EU ปรับ Meta 4.47 หมื่นล้านบาท ฐานละเมิดกฎความเป็นส่วนตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696058

EU ปรับ Meta 4.47 หมื่นล้านบาท ฐานละเมิดกฎความเป็นส่วนตัว

23 พ.ค. 2566 03:54 น.

EU ปรับ Meta 4.47 หมื่นล้านบาท ฐานละเมิดกฎความเป็นส่วนตัว

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบของยุโรป สั่งปรับเงินบริษัท เมตา ผู้ให้บริการ เฟซบุ๊ก จำนวน 4.47 หมื่นล้านบาท ฐานละเมิดกฎหมายความเป็นส่วนตัว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 22 พ.ค. 2566 คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลแห่งยุโรป (EDPB) สั่งปรับเงินบริษัท เมตา (Meta) ผู้ให้บริการ เฟซบุ๊ก จำนวน 1.2 พันล้านยูโร (ราว 4.47 หมื่นล้านบาท) โทษฐานละเมิดกฎหมายความเป็นส่วนตัวของสหภาพยุโรป ด้วยการโยกย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานเฟซบุ๊กในยุโรปไปยังเซิร์ฟเวอร์ในสหรัฐฯ

ตามแถลงการณ์ของ EDPB บทลงโทษดังกล่าวมีขึ้นหลังจากคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลของไอร์แลนด์ ดำเนินการตรวจสอบการทำงานของเฟซบุ๊ก และพบว่า การใช้งานกับการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลในสหรัฐฯ ฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (GDPR) ของยุโรป

ด้านนางอันเดรีย เจลิเนค ประธาน EDPB กล่าวว่า การฝ่าฝืนของเฟซบุ๊กเป็นเรื่องร้ายแรงมาก เพราะมันเกี่ยวข้องกับการส่งข้อมูลอย่างเป็นระบบ ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ และต่อเนื่อง “เฟซบุ๊กมีผู้ใช้งานหลายล้านคนในยุโรป ดังนั้น ปริมาณข้อมูลส่วนตัวที่ถูกโยกย้ายจึงมหาศาล ค่าปรับจำนวนมากอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้ เป็นส่วนส่งสัญญาณชัดเจนไปยังองค์กรต่างๆ ว่า การฝ่าฝืนกฎหมายมีผลที่ตามมาใหญ่หลวง”

ทั้งนี้ ค่าปรับดังกล่าวนับเป็นค่าปรับจำนวนมากที่สุดที่เคยเกิดขึ้นภายใต้กฎหมาย GDPR โดยสถิติก่อนหน้านี้อยู่ที่ 746 ล้านยูโร ในการลงโทษบริษัทแอมะซอน เมื่อปี 2564

นอกจากนั้น บริษัท เมตา ยังได้รับคำสั่งให้ยุติการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชาวยุโรปในสหรัฐฯ ภายใน 6 เดือนด้วย

อย่างไรก็ตาม เมตา ระบุว่าพวกเขาจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสิน รวมถึงคำสั่งปรับเงิน อ้างเหตุผลว่า รากของปัญหานี้เกิดจากความขัดแย้งทางกฎหมายระหว่าง กฎการเข้าถึงข้อมูลของสหรัฐฯ กับสิทธิ์ความเป็นส่วนตัวของยุโรป ฝ่ายนิติบัญญัติของสหภาพยุโรปกับสหรัฐฯ กำลังอยู่บนเส้นทางที่ชัดเจนในการแก้ไขความขัดแย้งนี้ ภายใต้โครงร่างกฎหมายความเป็นส่วนตัวทางข้อมูลข้ามแอตแลนติก (Trans-Atlantic Data Privacy Framework)

เมตายืนยันด้วยว่า คำสั่งของ EDPB จะยังไม่กระทบการดำเนินงานของเฟซบุ๊กในยุโรปในทันที

ที่มา : cnn

รัสเซียอ้าง ยูเครนส่งทีมก่อวินาศกรรมโจมตีเมืองชายแดน เจ็บ 8

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696056

รัสเซียอ้าง ยูเครนส่งทีมก่อวินาศกรรมโจมตีเมืองชายแดน เจ็บ 8

23 พ.ค. 2566 02:35 น.

