NIA มอบรางวัล Prime Minister Award เชิดชูศักยภาพกลุ่มสตาร์ทอัพและองค์กรที่ส่งเสริมนวัตกรรมเพื่อรับมือกับความท้าทายในระดับสากล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739124

NIA มอบรางวัล Prime Minister Award เชิดชูศักยภาพกลุ่มสตาร์ทอัพและองค์กรที่ส่งเสริมนวัตกรรมเพื่อรับมือกับความท้าทายในระดับสากล

NIA มอบรางวัล Prime Minister Award เชิดชูศักยภาพกลุ่มสตาร์ทอัพและองค์กรที่ส่งเสริมนวัตกรรมเพื่อรับมือกับความท้าทายในระดับสากล

วันพฤหัสบดี ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 19.40 น.

22 มิถุนายน 2566 นายดอน ปรมัตถ์วินัย  รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานในงานพิธีประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติให้แก่ผู้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศสำหรับสตาร์ทอัพของประเทศ (Prime Minister Award: National Startup 2023) และองค์กรที่มีศักยภาพส่งเสริมและสนับสนุนนวัตกรรมที่สามารถแก้ปัญหาความท้าทายในระดับสากล (Prime Minister Award: Innovation for Global Challenge) ภายในงานสตาร์ทอัพ และ งานอินโนเวชั่น ไทยแลนด์ เอ็กซ์โป 2023 (STARTUP x INNOVATION THAILAND EXPO 2023)

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กล่าวว่า “รางวัล Prime Minister Award: National Startup 2023 จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อน เร่งสร้าง และพัฒนาสตาร์ทอัพที่เป็นรูปธรรมในลักษณะความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ และภาคการศึกษา ทั้งนี้ หลังจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 มีแนวโน้มที่ดีขึ้นเป็นลำดับ แต่เห็นได้ชัดการใช้ชีวิตด้านต่าง ๆ ของผู้คนเปลี่ยนไป และด้วยสถานการณ์ของโลกที่ไม่แน่นอน เกิดความท้าทายหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม หลากหลายภาคส่วนจึงมีการสร้างสรรค์นวัตกรรมต่าง ๆ ขึ้นมากมายซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประเทศ ดังนั้น NIA จึงเห็นว่าในปีนี้ควรจัดมอบรางวัล Prime Minister Award: Innovation for Global Challenge เพิ่มขึ้น เพื่อเป็นกำลังใจและเชิดชูเกียรติแก่องค์กรที่มีส่วนร่วมในการส่งเสริม พัฒนาและสนับสนุนนวัตกรรมที่สามารถรับมือต่อความท้าทายต่างๆ ในโลก

พิธีมอบรางวัล Prime Minister Award: National Startup 2023 มีวัตถุประสงค์เพื่อประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติให้แก่ผู้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศสำหรับสตาร์ทอัพของประเทศ และเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งสตาร์ทอัพของประเทศไทยให้มีศักยภาพทางธุรกิจและก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ และ รางวัล Prime Minister Award : Innovation For Global Challenge เป็นรางวัลเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติแก่องค์กร ที่มีศักยภาพส่งเสริมและสนับสนุนนวัตกรรมที่สามารถแก้ปัญหาความท้าทายในระดับสากล แบ่งเป็น 3 สาขา คือ 1) สาขา Competitiveness เป็นรางวัลเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติแก่องค์กรที่ส่งเสริมและยกระดับศักยภาพในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ 2) สาขา Environmental เป็นรางวัลเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติแก่องค์กรที่ส่งเสริมและยกระดับศักยภาพในการผลักดันเรื่องสิ่งแวดล้อม และ 3) สาขา Social เป็นรางวัลเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติแก่องค์กรที่ส่งเสริมและยกระดับศักยภาพในการผลักดันเรื่องสังคม

ดร.พันธุ์อาจ กล่าวเพิ่มเติม “NIA หวังว่าโครงการรางวัล Prime Minister Award: National Startup 2023 และ รางวัล Prime Minister Award: Innovation for Global Challenge ในงาน STARTUP x INNOVATION THAILAND EXPO 2023 จะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้เกิดความสนใจในการเป็นผู้สนับสนุนระบบนิเวศของสตาร์ทอัพรายใหม่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย และกระตุ้นให้มีการนำนวัตกรรมมาใช้แก้ไขปัญหาและรับมือกับความท้าทายที่กำลังเกิดขึ้นในระดับระดับประเทศและระดับโลก รวมถึงเกิดการเผยแพร่ต้นแบบแนวทางการเป็นผู้สนับสนุนระบบนิเวศของสตาร์ทอัพและการใช้นวัตกรรมในประเทศมารับมือกับความเปลี่ยนแปลงหรือความท้าทายใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต”

สำหรับผู้ที่ได้รับรางวัล PRIME MINISTER AWARD: NATIONAL STARTUP 2023 มีดังนี้ รางวัล Startup of the year  ผู้รับรางวัล Lineman Wongnai  รางวัล Evangelist of the Year : ผู้รับรางวัล ผศ.ดร.ยุทธนา ศรีสวัสดิ์ นายกสมาคม Thai Startup, รองคณบดีและอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร   iTAX และรศ.ดร.ณัฐชา ทวีแสงสกุลไทย รองอธิการบดี ด้านการวางและกาหนดยุทธศาสตร์ นวัตกรรมและพันธกิจสากล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รางวัล Investor of the Year ผู้รับรางวัลInnospace -National Startup Platform ในการส่งเสริมและพัฒนาสตาร์ทอัพไทยให้พร้อมขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม รางวัล Best Brotherhood of the Year ผู้รับรางวัล สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย-ทำหน้าที่เป็นองค์กรสำคัญในการทำงานร่วมกับภาคเอกชน รัฐบาล และภาคประชาชน อันนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัล การพัฒนาบุคคลากรด้านดิจิทัล ให้เกิดการประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน รางวัล Best of Contributor in Human Capital Development ผู้รับรางวัล Huawei ผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) และอุปกรณ์อัจฉริยะ ด้วยการแก้ปัญหาแบบครบวงจรและลงทุนในเรื่องการพัฒนากำลังคนด้านเทคโนโลยีดิจิทัลมาอย่างต่อเนื่อง และSTeP CMU อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นสะพานแห่งการสร้างนวัตกรรม (Bridge for Innovation) ข้ามหุบเหวแห่งความท้าทาย (Valley of Challenge) โดยเชื่อมโยงและผสานการทำงานระหว่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่กับภาคอุตสาหกรรม ภาคเอกชน หน่วยงานภาครัฐ และภาคประชาชนสังคมที่อยู่ภายนอกมหาวิทยาลัยบนพื้นฐานของการนำทรัพยากรที่มีอยู่ในมหาวิทยาลัย (ผลงานวิจัย นักวิจัยและเครื่องมือวิจัย) มาใช้ประโยชน์และสร้างคุณค่า

ส่วน รางวัล Prime Minister Award: Innovation for Global Challenge สาขา Competitiveness : ผู้รับรางวัล WHA ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป -มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่มีเป้าหมายในการสร้างกลุ่มอุตสาหกรรมไฮเทคใหม่ในอุตสาหกรรมอนาคต เช่น การบิน พลังงานชีวภาพและเคมีชีวภาพ ดิทัล สุขภาพ และหุ่นยนต์ตามความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ สาขา Environmental : ผู้รับรางวัล ธนาคารกสิกรไทย-ธนาคารกสิกรไทย ประกาศ KBank ESG Strategy 2566 ธนาคารด้าน ESG แห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขับเคลื่อนธุรกิจบนหลักการ ESG พร้อมมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้าน ESG ของกลุ่มธนาคารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำพาลูกค้าและธุรกิจไทยเดินหน้าสู่ระบบเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน สาขา Social : ผู้รับรางวัล Young Happy กิจการเพื่อสังคม ที่มุ่งสร้างคอมมูนิตี้ของผู้สูงอายุในประเทศไทยและทั่วโลกโดยยังแฮปปี้ มีความตั้งใจสร้างสังคมเพื่อผู้สูงอายุและเปลี่ยนแปลงมุมมองของสังคมที่มีต่อผู้สูงอายุ

-(016)

ถอดสูตร ติด ‘โซลาร์ รูฟ’ ยังไงถึงคุ้มจ่าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739051

ถอดสูตร ติด ‘โซลาร์ รูฟ’ ยังไงถึงคุ้มจ่าย

ถอดสูตร ติด ‘โซลาร์ รูฟ’ ยังไงถึงคุ้มจ่าย

วันพฤหัสบดี ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 17.00 น.

โซลาร์ รูฟ กลายเป็นนวัตกรรมและฟังก์ชันสำหรับเจ้าของบ้านยุคใหม่ไปเสียแล้ว อาจเป็นเพราะได้ถูกบ่มมาจากตัวแปรสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคเริ่มเล็งเห็น อย่างปัญหาค่าไฟฟ้าในช่วงที่ผ่านมา ไม่เพียงแค่เพิ่มขึ้นแต่ยังพุ่งทะยานสูงขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ถึงแม้ส่วนหนึ่งจะมาจากการที่ภาครัฐมีมาตรการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (Ft) สูงขึ้น ทำให้ผู้อยู่อาศัยต้องหาทางออกในการลดค่าใช้จ่าย จึงไม่ประหลาดใจมากนัก ที่โซลาร์ รูฟ เป็นหนึ่งในทางออกที่ถูกเลือกในยุคนี้

เหตุใด โซลาร์ รูฟ ถึงได้รับความนิยมมากขึ้น

แม้ว่าโซลาร์ รูฟ จะถูกพัฒนาขึ้นในประเทศไทยมานานกว่า 10 ปี แต่ปัจจัยที่ทำให้ก่อนหน้านี้ โซลาร์ รูฟ ยังไม่นิยมติดตั้งในที่อยู่อาศัยเท่าที่ควร อาจมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน 1) ยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบของโซลาร์ รูฟ รวมถึงการติดตั้งอย่างถูกต้องและยังกังวลเรื่องความปลอดภัย 2) อุปกรณ์และการติดตั้งมีราคาสูงเกินไป ทำให้คนส่วนใหญ่ยังไม่กล้าเสี่ยงลงทุน และเลือกตัดช้อยส์ทิ้งทั้งที่ยังไม่ได้ศึกษา 3) ยังไม่เชื่อมั่นในสินค้าและบริการของผู้ประกอบการหลาย ๆ ราย จึงทำให้ไม่กล้าตัดสินใจ ซึ่งแน่นอนว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ต้องการผู้เชี่ยวชาญโดยตรงมาให้ความรู้ ตลอดกระบวนการติดตั้งและการใช้งาน เพื่อให้เกิดความมั่นใจ เมื่อพบปัญหาในการติดตั้งหรือเรื่องเกี่ยวกับระบบ รวมถึงหลังคาก็สามารถขอคำปรึกษาได้

แต่ในปัจจุบันผู้บริโภคเริ่มตะหนักและศึกษาถึงประโยชน์ของพลังงานสะอาดกันมากขึ้น ประกอบกับหลาย ๆ ปัจจัยที่ทำให้สนใจติดตั้งโซลาร์ รูฟ ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากราคาของวัสดุอุปกรณ์และราคาด้านการบริการที่ไม่สูงจนเกินเอื้อม โดยเฉพาะราคาอุปกรณ์ต่าง ๆ ลดลงจากเดิม ทำให้ภาคครัวเรือนสามารถเข้าถึงการติดตั้งได้ง่ายและสะดวกสบายขึ้น รวมไปถึงผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายรายก็ต่างให้ความสำคัญและนำโซลาร์ รูฟ มาเป็นหนึ่งในแนวทางพัฒนาหลัก

ตลอดจนผู้บริโภคก็เริ่มมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประโยชน์ในการติดตั้งหลังคาโซลาร์ รูฟ และการลงทุนระบบที่มากขึ้นเช่นเดียวกัน ประกอบกับผู้บริโภคเริ่มได้มองเห็นปลายทางของการเลือกลงทุนที่สุดท้ายแล้วได้ความคุ้มค่าระยะยาว ซึ่งหากลองคำนวณดูแล้วจะสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าต่อเดือน ขยับเป็นต่อปีได้มากเลยทีเดียว

คุ้มแค่ไหน? ถ้าเลือกติดตั้งโซลาร์ รูฟ

อย่างที่เกริ่นนำไปในช่วงต้น ทำให้พอทราบกันแล้วว่า การติดตั้งหลังคาโซลาร์ รูฟ ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและมีความเสี่ยงต่ำสำหรับในยุคสมัยนี้ เหมือนการรอเงินปันผลในระยะยาวและได้ออมเงินรายเดือนไปในเวลาเดียวกัน ดังนั้นการลงทุนติดตั้งโซลาร์ รูฟ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับเจ้าของบ้านยุคใหม่ เพราะการมีไฟฟ้าใช้โดยไม่ต้องจ่ายค่าไฟฟ้าแพง ทั้งยังสามารถคืนทุนภายในระยะเวลา 7-10 ปี และทำให้มีไฟฟ้าใช้ฟรีไปยาว ๆ อีก 15 – 20 ปี เพราะมีรับประกันนานถึง 25 ปี หากแต่ในอนาคตอัตราค่าไฟฟ้าผันแปรแบบผันผวนเช่นนี้ ก็จะสามารถคืนทุนได้เร็วขึ้น

หากมองถึงระบบและมาตรฐานของสินค้าและบริการที่คุ้มค่าต่อการลงทุนในระยะยาว SCG Solar Roof Solutions ถือเป็นทางเลือกสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริโภคในภาคครัวเรือนประหยัดค่าไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยลดค่าไฟฟ้าลงได้สูงสุดถึง 60% ขึ้นอยู่กับระบบการติดตั้ง สถานที่ สภาพอากาศ และปริมาณการใช้ไฟของแต่ละบ้าน และจะเหมาะกับบ้านที่มีค่าไฟรายเดือนตั้งแต่ 3,000 ขึ้นไป ซึ่งถือเป็นการลงทุนระยะยาวที่มีความคุ้มค่าสูง เพราะเมื่อถึงจุดคุ้มทุนแล้วเจ้าของบ้านก็สามารถใช้ไฟฟ้าได้ฟรีไปยาว ๆ ซึ่ง SCG Solar Roof Solutions ก็มีระยะเวลารับประกันถึง 25 ปี หรือเรียกได้ว่าตลอดอายุการใช้งานเลยทีเดียว

ลองคำนวณความคุ้มค่าในการติดตั้ง SCG Solar Roof Solutions

ตัวอย่าง : หากติดตั้ง SCG Solar Roof Solutions 3.15 kW. ใช้แผงโซลาร์ จำนวน 7 แผง ในขนาดพื้นที่เริ่มต้น 14-20 ตร.ม. ราคาประมาณ 235,000 บาท สำหรับบ้านที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้า หลอดไฟ 10 วัตต์ / 5 หลอด, TV LED 55 นิ้ว / 2 เครื่อง, ตู้เย็น 12 คิว / 1 เครื่อง และ เครื่องปรับอากาศ 9000 BTU / 2 เครื่อง

การประมาณศักยภาพการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบออนกริด

• ไฟที่ผลิตได้เฉลี่ยต่อวัน 12.6 หน่วย รวมประมาณที่ผลิตได้ต่อปี ประมาณ 4,536 หน่วย

• ประหยัดค่าไฟฟ้า โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ 1,400-1,900 บาทต่อเดือน* 

• ยิ่งใช้ก็ยิ่งคุ้ม คืนทุนได้ภายใน 7-10 ปี

ทั้งนี้ขึ้นอยู่ขนาดของระบบ สภาพอากาศ พฤติกรรมการใช้ไฟของแต่ละบ้าน และหน่วยค่าไฟฟ้าในแต่ละช่วงเวลาด้วย

(*ข้อมูลอ้างอิงจากโปรแกรมการคำนวณ http://www.irradiancedata.dede.go.th:8080/station-report )

นอกจากช่วยประหยัดค่าไฟรายเดือนแล้ว เจ้าของบ้านยังสามารถติดตามการทำงานของหลังคาโซลาร์ได้แบบเรียลไทม์ ผ่านแอปพลิเคชันที่จะบอกได้ทันทีว่าแต่ละวันหลังคาโซลาร์สามารถผลิตไฟฟ้าได้เท่าไร รวมถึงคำนวณให้ทราบว่าประหยัดเงินค่าไฟฟ้าได้เท่าไร และหากติดตั้งเป็นระบบ Hybrid ที่มีแบตเตอรี่รองรับ ก็สามารถกักเก็บไฟฟ้าไว้ใช้ในเวลากลางคืนได้อีกด้วย ทำให้บ้านมีไฟฟ้าไว้ใช้จากพลังงานสะอาดได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งทางเลือกนี้ถือว่าจะยิ่งคุ้มค่าและตอบโจทย์เจ้าของบ้านยุคใหม่อย่างแน่นอน

แล้วบ้านแบบไหน? เหมาะกับการติดตั้งโซลาร์ที่สุด

1. การติดตั้งโซลาร์ รูฟ สามารถติดตั้งได้ทั้งบ้านเก่าและบ้านใหม่ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม ทาวเฮ้าส์ บ้านแฝด แต่จะต้องมีโครงสร้างหลังคาที่แข็งแรงและมีพื้นที่กว้างเพียงพอต่อการติดตั้งแผงโซลาร์ รวมถึงหลังคาควรมีความลาดเอียงเพื่อรับแสงอาทิตย์ได้มากที่สุด และไม่ควรมีเงาบดบังแผงโซลาร์ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพที่สุด

2. อย่างที่ทราบกันดีว่า หากยิ่งใช้ไฟมากก็ยิ่งได้รับความคุ้มค่ามากตามไปด้วย โดยเฉพาะบ้านที่มีพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวันที่สูงอยู่แล้ว เช่น Work form home หรือโฮมออฟฟิศ ร้านอาหาร คาเฟ่ แม้แต่บ้านที่มีเด็กเล็กและผู้สูงอายุอาศัยอยู่ ก็จะเหมาะกับการติดตั้งหลังคาโซลาร์ รูฟ เพราะจะช่วยลดค่าใช้จ่ายรายเดือนได้ไม่น้อยเลย

3. หลายคนอาจมองภาพว่าการติดตั้งหลังคาโซลาร์ รูฟ เหมาะกับในเมืองที่มีการใช้ไฟฟ้าที่มาก แต่แท้จริง แล้วพื้นที่ตามชุมชนไกลออกไป หรือพื้นที่ชุมชนหนาแน่น ทำให้เกิดปัญหากระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอ และระบบไฟฟ้าไม่เสถียรจนเกิดปัญหาไฟตกบ่อยครั้ง การติดตั้งโซลาร์ รูฟ สามารถช่วยลดปัญหาไฟไม่พอใช้ คลายกังวลในข้อนี้ไปได้เลย 

SCG Solar Roof Solutions นับว่าเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมระบบโซลาร์ รูฟ แบบครบวงจร ที่ผู้บริโภคให้ความไว้วางใจเป็นอันดับต้น โดยมีความเชี่ยวชาญและพัฒนานวัตกรรมหลังคาโซลาร์ รูฟ มาไม่น้อยกว่า 10 ปี และยังมี SCG Solar Expert Station เพื่อสร้างเชื่อมโยงระหว่างลูกค้าและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านโซลาร์ ซึ่ง SCG Solar Expert จะคอยช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า สามารถติดต่อและเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็วยิ่งขึ้น ผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในการตัดสินใจติดตั้งระบบโซลาร์ รูฟ ได้เป็นอย่างดี

เห็นถึงความคุ้มค่าและประโยชน์จากการติดตั้งโซลาร์ รูฟ กันแล้ว เชื่อว่าหลาย ๆ บ้านที่กำลังลังเลว่าจะคุ้มค่าต่อการลงทุนหรือไม่ คงตัดสินใจกันได้ง่ายขึ้น หรือหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ลองเข้ามาปรึกษากับ SCG Solar Expert ได้ที่สาขานำร่องทั่วประเทศ หรือสามารถสอบถามข้อมูลการให้บริการได้ที่ https://www.scgbuildingmaterials.com/th/solution/solar-roof รวมไปถึงหน้าร้าน SCG HOME Experience, SCG HOME บุญถาวร และ SCG Authorized Dealer ทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ SCG HOME Contact Center โทร. 02-586-2222

ศูนย์ข่าวเยาวชนไทย เยี่ยมคารวะผู้แทนสมเด็จพระสันตะปาปา ณ นครวาติกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739201

ศูนย์ข่าวเยาวชนไทย เยี่ยมคารวะผู้แทนสมเด็จพระสันตะปาปา ณ นครวาติกัน

ศูนย์ข่าวเยาวชนไทย เยี่ยมคารวะผู้แทนสมเด็จพระสันตะปาปา ณ นครวาติกัน

วันศุกร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 13.30 น.

ศูนย์ข่าวเยาวชนไทย เยี่ยมคารวะผู้แทนสมเด็จพระสันตะปาปา ณ นครวาติกัน เตรียมโครงการใหญ่นำเยาวชนไทยสู่แดนศักดิ์สิทธิ์คริสต์ศาสนา

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส มอบหมายให้ผู้แทนพระองค์ ให้การต้อนรับคณะเดินเพื่อสันติภาพ walk for Peace พร้อมคำอวยพรให้สันติภาพเป็นหนึ่งในเครื่องมือสร้างสันติสุขแก่มนุษย์โลก

หลังเสร็จภารกิจเป็นหัวหน้าคณะของกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางพาคณะโครงการยุวทูตสันติภาพ เดินทางไปปฏิบัติภารกิจ ณ ประเทศเยอรมัน และ สวิสเซอร์แลนด์ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุด รัชพล สุวรรณโชติ นายกสมาคมศูนย์ข่าวเยาวชนไทย ได้รับเชิญให้ร่วมเป็นหนึ่งในคณะสันติภาพ ในโครงการเดินเพื่อสันติภาพ โดยมี พระสุธรรม ฐิตธัมโม ประธานโครงการ

รัชพล สุวรรณโชติ กล่าวว่า “รู้สึกดีใจ และเป็นเกียรติอย่างสูง พร้อมทั้งได้รับบุญและปิติอย่างมาก ที่ได้มีโอกาสพบนักบวชระดับสูงของสำนักวาติกัน นั่นก็คือ พระคาร์ดินัลมีเกล อายูโซ กวีโซ (Miguel Angel Ayuso Guixot) ประธานสมณสภาเพื่อการเสวนาศาสนสัมพันธ์ ซึ่งสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส มอบหมายให้ผู้แทนพระองค์มาทำหน้าที่เป็นประธานในการต้อนรับคณะเดินเพื่อสันติภาพ จากประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วยพระภิกษุ ทั้งจากประเทศไทย และที่จำวัดในต่างประเทศ รวมถึงคนไทยในต่างประเทศที่ให้การสนับสนุนโครงการ การได้เข้าพบอย่างใกล้ชิดในห้องรับรองของสำนักวาติกัน นับว่าเป็นเกียรติอย่างสูงมากสำรับผม ยิ่งได้มารับพร รับฟังคำสอนของท่าน ยิ่งทำให้เข้าใจยิ่งขึ้นถึงความสำคัญของหลักคำสอนของทุกศาสนาที่ล้วนแต่มุ่งให้คนเป็นคนดี มุ่งให้โลกเรามีสันติภาพด้วยกันทั้งสิ้น นอกจากจะได้พบท่านพระคาร์ดินัลมีเกล อายูโซ กวีโซ ผู้แทนพระองค์สมเด็จพระสันตะปาปาแล้ว ยังได้มีโอกาสพบปะสนทนากับบาทหลวงจากหลายประเทศที่ประจำสำนักงานสมเด็จพระสันตะปาปา ทำให้ได้แนวทางความร่วมมือในการทำโครงการ Youth Dialog ที่หลายประเทศทำร่วมกับสำนักวาติกัน โดยทางศูนย์ข่าวเยาวชไทย จะได้ทำโครงการเพื่อพาตัวแทนเยาวชนไทยมาร่วมกิจกรรม ณ นครวาติกัน และเข้าพบนักบวช บาทหลวงแห่งสำนักวาติกัน อันจะเป็นประสบการณ์ล้ำค่า สร้างแรงบันดาลใจที่ดีในการเป็นคนดีให้กับเด็กและเยาวชน ที่จะเติบโตขึ้นมา เป็นคนดี ร่วมกันพัฒนาประเทศ และพัฒนาโลกของเราต่อไป”

โครงการเดินเพื่อสันติภาพโลก 2023 Walk for World Peace 2023 เริ่มเดินจากปากีสถาน – ตุรกี – กรีซ – มอนเตเนโกร – อิตาลี – สวิสเซอร์แลนด์ – ฝรั่งเศส  โดยท่านพระสุธรรม ฐิตธัมโม ประธานโครงการเดินเพื่อนสันติภาพ คณะพระธุดงค์เพื่อสันติภาพ เป็นหัวหน้าคณะนำผู้แทนพระภิกษุในโครงการเดินธุดงค์เพื่อสันติภาพ และญาติโยม กัลยาณมิตร ทั้งจากไทยและยุโรป โดยมี นางสาวกุนทินี อักษรวงศ์ อัครราชทูต ณ กรุงโรม ร่วมคณะในการเข้าเยี่ยมคารวะ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ณ นครวาติกัน แต่เนื่องจากพระองค์ท่านทรงประชวรและเพิ่งออกจากโรงพยาบาล จึงได้ทรงมอบหมายให้ พระคาร์ดินัลมีเกล อายูโซ กวีโซ (Miguel Angel Ayuso Guixot) ประธานสมณสภาเพื่อการเสวนาศาสนสัมพันธ์ เป็นผู้แทนพระองค์ พร้อมคณะบาทหลวงระดับแกนนำสำคัญของสำนักวาติกันให้การต้อนรับคณะเดินเพื่อสันติภาพจากประเทศไทย

ปลัด ศธ.สั่งผู้บริหารลงพื้น รร.ราชวินิต กรณีแก๊สระเบิดทันที เร่งเตรียมเงินเยียวยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739190

ปลัด ศธ.สั่งผู้บริหารลงพื้น รร.ราชวินิต กรณีแก๊สระเบิดทันที เร่งเตรียมเงินเยียวยา

ปลัด ศธ.สั่งผู้บริหารลงพื้น รร.ราชวินิต กรณีแก๊สระเบิดทันที เร่งเตรียมเงินเยียวยา

วันศุกร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 12.51 น.

ปลัด ศธ.สั่งผู้บริหารลงพื้น รร.ราชวินิต มัธยม กรณีแก๊สระเบิดทันที เร่งเตรียมเงินเยียวยา พร้อมกำชับสถานศึกษาเรื่องการดูแลความปลอดภัยของผู้เรียน

วันที่ 23 มิถุนายน 2566 นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีเหตุถังดับเพลิงระเบิดภายในโรงเรียนราชวินิต มัธยม ขณะนักเรียนซ้อมแผนอพยพหนีไฟว่า เบื้องต้นได้รับรายงานมีนักเรียนชายเสียชีวิต 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 5 ราย เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบและสอบสวนว่าหน่วยงานใดเข้าทำการซ้อมแผนอพยพหนีไฟในครั้งนี้ 

ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ได้สั่งการให้นายสมใจ วิเศษทักษิณ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายชนะ สุ่มมาตย์ ผอ.ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยกระทรวงศึกษาธิการ และนายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์โดยด่วน 

“ขอแสดงความเสียใจกับนักเรียนผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บหลายราย ในเหตุการณ์ครั้งนี้ ทั้งนี้ได้มอบสำนักอำนวยการ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เตรียมจัดหาเงินเยียวยาและช่วยเหลือผู้เรียนเบื้องต้น พร้อมมอบหมายกองส่งเสริมและพัฒนาการบริหารการศึกษาในภูมิภาค สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ประสานแจ้งศึกษาธิการจังหวัดทุกจังหวัดกำชับสถานศึกษาเรื่องการดูแลความปลอดภัยของผู้เรียน” ปลัด ศธ.กล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ด่วน! ถังดับเพลิงระเบิดขณะซ้อมดับเพลิงใน รร. นักเรียนเสียชีวิต 1 คน

‘ชมรมรวมมิตรคิดทำดี101’เตรียมหารือเจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ดสร้าง’พญานาค’ที่อ่างธวัชชัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739044

'ชมรมรวมมิตรคิดทำดี101'เตรียมหารือเจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ดสร้าง'พญานาค'ที่อ่างธวัชชัย

‘ชมรมรวมมิตรคิดทำดี101’เตรียมหารือเจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ดสร้าง’พญานาค’ที่อ่างธวัชชัย

วันพฤหัสบดี ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 16.50 น.

‘ชมรมรวมมิตรคิดทำดี101’เตรียมเข้าหารือเจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ดขับเคลื่อนสร้าง’พญานาค’ที่อ่างธวัชชัย

นายเลิศบุศย์ กองทอง อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ปรึกษาชมรมรวมมิตรคิดทำดี101 โดยความอุปถัมภ์ของหลวงพ่อพระครูวิมลบุญโกศล กล่าวถึงกรณีที่ทางชมรมฯ มีมติให้มีการจัดสร้างพระบูชาพระพุทธมิ่งเมืองมงคล พระพุทธรูปประจำจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อหารายได้สมทุบทุนสร้างพญานาคขนาดใหญ่ที่อ่างธวัชชัย ต.มะอึ อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ดว่า ตนทราบข่าวเบื้องต้นจากเลขานุการชมรมรวมมิตรคิดทำดี101 ว่าทางชมรมมีมติให้มีการจัดสร้างพระบูชา พระพุทธมิ่งเมืองมงคล พระพุทธรูปประจำจังหวัดร้อยเอ็ด ส่วนตัวมีความเป็นห่วงในการดำเนินการดังกล่าวว่า เรื่องนี้จะเข้าข่าย พ.ร.บ.เรี่ยไรหรือไม่ การดำเนินการทุกขั้นตอนต้องทำให้ถูกต้อง เนื่องจากเดี๋ยวนี้ระบบตรวจสอบเข้มแข็งต้องระมัดระวัง ส่วนตัวขอเป็นกำลังใจให้กับชมรมฯ และคอยติดตามการทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะของชมรมฯอยู่ตลอด

นายเทิดธนา ชมสา อดีตประธานชมรมรวมมิตรคิดทำดี101 ที่ปรึกษาชมรมฯ และนักจัดรายการวิทยุชื่อดัง กล่าว่า ส่วนตัวเห็นด้วยในการดำเนินการของชมรมฯ และคอยติดตามความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดและมีโอกาสได้ลงพื้นที่ร่วมกิจกรรมกับชมรมฯเรื่อยมา ชมรมฯก็ยังคงยึดหลักการเดิมไม่เปลี่ยนแปลง คือไม่ขอและไม่เรี่ยไรโดยเด็ดขาด แต่จะใช้วิธีการบอกกล่าวให้ฟังว่าเราจะทำอะไรยังไง ถ้าเห็นด้วยในหลักการและการปฎิบัติในเรื่องนั้นๆ ก็ให้ใช้ดุลยพินิจในการตัดสินใจเอาเองว่าจะร่วมหรือไม่ร่วมจะสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนในกิจกรรมที่ทางชมรมฯ จะดำเนินการเราไม่บังคับใครให้ทุกอย่างเป็นเรื่องของความสมัครใจเป็นสำคัญ 

“ขอบคุณคณะกรรมการบริหารชมรมทุกท่านที่ยังเสมอต้นเสมอปลายในการทำงานเพื่อสาธารณะ ตอนนี้กำลังติดต่อประสานขอเข้ากราบนมัสการท่านเจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ดเพื่อจะขอคำปรึกษาจากท่าน ในฐานะท่านเมตตาเป็นที่ปรึกษาของชมรมฯ มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งชมรมฯมากำลังประสานถ้าท่านสะดวกให้เข้าพบวันไหนจะแจ้งทางชมรมฯให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง ขอเป็นกำลังใจให้ชมรมฯเดินหน้าทำความดีต่อไป” นายเทิดธนากล่าว

ด้านนายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า ตนขอบคุณทางชมรมรวมมิตรคิดทำดี101 และคณะที่มีเจตนาดีที่จะช่วยระดมทุนในการก่อสร้างพญานาค ที่อ่างธวัชชัย ความคิดดังกล่าวเป็นเรื่องที่ดี ต้องขอขอบคุณ แต่ในปัจจุบันทางกองทุนพญานาคมีเงินที่จะดำเนินการก่อสร้างพญานาคดังกล่าวเพียงพอแล้ว ถ้าทางชมรมฯ จะดำเนินการตามมติที่ประชุมของชมรมฯ คือการจัดสร้างพระบูชาพระพุทธมิ่งเมืองมงคล พระพุทธรูปประจำจังหวัดร้อยเอ็ดต่อ ก็ให้ชมรมหารือองค์อุปถัมภ์ชมรมฯ คณะกรรมการบริหารชมรมฯ ที่ปรึกษาชมรมฯ ปรับเปลี่ยนวัตถุประสงค์ในการดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะอื่นใคตามสมควร 

นายวุฒิภัทร คงมั่น ประธานสมาพันธ์รถตู้แห่งประเทศไทย ที่ปรึกษาชมรมรวมมิตรคิดทำดี101 กล่าวว่า ทราบเรื่องที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดเมตตาแนะนำให้ปรับเปลี่ยนวัตถุประสงค์ในการดำเนินการจากเดิมทางชมรมฯมีมติในการจัดสร้างพระบูชา พระพุทธมิ่งเมืองมงคล เพื่อให้ประชาชนได้สั่งจอง วัตถุประสงค์เพื่อนำรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายตามความเป็นจริงสมทบทุนในการก่อสร้างพระญานาคที่อ่างธวัชชัย ต.มะอึ อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด ให้ปรับเปลี่ยนวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์สาธารณะอื่นตามสมควร 

“ต้องกราบขอบพระคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ท่านเมตตาอนุเคราะห์เสนอแนะหลักการปฎิบัติให้กับทางชมรมฯได้ถือปฎิบัติ ต่อจากนี้ชมรมฯจะนำเรื่องดังดังเข้ากราบนมัสการปรึกษาหารือหลวงพ่อพระครูวิมลบุญโกศล องค์อุปถัมภ์ชมรม และผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อจะได้ขับเคลื่อนตามมติชมรมฯและหาวัตถุประสงค์ที่เหมาะสมและขยายผลในการช่วยเหลือสังคมเพื่อประโยชน์สาธารณะต่อไป ยืนยันชมรมฯต้องเดินหน้าต่อสู่เป้าหมายที่วางไว้ร่วมกันเพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนยึดส่วนรวมเป็นที่ตั้ง” ประธานสมาพันธ์รถตู้แห่งประเทศไทยกล่าว

ภาพจากแฟ้ม

สกสว.เปิดเวทีฟังเสียงสะท้อน 4 ปีปฏิรูป ววน. ต้องบูรณาการกับการเมือง-เอกชน-ประชาสังคม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739027

สกสว.เปิดเวทีฟังเสียงสะท้อน 4 ปีปฏิรูป ววน. ต้องบูรณาการกับการเมือง-เอกชน-ประชาสังคม

สกสว.เปิดเวทีฟังเสียงสะท้อน 4 ปีปฏิรูป ววน. ต้องบูรณาการกับการเมือง-เอกชน-ประชาสังคม

วันพฤหัสบดี ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 16.09 น.

สกสว.เปิดเวทีรับฟังเสียงสะท้อน 4 ปีแห่งการปฏิรูป ววน. เพื่อทบทวนบทเรียน รับโจทย์ และมองไปข้างหน้า ผู้ทรงคุณวุฒิชี้ต้องมีเอกภาพเชิงนโยบาย ทำงานเชื่อมโยงกับระบบการเมือง เอกชน และประชาสังคม เพื่อเป็นพลังหนุนเสริมให้ขับเคลื่อนไปได้ และมีผลงานที่กินได้-จับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรมบนโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาและนวัตกรรมของประเทศ

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2566 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จัดงานเสวนา SRI Share & Learn: 4 ปีแห่งการปฏิรูป ววน. ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ ปาร์ค เพื่อให้หน่วยงานหลักในระบบวิจัยและนวัตกรรม ภาคีเครือข่าย และ สกสว. ได้สร้างความเข้าใจ สะท้อนคิด รับโจทย์และข้อค้นพบบทเรียน รวมถึงการมองภาพเป้าหมายและภาพอนาคตของระบบ ววน. ร่วมกัน

รศ. ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า หลังการประกาศใช้ พ.ร.บ.สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และ พ.ร.บ.อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทำให้เกิดการปฏิรูปและจัดตั้งระบบ ววน.ของประเทศอย่างเป็นทางการ ซึ่งได้ขับเคลื่อนครบ 4 ปี จึงเป็นหมุดหมายที่ควรจะเน้นย้ำความสำคัญ และทบทวนเส้นทางที่ผ่านมา โดยในปี 2566 เป็นจังหวะเปลี่ยนผ่านของคณะกรรมการหลายชุด จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะรับฟังความคิดเห็นและเสริมพลังขับเคลื่อนระบบ ววน.ของประเทศไปข้างหน้าได้อย่างเหมาะสม รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะส่งผลต่อการปรับปรุงระบบ ววน.ให้ดีขึ้นได้อย่างไร

ด้าน ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้ความเห็นว่าภาครัฐต้องตื่นตัวอยู่เสมอและพร้อมรองรับความท้าทายอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่อยากฝากคือ 1) ภาครัฐจะเข้มแข็งอย่างไรก็ไม่พอในการขับเคลื่อนประเทศ จึงต้องถูกผลักโดยภาคส่วนอื่น เช่น เอกชน ประชาสังคม 2) วิทยาศาสตร์ที่จะทำให้เศรษฐกิจและสังคมพัฒนาไปได้ ต้องมีโจทย์ที่ชัดเจนจากฝั่งผู้ใช้ 3) ความเร็วเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งนี้ยังมีช่องว่างใหญ่ระหว่างฝั่งนโยบายกับฝั่งปฏิบัติ และขาดความต่อเนื่องของรัฐบาล ดังนั้นรัฐมนตรีและฝั่งนโยบายควรจะต้องลงมาคลุกคลี เก็บเกี่ยวต้นทุนเก่าและทำต้นทุนใหม่ ต้องรู้ว่าโจทย์ของประเทศคืออะไร มีเป้าที่ชัดเจน การเชื่อมโยงอยู่ตรงไหน และต้องเปลี่ยนโจทย์ให้เป็นโจทย์เดียว เป็นการวิจัยเพื่อสู้กับชาวโลก ให้ชุมชนแข็งแกร่งขึ้น หรือสร้างกำลังคนให้เก่งขึ้น เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สังคมสูงวัย สุขภาวะ เกษตรอัจฉริยะ

ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน ประธานกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวถึงเจตนารมณ์ของการปฏิรูประบบ ววน. ว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาและนวัตกรรมของประเทศที่จะนำพาประเทศให้เจริญก้าวหน้าและแข่งขันกับประเทศต่าง ๆ ได้ จึงอยากเห็นคณะกรรมการขับเคลื่อนและส่งมอบงานโดยมีทิศทางและนโยบายที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศให้หลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ทั้งนี้ ต้องมีเอกภาพเชิงนโยบาย สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และ สกสว.ต้องทำงานเป็นทีมเดียวกัน รวมทั้งแก้กลไกการทำงานของ สกสว.และหน่วยบริหารและจัดการทุนในลักษณะ “One ววน.” เป็นทีมเดียวกันไปด้วยกัน รวมถึงมีคลังสมองที่รวบรวมประสบการณ์และสมรรถนะความสามารถเพื่อนำพาไปสู่สิ่งที่น่าจะเป็น

ศ.กิตติคุณ นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) ระบุว่า การวิจัยคือโครงสร้างทางปัญญาของประเทศ ต้องมีความรู้พื้นฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล แก้ปัญหาแบบมีความรู้ ในปีนี้เราทำตามเจตนารมณ์สำเร็จสามารถจัดสรรสัดส่วนงบประมาณได้ ทั้งการวิจัย สร้างคน สร้างระบบ และนำผลงานไปใช้ประโยชน์ ส่วนงานที่ต้องทำให้สำเร็จคือการทำงานวิชาการกับผู้ใช้ประโยชน์ เช่น ชุมชน เอกชน โดยความคาดหวังที่อยากเห็นคือ ทำระบบที่จัดสรรทุนได้อย่างรวดเร็ว มีผลลัพธ์สำคัญที่ตอบรัฐสภาได้ และมีระบบการประเมินผลที่จริงจังบนพื้นฐานความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์

ขณะที่ ศ. ดร.ปิยะวัติ บุญ-หลง ประธานกรรมการอำนวยการ สกสว. กล่าวว่า ความท้าทายของระบบ ววน. คือส่วนที่เป็นพฤติกรรมของคนในระบบ ววน.และผู้เกี่ยวข้องภายหลังจากที่โครงสร้างได้ปรับเปลี่ยนไปแล้ว เปรียบได้กับการขี่ช้าง ตัวสำคัญที่จะขับเคลื่อนคือช้าง ไม่ใช่เส้นทางที่ได้ออกแบบไว้ เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่ทำให้ช้างอยากจะเดินไปในเส้นทางใหม่ แทนการกลับไปเดินทางเก่า นอกจากนี้เรามีวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ที่ค่อนข้างทะเยอทะยาน แต่ไม่มีทรัพยากรที่จะทำได้ทุกอย่าง สิ่งสำคัญคือ คน ดังนั้นจึงต้องเลือกทำ 

ในมุมมองของนักวิชาการ ศ. ดร.พิมพ์ใจ ใจเย็น จากสถาบันวิทยสิริเมธี สะท้อนปัญหาในเนื้อหางานวิจัยและกลไกการประเมินผลงานที่ยังไม่ชัดเจน การอิงกับตัวเลขหรือผลงานตีพิมพ์แบบเหมารวมอาจจะไม่เหมาะกับงานวิจัยบางสาขาที่มีผู้เชี่ยวชาญจำนวนน้อย ปัญหาการซื้อขายผลงานวิชาการ อยากให้ผู้มีอำนาจเข้ามาจัดการให้ถูกต้องตั้งแต่ในระดับการออกแบบกลไกการประเมินและสนับสนุนทุนวิจัย รวมถึงการบ่มเพาะนักวิจัยรุ่นใหม่ให้เห็นโอกาสและทิศทางที่จะเดินไป งานวิจัยอาจเป็นองค์ความรู้ของศาสตร์ ตำราหรือบทเรียน ที่ไม่ได้นำไปสู่พาณิชย์อย่างเดียว ดังนั้นจึงต้องออกแบบให้ต้นหญ้าโตอย่างถูกที่ถูกทางร่วมกับต้นไม้ใหญ่เพื่อให้ตัวเขาเองมีโอกาสเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ได้ด้วย รวมถึงต้องเข้าใจโจทย์วิจัยที่ตีพิมพ์ได้และขณะเดียวกันยังทำงานร่วมกับเอกชนหรือชุมชนได้ 

เช่นเดียวกับ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ที่กล่าวว่ายังไม่มีผลลัพธ์และผลกระทบเป็นรูปธรรมที่ประชาชนรู้สึกได้ กินได้ จึงต้องสร้างการสั่งสมความรู้ที่จับต้องได้โดยกลุ่มคนจำนวนมาก เหมือนกรณีประชาชนของเกาหลีหรือไต้หวันที่มิอาจปฏิเสธความสำคัญของ ววน. ที่ชัดเจนต่อเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ที่ดีที่มีที่มาจากเทคโนโลยีหรือหน่วยงานวิจัย นอกจากนี้การออกแบบโครงสร้างยังไม่ชัดเจนในการจัดความสัมพันธ์กับการเมือง ทำให้ขาดพลังภายนอกที่จะหนุนเสริมให้ขับเคลื่อนไปได้ ระบบ ววน.แยกจากการเมืองและสังคมไม่ได้จึงต้องบูรณาการเข้าด้วยกัน ส่วนการส่งไม้ต่อระหว่างหน่วยงานในโครงสร้าง ววน. ต้องลดขั้นตอน นโยบายกับทรัพยากรต้องไปด้วยกันเพื่อให้ทำงานได้รวดเร็ว โดยสิ่งที่ควรทำก่อนคือ สมานโครงสร้างให้มีผู้ใช้เข้ามาร่วมด้วย ตอบโจทย์ให้สังคมเห็นว่า ววน.กินได้ หรือทำงานร่วมกับภาคธุรกิจที่ขับเคลื่อนประเทศ

สายข่าวตร.ไว รายงานรมว.กลาโหม ม็อบมาแน่กดดัน สว. ‘โหวตนายกรัฐมนตรี’ 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551824

22 มิ.ย. 2566

สายข่าวตร.ไว รายงานรมว.กลาโหม ม็อบมาแน่กดดัน สว. 'โหวตนายกรัฐมนตรี' 

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รายงานต่อที่ประชุมสภากลาโหม ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ฟันธงมวลชนมาแน่ “โหวตนายกรัฐมนตรี” 15 ก.ค. เป้าหมายกดดันสว. ให้เทเสียงหนุนฝ่ายที่ต้องการ ส่วนบรรยากาศหารือในที่ประชุมหน่วยขึ้นตรงกลาโหม กำชับให้ตระหนักลดอัตรากำลังพล

ในการประชุมกระทรวงกลาโหม  โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม  เป็นประธาน    ในที่ประชุมสภากลาโหม พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้รายงานแผนรักษาความสงบเรียบร้อยอาคารรัฐสภา และพื้นที่โดยรอบช่วงการประชุมรัฐสภา เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดยคาดว่า การ “โหวตนายกรัฐมนตรี”  ที่จะอยู่ในรอยต่อคือวันที่   15 ก.ค. 
จะมีมวลชนมาชุมนุมเพื่อกดดันให้สมาชิกวุฒิสภา  ( สว.) เลือกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ฝ่ายที่ตัวเองสนับสนุน   โดยในส่วนของการดูแลจะมีการจัดพื้นที่ไว้รองรับ ซึ่งเป็นแผนเดิมที่มีอยู่แล้ว แต่จะมีการปรับเปลี่ยนไปตามข้อมูลข่าวสารในขณะนั้นด้วย เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถรับมือได้ 


พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี   กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวของมวลชน   ที่จะมากดดันระหว่างมีการ “โหวตนายกรัฐมนตรี”  เป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคง   ซึ่งมีกระบวนการอยู่แล้ว ถ้าชุมนุมโดยสงบก็ไม่ขัดข้อง  แต่ถ้าใช้ความรุนแรงเกิดขึ้น หรือเข้าไปในเขตที่หวงห้าม ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย   ซึ่งไม่ต้องการให้เกิดบรรยากาศแบบนี้

รายงานข่าวแจ้งว่า  ในการประชุมหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ  โดยมีพล.ประยุทธ์ เป็นประธาน  ที่ประชุมหารือถึงการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงกลาโหม ตามแผนการปฏิรูปการบริหารจัดการและการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงกลาโหมระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทํางาน และนําไปสู่การมีโครงสร้างอัตราการจัดหน่วยที่มีขนาดกะทัดรัดอย่างสมดุล มีจํานวนกําลังพลที่เหมาะสม รวมทั้งมียุทโธปกรณ์เทคโนโลยีที่เพียงพอและทันสมัย สามารถปฏิบัติภารกิจได้หลากหลาย รองรับภัยคุกคามได้ทุกรูปแบบ สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน ตลอดจนพิจารณาปรับ ลด ยุบเลิก หน่วยที่มีความซ้ำซ้อนหรือหมดความจําเป็น ทั้งนี้การดําเนินการดังกล่าวให้ยึดถือและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ประกอบการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขอัตราของหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพ ที่กําหนดอย่างเคร่งครัด

‘ประยุทธ์’ เผยเก็บของออกจาก ‘ทำเนียบฯ’ แล้ว แต่ขออยู่ ‘บ้านหลวง’ ต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551823

22 มิ.ย. 2566

‘ประยุทธ์’ เผยเก็บของออกจาก ‘ทำเนียบฯ’ แล้ว แต่ขออยู่ 'บ้านหลวง' ต่อ

‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’นายกฯ ยอมรับเก็บของออกจาก ‘ทำเนียบรัฐบาล’ แล้ว แต่ขออยู่ ‘บ้านหลวง’ ต่อ พน้อมให้เหตุผลเรื่องความปลอดภัย

ตลอดสัปดาห์ มีกระแสข่าวมาอย่างต่อเนื่องว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ของประเทศไทย ได้ขนย้ายสิ่งของออกจากทำเนียบรัฐบาล หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือกกต. ประกาศรับรองสส.ครบ 100 % ทั้ง 500 คน แล้ว ล่าสุดมีความเคลื่อนไหนจากนายกฯ แล้ว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงทิศทางการโหวตตำแหน่งประธานสภา ว่าอย่าเอาผมไปเกี่ยวข้อง ยืนยันไม่เกี่ยวข้องอะไรทั้งสิ้น 

ยืนยันว่าผมยังอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ และไม่ได้เจรจาอะไรกับใคร ไม่ได้ดีลกับใคร อยู่รวมไทยสร้างขาติในเวลานี้ยังไม่ได้ไปไหน 

ผมไม่ได้เจรจากับใคร ไม่ได้ไปดีลกับใครทั้งสิ้น เรื่องนี้เราต้องเคารพซึ่งกันและกันในเรื่องของกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ ขบวนการทางการเมือง รวมพรรครวมกลุ่ม รวมฝ่ายอะไรก็แล้วแต่ ผมไม่ยุ่ง ตรงนี้นะจ้ะ

เมื่อถามว่า เรื่องการเก็บของออกจากทำเนียบรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า อ้าว ทำไม ไม่เก็บไม่ได้เหรอ สนใจแต่เรื่องเก็บไม่เก็บ ก่อนจะยอมรับว่าทยอยเก็บของไปบ้างแล้วเพราะต้องทำตามระยะเวลาที่ควรจะทำ ห้องเรามันก็รกเพราะเอกสารเยอะมาก อยากจะรื้อตั้งนานแล้ว เดินยังสะดุด เอกสารก็เยอะเพราะอยู่มาหลายปี

เมื่อถามว่ากองทัพแสดงความเป็นห่วงหรือไม่ถ้าพรรคก้าวไกลไม่ได้เป็น นายกรัฐมนตรี และเป็นรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่าห่วงเรื่องอะไร เมื่อผู้สื่อข่าวบอกว่า ห่วงจะมีการลงถนน พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า เป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคงเขาจะดำเนินการมีกระบวนการอยู่แล้ว ถ้าชุมนุมโดยสงบก็ว่าไป แต่ถ้าใช้ความรุนแรงเกิดขึ้น หรือเข้าไปในเขตที่หวงห้ามก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย อย่าให้เกิดเลย

เลือก‘ประธานสภา’หัวหน้า รทสช. ดูแลอยู่

เมื่อถามว่าจะมีการประชุมเพื่อเลือกประธานสภา ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ จะกำหนดให้พรรคเลือกอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ผมไม่ยุ่ง ผมไม่ตอบ เพราะผมไม่ได้ยุ่ง ก็จบแล้วว่าไม่ยุ่งสักอย่าง จบไหมล่ะ ดังนั้นการออกมาพูดว่านายกฯเห็นชอบตรงนั้น ตรงนี้ ผมไม่เห็นชอบกับใครสักคน ส่วนพรรครวมไทยสร้างชาติจะโหวตให้ใครเดี๋ยวเขาก็หารือกันเอง ตนมอบหมายให้หัวหน้าพรรคดูแลตรงนี้อยู่ ไม่จำเป็นต้องสั่งเขา ส่วนจะฟรีโหวตหรือเป็นมติพรรคแต่ละพรรคก็มีมติของเขา

ขณะเดียวกันพล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงการดำรงตำแหน่งเลขาธิการนายกฯ ของนายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ออกมาโพสต์ว่าจะอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์ จนวินาทีสุดท้าย พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า ดูกฎหมายแล้วมันทำได้

เมื่อถามว่า มีความสุ่มเสี่ยงหากมีคนร้อง พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า ก็ไม่เคยเกิดขึ้นเพราะไม่เคยมี แต่เรื่องนี้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีบอก ว่าไม่มีปัญหาอะไรได้ตรวจสอบแล้วก็สามารถทำหน้าที่ได้จนถึงวันปฏิญาณตน

ปัดไม่เกี่ยว ‘ประวิตร’ อาจจะนายกฯ คนต่อไป

ส่วนกระแสข่าวมีชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็น นายกรัฐมนตรีคนต่อไป พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ผมไม่ทราบ เห็นในข่าววันนี้ แล้วเอาผมไปเกี่ยวพันด้วย ผมไม่เกี่ยวข้อง

เมื่อถามว่าเป็นพี่น้องกัน อาจจะอ่านใจกันได้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่ามาถามผมทำไม คงไม่ถึงกับอ่านใจกันได้ขนาดนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องของการเมืองก็ให้กลไกการเมืองว่ากันไป 

เมื่อถามย้ำว่า คิดว่าพล.อ.ประวิตรเป็นได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเสียงสูงว่า “ไม่เอา ผมไม่ตอบตรงนี้ เป็นเรื่องของการลงคะแนนเสียง เรื่องของกลไก ว่าใครจะรวมกับใคร ผมยังไม่รู้เลย ตอนนี้รู้เพียงแค่ว่ามีพรรคที่ได้คะแนนอันดับ 1 อันดับ 2 ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามนี้ อย่าไปสงสัยกันมากนักเลย ผมก็ทำแบบนี้มาตลอด”

ไม่ก้าวล่วงรัฐบาลใหม่

เมื่อถามย้ำว่า ถ้ามีนายกฯมาใหม่จริงๆ จะใจหายหรือไม่เพราะอยู่ตรงนี้มา 8 ปีพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าไม่หรอก เพราะผมถือว่าทำดีที่สุดแล้ว ถึงจะไม่ 100% แต่ผมก็ทำไว้เยอะ ซึ่งถ้าได้รับการสานต่อก็จะแก้ปัญหาได้ บางอย่างไม่ได้แก้ภายในปี 2 ปีอยู่แล้ว จะเห็นว่าเราใช้เวลาถึง 8-9 ปีที่ผ่านมา ก็ทำได้เยอะพอสมควร แต่ก็ต้องทำต่อ

เมื่อถามว่าอยากให้รัฐบาลใหม่สานต่อนโยบายอะไรทันที พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า หลายอย่างเป็นโครงการที่วางไว้แล้ว ตามแผนงานที่มีอยู่แล้วตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ทุกอย่างทำให้เกิดความต่อเนื่อง ถ้าหยุดมันก็จะไม่ยั่งยืน ผมเข้าใจพี่น้องประชาชนต้องการแต่เราต้องมองในภาพใหญ่ นี่คือหลักการในการทำงานของตน รัฐบาลใหม่ผมไม่ไปก้าวล่วง

เมื่อถามว่า ท่านยังไม่ประกาศวางมืออย่างชัดเจน พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ถึงเวลาผมก็ว่าของผมเองผม ไม่จำเป็นต้องไปตอบใคร ทำไมอยากรู้มากมายนักเหรอ ทำไมต้องชัด แต่ชัดอย่างเดียว ว่าตนไม่ไปยุ่งกับเขา

เมื่อถามว่า เมื่อพ้นจาก ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจะต้องย้ายออกจากบ้านพักใน ร.1 รอ.หรือไม่พลเอกประยุทธ์กล่าวว่าเป็นเรื่องของกติกาเดิม ถ้าวันหน้าจะแก้ไขก็ต้องไปแก้กฎกระทรวง มันเป็นระเบียบของกองทัพบกอยู่แล้ว ดังนั้นการที่จะดูแลผู้บังคับบัญชามันเป็นกติกาเดิม แต่ถ้าอยากเปลี่ยนก็เปลี่ยนไป ผมก็พร้อมออก

ขออยู่บ้านหลวงต่อ

เมื่อผู้สื่อข่าวบอกว่าอยู่ได้ในฐานะ อดีต ผบ.ทบ. ใช่หรือไม่พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่าอดีตผบ.ทบ.และนายกรัฐมนตรี ซึ่งหลายประเทศก็ดูแลกันอยู่ มีหลายประเทศเขาไล่คนเก่าไหมล่ะ เขาก็มี รปภ.ดูแลตลอดแต่ประเทศไทยไม่ได้เลยต้องเท่าเทียม ผมก็เคารพกติกา“วันนี้ผมอยู่เพราะคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย เข้าใจไหมเล่า บ้านผมก็มี แต่มันไม่ปลอดภัย”

เมื่อถามว่าเขาไม่เข้าใจในเรื่องความมั่นคง พล.อ.ประยุทธ์บอกว่า “ไม่รู้เขา ก็เรื่องของเขา” เมื่อถามต่อว่าห่วงว่าใครจะมาทำอะไร พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ไม่ใช่ห่วง โธ่ มันเป็นหน้าที่ มันเป็นสากลเข้าใจไหม ก่อนจะบอกว่า “ผมก็มีแรงดูแลตัวเองอยู่เหมือนกันแหละ ผมจะต้องไปอะไรกับคนอื่นเขาเล่า”

เมื่อถามย้ำว่าทำไมคิดว่า ตัวเองจะไม่ปลอดภัย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ไม่ เขาพูดถึงหลักการ ผู้นำ อดีตผู้นำ วันนี้ถ้าทุกคนเท่าเทียมกันหมด วันนี้ผมมาก็ไม่ต้องมีใครมากับผมสิ ทำได้ไหม ไปไหนคนเดียว เดินอยู่คนเดียวได้ไหม เขาก็ต้องให้เกียรติ คุ้มครอง ดูแล เป็นหน้าที่ของเขา เดี๋ยวรัฐบาลหน้าเขาก็ได้รับการดูแลเหมือนกันแหละ แต่เขาไม่ใช่ทหารแบบผมเท่านั้นเอง”

เมื่อถามว่ากลัวจะโดยเช็คบิลย้อนหลังหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “กลัวอะไรเล่า เออ ผมกลัวอะไรล่ะ”

เมื่อบอกว่าพรรคเพื่อไทย บอกว่าจะมีการดำเนินคดีย้อนหลังเรื่องการทำรัฐประหาร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็เรื่องของเขา ก็สู้ตามกฎหมายเอา ก็แจ้งไป มันจบไปตั้งนานแล้ว เมื่อบอกว่าเขาจะดำเนินการเอาผิดย้อนหลังพล.อ.ประยุทธ์บอกว่ามันย้อนได้ไหม เขาพยายามแต่มันทำได้หรือไม่ มันผิดหลักการทางกฎหมายหรือเปล่า แก้รัฐธรรมนูญมีผลย้อนหลังได้หรือไม่

เมื่อถามว่ามั่นใจ จะไม่โดนเช็คบิลย้อนหลังหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่าไม่รู้ ไม่ทราบ ก่อนจะเดินขึ้นรถ และบอกว่าข่าวลือคือข่าวลือ ไม่ฟังขี้เกียจฟัง

เมื่อถามว่า อยากฝากอะไร พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่าไม่ฝาก เมื่อถามอีกว่า ถ้าพล.อ.ประวิตร ได้เป็นนายกรัฐมนตรีจริงๆ จะให้กำลังใจอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่าไม่ทราบรวมถึงเมื่อถามว่า พรรครวมไทยสร้างชาติจะไปร่วมหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ โบกมือไล่ บอกไปเลือกประธานสภาให้ได้ก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวัน กระแสเลือกประธานสภา ระหว่างพรรคก้าวไกล ที่เป็นพรรคอันดับ1 และพรรคเพื่อไทยที่เป็นพรรคอันดับ2 ว่าควรจะเป็นโควตาพรรคไหน ถูกนำมาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างต่อเนื่อง

แต่ท่าทีของพรรคก้าวไกลสงบนิ่ง ส่วนเพื่อไทย มีสส.รุนเก๋าออกมาขย่มพรรคก้าวไกล อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่ง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เรียกสติขอให้ยึดหลักการ ประธานสภา ควรเป็นของพรรคที่มีเสียงอันดับ1 อย่างพรรคก้าวไกล

พิราบขาว 2006 รุก กกต. บี้ ‘พิธา’ ถือหุ้นสื่อไอทีวี เล็ง สว.เป็นแนวร่วมสู้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551812

22 มิ.ย. 2566

พิราบขาว 2006  รุก กกต. บี้  'พิธา'  ถือหุ้นสื่อไอทีวี  เล็ง สว.เป็นแนวร่วมสู้

อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006  “นพรุจ วรชิตวุฒิกุล” เดินหน้าต่อกับการตรวจสอบการ “ถือหุ้นสื่อไอทีวี” ของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ชี้ด้วยตัวเรื่องครบองค์ประกอบ ที่กกต. จะต้องส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ระบุหากกกต.ไม่ดำเนินการ จะขอให้ฝั่งสว.รับไม่ต่อ

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006   ได้ยื่นเรื่องใหม่ต่อ กกต.ขอให้ตรวจสอบการถือหุ้นบริษัท tiv จำกัด (มหาชน) และการโอนหุ้นหลังการเลือกตั้ง “ถือหุ้นสื่อไอทีวี”  ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรคก้าวไกล  เพื่อให้กกต.ตรวจสอบ ซึ่งมีองค์ประกอบครบในการส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรม ซึ่งเป็นการยื่นเรื่องใหม่อีกครั้งหลังกกต.รับรองเป็น สส. โดยจะให้กกต.ดำเนินการภายในวันที่ 28 มิ.ย. นี้ ในการพิจารณาและส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย หากยังไม่ดำเนินการจะไปใช้ช่องทางให้สว. และส.ส. เข้าชื่อ 

นายนพรุจ กล่าวว่า  ประเด็น  “ถือหุ้นสื่อไอทีวี”    ข้อสังเกตุคือ   การถือหุ้น 42,000   การบอกว่าหุ้นน้อย หุ้นมาก ก็ต้องไปถามคนอื่นที่ถือหุ้น   อีกทั้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ออกมายืนยันแล้วว่า ยังไม่เลิกกิจการ ยังดำเนินธุรกิจอยู่ มีการส่งงบการเงิน ส่วนที่จอดำ เนื่องจากเป็นข้อพิพาทระหว่างสำนักปลัดนายกรัฐมนตรีและบริษัท itv ซึ่งไม่ใช้การฟื้นไอทีวี  และนายพิธาต้องถือหุ้น ถึงโอนหุ้นได้ จึงขอให้นายพิธาเปิดเผยข้อมูลมา    เพื่อให้สังคมรับรู้ว่าตนเองเป็นผู้จัดการมรดก เป็นการตกลงภายใน หรือเป็นผู้จัดการโดยศาล  

ตามกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ มาตรา 1732 กำหนดให้โอนหุ้นภายใน 1 ปี แต่ที่สำคัญนายพิธาโอนหลังการเลือกตั้งก็ชัดเจนว่าหากไม่ถือหุ้นก็โอนไม่ได้ หากกิจการเลิกแล้วก็จะไม่มีการถือหุ้นแม้แต่หุ้นเดียว  ทั้งนี้อยากให้กรณีนี้สิ้นสุด เพราะหากส่งแคนดิเดตนายกฯ ที่มีปัญหาไม่จบ นำขึ้นทูลเกล้า  ย่อมไม่เหาะสม เป็นเรื่องที่ไม่สามารถทำได้ ดังนั้นสว. จึงต้องทำหน้าที่ โดยตนได้นัดหมายกับนายสมชาย แสวงการ และนายเสรี สุวรรณภานนท์   สมาชิกวุฒิสภา ( สว. ) เพื่อมอบเรื่องและหลักฐานให้สว. ให้เข้าชื่อเพื่อส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และจะส่งเอกสารไปยังรัฐบาลเก่า โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนที่จะมีการเปิดสภา 

“ขณะนี้องค์ประกอบการส่งศาลรัฐธรรมนูญครบแล้ว กกต.ไม่ใช่ศาล การมานั่งรอ เหมือนเป็นการประวิงเวลาให้ใคร วันนี้เลยมาร้องใหม่  หากภายในวันที่ 28 มิ.ย.  ยังไม่ได้ดำเนินการ  ก็จะส่งสว.ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญต่อไป   การต่อสู้ของผม  เพื่อต้องการให้รู้ว่าทุกคนเสมอภาคกัน นายพิธาไม่สามารถได้อภิสิทธิ์ใด ๆ จากรัฐธรรมนูญเหนือคนอื่น ”  เขา กล่าว

พิราบขาว 2006  รุก กกต. บี้  'พิธา'  ถือหุ้นสื่อไอทีวี  เล็ง สว.เป็นแนวร่วมสู้

นพรุจ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006   ได้ยื่นเรื่องต่อ กกต.ขอให้ตรวจสอบการถือหุ้นบริษัท tiv จำกัด (มหาชน) และการโอนหุ้นหลังการเลือกตั้ง “ถือหุ้นสื่อไอทีวี”  ของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรคก้าวไกล

ดึงสติเพื่อไทย ‘ณัฐวุฒิ’ ชี้หลักการ ‘ประธานสภา’ เป็นของพรรคอันดับ1

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551799

22 มิ.ย. 2566

ดึงสติเพื่อไทย ‘ณัฐวุฒิ' ชี้หลักการ ‘ประธานสภา’ เป็นของพรรคอันดับ1

‘ณัฐวุฒิ ใสเกื้อ’ หนึ่งในทัพใหญ่สู้ศึกเลือกตั้ง66 ดึงสติ ‘เพื่อไทย’ เป็น ‘พรรคอันดับ2’ อาจได้หรือไม่ได้เก้าอี้สักตัว แต่ต้องไม่สูญเสียเก้าอี้ ในหัวใจประชาชน แนะ 2 พรรคต้องหาข้อยุติก่อนวันเลือก ‘ประธานสภา’ ถ้าฟรีโหวตฝ่ายรัฐบาลเดิมแทรกเข้ามาแน่!!

เก้าอี้ ‘ประธานสภา’ วิพากษ์วิจารณ์กันสนั่นโซเชียล มีทั้งหนุนและต้าน ‘พรรคอันดับ2’ อย่างพรรคเพื่อไทย ควรจะได้โควตาตำแหน่งนี้ไปครอง เช่นเดียวกับพลพรรครุ่นเก๋าของพรรคเพื่อไทย เรียงหน้ากันมาอัดพรรคก้าวไกลที่เป็น พรรคอันดับ1 ชนิดที่เรียกได้ว่า 2 พรรคการเมืองนี้ เหมือนไม่เคยทำ MOU เป็นหนึ่งใน 8 พรรคร่วมจะจัดตั้งรัฐบาลใหม่

ล่าสุด มีความเคลื่อนไหวจากขุนพลร่วมรบขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงทั่วประเทศ แต่ไม่มีสิทธิ์ลงสมัคร สส.เพื่อไทย

เต้น ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทย แสดงท่าทีต่อตำแหน่ง ประธานสภา ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า สื่อมวลชนถามาทุกทิศทาง ขอตอบตรงนี้ เรื่องประธานสภา ผมเห็นด้วยกับหลักการของทีมเจรจาพรรรคเพื่อไทย คือประธานเป็นของพรรคอันดับ 1 หลักคิดคือ คะแนนน้อยกว่า แต่ใจไม่ได้เล็กกว่า แพ้ให้คม แล้วสร้างชัยชนะขึ้นใหม่

แต่จะให้วิพากษ์วิจารณ์พรรคเพื่อไทย หรือพี่น้องในพรรคที่เห็นต่าง ผมไม่ทำ เพราะเราเพิ่งผ่านศึกสำคัญ บาดเจ็บมาด้วยกัน และผมเป็นคนหนึ่งในทัพใหญ่ ย่อมต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา

ดึงสติเพื่อไทย ‘ณัฐวุฒิ' ชี้หลักการ ‘ประธานสภา’ เป็นของพรรคอันดับ1

เป้าหมายใหญ่อยู่ที่การตั้งรัฐบาลประชาธิปไตย และจะตั้งได้ 2 พรรคหลักต้องจับมือกัน จะด้วยเหตุใดก็ตามหากนำมาสู่การแตกหักแยกทางถือว่าผิด ซึ่งประชาชนจะตัดสินในที่สุด

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ขุนพลสู้ศึกเลือกตั้ง2566 ของพรรคเพื่อไทยณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ขุนพลสู้ศึกเลือกตั้ง2566 ของพรรคเพื่อไทย

คณะเจรจา 2 พรรคต้องหาข้อยุติกันให้ได้ก่อนวันเลือกประธานสภา ถ้าฟรีโหวตฝ่ายรัฐบาลเดิมจะแทรกเข้ามา แต่ละก้าวเต็มไปด้วยกับดัก ฝ่ายประชาธิปไตยชนะเลือกตั้งถล่มทลาย แต่ถ้าแพ้ทางการเมือง โดยเพื่อไทย ก้าวไกลไม่ได้ตั้งรัฐบาล หรือ 2 พรรคแตกกัน ชัยชนะของประชาชนจะลับหาย

ผมคงขัดตา ขัดใจเพื่อนมิตรหลายคนในเรื่องนี้ แต่ด้วยความปรารถนาดี เราอยู่ด้วยกันตั้งแต่วันรุ่งเรือง ทุกครั้งพรรคมีเรื่องผมก็ไม่เคยถอยหนี

เพื่อไทยอาจได้หรือไม่ได้เก้าอี้ตัวใด แต่ต้องไม่สูญเสียเก้าอี้ในหัวใจประชาชน

Cr:ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