เศร้า ทรีต วิลเลียมส์ นักแสดงดังอเมริกัน ขี่ จยย.โดนรถ SUV ชนเสียชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2701667

เศร้า ทรีต วิลเลียมส์ นักแสดงดังอเมริกัน ขี่ จยย.โดนรถ SUV ชนเสียชีวิต

14 มิ.ย. 2566 05:30 น.

เศร้า ทรีต วิลเลียมส์ นักแสดงดังอเมริกัน ขี่ จยย.โดนรถ SUV ชนเสียชีวิต

นักแสดงอาวุโส ทรีต วิลเลียมส์ ชาวอเมริกันวัย 71 ปี เสียชีวิตแล้ว หลังประสบอุบัติเหตุถูกรถ SUV ชนระหว่างขี่จักรยานยนต์ในรัฐเวอร์มอนต์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทรีต วิลเลียมส์ นักแสดงอาวุโสชาวอเมริกัน ผู้มีผลงานมากมาย รวมถึงภาพยนตร์เรื่อง Hair และทีวีซีรีส์ Everwood เสียชีวิตแล้วขณะมีอายุ 71 ปี หลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ เมื่อวันจันทร์ที่ 12 มิ.ย. 2566 ที่ผ่านมา

ตามการเปิดเผยของตำรวจ วิลเลียมส์กำลังขี่จักรยานยนต์ในรัฐเวอร์มอนต์ ก่อนที่เขาจะถูกรถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) เลี้ยวซ้ายมาชนจนร่างของเขากระเด็น ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่ต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ส่งตัวเขาไปโรงพยาบาลทางอากาศ แต่สุดท้ายวิลเลียมส์ถูกประกาศว่าเสียชีวิตแล้วเมื่อเดินทางมาถึง

ทั้งนี้ วิลเลียมส์ อยู่ในวงการการแสดงมานานเกือบ 50 ปี มีผลงานมากกว่า 130 เรื่อง การเสียชีวิตอย่างกะทันหันของเขาทำให้คนใกล้ชิด และเพื่อนๆ ในวงการต่างออกมาร่วมแสดงความเสียใจ เช่น นายแบร์รี แมกเพอร์สัน ซึ่งเป็นผู้จัดการให้วิลเลียมส์มานานกว่า 15 ปี บอกกับนิตยสารพีเพิล ว่า วิลเลียมส์เป็นคนดีที่สุด และมีความสามารถสูงมาก เขาเป็นนักแสดงในหมู่นักแสดง และเป็นหัวใจของฮอลลีวูดช่วงปลายยุค 70

วิลเลียมส์โด่งดังจากภาพยนตร์มิวสิคัลเรื่อง Hair ในปี 2522 นอกจากนั้นยังไปปรากฏตัวในภาพยนตร์เรื่อง Once Upon A Time In America (2527) ของยอดผู้กำกับอย่าง สตีเฟน สปีลเบิร์ก หรือเรื่อง Dead Heat (2531), Things to Do in Denver When You’re Dead (2538) และ Deep Rising (2541)

วิลเลียมส์ยังเป็นที่รู้จักจากการแสดงละครเวทีเรื่อง Follies ก่อนที่ในช่วงต้นปี 2000 เขาจะได้รับบทเป็น ดร.แอนดี บราวน์ พ่อหม้ายในซีรีส์เรื่อง Everwood และยังเล่นซีรีส์ Chesapeake Shores, Blue Bloods กับ Chicago Fire ด้วย

เขาเคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี อวอร์ดส์ ในปี 2539 จากผลงานในภาพยนตร์โทรทัศน์เรื่อง Late Shift และเคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำมาแล้ว 3 ครั้ง

ที่มา : bbc

ทรัมป์ขึ้นศาลไมอามี คดีซุกเอกสารลับ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2701666

ทรัมป์ขึ้นศาลไมอามี คดีซุกเอกสารลับ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

14 มิ.ย. 2566 04:55 น.

ทรัมป์ขึ้นศาลไมอามี คดีซุกเอกสารลับ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

โดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นศาลเมืองไมอามี เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาคดีซุกซ่อนเอกสารลับแล้ว โดยเขาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ก่อนจะกลับโดยที่ศาลไม่ตั้งข้อจำกัดด้านการเดินทางแต่อย่างใด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินทางไปขึ้นศาลรัฐบาลกลางที่เมืองไมอามี ในวันอังคารที่ 13 มิ.ย. 2566 ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาที่เขาได้รับ เกี่ยวกับการจัดการเอกสารลับทางราชการอย่างไม่เหมาะสม และขัดขวางความพยายามของเจ้าหน้าที่ในการนำเอกสารดังกล่าวกลับมา จำนวน 37 กระทง