รัสเซียอ้าง ยูเครนส่งทีมก่อวินาศกรรมโจมตีเมืองชายแดน เจ็บ 8

เจ้าหน้าที่รัสเซียกล่าวหายูเครน ส่งผู้ก่อวินาศกรรมข้ามพรมแดนเข้ามาในแคว้นเบลโกรอด และก่อเหตุโจมตีจนทำให้มีผู้บาดเจ็บ 8 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายวยาเชสลาฟ กลาดคอฟ ผู้ว่าการแคว้นเบลโกรอด เปิดเผยในวันจันทร์ที่ 22 พ.ค. 2566 ว่า กองทัพรัสเซียกำลังตามล่าตัวกลุ่มผู้ก่อวินาศกรรมที่ยูเครนส่งมา หลังจากคนกลุ่มนี้ก่อเหตุโจมตีในเขตเกรย์โวรอนสกี บริเวณชายแดน ทำให้มี 8 ราย

นายกลาดคอฟ ระบุว่า การต่อสู้ในเขตเกรย์โวรอนสกี ทำบ้าน 3 หลังกับอาคารสำนักงานบริหารท้องถิ่น ได้รับความเสียหาย กระสุนปืนใหญ่ที่ถูกยิงเข้ามาทำให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 3 คน ในเมืองเกรย์โวรอน และอีก 2 รายในหมู่บ้านใกล้เคียง โดยตอนนี้สถานการณ์ยังคงตึงเครียดอย่างมาก

หลังเกิดเหตุทางการแคว้นเบลโกรอด ส่งเจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้าย โดยเจ้าหน้าที่ได้รับอำนาจพิเศษหลายอย่างด้านการตรวจสอบตัวตน และสอดแนมการสื่อสาร

ด้านรัฐบาลยูเครนออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาของนายกลาดคอฟ และว่า เหตุโจมตีที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า ‘กองกำลังเสรีภาพรัสเซีย’ (Liberty of Russia Legion) กับ ‘กองกำลังรัสเซียอาสา’ (Russian Volunteer Corps : RCV)

ทั้งนี้ กองกำลังเสรีภาพรัสเซีย เป็นกลุ่มติดอาวุธชาวรัสเซียที่มีฐานอยู่ในยูเครน และเคลื่อนไหวในรัสเซียเพื่อโค่นอำนาจประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน โดยพวกเขาทวีตข้อความในวันจันทร์ว่า พวกเขาปลดปล่อยเมืองโคซินกา บริเวณชายแดนได้สำเร็จ และทหารกองหน้าเดินทางถึงเมืองเกรย์โวรอนแล้ว

อย่างไรก็ตาม นายดีมิทรี เปสคอฟ โฆษกของประธานาธิบดีปูติน บอกกับสื่อรัสเซียว่า ทางการกำลังพยายามกำจัดกลุ่มผู้ก่อวินาศกรรมกลุ่มนี้ และว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นมีเป้าหมายเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจไปจากการต่อสู้ที่เมืองบักห์บุต ทางตะวันออกของยูเครน และเพื่อลดผลกระทบทางการเมืองของฝ่ายยูเครนเอง จากการเสียเมืองแห่งนี้

ที่มา : bbc

เม็กซิโกยกระดับเตือนภัยภูเขาไฟ หลังพ่นควัน เถ้าถ่าน ลาวา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2695887

เม็กซิโกยกระดับเตือนภัยภูเขาไฟ หลังพ่นควัน เถ้าถ่าน ลาวา

22 พ.ค. 2566 13:09 น.

เม็กซิโกยกระดับเตือนภัยภูเขาไฟ หลังพ่นควัน เถ้าถ่าน ลาวา

ทางการเม็กซิโกยกระดับการเตือนภัยภูเขาไฟโปโปคาเตเปตี เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะที่กลุ่มควัน เถ้าถ่าน และลาวาพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการบินและชุมชนที่ตั้งอยู่ด้านล่าง

ภูเขาไฟที่ตั้งอยู่ในภาคกลางของเม็กซิโก ถือเป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่อันตรายที่สุดในโลก เนื่องจากมีประชากรราว 25 ล้านคน อาศัยอยู่ภายในรัศมี 100 กิโลเมตร โดยทางการได้เพิ่มระดับการแจ้งเตือนขึ้นอีก 1 ระดับ เป็นสีเหลือง ระดับ 3 หนึ่งวันหลังจากสนามบินสองแห่งในเม็กซิโกซิตี้หยุดดำเนินการชั่วคราว เนื่องจากเถ้าถ่านที่ตกลงมา

ภูเขาไฟโปโปคาเตเปตี ตั้งอยู่บริเวณพรมแดนของรัฐโมเรลอส เม็กซิโก และปวยบลา โดยที่เมืองปวยบลา เมืองเอกของรัฐ เต็มไปถ้วยเถ้าถ่านสีเทาปกคลุมเมืองเมื่อวันอาทิตย์

