เจ้าชายแฮร์รี่ เมแกน ฉลองวันเกิด เจ้าหญิงลิลีเบต ชันษา 2 ปี อย่างเงียบๆ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699542

เจ้าชายแฮร์รี่ เมแกน ฉลองวันเกิด เจ้าหญิงลิลีเบต ชันษา 2 ปี อย่างเงียบๆ

5 มิ.ย. 2566 20:13 น.

เจ้าชายแฮร์รี่ เมแกน ฉลองวันเกิด เจ้าหญิงลิลีเบต ชันษา 2 ปี อย่างเงียบๆ

เจ้าชายแฮร์รี่ และเมแกน ฉลองวันเกิด เจ้าหญิงลิลีเบต ธิดาองค์เล็ก พระชันษาครบ 2 ปี ที่บ้านในสหรัฐฯ ขณะที่สมาชิกชั้นสูงราชวงศ์อังกฤษไม่ทรงส่งคำอวยพรเหมือนเช่นเคย

สื่อต่างประเทศรายงานว่า เมแกน และเจ้าชายแฮร์รี่ ฉลองวันคล้ายวันประสูติของ เจ้าหญิงลิลีเบต พระธิดาองค์เล็ก พระชันษา 2 ปี  ในวันที่ 4 มิถุนายน 2566 โดยไม่มีพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงของราชวงศ์อังกฤษส่งข้อความอวยพรมาถึงแต่อย่างใด

การฉลองวันคล้ายวันประสูติ พระชันษา 2 ปีของเจ้าหญิงลิลีเบต พระธิดาองค์เล็กของเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกนในปีนี้  แตกต่างไปจากปีก่อน ที่ได้มีการฉลองวันคล้ายวันประสูติกันท่ีตำหนักฟร็อกมอร์ คอทเทจ ในเขตพระราชวังวินด์เซอร์ ประเทศอังกฤษ โดยมีการร่วมทานอาหารกันแบบปิกนิก และไมค์ ทินดอลล์ พระสวามีของซารา ทินดอลล์ พระธิดาในเจ้าฟ้าหญิงแอนน์ และลูกๆ ได้มาร่วมฉลองด้วย 

นอกจากนั้น ยังมีแขกเหรื่ออีกหลายคน รวมถึง Charlie Van Straubenzee พระสหายเก่าของเจ้าชายแฮร์รี่ ซึ่งเป็นพ่อทูนหัวของเจ้าชายอาร์ชี โอรสองค์โต มาร่วมในการฉลองวันคล้ายวันประสูติของเจ้าหญิงลิลีเบต เมื่อปีที่แล้วด้วย

แต่การฉลองวันคล้ายวันประสูติของเจ้าหญิงลิลีเบต พระชันษาครบ 2 ปี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 มิถุนายน มีเพียงคนใกล้ชิดครอบครัวมาร่วมฉลองกันที่บ้านของเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน ที่นครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

ขณะที่ เมื่อปีที่แล้ว เจ้าชายวิลเลียม และแคเธอรีน เจ้าหญิงแห่งเวลส์ ซึ่งขณะนั้นยังทรงพระยศดยุกและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ได้ทวีตข้อความทางทวิตเตอร์ อวยพรวันเกิดเจ้าหญิงลิลีเบต พระชันษาครบ 1 ปี แต่ทั้งสองพระองค์ไม่ได้ทรงส่งข้อความอวยพรในปีนี้

ทั้งนี้ เจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน ได้พา ลิลีเบต ธิดาองค์เล็ก เข้ารับพิธีบัพติศมา หรือศีลจุ่ม เพื่อเป็นคริสต์ศาสนิกชนโดยสมบูรณ์ที่โบสถ์คริสต์ ในเมืองมอนเตซิโต รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคม 2566 ขณะที่เจ้าหญิงลิลีเบต มีพระชันษา 21 เดือน

ขณะที่ทางสำนักพระราชวังบักกิงแฮมของอังกฤษได้มีการปรับพระยศให้เป็นเจ้าหญิงลิลีเบต เนื่องจากทรงเป็นพระราชนัดดา (หลาน) ในสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ที่ทรงขึ้นครองราชบัลลังก์ เป็นกษัตริย์สหราชอาณาจักรพระองค์ใหม่ สืบต่อจากสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ที่สวรรคต เมื่อเดือนกันยายน 2565

ที่มา :independent

หวั่น พม่านองเลือด หลังรบ.ทหารออกก.ม.ใหม่ ช่วยกองเชียร์ อนุญาตพลเรือนพกปืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699497

หวั่น พม่านองเลือด หลังรบ.ทหารออกก.ม.ใหม่ ช่วยกองเชียร์ อนุญาตพลเรือนพกปืน

5 มิ.ย. 2566 18:55 น.

หวั่น พม่านองเลือด หลังรบ.ทหารออกก.ม.ใหม่ ช่วยกองเชียร์ อนุญาตพลเรือนพกปืน

เมียนมาส่อแววนองเลือดมากขึ้น หลังรบ.ทหารออกกฎหมายใหม่อนุญาตให้พลเรือนพกปืนได้ ผู้เชี่ยวชาญหวั่นกลุ่มคนฝ่ายเชียร์รบ.ทหารอาจนำอาวุธปืนไปใช้ต่อสู้กับฝ่ายต่อต้านเผด็จการ

เมื่อ 5 มิ.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานถึงความคืบหน้าเหตุความรุนแรงในประเทศเมียนมา หลังจากรัฐบาลทหารนำโดย พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย เป็นหัวหน้าคณะทหารก่อรัฐประหารยึดอำนาจเมื่อ 2 ปีก่อน อีกทั้งรัฐบาลทหารเมียนมายังเพิ่งออกกฎหมายใหม่ อนุญาตให้พลเรือนสามารถครอบครองอาวุธปืนได้เมื่อเดือนที่ผ่านมา

