่างรวดเร็วภายใน 2 อาทิตย์นี้

‘สว.โอสถ’ ยอมรับ ‘ก้าวไกล’ ทาบทามโหวตเลือก ‘พิธา’ เป็นนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549686

25 พ.ค. 2566

‘สว.โอสถ’ ยอมรับ ‘ก้าวไกล’ ทาบทามโหวตเลือก ‘พิธา’ เป็นนายกฯ

‘สว.โอสถ’ ยอมรับ ‘พิจารณ์’ ก้าวไกล ทาบทามให้โหวตหนุน ‘พิธา’ เป็นนายกฯ แต่ขอรอฟังวันแถลงนโยบายของรัฐบาลก่อนตัดสินใจ เผย สว.มีอิสระทุกคนมีความคิดของตัวเอง

ที่พรรคชาติไทยพัฒนา พล.ต.โอสถ ภาวิไล สมาชิกวุฒิสภา(สว.)ยอมรับว่า นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ติดต่อขอพูดคุยเป็นการส่วนตัว เพื่อขอเสียงสนับสนุนให้โหวตเลือกนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยส่วนตัว ขอรอฟังการแถลงนโยบายของรัฐบาลก่อนตัดสินใจ

และรอดูว่าจะเดินหน้า ม.112 หรือไม่ เพราะหากทำ ก็ลำบากใจ ซึ่งทางนายพิจารณ์ ได้ยืนยันว่า การเซ็น MOU ของพรรคร่วมรัฐบาล ไม่มีเรื่องการแก้ไขหรือยกเลิก ม.112 แต่เป็นพรรคก้าวไกล จะเสนอเข้าสภาเพียงพรรคเดียว ซึ่งในวันแถลงนโยบาย จะมีรายละเอียดชี้แจงอย่างชัดเจนอีกครั้ง 

พล.ต.โอสถ ภาวิไล สมาชิกวุฒิสภา พล.ต.โอสถ ภาวิไล สมาชิกวุฒิสภา

ดังนั้น หากเป็นเช่นนี้ เชื่อว่า สว.ทุกคนต้องตัดสินใจเอง ทั้งนี้ ส่วนตัว จึงขอรอฟังก่อน หากเป็นไปได้ ตนก็ไม่มีปัญหาที่จะโหวตสนับสนุนให้ แต่หากเกิดการกระทบกระเทือนมาก ก็ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

นอกจากนี้ ยอมรับว่า สว.เสียงแตก แล้วแต่ความคิดแต่ละคน ซึ่งขณะนี้ ยังไม่มีใครมากำชับให้โหวตเลือกนายกฯไปในทิศทางเดียวกัน โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา หรือกลุ่มไหน ก็ไม่มีใครเข้ามายุ่งเกี่ยวเรื่องทิศทางการโหวต แต่ให้เป็นดุลยพินิจของ สว. แต่ละคน

ขณะเดียวกัน พล.ต.โอสถ ระบุว่า เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2566 ที่มีการประชุมวุฒิสภา ไม่ได้นัดหารือนอกรอบเรื่องทิศทางการโหวตเลือกนายกฯ เพราะกลัวมวลชนมากดดัน

‘กัญจนา’ แนะ ‘ประธานสภา’ คนใหม่ ต้องดู ‘ชวน หลีกภัย’ ทำมาตราฐานไว้สูงมาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549682

25 พ.ค. 2566

‘กัญจนา’ แนะ ‘ประธานสภา’ คนใหม่ ต้องดู ‘ชวน หลีกภัย’ ทำมาตราฐานไว้สูงมาก

‘กัญจนา’ ขอนิ่งดู ก้าวไกล-เพื่อไทย ตั้งรัฐบาล ชี้ผู้นำรัฐบาล ต้องทำประเทศเจริญถึงระดับสากล แนะ ‘ประธานสภา’ คนใหม่ ต้องดู ‘ชวน หลีกภัย’ เก่งกฏหมาย มากบารมี มีลูกล่อลูก ย้ำทำมาตราฐานไว้สูงมาก

ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นางกัญจนา ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) กล่าวถึงท่าทีของพรรคชาติไทยพัฒนาต่อการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคก้าวไกล ว่าขณะนี้พรรคชาติไทยพัฒนาขออยู่นิ่งเพราะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการจัดตั้งรัฐบาลขอเป็นฝ่ายดูทางพรรคที่มีการเซ็น MOU กัน ว่าจะดำเนินการอย่างไร 

ส่วนตัวได้อ่านรายละเอียดของ MOU แล้วแต่ไม่ขอออกความเห็น ขอให้เป็นเรื่องของพรรคที่ไปลงนามว่าจะดำเนินการอย่างไรใน 23 ข้อเพราะเราเป็นคนนอก

ส่วนจะกังวลในนโยบายใดนั้นก็ไม่ขอออกความเห็น เพียงแต่คอยรับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็มีทั้งบวกและลบเป็นเรื่องธรรมดา มีทั้งคนชอบและคนไม่ชอบ ก็ขึ้นอยู่กับพรรคที่ไปเซ็น MOU ร่วมกันว่าจะรับฟังหรือไม่อย่างไร

