‘วิษณุ’ กางรัฐธรรมนูญ สว.’โหวตเลือกนายกฯ’ ได้ถึง 11 พ.ค. 67

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549524

23 พ.ค. 2566

'วิษณุ' กางรัฐธรรมนูญ สว.'โหวตเลือกนายกฯ' ได้ถึง 11 พ.ค. 67

‘วิษณุ’ มือกฏหมายกางรัฐธรรมนูญตอบชัด สว.‘โหวตเลือกนายกฯ’ ลากยาวได้ถึง 11 พ.ค. 67 แต่หลังจากนั้นใช้เสียงจาก สส.ในสภาโหวตนายกฯแทนเท่านั้น

นับถอยหลังใกล้เวลา ‘โหวตเลือกนายกฯ’ ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากทำเนียบรัฐบาล เมื่อนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนอำนาจในการ ‘โหวตเลือกนายกฯ’ ของสมาชิกวฺุฒิสภา(สว.) ตามมาตรา 272 ในบทเฉพาะการจะสิ้นสุดเมื่อใด เพราะมีการวิเคราะห์กันว่าพรรคก้าวไกลจะยื้อเวลาเลือกนายกฯไปจนกว่าสว.จะหมดอำนาจเลือกนายกฯ ว่า 

สว.จะมีอำนาจโหวตเลือกนายกฯ ไปจนถึงวันที่ 11 พ.ค. 2567 แต่การทำหน้าที่ของ สว.ในเรื่องอื่นๆ สามารถทำต่อไปได้ และหากถึงเวลาหลังจากวันที่ 11 พ.ค. 2567  หากมีการเลือกนายกรัฐมนตรีก็เป็นหน้าที่ของ สส.เท่านั้น 

“และจะยืดระยะเวลาโหวตเลือกนายกฯอะไรไปขนาดนั้น ประเทศจะอยู่ไม่ได้ เพราะจะทำอะไรก็ต้อง ขอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)”

‘สว.กิตติศักดิ์’ ไม่โหวต ‘พิธา’ ล้านเปอร์เซ็นต์ ม็อบหน้าสภากดดัน ‘ไม่มีผล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549520

23 พ.ค. 2566

'สว.กิตติศักดิ์' ไม่โหวต 'พิธา' ล้านเปอร์เซ็นต์ ม็อบหน้าสภากดดัน 'ไม่มีผล'

‘สว.กิตติศักดิ์’ ยืนยันไม่โหวต ‘พิธา’ สาเหตุแตะ ม.112 แม้ไม่ลงในMOU แต่ ‘พรรคก้าวไกล’ เดินเกมหยิบเข้าสภา เพราะกลัวกระแส ‘เดี๋ยวไม่แก้ เดี๋ยวไม่มีกู’ ส่วนผู้ชุมนุมหากมากดดัน สว. เชื่อไม่มีผล อุ๊บ!ตัวเลข สว. งดออกเสียง ลั่นมีเยอะกว่าฝ่ายสนับสนุน

ก่อนการประชุมสมาชิกวุฒิสภา (สว.) นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สว. ที่ประกาศชัดเจน ไม่เลือก “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เป็น “นายกรัฐมนตรี” ยังคงยืนยัน จุดยืนเดิม คำไหนคำนั้น 

“ล้านเปอร์เซ็นต์ กิตติศักดิ์ ไม่โหวตให้นายพิธา มีหลักว่า การเมืองให้อยู่ในการเมือง” คำพูดของนายกิตติศักดิ์ยิ่งตอกย้ำ

ด้วยเหตุผลการแก้ไขมาตรา 112 เพราะจะทำให้เกิดความขัดแย้งและนำมาซึ่งการทะเลาะเบาะแว้งและเข่นฆ่าคนไทยด้วยกัน จึงไม่เห็นสมควรที่จะให้นายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี 

การส่งตัวแทนชี้แจงเกี่ยวกับการแก้ไขมาตรา112 จะมีผลต่อการตัดสินใจหรือไม่ นายกิตติศักดิ์ เห็นว่า เป็นการชี้เจตนาที่นายพิธาและพรรคก้าวไกลไปยุ่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นทูตอเมริกามายุ่งเกี่ยวก้าวก่ายหรือเร่งรัดการเลือกตั้งของไทย ซึ่งโดยกติกามารยาทระหว่างประเทศ ไม่ควรทำอย่างยิ่ง 

การทำ MOU กับ 8 พรรคการเมือง แม้การแก้ไขมาตรา 112 จะไม่ได้ใส่ลง แต่นายพิธา ยืนยัน ยังจะยื่นเสนอเข้าสภา ซึ่งเป็นปัญหาของนายพิธาและพรรคก้าวไกลเคยหาเสียงไว้ ไม่ทำก็ไม่ได้ ไม่แก้ก็ไม่ได้ จนกระทั่งเกิด “เดี๋ยวไม่แก้ เดี๋ยวไม่มีกู” และ สว. เป็นฝ่ายนิติบัญญัติต้องกลั่นกรองผู้ที่จะมานำพวกเรา 

“คุณจะด่าใคร ด่าลุงด่าป้าด่าน้าด่าอา ผมไม่ว่า แต่ถ้าเลยขอบเขตไปแตะเบื้องสูง กิตติศักดิ์ไม่ยอมครับ” นายกิตติศักดิ์ กล่าว

นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ

อย่างไรก็ตาม เย็นวันนี้กลุ่มผู้ชุมนุมนัดรวมตัวกดดัด สว. โหวตนายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น นายกิตติศักดิ์ ทราบเบื้องต้นว่ากลุ่มที่มาชุมนุมวันนี้มาด้วยความมิตรไมตรี เจตนาเพื่อมาแจ้งให้ สว.รับทราบว่า ต้องการอะไร ก็เป็นสีสันของประชาธิปไตยในการที่เห็นต่างหรือผู้ที่มาประท้วง หากมีการพูดจากันดีๆก็ไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าจะมาข่มขู่กดดันนั้น “ไม่มีผล”

นอกจากนี้นายกิตติศักดิ์ยังกล่าวถึงทีมจัดตั้งรัฐบาลส่งตัวแทนเจรจา ว่า ขณะนี้ก็ยังไม่มีใครมาพูดคุยเจรจาด้วย อาจจะเป็นเพราะตนเป็น สว.ตัวเล็กๆคนหนึ่ง แต่จะคุยกับ สว.ผู้ใหญ่หรือไม่ ไม่ทราบ และในวันนี้ก็ไม่ได้มีการพูดคุยกันนอกกรอบในกลุ่มของ สว.แต่อย่างใด

เสียง สว. ขณะนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ สนับสนุนนายพิธา ตามระบบกลไกของประชาธิปไตย และ งดออกเสียง วัดได้ว่า งดออกเสียงมากกว่า แต่ไม่ขอบอกตัวเลข

ส่วนกลุ่มที่ไม่โหวตให้นายพิธา ไม่มี จะเหลือแค่สนับสนุนและงดออกเสียง กิตติศักดิ์กล้าบอกชัดเจนว่า ไม่สนับสนุน ซึ่งเป็นเพียงคนเดียว แต่จะมีคนอื่นตามหรือไม่ ไม่ทราบ และสักวันหนึ่งกิตติศักดิ์จากโลกนี้ไปแล้ว ลูกหลานอาจจะนึกถึงก็ได้ว่า กิตติศักดิ์ตัดสินใจถูก

ส่วนกลุ่มชาวนาจะเห็นด้วยหรือไม่ ไม่บังอาจคิด แต่คนที่รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ไม่เอาด้วยแน่นอน จะเห็นว่า การสนับสนุนให้กำลังใจตนมาจากทั่วประเทศ แต่ตนบอกว่า เราคนไทยด้วยกันไม่ควรทะเลาะฆ่ากันเอง เพราะฉะนั้นตนไม่สนับสนุนให้มีม็อบ

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2695888

"วิษณุ เครืองาม" เป็นประธานเปิดสถาบันพัฒนาสิทธิมนุษยชน พร้อมปาฐกถาพิเศษ

23 พ.ค. 2566 05:10 น.