ทั้งนี้ ตามระบบเตือนภัยที่พัฒนาโดยศูนย์ป้องกันภัยพิบัติแห่งชาติของเม็กซิโก คำเตือนสีเหลืองหมายถึง “ยังคงแจ้งเตือนและเตรียมพร้อมสำหรับการอพยพที่เป็นไปได้” ส่วนระดับสีเหลือง ระดับ 3 หมายถึง “กิจกรรมระดับกลางถึงสูง” และเกิดขึ้นเมื่อภูเขาไฟแสดงการระเบิดที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น

จากข้อมูลของผู้ประสานงานด้านการคุ้มครองพลเรือน ลอรา เบลาซเกซ การแจ้งเตือนที่เพิ่มขึ้นยังหมายถึงความเสี่ยงที่สูงขึ้นของการพ่นหินร้อน และการระเบิดที่รุนแรงขึ้นอย่างมาก ซึ่งทำให้เศษชิ้นส่วนของหินร้อนจะถูกพ่นออกมาในระยะทางที่ไกลพอสมควร ขณะที่การประกาศขั้นสูงสุด หรือการแจ้งเตือนสีแดง จะนำไปสู่การอพยพที่จำเป็น โดยในขณะนี้ ทางการได้เปิดที่พักพิงชั่วคราวหลายสิบแห่งในบริเวณรอบๆ ภูเขาไฟ

ภูเขาไฟโปโปคาเตเปตี ซึ่งไม่มีการปะทุครั้งใหญ่มากว่าหนึ่งพันปี กลับมาปะทุอีกครั้งในปี 2537 และนับตั้งแต่นั้น ภูเขาไฟก็มีการปะทุที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา.

นักเคลื่อนไหวต้านโลกร้อน เทผงถ่านย้อมน้ำพุเทรวีเป็นสีดำ (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2695882

นักเคลื่อนไหวต้านโลกร้อน เทผงถ่านย้อมน้ำพุเทรวีเป็นสีดำ (คลิป)

22 พ.ค. 2566 13:01 น.

นักเคลื่อนไหวต้านโลกร้อน เทผงถ่านย้อมน้ำพุเทรวีเป็นสีดำ (คลิป)

กลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม ปีนลงไปในน้ำพุเทรวี สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในอิตาลี ก่อนจะเทผงถ่านสีดำลงไปในน้ำพุ เพื่อแสดงจุดยืนเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

กลุ่มนักเคลื่อนไหวจากกลุ่ม “Last Generation”รวม 7 คน ถูกตำรวจกรุงโรมเข้ารวบตัวกลางน้ำพุ ท่ามกลางสายตานักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ต่างถ่ายภาพและบันทึกคลิปวิดีโอเอาไว้ หลังจากท่ีกลุ่มนักเคลื่อนไหว บุกลงไปในน้ำพุเทรวี สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของกรุงโรม แล้วเทผงถ่านลงไปในน้ำจนกลายเป็นสีดำ เพื่อต้องการแสดงจุดยืนต่อต้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ โดยหลังจากเทผงถ่านลงไปแล้ว กลุ่มนักเคลื่อนไหวได้โชว์ป้ายผ้ากลางน้ำพุ ระบุข้อความว่า พวกเราจะไม่ยอมจ่ายค่าเชื้อเพลิงฟอสซิล พร้อมตะโกนว่าประเทศของเรากำลังจะตาย 

ชมคลิป ที่นี่

ทั้งนี้ ในแถลงการณ์ของกลุ่ม “Last Generation” ได้มีการเรียกร้องให้รัฐยุติการอุดหนุนเชื้อเพลิงจากฟอสซิล และยังเชื่อมโยงการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงทางตอนเหนือของอิตาลีในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยทางกลุ่มระบุ 1 ใน 4 ของบ้านเรือนในอิตาลีต่างมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับน้ำท่วม

ด้าน นายโรเบอร์โต กัวอัลเทียรี นายกเทศมนตรีกรุงโรม ได้กล่าวประณามการประท้วงผ่านทางทวิตเตอร์ โดยระบุว่า ควรจะพอสักทีกับการโจมตีที่ไร้เหตุผล ต่อมรดกทางศิลปะของประเทศ โดยชาวอิตาลีมีความเชื่อว่าหากได้โยนเหรียญลงไปในน้ำพุเทรวีแห่งนี้ ผู้ที่โยนเหรียญจะได้กลับมาเยือนโรมอีกครั้งในอนาคต.

ที่มา : รอยเตอร์

นักบินอวกาศหญิงคนแรกของซาอุฯ เดินทางสู่อวกาศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2695853

นักบินอวกาศหญิงคนแรกของซาอุฯ เดินทางสู่อวกาศ

22 พ.ค. 2566 12:19 น.