โหวตเลือกนายกฯยังอีกไกล

ส่วนที่ไม่ได้มีการระบุเรื่องแก้ไขมาตรา112 ไว้ใน MOU นั้น เรื่องนี้หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาได้พูดถึงจุดยืนไว้แล้วหลายครั้ง หากมีการเสนอเข้าไปในสภา ก็ย้ำว่า กฎหมายนี้ไม่ใช่ตัวปัญหา แต่อาจจะมีปัญหาบ้างในการบังคับใช้ ซึ่งก็ต้องไปพูดคุยกัน

สำหรับการโหวตเลือกนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี นางกัญจนา กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา เพราะยังมีขั้นตอนอีกหลายอย่าง ทั้งต้องรอ กกต.รับรอง สส.และต้องโหวตหา ‘ประธานสภา’ ก่อน และเมื่อถึงเวลาแล้วทางพรรคชาติไทยพัฒนาจะมีการประชุมกันอีกทีว่าจะมีท่าทีอย่างไร

ยก ‘ชวน หลีกภัย’ ทำมาตรฐาน‘ประธานสภา’ไว้สูงมาก

สำหรับคนที่มาเป็นผู้นำรัฐบาลควรมีคุณสมบัติอย่างไรนั้น นางกัญจนากล่าวว่า “แค่ว่าทำให้ประเทศชาติบ้านเมืองเจริญ ให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ดูแลระดับรากหญ้า จนไปถึงระดับสากล และทำในสิ่งที่ยั่งยืน ส่งทอดประเทศที่ดีงามไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน ซึ่งคิดว่านักการเมืองทุกคนน่าจะคิดดีกับประเทศไทยอยู่แล้ว แต่คนที่จะมาเป็นนายก จะต้องมีระดับดีกรีเรื่องนี้ที่สูงกว่านักการเมืองทั่วไป ”

ส่วนการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ยังมีความไม่ชัดเจนระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลนั้น

นางกัญจนา ยืนยันไม่ขอออกความคิดเห็น เพราะต้องเป็นเรื่องของ 2 พรรคที่จะต้องไปพิจราณากัน ในการวางตัวและคุณสมบัติ ของผู้ที่จะมาเป็น ‘ประธานสภาฯ’ แต่ส่วนเห็นว่าผู้ที่จะมาเป็นประธานสภาฯ จะต้องเก่งในเรื่องกฎหมายพอสมควร 

“ต้องบอกตรงๆว่าที่ผ่านมา ‘นายชวน หลีกภัย’ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทำมาตราฐานไว้ดีมาก ทั้งเรื่องตัวบทกฎหมายและการแม่นข้อบังคับต่างๆ และยังมีลูกล่อลูกชน ในการควบคุมการประชุม ทำให้บรรยากาศการประชุมที่ตึงเครียดได้ผ่อนคลายลง

รวมถึงบารมีของนายชวน ที่จะเบรกเรื่องต่างๆที่ดูไม่เหมาะสม ถือเป็นการวางมาตราฐานประธานสภาฯไว้สูงมาก จึงน่าจะเป็นตัวอย่างคนที่จะมาเป็นประธานสภาฯคนต่อไป ที่จะได้ยึดนายชวน หลีกภัยเป็นตัวอย่าง” น.ส.กัญจนา กล่าว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำแหน่ง ‘ประธานสภา’ พรรคก้าวไกลประกาศชัดเจนขอเอาไว้ใกล้ตัว ขณะที่พรรคเพื่อไทย มีแกนนำพรรคบางคนออกมาขย่มในเรื่องนี้  แต่ทุกอย่างยังเป็นเพียงความคาดหวัง ส่วนพรรคการเมืองไหนจะได้รับความไว้วางใจ ยังอีกยาวไกล

ชัดๆ 3 เหตุผล เก้าอี้ ‘ประธานสภา’ ต้องเป็นคน ‘ก้าวไกล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549681

25 พ.ค. 2566

ชัดๆ 3 เหตุผล เก้าอี้ 'ประธานสภา' ต้องเป็นคน 'ก้าวไกล'

‘ศิริกัญญา’ ประกาศเก้าอี้ ‘ประธานสภา’ ต้องเป็นคน ‘ก้าวไกล’ คุมเกมฝ่ายนิติบัญญัติเอง เชื่อ’เพื่อไทย’ ไม่ถอนตัวจับมือจัดตั้งรัฐบาลต่อ คาดภายใน 2 สัปดาห์ได้ข้อยุติ ‘รัฐบาลใหม่’ หลัง กกต. ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ยืนยันตำแหน่ง “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” หรือประมุขนิติบัญญัติ ต้องเป็นของพรรคก้าวไกล ด้วยเหตุผลชัดเจน 3 ข้อ 