  • อินทรีเหล็ก

“วิษณุ เครืองาม” เป็นประธานเปิดสถาบันพัฒนาสิทธิมนุษยชน พร้อมปาฐกถาพิเศษ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…ฉบับประจำวันอังคารที่ 23 พฤษภาคม 2566……..

  • การตั้งรัฐบาลก้าวไกล ติดหล่มกับดักการเมือง ด้วยเสียง ส.ส. และ ส.ว.ในสภา รวมกันแล้วจะต้องได้ 376 เสียงขึ้นไป…ไม่ใช่ประชาชน 14 ล้านเสียง ที่เลือก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์…แต่ขึ้นอยู่กับเสียงโหวตในสภา 376 เสียง…กับดักรัฐธรรมนูญ ที่ให้เสียง ส.ว. 250 เสียง เป็นคนชี้ขาด ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย…แม้จะเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากเกินครึ่ง…กติกาที่ว่า พรรคที่ได้เสียงข้างมาก มีสิทธิ์ตั้งรัฐบาล เป็นแค่เรื่องสมมติ…แต่ การรวบรวมเสียงข้างมากในสภา ได้มากกว่า 376 เสียง เป็นคำตอบสุดท้ายของ การก้าวขึ้นตำแหน่งนายกฯ จัดตั้งรัฐบาล…ไม่ว่าพรรคนั้น ประชาชนจะเลือกเข้ามาเกิน 250 เสียง ไปมากน้อยแค่ไหน…บวกกับ การต่อรองโควตา รมต. ก่อนที่ จะโหวตเลือกนายกฯในสภา…กลาย เป็นจุดอ่อน ของ ระบอบประชาธิปไตย ระบบการเมืองการปกครองในประเทศไทย…ที่ซื้อได้ด้วยเงิน
เสวนา - ภูวนารถ ณ สงขลา นายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน จัดงานเสวนาเรื่อง “อนาคตประเทศไทย จุดเปลี่ยนที่ท้าทาย” โดยมี ศ.ดร.กระแส ชนะวงศ์, ไพศาล พืชมงคล, ไพบูลย์ นิติตะวัน, สมชัย ศรีสุทธิยากร และ วทันยา บุนนาค มาร่วมเสวนาด้วย ที่โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ วันก่อน.
เสวนา – ภูวนารถ ณ สงขลา นายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน จัดงานเสวนาเรื่อง “อนาคตประเทศไทย จุดเปลี่ยนที่ท้าทาย” โดยมี ศ.ดร.กระแส ชนะวงศ์, ไพศาล พืชมงคล, ไพบูลย์ นิติตะวัน, สมชัย ศรีสุทธิยากร และ วทันยา บุนนาค มาร่วมเสวนาด้วย ที่โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ วันก่อน.
  • โผ ครม.ที่หลุดออกมาตามโซเชียล…พิธา นั่งนายกฯ ศิริกัญญา ตันสกุล, นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, ชัยธวัช ตุลาธน, ชูศักดิ์ ศิรินิล, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง จะได้นั่งเก้าอี้รองนายกฯ…ศิริกัญญา จะควบ รมว.คลัง อีกตำแหน่ง…พิธา ควบ กลาโหม ชัยธวัช ควบ มหาดไทย…ปานปรีย์ พหิทธานุกร นั่ง รมว.พาณิชย์ ประเสริฐ จันทรรวงทอง นั่ง คมนาคม หรือ กิตติรัตน์ ณ ระนอง นั่ง ว่าการกระทรวงเกษตรฯ…เป็นแค่การโยนหินถามทาง เพื่อสร้างความสับสนในการตั้งรัฐบาล หรือการปล่อยข่าว เพื่อไทย ตั้งรัฐบาลแข่ง ก้าวไกล อ้าง อนุทิน ชาญวีรกูล และ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ หัวหน้า และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์…บินไปหารือกับคนทางไกลที่ฮ่องกง เป็นที่เรียบร้อย…เป็นจังหวะเดียวกับที่ อนุทิน–ศักดิ์สยาม พาครอบครัวไปเที่ยวฮ่องกง พอดิบพอดี…ร้อนถึงลุงโทนี ทักษิณ ชินวัตร ต้องออกมาประกาศ เป็นข่าวมั่ว ขณะนี้เจ้าตัวอยู่ที่ดูไบ ไม่ใช่ ฮ่องกง ตามข่าวลือ…การเมืองลับ ลวงพราง ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล …ฟังหูไว้หู
เพลิดเพลิน - เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ และ เสรี ชินบารมี จัดกิจกรรม “Supercar Club : One day experience with McLaren Bangkok” พร้อมให้ลูกค้าได้ชมภาพยนตร์รอบพิเศษ โดยมี ทนง ลี้อิสสระนุกูล และ คมสัณห์ ฐานะโชติพันธุ์ มาร่วมงานด้วย ที่ดิ เอ็มควอเทียร์ วันก่อน.
เพลิดเพลิน – เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ และ เสรี ชินบารมี จัดกิจกรรม “Supercar Club : One day experience with McLaren Bangkok” พร้อมให้ลูกค้าได้ชมภาพยนตร์รอบพิเศษ โดยมี ทนง ลี้อิสสระนุกูล และ คมสัณห์ ฐานะโชติพันธุ์ มาร่วมงานด้วย ที่ดิ เอ็มควอเทียร์ วันก่อน.
  • ส่องความเห็น MOU ของก้าวไกล…พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ระบุ MOU ลงรายละเอียดมากเกินไป…เหมือนก้าวไกล พยายามจะผูกมัดพรรคร่วมรัฐบาล…แต่ ไม่มี ม.112 ใน MOU… วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ มอง เรื่องสุราเสรี และ สมรสเท่าเทียม จะกระทบกับหลักศาสนา…ที่อยากให้ปรับถ้อยคำไม่ให้กระทบกับศาสนาใด…ที่เป็นก้างขวางคอชิ้นใหญ่ในการโหวตนายกฯในสภา การแก้ไข ม.112…ความเห็น ส.ว.นิอาแซ ซีอุเซ็ง…ขอดูนโยบายรัฐบาลก่อน เชื่อ ก้าวไกลคงไม่กล้าเสนอการแก้ไข ม.112 เข้ามาแน่นอน…ไหนๆก็ไหนๆ มีการรวบรวมรายชื่อ ส.ว.ที่มีแนวโน้มว่าจะโหวตให้พิธาเป็นนายกฯ แล้วประมาณ 17 เสียง…วุฒิพันธุ์ วิชัยรัตน์, นพ.อำพล จินดาวัฒนะ, ภัทรา วรามิตร, ทรงเดช เสมอคำ, วัลลภ ตังคณานุรักษ์, วันชัย สอนศิริ, เฉลิมชัย เฟื่องคอน, ซากีย์ พิทักษ์คุมพล, ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม, รณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล, ประมาณ สว่างญาติ, นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์, ประภาศรี สุฉันทบุตร, สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์, มณเฑียร บุญตัน, นพ.พลเดช ปิ่นประทีป และ พีระศักดิ์ พอจิต…จับตา หลังการประชุม ส.ว.นัดพิเศษ ในวันนี้…มีกระแสข่าวว่า ส.ว. จะหารือถึงสถานการณ์การเมือง ขณะนี้ และท่าที การโหวตเลือกนายกฯคนที่ 30 ของประเทศไทย…กรรมจะเป็นเครื่องชี้ถึงเจตนา
ดีจังเลย - วัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดโครงการ “ดาวน์นี่ คืนรอยยิ้มให้น้อง ต้อนรับเปิดเทอม” รับถุงเปล่าดาวน์นี่ใช้แล้วนำไปเป็นวัสดุก่อสร้างห้องน้ำโรงเรียนต่างจังหวัด โดยมี สิรินพร วัฒนะภราดร และ พงศธร ปานประสงค์ มาร่วมงานด้วย ที่โลตัส พระราม 4 วันก่อน.
ดีจังเลย – วัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดโครงการ “ดาวน์นี่ คืนรอยยิ้มให้น้อง ต้อนรับเปิดเทอม” รับถุงเปล่าดาวน์นี่ใช้แล้วนำไปเป็นวัสดุก่อสร้างห้องน้ำโรงเรียนต่างจังหวัด โดยมี สิรินพร วัฒนะภราดร และ พงศธร ปานประสงค์ มาร่วมงานด้วย ที่โลตัส พระราม 4 วันก่อน.
เปิดสถาบัน - ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดสถาบันพัฒนาสิทธิมนุษยชน พร้อมปาฐกถาพิเศษหัวข้อ สถาบันพัฒนาสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคมไทย โดยมี พงษ์สวาท กายอรุณสุทธิ์ และ เรืองศักดิ์ สุวารี มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ วันก่อน.