โดยนายทรัมป์ให้ทนายความเป็นตัวแทน ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด “ด้วยความแน่นอนที่สุด เราขอปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด” นายทอดด์ บรันเช ทนายความของนายทรัมป์ กล่าว ในขณะที่เจ้าตัวนั่งกอดอก มีสีหน้าบึ้งตึง และไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว และมีจำเลยร่วมอย่าง นายวอลต์ นอตา อดีตผู้ช่วยคนสนิทนั่งอยู่ใกล้กัน

การพิจารณาคดีในวันอังคารใช้เวลาเพียงประมาณ 45 นาที โดยผู้พิพากษา โจนาธาน กู้ดแมน จะออกคำสั่งห้ามนายทรัมป์สื่อสารกับนายนอตาเกี่ยวกับคดีนี้ และบอกให้อัยการจัดทำรายชื่อผู้ที่อาจเป็นพยานที่นายทรัมป์จะไม่สามารถสื่อสารด้วยในคดีนี้ ยกเว้นสื่อสารผ่านทนายความเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษาอนุญาตให้นายทรัมป์กลับไปโดยไม่ตั้งข้อจำกัดด้านการเดินทางใดๆ ต่อจำเลยทั้ง 2 คน สอดคล้องกับคำแนะนำของกระทรวงยุติธรรม ที่ขอให้ปล่อยตัวนายทรัมป์กับนายนอตาโดยไม่มีเงื่อนไขทางการเงิน หรือเงื่อนไขพิเศษอื่นๆ เนื่องจากรัฐบาลไม่ได้มองว่าทั้งคู่มีความเสี่ยงที่จะหลบหนีออกนอกประเทศ

ทั้งนี้ นายทรัมป์ กลายเป็นอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนแรกที่ถูกรัฐบาลกลางฟ้องร้องข้อหาอาชญากรรม และนี่เป็นครั้งที่ 2 ที่ในปีนี้เขาต้องขึ้นศาล แต่คราวนี้คดีรุนแรงกว่ามาก โดยเขาถูกฟ้องร้อง 37 กระทง ฐานยึดเอกสารด้านการกลาโหมแห่งชาติไว้โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และซ่อนเอกสารอันละเมิดกฎหมายการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

หลังการพิจารณาคดีสิ้นสุด นายทรัมป์ทำเซอร์ไพรส์ด้วยการไปปรากฏตัวที่ร้านอาหารชื่อ Versailles ซึ่งเป็นร้านชื่อดังในเมืองไมอามี โดยภายในร้าน นายทรัมป์ถูกห้อมล้อมด้วยกลุ่มผู้สนับสนุนหลายสิบคน บ้างขอจับมือ บ้างขอถ่ายรูป ขณะที่นายทรัมป์ประกาศจะเลี้ยงอาหารทุกคนในร้าน ท่ามกลางเสียงเชียร์ดังกระหึ่ม

ช่วงหนึ่งผู้สนับสนุนร่วมกันร้องเพลงฉลองวันเกิดให้แก่นายทรัมป์ ก่อนที่วันคลายวันเกิดอายุ 77 ปี ของเขาจะมาถึงในวันพุธที่ 14 มิ.ย.นี้ ซึ่งนายทรัมป์ตอบกลับว่า “บางครั้งในวันเกิด เราก็มีรัฐบาลที่เหนือการควบคุม”

ที่มา : cnn

ผู้นำทหาร ‘วากเนอร์’ ไม่แน่ใจ สู้ในยูเครนต่อหรือไม่ หลังผิดใจ รบ.มอสโก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2701663

ผู้นำทหาร ‘วากเนอร์’ ไม่แน่ใจ สู้ในยูเครนต่อหรือไม่ หลังผิดใจ รบ.มอสโก

14 มิ.ย. 2566 03:35 น.

ผู้นำทหาร ‘วากเนอร์’ ไม่แน่ใจ สู้ในยูเครนต่อหรือไม่ หลังผิดใจ รบ.มอสโก

ผู้นำกลุ่มทหารรับจ้าง วากเนอร์ ของรัสเซีย เผย ไม่แน่ใจว่าคนของเขาจะต่อสู้ในยูเครนต่อไปหรือไม่ หลังรัฐบาลมอสโกต้องการให้ทำสัญญาขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหม แต่เขาปฏิเสธ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเยฟเกนี พริโกชิน ผู้ก่อตั้งบริษัททหารรับจ้าง ‘วากเนอร์ กรุ๊ป’ บอกสื่อเดนมาร์ก เมื่อวันอังคารที่ 13 มิ.ย. 2566 ว่า เขาไม่แน่ใจว่าทหารของเขาจะทำงานในยูเครนโดยเฉพาะต่อไปหรือไม่ ท่ามกลางความขัดแย้งกับรัฐบาลรัสเซีย