– ผลักดันกฎหมาย 45 ฉบับ ที่พรรคก้าวไกลเคยหาเสียงไว้

– ผลักดันข้อกฎหมายของพรรคการเมืองอื่น 

– ผลักดันกฎหมายที่เสนอจากประชาชน 

ซึ่งจะสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว เพราะ 4 ปีที่ผ่านมา ตำแหน่งของประธานสภาฯ มีความสำคัญมากแค่ไหนในการอำนวยความสะดวกหรือขัดขวางการออกกฏหมาย ดังนั้นพรรคก้าวไกลต้องมีตำแหน่งในส่วนนี้ 

นอกจากนี้จะผลักดันวาระการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย นำไปร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเป็นวาระสำคัญที่พรรคร่วมรัฐบาลเห็นด้วยเช่นเดียวกันและถูกบรรจุไว้ใน MOU อยู่แล้ว 

ส่วนที่เมื่อวานนี้นายอดิศร เพียงเกษ อดีตโฆษกผู้นำฝ่ายค้าน ในฐานะว่าที่ สส. พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ไม่ควรกินรวบ อาจทำให้พรรคเพื่อไทยตัดสินใจไม่ร่วมรัฐบาลนั้น น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เชื่อมั่นพรรคเพื่อไทยน่าจะเล็งเห็นความหวังที่พี่น้องประชาชน มั่นใจพรรคเพื่อไทยจะไม่ถอนตัวและจะอยู่ร่วมรัฐบาลกับพรรคก้าวไกลต่อไป ไม่ว่าจะมีตำแหน่งประธานสภาหรือไม่ก็ตาม จากการได้ลงนาม MOU ร่วมกันมาแล้ว พร้อมย้ำว่า พรรคก้าวไกลไม่มีการแทงข้างหลังแน่นอน ส่วนข้อกังวลต่างๆ สามารถพูดคุยกันได้

“การที่มี สส. มาเป็นอันดับ 1 จะขอตำแหน่งประธานสภาเพื่อเป็นประมุขในฝ่ายนิติบัญญัติด้วยก็ไม่ใช่เรื่องผิดแผนอะไร เพราะเราก็มีวาระชัดเจนว่า ขับเคลื่อนในฐานะมีตำแหน่งประธานรัฐสภาอย่างไร ซึ่งต้องมีการพูดคุยกันสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร”

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุลน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล

น.ส.ศิริกัญญา ยอมรับ มีการพูดคุยวางตัว แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่คิดว่า มี สส.ของพรรคก้าวไกลหลายท่านที่มีความเหมาะสมดำรงตำแหน่งนี้ ไม่ใช่แต่เรื่องของการควบคุมการประชุมอย่างเดียวยังมีประเด็นเรื่องขับเคลื่อนฟื้นฟูประชาธิปไตยในฐานะประมุขฝ่ายนิติบัญญัติและกำกับดูแลสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเช่นเดียวกัน มั่นใจว่า พรรคก้าวไกลวุฒิภาวะมากพอ

ส่วนที่มีชื่อนายณัฐวุฒิ บัวประทุม จากพรรคเพื่อไทย หลุดออกมา คาดว่าเป็นเรื่องที่สื่อเกร็งกันว่าจะเป็นใคร ซึ่งยังไม่มีการตกลงใดๆทั้งสิ้นว่าจะเป็นใคร

ส่วนบางฝ่ายบอกว่าประธานสภาจะต้องเป็นคนที่มีประสบการณ์และมีอายุนั้น มองว่าอดีตเคยมีประธานสภา อายุน้อยหลายท่าน แต่ไม่คิดว่าเป็นประเด็นจนทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นยาก ถ้ายังคงยึดติดเรื่องอาวุโสและประสบการณ์มากเกินไป

ส่วนกรณีของนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว และนาวาอากาศตรี  ศิธา ทิวารี ที่ดูเหมือนจะมีความรุนแรงขึ้น น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่าคิดว่าทั้งคู่คนเป็นผู้ใหญ่มีข้อพิพาทกันก็จะสามารถคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ขณะนี้ทั้งสองฝ่าย อารมณ์เย็นลงพูดคุยกันและไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นปัญหาในการร่วมงานกันต่อไปในอนาคต หากนพ.ชลน่านอยากให้ก้าวไกลเป็นตัวกลาง ก็ยินดี 

ส่วนการที่ กกต. รับรองผลการเลือกตั้งได้เร็วขึ้น ทางพรรคก็จะเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วขึ้นจากเดิมที่คาดว่าไม่ต่ำกว่า 45 วัน โดยคาดการณ์ถ้าไม่มีปัญหาอื่นๆ มาแทรกว่ส น่าจะเจรจากับพรรคร่วมรัฐบาลได้ข้อยุติภายใน 2 สัปดาห์น่าจะจบเรื่อง

ส่วนตำแหน่งในครม. ยังไม่มีการวางตัวเอง ตอนนี้เดินหน้าในคณะเจรจา และมีชื่อตัวเองติดโผด้วย ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นั้น หากเป็นมติของพระและพักมอบหมายไว้วางใจจนก็พร้อมรับตำแหน่ง