เปิดสถาบัน – ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดสถาบันพัฒนาสิทธิมนุษยชน พร้อมปาฐกถาพิเศษหัวข้อ สถาบันพัฒนาสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคมไทย โดยมี พงษ์สวาท กายอรุณสุทธิ์ และ เรืองศักดิ์ สุวารี มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ วันก่อน.
  • ผลการเลือกตั้งไม่เป็นทางการ ทวี สุระบาล ว่าที่ ส.ส.เขต 2 พลังประชารัฐ…อดีต ส.ส.อาวุโสประชาธิปัตย์ ได้คะแนนมาเป็น อันดับ 1 ของประเทศ ด้วยคะแนน 63,185 คะแนน…ซึ่ง เมื่อปี 2544 เคยได้คะแนนสูงสุดครั้งแรก 65,458 คะแนน มาแล้ว…ส่วนศึกใน ประชาธิปัตย์ จับตาการเลือก คณะกรรมการบริหารชุดใหม่ ในวันที่ 24 พ.ค.นี้…เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่แทน จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ที่ลาออกจากหัวหน้าพรรคหลังผลการเลือกตั้ง ประชาธิปัตย์ ได้มาเพียง 24 ที่นั่ง กระทบกับ เก้าอี้เลขาธิการและอนาคตทางการเมือง ของ เฉลิมชัย ศรีอ่อน ที่เคยประกาศเอาไว้บนเวทีหาเสียง…ถ้าประชาธิปัตย์ได้ ส.ส.ไม่ถึง 50 ที่นั่ง จะเลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิต…ถึงว่าที่ ส.ส.ส่วนใหญ่ 17 เสียง เป็นของ เฉลิมชัย ก็ต้องรักษาคำพูดลูกผู้ชาย…ในขณะที่กำลังของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในประชาธิปัตย์เหลือแค่ 7 เสียง…โอกาสที่ อภิสิทธิ์ จะหวนกลับมานำทัพประชาธิปัตย์ ลำบากกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา…นาทีนี้ต้องโฟกัสที่ เดชอิศม์ ขาวทอง และ ชัยชนะ เดชเดโช ที่จะเป็นเลือดใหม่นำทัพประชาธิปัตย์
ชาวไร่ - ดร.วีรวัฒน์ เลิศวนวัฒนา เปิดงาน “วันสมาชิกชาวไร่ปีที่ 30” เพื่อให้เกษตรกรยึดการปลูกมันสำปะหลังเป็นอาชีพที่มั่นคง โดยมี ศ.ดร.เจริญศักดิ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์, ณัฐชัย หวั่งหลี และ วันดี อัครวงศ์วิจิตร มาร่วมงานด้วย ที่บริษัทสยาม ควอลิตี้ สตาร์ช จ.ชัยภูมิ วันก่อน.
ชาวไร่ – ดร.วีรวัฒน์ เลิศวนวัฒนา เปิดงาน “วันสมาชิกชาวไร่ปีที่ 30” เพื่อให้เกษตรกรยึดการปลูกมันสำปะหลังเป็นอาชีพที่มั่นคง โดยมี ศ.ดร.เจริญศักดิ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์, ณัฐชัย หวั่งหลี และ วันดี อัครวงศ์วิจิตร มาร่วมงานด้วย ที่บริษัทสยาม ควอลิตี้ สตาร์ช จ.ชัยภูมิ วันก่อน.
  • ข่าวประชาสัมพันธ์ ดร.วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดนิทรรศการและการประชุมสุดยอดด้านการเปลี่ยนแปลงทางพลังงานระดับภูมิภาค Future Energy Asia 2023 มี ประสงค์ อินทรหนองไผ่ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายบริการกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย ปตท. ร่วมกล่าวปาฐกถา เรื่องการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน คาดสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต…ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในปี 2566 ให้ความสำคัญกับการยกระดับห่วงโซ่อุปทาน และการเร่งสร้างโอกาสทางธุรกิจแก่ผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดต่างประเทศ กำหนดจัดงาน Thailand Travel Mart Plus 2023 ระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย.นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ส่งเสริมการขายลักษณะ B2B ด้านการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย…ประณยา นิถานานนท์ ผู้บริหาร สายการตลาดบัตรเครดิต เคทีซี หรือบัตรเครดิตกรุงไทยร่วมกับกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ สนับสนุนโครงการโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เคทีซีจับมือพันธมิตร 114 พันธมิตรโรงแรมใน 20 จังหวัดทั่วประเทศ มอบสิทธิพิเศษส่วนลดสูงสุด 45% ครอบคลุมบริการห้องพัก ห้องอาหาร สปา เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวแนวใส่ใจธรรมชาติ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมต่อไป…ห้องอาหารเอโดะ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น จัดโปรโมชันบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่น มื้อกลางวันราคา 690 บาท มื้อเย็นพบกับบุฟเฟต์ข้าวต้ม ราคา 290 บาท สอบถามเพิ่มเติมที่ 0-2159-5888
ดูฟรี - นรุตม์ เจียรสนอง และ วิรัช สิทธิวราภรณ์ จัดงาน “Japanese Film Fest 2023” เทศกาลภาพยนตร์ญี่ปุ่น พร้อมให้ชมฟรี 8 เรื่องครบทุกรสชาติ โดยมี สุธาวดี ศิริธนชัย, สะคราญ กมล อุทัยศรี และ ฐิติพงศ์ ล้อประเสริฐ มาร่วมงานด้วย ที่ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต วันก่อน.
ดูฟรี – นรุตม์ เจียรสนอง และ วิรัช สิทธิวราภรณ์ จัดงาน “Japanese Film Fest 2023” เทศกาลภาพยนตร์ญี่ปุ่น พร้อมให้ชมฟรี 8 เรื่องครบทุกรสชาติ โดยมี สุธาวดี ศิริธนชัย, สะคราญ กมล อุทัยศรี และ ฐิติพงศ์ ล้อประเสริฐ มาร่วมงานด้วย ที่ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต วันก่อน.
  • สวดพระอภิธรรมศพ ถนอม สดสมศรี ที่วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร ศาลา 2 เวลา 18.00 น. ถึง 26 พ.ค. พระราชทานเพลิงศพ 27 พ.ค. เวลา 14.00 น. …วันนี้ถึง 23 พ.ค. 19.30 น. สวดพระอภิธรรม กุยเฮียง รัชกิจประการ แม่ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวฯ ที่มหาปัญญาพุทธสถาน หาดใหญ่ จ.สงขลา 24 พ.ค. พิธีฝังศพที่สุสานทุ่งขมิ้น…สวดพระอภิธรรม สุวิน ลำจวน ภรรยา ดร.ศักดิ์ ลำจวน เวลา 19.00 น. ที่วัดสันป่าสักวรอุไรธรรมาราม อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ถึงวันที่ 24 พ.ค. 
โปรดทราบ - หิรัญ ตันมิตร จัดงาน “EVEANDBOY Best Selling Award 2022 × Mark Tuan Fan Meeting” เพื่อประกาศรางวัลสินค้าขายดีในร้านอีฟแอนด์บอย โดยมี สุธาวัลย์ ตราชู, ยุวเรต ศรุตานนท์ และ มาร์ค ต้วน มาร่วมงานด้วย ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันก่อน.
โปรดทราบ – หิรัญ ตันมิตร จัดงาน “EVEANDBOY Best Selling Award 2022 × Mark Tuan Fan Meeting” เพื่อประกาศรางวัลสินค้าขายดีในร้านอีฟแอนด์บอย โดยมี สุธาวัลย์ ตราชู, ยุวเรต ศรุตานนท์ และ มาร์ค ต้วน มาร่วมงานด้วย ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันก่อน.