ทั้งนี้ กลุ่มวากเนอร์เป็นหัวหอกในการโจมตีเมืองบักห์มุต ทางตะวันออกของยูเครนมานานหลายเดือน ซึ่งทำให้พวกเขาเสียทหารไปนับหมื่นนาย ก่อนจะยึดเมืองแห่งนี้ได้เมื่อเดือนก่อน และถอนกำลังออกจากเมืองเพื่อส่งมอบให้ทหารรัสเซีย

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (10 มิ.ย.) นายเซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรัสเซีย ลงนามคำสั่งให้กลุ่มกลองกำลังทหารอาสาทั้งหมด ต้องลงนามทำสัญญาเข้าร่วมกับกระทรวงกลาโหมภายในวันที่ 1 ก.ค.นี้ อ้างว่าเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพในการต่อสู้ของกลุ่มทหารรับจ้างภายในกองทหารปกติ และเพื่อสถานะทางกฎหมายที่ถูกต้อง

แต่นายพริโกชินออกมาปฏิเสธทันควัน ระบุว่าจะไม่ทำสัญญาใดๆ กับนายชอยกู ที่เขาประณามมาตลอดว่า เป็นผู้นำที่ล้มเหลวในการทำสงครามในยูเครน อ้างว่าการทำสัญญาจะทำให้สายบังคับบัญชาภายในกลุ่มไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากกระทรวงกลาโหมไม่สามารถจัดกำลังพลได้อย่างเหมาะสม และอาจถูกใช้เป็นข้ออ้างเพื่อยึดอาวุธของกลุ่มวากเนอร์

ด้านประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวว่า เขาสนับสนุนคำสั่งของกระทรวงกลาโหม และต้องการแก้กฎหมายเพื่อทำให้กิจกรรมของกลุ่มทหารรับจ้างถูกกฎหมาย “นี่เป็นทางเดียวที่จะรับประกันการรับรองทางสังคมของกลุ่มทหารรับจ้าง เพราะตอนนี้พวกเขาไม่มีสัญญาใดๆ กับรัฐ และไม่มีสัญญากับกระทรวงกลาโหม” ปูตินกล่าว “นี่เป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น และเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

คำพูดของปูตินอาจทำให้นายพริโกชินตกที่นั่งลำบาก เพราะการไม่ทำตามอาจหมายถึงการกลายเป็นกบฏต่อรัฐบาล แต่จนถึงตอนนี้ฝ่ายรัฐบาลรัสเซียยังไม่ออกมาแสดงความเห็นใดๆ กับการปฏิเสธของนายพริโกชิน

ขณะที่สถานีโทรทัศน์ของกระทรวงกลาโหมรัสเซียอย่าง Zvezda TV รายงานว่า มีกลุ่มทหารรับจ้างหรือทหารอาสา 7 กลุ่มลงนามทำสัญญากับกระทรวงกลาโหมแล้ว โดยที่พลโทวลาดิเมียร์ อเล็กเซเยฟ มั่นใจว่า ในสัปดาห์หน้าจะมีกลุ่มทหารรับจ้างลงนามเพิ่มอีก

ก่อนหน้านี้เมื่อวันจันทร์ กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า พวกเขาทำสัญญากับกลุ่ม อัคห์มัต ของกองกำลังพิเศษเชเชน ที่มักถูกเรียกว่า กองกำลังส่วนตัวของนายรามซาน คาดีรอฟ ผู้นำสาธารณรัฐเชชเนียแล้ว

ที่มา : reuters

รัสเซียโจมตีเมืองบ้านเกิดเซเลนสกี ดับ 11 ศพ-โวยึดรถถังยูเครนได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2701649

รัสเซียโจมตีเมืองบ้านเกิดเซเลนสกี ดับ 11 ศพ-โวยึดรถถังยูเครนได้

14 มิ.ย. 2566 00:05 น.

รัสเซียโจมตีเมืองบ้านเกิดเซเลนสกี ดับ 11 ศพ-โวยึดรถถังยูเครนได้

รัสเซียโจมตีหลายจุดทั่วยูเครนอีกรอบ รวมถึงที่เมืองบ้านเกิดของประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 11 ศพ พร้อมอ้างว่ายึดรถถังตะวันตกจากกองทัพยูเครนได้หลายคัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เมื่อวันอังคารที่ 13 มิ.ย. 2566 ว่า กองทัพรัสเซียยิงมิสไซล์โจมตีหลายจุดทั่วยูเครนอีกครั้งเมื่อช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา รวมถึงที่เมืองครีวิริก (Kryvyi Rig) ในภาคกลาง ซึ่งเป็นเมืองบ้านเกิดของประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ทำให้ตึกอพาร์ตเมนต์สูง 5 ชั้น ได้รับความเสียหาย และมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 11 ศพ บาดเจ็บอีกหลายสิบคน

เซเลนสกีออกมาประณามการโจมตีครั้งล่าสุดว่า รัสเซียกำลังทำสงครามกับอาคารที่อยู่อาศัย, เมืองปกติธรรมดา และประชาชน พร้อมทั้งสัญญากับชาวยูเครนว่า จะนำตัวผู้ที่ต้องรับผิดชอบมาลงโทษ “ผู้ก่อการร้ายจะไม่ได้รับการอภัย และพวกเขาจะรับผิดชอบต่อมิสไซล์ทุกลูกที่พวกเขายิงมา”

ด้านกองทัพอากาศยูเครนเผยว่า เมื่อช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา รัสเซียยิงขีปนาวุธร่อน 14 ลูก และส่งโดรนติดระเบิดที่ผลิตโดยอิหร่านอีก 4 ลำ เข้าโจมตีหลายพื้นที่ทั่วยูเครน แต่อ้างว่าสามารถยิงสกัดมิสไซล์ได้ 10 ลูก และทำลายโดรนได้ 1 ลำ ต่อมาในช่วงเช้า รัสเซียยิงมิสไซล์เข้ามาอีก 1 ลูก แต่ก็ถูกพวกเขาสกัดเอาไว้ได้

การโจมตีระลอกล่าสุดเกิดขึ้นเพียงไม่นานก่อนที่กระทรวงกลาโหมรัสเซียจะออกมาอ้างว่า พวกเขาสามารถยึดรถถังเลพเพิร์ดของเยอรมนี และรถหุ้มเกราะแบรดลีย์ ของสหรัฐฯ ได้จากกองทัพยูเครน พร้อมกับเผยแพร่ภาพทหารกำลังเดินตรวจสอบยุทโธปกรณ์ที่ชาติตะวันตกส่งมาให้ยูเครน

“รถถังเลพเพิร์ดและรถหุ้มเกราะแบรดลีย์ คือถ้วยรางวัลของเรา เป็นยุทโธปกรณ์ของกองทัพยูเครนในแคว้นซาปอริชเชีย” กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุในแถลงการณ์ และว่าเครื่องยนต์ของรถถังกับรถหุ้มเกราะหลายคันยังใช้การได้

ด้านกระทรวงกลาโหมเยอรมนีระบุว่า พวกเขาไม่สามารถส่งรถถังทดแทนไปให้ยูเครนได้ในทันที “น่าเสียดายที่ตามธรรมชาติของสงคราม อาวุธต่างๆ จะถูกทำลาย รถถังถูกทำลาย ผู้คนถูกสังหาร” นายบอริส พิสทอเรียส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของเยอรมนีกล่าว

ที่มา : cna

ทรัมป์ถึงไมอามี เตรียมขึ้นศาลคดีอาญา ‘เก็บเอกสารลับทางการสหรัฐฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2701528

ทรัมป์ถึงไมอามี เตรียมขึ้นศาลคดีอาญา ‘เก็บเอกสารลับทางการสหรัฐฯ’

13 มิ.ย. 2566 18:44 น.

ทรัมป์ถึงไมอามี เตรียมขึ้นศาลคดีอาญา ‘เก็บเอกสารลับทางการสหรัฐฯ’

ทรัมป์ เดินทางมาถึงเมืองไมอามี เตรียมขึ้นศาลคดีอาญา เผชิญหน้ากับข้อหาหลายสิบกระทง ที่เกี่ยวกับการเก็บเอกสารลับด้านความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ เอาไว้ หลังพ้นจากตำแหน่งปธน.แล้ว

เมื่อ 13 มิ.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ เดินทางโดยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวจากรัฐนิวเจอร์ซีย์ มาถึงเมืองไมอามี รัฐฟลอริดาแล้ว ในช่วงเย็นวันที่ 12 มิ.ย.ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีฝูงชนที่สนับสนุนเขามารอรับและให้กำลังใจ

ทรัมป์มีกำหนดจะต้องมามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางสหรัฐฯ ที่ศาลในเมืองไมอามี ในเวลา 15.00 น.วันอังคารที่ 13 มิ.ย. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ เผชิญหน้ากับข้อหาหลายสิบกระทงที่เกี่ยวกับการเก็บเอกสารลับด้านความมั่นคงแห่งชาติเอาไว้ที่บ้านพัก หลังจากเขาพ้นตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อปี 2021

อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯเดินทางโดยเครื่องบินส่วนตัวมาถึงเมืองไมอามี รัฐฟลอริดา เมื่อ 12 มิ.ย.2566 เพื่อเตรียมขึ้นศาลในคดีอาญา กรณีการเก็บเอกสารลับด้านความมั่นคงแห่งชาติ

ก่อนหน้านี้ คณะลูกขุนชุดใหญ่ของรัฐบาลกลางในนครไมอามี รัฐฟลอริดา ยืนยันการฟ้องร้องคดีอาญา 37 กระทงต่อทรัมป์ โดยกล่าวหาว่าทรัมป์ตั้งใจยึดครองเอกสารด้านความมั่นคงแห่งชาติ, ขัดขวางกระบวนการยุติธรรม, ซุกซ่อนเอกสารของรัฐบาลและให้การบิดเบือนต่อเจ้าหน้าที่สืบสวนรัฐบาลกลาง

บรรดาคนสนับสนุนมาให้กำลังอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางมาถึงเมืองไมอามี รัฐฟลอริดา เมื่อ 12 มิ.ย.2566 เพื่อเตรียมขึ้นศาล เผชิญคดีอาญาเป็นคดีที่สอง

เมื่อคืนวันพฤหัสฯ ที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้แจ้งข่าวผ่านโซเชียลมีเดียของเขา ‘Truth Social’ ว่า ทีมกฎหมายของกระทรวงยุติธรรมได้แจ้งกับทีมฝ่ายกฎหมายว่า เขาถูกฟ้องและต้องมาขึ้นศาลสัปดาห์หน้า ‘ผมหวังว่าทั้งประเทศกำลังดูว่าฝ่ายซ้ายหัวรุนแรงกำลังทำอะไรต่ออเมริกา’ ทรัมป์โพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดียของเขา ‘Truth Social’ ก่อนจะเดินทางออกจากนิวเจอร์ซีย์มายังเมืองไมอามีเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน

ด้านวิลเลียม บาร์ อดีตรมว.ยุติธรรมสหรัฐฯ สมัยประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวในรายการ ‘Fox News Sunday’ ว่า การฟ้องคดีอาญาต่อทรัมป์จากกรณีที่เขาเก็บเอกสารความลับระดับสูงด้านความมั่นคงแห่งชาติหลังพ้นตำแหน่ง คือการแสดงให้เห็นชัดเจนว่ามีความผิดจริง

บาร์กล่าวว่า เราต้องไม่ลืมว่าเรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะการกระทำที่เลินเล่อของทรัมป์ หลังจากเขานำเอกสารชั้นความลับมากกว่า 300 ฉบับ ติดตัวไปยังบ้านพักที่ฟลอริดา หลังพ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดี แทนที่จะคืนเอกสารให้แก่หอจดหมายเหตุแห่งชาติตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ หรือ เอฟบีไอ บุกค้นรีสอร์ต Mar-a-Lago ของทรัมป์ ที่เมืองปาล์มบีช รัฐฟลอริดา เมื่อสิงหาคม ปีที่แล้ว เพื่อตามหาเอกสารชั้นความลับที่หายไป

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ ซึ่งจะมีอายุ 77 ปีในวันที่ 14 มิถุนายน นี้ นับเป็นอดีตประธานาธิบดีคนแรกในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาที่ถูกฟ้องคดีอาญา โดยเมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ถูกฟ้องในข้อหาอาญาร้ายแรงถึง 34 กระทง ที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาว่าได้มอบหมายให้ ทนายส่วนตัวจ่ายเงินให้กับ สตอร์มี แดเนียลส์ นักแสดงหนังผู้ใหญ่ ไม่ให้แฉเรื่องที่ทั้งสองมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ซึ่งประกาศจะลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2024 ยังถือเป็นผู้สมัครตัวเต็งที่จะได้เป็นตัวแทนของพรรครีพับลิกันชิงประธานาธิบดีสมัยหน้า โดยผลโพลของ Reuters/lpsos ที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ที่ 12 มิ.ย.ออกมาว่าผู้ถูกสอบถามถึง 81% คิดว่าข้อกล่าวหาที่เล่นงานทรัมป์มาจากแรงจูงใจทางการเมือง นอกจากนั้นถึงประมาณ 43% ยังคิดว่าทรัมป์เป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่เหมาะสม เหนือกว่า รอน เดอซานติส ผู้ว่าการรัฐฟลอริดา ที่ได้ 22%

ขณะที่อดีตประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวหาประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งพรรคเดโมแครตว่ากำลังบงการอยู่เบื้องหลังที่เขาถูกฟ้องในคดีอาญาเหล่านี้ เพื่อหวังบ่อนทำลายการหาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของเขา

ที่มา : reutersBBC

สยอง ฉลามกินหนุ่มรัสเซียทั้งเป็น โดนคนตามล่า-ผ่าท้อง เจอชิ้นส่วนมนุษย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2701486

สยอง ฉลามกินหนุ่มรัสเซียทั้งเป็น โดนคนตามล่า-ผ่าท้อง เจอชิ้นส่วนมนุษย์

13 มิ.ย. 2566 16:27 น.

สยอง ฉลามกินหนุ่มรัสเซียทั้งเป็น โดนคนตามล่า-ผ่าท้อง เจอชิ้นส่วนมนุษย์

สุดสะเทือนขวัญ หนุ่มรัสเซียโดนฉลามดุ กัดกินทั้งเป็นที่อียิปต์ ก่อนที่ฉลามตัวนี้จะถูกคนตามล่า จับมันได้และตีจนตายเพื่อแก้แค้น ผู้เชี่ยวชาญผ่าท้องเจอชิ้นส่วนร่างกาย ด้านพ่อสุดเศร้า เผยเห็นลูกชายโดนฉลามกัดต่อหน้าต่อตา

เมื่อ 13 มิ.ย. 2566 เดลี่เมล รายงานเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญกับนายวลาดิมีร์ โปปอฟ หนุ่มหล่อชาวรัสเซีย วัย 23 ปี เมื่อเขาตกเป็นเหยื่อฉลามเสือจอมดุตัวหนึ่งเข้าทำร้าย กัดกินเขาทั้งเป็น ขณะนายโปปอฟกำลังว่ายน้ำในทะเล ใกล้รีสอร์ตแห่งหนึ่ง ที่เมืองฮูร์กาดา ประเทศอียิปต์ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา

หนุ่มโปปอฟได้ถูกฉลามตัวนี้จู่โจมว่ายวนเพื่อรอขย้ำอย่างน่าสะพรึงกลัว ทำให้เขาตะโกนหวีดร้องเรียกพ่อให้มาช่วยด้วยความตกใจสุดขีด และคนที่เห็นเหตุการณ์พยายามบอกให้เขารีบว่ายหนี แต่ก็สายเกินไป ฉลามดุตัวนี้ได้พุ่งขย้ำ นายโปปอฟ ดึงเขาลงไปใต้น้ำและกัดกินเขาอย่างน่าสะเทือนใจ ต่อหน้าต่อตาผู้เป็นพ่อ

อียิปต์ยังสั่งปิดชายหาด เมื่อ 9 มิ.ย.2566 หลังเกิดเหตุหนุ่มรัสเซีย ถูกฉลามขย้ำกัดกินจนเสียชีวิต ที่ชายหาดในเมืองฮูร์กาดา ในทะเลแดง เมื่อ 8 มิถุนายน 2566

หลังเกิดเหตุ นายโปปอฟ ถูกฉลามกิน ทำให้คนกลุ่มหนึ่งออกตามล่าฉลามตัวนี้ทันที และสามารถจับมันมาได้ จึงได้ใช้เรือลากมันขึ้นฝั่ง และทุบตีมันจนตายเพื่อแก้แค้นให้กับหนุ่มโปปอฟ ในขณะที่างการได้สั่งปิดชายหาด ห้ามนักท่องเที่ยวลงไปว่ายน้ำในทะเล หลังเกิดเหตุหนุ่มรัสเซียถูกฉลามทำร้ายจนเสียชีวิตที่ชายหาดเมืองฮูร์กาดา ริมฝั่งทะเลแดง

สื่อท้องถิ่นอียิปต์ รายงานว่า ทีมผู้เชี่ยวชาญในอียิปต์ได้ชำแหละและผ่าท้องของฉลามเสือตัวนี้ จึงพบชิ้นส่วนร่างกายของนายโปปอฟยังอยู่ในท้อง โดย ดร.มาห์มูด ดาร์ ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล สถาบันแห่งชาติอียิปต์ เผยว่า ฉลามตัวนี้เป็นฉลามเพศเมีย และไม่พบสิ่งอื่นๆ นอกเหนือจากนี้อยู่ในท้องของมัน

นายยูรี โปปอฟ พ่อของวลาดิเมียร์ เผยเรื่องราวด้วยความโศกเศร้าเสียใจว่า เขาเห็นลูกชายโดนฉลามกัดกินต่อหน้าต่อตา ขณะที่ลูกตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ

‘พวกเรามาเที่ยวชายหาดเพื่อพักผ่อน ลูกของผมถูกฉลามทำร้าย ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาไม่กี่วินาทีเท่านั้น’ นายยูรี โปปอฟ ที่ต้องสูญเสียบุตรชายอย่างคาดไม่ถึงเล่าด้วยความเสียใจ พร้อมเผยด้วยว่า ไม่มีสมาชิกในครอบครัวอยู่ใกล้กับลูกชายที่จะสามารถช่วยเขาได้เลย ในขณะที่มีสื่อในอียิปต์รายงานว่าแฟนสาวของนายวลาดิเมียร์ โปปอฟได้เห็นเหตุการณ์สะเทือนใจครั้งนี้ด้วย จนทำให้เธอช็อกเสียใจอย่างมาก

ก่อนหน้านี้ วลาดิเมียร์ โปปอฟ ได้มาอยู่กับพ่อที่อียิปต์เป็นเวลาหลายเดือน ก่อนจะถูกฉลามกัดกินจนเสียชีวิต โดยครอบครัวจะทำพิธีเผาศพและนำอัฐิของเขากลับบ้านที่รัสเซีย.

กรมข้าวคว้าที่3 ผ่านตรวจสอบ พัฒนาเว็บไซต์ ทุกคนเข้าถึงได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737090

วันพุธ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอานนท์ นนทรีย์ รองอธิบดีกรมการข้าว รับมอบหมายจากนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ร่วมกับนายสรายุทธ ทองน้อย ผอ.ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ร่วมงานสัมมนาเพื่อสร้างแรงจูงใจและสร้างความตระหนักรู้ให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนพัฒนาเว็บไซต์ของหน่วยงานตามแนวทางการพัฒนาเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ ที่โรงแรม
เซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กทม.โดยมีศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์
สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิดงานสัมมนา

ทั้งนี้ นายอานนท์ เป็นผู้แทนจากกรมการข้าว รับรางวัลหน่วยงานที่ผ่านการตรวจสอบเว็บไซต์หน่วยงานที่ดำเนินการพัฒนาเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ ตามมาตรฐาน Web Content Accessibility Guidelines (WCAG) โดยกรมการข้าวได้รับรางวัลอันดับที่ 3

สำหรับงานสัมมนาดังกล่าวมีการนำเสนอกรณีศึกษาที่เป็นเลิศของหน่วยงานที่สามารถปรับปรุงเว็บไซต์ผ่านเกณฑ์การประกวดเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ และเสวนาต่อยอดความสำเร็จของการพัฒนาเว็บไชต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ (Web Accessibility) ในระดับชาติ โดย นายอานนท์ กล่าวว่า ขอชื่นชมการทำงานของข้าราชการทุกคนที่ทุ่มเทปรับปรุงการเข้าถึงข้อมูลที่ง่ายและทันสมัย การได้รับรางวัลครั้งนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาและเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ภาครัฐ Digital อย่างสมบูรณ์ในอนาคต

ใช้หญ้าแฝกอนุรักษ์ดิน-น้ำ เฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่9

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737091

วันพุธ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดการประชุมหญ้าแฝกนานาชาติ ครั้งที่ 7 ภายใต้หัวข้อเรื่อง “หญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ : เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” (Vetiver for Soil and Water Conservation : In Commemoration of King Bhumibol Adulyadej the Great) ที่โรงแรมแชงกรี-ลาเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอาทิตย์ ศุขเกษม รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน นายอนุวัชร โพธินาม รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และคณะ ร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จ

จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินด้วยรถยนต์พระที่นั่ง ไปยังอาคารอเนกประสงค์ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ทอดพระเนตรผลการดำเนินงานในโครงการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ด้วย

ปลัดฯร่วมงานวันข้าว-ชาวนา2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737092

วันพุธ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงานรณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตร สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติภายใต้แนวคิด “91 พรรษา สายธารแห่งน้ำพระทัย สร้างชาวนาวิถีใหม่สู่ข้าวไทยยั่งยืน” ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ว่า กรมการข้าว จัดงานดังกล่าวขึ้นเพื่อเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านข้าวแก่ชาวนาและผู้สนใจทั่วไป นำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิตข้าว รวมถึงผลงานด้านอื่นๆ ที่ดำเนินการในรอบปีที่ผ่านมา รวมทั้งเป็นการเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจให้ชาวนา ในฐานะผู้ผลิตอาหารหลักให้กับประชาชน นอกจากนี้ยังเป็นช่องทางให้ชาวนาได้แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น และประสบการณ์กับหน่วยงานราชการ เอกชน และชาวนาด้วยกัน

สำหรับกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ นิทรรศการเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์นิทรรศการเชิดชูเกียรติชาวนาและสถาบันชาวนา นิทรรศการวิชาการจากหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนการจัดเวทีเสวนาข้าวและชาวนาในหัวข้อ การลดต้นทุนการผลิตข้าวโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การแสดงวัฒนธรรมและภูมิปัญญาด้านข้าวและชาวนา นอกจากนั้นยังมีการจำหน่ายสินค้าข้าว การประกวด แข่งขัน กิจกรรมสาธิตและแข่งขันส่งเสริมงานวิชาการ กิจกรรมสำหรับผู้สนใจลงทะเบียนรับเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน จากพระราชพิธีพืชมงคลฯ

ทั้งนี้ การจัดงานยังเปิดโอกาสให้ชาวนา เกษตรกร และผู้ที่สนใจ รับความรู้ในเรื่องคาร์บอนเครดิตซึ่งสามารถสร้างรายได้เสริมให้กับผู้เพาะปลูก โดยกรมการข้าว เปิดให้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์เพื่อขายคาร์บอนเครดิต ตลอดจนขนขบวนนิทรรศการและการสาธิตด้านการลดต้นทุนการผลิตข้าวโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การแสดงวิถีชีวิตชาวนา ฯลฯ

USDAชี้ผลผลิตพืชน้ำมันเพิ่ม สศก.เร่งลดผลกระทบราคาปาล์มไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/737095

วันพุธ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงสถานการณ์การผลิตและความต้องการใช้ปาล์มน้ำมันของไทย ปี 2566 (ข้อมูลพยากรณ์ เมษายน 2566) สศก.คาดการณ์ว่ามีเนื้อที่ให้ผล 6.252 ล้านไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่มี 6.150 ล้านไร่ (เพิ่มขึ้น ร้อยละ 1.66) ผลผลิตปาล์มน้ำมันรวม 19.892 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่มี 19.061 ล้านตัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.36) สำหรับผลผลิตปาล์มน้ำมัน 19.892 ล้านตัน คิดเป็นสัดส่วนน้ำมันปาล์มดิบ 3.581 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่มี 3.431 ล้านตัน (เพิ่มขึ้น ร้อยละ 4.37) โดยผลผลิตในรูปน้ำมันปาล์มดิบ จะทยอยออกสู่ตลาดเฉลี่ยเดือนละ 0.264-0.330 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการใช้ในประเทศเฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 0.225 ล้านตัน จึงส่งผลทำให้มีน้ำมันปาล์มดิบส่วนเกินสะสมเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเดือนละ 0.039 – 0.105 ล้านตัน อย่างไรก็ดี ช่วงครึ่งปีแรกสถานการณ์ราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลกยังทรงตัวในระดับสูง จึงส่งผลไทยยังส่งออกได้อย่างต่อเนื่อง โดยช่วงมกราคม-พฤษภาคม 2566 ไทยส่งออกน้ำมันปาล์มดิบได้รวม 0.570 ล้านตัน และคาดว่า สิ้นเดือนพฤษภาคม จะมีสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบคงเหลือ 0.266 ล้านตัน (ระดับสต๊อกปกติอยู่ที่ 0.300 ล้านตัน)

จากการคาดการณ์ของกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (United States Department of Agriculture : USDA) เดือนพฤษภาคมพบว่าผลผลิตพืชน้ำมันโลก (ถั่วเหลือง ปาล์มน้ำมัน เรพซีด ฯลฯ) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้ราคาพืชน้ำมัน รวมถึงราคาน้ำมันปาล์มในตลาดโลกช่วงครึ่งปีหลังจะปรับตัวลดลงคาดว่าราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลกจะเคลื่อนไหวอยู่ระหว่างกิโลกรัมละ 26–28 บาท ขณะที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบในประเทศ เฉลี่ยที่กิโลกรัมละ 30 บาท ซึ่งไทยไม่สามารถส่งออกได้ เนื่องจากราคาน้ำมันปาล์มดิบในประเทศสูงกว่าราคาในตลาดโลกส่งผลให้สต๊อกน้ำมันปาล์มดิบช่วงครึ่งปีหลังปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 0.350–0.400 ล้านตัน ซึ่งสูงกว่าระดับสต๊อกปกติ และกระทบต่อราคาที่เกษตรกรได้รับ

ดังนั้น เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มภายในประเทศให้มีความเหมาะสมและเป็นธรรม รวมถึงสร้างสมดุลน้ำมันปาล์มให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ โดยไม่กระทบกับราคาที่เกษตรกรขายได้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา รับทราบโครงการผลักดันการส่งออกน้ำมันปาล์มเพื่อลดผลผลิตส่วนเกิน ปี 2566 ตามมติคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) 1/2566 เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2566 ซึ่งเป็นมาตรการคู่ขนานของโครงการประกันรายได้ปาล์มน้ำมันที่กิโลกรัมละ 4 บาท โดยโครงการดังกล่าว มีเป้าหมายลดน้ำมันปาล์มดิบส่วนเกิน 150,000 ตัน ด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการฯ ในอัตรากิโลกรัมละ 2.00 บาท โดยมีเงื่อนไข 2 ประการ จึงกำหนดระดับสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบขั้นต่ำไว้ที่ 250,000 ตัน โดยให้เป็นอำนาจของ กนป.เป็นผู้พิจารณา