ขณะนี้ บรรดานักวิเคราะห์ต่างพากันกังวลว่า การออกกฎหมายใหม่ของรัฐบาลทหารเมียนมาฉบับนี้จะทำให้สถานการณ์ในเมียนมาทวีความรุนแรงมากขึ้น เพราะจะยิ่งเป็นการส่งเสริมและเกื้อหนุนให้กับกลุ่มคนที่สนับสนุนรัฐบาลทหาร ที่เกรงกลัวว่าจะถูกโจมตี สามารถมีอาวุธปืนติดตัว และอาจทำให้มีเหตุการณ์นองเลือดเพิ่มขึ้น

นอกจากนั้น การปะทะกันระหว่างกลุ่มหนุนรัฐบาลทหารกับฝ่ายต่อต้านอาจเป็นอุปสรรค ขัดขวางการส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ ความช่วยเหลือไปให้แก่ประชาชนที่ประสบภัยพิบัติจากพายุไซโคลนโมคา เมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา 

สำหรับการเปลี่ยนแปลง ออกกฎหมายฉบับใหม่อนุญาตให้พลเรือนสามารถครอบครองอาวุธปืนในเมียนมาเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานั้น มีขึ้น ขณะที่กองทัพเมียนมา เผชิญกับแรงกดดันจากกลุ่มต่อต้านในหลายพื้นที่

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า กฎหมายครอบครองอาวุธปืนฉบับใหม่นี้เป็นสัญญาณว่า รัฐบาลทหารของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย กำลังตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างยิ่งในการรักษาอำนาจของตัวเองเอาไว้

ในขณะที่ แอรอน คอร์เนลลี นักวิเคราะห์อาวุโสด้านนโยบายต่างประเทศและอาเซียนประจำสถาบันวิเคราะห์ยุทธศาสตร์นานาชาติ กล่าวว่า รัฐบาลทหารชุดนี้ไม่เคยสู้ศึกหลายทางมาก่อน ด้วยเหตุนี้ กฎหมายใหม่ดังกล่าวจึงเป็นความพยายามในการสร้างกลไกที่ถูกกฎหมาย เพื่อให้กลุ่มสนับสนุนของพวกเขามีอาวุธปืน และเพื่อป้องกันพื้นที่ซึ่งยึดคืนจากกองกำลังป้องกันประชาชนหรือกลุ่ม พีดีเอฟ และกองกำลังท้องถิ่นอื่นๆ

นอกจากนี้ โมเอ ทูซาร์ นักวิเคราะห์และผู้ประสานงานโครงการวิจัยเมียนมา ณ สถาบันวิจัยแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ กล่าวว่า แท้จริงแล้ว ใครกันแน่ที่ต้องใช้อาวุธในประเทศนี้ โดยทูซาร์เสริมว่า “ในอดีต เราเห็นคนที่ใช้อาวุธล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับกองทัพ หรือเป็นบุคลากรทางทหารเท่านั้น”

สำหรับประชาชนแล้ว กฎหมายใหม่ดังกล่าวจะยกระดับความหวาดกลัวในการใช้ชีวิตไปอีกขั้น มีชาวเมียนมาหลายคนออกมาแสดงความเห็นว่า ประเทศนี้ไม่มีกฎหมายอีกแล้ว รวมไปถึงประชาชนรู้สึกไม่ปลอดภัยเวลาทำงานบ้านหรือออกจากบ้านไปจ่ายตลาด.

ที่มา: แชนแนลนิวส์เอเชีย

รัสเซียโว สกัดการโจมตีโต้กลับที่โดเนตสก์ สังหารทหารยูเครน กว่า 250 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699435

รัสเซียโว สกัดการโจมตีโต้กลับที่โดเนตสก์ สังหารทหารยูเครน กว่า 250 ศพ

5 มิ.ย. 2566 16:27 น.

รัสเซียโว สกัดการโจมตีโต้กลับที่โดเนตสก์ สังหารทหารยูเครน กว่า 250 ศพ

รัสเซียอ้าง สามารถสกัดการโจมตีโต้กลับของยูเครนได้สำเร็จที่แคว้นโดเนตสก์ และสังหารทหารยูเครนได้ถึง 250 ศพ

5 มิ.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงกลาโหมรัสเซียออกมาอ้างว่า สามารถสกัดกั้นการโจมตีโต้กลับส่วนใหญ่ในแคว้นโดเนตสก์ ทางตะวันออกของยูเครนได้สำเร็จ พร้อมเปิดเผยว่า ทัพรัสเซียได้สังหารทหารยูเครนทั้งสิ้น 250 ศพ รวมไปถึงสามารถทำลายรถหุ้มเกราะได้หลายคัน

รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมรัสเซียเปิดเผยบนแอปพลิเคชัน เทเลแกรม ว่า “ในช่วงเช้าของวันที่ 4 มิ.ย. 2566 ข้าศึกได้เปิดฉากบุกขนาดใหญ่ในบริเวณ 5 จุด ในแนวหน้าทางตอนใต้ของแคว้นโดเนตสก์ นอกจากนี้ เขายังกล่าวว่า ยูเครนได้ใช้กองพันรถถัง 2 กองพัน และกองพันรถหุ้มเกราะ 6 กองพัน ในการโจมตีดังกล่าว เพื่อทะลวงแนวป้องกันที่เปราะบางที่สุดเข้ามา ซึ่งก็คือจุดในแนวหน้าของแคว้นโดเนตสก์ แต่พวกเขาล้มเหลว

ด้านกองทัพยูเครนไม่ได้กล่าวถึงการโจมตีโต้กลับดังกล่าว แต่เปิดเผยว่า รัสเซียมุ่งเน้นใช้ความพยายามทางการทหาร เพื่อเข้ายึดแคว้นลูฮานสก์ และโดเนตสก์ โดยแคว้นโดเนตสก์นับเป็นหนึ่งใน 4 แคว้น รวมทั้ง ลูฮานสก์, ซาปอริชเชีย และเคอร์ซอน ที่รัสเซียประกาศผนวกเข้ามาเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของรัสเซีย ในเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา

โดยกองทัพยูเครนเสริมว่า “ในช่วงวันดังกล่าว รัสเซียได้โจมตีถึง 23 ครั้ง แต่หน่วยกองกำลังป้องกันสามารถสกัดไว้ได้”

ทั้งนี้ ยูเครนได้เตรียมโจมตีตอบโต้เพื่อชิงดินแดนที่รัสเซียยึดครองได้ตั้งแต่เริ่มทำสงครามในยูเครน เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 นอกจากนี้ มีแนวโน้มหลายด้านเกี่ยวกับการโจมตีโต้กลับในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น การโจมตีเพื่อลดกำลังพลของกองทัพรัสเซียและเครื่องอำนวยความสะดวกทางการทหาร หรือการโจมตีพร้อมกันขนาดใหญ่ทั่ว 1,100 กิโลเมตรในแนวหน้า

ด้าน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ยังไม่ออกมาแสดงความเห็นใดๆ ต่อการบุกโจมตีโต้กลับที่รัสเซียได้กล่าวถึง แม้ เซเลนสกี จะเคยกล่าวไว้ว่า ยูเครนพร้อมลงมือทุกเมื่อก็ตาม อย่างไรก็ดี สำนักข่าวต่างประเทศยังคงระบุว่า ไม่สามารถยืนยันคำกล่าวอ้างจากทั้งสองฝ่ายได้ทันที.

ที่มา: BBCAljazeera

หลายแบรนด์ดังร่วมจัดแคมเปญ Pride Month สู่กระแสต่อต้านในสงครามวัฒนธรรมอเมริกา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699027

หลายแบรนด์ดังร่วมจัดแคมเปญ Pride Month สู่กระแสต่อต้านในสงครามวัฒนธรรมอเมริกา

5 มิ.ย. 2566 14:21 น.

หลายแบรนด์ดังร่วมจัดแคมเปญ Pride Month สู่กระแสต่อต้านในสงครามวัฒนธรรมอเมริกา

  • ปีนี้หลายแบรนด์สินค้าในสหรัฐฯ เข้าร่วมจัดแคมเปญกิจกรรมในช่วง Pride Month เดือนมิถุนายน เพื่อส่งเสริมความหลากหลายทางเพศ แสดงถึงภาพลักษณ์ที่มีค่านิยมก้าวหน้า (Progressive Values) ของตัวแบรนด์ โดยใช้สัญลักษณ์สีรุ้งของชาว LGBTQ+ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนภาพโปรไฟล์ในโซเชียลมีเดีย การออกสินค้ารุ่นพิเศษ 
  • แต่ปรากฏว่ามีหลายแบรนด์เจอกระแสต่อต้านรุนแรงจากผู้บริโภค อย่างเบียร์ Bud Light ที่ร่วมแคมเปญโฆษณากับสาวประเภทสองชื่อดัง ทำให้ลูกค้าบางกลุ่มไม่พอใจ พากันแบนสินค้า และห้างสรรพสินค้า Target ที่ออกเสื้อผ้าเด็กเล็กคอลเลกชัน Pride Month ทำให้บรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองมองว่าไม่เหมาะสม และประกาศแบนห้างนี้ 

ปกติแล้วทุกปีที่ผ่านมา Pride Month จะเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง ตระหนักถึงสิทธิและความหลากหลายทางเพศในสังคมปัจจุบัน ขณะที่แบรนด์สินค้าต่างๆ พากันร่วมกระแส จัดกิจกรรมแคมเปญโฆษณาสินค้าในธีมสีรุ้งกันอย่างคึกคัก แต่ปรากฏว่าบรรยากาศในปีนี้มีความแตกต่างออกไป เมื่อหลายแบรนด์ดังของสหรัฐฯ เจอกระแสต่อต้าน จากกลุ่มต่อต้าน LGBTQ+ ส่งผลให้แคมเปญ Pride Month ไม่คึกคักอย่างที่เคยเป็น 

โดนต่อต้านเพราะทำแคมเปญโฆษณาร่วมกับทรานส์เจนเดอร์

แคมเปญโฆษณาทางโซเชียลมีเดียของเบียร์ Bud Light เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ที่ร่วมกับ ดีแลนด์ มัลเวย์นี อินฟลูเอนเซอร์สาวข้ามเพศชื่อดังชาวอเมริกัน ที่มีผู้ติดตามในอินสตาแกรมมากกว่า 1.8 ล้านคน เจอฝ่ายอนุรักษนิยมในอเมริกาจำนวนมากออกมาต่อต้าน และเรียกร้องให้คว่ำบาตรสินค้าเบียร์ยี่ห้อนี้ 

ฝ่ายต่อต้านแสดงความไม่พอใจคลิปโฆษณาที่มัลเวย์นีย์ ซึ่งสวมชุดเดรสสีดำ พูดคุยกับกล้อง ก่อนเปิดกระป๋องแล้วดื่มเบียร์โชว์ ซึ่งโฆษณานี้เป็นการว่าจ้าง และเป็นหนึ่งในแผนโปรโมตกิจกรรมชิงเงินรางวัลจากเบียร์ยี่ห้อนี้ และต่อมากระแสต่อต้านเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ศิลปินคนดังหลายคนอาทิ ทราวิส ทริตต์ ได้ออกมาชวนให้แฟนๆ ของเขาแบนเบียร์ยี่ห้อนี้ ส่งผลให้เกิดกระแสอัดคลิปทำลายกระป๋องเบียร์ Bud Light ด้วยวิธีสุดแปลกต่างๆ เพื่อแสดงความไม่พอใจ ส่วนฝ่ายสนับสนุน Bud Light บอกว่ามันก็เป็นแค่โฆษณา และมองว่าฝ่ายที่โกรธแค้นคือพวกที่มีอคติเกลียดชังคนข้ามเพศ (transphobia)

ด้านซีอีโอของ Anheuser-Busch เจ้าของบริษัท Bud Light ออกแถลงการณ์คลุมเครือเรียกร้องให้มีเอกภาพ พร้อมยืนยันว่า พวกเขายังคงสนับสนุนชุมชน LGBTQ+ โดยทาง Bud Light ประกาศบริจาคเงินให้กับสภาหอการค้า LGBT แห่งชาติ เพื่อสนับสนุนชาว LGBTQ+ ที่เป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก

ขณะเดียวกัน ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แบรนด์ใหญ่อย่าง Target ก็ตกเป็นเป้าโจมตีของสื่อฝ่ายขวาและบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย กรณีจัดแคมเปญส่งเสริม LGBTQ+ มีการเปิดตัวสินค้าเสื้อผ้าของใช้เด็กเล็กคอลเลกชันสีรุ้ง ทำให้บรรดาพ่อแม่ผู้ปกครอง ตลอดจนคนดังและนักการเมืองที่อยู่ฝ่ายอนุรักษนิยมขวาจัด ออกมาแสดงความไม่พอใจและโจมตีห้างดังว่าทำแบบนี้ไม่เหมาะสม พร้อมออกมาเรียกร้องให้ผู้คนเลิกเข้าห้าง Target ต่อมาทางห้าง Target ได้ตัดสินใจเก็บสินค้า Pride Month ของเด็กออกจากชั้นวาง 

ทางด้านบริษัทที่ปรึกษา Morning Consult เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนกว่า 4,401 ราย ซึ่งบ่งชี้ว่า นักดื่มอเมริกันส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแบรนด์ที่ทำแคมเปญร่วมกับกลุ่มทรานส์เจนเดอร์ ขณะที่ 53% ของผู้ตอบโพลบ่งชี้ว่า พวกเขารู้สึกดีต่อการที่แบรนด์จ้างพรีเซนเตอร์ที่เป็นทรานส์เจนเดอร์ และ 61% มองว่า รู้สึกดีที่แบรนด์ทำโฆษณาแบบว่าจ้างกลุ่มคนที่หลากหลาย

ค่านิยมชาวอเมริกันมีแนวโน้มเอียงมาทางฝ่ายอนุรักษนิยม 

แดเนียล คอร์ชัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านการตลาดที่มหาวิทยาลัยเดรกเซิล มองว่า ลูกตุ้มของค่านิยมอเมริกันกำลังแกว่งกลับมาทางอนุรักษนิยมมากขึ้น ทั้งที่ผ่านมาพวกเขาไม่ค่อยแสดงออกเท่าไร ขณะที่เวลาเกิดปัญหา บรรดาผู้บริหารบริษัทต่างก็กำลังหวั่นเกรงมากขึ้นที่จะออกตัวและออกแถลงการณ์ที่แน่ชัด

แม้ว่าการสนับสนุนสิทธิของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ชาวอเมริกันยอมรับความหลากหลายมากขึ้น แต่จากผลสำรวจพบว่าในประเด็นการยอมรับคนข้ามเพศ ยังมีปัญหา ชาวอเมริกันวัยผู้ใหญ่ถึง 43% มองว่าสังคมมาไกลเกินไปแล้ว

Wall Street Journal และ Norc. เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พบว่า 33% มองว่าสังคมมาได้ไม่ไกลพอ 23% มองว่าสังคมกำลังมีความพอดีในประเด็นเรื่องการยอมรับเกย์ เลสเบี้ยน หรือไบเซ็กชวล ส่วน 29% มองว่ามันมากเกินไปแล้ว   

แคมเปญที่อาจเคยถูกจัดว่ามีความเสี่ยงต่ำ แต่ปัจจุบันถูกบุคคลสาธารณะที่ต่อต้านสิทธิของคนรักเพศและผู้สนับสนุนด้วยกันหยิบยกขึ้นมาตำหนิ ทำให้เกิดปัญหาในด้านการสื่อสารองค์กร ที่อาจส่งผลกระทบต่อการขาย หลายบริษัทละทิ้งโอกาสที่จะเข้าร่วมกระแสสนับสนุน LGBTQ+ เพราะไม่อยากมีปัญหา

จาเรด ท็อดด์ โฆษกสำนักงานมูลนิธิที่องค์กรส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ที่จัดทำดัชนีความเท่าเทียมทางธุรกิจ (Corporate Equality Index) อันเป็นตัววัดเรื่องการปฏิบัติต่อกลุ่ม LGBTQ+ มองว่าหลายกรณีปัญหาที่เกิดขึ้น เริ่มทำให้บริษัทต่างๆ ไม่สบายใจที่จะเข้าร่วม ดังนั้น ในปีนี้บริษัทต่างๆ ที่ต้องการมีส่วนร่วมใน Pride Month จะต้องเตรียมพร้อมที่จะแสดงจุดยืนที่แท้จริงออกมา 

ด้านกลุ่ม Human Rights Campaigns เปิดเผยผลการศึกษาของ UCLA School of Law ที่ออกมาเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม ระบุว่า คนข้ามเพศมีแนวโน้มที่จะตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมรุนแรงมากกว่าคนทั่วไปถึง 4 เท่า และไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่การโจมตีต่อต้านคนข้ามเพศเกิดขึ้น ในขณะที่มีการฟ้องร้องดำเนินคดีทางกฎหมายทั่วประเทศต่อคนกลุ่มนี้มากขึ้น ขณะที่มีการเสนอร่างกฎหมายมากกว่า 200 ฉบับ ที่มุ่งเป้าไปที่คนข้ามเพศและกลุ่มที่มีสำนึกทางเพศไม่ใช่ทั้งชายและหญิง (non-binary)

ซาราห์ เคท เอลลิส ประธานและซีอีโอของ GLAAD บริษัทที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างการยอมรับให้กับชุมชนเพศทางเลือกผ่านสื่อต่างๆ ระบุว่า มีการสนับสนุนความพยายามในการประสานงานเพื่อปิดปากชุมชน LGBTQ+ ขณะที่ลูกค้าที่โกรธเกรี้ยวไม่พอใจ มักจะมองข้ามความสนใจหรือถูกเบี่ยงเบนความสนใจจากการรับรู้ถึงการล่วงละเมิดขององค์กรอื่น

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า มีความพยายามของกลุ่มอนุรักษนิยม ที่จะทำให้กลุ่มคนข้ามเพศ LGBTQ+ เป็นพิษต่อแบรนด์ต่างๆ และทำให้เห็นว่าการถือโอกาสกระโจนเข้าร่วมฉลองสิทธิความหลากหลายทางเพศนั้นเป็นการตัดสินใจที่เสี่ยง เพราะพวกเขาอาจมีราคาที่ต้องจ่าย และอาจเป็นการเสียมากกว่าได้ในเชิงการตลาด. 

ผู้เขียน เพ็ญโสภา สุคนธรักษ์

ข้อมูล CNN Bloomberg

ช็อก F-16 สหรัฐฯ ไล่บินเล็ก รุกล้ำน่านฟ้าวอชิงตัน ดี.ซี.ก่อนตก ไร้คนรอด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699472

ช็อก F-16 สหรัฐฯ ไล่บินเล็ก รุกล้ำน่านฟ้าวอชิงตัน ดี.ซี.ก่อนตก ไร้คนรอด

5 มิ.ย. 2566 14:17 น.

ช็อก F-16 สหรัฐฯ ไล่บินเล็ก รุกล้ำน่านฟ้าวอชิงตัน ดี.ซี.ก่อนตก ไร้คนรอด

กองทัพอากาศสหรัฐฯ ส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 หลายลำบินด้วยความเร็วสูง ไล่เครื่องบินเล็กลำหนึ่ง รุกล้ำน่านฟ้ากรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ก่อนเครื่องบินเล็กจะตกบนภูเขารัฐเวอร์จิเนีย ไม่พบคนรอด

เมื่อ 5 มิ.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพอากาศสหรัฐฯ ส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 หลายลำ บินด้วยความเร็วเหนือเสียง ขึ้นสกัดไล่เครื่องบินเล็กลำหนึ่ง ที่นักบินไม่ได้มีการพูดโต้ตอบกลับมา ขณะบินรุกล้ำน่านฟ้าของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมืองหลวงของสหรัฐฯ ก่อนต่อมาเครื่องบินเล็กลำดังกล่าวจะประสบเหตุตกบนภูเขาของรัฐเวอร์จิเนีย เมื่อเวลาประมาณ 15.30 น.ของวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐเวอร์จิเนีย เปิดเผยว่า ไม่พบผู้รอดชีวิตแม้แต่คนเดียวในบริเวณเครื่องบินตก

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวว่า เครื่องบิน F-16 หลายลำได้บินไล่เครื่องบินเล็กรุ่น Cessna Citation ด้วยความเร็วสูง จนทำให้เกิดคลื่นโซนิกบูม สร้างความตกตะลึงให้กับประชาชนทั่วกรุงวอชิงตัน ในขณะที่มีรายงานว่า เครื่องบินเล็กลำนี้มีนักบินและผู้โดยสารบนเครื่อง รวม 4 คน

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ คนหนึ่งเผยว่า เครื่องบิน F-16 ไม่ได้ยิงใส่เครื่องบินเล็กจนเป็นเหตุให้ตก อีกทั้งได้ปฏิบัติการด้านการบินตามกฎขององค์การบริหารการบินแห่งสหรัฐอเมริกา (FAA) เพื่อแจ้งให้นักบินของเครื่องบินเล็กลำดังกล่าวทราบว่า กำลังบินอย่างไม่ปลอดภัย รุกล้ำน่านฟ้าของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ทว่านักบินที่กำลังขับเครื่องบินเล็กพลเรือน กลับไม่โต้ตอบกลับมาแต่อย่างใด ขณะที่นักบินประจำเครื่องบิน F-16 พยายามติดต่อไปยังนักบินดังกล่าว

ศูนย์ป้องกันภัยทางอากาศแห่งทวีปอเมริกาเหนือหรือ NORAD ระบุในแถลงการณ์ว่า ทางกองทัพสหรัฐฯ พยายามติดต่อกับนักบิน ซึ่งไม่มีการตอบกลับใดๆ และคาดว่าจะใช้ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติหรือออโต้ไพลอต จนกระทั่งเครื่องบินเล็กลำนั้นตกในอุทยานแห่งชาติจอร์เจียวอชิงตัน ของรัฐเวอร์จิเนีย

ด้านองค์การบริหารการบินแห่งสหรัฐอเมริกา (FAA) เปิดเผยว่า เครื่องบินเล็กลำนี้ได้บินออกจากท่าอากาศยานเอลิซาเบธตัน รัฐเทนเนสซี มุ่งหน้าไปยังท่าอากาศยานลองไอส์แลนด์ แมคอาร์เธอร์ ในรัฐนิวยอร์ก

จากข้อมูลบนเว็บไซต์ของบริษัทติดตามเที่ยวบินไฟลต์ อแวร์ Flight Aware ระบุว่า เครื่องบินเล็กลำนี้ได้รับการจดทะเบียนในนามของบริษัท แอนคอร์ มอเตอร์ ออฟ เมลเบิร์น อยู่ที่รัฐฟลอริดา และไฟลต์ อแวร์ ยังระบุว่า เครื่องบินลำนี้หักเลี้ยวเกือบ 180 องศา เมื่อบินเข้าสู่กรุงวอชิงตัน

ในขณะที่ จอห์น รัมเพล กล่าวกับสำนักข่าวในสหรัฐฯ ว่า ลูกสาว หลานของเขา และพี่เลี้ยงเด็กอยู่บนเครื่องบินลำนั้น แต่ไม่รู้เรื่องใดๆ เกี่ยวกับกรณีเครื่องบินตกดังกล่าว และเขาเตรียมพูดคุยกับองค์การบริหารการบินแห่งสหรัฐอเมริกาหรือเอฟเอเอต่อไป.

ที่มา: reutersCNN

สุดระทึก สะพานที่อยู่ระหว่างก่อสร้างพังถล่มในอินเดีย (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699474

สุดระทึก สะพานที่อยู่ระหว่างก่อสร้างพังถล่มในอินเดีย (คลิป)

5 มิ.ย. 2566 13:52 น.

สุดระทึก สะพานที่อยู่ระหว่างก่อสร้างพังถล่มในอินเดีย (คลิป)

เกิดเหตุสะพานข้ามแม่น้ำคงคาที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างในอินเดีย พังถล่มลงมาทั้งเส้น โดยประชาชนที่อยู่ในพื้นที่สามารถบันทึกภาพวินาทีระทึกไว้ได้

เหตุการณ์ไม่คาดคิดครั้งนี้เกิดขึ้นกับสะพาน อะกูวานี สุลตานกานจ์ สะพานขนาดใหญ่ข้ามแม่น้ำคงคาในรัฐพิหาร โดยสะพานแห่งนี้ยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง หลังจากเริ่มสร้างมาแล้วราว 8 ปี และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ หลังจากที่สะพานเคยพังถล่มมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว จนทำให้การก่อสร้างต้องล่าช้าออกไป และต้องเลื่อนกำหนดแล้วเสร็จมาแล้วอย่างน้อย 3 ครั้ง

โดยขณะที่สะพานเกิดการพังถล่ม มีผู้ที่เห็นเหตุการณ์จำนวนมาก ต่างนำโทรศัพท์มาถ่ายคลิปเอาไว้ได้ โดยจะเห็นสะพานพังถล่มลงมาทีละส่วน จนในที่สุดก็พังถล่มจมหายลงไปในแม่น้ำทั้งเส้น และยังทำให้เกิดคลื่นขนาดเล็กซัดเข้ามายังฝั่งแม่น้ำด้วย อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ทั้งนี้ หลังจากเกิดเหตุทางหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องประกาศจะเร่งสอบสวนสาเหตุที่ทำให้สะพานพังถล่ม โดยตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีการก่อสร้างที่ผิดพลาด ทำให้สะพานถล่มซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งจะเร่งดำเนินการกับผู้ที่รับผิดชอบต่อไป.

ดูคลิป ที่นี่

ที่มา : ซินหัว

นักเรียนหญิงอัฟกานิสถานถูกวางยา หามส่ง รพ.เกือบ 80 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699458

นักเรียนหญิงอัฟกานิสถานถูกวางยา หามส่ง รพ.เกือบ 80 คน

5 มิ.ย. 2566 13:43 น.

นักเรียนหญิงอัฟกานิสถานถูกวางยา หามส่ง รพ.เกือบ 80 คน

นักเรียนประถมหญิงรวมเกือบ 80 คนจากโรงเรียน 2 แห่ง ถูกวางยาจนต้องหามส่งโรงพยาบาล นับเป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ นับตั้งแต่กลุ่มตาลีบันเข้ามายึดอำนาจในเดือนสิงหาคมปี 2021

นายโมฮัมเหม็ด ราห์มาดี หัวหน้าหน่วยงานด้านการศึกษาระดับภูมิภาค เปิดเผยว่ามีนักเรียนหญิงเกือบ 80 คน ถูกวางยาพิษในจังหวัด ซาร์ อี พูล เมื่อวันเสาร์ และวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยในจำนวนนี้ 60 คนเป็นเด็กนักเรียนของโรงเรียน “นาสวาน อี กาบอด อับ” และอีก 17 คน เป็นเด็กนักเรียนของโรงเรียน “นาสวาน อี ไฟซาบัด” โดยทั้ง 2 โรงเรียนตั้งอยู่ใกล้กัน โดยขณะนี้นักเรียนที่ถูกวางยาได้รับการรักษาตัวในโรงพยาบาล และอาการดีขึ้นทั้งหมดแล้ว อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดว่าเด็กๆ ถูกวางยาได้อย่างไร รวมทั้งไม่ระบุอาการเจ็บป่วยของเด็กหญิงด้วย โดยระบุเพียงเด็กๆ ที่ถูกวางยาเป็นเด็กประถมในช่วงเกรด 1 ถึง เกรด 6

เบื้องต้นทางหน่วยงานด้านการศึกษาในพื้นที่ กำลังเร่งสืบสวนสอบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำความผิด โดยพบว่า มีผู้ต้องสงสัยเป็นบุคคลภายนอกโรงเรียนที่น่าจะมีความแค้นส่วนตัวจนมาก่อเหตุดังกล่าว

นับว่าเป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุวางยาเด็กนักเรียนหญิงระดับชั้นประถมศึกษาในอัฟกานิสถานภายใต้การปกครองของกลุ่มตาลีบัน โดยเจ้าหน้าที่กระทรวงศึกษาธิการระบุว่า คนที่แอบมาวางยาเด็กๆ มีความแค้นส่วนตัว แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดอื่นๆ

ขณะที่เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วมีเด็กนักเรียนหญิงในประเทศอิหร่านถูกวางยาหลายเหตุการณ์ด้วยกัน โดยมีเด็กหญิงที่ล้มป่วยรวมหลายพันคน แต่ไม่มีการระบุชัดเจนว่าใครอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ หรือเป็นการใช้สารพิษชนิดใด

ทั้งนี้ สิทธิเสรีภาพของทั้งสตรีและเด็กหญิงชาวอัฟกานิสถานต้องถูกจำกัดลงอย่างมาก นับตั้งแต่กลุ่มตาลีบันเข้ามาปกครองอัฟกานิสถานในเดือนสิงหาคมปี 2021 โดยผู้หญิงจะไม่ได้รับอนุญาตให้เรียนเกินกว่าเกรด 6 รวมทั้งในระดับมหาวิทยาลัย เช่นเดียวกับโอกาสในการทำงานและการเข้าไปใช้พื้นที่สาธารณะที่ถูกกีดกัน.

ที่มา : skynews

จีนสลด ดินถล่มที่เหมืองในเสฉวน สังเวยอย่างน้อย 19 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699428

จีนสลด ดินถล่มที่เหมืองในเสฉวน สังเวยอย่างน้อย 19 ศพ

5 มิ.ย. 2566 13:10 น.

จีนสลด ดินถล่มที่เหมืองในเสฉวน สังเวยอย่างน้อย 19 ศพ

เกิดเหตุดินถล่มที่เหมือง ใกล้เมืองเล่อซาน มณฑลเสฉวนของจีน สุดเคราะห์ร้าย ดินจากภูเขาที่อยู่ในบริเวณเหมือง ถล่มลงมาใส่อาคารที่พักอาศัยของคนงาน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 19 ศพ

เมื่อ 5 มิ.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุดินถล่มบนภูเขาใกล้สถานีป่าไม้ที่ดำเนินการโดยรัฐบาลจีนในเขตจินโขว่เหอ ใกล้เมืองเล่อซานทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลเสฉวน ประเทศจีน ตอนเวลาประมาณ 06.00 น. ของวันที่ 4 มิ.ย. 2566 ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้ดินและเศษซากต่างๆ ไหลมา ถล่มใส่สิ่งปลูกสร้างและอาคารที่พักของคนงานเหมือง ของบริษัทท้องถิ่นแห่งหนึ่ง ที่อยู่ใกล้เคียง ทำให้คนงานเหมืองติดอยู่ใต้ดินถล่มหลายสิบคน และมีผู้เสียชีวิตแล้วทั้งสิ้น 19 ศพ

รัฐบาลจีนส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยกว่า 180 นาย พร้อมอุปกรณ์ รวมไปถึงยานพาหนะช่วยเหลืออีกจำนวนมาก เพื่อลงพื้นที่ช่วยเหลือ และทำการขุดค้นหาผู้รอดชีวิตบริเวณที่เกิดเหตุ

อย่างไรก็ตาม สื่อจีนไม่ได้เปิดเผยรายงานตัวเลขคนงานเหมืองที่ได้รับการช่วยเหลือออกมาสู่ที่ปลอดภัยแล้วว่ามีจำนวนทั้งสิ้นกี่ราย หลังจากหน่วยกู้ภัยประกาศยุติการค้นหา ทางรัฐบาลจีนจะดำเนินการสืบสวนหาสาเหตุดินถล่มครั้งนี้ต่อไป ในขณะที่ คณะกรรมการกลางเขตจินโข่วเหอยังปฏิเสธให้รายละเอียดเพิ่มเติมในเหตุการณ์ดินถล่มครั้งนี้

ในช่วงฤดูฝน เหตุการณ์ดินถล่มถือเป็นภัยอันตรายที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในบริเวณชนบทและภูเขาของประเทศจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมืองเล่อซานของมณฑลเสฉวนที่เสี่ยงต่อภัยพิบัติหลายด้าน อาทิ ในปี 2562 ฝนฟ้าคะนองทำให้เกิดเหตุดินถล่มในเมืองเล่อซาน ส่งผลให้ปิดกั้นเส้นทางรถไฟในเมืองที่กำลังซ่อมแซมอยู่บางส่วน รวมไปถึงเส้นทางรถไฟที่ยังใช้งานได้ปกติอีกด้วย

ทั้งนี้ มีประชาชนชาวจีนกว่า 40,000 คน อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เป็นภูเขา ซึ่งห่างออกไปทางใต้ของนครเฉิงตูของมณฑลเสฉวน ในขณะที่ได้เกิดเหตุดินถล่มลงมาจากภูเขาบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดฝนตกหนัก จึงเป็นอันตรายต่อประชาชน.

ที่มา: แชนแนลนิวส์เอเชียreuters

เกษตรฯหนุนปลูกต้นพลังงานที่นาดอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735356

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมหารือกำหนดแนวทางส่งเสริมการปลูกต้นพลังงานในพื้นที่นาดอน โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดยที่ประชุมรับทราบและมีมติเห็นชอบเรื่องต่างๆ ดังนี้ 1.รับทราบความคืบหน้าของการจัดทำแนวทางการสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืนให้แก่เกษตรกรด้วยการผลิตไฟฟ้า และพลังงานความร้อนจากพืชพลังงาน ซึ่งผลที่คาดว่าจะได้รับ ได้แก่ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสามารถเพิ่มรายได้มากขึ้น เกิดการใช้พลังงานทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการผลิตไฟฟ้า เกิดธุรกิจต่อเนื่องของเกษตรกรในชุมชน และภาครัฐสามารถลดค่าใช้จ่ายในการแก้ปัญหาในพื้นที่ไม่เหมาะสม ด้วยการสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกพืชพลังงานสำหรับผลิตเป็นไฟฟ้า

2.รับทราบข้อมูล และความเป็นไปได้ในการปลูกต้นยูคาลิปตัส โดยปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกยูคาลิปตัสทั้งประเทศ 2.69 ล้านไร่ พบมากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รองลงมา ได้แก่ ภาคตะวันออกตะวันตก เหนือ และภาคกลาง ตามลำดับ 3.รับทราบแนวทางการทำสัญญาซื้อ-ขายผลผลิตล่วงหน้าระหว่างฝ่ายเกษตรกร หรือเจ้าของฟาร์มกับคู่สัญญา ซึ่งสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา ต้องการข้อมูลการดูแลรักษาต้นยูคาลิปตัสตามหลักวิชาการ เพื่อใช้ร่างสัญญาที่เป็นธรรมแก่เกษตรกร ทั้งนี้ ในปัจจุบันมีบริษัท ดับเบิ้ลเอ1991 จำกัด (มหาชน) ให้ความสนใจรับซื้อผลผลิตจากไม้ยูคาลิปตัสในการผลิตไฟฟ้าชีวมวล และบริษัท บิ๊กซี ให้ความสนใจรับซื้อผลผลิตในการผลิตกระดาษชำระ และ 4.ที่ประชุมมีมติเห็นชอบข้อมูลการสำรวจพื้นที่ความต้องการส่งเสริมการปลูกต้นพลังงานในพื้นที่ S3/N และพื้นที่อื่นๆ และให้กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร และสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สำรวจความต้องการเพาะปลูกของเกษตรกร และให้ฝ่ายเลขานุการฯ ดำเนินการรวบรวมต่อไป

กรมวิชาการฯถ่ายทอด การใช้จุลินทรีย์คุมโรคในถั่ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735358

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ถั่วเหลืองเป็นพืชที่มีความสำคัญและมีบทบาทต่อเศรษฐกิจโลกตั้งแต่การผลิต การตลาด การแปรรูป ซึ่งการปลูกถั่วเหลืองจำเป็นต้องใช้เมล็ดพันธุ์ดีมีคุณภาพเพื่อช่วยลดต้นทุนของเกษตรกร แต่ถั่วเหลืองเป็นพืชที่อ่อนแอต่อการเข้าทำลายของเชื้อสาเหตุโรคพืชหลายชนิด และมีหลายชนิดเป็นโรคที่ถ่ายทอดผ่านทางเมล็ดพันธุ์ ทำให้ถั่วเหลืองมีผลผลิตลดลง เมล็ดพันธุ์ไม่มีคุณภาพ โดยเฉพาะโรคที่ติดมากับเมล็ดพันธุ์ในช่วงฤดูฝนจะพบโรคเมล็ดสีม่วง และโรคเมล็ดเน่าโฟมอบซิสเป็นจำนวนมาก ต้องมีการคัดทิ้งส่งผลทำให้สูญเสียผลผลิตและสิ้นเปลืองแรงงาน ซึ่งการควบคุมโรคของเกษตรกรส่วนใหญ่จะใช้สารเคมี ส่งผลต่อสุขภาพของผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการใช้สารเคมีต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆจะทำให้เชื้อสาเหตุโรคพืชเกิดการกลายพันธุ์และต้านทานสารเคมีได้อีกด้วย ดังนั้น แนวทางหนึ่งที่จะช่วยลดปัญหาดังกล่าว คือการควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิธีด้วยการใช้เชื้อจุลินทรีย์ปฏิปักษ์เพื่อลดหรือทดแทนการใช้สารเคมี ปลอดภัยต่อผู้ใช้และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนำไปสู่การควบคุมโรคอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

นายระพีภัทร์กล่าวต่อว่า โครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการจัดการโรคที่สำคัญทางเศรษฐกิจในการผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองคุณภาพสูง ได้ศึกษาการใช้จุลินทรีย์ปฏิปักษ์ในการควบคุมเชื้อราสาเหตุโรคเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลือง พบว่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพในการยับยั้งทั้งเชื้อรา C. kikuchii สาเหตุโรคเมล็ดสีม่วงและเชื้อรา Phomopsis sp. สาเหตุโรคเมล็ดเน่าโฟมอบซิส คือเชื้อ บาซิลลัส ซับทิลิส สายพันธุ์ PSL49 (Bacillus subtilis PSL 49) สามารถสร้างเอนโดสปอร์ซึ่งมีความทนทานต่อสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม และลดการเกิดโรคในแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองได้ถึง 20% จึงนำมาพัฒนาเป็นสูตรสำเร็จรูปแบบผงที่ง่ายต่อการใช้งาน

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืชพิษณุโลก กรมวิชาการเกษตร ได้ขับเคลื่อนผลงานวิจัยการใช้จุลินทรีย์ปฏิปักษ์ในการควบคุมโรคที่สำคัญของการผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลือง เพื่อนำผลงานวิจัยถ่ายทอดสู่กลุ่มเป้าหมาย โดยจัดฝึกอบรมหลักสูตรเทคโนโลยีการใช้จุลินทรีย์ปฏิปักษ์ร่วมกับไรโซเบียมในการควบคุมโรคที่สำคัญของการผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองสำหรับเกษตรกร ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองในพื้นที่ จ.น่าน โดยบรรยายโรคที่สำคัญของผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองและการควบคุมโรคด้วยการใช้จุลินทรีย์ปฏิปักษ์ พร้อมฝึกปฏิบัติการเตรียมหัวเชื้อ การเพิ่มปริมาณเชื้อ และวิธีการใช้จุลินทรีย์ปฏิปักษ์ร่วมกับไรโซเบียมในการผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองเพื่อควบคุมโรคที่ติดมากับเมล็ดพันธุ์ให้เกษตรกรได้ทราบถึงหลักการและวิธีการใช้ที่ถูกต้อง และนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในงานผลิตเมล็ดพันธุ์ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมต่อไป