“อินทรีเหล็ก”

ระทึก รถบรรทุกพุ่งชนรั้วกั้นทำเนียบขาว ตร.พบธงนาซีในรถ (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696187

ระทึก รถบรรทุกพุ่งชนรั้วกั้นทำเนียบขาว ตร.พบธงนาซีในรถ (คลิป)

23 พ.ค. 2566 14:56 น.

ระทึก รถบรรทุกพุ่งชนรั้วกั้นทำเนียบขาว ตร.พบธงนาซีในรถ (คลิป)

ตร.คุมตัวคนขับรถไปสอบสวน หลังขับรถขนส่งสินค้าพุ่งชนรั้วกั้นใกล้ทำเนียบขาว โดยจากการตรวจค้นรถยังพบธงนาซีภายในรถด้วย

เจ้าหน้าที่ตำรวจลับของสหรัฐฯ ได้ควบคุมตัวคนขับรถขนส่งสินค้า U-Haul ไปสอบสวน หลังจากก่อเหตุขับรถพุ่งชนแนวรั้วกั้นบริเวณจตุรัสลาฟาแยต ใกล้กับทำเนียบขาวในช่วงคืนวันจันทร์ที่ผ่านมาตามเวลาในท้องถิ่น โดยคาดว่าเป็นการก่อเหตุด้วยความจงใจ เคราะห์ดีที่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ หรือเกิดอันตรายต่อผู้อื่น

ดูคลิป ที่นี่

ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบธงที่มีเครื่องหมายสวัสดิกะของนาซีภายในรถคันที่ก่อเหตุด้วย แต่ยังไม่แน่ชัดว่าจะมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุครั้งนี้ด้วยหรือไม่ โดยตำรวจได้นำสุนัขดมกลิ่นเข้าตรวจสอบรถคันดังกล่าว รวมทั้งมีการใช้หุ่นยนต์ที่ควบคุมผ่านรีโมตเข้าไปตรวจค้นรถอย่างละเอียดอีกครั้ง

แอนโธนี กูกลีมี ผู้บัญชาการหน่วยงานสื่อสารของตำรวจลับสหรัฐฯ ได้ทวีตข้อความระบุว่า จากผลการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าคนขับน่าจะจงใจขับรถชนแนวกั้นรักษาความปลอดภัยบริเวณจตุรัสลาฟาแยตจริง โดยจะมีการตั้งข้อหาต่อคนขับรายดังกล่าวต่อไป

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อก่อนเวลา 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันจันทร์ หรือ ตรงกับ 09.00 น. เช้าวันอังคารตามเวลาในประเทศไทย โดยจากคลิปที่ถูกถ่ายไว้โดยผู้ที่เห็นเหตุการณ์ จะเห็นรถคันดังกล่าวพุ่งเข้าชนแนวรั้วเหล็ก และยังมีการถอยรถเพื่อชนซ้ำอีกครั้งด้วย โดยในขณะเกิดเหตุไม่มีการระบุแน่ชัดว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน อยู่ที่ใด หลังจากที่เขาได้เข้าพบกับนายเควิน แมคคาร์ทนีย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาวเมื่อช่วงค่ำของวันจันทร์ตามเวลาในท้องถิ่น

ขณะที่มีรายงานว่าผู้ที่เข้าพักในโรงแรม เฮย์ อดัมส์ ที่อยู่ใกล้เคียงถูกแจ้งให้อพยพออกจากโรงแรม หลังจากที่รถบรรทุกชนแนวกั้นดังกล่าว ขณะที่หน่วยตำรวจลับมีการปิดกั้นถนนบางสายและปิดทางเดินเท้ารอบๆ สวนสาธารณะดังกล่าวด้วย.

ที่มา : รอยเตอร์

อดีตทหารสูญเสียขาสองข้าง พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์สำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696148

อดีตทหารสูญเสียขาสองข้าง พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์สำเร็จ

23 พ.ค. 2566 13:51 น.

อดีตทหารสูญเสียขาสองข้าง พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์สำเร็จ

อดีตทหารผู้สูญเสียขาทั้งสองข้างจากเหตุระเบิดในอัฟกานิสถาน สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์

ฮารี บูธา มาการ์ อดีตสิบโทในกองพลน้อยกูรข่า ของกองทัพอังกฤษ เดินทางไปถึงยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกในช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยข่าวดังกล่าวได้รับการประกาศในบัญชีอินสตาแกรมของมาการ์ ในอีกสองวันต่อมา

โพสต์ระบุว่า “สิบสามปีหลังจากสูญเสียขาในอัฟกานิสถาน ฮารีได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าความทุพพลภาพไม่ใช่อุปสรรคในการขึ้นสู่ยอดเขาที่ความสูง 8,849 เมตร” 

มาการ์เกิดในปี 1979 ในหมู่บ้านห่างไกลในเนปาล เขาเข้าร่วมกองทัพอังกฤษเมื่ออายุ 19 ปี และใช้เวลา 15 ปีในกองพลน้อยกูรข่า ซึ่งเป็นกองพลน้อยของทหารเนปาลที่ปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพอังกฤษมากว่า 200 ปี

เขาปฏิบัติหน้าที่ในห้าทวีปในตำแหน่งต่างๆ รวมถึงพลแม่นปืน หน่วยสอดแนม และหน่วยแพทย์ประจำทีม จากนั้นในปี 2553 ระเบิดแสวงเครื่องระเบิดขึ้นในขณะที่เขาออกลาดตระเวนในอัฟกานิสถาน เขาได้รับการช่วยเหลือจากทหารอเมริกันและเข้ารับการผ่าตัดสองครั้งก่อนที่จะถูกส่งตัวไปอังกฤษเพื่อรับการรักษาต่อไป สี่ปีต่อมาขณะอายุ 35 ปี เขาถูกปลดประจำการ