นักบินอวกาศหญิงคนแรกของซาอุฯ เดินทางสู่อวกาศ

นักบินอวกาศกลุ่มแรกของซาอุดีอาระเบีย ได้เดินทางขึ้นสู่สถานีอวกาศนานาชาติในเที่ยวบินเช่าเหมาลำ มูลค่าหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวันอาทิตย์

บริษัท สเปซเอ็กซ์ ได้เปิดตัวลูกเรือจำนวน 4 คน นำโดยนักบินอวกาศนาซาที่เกษียณแล้ว ซึ่งขณะนี้ทำงานให้กับบริษัทที่จัดการเดินทางจากศูนย์อวกาศเคนเนดี้ นอกจากนี้ ยังมีนักธุรกิจชาวอเมริกันที่เป็นเจ้าของทีมแข่งรถสปอร์ต

คาดว่าทั้งสี่คนจะเดินทางถึงสถานีอวกาศนานาชาติ หรือ ไอเอสเอส ในเช้าวันจันทร์ พวกเขาจะใช้เวลาอยู่ที่นั่นเพียงหนึ่งสัปดาห์ ก่อนจะกลับสู่โลกบริเวณนอกชายฝั่งรัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯ

เรย์ยานาห์ บาร์นาวี นักวิจัยสเต็มเซลล์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย กลายเป็นผู้หญิงคนแรกจากซาอุดีอาระเบียที่ได้ไปอวกาศ พร้อมกับ อาลี อัล-การ์นี นักบินของกองทัพอากาศซาอุดีอาระเบีย

พวกเขาถือเป็นชาวซาอุฯ กลุ่มแรกที่ได้เดินทางไปยังอวกาศ นับตั้งแต่เจ้าชายสุลต่าน บิน ซัลมาน บิน ซาอุด แห่งซาอุดีอาระเบีย เดินทางพร้อมยานดิสโคฟเวอรี ในปี 1985 เพื่อปล่อยดาวเทียมสื่อสารในช่วงเวลาสั้นๆ โดยที่ไอเอสเอส พวกเขาจะได้รับการต้อนรับจากนักบินอวกาศจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

นี่ถือเป็นเที่ยวบินเอกชนเที่ยวที่สองที่เดินทางสู่ไอเอสเอส ที่จัดโดยบริษัท แอ็กเซียม สเปซ ที่ตั้งอยู่ในเมืองฮิวสตัน ของสหรัฐฯ โดยเที่ยวบินแรกเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ที่มีลูกเรือ 4 คน ที่ประกอบด้วยนักธุรกิจ 3 คน และนักบินอวกาศของนาซาที่เกษียณแล้วอีกคน แอ็กเซียม สเปซ ได้วางแผนที่จะสร้างแคปซูลของตัวเองในไอเอสเอสในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ก่อนที่จะสร้างสถานีอวกาศของตนเองสำหรับเช่าในอนาคต

แอ็กเซียม สเปซ ไม่ได้ระบุว่า ชอฟฟ์เนอร์ และนักบินอวกาศชาวซาอุฯ จ่ายเงินเป็นจำนวนเท่าใด สำหรับการปฏิบัติภารกิจ 10 วัน ก่อนหน้านี้ บริษัทเคยระบุราคาตั๋วใบละ 55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ขณะที่นาซาระบุรายการค่าใช้จ่ายล่าสุดต่อคนต่อวันที่ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับค่าอาหาร และสูงสุด 1,500 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับถุงนอนและอุปกรณ์อื่นๆ ส่วนสิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวไปยังสถานีอวกาศล่วงหน้า คิดราคาประมาณ 10,000 ดอลลาร์ต่อปอนด์ ซึ่งจะมีค่าธรรมเนียมเดียวกัน สำหรับการทิ้งขยะในภายหลัง และหากต้องการนำสิ่งของกลับทั้งหมด ค่าธรรมเนียมก็จะเพิ่มเป็นสองเท่า

ผู้ที่เดินทางสามารถเข้าถึงพื้นที่ส่วนใหญ่ของไอเอสเอสในขณะที่ทำการทดลอง ทั้งยังสามารถถ่ายภาพโลก และพูดคุยกับคนที่บ้าน ส่วนการส่งอีเมลสามารถใช้งานได้ฟรี

หลังจากต้องยกเลิกการท่องเที่ยวในอวกาศมาหลายทศวรรษ ตอนนี้นาซาวางแผนจัดภารกิจท่องเที่ยวอวกาศแบบส่วนตัว 2 ภารกิจต่อปี ซึ่งเป็นสิ่งที่องค์การอวกาศรัสเซียดำเนินการมาเป็นเวลาหลายทศวรรษแล้ว.

เครื่องบินขับไล่ F-18 สเปนโหม่งโลกขณะทดสอบบิน (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2695863

เครื่องบินขับไล่ F-18 สเปนโหม่งโลกขณะทดสอบบิน (คลิป)

22 พ.ค. 2566 12:05 น.