‘ก้าวไกล’ เจรจาสว.โหวตพิธา ลุยแบ่งเก้าอี้รมต. มั่นใจเพื่อไทยไม่ถอนตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549670

25 พ.ค. 2566

'ก้าวไกล' เจรจาสว.โหวตพิธา ลุยแบ่งเก้าอี้รมต. มั่นใจเพื่อไทยไม่ถอนตัว

ตั้งรัฐบาล 66 : ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล เผยเดินสายเจรจาสว.โหวตพิธานั่งนายกฯเป็นไปในทิศทางบวก ระบุ ตอนนี้กำลังเดินหน้าแบ่งกระทรวง เก้าอี้รมต. กับพรรคร่วมรัฐบาล มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยไม่ถอนตัว

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดแถลงความคืบหน้าการเจรจากับพรรคร่วมรัฐบาล และชี้แจงข้อสงสัยเรื่องนโยบายต่างๆของพรรคก้าวไกล

โดยน.ส.ศิริกัญญา เปิดเผยว่า เชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยไม่ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล ส่วนเราจะทำอะไรต่อไปนั้นก็จะมีการเจรจากับพรรคร่วมรัฐบาลในการแบ่งกระทรวงและดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งตำแหน่งต่างๆจะจัดสรรปันส่วนอย่างเป็นธรรม กระบวนการเจรจายังดำเนินต่อเนื่อง ยังไม่อยากให้ฟันธงเรื่องตัวเลข

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล

และนอกจากนี้ยังมีการหารือถึงนโยบายที่ยังเห็นต่างตามเอ็มโอยู อย่างเช่น ค่าแรง 450 บาท ซึ่งพรรคเพื่อไทยไม่ขัดข้องหากจะดำเนินนโยบาย รวมทั้งดิจิทัลวอลเลตของเพื่อไทย และนโยบายอื่นๆอีก แต่หากทำแล้วกระทบนโยบายอื่นก็จะมีแนวทางร่วมกันเพื่อแถลงต่อรัฐสภา

นอกจากนี้ น.ส.ศิริกัญญา ยังเปิดเผยด้วยว่ามีการเดินหน้าเจรจาสว.แล้ว 19 ท่าน เพื่อขอให้สนับสนุนให้นายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งทิศทางไปในทิศทางบวก ที่มีบางคนออกมาส่งสัญญาณผ่านหน้าสื่อ พร้อมยืนยันว่าพรรคก้าวไกลต้องการตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อผลักดันนโยบาย เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่จะร่างขึ้นมาใหม่ และทำรัฐสภาให้โปร่งใสมีส่วนร่วมของภาคประชาชน

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=314&href=https%3A%2F%2Fweb.facebook.com%2Fkomchadluek%2Fvideos%2F956142342323570%2F&show_text=false&width=560&t=0

ส่วนเอ็มโอยูการนำกัญชาไปเป็นยาเสพติดผลจะเป็นอย่างไรนั้น น.ส.ศิริกัญญา จะมีการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขเพื่อทำให้เจ้าพนักงานยาเสพติดสามารถทำงานได้เต็มที่ และต้องคุ้มครองผู้ประกอบการ ผู้ปลูกที่ทำถูกต้อง แต่มีสุญญากาศของกฎหมายก็ต้องดูแลไม่ให้เกิดผลกระทบขอให้วางใจ ซึ่งจะมีการออกประกาศต่อไป 

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2696502

ททท. จัดเทศกาลอาหารนานาชาติ นำโดย "อภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ" ที่เซ็นทรัลเวิลด์ 26-30 พ.ค.นี้

25 พ.ค. 2566 04:59 น.

  • ไทยรัฐฉบับพิมพ์

ททท. จัดเทศกาลอาหารนานาชาติ นำโดย “อภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ” ที่เซ็นทรัลเวิลด์ 26-30 พ.ค.นี้

อย่าพลาด อภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการ ททท. แถลงข่าวการจัดงาน “Bangkok International Food Festival 2023” เทศกาลอาหารนานาชาติ ระหว่าง 26-30 พ.ค.66 โดยมี ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา, ณัฐ ครุฑสูตร และ ธนินธร จันทรวรรณ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ….ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 25 พฤษภาคม 2566

