‘สบายอารมณ์’อโรม่าสเปรย์แบบใหม่ ตอบโจทย์คนรักสุขภาพที่ชอบเดินทาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732183

‘สบายอารมณ์’อโรม่าสเปรย์แบบใหม่ ตอบโจทย์คนรักสุขภาพที่ชอบเดินทาง

‘สบายอารมณ์’อโรม่าสเปรย์แบบใหม่ ตอบโจทย์คนรักสุขภาพที่ชอบเดินทาง

วันจันทร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท ออเทนติค ไทยสปาจำกัด (Authentic Thai Spa Co.,Ltd.)ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์ 100% จากพืชพรรณธรรมชาติและดอกไม้ ภายใต้แบรนด์ สบายอารมณ์ (Sabai arom) เปิดตัวไอเทมใหม่ล่าสุด “Sabai arom Essential Oil Mist Travel Size” สเปรย์น้ำมันหอมระเหย ใช้สะดวกด้วยหัวสเปรย์ ขนาดใหม่ 15 ml.สำหรับพกพาติดตัว ติดกระเป๋า กับ 2 กลิ่นหอมอโรม่า บำบัดอารมณ์ คลายเครียด และช่วยให้นอนหลับดีขึ้น ตอบโจทย์คนรักสุขภาพที่ชอบเดินทาง

ขณะเดินทางแนะนำให้เลือกใช้กลิ่น Stress Away Aroma Mist กลิ่นหอมสดชื่นจากน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์ของตะไคร้ สเปียร์มินต์ มะกรูด และลาเวนเดอร์ ช่วยบำบัดอารมณ์ให้คลายเครียด รู้สึกผ่อนคลาย สดชื่นพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ ฉีดได้บ่อยเท่าที่ต้องการ ในยามค่ำคืนหากรู้สึกแปลกที่ นอนไม่หลับ โดยเฉพาะคนนอนหลับยาก ใช้กลิ่น Sleep Well Pillow Mist ฉีดพ่นบนหมอน ชุดนอน หรือบริเวณที่ต้องการสร้างบรรยากาศอโรม่า กลิ่นหอมละมุนจากลาเวนเดอร์ กระดังงา คาโมมายล์ และยูคาลิปตัส ช่วยปรับระบบประสาทสู่โหมดพักผ่อน ทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น หลับลึก และสดชื่นหลังตื่นนอน ผลิตภัณฑ์แบรนด์สบายอารมณ์ทุกชิ้นไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม ใช้วัตถุดิบส่วนผสมน้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติ 100% และไม่มีสารเคมีที่อาจทำให้เกิดการระคายเคือง ทั้ง 2 กลิ่น ราคาขวดละ 179 บาทมีจำหน่ายแล้วทาง shopee : Sabaiarom_officialstore และ Lazada: Sabai-arom ติดตามข่าวสาร และโปรโมชั่นพิเศษของสบายอารมณ์ได้ทาง https://www.facebook.com/SabaiAromNaturals หรือทาง LineOA : @Sabaiaromofficial

‘หมู ASAVA’กับโจทย์ท้าทายล่าสุด ปฏิวัติชุดยูนิฟอร์ม‘เดอะ พิซซ่า คอมปะนี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732204

‘หมู ASAVA’กับโจทย์ท้าทายล่าสุด ปฏิวัติชุดยูนิฟอร์ม‘เดอะ พิซซ่า คอมปะนี’

‘หมู ASAVA’กับโจทย์ท้าทายล่าสุด ปฏิวัติชุดยูนิฟอร์ม‘เดอะ พิซซ่า คอมปะนี’

วันจันทร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์สนั่นวงการร้านอาหารกันเลยทีเดียว หลังจากการประกาศรีแบรนด์ครั้งยิ่งใหญ่ในรอบ 22 ปีของ “เดอะ พิซซ่า คอมปะนี” ที่ลุกขึ้นมาสลัดลุคเก่าพลิกโฉมแบรนด์ให้โมเดิร์นและมีความเป็นวัยรุ่นขึ้นในทุกมิติ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ครอบคลุมทุกวัย

หนึ่งในนั้นก็คือ การปฏิวัติวงการชุดยูนิฟอร์ม ผสานความร่วมมือครั้งสำคัญที่สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการอาหารด้วยการดึงกูรูด้านวงการแฟชั่นอย่าง หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า “ASAVA”ผู้ทรงอิทธิพลด้านแฟชั่น ที่มี DNA เดียวกับแบรนด์เดอะ พิซซ่า คอมปะนี ในการเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ทำให้แบรนด์ดูสดใหม่เข้ากับยุคสมัยตลอดเวลา โดยสร้างความแปลกใหม่ไปพร้อมกับเพิ่มความพิเศษของเครื่องแต่งกายพนักงานให้มีความเป็น Brand identity เข้ากับภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ต้องการให้ดูทันสมัยมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของพนักงานที่เป็นผู้สวมใส่จริงก่อนดีไซน์ชุดออกมา ควบคู่ไปกับการรักษาคุณภาพและบริการที่ได้มาตรฐานจัดเต็มไม่เปลี่ยนแปลง

หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา กล่าวถึงเบื้องหลังกว่าจะมาเป็นเครื่องแบบโฉมใหม่ของเดอะ พิซซ่า คอมปะนี ว่า “โจทย์ของการออกแบบในครั้งนี้คือ The Game Changer หรือผู้พลิกประวัติศาสตร์แห่งวงการพิซซ่า ซึ่งแบ่งเป็น 3 แนวคิด ได้แก่ Playful – ความสดใสและสนุกสนาน ดีไซน์ยูนิฟอร์มใหม่ที่ดูสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเทียบกับเวอร์ชั่นเดิมBold – ความมันส์ สะใจ เตะตา เมื่อเห็นยูนิฟอร์มแล้วสามารถบอกได้ทันทีว่าเป็นเครื่องแบบร้านเดอะ พิซซ่า คอมปะนี และ Sports – ความกระฉับกระเฉง ว่องไว ด้วยกลิ่นอายของเสื้อผ้าแนว sportswear ที่ดูแอ๊กทีฟและเข้าถึงง่าย โดยการออกแบบครั้งนี้อาศัยประสบการณ์และฟังเสียงพนักงานที่เป็นผู้สวมใส่จริง เพื่อให้การดีไซน์ชุดครั้งนี้ออกมาตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด”

ชุดยูนิฟอร์มใหม่ของ เดอะ พิซซ่าคอมปะนี มีความโดดเด่นสะดุดตาด้วย Elementหลักอย่าง “Checker Design” ที่มีลูกเล่นจากใช้สีเข้มสลับอ่อนให้มีความรู้สึกดูซอฟท์ แต่แฝงด้วยความสนุกสนาน หรือการจัดตำแหน่งโลโก้ใหม่ของแบรนด์เพิ่มความไอคอนิคให้กับยูนิฟอร์ม รวมถึงการใช้ดีไซน์ของเสื้อแนวสปอร์ตมาสอดแทรกอย่างกลมกลืนโดยเฉพาะชุดไรเดอร์เดลิเวอรี ซึ่งเป็นหัวใจหลักของธุรกิจที่มีความโดดเด่นอย่างเห็นได้ชัดด้วย Checker Design ที่โฉบเฉี่ยวบนยูนิฟอร์ม ด้วยการใช้ Color Block หลักที่ประกอบไปด้วยสีเขียว Iconic Green เคียงคู่มากับสีขาว ดำ และแดง พร้อมสัญลักษณ์ 1112 Delivery บริเวณหลังแจ๊กเกต ซึ่งไม่ว่าใครได้เห็นเครื่องแบบแล้วก็สามารถรู้ได้ทันทีว่านี่คือพนักงานจากร้านเดอะ พิซซ่า คอมปะนีอย่างแน่นอน

“ความท้าทายของงานนี้คือ กลุ่มผู้บริโภคของเดอะ พิซซ่า คอมปะนี ซึ่งมีตั้งแต่รุ่นใหญ่ ไปจนถึงวัยรุ่น ดังนั้น เสื้อผ้าของพนักงานแม้จะดูเป็นแฟชั่นแนวสนุกสนาน แต่ก็ต้องสามารถเข้าถึงและดึงดูดคนทุกวัย เราจึงอยากที่จะนำความสดใสร่าเริงมาสู่ทุกคน และหวังว่าทุกคนที่เข้ามารับประทานอาหารที่เดอะ พิซซ่า คอมปะนี จะได้รับรู้ถึงความสนุกและความตั้งใจที่เราเตรียมไว้ให้ รวมไปถึงพนักงานที่ได้สวมใส่ชุดนี้จะชอบและมีความสุขเกิดความรู้สึกดีๆ และได้รับพลังงานบวกจากการเปลี่ยนแปลงยูนิฟอร์มในครั้งนี้” หมูอาซาว่า กล่าวทิ้งท้าย

เดอะ พิซซ่า คอมปะนี ตอกย้ำการเป็นแบรนด์พิซซ่าในใจของคนไทย เริ่มตั้งแต่การปรับโลโก้ใหม่ สะท้อนภาพลักษณ์ที่ทันสมัย สร้างการจดจำ ไปจนถึงการรีโนเวทบรรยากาศร้านใหม่ที่เน้นการตกแต่งภายในแบบ Urban พร้อมเพิ่มความโดดเด่นให้เป็นที่สะดุดตาด้วยการนำลวดลายตารางแบบ “Checker Design” โดยการใช้ Color Blockสีเขียว ดำ และขาวอันเป็นเอกลักษณ์ประจำร้านมาผสมผสานและสร้างสรรค์จนเกิดเป็น Key Visual ใหม่ของการรีแบรนด์ในครั้งนี้ รวมทั้งการสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ ไปจนถึงแคมเปญพิเศษที่จะมีออกมาสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับผู้บริโภคตลอดปี 2566

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : วัคซีนสำหรับผู้สูงอายุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732187

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : วัคซีนสำหรับผู้สูงอายุ

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : วัคซีนสำหรับผู้สูงอายุ

วันจันทร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หนึ่งในแผนสุขภาพที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้เกิดโรคตั้งแต่แรก ซึ่งเราสามารถทำได้โดยการฉีดวัคซีนป้องกันโรค

เมื่อพูดถึงวัคซีน เรามักจะนึกถึงกลุ่มเด็กเล็กเป็นส่วนใหญ่ ทั้งที่จริงแล้วแต่ละช่วงวัยก็มีความจำเป็นในการป้องกันการเกิดโรคที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยที่ สภาพร่างกายเริ่มเสื่อมถอย นำไปสู่การมีภูมิต้านทานต่ำลง รวมถึงคนที่มีโรคประจำตัว ซึ่งทำให้ภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่เต็มที่ 

วันนี้ขอพูดถึงวัคซีนที่แนะนำให้ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำควรพิจารณาเพื่อป้องกันโรค วัคซีนตัวแรกคือวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ถึงแม้ว่าไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่ไม่รุนแรงในคนปกติ แต่เมื่อคนสูงวัย หรือคนที่มีภูมิต้านทานบกพร่องติดโรคไข้หวัดใหญ่ อาจนำไปสู่การเจ็บป่วยรุนแรงจนต้องเข้าโรงพยาบาลหรือถึงกับต้องเข้าไอซียู และอาจทำให้เสียชีวิต ดังนั้นในทุกๆ ปีคนกลุ่มนี้จึงจำเป็นต้องได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำ 

เนื่องจากสายพันธุ์ของไวรัสที่ทำให้เกิดไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงทุกๆ ปี โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมในการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ก็คือช่วงกลางปี ในเดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคมเนื่องจากเป็นช่วงที่มีการระบาดของโรค ที่สำคัญคือวัคซีนไข้หวัดใหญ่มีให้บริการฟรีตามสิทธิ์บริการสุขภาพ เช่น สิทธิ์บัตรทอง เป็นต้น

วัคซีนตัวที่สองที่แนะนำให้ผู้สูงอายุฉีด เป็นวัคซีนที่เกี่ยวข้องกับโรคระบบทางเดินหายใจ ก็คือวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบนิวโมคอคคัส ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อจากแบคทีเรียนิวโมคอคคัส (Streptococcal Pneumoniae) โดยปกติแล้วการติดเชื้อชนิดนี้ในวัยผู้ใหญ่มักมีอาการไม่รุนแรง แต่ในผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป การติดเชื้อนี้ทำให้ปอด ตลอดจนเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เชื้อในกระแสเลือดอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ 

ข่าวดีสำหรับวัคซีนชนิดนี้คือไม่ต้องฉีดทุกหนึ่งปี แต่ฉีดห้าปีต่อครั้ง สิ่งนี้สำคัญมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไข้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับปอด เช่น ถุงลมโป่งพอง เป็นต้น

วัคซีนชนิดที่ 3 ที่แนะนำให้ผู้สูงอายุพิจารณาฉีดได้แก่วัคซีนป้องกันโรคงูสวัด โรคงูสวัดเกิดจากไวรัสชนิดเดียวกับที่ทำให้เป็นไข้อีสุกอีใส ใครก็ตามที่เคยเป็นโรคไข้สุกใสจะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคงูสวัดในเวลาต่อมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุที่มีภูมิต้านทานต่ำลงก็จะยิ่งมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เมื่อเป็นโรคงูสวัดแล้ว สิ่งที่น่ากลัวคืออาการปวดตามเส้นประสาท ซึ่งมีอาการทุกข์ทรมานยาวนานได้เป็นปี ทำให้ต้องใช้ยาบรรเทาปวดหลายชนิด อีกทั้งยังรบกวนคุณภาพชีวิตโดยตรงของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก เราสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคนี้ได้ โดยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดเพียงหนึ่งเข็มเท่านั้น

ย้ำว่า การจัดการความเจ็บป่วยที่ดีที่สุดคือ การป้องกันไม่ให้เจ็บป่วยตั้งแต่แรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของคนที่มีภูมิต้านทานที่ไม่สมบูรณ์ เช่น ผู้สูงอายุ 

โชคดีที่ปัจจุบันเรามีวัคซีนที่มีประสิทธิภาพช่วยป้องกันโรคได้ดี ผู้สูงอายุควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคทั้ง 3 ชนิดข้างต้นเพราะอย่างน้อยถ้าเกิดเจ็บป่วยด้วยโรคดังกล่าว ก็จะไม่ป่วยไม่รุนแรง 

ระยะนี้เริ่มเข้าหน้าฝน (แต่ยังไม่รู้ว่าฝนจะมาวันไหน) ก็ควรจะไปฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้แล้ว 

ศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม

และ ผศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

‘หมาก-โบว์’ จัดแฟนมีตติ้ง ‘ใต้เงาตะวัน’ฟินเต็มโรงภาพยนตร์! ‘ตู่ ภพธร’ โผล่ร่วมงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/732195

‘หมาก-โบว์’ จัดแฟนมีตติ้ง ‘ใต้เงาตะวัน’ฟินเต็มโรงภาพยนตร์!  ‘ตู่ ภพธร’ โผล่ร่วมงาน

‘หมาก-โบว์’ จัดแฟนมีตติ้ง ‘ใต้เงาตะวัน’ฟินเต็มโรงภาพยนตร์! ‘ตู่ ภพธร’ โผล่ร่วมงาน

วันจันทร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ตอกย้ำกับกระแสที่ร้อนแรงของละคร “ใต้เงาตะวัน” และตอบแทนการสนับสนุนสุดปังของสมาชิก 3Plus Premium งานนี้ ช่อง 3 เลยไม่พลาดจัดแฟนมีตติ้งสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้ฟินสุดๆ กับกิจกรรม “ใต้เงาตะวัน Fin Meeting” ชวนทุกคนมาฟินใช้เวลาไปพร้อม “กรณ์” และ “รีน่า” ณ พารากอน ซีนีเพล็กซ์

ทุ่มสุดตัวเพื่อแฟนละครจริงๆ สำหรับ 2 พระ-นาง “หมาก-ปริญ” และ “โบว์-เมลดา” เพราะแค่เริ่มต้นทั้งคู่ก็ออกมาโชว์โมเมนต์หวาน ร้องเพลงประกอบละครอย่าง “ยื้อ” ด้วยกัน ทำเอาแฟนละครกรี๊ดลั่นโรงภาพยนตร์ยกป้ายไฟขยับตามจังหวะอย่างพร้อมเพรียง จากนั้นมาสนุกกันต่อกับ เกมทายใจ “โบว์-หมาก” พร้อมอีก 2 เกมที่พาใจฟูเขินตัวบิดฮากระจายกับการเล่นฉากฟินในละครกับสองพระ-นาง และการนำผู้โชคดีที่มีกางเกงเป็ดเหลืองอยู่ใต้เบาะขึ้นมาเต้นกับ “หมาก” งานนี้มีผู้โชคดีได้ขึ้นมาถ่ายรูปอย่างใกล้ชิดพร้อมรับของที่ระลึกจากมือของทั้งคู่ไปมากมาย “หมาก-โบว์” ยังขอเสริมความฟินเข้าไปอีกด้วยการชวนพี่ชายคนพิเศษ “ตู่-ภพธร” มาร่วมมอบความสุขผ่านเพลงประกอบละครอย่าง “แบก” ทำทุกคนตราตรึงกันทั้งงาน จากนั้นพาเข้าสู่โหมดละครพูดคุยถึงเบื้องหลังการถ่ายทำ เรียกว่าต่างคนต่างเม้าท์เผาขนกันเองอย่างฮา พร้อมจัดพิเศษให้กับแฟนๆ ผู้เข้าร่วมงานคือ การนำตัวอย่าง Hi-Light ความเข้มข้นของละครครึ่งหลังจากนี้มาเปิดให้ดูกันก่อนใคร เรียกเสียงฮือฮาทั้งนักแสดงและผู้ร่วมงานได้ไม่น้อย แต่ทันใดนั้น “หมาก-โบว์-ตู่” พร้อมกับแฟนๆ ก็สุดดีใจ เมื่อผู้จัดคนเก่ง “นก-จริยา” โผล่มาเซอร์ไพรส์ ร่วมขึ้นพูดคุยด้วยก่อนจะฝากให้ติดตามชมเบื้องหน้าสุดเข้มข้นกับครึ่งหลังของละคร “ใต้เงาตะวัน” ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus แต่งานยังไม่ได้จบเพียงเท่านี้ “โบว์-เมลดา” ยังจับไมค์ร้องเพลงสปอยซิงเกิ้ลใหม่ “แนะนำให้เป็นแฟนเรา”ที่จะปล่อย 22 พ.ค.นี้ ด้วยบอกได้คำเดียวว่าเป็นอีกหนึ่งงานพิเศษจริงๆ ที่สร้างความสุขสุดฟินให้กับแฟนละครกลับบ้านไปพร้อมรอยยิ้มกันถ้วนหน้า

‘กันชาร์ลี’ เกินฝัน! ได้ไอดอลวัยเด็ก ‘แสตมป์ อภิวัชร์’ ฟีทเจอริ่งใน ‘คนที่คุณอาจรู้จัก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/732198

‘กันชาร์ลี’ เกินฝัน! ได้ไอดอลวัยเด็ก ‘แสตมป์ อภิวัชร์’ ฟีทเจอริ่งใน ‘คนที่คุณอาจรู้จัก’

‘กันชาร์ลี’ เกินฝัน! ได้ไอดอลวัยเด็ก ‘แสตมป์ อภิวัชร์’ ฟีทเจอริ่งใน ‘คนที่คุณอาจรู้จัก’

วันจันทร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เพิ่งปล่อยเพลงช้า 2 อารมณ์ส่งท้ายปี 2565 ไป 2 เพลงรวด กับ “Lost Jigsaw” และ “สถานะคนขับรถ” ล่าสุดหนุ่ม “กัน-เสฐพงษ์ เอวสุข” หรือ “guncharlie” (กันชาร์ลี) สังกัดค่าย Kicks Records (คิกส์ เรคคอร์ดส) พร้อมปล่อยซิงเกิ้ลลำดับที่ 4 แล้วในชื่อ “คนที่คุณอาจรู้จัก (People you may know)” โดยไอเดียเพลงนี้ หนุ่มกันถึงกับออกปากว่าได้แต่งขึ้นเองจากชีวิตจริง อ้างอิงจากแถบในเฟซบุ๊ก People you may know แถมเนื้อหาของเพลงยังเศร้าสุดๆ อีกด้วย

โดย กันชาร์ลี ได้เผยความเศร้าครั้งนี้ไว้ว่า “เพลงนี้ผมแต่งจากประสบการณ์ของตัวผมเองครับ เรื่องมันเกิดขึ้นจากผมเลิกกับคนคนนึงไป ผมเสียใจมากๆ และอยากลืมทุกอย่างให้ไวที่สุด ผมเลยตัดสินใจอันเฟรนด์เขาในเฟซบุ๊ก หวังเพียงมันจะช่วยให้ผมกลับมาอยู่กับตัวเองได้ไวขึ้น จากนั้นผ่านไป 2-3 เดือนผมก็เริ่มรู้สึกดีขึ้นหน่อย และคิดว่าคงลืมเขาได้ประมาณหนึ่งเเล้ว แต่พอเข้าเฟซบุ๊กตามปกติ กลับเจอแถบ “คนที่คุณอาจรู้จัก (People you may know)” แถบที่จะแสดงคนที่คุณมีโอกาสจะรู้จักให้แอดเพื่อนไปและในวันนั้นผมเจอหน้าแฟนเก่าผมอยู่ในนั้น ความรู้สึกทุกอย่างเหมือนเข้ามากระแทกหน้า ตลอด 2-3 เดือนที่ผมคิดว่าผมลืมเขาได้แล้ว จริงๆ แล้วคือไม่เลย ผมจำได้ว่าเขาชอบสีอะไร ชอบฟังเพลงอะไร ชอบกินอะไร ชอบดูหนังเรื่องอะไร แต่ในวันนี้ ภาพที่เห็นมันตอกย้ำว่า ตอนนี้เรากลายเป็นคนแปลกหน้ากันไปแล้วเรากลายเป็นแค่คนที่อาจจะรู้จักกัน ช่วงนั้นเป็นช่วงที่แย่มาก ผมหมกตัวอยู่ในห้อง ใช้เวลาหนึ่งอาทิตย์ไล่เลียงความรู้สึกทุกอย่าง จดบันทึก และกลั่นมันออกมาเป็นเพลงนี้ เป็นเพลงที่ทุกเนื้อเพลงเป็นความจริงไม่ต่างกับไดอารี่ หลังผมแต่งเสร็จ ผมเพิ่งรู้สึกตัวว่าไม่เคยแต่งเพลงที่หัวใจสลายขนาดนี้ นับเป็นเพลงแรกเลยครับ”

ในเพลงนี้ยังมีแขกคนสำคัญมาร่วมฟีทเจอริ่งกับกันชาร์ลี อีกด้วย นั่นคือ แสตมป์-อภิวัชร์ (Stamp) ในการร่วมงานแสนพิเศษครั้งนี้ กันชาร์ลี ก็ได้เล่าความรู้สึกไว้ว่า “ตอนที่พี่แสตมป์ตอบรับมาร้อง ผมดีใจมากๆ แบบไม่คิดไม่ฝันเลยครับ เพราะจริงๆ แล้ว พี่แสตมป์คือไอดอลในวัยเด็กของผม คุณพ่อชอบเปิดอัลบั้มพี่แสตมป์ให้ฟังแล้วก็บอกว่าพี่แสตมป์เป็นนักแต่งเพลงที่เก่งมาก ผมเลยฟังเพลงพี่แสตมป์มาตลอด และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าวิธีการเขียนเพลงของผม ก็ได้รับอิทธิพลมาจากเพลงของพี่แสตมป์ ดังนั้น ได้มาร่วมร้องเพลงด้วยกันในเพลงนี้ผมดีใจแบบอธิบายไม่ถูกจริงๆ”

มาฟังเพลงที่ กันชาร์ลี ถึงกับเอ่ยปากว่า เป็นเพลงที่แต่งแล้วเศร้าที่สุดในชีวิตได้แล้ว ทุกช่องทางสตรีมมิ่ง และยูทูบ Kicks Records

‘ดีเจปอ กรีนเวฟ’ทำสำเร็จ คว้า 2 รางวัลการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/732199

‘ดีเจปอ กรีนเวฟ’ทำสำเร็จ คว้า 2 รางวัลการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบ

‘ดีเจปอ กรีนเวฟ’ทำสำเร็จ คว้า 2 รางวัลการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบ

วันจันทร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ยินดีกับอีกหนึ่งความสำเร็จของดีเจหนุ่ม ปอ-นันทชัย แห่ง กรีนเวฟ ที่คว้ารางวัลการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบมาได้ถึง 2 สนามการแข่งขันในรุ่น1000 cc ได้แก่ โออาร์ บีอาร์ไอซีซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2023 (OR BRIC Superbike Championship2023) ได้รางวัลที่ 3 และ CBR Trophy ได้รางวัลที่ 3 มาครองได้สำเร็จ และยังถือเป็นการได้ยืนรับรางวัลบนโพเดี้ยมครั้งแรกในชีวิตของดีเจปออีกด้วย โดย ดีเจปอ ฝากอ้อนแฟนๆ ว่า

“รู้สึกภูมิใจกับทั้ง 2 รางวัลนี้มากครับ เพราะเป็นสิ่งที่ผมรักและทุ่มเทกับมันมากจริงๆ แต่ยังไงผมไม่ทิ้งอาชีพดีเจแน่นอน ยังสามารถมาฟังเพลงเพราะๆด้วยกันได้เหมือนเดิมปอประจำการอยู่ที่เดิม ทุกวันจันทร์ถึงวันพฤหัสฯ เวลา 22.00 น.ถึงเที่ยงคืน และทุกวันศุกร์เวลา 15.00-19.00 น. ทางกรีนเวฟ 106.5 เอฟเอ็ม และทางแอปพลิเคชั่น AtimeFungfin ครับผม”

‘LIPTA’ ชวนฟัง เพลงรักความหมายดี ในรอบหลายปี ‘ดีที่สุดที่เคยมีมา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/732197

‘LIPTA’ ชวนฟัง เพลงรักความหมายดี ในรอบหลายปี ‘ดีที่สุดที่เคยมีมา’

‘LIPTA’ ชวนฟัง เพลงรักความหมายดี ในรอบหลายปี ‘ดีที่สุดที่เคยมีมา’

วันจันทร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หลังจากเพิ่งปล่อยซิงเกิ้ล “แต่งครับ” ไปเมื่อช่วงก่อนสงกรานต์ที่ผ่านมา โดยได้ F.HERO มาร่วมฟีทเจอริ่งนั้น และยังเพิ่งคว้ารางวัลทรงเกียรติจากเวที The Guitar Mag Awards 2023 ในสาขา Best Duo of The Year มาสดๆ ร้อนๆ ล่าสุด 2 หนุ่มอารมณ์ดี LIPTA (ลิปตา) คัตโตะ-อารมณ์ โพธิ์หาญรัตนกุล และแทน-ธารณ ลิปตพัลลภ ยังคงสร้างสรรค์ผลงานออกมาให้แฟนๆ ได้ฟังกันอย่างต่อเนื่องในซิงเกิ้ล “ดีที่สุดที่เคยมีมา” แนวเพลงแบบที่ทางวงไม่ได้ทำมานานแล้ว นับตั้งแต่อัลบั้มที่ 2 “Can U See Me?” แนวดนตรี R&B และ Soul 

สำหรับเนื้อหาของเพลง “ดีที่สุดที่เคยมีมา”คัตโตะ-แทน ตั้งใจเขียนเพลงนี้ให้เป็นเพลงรักที่สมหวังซึ่งในความสัมพันธ์แต่ละครั้ง เราต่างได้เจอคนที่หลากหลายได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน แต่ในท้ายสุด เราจะได้เรียนรู้ว่าคนแบบไหนที่เหมาะกับเรา ถึงแม้บางทีดูไม่เข้ากัน แต่หากเราเข้าใจกันและปรับตัวเข้าหากัน ก็อาจจะเป็นรักที่ดีที่สุดที่เคยมีมา หวังว่าเพลงนี้จะแทนใจคนอินเลิฟได้เป็นอย่างดีและที่สำคัญ ถ้าคิดถึง Lipta ในแบบเก่าก่อน คุณต้องไม่พลาดฟังเพลงนี้ 

สามารถฟังเพลง “ดีที่สุดที่เคยมีมา” ได้แล้วในทุกช่องทางมิวสิกสตรีมมิ่ง และดู MV ได้แล้วทางยูทูบLIPTAofficial

ดุจนางพญา!!! ‘ปู ไปรยา’สวยสง่า เฉิดฉายพรมแดงเทศกาลหนังเมืองคานส์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/732174

ดุจนางพญา!!! 'ปู ไปรยา'สวยสง่า เฉิดฉายพรมแดงเทศกาลหนังเมืองคานส์

ดุจนางพญา!!! ‘ปู ไปรยา’สวยสง่า เฉิดฉายพรมแดงเทศกาลหนังเมืองคานส์

วันอาทิตย์ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 16.21 น.

สลัดลุคสุดร้อนแรงจากงานอาฟเตอร์ ปาร์ตี้ของ Met Gala สู่ความสวยสง่าดุจนางพญาบนพรมแดงในงานเทศกาลหนัง เมืองคานส์ ครั้งที่ 76 (Festival de Cannes 2023) ประเทศฝรั่งเศส

หลังจากห่างหายไปนานด้วยสถานการณ์โควิด19 กลับมาคราวนี้ “ปู-ไปรยา สวนดอกไม้ ลุนด์เบิร์ก” นักแสดงสาวไทย มาพร้อมบทบาทของนักแสดงระดับฮอลลีวูดด้วย ปูเลือกใส่ชุดจาก Spring/Summer Haute Couture collection 2022 ของแบรนด์ Alexis Mabille แบรนด์ฝรั่งเศสสุดชิค ที่นอกจากจะสะกดสายตาด้วยผ้าตาข่ายสีนู้ดทองเข้ารูปอวดหุ่นสวยแล้ว ด้านหน้ายังประดับริบบิ้นผ้าซาตินสีเดียวกันกับตัวชุด ยาวตั้งแต่ช่วงคอเสื้อจรดปลาย เสริมความแกลมด้วยชุดเครื่องประดับจากแบรนด์ Chopard งานนี้จึงไม่มีคำว่าดรอป มีแต่คำว่าสวยตะลึง ท็อปฟอร์มไม่มีตก การันตีได้จากแสงเสียงรัวชัตเตอร์ของบรรดาช่างภาพในงานที่แย่งกันเก็บภาพโมเมนท์ประทับใจนี้ไว้

– 006

นายกฯสั่งคุมเข้ม รถรับ-ส่งนักเรียน ช่วงเปิดเทอมใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/732243

นายกฯสั่งคุมเข้ม รถรับ-ส่งนักเรียน ช่วงเปิดเทอมใหม่

นายกฯสั่งคุมเข้ม รถรับ-ส่งนักเรียน ช่วงเปิดเทอมใหม่

วันจันทร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.15 น.

นายกฯสั่งคุมเข้ม รถรับ-ส่งนักเรียน ช่วงเปิดเทอมใหม่ ป้องกันอุบัติเหตุ

นายกรัฐมนตรีกำชับสถานศึกษา-ขนส่งฯ คุมเข้มความปลอดภัยรถรับ-ส่งนักเรียนให้ได้มาตรฐาน ป้องกันอุบัติเหตุ หลังสถิติชี้เกิดประจำช่วงเปิดเทอม

เมื่อวันที่ 21พ.ค. 2566 นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ห่วงใยความปลอดภัยของนักเรียนในช่วงเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ภายหลังกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนนที่เกิดขึ้นกับรถรับ-ส่งนักเรียน ในช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ปี 2563-2565 เกิดอุบัติเหตุทั้งสิ้น 27 ครั้ง บาดเจ็บและต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล 485 ราย เสียชีวิต 2 ราย

โดยนายกรัฐมนตรีกำชับให้สถานศึกษา กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กำกับดูแลรถที่ให้บริการรับ-ส่งนักเรียนต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุ ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบก ได้กำหนดมาตรฐานความปลอดภัยของรถรับ-ส่งนักเรียน โดยอนุญาตให้นำรถที่จดทะเบียนเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน แต่ไม่เกิน 12 คน ทั้งรถสองแถวและรถตู้ มาใช้เป็นรถรับ-ส่งนักเรียนได้ โดยต้องมีการรับรองการใช้รถดังกล่าวจากโรงเรียนหรือสถานศึกษา ซึ่งต้องได้มาตรฐานตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

อาทิ ห้ามติดฟิล์มกรองแสงที่กระจกรอบคัน ที่นั่งผู้โดยสารต้องยึดแน่นอย่างมั่นคงแข็งแรง และต้องไม่มีพื้นที่สำหรับนักเรียนยืนในห้องโดยสารเด็ดขาด กรณีเป็นรถสองแถว ต้องมีประตูและที่กั้นป้องกันนักเรียนตก ส่วนรถตู้ต้องจัดวางที่นั่งเป็นแถวตอนตามความกว้างของตัวรถเท่านั้น โดยต้องนำรถเข้าตรวจสอบ ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดที่โรงเรียนหรือสถานศึกษาตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ ซึ่งจะได้รับอนุญาตเป็นครั้งคราว คือ ครั้งละ 1 ภาคการศึกษาเท่านั้น

นอกจากนี้ รถรับ-ส่งนักเรียนทุกคันที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก ต้องติดแผ่นป้ายพื้นสีส้ม มีข้อความตัวอักษรสีดำว่า “รถโรงเรียน” ติดอยู่ด้านหน้าและด้านท้ายของรถให้เห็นชัดเจน มีไฟสัญญาณสีเหลืองอำพันหรือสีแดงเปิดปิดเป็นระยะติดไว้ที่ด้านหน้าและด้านท้ายของรถ เพื่อให้รถคันอื่นมองเห็นได้อย่างชัดเจนเช่นเดียวกัน พร้อมมีอุปกรณ์ส่วนควบตามที่กำหนด ต้องมีเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็นกรณีฉุกเฉิน เช่น เครื่องดับเพลิง ค้อนทุบกระจก วัสดุภายในรถส่วนของผู้โดยสารต้องไม่มีส่วนแหลมคม

ทางประตูทางขึ้นลงหรือเป็นช่องเปิดต้องมีความปลอดภัย ห้ามมีที่ยืนบนรถ โครงสร้างหลังคามั่นคงแข็งแรง และที่สำคัญผู้ขับรถโรงเรียนต้องได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ หรือเป็นผู้ขับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก ซึ่งต้องไม่เคยมีประวัติเสียหายอันเกิดจากการขับรถมาก่อน รวมถึงต้องมีผู้ควบคุมดูแลนักเรียน ซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ประจำอยู่ในรถตลอดเวลาที่ใช้รับส่งนักเรียน เพื่อดูแลความปลอดภัยให้นักเรียนตลอดการรับส่ง

โดยหากพบการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด สั่งเพิกถอนหนังสืออนุญาตให้ใช้รถทันที และไม่สามารถขออนุญาตได้อีก จนกว่าจะพ้น 1 ปีไปแล้ว ซึ่งนายกฯ เป็นห่วงความปลอดภัยของนักเรียนที่โดยสารรถรับ-ส่งนักเรียน กำชับให้กรมการขนส่งทางบก สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ ประสานความร่วมมือกับสถานศึกษาในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำกับดูแลรถโรงเรียนและรถรับ-ส่งนักเรียนร่วมกันอย่างเข้มงวด คุมเข้มมาตรการควบคุมดูแลคนขับรถและสภาพรถ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุให้ได้มากที่สุด

รวมทั้งขอให้พ่อแม่ผู้ปกครองที่ให้บุตรหลานขึ้นรถรับ-ส่งนักเรียน ช่วยกันสังเกตตรวจดูรถทุกคันว่าได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ หากพบไม่ได้มาตรฐานให้แจ้งกับทางโรงเรียน หรือกรมการขนส่งทางบก เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น อนึ่ง นอกจากการตรวจสอบความปลอดภัยของตัวรถและพนักงานขับรถแล้ว ขอเน้นย้ำให้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 สำหรับรถรับ-ส่งนักเรียนอย่างต่อเนื่อง

“พนักงานขับรถ ผู้ควบคุมนักเรียน และนักเรียน ควรสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดการเดินทาง จัดให้มีแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือไว้ประจำรถ ทำความสะอาดรถรับ-ส่งนักเรียนก่อนและหลังการให้บริการ โดยเฉพาะจุดที่มีการสัมผัสบ่อยๆ เช่น ราวจับ ที่เปิดประตู เบาะนั่ง ที่วางแขน เป็นต้น เปิดหน้าต่างและประตูเพื่อถ่ายเทระบายอากาศภายในตัวรถ เพื่อความปลอดภัยและความมั่นใจในการใช้บริการรถรับ-ส่งนักเรียนของนักเรียนและผู้ปกครอง” นายอนุชา กล่าว

‘มข.’จัดงานเปิดโลก‘AI for Autism’ สร้างนวัตกรรมเพื่อ‘ออทิสติก’ไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/732169

วันจันทร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายการศึกษาพิเศษ ร่วมกับภาคีเครือข่ายการดูแลบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่นได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ในการดำเนินการจัดการประชุมวิชาการ เปิดโลกออทิสติก ครั้งที่ 14 “AI for Autism : นวัตกรรม AI นำออทิสติกไทย ก้าวไกล สู่โลกดิจิทัล” โดยมี นายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในพิธีเปิด ดร.สมพร หวานเสร็จ ผู้อำนวยการเชี่ยวชาญ ระดับ 9 อาจารย์ที่ปรึกษา ของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัย ฝ่ายการศึกษาพิเศษ กล่าวต้อนรับ

อาจารย์ปริศนา อานจำปา รองผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตฯ ฝ่ายการศึกษาพิเศษ กล่าวรายงาน นายสุภวัฒน์ หนูพริก พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น กล่าววิสัยทัศน์การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ จังหวัดขอนแก่น และมีพิธีมอบเกียรติบัตรประกาศเกียรติคุณ แก่หน่วยงานภาคีเครือข่ายผู้ดูแลบุคคลออทิสติก จังหวัดขอนแก่น และเยาวชนคนพิเศษตัวอย่าง โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ประมาณ 300 คน ณ ห้องแกรนด์พาวิลเลี่ยน ราชาวดี รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล ขอนแก่น

ดร.สมพร หวานเสร็จ กล่าวว่า การจัดการประชุมวิชาการ เปิดโลกออทิสติก ครั้งที่ 14 “AI for Autism : นวัตกรรม AI นำออทิสติกไทย ก้าวไกล สู่โลกดิจิทัล” ในครั้งนี้ จัดขึ้นในธีมงาน “AI for Autism : นวัตกรรม AI นำออทิสติกไทยก้าวไกล สู่โลกดิจิทัล” ซึ่งนับว่าเป็นธีมงานที่มีความสำคัญและน่าสนใจมาก เพราะยุคปัจจุบัน AI นั้น มีความเกี่ยวข้อง ใกล้ชิดในชีวิตประจำวันของทุกคนมาก และในเกือบทุกวงการ ก็มีการนำ AI มาใช้งานมากขึ้น รวมไปถึงด้านออทิสติกด้วย

ไม่ว่าจะเป็นการจัดการศึกษา หรือทางการแพทย์ ที่จะช่วยเหลือเด็กออทิสติกมากขึ้น เช่น มีการวิจัยโดยทีมผู้เชี่ยวชาญมหาวิทยาลัยเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีการนำ AI มาช่วยวินิจฉัยอาการออทิสติก ในเด็กตั้งแต่เนิ่นๆ ที่ช่วยวิเคราะห์อาการออทิสติกได้ทันท่วงที เทคโนโลยี AI นี้ก็ยังสามารถใช้กับการรักษาทางไกล หรือการเช็คอาการย้อนหลังได้ หรือการสร้างนวัตกรรมสุดอัจฉริยะ “เก้าอี้กอด OTO” ช่วยผู้ที่อยู่ในกลุ่มอาการออทิสติก สเปกตรัม ให้รู้สึกปลอดภัยจากการสัมผัสที่เหมาะสม

ซึ่งสิ่งประดิษฐ์นี้ ถูกออกแบบและพัฒนาโดย Alexia Audrain ช่างไม้ครุภัณฑ์ชาวฝรั่งเศส และมีการพัฒนางานด้าน AI อีกมากมาย และหวังว่า จะเป็นการเปิดโลกทัศน์อีกมุมมองหนึ่ง และได้รับการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการให้ความช่วยเหลือบุคคลที่มีภาวะออทิซึมที่เหมาะสม ตลอดจนเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ต่างๆ อันจะนำไปสู่การพัฒนาและขยายผล ทั้งด้านงานวิจัย บทความ สื่อ นวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาบุคคลที่มีภาวะออทิซึม และบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษต่อไป”

อาจารย์ปริศนา อานจำปา กล่าวว่า การประชุมวิชาการ เปิดโลกออทิสติก ครั้งที่ 14 ขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้ เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ผู้ปกครอง ครู ผู้บริหารสหวิชาชีพ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในการให้ความช่วยเหลือและพัฒนาบุคคลที่มีภาวะออทิซึม และบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ แบบองค์รวมในทุกมิติ เป็นเวทีในการนำเสนอนวัตกรรม ผลการวิจัย

แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ความคิดเห็น และแสดงความก้าวหน้าของงานวิจัย ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการในการพัฒนานวัตกรรม ผลงานวิจัย และการนำไปใช้ประโยชน์ ต่อการพัฒนาประเทศ และเป็นการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ผลงานกิจกรรม ของภาคีเครือข่ายการดูแลบุคคลออทิสติก และยกย่องเชิดชูเกียรติ แก่บุคคล หน่วยงานที่มีผลงานดีเด่น และทำคุณประโยชน์ด้านการส่งเสริม สนับสนุน พัฒนา และช่วยเหลือบุคคลที่มีภาวะออทิซึม

การประชุม “AI for Autism : นวัตกรรม AI นำออทิสติกไทย ก้าวไกล สู่โลกดิจิทัล”ในครั้งนี้ได้เชิญผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญมาร่วมอภิปราย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และให้ความรู้ แก่ครู บุคลากรทางการศึกษา บุคลากรทางการแพทย์นักวิจัย ผู้ปกครอง และผู้ที่สนใจ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาองค์ความรู้ และเป็นแนวทาง ในการให้ความช่วยเหลือบุคคลที่มีภาวะออทิซึม และบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ในจังหวัดขอนแก่น