เครื่องบินขับไล่ F-18 สเปนโหม่งโลกขณะทดสอบบิน (คลิป)

โลกโซเชียลแห่แชร์คลิปวินาทีอุบัติเหตุเครื่องบินขับไล่ F-18 ของสเปนสูญเสียการควบคุม ดิ่งลงสู่พื้นจนเกิดการระเบิดรุนแรง ขณะนำเครื่องขึ้นโชว์บินผาดแผลง เคราะห์ดีที่นักบินรอดชีวิตมาได้

เกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิดกับเครื่องบินขับไล่ F-18 ขณะกำลังนำเครื่องบินขึ้นโชว์บินผาดแผลงกลางอากาศ ที่ฐานทัพอากาศซาราโกซาในประเทศสเปน ในระหว่างการจัดแสดงนิทรรศการการบินเนื่องในวันครอบครัว โดยจากคลิปจะเห็นเครื่องบินเหมือนกับจะสูญเสียการควบคุม ก่อนจะค่อยๆ ดิ่งลงจนตกกระแทกพื้น และเกิดระเบิดเป็นลูกไฟขนาดใหญ่ เคราะห์ดีที่นักบินดีดตัวออกจากเครื่องได้ทัน ทำให้เขารอดชีวิตมาได้ และไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิตคนอื่นๆ จากอุบัติเหตุในครั้งนี้ แต่คลิปภาพเหตุการณ์ดังกล่าวก็ถูกแชร์ต่อในโลกออนไลน์เป็นวงกว้าง โดยฐานทัพอากาศซาราโกซาแห่งนี้จะเปิดนิทรรศการการบินในวันครอบครัว และจะมีการนำเครื่องบินรบขึ้นบินโชว์เป็นประจำทุกปี. 

ดูคลิป ที่นี่

ทั้งนี้ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าวขึ้น ซึ่งทางกระทรวงกลาโหมของสเปนจะเร่งสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อไป พร้อมแถลงยืนยันว่านักบินที่ประสบอุบัติเหตุเป็นนักบินที่มีประสบการณ์การบินมากกว่า 1,000 ชั่วโมง โดยเขาสามารถดีดตัวออกจากเครื่องได้ทัน และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว โดยมีอาการบาดเจ็บแต่ไม่รุนแรง.

ที่มา : วอชิงตันโพสต์

กรมชลฯสรุปแผนพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวง ชู 4 โครงการสำคัญแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/732533

กรมชลฯสรุปแผนพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวง ชู 4 โครงการสำคัญแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบ

กรมชลฯสรุปแผนพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวง ชู 4 โครงการสำคัญแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบ

วันอังคาร ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 08.39 น.

กรมชลประทาน เผยผลการศึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสมการพัฒนาแหล่งน้ำ ลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนบน-ตอนกลาง จังหวัดอุดรธานี ชู 4 โครงการสำคัญแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบ เพื่อดำเนินงานให้สอดคล้องกับแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี

นายสุรชาติ มาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2561 ในการประชุมร่วม กรอ. เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 และกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 มีข้อสั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ศึกษาความเหมาะสม การพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนบน-ตอนกลาง และจัดทำแผนหลัก (Master Plan) เพื่อให้ได้โครงการที่มีความสำคัญเร่งด่วนเป็นลำดับต้น ๆ ในการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ และบรรเทาอุทกภัย สำหรับนำไปศึกษาความเหมาะสม (Feasibility Study) ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยให้สอดคล้องกับแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ครอบคลุมตามมาตรการกลยุทธ์ต่าง ๆ ทั้ง 6 ด้าน ที่ขับเคลื่อนโดยหลายหน่วยงาน เพื่อสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิตน้ำอุปโภคบริโภค ลดความเสียหายจากอุทกภัย สามารถจัดการคุณภาพน้ำให้ได้มาตรฐาน มีการบริหารจัดการพื้นที่ต้นน้ำ ดินป่าไม้ รวมทั้งการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ ทั้งมิติ วิศวกรรม เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม 

จากการศึกษาได้รวบรวมแผนงานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำของหน่วยงานต่าง ๆ ได้ดำเนินการคัดเลือกโครงการที่มีความสำคัญในระดับต้น ๆ อย่างน้อยจำนวน 4 โครงการ ได้แก่