  • 8 พรรคร่วมรัฐบาลก้าวไกล ประกาศ MOU ในวันเวลาเดียวกับดีเดย์ ครบ 9 ปีรัฐประหาร เป็นวันประวัติศาสตร์ การ จัดตั้งรัฐบาลก้าวไกล ภายใต้ถ้อยแถลงของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวใจสำคัญของ MOU 23 ข้อ อยู่ที่ประโยคสำคัญ “จุดประสงค์ในการทำบันทึกความเข้าใจร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาลเป็นการรวบรวมวาระร่วมที่เราเห็นตรงกัน และพร้อมจะผลักดันผ่านกลไกของรัฐบาล และรัฐสภา ขณะเดียวกันเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลในวันนี้ เป็นจุดประสงค์ เมื่อรวมวาระความตั้งใจ การผลักดัน ความรับผิดชอบที่เสนอประชาชนคนไทยทั้งประเทศ” โดย ไม่มีการระบุการแก้ไข ม.112 เอาไว้ใน MOU ยิงนกด้วยกระสุนนัดเดียว ผูกมัดพรรคร่วมรัฐบาลจะไม่ทิ้งกัน เป็นทางออกของ พรรคร่วมรัฐบาลที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข ม.112 และยัง เป็นการปลดล็อกให้ ส.ว. ยกมือโหวตให้ พิธา เป็นนายกฯ โดยไม่มีเงื่อนไข กับประโยคที่ว่า ภารกิจของรัฐบาลทุกพรรคที่จะผลักดันร่วมกัน ต้องไม่กระทบกับรูปแบบของรัฐและการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข และ การดำรงอยู่ในสถานะอันเป็นที่สักการะจะละเมิดไม่ได้ขององค์พระมหากษัตริย์ ไม่ว่าจะเป็นจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ หรือปฏิรูประบบราชการ กองทัพ ตำรวจ….

เป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์สำหรับการเป็นแกนนำรัฐบาลของพรรคก้าวไกล และ ว่าที่นายกฯคนที่ 30 ของประเทศไทย แม้ ด้อมส้ม เพจ Save Thanathorn จะโพสต์ข้อความ หมดเวลาสู้ไป กราบไป พร้อมติด# 112 ไม่แก้ ไม่มีกู หรือจะเป็นความเห็นของ ปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ MOU ก้าวไกล ปมเติมเนื้อหา เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ จะเป็นบ่วงรัดคอในการแก้ ม.112 เป็นการกินปูนร้อนท้อง หรือ วัวสันหลังหวะ แต่เมื่อ พิธา พรรคร่วมรัฐบาลและก้าวไกล เลือกแล้ว สำหรับเส้นทางการเมืองในอนาคต อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด

  • ที่เป็นก้างตำคอ พรรคเพื่อไทย กับข่าวลือ การตั้งรัฐบาลสลับขั้ว เพื่อไทย พลังประชารัฐ ภูมิใจไทย และ รวมไทยสร้างชาติ ร้อนก้น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ต้องออกมาปฏิเสธเป็นครั้งที่ 501 ย้ำจะสนับสนุน ก้าวไกลเป็นรัฐบาล ไม่มีการสลับขั้ว แต่สังคมกลับเชื่อ ข่าวลือมากกว่าข่าวจริง เพราะกลัวว่าข่าวลือจะเป็นจริง จบข่าว
  • ยิ่ง ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมาให้สัมภาษณ์เสียงแปร่งๆ แฉเบื้องหลังสูตร ตั้งรัฐบาลที่ฮ่องกง ด้วยสูตร 280 เสียง เมื่อนับตัวเลขดูแล้ว เป็นสูตรรัฐบาลสลับขั้ว พอดี ก็ยิ่งรู้สึกว่า การตั้งรัฐบาลก้าวไกล จะห่างไกลความเป็นจริง บรรทัดนี้ ประชาธิปไตยจะเดินหน้าหรือถอยหลังลงคลอง เสียงของ ประชาชนที่เลือก ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล 313 เสียงเข้ามากว่า 25 ล้านคน จะมีความหมายแค่ไหน ขึ้นอยู่กับมือของ ส.ว. 250 เสียงใช่ไม่ใช่
  • ไหนๆก็ไหนๆ เช็กเสียง ส.ว. รัฐบาลก้าวไกล ยังอยู่ในสถานะหืดขึ้นคอ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ส.ว. ออกมาย้ำจุดยืน ในฐานะอดีตข้าราชการไทย ที่เลือกอาชีพด้วย ความตั้งใจเป็นข้าแห่งพระราชา ดูแลประชาชน หรือในฐานะ ส.ว. หรือในฐานะ คนไทย แม้นโยบายก้าวไกล เสนอก่อนเลือกตั้งจะยังไม่ได้ถูกตกลงหรือเปิดเผยในสังคมได้ เมื่อต้องเป็นรัฐบาลกับพรรคอื่น จะปรับนโยบายอย่างไร เป็นสิ่งที่การเมืองก่อนหน้านั้นไม่เคยทำสำเร็จ แต่นโยบายที่แตะต้องไม่ได้ คือการทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่สำคัญที่สุด ไม่ได้เป็นนายกฯเพราะมีเบื้องหลัง เป็นนายทุนความคิด นายทุนต่างชาติ ที่จะทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ # อย่าแตะต้อง สถาบัน # อย่าแตะ ม.112 การเมืองก้าวเข้าสู่โหมดกลียุค
  • บรรทัดนี้ให้ถอดรหัส คำพูดปริศนาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เชื่อมั่นว่าหากเราไม่ท้อถอยและทำงานด้วยความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่อง ชัยชนะจะรอเราอยู่ข้างหน้าแน่นอน เป็นความหวังของ รวมไทยสร้างชาติ และเป็นการประกาศของ พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ยอมวางมือทางการเมือง จริงมะ
  • ส่งท้าย “อินทรีเหล็ก” อยากให้จับตา การวางตัวประธานสภาผู้แทนราษฎร จะเป็น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย หรือจะเป็น ประธานสภาจากก้าวไกล จะเป็นคำตอบสุดท้ายของรัฐบาล ขั้วประชา ธิปไตย ห้ามกะพริบตา
  •   ข่าวประชาสัมพันธ์ ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน ปตท. สานพลังร่วมกับกลุ่ม ปตท. ต้อนรับคนรุ่นใหม่หัวใจพัฒนาธุรกิจเพื่อสังคม ในงาน Open House โครงการสานพลัง x PTT Group Young Socialpreneur Hackathon เปิดมุมมองพร้อมรับแรงบันดาลใจการทำธุรกิจเพื่อสังคม พร้อมชวนปล่อยไอเดียนวัตกรรมทางธุรกิจ ชิงรางวัลมูลค่ากว่า 540,000 บาท เปิดรับสมัครร่วมโครงการวันนี้ถึง 2 มิ.ย. สมัครร่วมโครงการได้ที่ forms.gle/yMTvnQV5n7ooH1BTA ททท. โดย อภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว พร้อมด้วย เชฟธนินธร จันทรวรรณ เชฟ มิชลินสตาร์ และ มาวิน ทวีผล Food Blogger แถลงร่วมจัดงาน Bangkok International Food Festival เทศกาลอาหารยิ่งใหญ่ระดับนานาชาติ ระหว่าง 26-30 พ.ค.นี้ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าว Trusted Thailand You Taiguo Yue Kaixin โดยมีวัตถุประสงค์ ตอกย้ำ ความเชื่อมั่นท่องเที่ยวไทยให้กับนักท่องเที่ยวจีน นำเสนอมาตรการการดูแลรักษาความปลอดภัยระหว่างการเที่ยวประเทศไทย จัดกิจกรรม Shopping Challenge นำเสนอสินค้าการท่องเที่ยว ให้กับ KOLs ชาวจีน จำนวน 60 ราย เข้าร่วมกิจกรรม KOLs Mega FAM Trip ผลักดันเป้าหมายตลาดนักท่องเที่ยวจีน 5 ล้านคนภายในปี 2566
  • ฌาปนกิจศพ สุวิน ลำจวน ภรรยา ดร.ศักดิ์ ลำจวน วัดสันป่าสักวรอุไรธรรมาราม อ.หางดง จ.เชียงใหม่ 25 พ.ค. 12.00 น.
  • สวดพระอภิธรรม ประเสริฐ บำรุงสุขสวัสดิ์ มารดา พ.ต.อ.สรรค์หกิจ บำรุงสุขสวัสติ 19.30 น. ที่บ้านเลขที่ 37 ต.บางพลีน้อย อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ถึง 27 พ.ค. ฌาปนกิจ 28 พ.ค. 16.00 น. ที่วัดนาคราช 