เว็บไซต์ของเขาระบุว่า หลังจากต้องเผชิญวันที่มืดมนในขณะที่เขาพยายามปรับตัวให้เข้ากับชีวิตใหม่ มาการ์ซึ่งในขณะนี้อาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักรบอกว่า “ภารกิจของเขาคือการสร้างแรงบันดาลใจและเปลี่ยนการรับรู้เกี่ยวกับความพิการทั่วโลก”

เขาปีนขึ้นไปบนยอดเขามงบล็องก์ คิลิมันจาโร และยอดเขาเมรา ที่สูง 6,476 เมตร ในเนปาล รวมทั้งทำภารกิจท้าทายอื่นๆ อีกหลายอย่าง เช่น พายเรือคายัค ดิ่งพสุธา ร่มร่อน และบันจี้จัมพ์ มาการ์เดินทางกลับเนปาลเพื่อปีนเขาเพื่อการกุศล โดยได้รับการสนับสนุนจากทีมนักปีนเขาชาวเนปาล

ในการให้สัมภาษณ์กับสื่ออังกฤษ เขากล่าวว่า “เสื้อแจ็กเกตของผมเย็นจนแข็งไปหมด แม้แต่น้ำอุ่นของเราที่ใส่ลงในกระติกน้ำร้อน ก็กลายเป็นน้ำแข็งและเราไม่สามารถดื่มได้” เขาพูดต่อว่า “ตอนที่ผมปีนลงมา ออกซิเจนหมด มีคนนำออกซิเจนขึ้นมา เขาล้มจนก้นกระแทก เรามีออกซิเจนเหลือใช้ได้ 30-40 นาที แต่เรามีเวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงในการลง”

เพื่อไปให้ถึงยอดเขา ซึ่งเป็นการทดสอบความอดทนอย่างจริงจังสำหรับนักปีนเขาทุกคน มาการ์ต้องอาศัยขาเทียมที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ หรือ “ขาแมงมุม” ตามที่เขาเรียก เขาบอกว่า “ตอนที่ผมปีนเขา ผมใช้ขาอีกข้าง และเราได้ใส่ถุงเท้าทำความร้อนเพื่อให้มันอุ่นขึ้น เพื่อที่ผมจะได้ไม่สูญเสียแขนขาไปมากกว่านี้ เพราะผมไม่สามารถสูญเสียไปมากกว่านี้ได้ ผมแค่ปีนขึ้นไปทีละก้าว”

ตามโพสต์ในอินสตาแกรมของเขา มาการ์ในโทรศัพท์ผ่านดาวเทียมจากยอดเขาเอเวอเรสต์ว่า “นั่นเป็นเรื่องยาก ยากกว่าที่ผมจะจินตนาการได้ เราต้องเดินหน้าต่อไปและผลักดันไปสู่จุดสูงสุด ไม่ว่ามันจะเจ็บแค่ไหนหรือต้องใช้เวลานานแค่ไหนก็ตาม ถ้าผมสามารถปีนขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของโลกได้ ใครๆ ก็ตามก็สามารถบรรลุความฝันได้โดยไม่คำนึงถึงความพิการ ไม่ว่าความฝันของคุณจะยิ่งใหญ่เพียงใด ไม่ว่าความพิการของคุณจะท้าทายเพียงใด ด้วยความคิดที่ถูกต้อง ทุกสิ่งก็เป็นไปได้”

ทั้งนี้ มาการ์ไม่ใช่ผู้พิการขาสองข้างคนแรกที่พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ โดยมาร์ค อิงกลิส ชาวนิวซีแลนด์เคยสร้างสถิติดังกล่าวในปี 2549 “เซี่ย ป๋อหยู” ผู้พิการขาสองข้างจากจีนก็ปีนยอดเขาเอเวอเรสต์ในเดือนพฤษภาคม 2561 ด้วยความพยายามครั้งที่ห้าของเขา

มาการ์หวังว่าจะระดมเงินได้ 884,900 ปอนด์ หรือราว 38 ล้านบาท สำหรับองค์กรการกุศล 5 แห่งที่สนับสนุนทหารผ่านศึกและทหาร ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่เท่ากับของความสูงของยอดเขาเอเวอเรสต์ บวกเลขศูนย์อีก 2 ตัว.

จีนและนโยบายอารมณ์ขันเป็นศูนย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2695908

จีนและนโยบายอารมณ์ขันเป็นศูนย์

23 พ.ค. 2566 10:00 น.

จีนและนโยบายอารมณ์ขันเป็นศูนย์

  • กลายเป็นประเด็นร้อนในประเทศจีน เมื่อนักแสดงตลก หลี่ หาวซื่อ (Li Haoshi) หรือ เฮาส์ (HOUSE) ได้ถูกรัฐบาลจีนสั่งปรับเป็นเงินราว 72 ล้านบาท หลังเล่นมุกตลกในการแสดงเดี่ยวไมโครโฟน ด้วยการพูดเสียดสีกองทัพจีน จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วประเทศ
  • เนื้อหาในมุกดังกล่าว หลี่ เล่าถึงการเห็นสุนัขจรจัด 2 ตัว ที่เขารับเลี้ยงไว้ไล่กระรอก และบอกว่ามันทำให้เขานึกถึงคำกล่าวที่ว่า “มีแนวทางการทำงานที่ดี สามารถต่อสู้ และชนะสงครามได้” ซึ่งเป็นสโลแกนของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่ใช้ยกย่องหลักการทำงานของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน
  • นักวิเคราะห์กล่าวว่า “เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่แค่การลงโทษนักแสดงตลกสำหรับเรื่องตลกของเขา แต่เกี่ยวกับการสร้างตัวอย่างของเขาสำหรับทุกคน เพื่อสร้าง “เส้นสีแดงเส้นใหม่” ที่ห้ามข้าม”

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นักแสดงตลก หลี่ หาวซื่อ หรือ เฮาส์ (HOUSE) นักแสดงตลกชาวจีน ถูกลงโทษอย่างรุนแรงจากการเล่นมุกตลกเกี่ยวกับกองทัพปลดปล่อยประชาชน ส่งผลให้บริษัทของเขาถูกปรับเป็นเงินจำนวนมหาศาล เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่ากองเซนเซอร์ของจีนกำลังหันความสนใจไปที่วงการการแสดงเดี่ยวไมโครโฟนในจีน ซึ่งจนถึงขณะนี้มีเสรีภาพในระดับหนึ่ง

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ทางการจีนได้สั่งปรับบริษัทผู้ผลิตที่จ้างนักแสดงตลก หลี่ หาวซื่อ เป็นจำนวนเงิน 14.7 ล้านหยวน หรือราว 72 ล้านบาท และเปิดการสอบสวนเขา

สำนักงานวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเทศบาลกรุงปักกิ่ง ซึ่งสั่งปรับบริษัทสื่อวัฒนธรรมเซี่ยงไฮ้เสี่ยวกั๋ว กล่าวว่า นายหลี่ ซึ่งมีชื่อในการแสดงว่า “เฮาส์” “ดูหมิ่นกองทัพอย่างจริงจัง” และด้วยเหตุนี้จึงสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อ “เกียรติของชาติ” และ “ความรู้สึกรักชาติ” 

หกคำก็นับว่ามากเกินไป


โอลิเวีย เฉิง ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์การเมืองจีนร่วมสมัย จากวิทยาลัยเอเชียและแอฟริกาศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยลอนดอน กล่าวว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่มุกตลกเกี่ยวกับกองทัพได้รับบทลงโทษในจีน” ด้าน มาร์ค แลงทีน ศาสตราจารย์ด้านจีนศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยอาร์กติกแห่งนอร์เวย์ กล่าวว่า “นี่เป็นบทลงโทษที่รุนแรงสำหรับเรื่องตลกที่อาจดูไม่มีพิษมีภัยและไม่จำเป็นต้องตลกมาก” 

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา เฮาส์ นักแสดงตลกชื่อดัง ได้จัดงานเดี่ยวไมโครโฟนขึ้น ณ โรงละครเซ็นจูรี ในกรุงปักกิ่ง 

ในวันเกิดเหตุ เฮาส์ ได้ทำการเดี่ยวไมโครโฟน โดยพูดถึงมุกตลอดที่เชื่อมโยงกองทัพ โดยเจ้าตัวได้กล่าวว่า เขารับเลี้ยงสุนัขจรจัดจากเซี่ยงไฮ้ แล้วพวกมันก็ไล่ตามกระรอก ซึ่งเขาได้พูดประโยคเด็ดที่ปรับเปลี่ยนมาจากสโลแกนของพรรคคอมมิวนิสต์ในจีน ที่หมายถึงการทำงานของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ที่ระบุว่า “แนวทางการทำงานที่ดี สามารถต่อสู้ และชนะสงครามได้” (เป็นการเล่นคำ)

รายงานไม่ได้ระบุว่า มุกนี้ทำให้ผู้ชมหัวเราะหรือไม่ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทราบกันดีก็คือการแสดงดังกล่าวถูกโพสต์บนโซเชียลมีเดีย ซึ่งทำให้มีผู้แสดงความคิดเห็นอย่างถล่มทลาย

แลงทีน กล่าวว่า ปัญหาคือ “มันเป็นการอ้างอิงโดยตรงและตรงตามตัวอักษรถึงสิ่งที่เป็นสโลแกนอย่างเป็นทางการของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) ตั้งแต่ปี 2556” เฉิง กล่าวว่า “สี จิ้นผิง เป็นผู้คิดคำขวัญนี้ขึ้นเอง และถูกนำมาใช้หลายครั้งเพื่ออ้างถึงกองทัพสมัยใหม่ที่เขาก่อตั้งขึ้น”

เฉิง อธิบายว่า ส่วนแรกของคำขวัญที่เกี่ยวกับวินัย หมายถึงการรณรงค์ของรัฐบาลในการจัดระเบียบกองทัพ ในช่วงกลางปี 2010 “ก่อนที่ สี จิ้นผิง จะเข้ามามีอำนาจ กองทัพได้ชื่อว่ามีการทุจริตมากมาย และเขาอ้างว่าสามารถยุติเรื่องนี้และนำระเบียบวินัยกลับคืนสู่กองทัพ”

นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดว่ากองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนในขณะนี้ “ได้รับชัยชนะ” อันเป็นผลมาจากการปฏิรูปให้ทันสมัย ที่ดำเนินการโดยประธานาธิบดีจีน เฉิง กล่าวว่า “นี่เป็นหนึ่งในลำดับความสำคัญของ สี จิ้นผิง และเขาเชื่อว่ากองทัพจีนสมควรได้รับความเคารพสูงสุดจากความพยายามของเขา” 

ความผิดฐานดูหมิ่น สี จิ้นผิง


เฉิง กล่าวว่า หลี่ หาวซื่อ ทำผิดพลาดสองครั้ง ประการแรก เขาทำผิดพลาดด้วยการล้อเล่น “เกี่ยวกับเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อประธานาธิบดีเป็นการส่วนตัว” ประการที่สอง เขาเปรียบเทียบกองทัพกับสุนัข ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่เสี่ยง แลงทีน กล่าวว่า เนื่องจากสัตว์เหล่านี้ถูกชาวจีนมองว่า “น่ารักแต่สกปรก และไม่ควรเลี้ยงไว้รอบๆ ตัวมากเกินไป” นี่ไม่ใช่อุปมาอุปไมยแบบที่รัฐบาลต้องการเห็นใช้ในสื่อทุกประเภท เมื่อกล่าวถึงกองทัพ

นิวยอร์กไทม์ส รายงานว่า อย่างไรก็ตาม ชาวจีนบางคนรู้สึกว่าการเรียกค่าปรับ 72 ล้านบาทนั้นมากเกินไป และตั้งคำถามในสื่อสังคมออนไลน์ถึงการปฏิบัติแบบ “สองมาตรฐาน” ของทางการ ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเหล่านี้จำได้ว่าบริษัทที่ขายใบรับรองการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่เป็นเท็จในช่วงล็อกดาวน์ ถูกปรับเพียง 350,000 บาทเท่านั้น

แลงทีน กล่าวว่า “เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่แค่การลงโทษนักแสดงตลกสำหรับเรื่องตลกของเขา แต่เกี่ยวกับการสร้างตัวอย่างของเขาสำหรับทุกคน เพื่อสร้าง “เส้นสีแดงเส้นใหม่” ที่ห้ามข้าม” 

เขามองว่าการลงโทษนี้ เป็นส่วนหนึ่งของ “การจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกที่เข้มงวดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา” จีนได้ชื่อว่ามีความเข้มงวดอย่างยิ่ง เมื่อพูดถึงการเซนเซอร์ แต่จีน “เริ่มปราบปรามหนักยิ่งขึ้นในช่วงวิกฤติโควิด”

ทางการจีนตระหนักดีว่าในช่วงวิกฤติโควิด ยังคงมีปัญหาเกี่ยวกับกลยุทธ์การควบคุมข้อมูล การเซนเซอร์ประสบความล้มเหลวในการปิดปากชาวเซี่ยงไฮ้ ซึ่งถูกล็อกดาวน์นานกว่า 2 เดือนในฤดูใบไม้ผลิปี 2565 และแสดงการวิพากษ์วิจารณ์เจ้าหน้าที่ในวิดีโอไวรัล “Voices of April”

ในแง่นี้ การแสดงเดี่ยวไมโครโฟนยังคงเป็นสวรรค์ของเสรีภาพในการแสดงออกในจีน อารมณ์ขันรูปแบบนี้เพิ่งปรากฏบนสื่อจีนเมื่อไม่นานมานี้ เป็นเวลานานแล้วที่การแสดงเดี่ยวไมโครโฟนถูกมองว่าไม่สง่างามเท่ากับการแสดงสดรูปแบบอื่นๆ เนื่องจาก “เป็นการนำเข้าจากตะวันตก”

ขัดขวางเสรีภาพในการแสดงออกของการแสดงเดี่ยวไมโครโฟน

ผลที่ตามมาคือ มีสถานที่สำหรับแสดงเดี่ยวไมโครโฟนเพียงไม่กี่แห่ง ในช่วงที่จีนเพิ่งอนุญาตให้นักแสดงตลกสามารถแสดงได้ในปี 2018 กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ มันยังสร้างความกังวลให้แก่รัฐบาลจีนไม่มากพอ ตั้งแต่นั้นมา สถานที่สำหรับแสดงเดี่ยวไมโครโฟนได้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีนักแสดงตลกแสดงบนเวที 179 แห่งทั่วประเทศ

สาเหตุหนึ่งของความนิยมคือ ความนิยมของรายการโทรทัศน์อย่าง “Rock & Roast” ซึ่งสร้างความบันเทิงให้แก่ผู้ชมหลายล้านคนทุกสัปดาห์ ขณะที่นโยบาย “โควิดเป็นศูนย์” ของจีน ถือเป็นแหล่งข้อมูลอย่างดีสำหรับนักแสดงตลก ซึ่งขณะนี้ได้รับความนิยมจากสถานีโทรทัศน์ ที่ต้องการสร้างสีสันให้กับชีวิตชาวจีนที่ตกอยู่ภายใต้การล็อกดาวน์

หลี่ ได้รับประโยชน์จากกระแสดังกล่าว โดยปรากฏตัวหลายครั้งในรายการ “Rock & Roast” ซึ่งช่วย “ทำให้เขากลายเป็นดาราดัง”

แลงทีน กล่าวว่า สถานะคนดังนี้ ทำให้เขาเป็นเป้าหมายในอุดมคติสำหรับรัฐบาลจีนในการส่งสารบางอย่าง ทางการเคยอดทนต่อมุกตลกที่ “ค่อนแคะ” “ตราบใดที่การวิจารณ์มุ่งเป้าไปที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และอ้างถึงความยุ่งยากในการจัดการเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน” 

สำนักงานวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเทศบาลนครปักกิ่ง ระบุว่า แต่เมื่อพูดถึงเรื่องที่มีความสำคัญระดับชาติ เช่น กองทัพ นักแสดงตลกจำเป็นต้อง “ปฏิบัติตามกฎหมาย รักษาคุณค่าทางจริยธรรม และให้อาหารจิตวิญญาณที่มีคุณค่าทางโภชนาการแก่สาธารณชน”

เงินค่าปรับจำนวนมหาศาลนี้ ถือเป็นราคาของความสำเร็จของการแสดงเดี่ยวไมโครโฟนในจีน เสียงของนักแสดงตลกไม่ได้ไปไกลนัก เมื่อมีนักแสดงตลกเพียงไม่กี่ร้อยคนในปี 2561 แต่ตอนนี้กลับเพิ่มขึ้นอย่างเป็นทางการมากกว่า 10,000 คน ทางการจีนได้ตัดสินใจกำหนดให้พวกเขาเป็นผู้แสดงโฆษณาชวนเชื่ออย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกับสื่อของรัฐและอุตสาหกรรมภาพยนตร์

หลี่ ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากความเป็นจริงครั้งนี้ แม้ว่าเขาจะออกมาขอโทษ แต่สมาคมศิลปะการแสดงแห่งประเทศจีน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จัดการการแสดงสดในประเทศจีน ได้เรียกร้องให้มีการคว่ำบาตรการแสดงทั้งหมดของเขา.

จีนประกาศเตือนภัยสีแดงเมืองกุ้ยหลิน หลังฝนตกหนักไม่กี่ชั่วโมง ทำน้ำท่วมฉับพลัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696084

จีนประกาศเตือนภัยสีแดงเมืองกุ้ยหลิน หลังฝนตกหนักไม่กี่ชั่วโมง ทำน้ำท่วมฉับพลัน

23 พ.ค. 2566 09:01 น.

จีนประกาศเตือนภัยสีแดงเมืองกุ้ยหลิน หลังฝนตกหนักไม่กี่ชั่วโมง ทำน้ำท่วมฉับพลัน

จีนประกาศเตือนภัยสีแดง ซึ่งเป็นระดับสูงสุด หลังเกิดน้ำท่วมฉับพลันในเมืองกุ้ยโจว ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ บ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหายจากระดับน้ำท่วมสูง การคมนาคมสัญจรได้รับผลกระทบ เนื่องจากถนนสำคัญหลายสายถูกน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2566 เว็บไซต์ข่าว พีเพิลส์ เดลี ของทางการจีน รายงานว่า ทางการท้องถิ่นเมืองกุ้ยโจว เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ได้ประกาศเตือนภัยสีแดง ซึ่งเป็นระดับสูงสุด หลังเกิดน้ำท่วมฉับพลัน บ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหายจากระดับน้ำท่วมสูง การคมนาคมสัญจรได้รับผลกระทบ เนื่องจากถนนสำคัญหลายสายถูกน้ำท่วม

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเมืองกุ้ยหลิน รายงานว่า มีฝนตกหนักติดต่อกันนานหลายชั่วโมง เมื่อวันจันทร์ที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา และหลายพื้นที่ระบายน้ำไม่ทัน ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน พร้อมเตือนว่าจะมีฝนตกหนักอีกในช่วงหลายชั่วโมงจากนี้

รายงานข่าวระบุว่า ทางการสั่งหยุดการเรียนการสอนของโรงเรียนประถมและมัธยม 371 แห่ง กระทบการเรียนการสอนนักเรียน จำนวน 139,813 คน ขณะเดียวกันสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งต้องปิดให้บริการ เนื่องจากมีฝนตกหนักและระดับน้ำท่วมสูง. 

“วอตส์แอป” อนุญาตผู้ใช้แก้ไขข้อความได้แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696134

"วอตส์แอป" อนุญาตผู้ใช้แก้ไขข้อความได้แล้ว

23 พ.ค. 2566 12:07 น.

“วอตส์แอป” อนุญาตผู้ใช้แก้ไขข้อความได้แล้ว

“วอตส์แอป” (WhatsApp) กล่าวว่า จะอนุญาตให้ผู้ใช้สามารถแก้ไขข้อความได้ เช่นเดียวกับแอปของบริษัทคู่แข่งอย่าง “เทเลแกรม” (Telegram) และ “ซิกนัล” (Signal) บริษัทกล่าวว่าข้อความสามารถแก้ไขได้ภายใน 15 นาทีหลังจากการส่ง

“วอตส์แอป” บริการส่งข้อความนี้ เป็นส่วนหนึ่งของ “เมตา” (Meta) ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเจ้าของ เฟซบุ๊ก และอินสตาแกรมด้วย โดยฟีเจอร์นี้จะพร้อมใช้งานสำหรับผู้ใช้ 2,000 ล้านคนของวอตส์แอป ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยถือว่าอินเดียเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดโดยมีผู้ใช้ 487 ล้านคน

บริการส่งข้อความกล่าวในบล็อกโพสต์เมื่อวันจันทร์ว่า “ตั้งแต่การแก้ไขการสะกดผิดง่ายๆ ไปจนถึงการเพิ่มบริบทพิเศษให้กับข้อความ เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะให้คุณควบคุมการแชตได้มากขึ้น” และกล่าวเพิ่มเติมว่า “สิ่งที่คุณต้องทำคือกดค้างตรงข้อความที่ส่งไป แล้วเลือก ‘แก้ไข’ จากเมนูเป็นเวลา 15 นาทีหลังจากนั้น” 

ข้อความที่แก้ไขจะถูกแท็กเป็น “แก้ไข” เพื่อให้ผู้รับทราบว่าเนื้อหามีการเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม ข้อความเหล่านั้นจะไม่แสดงว่าข้อความได้รับการปรับแต่งเมื่อเวลาผ่านไปอย่างไร

การประกาศของวอตส์แอป เกิดขึ้นหลังจากที่บริการส่งข้อความเทเลแกรม และซิกนัล ให้บริการฟีเจอร์นี้ ขณะที่ฟังก์ชันแก้ไขข้อความถูกนำมาใช้โดยเฟซบุ๊กเมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว ในช่วงเวลานั้นเฟซบุ๊กเปิดเผยว่า ผู้ใช้มากกว่าครึ่งเข้าถึงเว็บไซต์ด้วยโทรศัพท์มือถือ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะพิมพ์ผิด โดยการอัปเดตข้อความที่มีการแก้ไขจะถูกทำเครื่องหมายว่าแก้ไขแล้ว ผู้ใช้สามารถดูประวัติการแก้ไขได้เช่นกัน

เมื่อปีที่แล้ว ทวิตเตอร์ แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของอีลอน มัสก์ กล่าวว่า ได้ให้สมาชิกที่จ่ายเงินสามารถแก้ไขทวีตของพวกเขาได้โดยทวีตสามารถแก้ไขได้ 2-3 ครั้งภายใน 30 นาทีหลังจากโพสต์ ทวิตเตอร์กล่าวในบล็อกโพสต์ในขณะนั้นว่า “การทวีตจะทำให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นและเครียดน้อยลง” 

ทวิตเตอร์กล่าวเสริมว่า “คุณควรมีส่วนร่วมในการสนทนาในแบบที่เหมาะสมกับคุณ และเราจะพยายามหาวิธีที่ทำให้รู้สึกว่าทำแบบนั้นได้ง่ายๆ ต่อไป.”

ไฟไหม้ตึก “ไปรษณีย์กลางมะนิลา” อาคารประวัติศาสตร์เก่าแก่กว่า 100 ปีของฟิลิปปินส์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696070

ไฟไหม้ตึก "ไปรษณีย์กลางมะนิลา" อาคารประวัติศาสตร์เก่าแก่กว่า 100 ปีของฟิลิปปินส์

23 พ.ค. 2566 08:57 น.

ไฟไหม้ตึก “ไปรษณีย์กลางมะนิลา” อาคารประวัติศาสตร์เก่าแก่กว่า 100 ปีของฟิลิปปินส์

เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่อาคารไปรษณีย์กลาง แลนด์มาร์กสำคัญกลางกรุงมะนิลา เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลานานกว่า 7 ชั่วโมงจึงสามารถคุมเปลวเพลิงได้ พบผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 4 ราย ประเมินความเสียหายกว่า 180 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2566 สำนักข่าว CNN รายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารไปรษณีย์กลาง ตึกประวัติศาสตร์เก่าแก่ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญกลางกรุงมะนิลา เมืองหลวงของฟิลิปปินส์ โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงหลายร้อยคนต้องระดมกำลังกันดับไฟ ใช้เวลานานถึง 7 ชั่วโมงกว่าที่จะควบคุมเปลวเพลิงในตึกเก่า 5 ชั้นแห่งนี้ให้สงบลงได้

รายงานข่าวระบุว่า มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 4 ราย ขณะที่ตัวอาคารที่ก่อสร้างในสไตล์นีโอคลาสสิกได้รับความเสียหายอย่างหนัก ประเมินความเสียหายเบื้องต้นกว่า 5.4 ล้านเปโซ หรือประมาณ 180 ล้านบาท

ด้านหัวหน้าสำนักงานป้องกันอัคคีภัยของฟิลิปปินส์ กล่าวว่า เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันอาทิตย์ (21 พ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่ตำรวจกำลังสืบสวนหาสาเหตุเพลิงไหม้ เบื้องต้นคาดว่าอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร หรือไม่ก็อาจเป็นการวางเพลิง

ทั้งนี้ ตึกไปรษณีย์กลางกรุงมะนิลา เป็นสถาปัตยกรรมที่ตั้งโดดเด่นอยู่บริเวณริมแม่น้ำปาซิก เป็นผลงานการออกแบบของฮวน เอ็ม อะเรลลาโน สถาปนิกชาวฟิลิปปินส์ ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1926 เพื่อเป็นที่ทำการไปรษณีย์ในยุคอาณานิคมสเปน ซึ่งในสมัยนั้นผู้คนยังขี่ม้าส่งจดหมายกัน

ในอดีตอาคารแห่งนี้เคยได้รับความเสียหายหนักในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนที่จะได้รับการบูรณะซ่อมแซมให้กลับมาอยู่ในสภาพสวยงามคลาสสิกตามเดิม ก่อนที่เมื่อปี ค.ศ. 2018 จะได้รับการประกาศให้เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีความสำคัญทางด้านวัฒนธรรมของชาติ อันสะท้อนถึงศิลปะ วัฒนธรรม และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของฟิลิปปินส์.

สตรีมเมอร์จีน กระดกเหล้า 7 ขวดตอนไลฟ์สด สุดท้ายตายปริศนาคาบ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696060

สตรีมเมอร์จีน กระดกเหล้า 7 ขวดตอนไลฟ์สด สุดท้ายตายปริศนาคาบ้าน

23 พ.ค. 2566 04:45 น.

สตรีมเมอร์จีน กระดกเหล้า 7 ขวดตอนไลฟ์สด สุดท้ายตายปริศนาคาบ้าน

สตรีมเมอร์หนุ่มชาวจีน เสียชีวิตปริศนาในบ้านพัก ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเขาดื่มเหล้าแรงจำนวนมากระหว่างการไลฟ์สดผ่านแอป โต่วอิน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 22 พ.ค. 2566 ว่า สตรีมเมอร์หนุ่มวัย 34 ปี ซึ่งสื่อท้องถิ่นเผยเพียงนามสกุลว่า “หวัง” เสียชีวิตในวันอังคารที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากเขาไลฟ์สดผ่านแอปพลิเคชัน โต่วอิน (Douyin) หรือ TikTok เวอร์ชันจีน และดื่มเหล้าขาวเข้าไปปริมาณมาก

ข่าวระบุว่าในวันเกิดเหตุ นายหวังซึ่งมีชื่อบัญชีผู้ใช้ว่า Brother Three Thousand เข้าร่วมการแข่งขัน “1 ต่อ 1” ที่ให้เหล่าสตรีมเมอร์มาประชันกันว่าใครจะได้ของขวัญจากแฟนๆ มากที่สุดในช่วงเวลาสั้นๆ โดยนายหวังแข่ง 4 รอบ และแพ้ไป 3 รอบ โดยหลังจากแพ้แต่ละครั้งนายหวังจะดื่มเหล้าไป๋จิ่ว ซึ่งเป็นเหล้าแรงมีแอลกอฮอล์ถึง 60% เพื่อลงโทษตัวเอง

ผู้ชมไลฟ์สดของนายหวังบอกกับสื่อว่า หนุ่มวัย 34 ปีรายนี้ดื่มเหล้าไป๋จิ่วเข้าไปถึง 7 ขวด ก่อนจะหยุดการถ่ายทอดสดหลังเวลาเลยเที่ยงคืน และถูกพบเป็นศพในช่วงบ่าย โดยนายจาง เพื่อนคนหนึ่งของนายหวัง เล่าว่า “ตอนที่ครอบครัวของเขามาพบ เขาก็จากไปแล้ว เขาไม่มีโอกาสได้รับการรักษาฉุกเฉินด้วยซ้ำ”

ทั้งนี้ การเสียชีวิตของนายหวังทำให้เกิดกระแสบนโลกออนไลน์ เรียกร้องให้ทางการจีนเพิ่มการตรวจสอบดูแลความปลอดภัยในอุตสาหกรรมการไลฟ์สตรีม ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในจีน โดยเมื่อปีก่อน จำนวนผู้ใช้งานแอปแชร์วิดีโอสั้นอย่าง โต่วอิน ทะลุ 1 พันล้านรายไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม โต่วอินมีกฎห้ามดื่มสุราระหว่างการถ่ายทอดสดอยู่แล้ว โดยมีบทลงโทษตั้งแต่ตักเตือน ไปจนถึงห้ามเข้าร่วมการประชนไลฟ์สตรีม และถูกแบนออกจากแอป โดยนายหวังเคยถูกแบนจากแอปมาแล้วโทษฐานดื่มสุราขณะไลฟ์ แต่เขาหลบเลี่ยงด้วยการสร้างบัญชีใหม่ ซึ่งล่าสุดมีผู้ติดตามมากกว่า 44,000 ราย