1.โครงการฝายบ้านกุดหมากไฟ ตั้งอยู่บริเวณบ้านกุดหมากไฟ ตำบลกุดหมากไฟ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี มีพื้นที่รับน้ำฝน 104.13 ตร.กม. มีปริมาณน้ำท่ารายปีเฉลี่ย 22.99 ล้าน ลบ.ม. เป็นอาคารประเภทฝายทดน้ำคอนกรีต สูง 2.50 ม. ยาว 20 ม. มีอัตราการไหลออกแบบฝาย 45.79 ลบ.ม./วินาที สามารถส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทานด้วยระบบแรงโน้มถ่วง 8,399 ไร่ 

2.โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านขอนยูงน้อย ตั้งอยู่บริเวณบ้านขอนยูงน้อย ตำบลขอนยูง อำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี มีพื้นที่รับน้ำฝน 30.90 ตร.กม. ปริมาณน้ำท่ารายปีเฉลี่ย 9.96 ล้าน ลบ.ม. เป็นเขื่อนดินแบบแบ่งส่วน สูง7.00 ม. สันเขื่อนยาว 884 ม. พื้นที่อ่างเก็บน้ำ 1,205.20 ไร่ ความจุที่ระดับเก็บกักปกติ 4.38 ล้าน ลบ.ม. สามารถส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทานด้วยระบบแรงโน้มถ่วง 6,789 ไร่ รวมทั้งผันน้ำส่วนเกินโดยปล่อยลงหน้าประตูระบายน้ำห้วยเชียง 2 และผันต่อผ่านคลองส่งน้ำโครงการประตูระบายน้ำห้วยเชียง 2 ปล่อยลงอ่างเก็บน้ำเขื่อนห้วยหลวงได้ปีละ 2.06 ล้าน ลบ.ม.

3.โครงการประตูระบายน้ำห้วยเชียง 2 ตั้งอยู่บริเวณบ้านดงธาตุ ตำบลกุดจับ อำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานีมีพื้นที่รับน้ำฝน 21.83 ตร.กม. มีน้ำท่ารายปีเฉลี่ย 20.47 ล้าน ลบ.ม. เป็นอาคารประเภทประตูระบายน้ำแบบบานตรง กว้าง 6 ม. สูง 4.50 ม. จำนวน 2 ช่อง อัตราการไหลออกแบบ 37.63 ลบ.ม./วินาที สามารถส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทานด้วยระบบแรงโน้มถ่วง 1,308 ไร่ รวมทั้งผันน้ำส่วนเกินผ่านคลองส่งน้ำปล่อยลงอ่างเก็บน้ำเขื่อนห้วยหลวงได้ประมาณปีละ 4.13 ล้าน ลบ.ม.

4. โครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ตำบลน้ำพ่น ศึกษาวางโครงการพื้นที่บริเวณบ้านหนองแซงสร้อย ตำบลน้ำพ่น อำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี มีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นโครงการประเภทอ่างเก็บน้ำได้ แต่จากการประชุมรับฟังความคิดเห็น โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยยางล่างไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเขื่อนห้วยหลวงในอดีต กรมชลประทานจึงได้ยุติการพัฒนาส่วนนี้ และประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวได้เสนอแนวทางในการพัฒนาจำนวน 3 แนวทาง คือ 1)ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำหนองแซงสร้อย 1 บริเวณด้านทิศตะวันตกของหมู่บ้านหนองแซงสร้อย 2) ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำหนองแซงสร้อย 2 บริเวณด้านทิศใต้ของหมู่บ้านหนองแซงสร้อย 3) การขุดลอกบริเวณเขื่อนห้วยหลวงเพื่อเพิ่มปริมาตรกักเก็บน้ำ โดยเสนอให้ขุดลอกตะกอนในอ่างเก็บน้ำห้วยหลวงและก่อสร้างแนวคันดินให้เป็นถนนรอบอ่างเก็บน้ำห้วยหลวง และข้อเสนอแนะจากการศึกษาการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ตำบลน้ำพ่น หากภายหลังประชาชนในพื้นที่มีความต้องการพัฒนาโครงการด้านแหล่งน้ำ สามารถดำเนินการพัฒนาเป็นโครงการประเภทประตูระบายน้ำได้ คือ แนวทางที่ 4 เสนอแนะเพิ่มเติม ประตูระบายน้ำห้วยยางล่าง โดยการพัฒนาอาคารหัวงานเป็นประตูระบายน้ำ บริเวณที่เคยเสนอเป็นที่ตั้งเขื่อนกักเก็บน้ำ โดยอาคารประเภทประตูระบายน้ำแบบบานตรงกว้าง 4 ม. สูง 3 ม. จำนวน 2 ช่อง 

นอกจากนี้จังมีโครงการบริหารจัดการน้ำประตูระบายน้ำบ้านสามพร้าว ประตูระบายน้ำบ้านสามพร้าวสร้างปิดกั้นลำน้ำห้วยหลวง ตั้งอยู่ที่ตำบลสามพร้าว อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2533 เป็นประตูระบายน้ำบานตรง 5 บาน ความสูงบาน 3.80 ม. มีพื้นที่รับน้ำฝน 1,970.56 ตร.กม.ปริมาณน้ำท่ 61 ล้าน ลบ.ม./ปี ระดับเก็บกักปกติ +166.36 ม.รก. ความจุเก็บกัก 1.88 ล้าน ลบ.ม. อัตราการระบายน้ำ สูงสุด ช่องละ 22.80 ลบ.ม./วินาที รวมทั้งหมด 114 ลบ.ม/วินาที

ด้านนายสมพร ธุระพระ กำนันต.เชียงเพ็ง อ.กุดจับ ได้กล่าวขอบคุณกรมชลประทานที่ได้เข้ามาช่วยเหลือในการจัดสรรน้ำในพื้นที่แห่งนี้ พร้อมกล่าวว่าตนเองเป็นกรรมการร่วมจัดสรรน้ำที่นี่มา 18ปี ในการประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการจัดสรรน้ำในครั้งนี้ ทางต.เชียงเพ็งซึ่งเป็นพื้นที่ท้ายเขื่อนต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาพื้นที่เราค่อนข้างแห้งแล้งประชาชนมีความลำบากมาก เพราะการจัดสรรน้ำไม่ทั่วถึง ตนเองเชื่อว่าโครงการนี้จะส่งผลกับพื้นที่นี้โดยตรง โดยเฉพาะในด้านการเกษตร การอุปโภคบริโภคต่างๆดีขึ้น และอยากจะให้กรมชลประทานช่วยเหลือในการขุดลอกคลองชลประทาน ซึ่งปัจจุบันมีความตื้นเขินเป็นอย่างมากทำให้การลำเลียงน้ำเป็นไปได้ช้าจึงอยากฝากไว้ให้พิจารณาด้วย

ด้านนายทวี จันนาวัน เกษตรกรผู้ปลูกข้าวและถั่วลิสง อ. กุดจับ เปิดเผยว่าหลังจากได้ฟังสรุปการปัจฉิมนิเทศในครั้งนี้ทำให้ตนเองรู้สึกมีความหวังในการทำการเกษตรในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น เพราะถ้าหากปราศจากการจัดสรรน้ำที่ดีแล้วประชาชนทำการเกษตรไม่ได้ก็ต้องไปขายแรงงาน แต่เมื่อเรามีการจัดสรรน้ำที่ดีคุณภาพชีวิตก็จะดีขึ้นไปด้วย ไม่ต้องออกไปหากินต่างถิ่นอย่างที่ผ่านมา

ปศุสัตว์ยันมาเลเซียเปิดรับไข่ไก่ไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/732455

วันอังคาร ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า หน่วยงาน Department of Veterinary Services (DVS) ประเทศมาเลเซีย อนุญาตนำเข้าไข่ไก่สดจากประเทศไทยเป็นครั้งแรกโดยเป็นการเปิดตลาดเป็นกรณีพิเศษ จากข้อกังวลของรัฐบาลมาเลเซียต่อสถานการณ์สินค้าไข่ไก่สดขาดแคลนจากปัญหาสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งส่งผลกระทบให้ปัจจัยการผลิตและวัตถุดิบอาหารสัตว์ขาดแคลนจนผู้ผลิตไข่ไก่ในมาเลเซีย ต้องลดกำลังการผลิตลง จนต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น อินเดียและศรีลังกา ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2565 และให้นำเข้าจากประเทศไทย โดยมีผลทันทีถึงวันที่ 30 พฤษภาคม 2566และคาดว่ามาเลเซีย จะยังมีความจำเป็นต้องนำเข้าไข่ไก่จากต่างประเทศอีก 6 เดือน
นับจากนี้ สำหรับการส่งออกไข่ไก่จากประเทศไทยนั้น มีผู้ประกอบการไทยให้ความสนใจส่งออกไข่ไก่ไปมาเลเซียแล้ว 4 ราย

ปัจจุบันประเทศไทย มีกำลังการผลิตไข่ไก่ ประมาณ 43 ล้านฟองต่อวันมีการส่งออกประมาณ 1.5 ล้านฟองต่อวัน ซึ่งการเปิดตลาดส่งออกเพิ่มเติมดังกล่าวจะไม่กระทบต่อการบริโภคภายในประเทศ และคาดว่าจากนี้ไปจะมีการเปิดตลาดของไข่สดอีกหลายประเทศเพื่อสร้างตลาดส่งออกใหม่ จะส่งผลให้ประเทศไทยสามารถรักษาระดับการผลิตและการบริโภคให้ใกล้เคียงภาวะสมดุลได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผลสำเร็จจากการเปิดตลาดการส่งออกไข่ไก่สดเพิ่มในครั้งนี้มาจากความเชื่อมั่นสินค้าเกษตรและอาหารไทย ที่กรมปศุสัตว์ กำกับดูแลการผลิตสินค้าปศุสัตว์ตลอดห่วงโซ่การผลิตให้ได้คุณภาพมาตรฐาน เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคด้านความปลอดภัยอาหาร ตั้งแต่แหล่งที่มาของสัตว์จากฟาร์มมาตรฐาน GAP จนถึงศูนย์รวบรวมและแปรรูปสินค้าปศุสัตว์ที่ได้มาตรฐาน GMP, GHPs และ HACCP สอดคล้องตามข้อกำหนดของกฎหมายในประเทศ ตามระเบียบของประเทศคู่ค้าและตามหลักสากล

รองปลัดฯถกคกก. ทบทวน-ปรับปรุง การนำเข้าส่งออก รวม90งานบริการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/732449

วันอังคาร ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการทบทวนและปรับปรุงงานบริการที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า-ส่งออกของกระทรวงเกษตรฯ โดยมี น.ส.นฤมล สงวนวงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรฯ ผู้แทนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรฯ และผ่านระบบออนไลน์ (Zoom Meeting)

การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1.รับทราบคำสั่งคณะกรรมการฯ 2.ร่วมกันพิจารณาแนวทางการทบทวนและปรับปรุงงานบริการที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า-ส่งออกของกระทรวงเกษตรฯ 90 งานบริการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการดำเนินงาน และ 3.มติที่ประชุมได้มอบหมายให้หน่วยงานที่รับผิดชอบนำแนวทางการศึกษาระยะเวลาการพิจารณาอนุญาต เพื่อกำหนดมาตรฐานการให้บริการ (Service Level Agreement : SLA) ของสำนักงาน ก.พ.ร.หลักการในการปรับปรุง พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 และแนวทางวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตาม พ.ร.บ.การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 ไปปรับปรุงระยะเวลาและลดขั้นตอนการให้บริการนำเข้า-ส่งออกของกระทรวงเกษตรฯ รวมทั้งการนำเทคโนโลยีดิจิทัล เข้ามาประยุกต์ใช้ในงานบริการ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ภาคประชาชน ให้ได้รับการบริการของกระทรวงเกษตรฯ ที่มีความง่ายขึ้น (Easier) ถูกลง (Cheaper) และเร็วขึ้น (Faster)

อธิบดีกรมข้าวชักชวน ให้ชาวนาปลูกข้าวรักษ์โลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/732456

วันอังคาร ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยนายขจร โนวัฒน์ ผอ.สำนักส่งเสริมการผลิตข้าว นำคณะและผู้แทนสถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ ลงพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี เพื่อรับทราบถึงข้อมูลการดำเนินงาน และปัญหาอุปสรรคที่เกษตรกรกำลังประสบอยู่ที่ศูนย์ข้าวชุมชน ต.บ้านกุ่ม หมู่ 3 อ.สองพี่น้อง และศูนย์ข้าวชุมชนบ้านตะลุ่มบ้านหมี่ หมู่ 1 ต.มะขามล้ม อ.บางปลาม้า จ. สุพรรณบุรี

อธิบดีกรมการข้าวกล่าวว่า ในโอกาสนี้จึงได้เชิญชวนให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวรักษ์โลกตามแบบ BCG Model ซึ่งก็คือการปลูกข้าวปลอดภัย ไร้สารเคมี โดยแนะให้ใช้จุลินทรีย์ในการปลูกและนำสาหร่ายแกมเขียวมาผสมผสานในการเพาะปลูก ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรได้

นายณัฏฐกิตติ์กล่าวต่อว่าได้นำองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้งมาถ่ายทอดให้กับชาวนา ซึ่งการทำนาแบบเปียกสลับแห้งนั้นจะช่วยลดก๊าซมีเทนในดินที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ ที่เป็นการตระหนักถึงความสำคัญของการรณรงค์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อลดภาวะโลกร้อน เน้นย้ำการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสร้างคาร์บอนเครดิตให้ชาวนานำไปสร้างรายได้เสริม

จากนั้นอธิบดีกรมการข้าว ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อรับทราบข้อมูล เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำนาของเกษตรกร โดยมีนายกำพลทองโสภา ประธานศูนย์ข้าวชุมชนระดับจังหวัด และกรรมการกลางศูนย์ข้าวชุมชนระดับประเทศ ร่วมให้ข้อมูลต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาโครงการและกิจกรรมต่างๆ ที่ศูนย์ข้าวชุมชนรักษ์ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี