‘ธนกร’ แนะ ‘พิธา’ ปรามลูกพรรคก้าวไกล ปมไล่เก็บของ ‘ประยุทธ์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550461

06 มิ.ย. 2566

‘ธนกร’ แนะ ‘พิธา’ ปรามลูกพรรคก้าวไกล ปมไล่เก็บของ ‘ประยุทธ์’

‘ธนกร’ เชื่อประชาชนจับตาตั้งรัฐบาลใหม่ แนะ ‘พิธา’ ปรามลูกพรรค ไล่เก็บของ ‘พล.อ.ประยุทธ์’ ยืนยัน รักษาการรัฐบาลเดินหน้าทำงานจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ เผย รทสช. พร้อมเลือกตั้งซ่อม

นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยว่าขณะนี้พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) ยังคงมีกิจกรรม และดำเนิการประชุมเป็นระยะ โดยมีกรรมการบริหารพรรคและ ว่าที่ สส.36 คน เข้าร่วม ซึ่งบรรดาแกนนำพรรค เลขาธิการพรรคก็ยังคงมีการพูดคุย วิเคราะห์ ติดตามสถานการณ์การเมืองโดยตลอด

สำหรับการตั้งรัฐบาลเชื่อว่าประชาชนจับตาดูว่าจะเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ แต่ตนอยากฝากถึง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่าที่ผ่านมานายกรัฐมนตรี ไม่เคยพูดพาดพิง หรือก้าวล่วงว่าที่รัฐบาลเลย แต่ขณะเดียวกัน ลูกพรรคของพรรคแกนนำกลับออกมาวิพากษ์วิจารณ์นายกรัฐมนตรี

“ผมขอชี้แจงว่า รัฐบาลรักษาการ ต้องปฏิบัติงานจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ จึงขอให้ปรามลูกพรรค ที่ทีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ในการไล่นายกรัฐมนตรีไปเก็บของ” นายธนกร กล่าว

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความยินดีกับพรรคที่ชนะการเลือกตั้ง และส่วนตัวหากประชาชนถามก็ตอบ เพราะเรา ให้เกียรติ และเอาใจช่วยอยู่แล้ว แค่จะตั้งได้ไม่ได้อยู่ที่ทางพรรคของท่าน

นายธนกร ยังกล่าวถึง ความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งซ่อมหลังมี กระแสข่าวการรับรอง สส. ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อาจต้องมีการเลือกตั้งใหม่ทั้งแบบเขตและบัญชีรายชื่อกว่า 20 คน ว่า พรรครวมไทยสร้างชาติมีความพร้อมอยู่แล้ว เพราะผู้สมัครที่พ่ายแพ้ก็ยังลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ไม่มีปัญหาอะไร

ส่องสมบัติ ‘อนุทินและภรรยา’ เครื่องบินเจ็ท 534 ล. ‘นาฬิกา-พระเครื่อง’ เพียบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550462

จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง

06 มิ.ย. 2566

ส่องสมบัติ 'อนุทินและภรรยา' เครื่องบินเจ็ท 534 ล. 'นาฬิกา-พระเครื่อง' เพียบ

ป.ป.ช. เปิดัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล และภรรยา’ ทรัพย์สินรวม 4.4 พันล้านบาท พบถอยเครื่องบินเจ็ทลำใหม่ปี 63 กว่า 534 ล้านบาท และสะสมนาฬิกา-พระเครื่อง จำนวนมาก 

ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข กรณีพ้นจากตำแหน่ง ส.ส. เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2566 พบว่า แจ้งมีทรัพย์สิน 4,372,173,094 บาท ได้แก่ 

  • เงินฝาก 1,184,955,902 บาท 
  • เงินลงทุน 721,127,308 บาท 
  • เงินให้กู้ยืม 159,901,401 บาท 
  • ที่ดิน 13 แปลง 34,602,250 บาท 
  • โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง เป็นบ้านพักอาศัย ตึกแถว 4 ชั้น 60,601,000 บาท 
  • ยานพาหนะ 749,365,897 บาท 
  • สิทธิและสัมปทาน 1,251,579,334 บาท 
  • ทรัพย์สินอื่น (ราคาตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป) 210,040,000 บาท 
  • มีหนี้สินทั้งสิ้น 14,592,154 บาท เป็นเงินเบิกเกินบัญชี 215,424 บาท หนี้สินมีหลักฐานเป็นหนังสือ 14,376,730 บาท 

มีรายได้รวมต่อปีโดยประมาณ 2,290,040 บาท เป็นเงินเดือนปี 2565 รวม 1,949,040 บาท เบี้ยประชุม 341,000 บาท มีรายจ่ายรวม 19,337,250 บาท โดยจำนวนนี้ระบุว่ามีรายจ่ายจากบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่ากับภรรยาเดิม 3 แสนบาท

ภาพนายอนุทิน กับ น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ (ที่มาภาพ เฟซบุ๊ก Anutin Charnvirakul เมื่อ 30 พฤษภาคม 66)ภาพนายอนุทิน กับ น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ (ที่มาภาพ เฟซบุ๊ก Anutin Charnvirakul เมื่อ 30 พฤษภาคม 66)

ส่วน น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ คู่สมรสอยู่กินกันฉันสามีภริยา (มิได้จดทะเบียน) เจ้าของกิจการ ‘ร้านจ่าจ๋าคอฟฟี่’ มีทรัพย์สิน 39,488,041 บาท ได้แก่

  • เงินฝาก 11,483,141 บาท
  • ยานพาหนะ 499,000 บาท
  • สิทธิและสัมปทาน 4,045,000 บาท
  • ทรัพย์สินอื่น 23,460,900 บาท
  • มีหนี้สินทั้งสิ้น 518,143 บาท เป็นเงินเบิกเกินบัญชี มีรายได้รวมต่อปีโดยประมาณ 839,520 บาท จากกิจการร้านจ่าจ๋าคอฟฟี่ มีรายจ่ายรวม 2,778,802 บาท

รวมทั้งคู่มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 4,411,661,136 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 15,110,298 บาท

ภาพประกอบ เครื่องบินเจ็ท Embraer Legacy 600 (ที่มาภาพ Wikipedia)ภาพประกอบ เครื่องบินเจ็ท Embraer Legacy 600 (ที่มาภาพ Wikipedia)