“อินทรีเหล็ก”

มิจฉาชีพหัวใส ใช้ AI ปลอมเป็นเพื่อนเหยื่อ สูญเงินกว่า 21 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696805

มิจฉาชีพหัวใส ใช้ AI ปลอมเป็นเพื่อนเหยื่อ สูญเงินกว่า 21 ล้าน

25 พ.ค. 2566 14:23 น.

มิจฉาชีพหัวใส ใช้ AI ปลอมเป็นเพื่อนเหยื่อ สูญเงินกว่า 21 ล้าน

เจ้าหน้าที่จีนเปิดเผยว่า นักต้มตุ๋นรายหนึ่งใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อปลอมตัวเป็นเพื่อนของเหยื่อที่เป็นนักธุรกิจ และโน้มน้าวให้เขาโอนเงินหลายล้านหยวน โดยเหยื่อซึ่งมีนามสกุลแซ่กัว ได้รับวิดีโอคอลในเดือนเมษายน จากบุคคลที่ดูและฟังดูเหมือนเป็นเพื่อนสนิทของเขา

จากรายงานข่าวที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์โดยสื่อที่เกี่ยวข้องกับทางการเมืองฝูโจว ในมณฑลฝูเจี้ยน ระบุว่า กลับพบว่าผู้โทรเป็นนักต้มตุ๋น ที่ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อเปลี่ยนใบหน้าและเสียงของเขา เพื่อปลอมตัวเป็นเพื่อนสนิทของนายกัว และทำการฉ้อโกง

นายกัวถูกชักชวนให้โอนเงินจำนวน 4.3 ล้านหยวน หรือราว 21 ล้านบาท หลังจากที่ผู้ฉ้อโกงอ้างว่าเพื่อนอีกคนต้องการให้ถอนเงินจากบัญชีธนาคารของบริษัท เพื่อจ่ายค้ำประกันการประมูล นักต้มตุ๋นขอหมายเลขบัญชีธนาคารส่วนบุคคลของนายกัว แล้วอ้างว่ามีการโอนเงินจำนวนที่เทียบเท่ากันไปยังบัญชีนั้น โดยส่งภาพหน้าจอของบันทึกการชำระเงินที่เป็นการฉ้อโกงมาให้เขา

ต่อมานายกัวได้ส่งการชำระเงินสองครั้งจากบัญชีบริษัทของเขา โดยไม่ได้ตรวจสอบว่าเขาได้รับเงินครบตามจำนวนที่ร้องขอ “ในตอนนั้น ผมได้ยืนยันใบหน้าและเสียงของบุคคลที่วิดีโอคอลหา ดังนั้น เขาจึงไม่ทันระวังตัว” อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นเขาจึงตระหนักได้ถึงความผิดพลาดของตนเอง หลังจากส่งข้อความถึงเพื่อนที่ถูกขโมยตัวตนและไม่มีความรู้เรื่องการทำธุรกรรม

นายกัวได้แจ้งตำรวจ ซึ่งได้ทำการแจ้งธนาคารในเมืองอื่นไม่ให้ดำเนินการโอนเงิน และสามารถเรียกเงินคืนได้ 3.4 ล้านหยวน รายงานระบุว่า ความพยายามในการเรียกคืนเงินที่เหลือนั้นยังคงดำเนินอยู่ แต่ไม่สามารถระบุตัวผู้กระทำผิดครั้งนี้ได้

หลุมพรางที่อาจเกิดขึ้นจากเทคโนโลยี AI ได้รับความสนใจมากขึ้น นับตั้งแต่บริษัท โอเพนเอไอ ( OpenAI) ในสหรัฐฯ เปิดตัวแชตบอต “แชตจีพีที” (ChatGPT) ซึ่งเป็นแชตบอตที่เลียนแบบการสนทนาของมนุษย์ เมื่อเดือนพฤศจิกายน

จีนได้ประกาศแผนการขึ้นเป็นผู้นำด้าน AI ระดับโลกภายในปี 2573 และบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่ง เช่น อาลีบาบา, “เจดี ดอต คอม” (JD.com) “เน็ตอีส” (NetEase) และ “ไบต์แดนซ์” (ByteDance) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ “ติ๊กต่อก” (TikTok) ได้เร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่คล้ายคลึงกัน

แม้แชตจีพีที จะไม่สามารถใช้งานได้ในจีน แต่ซอฟต์แวร์ของอเมริกากำลังได้รับฐานผู้ใช้ชาวจีนที่ใช้เครือข่ายส่วนตัวเสมือน เพื่อเข้าถึงการเขียนเรียงความและการโกงข้อสอบ อย่างไรก็ตาม มันยังถูกใช้เพื่อจุดประสงค์ที่เลวร้ายยิ่งกว่า

ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคม ตำรวจในมณฑลกานซู ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน กล่าวว่า มีการใช้มาตรการ “บีบบังคับ” กับชายคนหนึ่งที่ใช้แชตจีพีที เพื่อสร้างบทความข่าวปลอมเกี่ยวกับอุบัติเหตุรถบัสชนกัน ซึ่งแพร่กระจายอย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดีย

กฎหมายที่ควบคุม “ดีปเฟก” (Deepfake) หรือเทคโนโลยีที่ใช้สร้างสื่อสังเคราะห์เพื่อปลอมแปลงลักษณะบุคคลต่างๆ ผ่านสื่อวิดีโอและภาพถ่าย ซึ่งมีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคม ห้ามใช้เทคโนโลยีในการผลิต เผยแพร่ หรือส่งข่าวเท็จ

นอกจากนั้น ร่างกฎหมายที่เสนอในเดือนเมษายน โดยหน่วยงานควบคุมอินเทอร์เน็ตของรัฐบาลจีน กำหนดให้ผลิตภัณฑ์ AI ใหม่ทั้งหมด ต้องผ่าน “การประเมินความปลอดภัย” ก่อนเผยแพร่สู่สาธารณะ.

ออสเตรเลียเตรียมรับมือค่าไฟพุ่ง 25 เปอร์เซ็นต์ใน 3 รัฐ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696792

ออสเตรเลียเตรียมรับมือค่าไฟพุ่ง 25 เปอร์เซ็นต์ใน 3 รัฐ

25 พ.ค. 2566 14:11 น.

ออสเตรเลียเตรียมรับมือค่าไฟพุ่ง 25 เปอร์เซ็นต์ใน 3 รัฐ

ผู้ใช้ไฟฟ้าในออสเตรเลียกุมขมับ เพราะนับตั้งแต่ 1 กรกฎาคมนี้ ชาวออสเตรเลียราว 6 แสนคน ใน 3 รัฐ ต้องเผชิญกับค่าไฟฟ้าที่จะปรับสูงขึ้นถึง 20-25 เปอร์เซ็นต์

หน่วยงานกำกับดูแลพลังงานแห่งออสเตรเลีย แถลงยืนยันถึงการตัดสินใจที่จะปรับขึ้นราคาพลังงานในวันนี้ โดยการตัดสินใจดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้าใน 3 รัฐหลักๆ คือรัฐนิวเซาท์เวลส์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐควีนส์แลนด์ และเซาท์ ออสเตรเลีย โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไป

สำหรับราคาที่จะมีการปรับเพิ่มขึ้นของลูกค้าในครัวเรือนจะเป็นแบบลอยตัวที่ราว 20.8 เปอร์เซ็นต์ ไปจนถึง 23.9 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นอยู่กับพื้นที่ และจะมีการปรับขึ้นแบบควบคุมอยู่ที่ 19.6 เปอร์เซ็นต์ไปจนถึง 24.9 เปอร์เซ็นต์

ส่วนภาคธุรกิจขนาดเล็ก จะถูกปรับราคาไฟฟ้าขึ้นราว 14.7 เปอร์เซ็นต์ ถึง 28.9 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นอยู่กับพื้นที่ให้บริการเช่นกัน

ทั้งนี้ ราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นดังกล่าว ถือว่าสูงกว่าร่างที่ทางหน่วยงานกำกับดูแลพลังงานแห่งออสเตรเลียเคยเสนอเมื่อช่วงเดือนมีนาคม ที่ระบุไว้ว่าจะมีการปรับขึ้นราว 20-22 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น โดยให้เหตุผลว่า การปรับตัวเลขใหม่เกิดจากการพิจารณาของผู้ถือหุ้น รวมทั้งยังมีการพิจารณาจากปัจจัยอื่นๆ เช่นระบบเครือข่าย สิ่งแวดล้อม ต้นทุนการขายปลีก การคาดการณ์ภาวะเงินเฟ้อ เป็นต้น.

ที่มา : 9news

ยื้อไม่ไหว หญิงชราวัย 95 ปี เหยื่อปืนช็อตไฟฟ้า ตร.ออสเตรเลีย สิ้นใจแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696762

ยื้อไม่ไหว หญิงชราวัย 95 ปี เหยื่อปืนช็อตไฟฟ้า ตร.ออสเตรเลีย สิ้นใจแล้ว

25 พ.ค. 2566 12:10 น.

ยื้อไม่ไหว หญิงชราวัย 95 ปี เหยื่อปืนช็อตไฟฟ้า ตร.ออสเตรเลีย สิ้นใจแล้ว

คุณยายวัย 95 ปี ที่ถูกตำรวจออสเตรเลียใช้ปืนช็อตไฟฟ้ายิงใส่ ขณะเข้าระงับเหตุที่บ้านพักคนชรา จนคุณยายล้มลงหัวฟาดพื้น เสียชีวิตลงแล้ว หลังเข้ารักษาอาการบาดเจ็บในโรงพยาบาลเพียง 1 สัปดาห์

คุณยายแคลร์ นาวแลนด์ วัย 95 ปี ที่ถูกตำรวจใช้ปืนช็อตไฟฟ้ายิงใส่จนล้มลงศีรษะกระแทกพื้นจนอาการสาหัส ในบ้านพักคนชราเมื่อสัปดาห์ก่อน เสียชีวิตลงอย่างสงบ ท่ามกลางครอบครัวและคนที่รักที่มาติดตามอาการอย่างใกล้ชิด หลังแพทย์พยายามยื้อมานาน 1 สัปดาห์

ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง ตำรวจที่เป็นคนยิงปืนช็อตไฟฟ้าใส่คุณยาย เพิ่งจะโดนตั้งข้อหาประมาท ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ทำร้ายร่างกาย และทำร้ายร่างกายโดยใช้ปืนช็อตไฟฟ้า โดยขณะนี้เขายังคงถูกพักงาน และจะต้องขึ้นศาลในวันที่ 5 กรกฎาคมนี้

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา ในขณะที่ตำรวจเข้าไประงับเหตุ เนื่องจากได้รับแจ้งว่าคุณยายนาวแลนด์ที่มีภาวะความจำเสื่อม เดินถือมีดวนเวียนอยู่ในบ้านพักคนชรา “ยาแลมบี ลอดจ์” ทางตอนใต้ของรัฐนิวเซาท์เวลส์ โดยตำรวจได้เข้าไปเจอคุณยายขณะที่เดินด้วยไม้เท้าสี่ขา และถือมีดอยู่ในมือ และค่อยๆ เดินเข้ามาหาตำรวจอย่างช้าๆ และไม่ยอมวางมีดลง แม้ตำรวจจะพยายามเจรจาแล้วก็ตาม

จนในที่สุดตำรวจนายหนึ่งได้ตัดสินใจใช้ปืนช็อตไฟฟ้ายิงไปที่คุณยายสองครั้ง โดยครั้งแรกยิงเข้าที่หน้าอกด้านหน้า ก่อนจะยิงอีกครั้งเข้าที่ด้านหลัง ส่งผลให้คุณยายล้มลงและศีรษะฟาดพื้นอาการสาหัส จุดกระแสความไม่พอใจของคนในชุมชนและกลุ่มสิทธิมนุษยชนว่าเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้มีการปฏิรูปตำรวจด้วย.

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย