เคียฟโดนถล่มรอบใหม่ แม่ดับพร้อมลูก 9 ขวบ-เมืองรัสเซียก็โดนโจมตี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2698749

เคียฟโดนถล่มรอบใหม่ แม่ดับพร้อมลูก 9 ขวบ-เมืองรัสเซียก็โดนโจมตี

2 มิ.ย. 2566 02:36 น.

เคียฟโดนถล่มรอบใหม่ แม่ดับพร้อมลูก 9 ขวบ-เมืองรัสเซียก็โดนโจมตี

รัสเซียโจมตีกรุงเคียฟของยูเครนเป็นครั้งที่ 18 ในรอบ 1 เดือน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ รวมถึงแม่ลูกคู่หนึ่ง ขณะที่เมืองทางตะวันตกของรัสเซียก็ถูกโจมตีเช่นกัน

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า รัสเซียโจมตีทางอากาศรอบใหม่เข้าใส่กรุงเคียฟของยูเครน ในวันพฤหัสบดีที่ 1 มิ.ย. 2566 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ รวมถึงเด็กหญิงวัยเพียง 9 ขวบกับแม่ของเธอที่พยายามเข้าไปในที่หลบภัยแต่ประตูปิด ขณะที่เมืองทางตะวันตกของรัสเซียก็ถูกโจมตีทำให้มีผู้บบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง

ตามการเปิดเผยของฝ่ายยูเครน กองทัพของพวกเขายิงทำลายมิสไซล์กับขีปนาวุธร่อน อิสกันเดอร์ ของรัสเซียได้ 10 ลูก ระหว่างการโจมตีกรุงเคียฟเป็นครั้งที่ 18 ของรัสเซีย นับตั้งแต่เริ่มเดือนพฤษภาคม โดยแม่ลูกที่เสียชีวิตกับผู้หญิงเคราะห์ร้ายอีกคน ถูกเศษชิ้นส่วนจรวดตกใส่ขณะพยายามเข้าไปในที่หลบภัยการโจมตีทางอากาศ

“ทางเข้าถูกปิด ข้างในอาจมีผู้หญิง 5-10 คนอยู่กับลูกของพวกเธอแล้ว” นายยาโรสลาฟ เรียบชุค ชาวบ้านท้องถิ่นในเขตเดสนียานสกี ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุกล่าว “ไม่มีใครเปิดประตูให้พวกเธอ พวกเธอเคาะทุบประตูเสียงดังมากพอ พวกเธอพยายามเข้าไปในที่หลบภัย แต่ไม่มีใครเปิดประตูให้ ทำให้ภรรยาของผมตาย”

อีกด้านหนึ่ง ที่เมืองเชเบคิโน ในแคว้นเบลโกรอด ติดชายแดนทางตะวันตกของรัสเซีย ถูกโจมตีด้วยปืนใหญ่ในช่วงข้ามคืนจนถึงเช้าวันพฤหัสบดี ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 ราย มีอาคารเสียหายหลายแห่ง

ทั้งนี้ เมืองในแคว้นเบลโกรอดถูกโจมตีหลายครั้งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยกล่าวหาว่าเป็นฝีมือของผู้ก่อการร้ายชาวยูเครน ขณะที่รัฐบาลเคียฟตอบโต้ว่าเป็นฝีมือของกองกำลังชาวรัสเซียที่ต่อต้านประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ต่างหาก

นายวยาเชสลาฟ กลาดคอฟ ผู้ว่าการแคว้นเบลโกรอด กล่าวหาว่ากองทัพยูเครนเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งล่าสุด ซึ่งทำให้ต้องจัดพื้นที่อพยพให้แก่ชาวเมือง โดยจนถึงตอนนี้มีผู้เข้าไปอยู่แล้ว 134 ราย.

ที่มา : cna

มกุฎราชกุมารจอร์แดน เข้าพิธีเสกสมรสคู่หมั้นสาวสถาปนิก ที่กรุงอัมมาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2698748

มกุฎราชกุมารจอร์แดน เข้าพิธีเสกสมรสคู่หมั้นสาวสถาปนิก ที่กรุงอัมมาน

2 มิ.ย. 2566 01:59 น.

มกุฎราชกุมารจอร์แดน เข้าพิธีเสกสมรสคู่หมั้นสาวสถาปนิก ที่กรุงอัมมาน

เจ้าชายฮุสเซน มกุฎราชกุมารแห่งจอร์แดน เข้าพิธีเสกสมรสกับคู่หมั้นสาวสถาปนิกแล้ว ที่กรุงอัมมาน ท่ามกลางแขกจากต่างประเทศจำนวนมากที่มาร่วมยินดี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าชาย ฮุสเซน บิน อับดุลเลาะห์ ที่ 2 มกุฎราชกุมารแห่งประเทศจอร์แดน เสด็จเข้าพิธีเสกสมรสกับคู่หมั้นสาว รัชวา อัลเซฟ สถาปนิกสาวจากครอบครัวนักธุรกิจใหญ่ในซาอุดีอาระเบียอย่างชื่นมื่น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 มิ.ย. 2566

แขกสำคัญจากต่างประเทศเกือบ 140 คนตั้งแต่ เจ้าชายวิลเลียมและดัชเชสเคท ไปจนถึงนางจิล ไบเดน สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐฯ เดินทางมายังพระราชวัง ซาห์ราน ในกรุงอัมมาน เมืองหลวงของประเทศจอร์แดน เพื่อร่วมเป็นสักขีพยานการเสกสมรสระหว่างเจ้าชาย บิน อับดุลเลาะห์ ที่ 2 พระชนมายุ 28 พรรษา กับพระคู่หมั้น

สำหรับ น.ส.รัชวา อัลเซฟ ปัจจุบันมีอายุ 29 ปี เป็นสถาปนิกและจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย ซีราคิวส์ ในนครนิวยอร์ก โดยเธอเป็นญาติห่างๆ ของเจ้าชาย โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุฯ เนื่องจากแม่ของเธอมาจากหนึ่งในตระกูลใหญ่ของราชวงศ์ซาอุฯ ที่เรียกรวมกันว่า ซูไดรีทั้ง 7 (Sudairi Seven)

ทั้งนี้ ซูไดรีทั้ง 7 หมายถึง เจ้าชาย 7 พระองค์ผู้เป็นพระโอรสในสมเด็จพระราชาธิบดี อับดุลอาซิซ ผู้ก่อตั้งประเทศซาอุดีอาระเบีย และสมเด็จพระราชินี ฮุสซา บินต์ อาห์เหม็ด อัล-ซูดาอีร์ ได้แก่ตระกูล ฟาฮิด , สุลตาน, อับดุลเราะห์มาน, นาเยฟ, เตอร์กี, ซัลมาน และอาห์เหม็ด

พิธีเสกสมรถสเริ่มขึ้นในเวลา 9.00 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออก โดยสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งจอร์แดนกับสมเด็จพระราชินี เสด็จต้อนรับพระราชอาคันตุกะที่พระราชวังซาห์ราน โดยมีทหารของกองทัพบรรเลงเพลงในขณะที่แขะเหรื่อทะยอยเดินทางมาถึง เพื่อทักทายและแสดงความยินดีกับราชวงศ์จอร์แดน

จากนั้น พิธีการย้ายไปจัดที่อาคารขนาดเล็กที่สวนภายในวัง ที่บ่าวสาวกับบิดาของทั้งคู่ ลงนามในทะเบียนสมรสตามพิธีกรรมของศาสนาอิสลามที่เรียกว่า Katb Al-Kitab และแลกเปลี่ยนแหวนแต่งงานกัน

ส่วนที่นอกวัง ประชาจำนวนมากออกมารวมตัวกันเพื่อร่วมแสดงคววามยินดีและโบกธงชาติ ระหว่างรอขบวนรถซึ่งจะพาบ่าวสาวเดินทางเป็นระยะทาง 6 กม.ข้ามเมืองหลวง บนถนนที่ประดับประดาไปด้วยภาพของเจ้าชายฮุสเซนกับพระคู่หมั้น และธงชาติจอร์แดน

อนึ่ง หลังจากนี้ น.ส.รัชวา อัลเซฟ จะได้รับตำแหน่ง มกุฎราชกุมารีแห่งจอร์แดน และเมื่อเจ้าชายฮุสเซนสืบราชบัลลังก์ ตำแหน่งของพระองค์จะเปลี่ยนเป็น สมเด็จพระราชินีรัชวา

ที่มา : cnn

จีนฮึ่ม “สหรัฐฯ-ไต้หวัน” จับมือลงนามข้อตกลงการค้าครั้งประวัติศาสตร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2698689

จีนฮึ่ม "สหรัฐฯ-ไต้หวัน" จับมือลงนามข้อตกลงการค้าครั้งประวัติศาสตร์

1 มิ.ย. 2566 18:56 น.

จีนฮึ่ม “สหรัฐฯ-ไต้หวัน” จับมือลงนามข้อตกลงการค้าครั้งประวัติศาสตร์

สหรัฐฯ-ไต้หวันลงนามข้อตกลงทางการค้าครั้งประวัติศาสตร์ ส่งเสริมขีดความสามารถด้านเศรษฐกิจ ด้านรัฐบาลจีนไม่พอใจออกมาประณามการประกาศความร่วมมือดังกล่าว

วันที่ 1 มิ.ย. 2566 สํานักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สหรัฐฯ เตรียมลงนามข้อตกลงทางการค้าครั้งประวัติศาสตร์ฉบับใหม่กับไต้หวันในวันนี้ (1 มิ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งนับเป็นข้อตกลงฉบับแรกภายใต้แผนริเริ่มการค้าระหว่างสหรัฐฯ-ไต้หวันในศตวรรษที่ 21 (US-Taiwan Initiative on 21st Century Trade) ซึ่งเริ่มเจรจากันในปีที่ผ่านมา

แผนริเริ่มการค้าระหว่างสหรัฐฯ-ไต้หวันในศตวรรษที่ 21 มุ่งเน้นส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับไต้หวัน ให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น โดยไต้หวันจะสามารถรับสินค้าส่งออกจากสหรัฐฯ ได้มากยิ่งขึ้น, สามารถสร้างสภาพคล่องในการตรวจสอบศุลกากร และพัฒนามาตรการตรวจสอบต่างๆ รวมทั้งมาตรการต่อต้านการทุจริตระหว่างสหรัฐฯ และไต้หวัน

ด้านอลัน หลิน โฆษกรัฐบาลไต้หวัน เปิดเผยว่า ข้อตกลงนี้นอกจากจะเป็นการลงนามครั้งประวัติศาสตร์แล้ว ยังเป็นสัญญาณการเริ่มต้นใหม่อีกด้วย โดยเขาเสริมอีกว่า ไต้หวันจะทุ่มเททําสนธิสัญญาเขตการค้าเสรีกับสหรัฐฯ ให้สําเร็จ เพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจของไต้หวัน

การประกาศลงนามข้อตกลงดังกล่าว เกิดขึ้นล่วงหน้าก่อนการประชุมสุดยอดด้านความมั่นคงระดับโลกในสิงคโปร์ ซึ่งจะมีขึ้นในสุดสัปดาห์นี้ โดยสํานักเจรจาการค้าของไต้หวันเปิดเผยว่า การลงนามนี้จะเกิดขึ้นที่ ทําเนียบขาวใน กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐฯ ในขณะที่ สื่อคาดการณ์ว่า Sarah Bianchi รองผู้แทนการค้าสหรัฐฯ จะเข้าร่วมการลงนามด้วย

ด้านรัฐบาลจีนออกมาประณามการประกาศลงนามข้อตกลงทางการค้าครั้งประวัติศาสตร์ฉบับใหม่กับไต้หวัน เนื่องจากเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์แน่นแฟ้นระหว่าง สหรัฐฯ และไต้หวัน

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์จีน-ไต้หวันทวีความตรึงเครียดหลังจาก แนนซี เพโลซี อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เยือนไต้หวันในเดือนสิงหาคมในปีที่ผ่านมา.

ที่มา : BBC

บักห์มุตเงียบสงัด หลังรัสเซีย-ยูเครนปะทะเดือดนับ 10 เดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2698653

บักห์มุตเงียบสงัด หลังรัสเซีย-ยูเครนปะทะเดือดนับ 10 เดือน

1 มิ.ย. 2566 18:24 น.

บักห์มุตเงียบสงัด หลังรัสเซีย-ยูเครนปะทะเดือดนับ 10 เดือน

เมืองบักห์มุตเงียบสงัด หลังจากทัพรัสเซียคว้าชัยอ้างยึดเมืองนี้ได้แล้ว ด้านกรุงเคียฟ เมืองหลวงยูเครน ยังคงโดนถล่มต่อเนื่อง

เมื่อ 1 มิ.ย. 2566 สํานักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์ล่าสุดในเมืองบักห์มุต ทางภาคตะวันออกของยูเครน ซึ่งถือเป็นสมรภูมิรบที่นองเลือดที่สุดและเกิดการสู้รบระหว่างฝ่ายรัสเซียกับยูเครนกันยานนานที่สุดนับ 10 เดือน นับตั้งแต่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย เปิดฉากทำสงครามในยูเครนมานานถึง 463 วันแล้วว่า กองทัพรัสเซียได้หยุดพักการโจมตีที่เมืองบักห์มุต ชั่วคราว ขณะที่กลุ่มทหารรับจ้างจาก ‘วากเนอร์’ กรุ๊ป ฝ่ายรัสเซียได้เคลื่อนกำลังออกจากเมืองบักห์มุต เปิดทางให้กองทัพรัสเซียเข้าครอบครองเมืองในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ 

ด้านกองทัพยูเครนได้ประกาศยุติปฏิบัติการบุกตีโอบล้อมเมืองบักห์มุต โดยให้เหตุผลว่าเพื่อทําปฏิบัติการทางการทหารอื่นๆ โดยฮันนาร์ มาเลียร์ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงกลาโหมยูเครน เปิดเผยว่า ไม่มีการสู้รบหรือการตีโอบใดๆ เกิดขึ้นในบักห์มุต 

ก่อนหน้านี้ เยฟเกนี ปริโกซิน ผู้ก่อตั้งกลุ่มทหารรับจ้างวากเนอร์ กรุ๊ป เปิดเผยในวิดีโอในสื่อโซเชียลของเขา ในแอปพลิเคชัน เทเลแกรมว่า วากเนอร์ กรุ๊ปเสียกําลังพลไปมากกว่า 20,000 ศพ โดยเฉพาะการสู้รบในเมืองบักห์มุต อย่างไรก็ตาม ด้านรัฐมนตรีกลาโหมรัสเซียยังคงไม่เปิดเผยตัวเลขทหารรัสเซียและกำลังพลฝ่ายสนับสนุนที่เสียชีวิตในศึกนี้

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทัพรัสเซียยังคงยิงมิสไซล์ถล่มกรุงเคียฟ เมืองหลวงยูเครนอย่างต่อเนื่องจนทําให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตหลายราย รวมไปถึงอาคารบ้านเรือนที่พักอาศัยเสียหายหลายแห่งได้รับความเสียหาย

ทั้งนี้ รัฐบาลรัสเซียได้ประกาศชัยชนะสามารถยึดเมืองบักห์มุตเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลังจากทําศึกในเพื่อยึดเมืองนี้นานนับ 10 เดือน นับตั้งแต่ประธานาธิบดีปูติน ประกาศเริ่มปฏิบัติการพิเศษทางการทหารในยูเครน เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565.

ที่มา : Aljazeera

จ.อุดรธานี หนุนชาวบ้านปลูกหญ้า ‘วิเศษพารากอน’ทางเลือกรายได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734676

วันศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านโนนสมบูรณ์ หมู่ 9 ต.อ้อมกอ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี นายสุรศักดิ์ อักษรกุล รองผู้ว่าฯ จ.อุดรธานี เดินทางมาเป็นประธานเปิดกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรล่ำซำหญ้าพารากอน หญ้ามหัศจรรย์ตัวใหม่สำหรับเกษตรกร โดยมีนายวรวุฒิ จันทร์ชัย ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรล่ำซำหญ้าพารากอน (จวิ้นเฉ่า) นำชาวบ้านสมาชิกให้การต้อนรับ โดย รอง ผวจ.อุดรธานีกล่าวกับชาวบ้าน ห่วงว่าจะลักษณะของแชร์ลูกโซ่หรือมาหลอกชาวบ้านให้ปลูกเหมือนอย่างอื่น เช่น กระท่อมพอปลูกไม่มีที่รับซื้อ ทำให้ชาวบ้านเป็นหนี้เป็นสิน แต่เมื่อตรวจสอบทางสำนักงานเกษตรและสหกรณ์ พบว่าจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน และมีบริษัทด้านอาหารสัตว์ระดับประเทศการันตีว่า รับซื้อไม่อั้น หากเป็นเช่นนั้นก็ดีใจแทนชาวบ้าน ปลูกแล้วทำรายได้ให้แก่ชาวบ้านทางหน่วยงานก็พร้อมยินดีสนับสนุน

นายวรวุฒิ จันทร์ชัย ประธานกลุ่มฯ เปิดเผยว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ เราตั้งขึ้นเพื่อปลูกหญ้าพารากอน ซึ่งหญ้าพารากอนนี้เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่สำหรับชาวบ้าน ซึ่งทางบริษัทล่ำซำ เพาเวอร์แพร์ และบ.เบทาโกรร่วมมือกันและสนับสนุนให้เกษตรกรชาวอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ปลูกหญ้าตัวนี้ ถือว่าหญ้าพารากอนเป็นหญ้ามหัศจรรย์ที่ปลูกแล้วให้ค่าตอบแทนสูง โดยอัตราค่าตอบแทนต่อไร่ต่อปีได้เฉลี่ย 100 ตัน ซึ่งทางบริษัทรับประกันซื้อคืนตันละ 400 บาทต่อไร่ต่อปี เกษตรกรจะได้รายได้ประมาณ 40,000 บาทต่อไร่ต่อปีโดยหญ้าพารากอนเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่สำหรับเกษตรกร “ปัจจุบันมีสมาชิกรวมกลุ่มกันแล้ว 7 ราย มีพื้นที่ปลูกทั้งหมด 112 ไร่ ผลผลิตครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกเฉลี่ยแล้วรอบนี้รอบแรกปีนี้เราได้ผลผลิต 10 ตันต่อไร่

ปัจจุบันตอนนี้เรามีตลาดซึ่งเข้าร่วมกับทางกลุ่มขอผลผลิตกับเราแล้วที่แน่ๆ 3 แห่ง คือ กลุ่มอสค.และสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย และบริษัทเบทาโกร เขาสนใจผลผลิตหญ้าพารากอนจากเกษตรกรของเราแบบไม่อั้น ตอนนี้พืชเราแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ หากอายุเยอะจะมีบริษัทรับซื้อไปแปรรูปเป็นพลังงาน พืชที่อายุ 2-4 เดือน ก็จะตัดสดส่งให้อสค.ทำหญ้าหมักเอาไว้ให้โคนม อนาคตตนคาดว่าจะมีกลุ่มพลังงานมาติดต่อซื้อหญ้านำไปผลิตพลังงานต่อไป สำหรับเกษตรกรที่สนใจสามารถติดต่อได้โดยตรง08-7492-2709

‘นราพัฒน์’ถกปัญหาฝุ่นควัน รุกติดตามแก้ไขมลพิษภาคเหนือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734674

วันศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่จ.เชียงราย เพื่อติดตามการแก้ปัญหาการเผาในภาคการเกษตร ที่ส่งผลต่อมลพิษทางอากาศอย่างมีในนัย ทั้งนี้ มีตัวแทนหน่วยงานกระทรวงเกษตรฯ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของ จ.เชียงราย ร่วมกันประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยในภาพรวมชี้ให้เห็นว่าจุดเผาในภาคการเกษตรของ จ.เชียงราย ลดลงกว่าปีก่อนๆ แต่ปัญหาปัจจุบันเกิดจากไฟป่า และบางพื้นที่การเกษตรที่อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนตามแนวเขาที่มีพื้นที่ลาดชัน ส่งผลให้ยากต่อการควบคุม

นายนราพัฒน์กล่าวว่า ได้เร่งให้หน่วยงานในพื้นที่วางแนวทางแก้ไขร่วมกันหลายภาคส่วน และดำเนินการตามแผนการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติของรัฐบาล อย่างไรก็ดี ได้เสนอการกำหนดแผนดำเนินการใน 2 ระดับ ได้แก่ 1.การแก้ปัญหาภายในประเทศ ให้ทุกภาคส่วนบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และเข้มงวดสร้างแรงจูงใจการช่วยเหลือสนับสนุนเรื่องต้นทุนของเกษตร โดยใช้วิธีการอื่นแทนการเผาโดยเฉพาะข้าวโพด อาจใช้โมเดลการจัดการเดียวกันกับอ้อยที่บวกราคาเพิ่มให้เกษตรกรหากใช้วิธีการจัดการตอซังแทนการเผา ประกอบกับการสร้างโมเดลร่วมกับภาคเอกชน การสร้างจุดรับเศษเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อนำมาทำเป็นอาหารสัตว์ หรือเป็นพืชพลังงานชีวมวล ซึ่งปัจจุบันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีการบริหารจัดการเศษวัสดุการเกษตรในพื้นที่ราบ ทั้งนี้ ในจุดที่มีการเผา เจ้าของพื้นที่ต้องให้ความร่วมมือและอนุญาตในหน่วยงานภาคส่วนอื่นเข้าไปแก้ไขปัญหาร่วมด้วย เช่น พื้นที่สูง พื้นที่ป่า เป็นต้น

2.การแก้ปัญหาระหว่างประเทศ ภาครัฐในพื้นที่จำเป็นต้องมีการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านในเบื้องต้น เพื่อร่วมกันหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดการเผาในภาคการเกษตร โดยข้อหารือในระดับพื้นที่ดังกล่าว จะถูกผลักดันเข้าสู่การเจรจาในระดับการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งต่อไป กรณีประเทศใดไม่มีมาตรการป้องกัน หรือกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาเรื่องการเผาในภาคการเกษตรที่ชัดเจน อาจมีมาตรการจำเป็นที่อาจลดการนำเข้าได้จากประเทศนั้นๆ

ทั้งนี้ นายนราพัฒน์ ได้เสนอประเด็นปัญหาก๊าซเรือนกระจกที่นานาชาติให้ความสำคัญเข้ามาเป็นกลไกการบังคับในการปฏิบัติ ซึ่งที่ผ่านมาได้ขับเคลื่อนผ่านเวทีคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี และยินดีที่จะรับเป็นผู้ประสานแก้ปัญหานี้ในระยะยาว

นอกจากนี้ นายนราพัฒน์ ได้พบปะกลุ่มอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและให้แนวทางการพัฒนาการเกษตรในหมู่บ้าน พร้อมให้กำลังใจ อกม.ที่เป็นกำลังหลักในการประสานสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และเกษตรกรในหมู่บ้าน ส่งผลให้การบริหารงานตรงกับความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่มากที่สุด

สกู๊ปพิเศษ : ‘ฮอกไกโด ฟู้ดฯ’ เปิดเกมรุกเต็มสูบ จับมือ ‘อำพลฟูดส์’ ดันสินค้า พร้อมเปิดตัว ‘ซุปเปอร์ไฟต์’ รสชาติใหม่ ตั้งเป้าโตสู่แบรนด์ระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734673

สกู๊ปพิเศษ : ‘ฮอกไกโด ฟู้ดฯ’ เปิดเกมรุกเต็มสูบ จับมือ ‘อำพลฟูดส์’ ดันสินค้า  พร้อมเปิดตัว ‘ซุปเปอร์ไฟต์’ รสชาติใหม่ ตั้งเป้าโตสู่แบรนด์ระดับโลก

สกู๊ปพิเศษ : ‘ฮอกไกโด ฟู้ดฯ’ เปิดเกมรุกเต็มสูบ จับมือ ‘อำพลฟูดส์’ ดันสินค้า พร้อมเปิดตัว ‘ซุปเปอร์ไฟต์’ รสชาติใหม่ ตั้งเป้าโตสู่แบรนด์ระดับโลก

วันศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท ฮอกไกโด ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอเรจ จำกัด ภายใต้กลุ่มบริษัททีโอเอ (TOA) นำโดย คุณประจักษ์ ตั้งคารวคุณ ร่วมงาน THAIFEX -ANUGA ASIA 2023 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำแห่งเอเชีย ที่จัดขึ้น ณ อิมแพค เมืองทองธานี บริษัทฯ นำสินค้าใน เครื่องดื่มสมุนไพร “ซุปเปอร์ไฟต์” (SuperFight) และ ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพจากพืช (Plant Based Food) “ล้อตโต้ฟู้ด (Lotto Food)” ซึ่งเป็นสินค้าในเครือมาแสดงแบบจัดเต็มแล้ว นอกจากนี้ยังถือโอกาสจับมือร่วมเป็นพันธมิตรธุรกิจกับ ดร.เกรียงศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อำพลฟูดส์ โพรเซสซิ่งจำกัด เป็นผู้กระจายสินค้ากลุ่ม ขนมและเครื่องดื่ม ให้ครอบคลุมร้านค้าปลีกและร้านค้าส่งทั่วประเทศ ด้วยการนำนวัตกรรมดิจิทัลมาควบคุมการขนส่งแบบเรียลไทม์ พร้อมเร่งกระจายร้านค้าตัวแทนกว่า 4 แสนร้านค้าภายในปี 2568

สำหรับแบรนด์เครื่องดื่มสมุนไพร “ซุปเปอร์ไฟต์”(SuperFight) ปัจจุบันมีเครื่องดื่มซุปเปอร์ไฟต์สูตรสมุนไพรสกัด 8 ชนิดมีขนาด 150 มล. ราคาขวดละ 15 บาทและขนาด 100 มล.ราคาขวดละ 10 บาท จำหน่ายในเซเว่น-อีเลฟเว่น และ ตามร้านตู้แช่ทั่วประเทศซึ่งได้การตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี เพื่อต่อยอดแผนการเติบโตที่ได้ตั้งเป้ายอดขายให้กลุ่มขนมและเครื่องดื่มโตกว่า 30% พร้อมขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงานดื่มได้ด้วย จากกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ กลุ่มผู้ใช้แรงงานที่รักสุขภาพ ทางแบรนด์จึงได้เปิดตัวรสชาติใหม่เพื่อเอาใจคนรักสุขภาพและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุค 5G ที่ให้ทั้งประโยชน์และความคุ้มค่าภายในขวดเดียวซึ่งคัดสรรมาเป็นพิเศษกับ ซุปเปอร์ไฟต์ เครื่องดื่ม โสมผสมวิตามินซี (สูตรไม่มีน้ำตาล) ไม่มีกาเฟอีน ขนาด 100 มล. ราคา 10 บาท ให้คนรักสุขภาพได้เลือกดื่มเติมคุณประโยชน์อย่างคุ้มค่าด้วยส่วนผสมของ โสมน้ำผึ้ง วิตามินบี วิตามินซีและ กรดอะมิโน (BCAA) ที่ช่วยลดอาการปวดเมื่อยเหนื่อยล้า เติมทั้งพลังงานและเสริมสร้างสุขภาพดีๆ ให้ผู้บริโภคสดชื่นระหว่างวันมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้คุณประจักษ์ ตั้งคารวคุณและ ดร.เกรียงศักดิ์ เทพผดุงพรยังได้เยี่ยมชมบูธ Lotto Food ที่ดำเนินธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพจากพืช (Plant Based Food) ผลิต แปรรูปและจัดจำหน่ายอาหารสำเร็จรูป อาหารพร้อมทาน อาหารแช่แข็งที่มีส่วนผสมจากพืชเป็นหลัก จัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ “Lotto Plant-Based”เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ความอร่อยง่ายๆ ที่ไม่ทำร้ายใคร”

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าใช้กลยุทธ์การกระจายสินค้าและสร้างดีมานด์แบบป่าล้อมเมือง โดยใช้ความแข็งแกร่งของอำพลฟูดส์ที่มีหน่วยรถกว่า 500 คัน เน้นการเจาะตลาดร้านค้าปลีกทั่วประเทศ ให้ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ซุปเปอร์ไฟต์ ได้อย่างทั่วถึง และตั้งเป้ายอดขายขยายตลาดต่างประเทศเพิ่ม โดยเน้นประเทศเพื่อนบ้านกลุ่ม CLMV ตะวันออกกลาง จีน สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา และประกาศพร้อมรุกตลาดผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ หวังปั้นเป็นแบรนด์ระดับโลกต่อไป

กรมชลฯเร่งมือ5โครงการ พัฒนาแหล่งน้ำในภาคใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734678

วันศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายก่อพงษ์ เจ้ยแก้ว ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 15 กรมชลประทาน กล่าวว่า ได้ดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคใต้ตอนกลาง คือ จ.สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ และพังงา รวม 5 โครงการ ประกอบด้วย 1.โครงการอ่างเก็บน้ำลำไตรมาศต.บางเหรียง อ.ทับปุด จ.พังงา 2.โครงการอ่างเก็บน้ำคลองหิน ต.คลองหิน อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ 3.โครงการประตูระบายน้ำคลองกลายบ้านนากุน ต.สระแก้ว อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช 4.โครงการอ่างเก็บน้ำธารประเวศ ต.บ้านใต้ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี และ 5.โครงการอ่างเก็บคลองสังข์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.กรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช

“โครงการพัฒนาแหล่งน้ำทั้ง 5 โครงการดังกล่าว เมื่อแล้วเสร็จจะสร้างความมั่นคงด้านน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคให้ราษฎรได้รวม 10 ตำบล ใน 4 จังหวัดภาคใต้ตอนกลาง สามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ 29,550 ไร่ เก็บกักน้ำต้นทุนไว้ในระบบชลประทานรวมกันได้มากกว่า 52 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อน สร้างรายได้ให้กับคนท้องถิ่นด้วย” ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 15 กล่าว

‘อลงกรณ์’ปลื้มส่งออกข้าว 4เดือนพุ่งทะลุ3.05ล้านตัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734677

วันศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การส่งออกข้าวไทย 4 เดือนแรกของปีนี้ มีปริมาณสูงถึง 3.05 ล้านตัน และความต้องการข้าวในตลาดยังมีต่อเนื่อง ส่งผลทำให้ราคาข้าวในประเทศเกือบทุกประเภทสูงเกินราคาประกันรายได้ โดยเฉพาะข้าวเจ้า ซึ่งมีปริมาณผลิตมากที่สุด คาดว่าการส่งออกข้าวของไทย ในปี 2566 จะทะลุเป้าหมาย 7.5 ล้านตัน และน่าจะแซงตัวเลขการส่งออกข้าว ในปี 2565

สำหรับการส่งออกข้าวไทยปี 2565 อยู่ที่ 7.69 ล้านตัน โดยปริมาณส่งออกเพิ่มขึ้น 22.1% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการส่งออกสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 7.5 ล้านตัน ขณะที่มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 138,451.8 ล้านบาท คิดเป็น 3,970.9 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้น 26.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

“ยุทธศาสตร์การตลาดนำการผลิต เกษตรผลิตพาณิชย์ตลาด เป็นยุทธศาสตร์บนความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ ที่ทำงานเชิงรุกร่วมกับภาคเอกชนและเกษตรกร มีการพัฒนาพันธุ์ข้าวให้ผลผลิตต่อไร่สูง มีคุณภาพมาตรฐาน ตรงความต้องการของตลาด การยกระดับข้าวแปลงใหญ่ เพิ่มกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในต่างประเทศ รวมทั้งค่าเงินบาทอยู่ในระดับที่แข่งขันได้เป็นปัจจัยสำคัญทำให้การส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ที่สำคัญคือชาวนามีรายได้เพิ่มขึ้น” นายอลงกรณ์ กล่าว

สวก.อัดฉีดเงิน2ทุน หนุนงานวิจัยไข่ผำ พืชน้ำให้โปรตีนสูง ดัน‘อาหารอนาคต’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734672

วันศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผอ.สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) กล่าวว่า ได้รับจัดสรรงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จึงขับเคลื่อนงานวิจัย โดยสนับสนุนทุนวิจัย 2 ทุน คือมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย รศ.ดร.ภญ.รัตติรส คนการณ์ โครงการผลิตภัณฑ์เม็ดสารสกัดไข่น้ำเพื่อเสริมโปรตีนและกรดไขมันโอเมกา และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ดร.วนิดา ปานอุทัย โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารโปรตีนเสริมสุขภาพจากผำ เพื่อเพิ่มมูลค่าและศักยภาพการใช้ทรัพยากรชุมชน เพื่อศึกษาถึงประโยชน์ในด้านต่างๆ ซึ่งพบว่าไข่ผำ เป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญ นอกจากนี้ยังพบกรดอะมิโนที่จำเป็นและไม่จำเป็น ครบทุกชนิด และเมื่อมีการวิเคราะห์กรดไขมันของไข่ผำแห้งพบว่า มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงกว่ากรดไขมันอิ่มตัว ประมาณ2 เท่า และยังพบกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายต้องการอีก 2 ชนิด ในปริมาณสูง ถือว่า “ไข่ผำ” เป็น Super Food สุดยอดของแหล่งโปรตีนทดแทน และเป็นหนึ่งในพืชน้ำที่อยู่ในยุทธศาสตร์นโยบายการขับเคลื่อนใหม่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในด้านอาหารแห่งอนาคต (Future Food) เป็นอีกหนึ่ง Mega Trend ที่มาแรงและถูกกล่าวถึงเป็นวงกว้าง

ไข่ผำจึงถือว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนรักสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งโปรตีน จึงได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปยังผู้ประกอบการในระดับ SME ซึ่งเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์จากไข่ผำในงาน THAIFEX– Anuga Asia 2023