ในส่วนของยานพาหนะของนายอนุทิน

  • รถยนต์ 2 คัน ยี่ห้อ Rolls-Royce ได้มา 21 ก.พ. 2557 มูลค่า 11 ล้านบาท Porsche ได้มา 13 ก.ย. 2560 มูลค่า 9.2 ล้านบาท 
  • เรือยนต์ 2 ลำ ชื่อนัยน์ภัค 3 มูลค่า 30 ล้านบาท และเศรณี มูลค่า 2.5 ล้านบาท 
  • เครื่องบิน 3 ลำ คือ Aircraft TBM 930SOCATA TMB 930 (TMB 700 N) ได้มา 28 ธ.ค. 2559 มูลค่า 139,232,432 บาท เครื่องบิน Embraer Legacy 600 ได้มา 29 เม.ย. 2563 มูลค่า 534,734,700 บาท 

ส่วน น.ส.ธนนนท์ ภรรยาของนายอนุทินมีรถยนต์ Mercedes Benz C250 CGI 2010 ได้มา 31 ส.ค. 2559 มูลค่า 499,000 บาท

ทรัพย์สินอื่นที่น่าสนใจของนายอนุทิน

  • สร้อยข้อมือ 1 เส้น มูลค่า 2 แสนบาท
  • แหวน 4 วง 4.7 ล้านบาท
  • นาฬิกา 24 เรือน 65,790,000 บาท
  • พระ 24 องค์ 91,950,000 บาท
  • เครื่องเบญจรงค์ 11 ตู้ 33.4 ล้านบาท
  • รูปภาพติดข้างฝา 8 ภาพ 14 ล้านบาท เป็นต้น

ทั้งนี้ในส่วนเงินลงทุน นายอนุทิน ยังคงดำเนินการทำสัญญาจัดการหุ้นส่วนหรือหุ้นของรัฐมนตรี เมื่อปี 2562 ในการโอนหุ้นบริษัท เอสทีพีแอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ STPI จำนวน 164,590,285 หุ้น มูลค่า 692,360,608 บาท ให้แก่ บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน ภัทร ดำเนินการอยู่

นายอนุทิน ยังแจ้งมีเงินให้กู้ยืมแก่บุคคล และนิติบุคคลรวม 5 ราย ได้แก่ บริษัท ซิโน-ไทย ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด (มีบริษัท ซี.ที. เวนเจอร์ จำกัด ของคนตระกูลชาญวีรกูล ถือหุ้นใหญ่) ไม่ระบุวันที่ให้กู้ยืม มียอดหนี้คงเหลือ 30,533 บาท บริษัท เพอร์เพชวล พรอสเพอริตี้ จำกัด (มีนางอนิลรัตน์ นิติสาโรจน์ เป็นกรรมการ) จำนวน 2 ครั้ง ไม่ระบุวันที่ให้กู้ยืม

มียอดหนี้คงเหลือรวม 15,382,136 บาท บริษัท ไทยสเปเชียล สตีล จำกัด (มี น.ส.รัชดา น้อยศิริ และ น.ส.ธัญญาภัทร์ ถึงฝั่ง เป็นกรรมการ) ให้กู้ยืมเมื่อ 13 พ.ย. 2551 ยอดหนี้คงเหลือ 135,988,731 บาท และ น.ส.ปราณี พิริยะมาสกุล ให้กู้ยืมเมื่อ 15 ธ.ค. 2561 ยอดหนี้คงเหลือ 8.5 ล้านบาท
 

อ่านรายละเอียดบัญชีทรัพย์สินด้วยตัวเองที่นี่ คลิก

‘พิธา’ ลั่น ผมพร้อมสู้ปมถือหุ้น ITV ปลุก 14 ล้านเสียงเดินหน้าเปลี่ยนประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550448

06 มิ.ย. 2566

'พิธา' ลั่น ผมพร้อมสู้ปมถือหุ้น ITV ปลุก 14 ล้านเสียงเดินหน้าเปลี่ยนประเทศ

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ร่ายยาวผ่านเฟซบุ๊ก แจกยิบไทม์ไลน์ปมถือหุ้น ITV ลั่นพร้อมสู้ พร้อมปลุก 14 ล้านเสียง เดินหน้าเปลี่ยนแปลงประเทศไปด้วยกัน

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊ก “Pita Limjaroenrat – พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ปลุก 14 ล้านเสียง และพร้อมสู้กับความพยายามคืนชีพ ITV เพื่อสกัดกั้นพวกเรา ยืนยันจะเดินหน้าทำงานเตรียมการเปลี่ยนผ่านอำนาจ จัดตั้งรัฐบาลก้าวไกลที่มีพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีให้สำเร็จจงได้ในที่สุด

โดยการโพสต์เฟซบุ๊กครั้งนี้ของนายพิธา ระบุชื่อเรื่องว่า “ผมพร้อมสู้กับความพยายามคืนชีพ ITV เพื่อสกัดกั้นพวกเรา” โดยเนื้อหารายละเอียดระบุว่า 

ตามที่ทราบกันดีว่า ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2550 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้แจ้งบอกเลิกสัญญาเข้าร่วมงานและดำเนินการสถานีวิทยุโทรทัศน์ระบบ ยู เอช เอฟ ต่อบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) (ITV) ส่งผลให้สัญญาร่วมงานฯ สิ้นสุดลง เป็นเหตุให้ ITV ไม่สามารถใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคม ได้นับแต่นั้นเป็นต้นมาจวบจนปัจจุบัน

โดยผลของการบอกเลิกสัญญาดังกล่าวส่งผลให้สิทธิในคลื่นความถี่กลับมาเป็นของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์ดำเนินการให้บริการส่งวิทยุโทรทัศน์ระบบ ยู เอช เอฟ ต่อไป และเมื่อพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 มีผลใช้บังคับ

โดยผลของมาตรา 57 ส่งผลให้คลื่นความถี่ดังกล่าวตกเป็นของ TPBS กรณีดังกล่าวยังคงเป็นข้อพิพาทเรียกร้องค่าเสียหายระหว่าง ITV กับสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จากการบอกเลิกสัญญาพิพาทโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายยังอยู่ในการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด

เห็นได้ว่า นับแต่ ITV ถูกยกเลิกสัญญาเข้าร่วมงานและดำเนินการสถานีวิทยุโทรทัศน์ระบบ ยู เอช เอฟ ส่งผลให้ ITV ไม่สามารถใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคม สถานะความเป็นสื่อมวลชนจึงสิ้นสุดลงนับตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2550 นับแต่นั้นมา มูลค่าหุ้น ITV ก็ต่ำลงจนแทบไม่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ

ต่อมา วันที่ 16 มีนาคม 2550 ศาลแต่งตั้งให้ผมเป็นผู้จัดการมรดกของคุณพ่อ และผมได้รับมอบหมายจากทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของคุณพ่อ ให้รับโอนหลักทรัพย์ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ หุ้น ITV อันเป็นกองมรดกถือครองไว้แทนทายาทเรื่อยมา โดยที่หุ้น ITV ไม่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจอีกต่อไป และต่อมาปี 2557 หุ้น ITV ถูกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเพิกถอนหุ้นสามัญออกจากตลาดหลักทรัพย์ อันเป็นผลให้ไม่สามารถซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ได้อีกต่อไป

สำหรับหุ้นตัวนี้ เป็นหนึ่งในหุ้นอันเป็นกองมรดกของคุณพ่อที่ผมถือครองแทนทายาทอื่น ซึ่งมีหุ้นหลายตัวที่ถูกเพิกถอนหุ้นสามัญออกจากตลาดหลักทรัพย์ และไม่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ เป็นเหตุให้ผมได้รับมอบหมายจากทายาทให้ถือครองหุ้นไว้แทนทายาทอื่น

จนเมื่อผมเข้ามาทำงานการเมืองในฐานะ ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ ก็ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ต่อ ป.ป.ช. ในเรื่องนี้อย่างเปิดเผย ด้วยความบริสุทธิ์ใจทุกประการ

จนเมื่อมีการยุบพรรคอนาคตใหม่ ผมได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคก้าวไกล ผมและเพื่อ ส.ส. พรรคก้าวไกล ทุกคนได้ปฏิบัติหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรอย่างเต็มที่ และในการเลือกตั้งล่าสุดนี้ ผมได้ลงสมัครเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหนึ่งเดียวของพรรคก้าวไกล นำพาพรรคเข้าสู่การเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม จนได้ความไว้วางใจจากประชาชนสูงที่สุด กว่า 14 ล้านเสียง

ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับปัญหาของบทบัญญัติเกี่ยวกับแนวทางการใช้การตีความเรื่องการถือหุ้นสื่อของผู้สมัคร ส.ส. และผู้ดำรงตำแหน่ง ส.ส. ขณะเดียวกันในทางข้อเท็จจริง เป็นที่ประจักษ์ว่า ITV ไม่ได้เผยแพร่ออกอากาศตั้งแต่ผลของการบอกเลิกสัญญาวันที่ 7 มีนาคม 2550 มีผลใช้บังคับแล้ว แต่ในช่วงเวลาปัจจุบันกลับมีความพยายามฟื้นคืนชีพให้ ITV กลายเป็นสื่อมวลชนเพื่อนำมาใช้เล่นงานผม

ผมจะยกข้อมูลตามแบบนำส่งงบการเงิน (ส.บช.3) ของ ITV เช่น ปีบัญชี 2561-2562 ระบุประเภทธุรกิจว่า “กิจกรรมของบริษัทโฮลดิ้งที่ไม่ได้ลงทุนในธุรกิจการเงินเป็นหลัก” ปีบัญชี 2563-2564 ระบุประเภทธุรกิจว่า “สื่อโทรทัศน์” โดยในส่วนสินค้า/บริการ ระบุว่า “ปัจจุบันไม่ได้ดำเนินการเนื่องจากติดคดีความ”

ส่วนในปีบัญชี 2565 ระบุประเภทธุรกิจว่า “สื่อโทรทัศน์” โดยในส่วนสินค้า/บริการ ระบุว่า “สื่อโฆษณาและผลตอบแทนจากการลงทุน” ทั้งนี้ เนื้อหาในหมายเหตุงบการเงินไม่ปรากฏรายได้จากกิจการสื่อโทรทัศน์และสื่อโฆษณาตามที่ระบุประเภทธุรกิจไว้แต่อย่างใด โดยงบการเงินปีบัญชี 2565 มีการนำส่งงบการเงินต่อ DBD ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2566 (ก่อนวันเลือกตั้ง เพียง 4 วัน)

แสดงให้เห็นว่า การจัดทำแบบนำส่งงบการเงินและข้อมูลในหมายเหตุประกอบงบการเงินมีความไม่สอดคล้องกัน และเป็นข้อพิรุธที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อความที่ระบุในแบบนำส่งงบการเงิน จากเดิม “กิจกรรมของบริษัทโฮลดิ้งที่ไม่ได้ลงทุนในธุรกิจการเงินเป็นหลัก” แก้เป็น “สื่อโทรทัศน์” ทั้งๆ ที่ประกอบกิจการไม่ได้ และปีล่าสุดแก้เป็น “สื่อโฆษณาและผลตอบแทนจากการลงทุน” ทั้งๆ ที่ในหมายเหตุประกอบงบการเงินระบุรายได้จากดอกเบี้ยและการลงทุนในตราสารหนี้

และในรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น ITV เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2566 มีการตั้งคำถามของผู้ถือหุ้นบางรายว่า “บริษัท ไอทีวี มีการดำเนินการเกี่ยวกับสื่อหรือไม่” ซึ่งเป็นการตั้งคำถามที่ขอให้ทุกท่านที่มีใจเป็นธรรมพิจารณาว่า เป็นคำถามมีความมุ่งหมายทางการเมืองหรือไม่ และให้ท่านตอบตัวท่านเอง ว่านี่คือพฤติการณ์ความพยายามฟื้นคืนชีพ ITV ให้กลับมาเป็นสื่อมวลชน ใช่หรือไม่?

ด้วยข้อพิรุธหลายประการที่เกิดขึ้น เป็นเหตุให้ผมตัดสินใจหารือทายาทที่มอบหมายให้ผมถือครองหุ้น ITV ซึ่งเป็นมรดกของคุณพ่อไว้แทนทายาทอื่น จนได้ข้อสรุปร่วมกันว่า ให้ผมจัดการแบ่งมรดกหุ้น ITV ให้แก่ทายาทอื่นไปโดยสิ้นเชิง เพื่อป้องกันปัญหาจากกระบวนการฟื้นคืนชีพความเป็นสื่อมวลชนให้กับบริษัท ITV ที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ ดังข้อพิรุธดังกล่าวข้างต้น

ผมขอเรียนทุกท่านว่า การต่อสู้คดีนี้ เมื่อพิจารณาตามแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ประกอบคำสั่งศาลฎีกาล่าสุดหลายคดี การพิจารณาว่าบริษัทใดประกอบกิจการสื่อมวลชนหรือไม่ และบุคคลใดมีลักษณะต้องห้ามในการถือหุ้นสื่อหรือไม่ ศาลพิจารณาจากข้อเท็จจริงหลายองค์ประกอบด้วยกัน

ในชั้นนี้ หากศาลรัฐธรรมนูญเดินตามแนวคำวินิจฉัยที่ผ่านมา และรักษาความเป็นเอกภาพในการตีความบทบัญญัติแห่งกฎหมายเรื่องนี้ ผมมั่นใจอย่างยิ่งว่า ผมไม่มีลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้ง และไม่มีลักษณะต้องห้ามในการเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแต่อย่างใด

สำหรับข้อพิจารณาว่า บรรทัดฐานตามคำสั่งศาลฎีกา คดีหมายเลขแดงที่ ลต สสข 24/2566 (คดีชาญชัย อิสระเสนารักษ์) และคำสั่งศาลฎีกาล่าสุดหลายคดี อาจไม่ก่อผลผูกพันทางกฎหมายอย่างเคร่งครัดให้ศาลรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาวินิจฉัยตามบรรทัดฐานเดียวกันก็ตาม แต่การรักษาความเป็นเอกภาพของระบบกฎหมายเป็นเครื่องค้ำจุนความยุติธรรมของนิติรัฐ เพื่อมิให้การใช้การตีความก่อให้เกิดผลประหลาดในระบบกฎหมาย กล่าวคือ หากปรากฏว่า ผู้ร้องในคดีตามคำสั่งศาลฎีกา คดีหมายเลขแดงที่ ลต สสข 24/2566 ซึ่งศาลฎีกามีคำสั่งให้เป็นบุคคลที่ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 (3) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (3) แล้ว

ปรากฏว่า ต่อมา ผู้ร้องดังกล่าวได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและยังคงถือหุ้นในบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) อยู่ และมีผู้ร้องเสนอเป็นคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยลักษณะต้องห้ามในการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของบุคคลดังกล่าวตามมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แล้วปรากฏว่า ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า บุคคลดังกล่าวมีลักษณะต้องห้ามตามมาตราดังกล่าวแล้ว โดยไม่พิจารณาเจตนารมณ์ของกฎหมายดังบรรทัดฐานคำสั่งศาลฎีกาข้างต้น กรณีย่อมก่อให้เกิดผลประหลาดและกระทบกระเทือนต่อความเป็นเอกภาพของระบบกฎหมายเป็นอย่างยิ่ง อันก่อให้เกิดความสั่นคลอนในความเชื่อถือและความไว้เนื้อเชื่อใจของประชาชนที่อยู่ภายใต้กฎหมายต่อระบบบรรทัดฐานทางกฎหมายของไทย

ฉะนั้น เพื่อดำรงไว้ซึ่งความแน่นอนชัดเจนในระบบกฎหมายและรักษาครรลองการใช้การตีความกฎหมายให้สอดคล้องตามเจตนารมณ์ของบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) และมาตรา 101 (6) ศาลรัฐธรรมนูญพึงรักษาความเป็นเอกภาพในการใช้และตีความบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเดียวกันให้ก่อตั้งผลในทางกฎหมายที่เหมือนกัน อันเป็นมาตรฐานของระบบกฎหมายในอารยประเทศที่เป็นที่ยอมรับในสากล

และด้วยเหตุดังกล่าว ผมมีความมั่นใจว่า ก่อนที่ผมจะดำเนินการโอนหุ้น ITV นั้น บริษัท ITV ไม่ได้ประกอบกิจการสื่อมวลชนใดๆ ผมมั่นใจข้อเท็จจริงในอดีต แต่ข้อเท็จจริงที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ผมไม่อาจคาดหมายได้ว่า บริษัท ITV จะถูกทำให้ฟื้นคืนชีพเป็นสื่อมวลชนอีกครั้งหรือไม่ การโอนหุ้นให้แก่ทายาทอื่นจึงเกิดขึ้น ไม่ใช่เป็นการโอนหุ้นเพราะหลีกหนีความผิดแต่อย่างใด

กระบวนการถัดจากนี้ ผมขอยืนยันทุกท่านว่า ผมมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการชี้แจงต่อ กกต. ไม่มีความเป็นห่วงหรือกังวลใดๆ ต่อกรณีนี้ และจะไม่เสียสมาธิในการทำงานเด็ดขาด

หลังจากนี้ผมจะเดินหน้าทำงานเตรียมการเปลี่ยนผ่านอำนาจ จัดตั้งรัฐบาลก้าวไกลที่มีพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีให้สำเร็จจงได้ในที่สุดไม่มีใครหรืออำนาจไหน มาสกัดกั้นฉันทานุมัติของพี่น้องประชาชน ที่ได้แสดงออกไปเมื่อการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม ถึงกว่า 14 ล้านเสียง ได้อีกแล้ว

ขอให้ทุกท่านสบายใจ และเดินหน้าเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ไปด้วยกันครับ

ร้องถอดถอนรัฐบาลประยุทธ์ คลอด พรก.’อุ้มหาย’ ขัด’รัฐธรรมนูญ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550441

06 มิ.ย. 2566

ร้องถอดถอนรัฐบาลประยุทธ์ คลอด พรก.'อุ้มหาย' ขัด'รัฐธรรมนูญ'

เปิดขั้นตอนยื่นคำร้องถอดถอนรัฐบาลประยุทธ์ กรณี ออก พรก.’อุ้มหาย’ ขัด’รัฐธรรมนูญ’ ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดชีวิต หากศาลชี้ว่าผิดจริง

คณะกรรมการญาติพฤษภา 35 และสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ
ยื่นฟ้องรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ใช้อำนาจในการประวิงเวลาการบังคับใช้กฎหมายป้องกันการทรมาน/อุ้มหาย ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบการการทุจริต หรือ ปปช.

กล่าวหาว่ารัฐบาลจงใจที่จะฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหลายมาตรา โดยเฉพาะ ม.53 จนกระทั่งศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าไม่สามารถทำได้

การกระทำดังกล่าว อาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยไม่มีอำนาจที่จะทำได้ ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อชาติบ้านเมือง ระบบนิติรัฐ นิติธรรม  พรก.ที่มีเนื้อหาเลื่อนใช้กฎหมายอุ้มหาย ของรัฐบาลประยุทธ์ มีขั้นตอนการฟ้องร้องอย่างไร ความผิดและต้องรับโทษอย่างไรบ้าง หากศาลมีคำพิพากถึงที่สุด

ข้อกล่าวหาและความผิดรัฐบาลประยุทธ์ กรณี พรก.อุ้มหาย ประกอบไปด้วย

  1. ฝ่าฝืน รธน. ม.172 (ไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนให้ออก พรก. ตามรัฐธรรมนูญ )
     
  2. ปปช.ต้องส่งศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองหาก ปปช. มีมติเกินกึ่งหนึ่ง เห็นว่าคำร้องมีมูล ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 235
     
  3. ผู้ถูกร้องต้องถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสิทธิการเลือกตั้งไม่เกิน 10 ปี  หากศาลตัดสินว่ามีความผิด
     
  4. ไม่มีสิทธ์ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ หากถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2699476

"รศ.ชัชชาติ-ชุมาพร" เปิดงาน Bangkok Pride 2023 รณรงค์ความเท่าเทียม

6 มิ.ย. 2566 04:55 น.

“รศ.ชัชชาติ-ชุมาพร” เปิดงาน Bangkok Pride 2023 รณรงค์ความเท่าเทียม

@รศ.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และ ชุมาพร แต่งเกลี้ยง เปิดงาน Bangkok Pride 2023 ขบวนพาเหรดรณรงค์ความเท่าเทียม LGBTQ+ โดยมี พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, แพทองธาร ชินวัตร, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว และ ชฎาทิพย์ จูตระกูล มาร่วมงานด้วย ที่สยามเซ็นเตอร์ วันก่อน.@

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันอังคารที่ 6 มิถุนายน 2566

  • การจับขั้วรัฐบาล 8 พรรค 312 เสียง คืบหน้า ผ่าทางตัน…..376 เสียง โหวตให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ คนที่ 30 ของประเทศ…..เป็นประชาธิปไตย เข้าตามตรอกออกตามประตู….ที่น่าจะเป็นทางเลือก ที่มีความขัดแย้งน้อยที่สุด ณ จุดนี้…..ถ้ามีความพยายามจะทำให้เกิด รัฐบาลสลับขั้ว…..เอา ก้าวไกล ไปเป็นฝ่ายค้าน ฝืนประชามติของประชาชน….บ้านเมืองจะเข้าสู่กลียุค อีกรอบ…..พรรคการเมือง นักการเมืองจะหายไปจากระบบการเมืองการปกครองไปอีกอย่างน้อย 2 ปี….อำนาจจะอยู่ที่ ปลายกระบอกปืน ไม่เชื่ออย่าลบหลู่……เมื่อการทำหน้าที่ รัฐบาลรักษาการ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ “อินทรีเหล็ก” ไม่เห็นด้วยกับการกดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ เก็บของออกจากทำเนียบ เพราะเท่ากับ เป็นการเล่นนอกกติกาและไม่มีน้ำใจนักกีฬา…..แต่ก็ไม่เห็นด้วย ถ้าจะมีการยื้อเวลา รัฐบาลรักษาการนอกเหนือไปจากกติกา ด้วยวิธีการหนึ่งวิธีการใด จนกลายเป็น สุญญากาศทางการเมือง……เพราะ คนที่เสียประโยชน์คือประเทศและประชาชน….ดังนั้น ที่ อิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อ….จะมีการประกาศรับรอง ส.ส.ให้เร็วกว่า 60 วัน ตามกรอบของกฎหมาย…ที่ยังเหลือขั้นตอน การตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งทั้ง 95,000 กว่าหน่วย….มีหน่วยใดที่จะต้องสั่งให้เลือกตั้งใหม่ …..จากคำร้องกว่า 280 คำร้อง….เพื่อประกาศรับรอง ส.ส.ให้ได้ร้อยละ 95 หรือ 475 คนให้เร็วที่สุด…..เช่นเดียวกับคำร้องให้ตรวจสอบคุณสมบัติของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ คดีถือหุ้นสื่อ…..กกต. ยังตอบไม่ได้ว่าจะส่งให้ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยหรือไม่…..อนาคต การเดินหน้า ตั้งรัฐบาล ของ ก้าวไกล-เพื่อไทย ยังอยู่ในกำมือของ กกต.อยู่วันยังค่ำ
  • แม้ ธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ จะออกมายืนยันว่า รวมไทยสร้างชาติ ยังให้เกียรติ พรรคอันดับ 1 และ 2 ในการจัดตั้งรัฐบาล…ไม่ก้าวล่วง พาดพิง เพราะเข้าใจระบอบประชาธิปไตย….และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ระบุชัดเจนว่า อยากให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย อยากให้เดินหน้าอย่างที่ประชาชนคาดหวัง….หรือแม้แต่ ข่าว รวมไทยสร้างชาติ จะไปรวมกับ พลังประชารัฐ เพื่อสร้างแรงกดดันในการจัดตั้งรัฐบาล ก็ไม่เคยได้ยิน และ ไม่มีความเป็นไปได้…….แต่สังคมกลับหวาดระแวงว่า รวมไทยสร้างชาติ กับ พลังประชารัฐ จะตั้งรัฐบาลแข่งกับ ก้าวไกล…..เพราะไม่ไว้ใจ อำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ…..แสดงถึงความล้มเหลวและไม่เชื่อมั่นต่อระบอบประชาธิปไตยของไทย ใช่ไม่ใช่
  • ตามประสาคนหาข่าว…. หัวเรี่ยวหัวแรง ในการเดินหน้าตั้งรัฐบาล เที่ยวนี้ ต้องยกให้ วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ มีส่วนสำคัญ…เป็นตัวกลางระหว่าง ก้าวไกล และ เพื่อไทย ในการทำงานร่วมกัน…..และ รวบรวมเสียง ส.ส.มาสนับสนุน เพิ่มขึ้น เรื่อยๆ…..เพราะฉะนั้น ถ้า การตั้งตำแหน่งประธานสภา ที่ ก้าวไกล และ เพื่อไทย ตกลงกันในเบื้องต้นไปแล้ว….และจะคุยกันนอกรอบ ในการหารือ 8 พรรคร่วมรัฐบาล ที่ พรรคเพื่อไทย เป็นเจ้าภาพในวันนี้อีกรอบ….ถ้ายังไม่ลงตัวที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย…..ตำแหน่งประธานสภาคนกลางอย่าง วันมูหะมัดนอร์ มะทา ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุด…..ส่วนการเดินหน้าหาเสียงสนับสนุน โหวต พิธา เป็นนายกฯ 376 เสียง…..ที่ยังขาดอยู่อีก 64 เสียง…..พรรคร่วมรัฐบาล 8 พรรค ยังมีความเห็นตรงกัน…..คือจะไม่ดึง พรรคฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะ พรรคสองลุง มาร่วมรัฐบาล….โดยจะใช้วิธีขอเสียงสนับสนุนจาก ส.ว. เป็นหลัก….จนกว่าจะโหวตผ่าน 376 เสียงสำเร็จ …..ถึงใน เพื่อไทยจะเสียงแตก…..แต่ เสียงจาก ครอบครัวเพื่อไทย ที่มี อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร เป็นหัวหน้าครอบครัว ยืนกระต่ายขาเดียว ต้องเป็นรัฐบาลฝั่งประชาธิปไตยเท่านั้น…….จบข่าว
  • ส่วนกรณีที่ พิธา จะพา ว่าที่ ส.ส.กทม. 32 คน ไปพบ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. วันนี้เช่นกัน……ผู้ว่าฯชัชชาติ ยืนยันไม่มีอะไรในกอไผ่…ไม่มีความลับ…แต่ที่ต้องจับตาไม่กะพริบ คือแนวโน้มการทำงาน รัฐบาลใหม่กับกองทัพ….. หลัง พล.ต.หญิงศิริจันทร์ งาทอง โฆษกกองทัพบก ออกมาแถลงข่าว…พล.อ. ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. ได้ย้ำถึง การปฏิรูปกองทัพ…โดยเฉพาะเรื่อง ทหารประจำการ ได้มีการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง…มุ่งสู่ทหารกองประจำการด้วยระบบสมัครใจ….. 2 ปี ที่ผ่านมา มีการปรับลดกำลังพลกองประจำการ ลงถึง 12,000 นาย…..ควบคู่ไปกับ การส่งเสริมระบบสมัครใจ…. เป็นสัญญาณว่า กองทัพก็พร้อมที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาล ยอมรับการปฏิรูปและการเปลี่ยนแปลง….อย่าไปเสี้ยมเสียให้ยาก
  • แนะนำหนังสือ การเสริมสร้างแรงจูงใจสำหรับผู้เรียนในยุคดิจิทัล โดย ผศ.ดร.ปิยวรรณ วิเศษสุวรรณภูมิ เหมาะสำหรับผู้สอนในระดับอนุบาลไปจนถึงอุดมศึกษา ที่ต้องการสร้างแรงจูงใจให้กับผู้เรียน…..อนุสาร อ.ส.ท. อ่านเรื่องราวริมคลอง ตามครรลองคลองแสนแสบ โดย อิสรา พุทธวงษ์…. ศูนย์หนังสือจุฬาฯ ต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยว ชวนเที่ยวสุดฟิน อินจนอยากบอกต่อ แชร์ที่เที่ยวที่กิน และเขียนผ่าน Blog http://www.Chulabook.com….จนถึง 15 มิ.ย. สอบถามเพิ่มเติมที่ 0-2218-9894-5…..สร้างนวัตกรเพื่อสร้างนวัตกรรมการศึกษา โดย ผศ.ดร.วิลาวัลย์ โพธิ์ทอง สร้างฐานแนวคิดในการจัดการเรียนรู้นำไปสู่ประสิทธิภาพของเศรษฐกิจไทย…..การเงินธนาคาร ประกาศผลการจัดอันดับ 300 บริษัทจดทะเบียนยอดเยี่ยม แห่งปี 2023 ได้แก่ บมจ.บ้านปู…..อภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว เปิดตัว Amazing Ultimate Festival ส่งมอบการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ด้วยกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ ตามอัตลักษณ์ใน 4 พื้นที่ริมทะเล พังงา ภูเก็ต สงขลา และประจวบคีรีขันธ์ กระตุ้นความเชื่อมั่นในการท่องเที่ยว หวังสร้างรายได้ 140 ล้านตลอดระยะเวลาการจัดงานเริ่ม 16 มิ.ย.ไปจนถึง 23 ก.ค.นี้….สังคมวันนี้ เวลา 09.00 น. ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต กสทช. เปิดการอบรมแนวโน้มเทคโนโลยีกับอุตสาหกรรมโทรทัศน์ ที่ห้องพระอินทร์ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชัน
  • ฌาปนกิจศพ นิติ วัตุยา วัดนาคนิมิตร เขตจอมทอง กทม. อังคารที่ 6 มิ.ย. เวลา 16.00 น.

“อินทรีเหล็ก”

สลด น้ำท่วมใหญ่เฮติ ยอดตายพุ่ง 42 ศพ บ้านเรือนของประชาชนจมใต้น้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699608

สลด น้ำท่วมใหญ่เฮติ ยอดตายพุ่ง 42 ศพ บ้านเรือนของประชาชนจมใต้น้ำ

6 มิ.ย. 2566 08:14 น.

สลด น้ำท่วมใหญ่เฮติ ยอดตายพุ่ง 42 ศพ บ้านเรือนของประชาชนจมใต้น้ำ

สถานการณ์น้ำท่วมหลายเมืองทางชายฝั่งภาคกลางของประเทศเฮติกำลังรุนแรง มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 42 ศพ ประชาชนกว่า 13,400 คน ต้องอพยพออกจากพื้นที่ประสบอุทกภัย

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2566 เว็บไซต์ข่าวอัลจาซีราห์ รายงานว่า สำนักงานป้องกันพลเรือนของเฮติ เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมหลายเมืองบริเวณทางชายฝั่งภาคกลางของประเทศกำลังรุนแรงอย่างมาก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 42 ศพ นอกจากนี้ยังมีผู้สูญหายอีก 11 ราย

ก่อนหน้านี้ ทางการเฮติได้มีคำสั่งอพยพประชาชน 13,400 คน ออกจากพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยบ้านเรือนของประชาชนหลายร้อยหลังคาเรือนจมอยู่ใต้น้ำ ทำให้ประชาชนกว่า 7,400 คน ต้องไร้ที่อยู่อาศัย ขณะเดียวกันถนนและพื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายอย่างหนัก

ด้านนายกรัฐมนตรีเอเรียล อองรี ของเฮติ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังพยายามเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ในบ้านเรือน ขณะที่ทางรัฐบาลกำลังประสานงานกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อส่งความช่วยเหลือให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้.

อดีตรองประธานาธิบดี “ไมค์ เพนซ์” ประกาศลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699604

อดีตรองประธานาธิบดี "ไมค์ เพนซ์" ประกาศลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

6 มิ.ย. 2566 08:09 น.

อดีตรองประธานาธิบดี “ไมค์ เพนซ์” ประกาศลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

นายไมค์ เพนซ์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศลงสมัครเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน ในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2567 ไม่หวั่นต้องสู้กับ “โดนัลด์ ทรัมป์” อดีตหัวหน้าของตัวเอง

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2566 เว็บไซต์ข่าว BBC รายงานว่า นายไมค์ เพนซ์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เขาได้ยื่นเอกสารลงสมัครเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน ในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2567 โดยเขากล่าวว่า หวังว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่สนับสนุนพรรครีพับลิกันจะลงคะแนนให้กับเขา ไม่ใช่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หรือผู้ประกาศลงชิงตำแหน่งตัวแทนพรรคคนอื่นๆ

อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯกล่าวว่า เขาวางแผนจะทำการหาเสียงอย่างหนักด้วยการชูธงความเป็น ผู้นับถือศาสนาคริสต์ ผู้มีหัวอนุรักษนิยม และสมาชิกพรรครีพับลิกัน เพื่อหวังดึงเสียงสนับสนุนจากผู้นับถือศาสนาคริสต์ที่ต่อต้านการทำแท้งและผู้มีหัวอนุรักษนิยม

การลงสมัครของ นายเพนซ์ วัย 64 ปี ในครั้งนี้ ถูกมองว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเอาชนะอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ เพื่อให้ได้เป็นผู้แทนพรรครีพับลิกัน ไปชิงชัยกับพรรคเดเมโครต

ขณะที่ผลการสำรวจความคิดเห็นสมาชิกพรรครีพับลิกันทั่วประเทศล่าสุด แสดงให้เห็นว่า อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ ยังคงมีคะแนนความนิยมเหนือผู้ท้าชิงคนอื่นๆ อยู่มาก ส่วนผู้ที่มีคะแนนตามหลังเป็นอันดับที่ 2 คือ นายรอน เดอ ซานติส ผู้ว่าการรัฐฟลอริดา ที่คะแนนน้อยกว่าทรัมป์ถึงกว่า 30% ขณะที่ผู้ท้าชิงคนอื่นๆ มีคะแนนความนิยมเฉลี่ยประมาณ 5% เป็นอย่างมาก.

สุดดีใจ คนมากันล้นหลาม ชมงาน “Amazing Thailand Fest 2023” ที่นิวยอร์ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699515

สุดดีใจ คนมากันล้นหลาม ชมงาน “Amazing Thailand Fest 2023” ที่นิวยอร์ก

5 มิ.ย. 2566 22:00 น.

สุดดีใจ คนมากันล้นหลาม ชมงาน “Amazing Thailand Fest 2023” ที่นิวยอร์ก

ประสบความสำเร็จงดงาม.. ผู้คนสนใจกันล้นหลาม แห่มาร่วมชมงาน “Amazing Thailand Fest 2023” ที่นครนิวยอร์ก

ไพโรจน์ ปักษาษิณ ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำรัฐนิวยอร์ก รายงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ต่อยอดส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวจัดงาน “Amazing Thailand Fest 2023” ปักธงบูสต์ตลาดทั่วโลก 4 พื้นที่ โดยเริ่มต้นที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาเป็นที่แรก ระหว่างวันที่ 3-4 มิถุนายน 2566 เพื่อสร้างกระแสสู่การเดินทางสัมผัสประสบการณ์ Amazing Experience ในประเทศไทย พร้อมเชิญพันธมิตรผู้ประกอบการร่วมออกบูธ ณ “The Oculus” World Trade Center นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

นายฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. ซึ่งได้เดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้กล่าวว่า “ททท. โดยด้านสื่อสารการตลาด จัดกิจกรรม “Amazing Thailand Fest 2023” ในรูปแบบ Consumer Fair ผ่านการจัดกิจกรรม On Ground Activities ร่วมกับพันธมิตร ด้วยการนำเสนอสินค้าและบริการของพันธมิตรด้านการท่องเที่ยว และ Soft Power ของประเทศไทย ในหลากหลายพื้นที่ทั่วโลก ได้แก่ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา นครบาร์เซโลนา สเปน นครโอซาก้า ญี่ปุ่น และนครซิดนีย์ ออสเตรเลีย เพื่อมุ่งกระตุ้นการเดินทาง พร้อมนำเสนอภาพจำใหม่ของการท่องเที่ยวไทยที่ทรงคุณค่าและยั่งยืน”

นายสันติ แสวงเจริญ ผอ.ททท. สนง.นิวยอร์ก กล่าวว่า “ดีใจที่งานประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น มีผู้เข้ารวมงานเต็มพื้นที่ในวันแรกประมาณถึง 20,000 คน และขอบคุณหน่วยงานราชการ พนักงานของสำนักงาน ททท. นักธุรกิจ ชุมชนไทยและผู้ประกอบการร้านอาหารไทยในนครนิวยอร์ก ที่ให้การสนับสนุนทำให้งานนี้ออกมาสมบูรณ์แบบจริงๆ

นายฟาบีโอ จินดา กงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก กล่าวว่า “นับว่าเป็นความสำเร็จที่ดีที่สุดอีกครั้งหนึ่งของทีมไทยแลนด์ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและ ททท. สนง.นิวยอร์ก งานครั้งนี้จะทำให้ยอดของจำนวนนักท่องเที่ยวจากสหรัฐฯ ไปท่องเที่ยวประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ทางสถานกงสุลให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในทุกทาง ให้คำแนะนำด้านเอกสารสำหรับการเดินทาง และการออกวีซ่าฯ

บรรยากาศในงานคึกคักเป็นอย่างมาก มีผู้เข้าร่วมงานเต็มพื้นที่ โดยเฉพาะ “The Oculus” World Trade Center เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งของนครนิวยอร์ก

ในงานมีการแสดงต่างๆ อาทิ การแสดงหุ่นละครเล็ก การแสดงโขนตอนหนุมานจับนางสุพรรณมัจฉา รำกินรีร่อน การแสดงไทยประยุกต์ ชุดล้านนายี่เป็ง ระบำตาลียอเก็ต รำฟ้อนภูไท มโนห์รา เซิ้งกะโป๋ ลิเกฮูลู กลองสะบัดชัย การแสดงศิลปะการต่อสู้มวยไทย เดินแบบผ้าไทย โดย แอนนา เสืองามเอี่ยม Miss Universe Thailand 2022 และชนนิกานต์ สุพิทยาพร นางสาวไทย 2566 และการสาธิตการทำอาหารไทย

มีผู้ประกอบการร้านอาหารไทยในนครนิวยอร์ก มาร่วมออกบูธจำนวน 16 บูธ เสิร์ฟเมนูอาหารไทยจากภูมิภาคต่างๆ และอาหารไทยฟิวชั่น เช่น ส้มตำ ผัดไทย ข้าวมันไก่ ยำข้าวทอดแหนมคลุก ไส้อั่ว และน้ำพริกหนุ่ม คาดว่าการจัดงานทั้งสองวันในครั้งนี้จะมีผู้เข้าร่วมงานถึง 40,000-45,000 คน.

วิจัยอังกฤษทดสอบสวัสดิการถ้วนหน้า แค่อยู่เฉยๆ รับ 70,000 บาท/เดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699537

 วิจัยอังกฤษทดสอบสวัสดิการถ้วนหน้า แค่อยู่เฉยๆ รับ 70,000 บาท/เดือน

5 มิ.ย. 2566 20:45 น.

วิจัยอังกฤษทดสอบสวัสดิการถ้วนหน้า แค่อยู่เฉยๆ รับ 70,000 บาท/เดือน

แค่อยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำอะไร รับเลยราว 70,000 บาทต่อเดือน เมื่อสถาบันวิจัยในอังกฤษเตรียมทดสอบนำร่องแผนสวัสดิการรายได้พื้นฐานถ้วนหน้า

ว้นนี้ 5 มิ.ย. 2566 สถาบันวิจัยชื่อ ออโตโนมี ในอังกฤษ เตรียมเริ่มวิจัยนำร่องแผนสวัสดิการรายได้พื้นฐานถ้วนหน้ากับกลุ่มผู้เข้าร่วมรวม 30 คน ในช่วงเวลา 2 ปี พวกเขาจะได้รับรายได้ต่อเดือนก้อนโตถึง 1,600 ปอนด์หรือราว 70,000 บาทต่อเดือนโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ขณะที่นักวิจัยจะคอยสังเกตว่า เงินดังกล่าวมีผลต่อชีวิต ทั้งด้านจิตใจและสุขภาพของผู้เข้าร่วมอย่างไร

โดยผู้เข้าร่วมการทดสอบ 15 คนมาจากเมืองจาร์โลว์ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษ ในขณะที่อีก 15 คนมาจากย่านฟินช์ลีซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของลอนดอน พวกเขาจะได้รับเงินจากสวัสดิการรายได้พื้นฐานถ้วนหน้าดังกล่าว และพวกเขาไม่จำเป็นต้องทำงานใดๆ หรือแสดงเจตนาอยากทำงานอีกด้วย

วิล สตรองจ์ ผู้อำนวยการงานวิจัยประจำสถาบันวิจัยดังกล่าว กล่าวว่า เงินจำนวน 1,600 ปอนด์ นั้นถือว่าสูงมาก และยังเสริมอีกว่า โดยปกติแล้ว สวัสดิการรายได้พื้นฐานถ้วนหน้าจะครอบคลุมความต้องการพื้นฐานของประชาชน อย่างไรก็ดี นักวิจัยแค่อยากรู้ว่า เงินก้อนโตที่ได้มาโดยไม่มีเงื่อนไขจะส่งผลอย่างไรกับสุขภาพจิตและร่างกายของผู้เข้าร่วมการทดลอง และพวกเขายังต้องการทราบว่า คนกลุ่มนั้นจะเลือกทำงานหรือไม่

นอกจากนี้ สตรองจ์ เสริมว่า อังกฤษจะต้องการแผนรายได้พื้นฐานในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เมื่อพิจารณาจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ, การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และการเปลี่ยนผ่านทางอุตสาหกรรม ด้วยเหตุนี้ การสะสมหลักฐานเบื้องต้นและการกระตุ้นให้สังคมทราบถึงสวัสดิการนี้จึงสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้รัฐบาลอังกฤษได้ริเริ่มปรับใช้ต่อไป

ทั้งนี้ สถาบันวิจัยทุ่มเงินกว่า 1.6 ล้านปอนด์หรือราว 69 ล้านบาทในการทดลองโครงการดังกล่าว และมีผู้ร่วมทดลองอีก 30 คนที่เป็นกลุ่มควบคุมปัจจัย control group ซึ่งจะไม่ได้รับเงินเดือนใดๆ เหมือนกลุ่มแรก เพื่อตรวจสอบความแตกต่างนั่นเอง.

ที่มา: dailymailThe Guardian

อินเดียสั่งตรวจสอบระบบ ป้องกันเกิดเหตุซ้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699614

อินเดียสั่งตรวจสอบระบบ ป้องกันเกิดเหตุซ้ำ

6 มิ.ย. 2566 07:07 น.

อินเดียสั่งตรวจสอบระบบ ป้องกันเกิดเหตุซ้ำ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานโดยอ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่การรถไฟอาวุโสระบุว่าการสืบสวนกรณีอุบัติเหตุทางรถไฟครั้งรุนแรงของอินเดียในเขตเบลาซอร์ รัฐโอดิศาเมื่อคืนวันที่ 2 มิ.ย. คร่าชีวิตผู้คนอย่างน้อย 275 ศพและบาดเจ็บอีกราว 1,200 คน ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 มิ.ย.หลังผลการสอบสวนเบื้องต้นชี้ว่าระบบให้สัญญาณสับเปลี่ยนรางขัดข้องเป็นสาเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้

หลังจากรถไฟสายด่วนโคโรมานเดล เอกซ์เพรส จากเมืองโกลกาตามุ่งหน้า สู่นครเจนไน ชนรถไฟบรรทุกสินค้าที่จอดอยู่ที่รางด้านข้างที่ใช้จอดรถไฟ ด้วยความเร็ว 128 กม.ต่อ ชม. ทำให้ส่วนเครื่องยนต์และขบวนรถไฟ 4-5 โบกี้พุ่งข้ามราง พลิกคว่ำ และชนกับรถไฟ สายด่วนเบงกาลูรู-หอวราห์ ซุปเปอร์ฟาสต์ เอกซ์เพรสที่มุ่งหน้าในทิศทางตรงกันข้ามด้วยความเร็ว 126 กม.ต่อ ชม. สื่ออินเดียยังรายงานว่าคณะกรรมการรถไฟสั่งการให้ทุกเขตตรวจสอบระบบความปลอดภัยทั้งหมดทันที และต้องส่งรายงานภายในวันที่ 14 มิ.ย.